Last visit was: It is currently Mon Nov 18, 2019 3:13 pm


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 139, 140, 141, 142, 143, 144, 145 ... 204  Next
Author Message
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน3
PostPosted: Fri Feb 04, 2011 4:49 pm 
เทพลม
User avatar

Joined: Wed Sep 30, 2009 12:27 pm
Posts: 364
Location: Unidentified
ดาเนะติด Rag ผมติด Dead Space -3-
แหะๆ รูปยังตัดเส้นไม่เสร็จเลย =w=

/me รออ่านตอนต่อไป

_________________
เมอซี่...อาจจะอยู่คนเดียวมากเกินไปจริงๆก็ได้นะ...
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Fri Feb 04, 2011 10:27 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
“ภาพคงไม่ค่อยน่าดูสักเท่าไร ยังไงก็ขอให้พวกเธอออกไปรอก่อนละกันนะ” เทพอเคเชียไม่หันกลับมาพูดแต่ยังคงมองวิเคราะห์เทลอย่างพินิจ เหล่าหางทุกตัวต่างพากันเดินออกจากห้องเหลือไว้เพียงแต่แมวโจ้ เทพอเคเชีย และแมวเทลไว้ตามลำพัง เสียงปิดประตูห้องของแมวทั้งสองตัวดังขึ้นเบาๆเสมือนไม่ต้องการที่จะรบกวนภายใน

“ท เทล...” เหล่าหางต่างเรียกชื่อของเพื่อนตนเองออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดีนัก สีหน้าและดวงตาทุกคนนั้นตกกันหมดกับสภาพที่เห็น “ทำไมท่านอเคเชียไม่ให้พวกเราเยี่ยมเทลน่ะ ทำไมกัน” แกะบายะไม่พอใจกับสิ่งที่เทพอเคเชียทำ นั่นคทิการเชิญเหล่าหางที่เป็นเพื่อนกับแมวเทลออก

“บายะใจเย็นๆก่อนสิ บายะก็เห็นแล้วไม่ใช่หรอว่าสภาพเทลเป็นยังไงน่ะ” แพนด้าน้อยที่ตัวเตี้ยกว่าบายะมากเดินเข้ามาตบต้นขาของเธอ ซึ่งเป็นระดับความสูงที่แพนด้าน้อยสามารถเอือมถึง “บายะ แล้วที่พวกทหารเสือบอกอีกด้วยว่าจะมีการผ่าตัดด้วยน่ะ ท่านอเคเชียคงไม่อยากให้เห็นภาพเหล่านั้นหรอก” ค้างคาวอาร์มเข้าให้เหตุผลประกอบซึ่งทำให้บายะคิดได้จึงสงบลง

“...นั่นสินะ ผ่าตัด...” แกะบายะที่ยังไม่สามารถทำใจได้กับอาการของเพื่อนที่ร้ายแรงถึงต้องผ่าตัด “อยู่ไปก็ไม่ได้อะไร ไปหาพวกหมาเถอะ” ไบสันนนท์เดินนำออกไปทันทีเพราะรู้ว่ายังไงก็ไม่สามารถเข้าไปเยี่ยมเพื่อนแมวได้ ประกอบกับนนท์นั้นเป็นตัวผู้ จึงมีความเป็นห่วงเพื่อนเพศเดียวกันมากกว่า ซึ่งเสมือนกับเหล่าหางตัวเมียที่จะนึกถึงเพื่อนเพศเดียวกันก่อน

“นั่นสินะ ตรงนั้นคงต้องฝากให้ท่านอเคเชียแล้วล่ะ เราไปเยี่ยมโดรุกันเถอะ” วาฬกิลสนับสนุนอีกเสียงและเดินตามไบสันนท์ตามไป เหล่าหางที่เหลือจึงเดินตามกันไปจนกระทั่งถึงห้องพักของโดรุและอากุที่ใช้ห้องร่วมกัน ทหารเสือดำตัวหนึ่งที่นั่งเก้าอี้เฝ้าอยู่หน้าห้องยืนทำความเคารพทันที

“อากุกับโดรุเป็นยังไงบ้าง” วาฬกิลถามขึ้นมาเป็นตัวแรกในทันที “คุณโดรุไม่บาดเจ็บมากนักครับ มีบาดแผลขนาดใหญ่ที่กลางหลังแต่ไม่ร้ายแรงนัก แต่คุณอากุมีบาดแผลตั้งแต่หน้าอกทั้งตัว ขาทั้งสองข้าง...เอ่อ...” ทหารเสือดำไม่รู้จะอธิบายอะไรอย่างไรดีกับการบาดเจ็บที่ขาของอากุ เพราะเป็นแผลที่โดนศรธนูปักไปทั้งขา ซึ่งจะใช้คำว่าเป็นรูพรุนก็คงจะไม่เหมาะสมนัก

“ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้เข้าไปได้ไหม” ไบสันนท์ถามต่อทันทีเพราะ “ได้ครับ ตอนนี้หน่วยแพทย์สนามทำการรักษาขั้นพื้นฐานแล้ว ตอนนี้เหลือแต่รอเครื่องมือต่างๆเพื่อการรักษาครับ” ทหารเสือดำตอบให้กลับไบสันนนท์ฟัง เหล่าหางอัลฟ่าทุกตัวที่ได้รับฟังแล้วนั้นต่างรู้สึกดีขึ้น หลังจากที่ได้เห็นสภาพแมวที่ที่เลวร้ายที่สุด

“กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวพวกเราดูต่อเอง” ไบสันนท์สั่งการพร้อมกับเปิดประตูห้องเดินเข้าไปก่อน ทหารเสือดำที่รับคำสั่งแสดงความเคารพและกล่าวขอบคุณก่อนที่จะจากไป เหล่าห่างทุกตัวต่างเดินเข้าไปในห้อง เหลือไว้แต่วาฬกิลที่ยืนครุ่นคิดด้วยสีหน้าที่เครียดเหมือนคิดวิตกอะไรบางอย่าง

“กิล” เสียงเรียกของค้างคาวอาร์มเรียกให้กิลออกจากห้วงความคิดนั้นๆก่อนที่จะเดินตามเข้าไป


ณ ห้องนอนที่กว้างขวางของหมาป่า ประกอบกับการจัดวางห้องที่เข้าที่ระเบียบเรียบร้อยทำให้นี้มีพื้นที่ที่กว้างมากขึ้น เหล่าหางทั้งหมดต่างเดินตรงไปยังเตียงสองเตียงที่จัดวางไว้คนละมุม สองหมาป่าต่างนอนประจำเตียงของตน โดยที่โดรุนอนอยู่ที่เตียงทางด้านขวาของมุมมองกลุ่มพวกกิล ส่วนอากุนั้นอยู่อีกมุมห้องโดยมีฝากั้นเอาไว้ ซึ่งเป็นของส่วนตัวของอากุที่ต้องการความเป็นส่วนตัวเวลานอน พวกของกิลจึงตรงไปหาทางโดรุก่อนทันที

“โดรุ เป็นยังไงบ้าง” เหล่าหางเพื่อของโดรุต่างเรียกหาเพื่อนของตนด้วยความเป็นห่วง “อ๊ะ” โดรุที่นอนคว่ำแผ่หลาสบายบนเตียงขนาดกลางได้ยินเสียงของเพื่อนๆของตนขานรับกลับทันที แต่ไม่หันกลับหรือพลิกตัวเพราะบาดแผลที่หลัง “ไม่เป็นอะไรมากหรอก เป็นแผลที่หลังเท่านั้นแหละ แต่แค่ขนาดมันใหญ่เท่านั้นเอง จะทำอะไรนี่ไม่สะดวกเลย” โดรุบ่นอุบกับอาการบาดเจ็บของตนให้กับเพื่อนๆฟัง เหล่าหางต่างลากห้อมล้อมเตียงของโดรุและดูอาการ

“โดรุ...หลังเป็นอะไรมากมั้ย” ไบสันนนท์ถามขึ้นต้นเป็นตัวแรกทันที “ก็อย่างที่บอกน่ะแหละนนท์ แค่แผลมันใหญ่เท่านั้นแหละมันเลยดูน่ากลัว ที่จริงแค่แผลธรรมดาๆเท่านั้นแหละ” ความจริงแล้วโดรุแอบปิดบังอาการบาดเจ็บของตนเอง เพราะไม่ชอบถูกให้ใครมาซบเซ้า โดยเฉพาะเวลาที่ต้องการพักผ่อนเพราะความอ่อนล้า แต่เพราะเห็นเพื่อนมาเยี่ยมตนจึงไม่อยากปฏิเสธกลับไป

“งั้นเหรอ...งั้นไปล่ะ” นนท์จบการสนทนาและเดินออกไปก่อนเป็นตัวแรกทันทีโดยไม่ได้เยี่ยมอากุ เพราะนนท์รู้ใจโดรุที่อยากพักผ่อน แต่เพราะเป็นหางที่ไม่พูดอะไรมากจึงกระทำเลยทันที เพราะไม่อยากว่าเพื่อนที่เป็นห่วงมาเยี่ยมโดรุและอากุเหมือนกัน

“โดรุ อากุเป็นยังไงบ้าง” วาฬกิลถามโดรุซึ่งถามให้เกิดความเงียบขึ้นมาในทันที ทุกตัวต่างจำในสิ่งที่กิลทำกับอากุได้ นั่นคือการตวาดว่าอากุอย่างรุนแรงจนอากุแยกตัวออกมา และลงเอยด้วยการบาดเจ็บสาหัสของลูกทีมของกิล โดรุนิ่งเงียบไม่พูดอะไรเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง

“กิล...บอกตามตรงนะ วันนี้กิลอย่าพึ่งเจออากุได้ไหม โดรุรู้ว่ากิลเป็นห่วงนะ แต่ตอนนี้อากุโกรธกิลมากเลยล่ะ ถ้าพบกันตอนนี้เรื่องคงไม่จบแน่ๆ อีกอย่าง...ตอนนี้อากุหลับอยู่ด้วย เลยยิ่งไม่อยากให้รบกวนเข้าไปใหญ่เลยกิล” โดรุขอร้องวาฬกิลด้วยน้ำเสียงที่ค่อนข้างไม่พอใจ เพราะตัวโดรุเองก็โกรธในสิ่งที่กิลได้ทำลงไปด้วยเช่นกัน กิลที่รับฟังนั้นเดินออกจากห้องในทันทีโดยไม่เหลียวหลังกลับมามอง

“โดรุ ถ้าอากุตื่นขึ้นมา ฝากบอกด้วยนะว่า “เราขอโทษ” ให้อากุด้วยนะ” กิลขอร้องสุดท้ายก่อนที่จะเดินออกจากห้องของหมาป่าไป เสียงปิดประตูเบาๆดังขึ้นมาพร้อมกับเสียงก้าวเดินที่ค่อยๆเบาลงจยหายไป โดรุที่รับคำขอของวาฬกิลมานั้นถอนหายใจดังออกมา “โดรุ ถ้าเราขอดูอาการอากุด้วยจะได้มั้ยน่ะ” ค้างคาวอาร์มถามขึ้นมาซึ่งโดรุที่นอนคว่ำนั้นส่ายหน้ากลับ

“อย่าเลยนะ อากุตอนนี้เขาก็นอนหลับไปแล้วล่ะ ให้เค้าพักผ่อนเถอะนะ แต่ตอนนี้อากุไม่เป็นอะไรแล้ว ไม่ต้องห่วงหรอกนะ” โดรุขอร้องกับเพื่อนๆของตนซึ่งยอมรับแต่โดยดี “งั้นฟื้นตัวไวๆละกันนะโดรุ พักผ่อนเยอะๆนะ” เหล่าหางต่างส่งท้ายและลาโดรุก่อนที่จะค่อยๆเดินออกจากห้องออกไปจนหมด เหลือไว้แต่เพียงหมาป่าสองตัวในห้องพักของตัวเองตามลำพัง

“อากุ กลับกันหมดแล้วล่ะ” โดรุบอกอากุที่อยู่หลังฉากกั้น ซึ่งความจริงแล้วอากุยังไม่ได้หลับอย่างที่โดรุได้โกหกไป แต่เพราะรู้ว่ากิลต้องเข้ามาอย่างแน่นอน ซึ่งตัวเองไม่อยากพบหน้ากิลซึ่งยังคงโกรธมากอยู่ การพบกันอาจจะทำให้ทั้งสองตัวได้ทะเลาะกันอย่างแน่นอน อากุเลยขอร้องโดรุให้แกล้งเล่นตามแผนเผื่อในกรณีที่กิลเข้ามาเยี่ยมจริง

“ขอบใจนะโดรุ” เสียงของอากุดังลอยข้ามฉากมาถึงโดรุ ฉากกั้นของอากุเปิดออกช้าๆ พร้อมกับโดรุที่พยายามเดินมาหาด้วยลำตัวตั้งตรงและเดินแข็งๆเหมือนหุ่นยนต์ โดรุนั่งตัวตรงลงบนเตียงของอากุ แต่เพียงนั่งลงไปโดรุก็ลุกขึ้นในทันทีและนั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ เพราะลืมตัวไปว่าตัวเองบาดเจ็บทำให้การหมุนตัวไม่ได้

“อากุ...ขอบใจนะ” โดรุขอบคุณอากุด้วยน้ำเสียงจากใจจริงและรู้สึกหนี้บุญคุณกับอากุเป็นอย่างมาก เพราะการเสียสละแผ่นหลังและช่วงชาชองอากุนั้นทำให้โดรุรอดปลอดภัย “อากุ เราเป็นหนี้บุญคุณนายจริงๆ ขอบใจจริงๆนะอากุ” โดรุไม่รู้จะสรรหาคำอะไรมาบรรยายถึงความรู้สึกต้องการขอบคุณ จึงได้แต่บอกคำธรรมดาๆที่ไม่สวยหรูให้ฟัง

“เฮอะ ความฟิตของร่างกายมันผิดกัน” อากุที่นอนหงายเพราะมีบาดแผลช่วงอกนอนตอบให้กับอากุ ขาทั้งสองข้างถูกใส่เฝื่อกเพื่อไม่ให้ขยับไปไหนไปมา และป้องกันการปากแผลเปิดหรือฉีกออกด้วย “แต่เป็นเพราะเรา ทำให้อากุต้องเป็นแบบนี้ ถ้าเราไม่...” โดรุระบายความรู้สึกผิดให้กับอากุฟังแต่หมาฟ้าที่รับฟังนั้นทำหน้าเบื่อหน่ายและหันหนีไป

“และจะโกรธมากถ้ายิ่งพูดมากแบบนี้ด้วย” อากุตอบกลับอย่างไม่พอใจกับสิ่งที่โดรุพูดออกมา โดรุที่ฟังแล้วนิ่งเงียบลงในทันทีกับการต่อว่าของอากุ “ถ้าไม่อยากเป็นหนี้บุญคุณล่ะก็ ไว้อาการดีเมื่อไรมานวดให้อากุบ้างละกัน” อากุยื่นข้อแลกเปลี่ยนให้กับโดรุซึ่งจากหางและหูที่ตกนั้นตั้งขึ้นทันที

“นวดเอาให้สบายหายปวดหายเหนื่อยเลยนะ เอาให้ความรู้สึกเหมือนไม่มีขาไปเลยด้วย” อากุยังคงต่อรองกับโดรุแต่โดรุไม่ปฏิเสธแต่อย่างใด “ได้สิอากุ โดรุจะนวดทั้งตัวอากุเลยก็ได้นะ จะนวดให้เต็มที่เลย จะให้นวดอะไรยังไงโดรุก็นวดให้นะอากุ” โดรุดีใจกับสิ่งที่ตนจะทำให้กับอากุได้เพื่อการตอบแทน แม้จะเป็นสิ่งที่ดูเหมือนเล็กน้อยก็ตาม แต่ถ้าเป็นคำขอจากอากุ โดรุก็พร้อมที่จะทำทุกอย่างให้เพื่ออากุ

“แต่ตอนนี้ง่วงแล้ว นอนกันเถอะโดรุ” อากุหาวหวอดปากกว้างแล้วหลับตาลงทันที อากุเข้าสู่ห้วงนิทราในทันทีที่หลับตาสนิท โดรุที่เห็นอากุหลับไปก่อนแล้วจึงลุกจากเก้าอี้ หุ่นยนต์โดรุค่อยๆเดินกลับพร้อมกับหางของโดรุส่ายไปมาเพราะอารมณ์ดี “นวดให้อากุๆ ต้องนวดให้อากุให้ประทับใจเลย” โดรุคิดในใจอย่างอารมณ์ดีก่อนที่จะหลับตามไป โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่มีความรู้เรื่องการนวดเหมือนอย่างโดรุ


“ขออนุญาติครับ” เสียงของทหารเสือดำดังขึ้นมาพร้อมกับบานประตูของที่พักเปิดออก ทหารเสือดำเจ้าของเสียงพร้อมกับลิงแบงค์บนแผ่นหลังได้เดินเข้ามาย่างช้าๆ เพราะต้องค่อยๆประคองลิงแบงค์ที่อยู่บนหลังด้วย “เป็นไปอย่างที่บอกสินะ” เสียงของแกะบายะที่นั่งรออยู่ที่โซฟาโถงกลางถามทหารเสือดำ

“ใช่ครับ” ทหารเสือดำตัวนั้นตอบกลับและเดินไปหาแกะบายะโดยตรง “แล้วได้ทำอย่างที่บอกรึเปล่า” แกะบายะถามอีกคำถามซึ่งเจ้าตัวลุกขึ้นยืนและหันกลับไปหาทหารเสือดำ “ครับ แต่...” ทหารเสือดำค่อยๆลงร่างของลิงแบงค์ให้นอนลงบนโซฟาเบาๆซึ่งสลบอยู่

“อย่าคิดมากสิ เจ้านี่สมควรแล้วล่ะที่จะโดน กวนซะขนาดนี้มันต้องโดนบ้างล่ะ” แกะบายะถอนหายใจก่อนที่จะไปดูอาการของลิงแบงค์ “จริงครับ ผมต้องขอบคุณจริงๆที่อนุญาติให้ผมเป็นกรณีพิเศษ” ทหารเสือดำขอบคุณแกะบายะซึ่งบายะก็หันกลับยิ้มให้

“อืม ความจริงน่าจะเพิ่มให้สามารถกระทืบก็ได้นะเนี่ย เอาให้สาสมกับความกวนประสาทของเจ้านี่ อิจฉาพวกเธอจริงๆที่แข็งแรงแบบนี้ จะได้อัดให้มันมือไปเลย” แกะบายะลงไปนั่งที่เก้าอี้โซฟาทันทีเพราะเหนื่อยกับลิงแบงค์แทนทหารเสือดำ “เดี๋ยวช่วยพาเพื่อนเราที่นอนสองตัวนี้เข้าห้องของเค้าทีนะ ส่งให้ถึงเตียงทั้งคู่เลย ขอพึ่งแรงเธอสุดท้ายจริงๆล่ะนะ” แกะบายะไหว้วานเสือดำอีกครั้งซึ่งปฏิบัติหน้าที่โดยทันทีและเดินกลับมาหา

“ขอบใจนะ หาอะไรกินในตู้ที่ห้องครัวก่อนกลับก่อนก็ได้นะนะ ถือว่าเป็นค่าเหนื่อยและตอบแทนแรงที่ช่วยอัดลิงนัทละกันนะ ขอโทษทีที่ไม่ทำให้นะ เราเหนื่อยน่ะ” แกะบายะขอบคุณและมอบรางวัลให้ตามสมควรแก่ทหารเสือดำ ทหารเสือดำน้อมรับและเดินไปหยิบเครื่องดื่มมาหนึ่งขวดก่อนที่จะขออนุญาติกลับ ทหารเสือดำกล่าวขอบคุณและออกจากสถานที่แห่งนี้โดยทันที

“แต่เพราะความกวนเนี่ยล่ะที่เป็นเสน่ห์ที่น่านักของลิงแบงค์ล่ะน่ะ ถึงได้น่าหยิกน่าทุบตีเล่นแบบนี้จริงๆ” แกะบายะยิ้มให้กับลิงแบงค์และหาผ้าห่มมาห่มให้ลิงแบงค์ก่อนที่จะเดินจากไปนอนบ้าง


“อากุ...วี...” เสียงของวาฬกิลที่แฝงไปด้วยความทุกข์ดังขึ้นมาจากวาฬกิลที่อยู่บนเตียงนอนขนาดใหญ่ วาฬกิลยังคงนอนไม่หลับและครุ่นคิดกับความผิดที่ตัวเองได้ทำลงไปตลอด


Last edited by fushigidane on Thu Mar 17, 2011 8:10 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Fri Feb 04, 2011 10:30 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
เหนื่อยมากกกกก ตอน5.4นี่ใช้เสลาคิดนานมากๆ เพราะไม่รู้จะเขียนอะไรยังไงดี แต่เพราะทิ้งไว้มานานเลยถึงเวลาที่จะต้องมีตอนใหม่ล่ะ อาจจุดูค่อนข้างธรรมดาไปใหม่ต้องขออภัยจริงๆนะ แต่ลองคิดเนื้อหาให้มันน่าสนก็คิดไม่ออกแหะ แต่ตอนนี้นอนดีกว่า เหนื่อยเพลีย อยากได้อากุมานวดให้บ้างจัง


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Fri Feb 04, 2011 10:36 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
fushigidane wrote:
อยากได้อากุมานวดให้บ้างจัง


:o

เอาจริงหรอครับ อีกฝ่ายจะยอมมั้ยน้อ Image

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Mon Feb 07, 2011 5:55 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 27, 2010 9:48 am
Posts: 1127
Location: Ionia
แอร๊ยยย อะไรกัน นี่หรือไม่น่าสนใจ..

ร้อนแรงมว๊ากกกกก คุคุ นนท์Xโดรุ =_=

ไม่สิๆ.. โดรุXอากุ :twisted:


ร้อนแรงพอๆกับคู่กิ้งก่าเลย โฮะๆๆๆๆๆๆๆ

แหม๊.. เสียดาย ถ้าบายะในเรื่องเป็นแกะตัวผู้นะ.. คิคิคิ

บายะXนัท ไปแร้ว TwT ยกให้ๆ กรณีพิเศษ ชิ =_=

_________________
Image
Image
I'm a rising celebrity, hug me, hug me, hug me now!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Mon Feb 07, 2011 7:35 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
จะว่าไปคู่ๆนี่ก็หมดแล้วล่ะมั้ง ไม่เหลืออะไรให้กุ๊กกิ๊กแล้วล่ะ (แอบเครียด แต่งต่อไม่ได้ ได้แต่อีกท่อนนึง ขาดช่วงเชื่อม)


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Mon Feb 07, 2011 7:52 pm 
เทพไฟ
User avatar

Joined: Mon Aug 17, 2009 1:04 pm
Posts: 831
Location: บนหลังคาเต็นท์แพนด้าแดง o_o~!
fushigidane wrote:
จะว่าไปคู่ๆนี่ก็หมดแล้วล่ะมั้ง ไม่เหลืออะไรให้กุ๊กกิ๊กแล้วล่ะ (แอบเครียด แต่งต่อไม่ได้ ได้แต่อีกท่อนนึง ขาดช่วงเชื่อม)


ก็คู่ลิงไงละง๊าบบ+

_________________
๐๐๐ มาเลี้ยงมังกรกัน คลิกเลย ๐๐๐


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Mon Feb 07, 2011 8:32 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 27, 2010 9:48 am
Posts: 1127
Location: Ionia
หรือว่า.. !!!!

อาร์มXปินัท!!!!

//โดนตบ.. รับรองว่าถ้าได้จริงปินัทไม่ร๊อด.. =_= เสียดาย รอ CB ละกัน คุคุคุ

_________________
Image
Image
I'm a rising celebrity, hug me, hug me, hug me now!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน4
PostPosted: Mon Feb 07, 2011 10:14 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
JJmall wrote:
หรือว่า.. !!!!

อาร์มXปินัท!!!!

//โดนตบ.. รับรองว่าถ้าได้จริงปินัทไม่ร๊อด.. =_= เสียดาย รอ CB ละกัน คุคุคุ


แอ๋... เอางั้นเลยหรอครับ = =;

เสียวสันหลังวาบ :lol:

/me ย่องหนี ก่อนโดนจิ้น :mrgreen:

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ฟิคต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc5. ตอน5
PostPosted: Tue Feb 08, 2011 2:46 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
ภายในห้องนอนของวาฬกิลผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าของกลุ่มอัลฟ่าที่หนึ่ง ชุดเกราะออกรบนั้นยังคงถูกสวมใส่อยู่กับตัวกิลที่นั่งอยู่ที่เตียงของตัวเอง สายตาคู่มองออกไปนอกหน้าต่างที่มีแต่ความมืดของช่วงเวลากลางคืน แสงไฟต่างๆในตัวเมืองนั้นดับสนิทลงเพราะเป็นเวลาพักผ่อนของเหล่าหางกันหมดแล้ว เหลือไว้เพียงแต่แสงไฟจากเสาไฟในเมืองที่คอยส่องสว่าง เพื่อให้เหล่าทหารเสือดำได้เดินตรวจตราตวามปลอดภัยได้อย่างปลอดภัย

“วี...อากุ...” กิลพึมพำเบาๆกับตัวเอง สิ่งที่กิลได้ทำลงไปนั้นทำให้ตัวเองรู้สึกผิด เพราะต้องทำให้เพื่อนของตัวเองทั้งสองตัวต้องบาดเจ็บและโดนทำร้ายจิตใจ เพียงแค่ความขาดสติและความเครียดเพียงชั่ววูบเท่านั้น แม้แต่หัวหน้าที่มีความสุขุมและรอบคอบ แต่เมื่อต้องเจอกับสถาณการณ์ที่ตึงเครียดและเลวร้าย ย่อมทำให้ถึงขีดจำกัดและแตกมันออกมา กิลเอนตัวลงนอนบนเตียงของตนเองหวังจะหลับเพื่อพักผ่อนบ้าง อย่างน้อยให้การนอนหลับที่เพียงพอช่วยลดความเครียดออกจากตัวบ้าง หนังตาทั้งสองข้างของกิลปิดตัวลง เหลือไว้แต่ความมืดเพียงอย่างเดียวที่มองเห็น เวลาผ่านไปสักพัก ความเงียบได้ปกคลุมไปทั่วห้องของวาฬกิล และไร้ซึ่งการเคลื่อนไหวของสิ่งต่างๆ

“...น...นอนไม่หลับ” กิลลืมตาตื่นขึ้นมาและมองบนเพดานเหมือนกำลังจะมองอะไรบางอย่างอยู่ ภาพของวีและอากุนั้นทิ่มแทงสายตาของกิลแม้จะหลับตาลงไปแล้วก็ตาม สีหน้าของความโกรธและไม่พอใจของทั้งคู่ที่มองมายังตน แม้จะอยากขอโทษแต่ก็ไม่มีโอกาส จึงจำต้องยอมรับความทุกข์ใจและบาปที่ตนทำไว้กับตัวจนกว่าจะได้ไปขอโทษกับเจ้าตัวเอง กิลสลัดหน้าตัวเองไปมาเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดเรื่องนี้ในหัวอีกต่อไป และมองสำรวจรอบตัวเองซึ่งยังคงใส่เกราะเต็มยศอยู่นั่นเอง

“ใส่เกราะแบบนี้คงจะนอนสบายอยู่หรอก ตัวก็ยังสกปรกอยู่ด้วย” กิลเริ่มโกหกตัวเองถึงสาเหตุที่ตัวเองนอนไม่หลับ เพราะอาจเป็นวิธีที่จะทำให้ตัวเองสบายใจขึ้นได้บ้างยามลำพังที่ไม่สามารถพึ่งใครได้ เพราะเหล่าหางอัลฟ่านั้นได้หลับพักผ่อนหมดแล้วด้วยเช่นกัน

“อาบน้ำสักหน่อยตัวจะได้สบายๆขึ้น แล้วคงนอนหลับได้เอง” กิลได้คำตอบถึงสิ่งที่จะทำแล้วจึงลุกออกจากเตียงและปลดชุดเกราะทั้งหมดออก เหลือไว้แต่ชั้นในเพียงตัวเดียวแล้วเดินเข้าห้องน้ำส่วนตัว เพราะ ณ ตอนนี้ไม่มีใครที่จะสามารถแอบมองกิลได้ ประกอบกับเป็นห้องส่วนตัวจึงไม่จำเป็นต้องอายใคร


ภายในห้องน้ำส่วนตัวของกิลนั้นสวยงามเหมือนดั่งความฝัน ขอบกำแพงทุกด้านทาสีด้วยสีน้ำใต้ทะเลที่เป็นสีฟ้าอมเข้ม และประดับด้วยสติ๊กเกอร์ลายสัตว์และพืชน้ำต่างๆ ทำให้บรรยากาศการอาบน้ำของกิลนั้นเสมือนได้ลงไปใต้น้ำจริง ด้วยขนาดของวาฬกิลที่อ้วนใหญ่ ทำให้ห้องน้ำนั้นมีขนาดที่ใหญ่ตามตัวกิลด้วย กิลเดินไปสุดริมห้องที่มีฝักบัวติดผนังเหนือหัวของตน และรูดม่านพลาสติกกั้นเขตการอาบน้ำเพื่อป้องกันน้ำกระเซ็นออกไป ก็อกฝักบัวสองอันที่เป็นประเภทของน้ำอุ่นและเย็นหมุนอย่างช้าๆ สายน้ำอุ่นๆที่นุ่มด้วยฟองอากาศภายในน้ำไหลผ่านศีษะที่มนกลมใหญ่ของกิล และไหลไปตามส่วนต่างๆของร่างกายจนสู่พื้น เพื่อชำระล้างสิ่งสกปรกออกจากร่างกาย และความหม่นหมองของจิตใจให้ไหลไปตามสายน้ำ

กิลไม่เร่งรีบกับการอาบน้ำจึงอาบอย่างช้าๆ ค่อยๆถูสบู่ๆและใช้ไม้แปรงช่วยอาบด้วย เนื่องจากวาฬนั้นมีท่อนแขนที่สั้นและตัวอ้วนใหญ่ เพียงแค่สองมือจะประกบกันนั้นก็ยังทำไม่ได้ จึงต้องมีอุปกรณ์ต่างๆคอยช่วยเหลือเรื่องต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่เรื่องการแต่งตัวที่กิลสามารถเรียกเสือผ้าที่ต้องการให้ปรากฎได้ แต่การใช้พลังงานโดยสิ้นเปลืองและไร้ประโยชน์นั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระสำหรับกิล ห้องน้ำของกิลเต็มไปด้วยไออุ่นของน้ำอุ่นที่อาบกระจายทั่วห้อง กระจกเริ่มขึ้นฟ้าจนเต็มไปด้วยไอน้ำที่ไม่สามารถใช้ส่องได้อีกแล้ว กิลค่อยๆใช้ไม้อาบน้ำถูรอบตัวเองรอบที่สามอย่างช้าๆ และเมื่อครบทั้งตัวจึงเดินเข้าไปหาสายน้ำที่ไหลจากฝักบัว คราบสบู่ค่อยๆละลายและไหลตามพื้นไปยังท่อระบายน้ำจนหมด

กิลที่พอใจกับการอาบน้ำแล้วจึงปิดฝักบัวลงและเปิดม่านกั้นออก สีผิวของวาฬกิลทอประกายเป็นเงาเล็กน้อยเพราะสบู่ที่ใช้นั้นมีสารเคลือบผิวหนังวาฬประกอบด้วย แม้วาฬกิลจะเป็นตัวผู้แต่ก็ไม่ลืมที่จะใส่ใจดูแลผิวพรรณของตัวเองด้วยเช่นกัน กิลหยิบผ้าเช็ดตัวที่แขวนไว้ราวนอกจากเขตอาบน้ำมาซับตัวเองจนแห้งและวางกลับไปไว้ที่เดิม

“...นี่เราอาบนานขนาดนี้เลยหรอ” กิลมองกระจกที่เต็มไปด้วยฝ้าซึ่งบ่งบอกถึงระยะเวลาในการอาบน้ำที่นาน แต่กิลก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรและปล่อยทิ้งเอาไว้อย่างนั้น อารมณ์ของกิลตอนนี้ไม่อยากทำอะไรนอกจากหาทางให้ตัวเองหลับลงให้ได้เท่านั้น บานประตูห้องน้ำของกิลเปิดออกพร้อมกับตัววาฬที่สะอาดแล้วในชุดชั้นในเดินออกมา และตรงไปยังตู้ผ้าของตัวเองเพื่อจะหาชุดนอนมาใส่ ชุดนอนของกิลที่เลือกนั้นเป็นชุดสีฟ้าอ่อนที่มีลายไดโนเสาร์สีแดงตัวเล็กน่ารักประดับไปทั่ว ซึ่งเป็นตัวการ์ตูนที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่หางเด็กๆเป็นจำนวนมาก แต่วาฬกิลที่เป็นผู้ใหญ่แล้วก็ชอบเจ้าได้โนเสาร์แดงตัวนี้ด้วยเช่นกัน หลังจากที่สวมเสื้อผ้าเสร็จแล้วกิลก็เดินและขึ้นเตียงนอนทันที

“คราวนี้ล่ะ อาบน้ำสบายตัวแล้วรับรองหลับแน่ๆ” กิลมุ่งมั่นที่จะหลับและค่อยๆหลับตาลงช้าๆ แต่เพียงแค่หนังตาปิดเท่านั้น กลิ่นเหม็นอับบางอย่างได้ลอยเข้าจมูกกิลจนต้องลุกขึ้นจากเตียงทันที กิลมองตรงไปยังกองซากชุดเกราะที่เหม็นอับเหงื่อของตนที่กองอยู่ที่พื้นแถวๆปลายเตียง

“นี่เราตัวเหม็นขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” กิลพึมพำกับตัวเองและลุกจากเตียงเพื่อจัดการกับซากเกราะเน่าของตัวเองที่ผ่านการใช้งาน แม้ภายนอกจะมีเพียงแต่รอยขีดข่วน แต่ภายในที่ทำจากผ้าเพื่อไม่ให้เกราะโลหะกัดผิวหนังนั้นทั้งเปียกแฉะและเหม็นอับจากเหงื่อของกิล แต่เพราะความที่เป็นของตัวเองกิลจึงไม่รังเกียจแต่อย่างใด กิลค่อยๆลากชุดเกราะเหล่านั้นจากสายคาดตรงไปยังระเบียง เพื่อจะนำชุดเกราะเหล่านั้นผึ่งให้แห้งก่อนที่จะทำความสะอาด แต่เพราะเป็นเวลากลางคืน จึงกลายเป็นเพียงนำซากเน่าเหล่านั้นออกจากเขตพื้นที่การนอน เพื่อไม่ให้กลิ่นที่ไม่น่าพึงประสงค์นั้นมารบกวนยามพักผ่อน

“แสงก็ไม่มีคงต้องผึ่งลมแบบนี้ล่ะ หวังว่ากลิ่นไม่ไปรบกวนใครจนตื่นหรอกนะ” กิลมองชุดเกราะตัวเองที่แขวนไว้ที่ชานระเบียง ซึ่งปรกติแล้วกิลจะแขวนไว้ในห้องเพราะแสงแดดนั้นส่องถึง และเพื่อป้องกันการกระจายของกลิ่นด้วย จากนั้นกิลจึงปิดประตูระเบียงและกลับไปนอนบนเตียงอีกครั้ง ซึ่งไม่น่ามีสิ่งใดรบกวนวาฬกิลได้อีกต่อไป หนังตาจึงปิดตัวลงอีกครั้งและกลิ้งตัวไปมาอย่างเพลิดเพลิน เพราะเตียงที่เป็นเตียงน้ำและพึ่งอาบน้ำเสร็จ ทำให้ยิ่งได้สัมผัสที่เย็นสบายและมีความสุขมากขึ้นหลังจากที่เหน็ดเหนื่อยมา วาฬกิลยังคงกลิ้งตัวไปมาเรื่อยๆและค่อยๆช้าลงจนหยุด ความเงียบกลับคืนสู่ห้องนอนกิลอีกครั้งหนึ่ง

“...น นอนไม่หลับ” กิลลืมตาสว่างขึ้นมาอีกครั้งและลุกขึ้นจากเตียง เสียงท้องของกิลร้องออกมาเบาๆ “ก็หิวนี่นะ กลับมายังไม่ได้กินอะไรเลยนี่นา แต่ร้านหมีมิมิก็น่าจะปิดแล้วด้วยนี่สิ” กิลมองออกไปนอกหน้าต่างที่ยังคงมืดสนิทไร้ซึ่งแสงสว่าง และลุกจากเตียงเดินออกจากห้องของตน โถงกลางที่มืดและเงียบสนิทไร้ซึ่งสิ่งมีชีวิต มีแต่เพียงวาฬกิลเท่านั้นที่อยู่ที่ระเบียงชั้นสองของสถานที่แห่งนี้

“ปรกติต้องมีใครอยู่เฝ้ารับเรื่องสักตัวนึงนี่นะ แต่วันนี้เหน็ดเหนื่อยคงเข้าพักผ่อนกันหมด” วาฬกิลมองไปยังโต๊ะโซฟาซึ่งปรกตินั้นต้องมีหางสักตัวอยู่เป็นประจำ แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่าไร้ซึ่งสิ่งใดๆ กิลที่นอนไม่หลับหวังจะพึ่งเพื่อนตัวนั้นๆที่อยู่เวรยามนั่งคุยนั่งเล่นด้วย กิลเดินมาจนถึงชั้นหนึ่งซึ่งเป็นส่วนของโถงกลางและตรงเข้าสู่ห้องอาหารทันที กิลเปิดตู้เสบียงและมองหาของกินต่างๆและหยิบออกมา

“กองทัพเดินด้วยท้องนี่นะ อ๊ะ ไอ้นั่นก็น่ากิน ไอ้นี่ด้วย นั่นนู่นนี่อีก เดี๋ยวซื้อใช้คืนให้นะ แต่วันนี้ขอเถอะ” กิลเลือกขนมและเครื่องดื่มอย่างสนุกได้จำนวนมาก ทั้งของตัวเองและของเพื่อนบรรจะอยู่ในถาดกลมขนาดใหญ่ กิลที่ถือกองขนมกำลังออกมาจากห้องเสบียง และตรงไปยังโซฟาเพื่อจะค่อยๆนั่งกองทานขนมและเครื่องดื่มให้เต็มท้องก่อนที่จะตรงเข้านอน

“แม้ท่านอเคเชียจะบอกว่าจะมีงานเลี้ยงฉลองก็เถอะ แต่ปล่อยท้องถึงตอนนั้นไม่ไหวพอดี ขอกินก่อนละกันนะ” กิลเดินอมยิ้มกับกองขนมที่ค่อยๆวางลงบนโต๊ะ และทิ้งน้ำหนักตัวเองลงบนโซฟาทั้งหมด “สัมผัสที่ก้นแปลกๆและเสียงร้องทรมานออกมาไม่ได้ศัพท์ของลิงแบงค์ดังขึ้นมาในทันที กิลตอนนี้ได้นั่งทับหลังลิงแบงค์ที่นอนใต้ผ้าห่มที่แกะบายะมาห่มด้วยความหวังดี แต่สีผ้าห้มนั้นกลมกลืนกับตัวโซฟา ประกอบกับความมิดที่กิลไม่ได้เปิดไฟไว้นั้นทำให้กลมกลืนกับพื้นผิว จนทำให้วาฬกิลทิ้งน้ำหนักตัวเองที่มหาศาลไปทับลิงแบงค์อย่างไม่ได้ตั้งใจ


“เบาๆนะกิล เบาๆนะ อุอูย” ลิงแบงค์ร้องออกมาเมื่อสัมผัสของแผ่นผ้าแก้ปวดค่อยๆแปะลงบนหลังของลิงที่โดนทับ กิลไม่พูดอะไรแต่กลั้นใจและค่อยๆลงมือแปะแผ่นผ้าแผ่นใหม่ลงไป แผ่นหลังทั้งแผ่นนั้นถูกแปะเต็มไปด้วยผ้าบรรเทาปวดจนกระทั่งไม่เหลือพื้นที่แผ่นหลังสีน้ำตาลเหลือ

“โทษนะแบงค์ ไม่เป็นไรมากใช่ไหม” กิลถามขณะปิดกล่องปฐมพยาบาลลง “ตกใจนิดหน่อยน่ะ หลังคงไม่เป็นอะไรมากหรอกมั้ง เพราะโซฟามันก็ยุบตัวลงไปเลยไม่น่าโดนน้ำหนักมาก” ลิงแบงค์ตอบคำถามตามความคิดของตัวเอง “แต่ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมมานอนที่นี่ได้นี่สิ สงสัยพวกทหารเสือดำพามาส่งแต่ไม่รู้ห้องมั้ง” ลิงแบงค์สันนิษฐานความน่าจะเป็นกับตัวเอง

“แบงค์ตื่นแล้วงั้นนั่งกินหนมคุยเล่นเพื่อนกิลหน่อยละกัน” กิลแกะห่อขนมและเปิดขวดน้ำกล้วยให้ลิงแบงค์ซึ่งรับไปดื่มโดยทันทีแต่เพียงอึกเดียว “นี่กิลจะขโมยกินหนมเราหรอ” ลิงแบงค์ที่เอะใจกับน้ำรสที่ตัวเองชอบและขนมบางอย่างที่เป็นของตัวเอง

“เอ่อ...อ่า...” กิลพูดไม่ออกเพราะตัวเองผิดจริงๆและตามด้วยเสียงท้องร้องของทั้งคู่ เสียงหัวเราะแหะๆดังขึ้นมาก่อนที่จะลงมือกินขนมทันทีโดยไม่ถามอะไรอีก “เดี๋ยวซื้อให้ใหม่ละกันนะของทุกตัวเลย" กิลหยิบกล้วยแผ่นเข้ามปากและลงมือเปิดขนมอื่นๆด้วย ทั้งคู่ต่างกินขนมมื้อดึกกันอย่างเพลิดเพลิน

“นอนไม่หลับสินะกิล” ลิงแบงค์ถามขึ้นมาซึ่งตรงจุดของกิลอย่างตรงประเด็น “ใช่ เลยมาหาอะไรกินให้อิ่มแล้วนอนน่ะ” กิลตอบเลี่ยงความจริงซึ่งไม่อยากให้ใครรู้แต่ใจจริงอยากระบายความรู้สึกนั้นให้ใครสักตัวฟัง “ไม่ใช้พวกยาช่วยทำให้หลับล่ะ รับรองหลับแน่นอนกิล” ลิงแบงค์ยังคงนั่งทานขนมจนหมดห่อก่อนที่จะลงไปนอนลูบพุงตัวเองที่นูนขึ้นมาเล็กน้อยเพราะขนมเต็มแน่นท้อง

“นั่นสิ ลืมไปได้ยังไงเนี่ย ขอบใจนะแบงค์” กิลลุกจากโซฟาและเก็บขนมทั้งหมดและเดินตรงเข้าห้องเสบียงทันทีเพื่อเก็บของกินทั้งหมด “กิล เดี๋ยวก่อน ช่วยพาเราเข้าห้องหน่อยกิล ลุกไม่ได้” ลิงแบงค์ที่ยังปวดหลังและท้องอิ่มไม่สามารถลุกขึ้นได้เพียงลำพังตะโกนเรียกเพื่อนของตน แต่เพราะความอิ่มที่แทบจะมาถึงลำคอและสภาพที่นอนทำให้แทบไม่มีเสียงออกมาจากเจ้าของเสียง

“...น หนาววว....”ลิงแบงค์เอาแขนทั้งสองกดอกตัวเองเพราะไม่ได้ใส่เสื้อเนื่องมาจากถอดให้กิลแปะผ้าที่หลังของตน มือจึงพยายามควานอะไรบางอย่างที่อยู่ใกล้ๆตัวเพื่อหวังเอาสิ่งนั้นมาห่มให้อุ่น ซึ่งสัมผัสได้กับผ้าห่มหนาที่แกะบายะนำมาห่มให้ ลิงแบงค์ดึงผ้าผืนนั้นขืนมาห่มตัวจนถึงปลายจมูกของตนจนอุ่น

“อา--- ท้องอิ่มกับผ้าห่มอุ่นแบบนี้สุดยอดจริงๆ ลิงแบงค์เอามือลูบพุงเนินน้อยๆของตัวเองอย่างเพลิดเพลินและหลับลงไปในที่สุด


“ยานอนหลับแรงพิเศษ เพียงแค่ดื่มก็หลับทันที ตราวาฬนอนน้ำลายยืด” กิลยืนอ่านฉลากขวดยาที่วางไว้ในตู้ยา ยาหลายแบบมากมายจัดวางเรียงสวยงามในตู้ และเป็นระเบียบแยกไว้เป็นหมวดหมู่ กิลเอื้อมมือไปหยิบขวดยามาหนึ่งขวดและเดินกลับขึ้นห้องของตนเองทันที

“ไม่หลับให้มันรู้ไป ทั้งอาบน้ำตัวสบาย กินอิ่มสำราญท้อง เตียงเย็นๆจากน้ำ และยานอนหลับแรงพิเศษอีกหนึ่งขวด” กิลส่งเสียงหนักแน่นพร้อมกับแกะเกลียวขวดออก ขวดยาถูกยกกระดกดื่มหมดอย่างรวดเร็วและวางไว้ข้างเตียงทันที “แหวะ ขมชะมัด...แต่รู้สึกได้ถึงพลังของยาจริงๆ โอวววว” วาฬกิลเริ่มรู้สึกคึกคักและตื่นเต้นกับผลของยาที่จะทำให้ตัวเองนอนหลับลงเสียที กิลหลับตาลงและเอนตัวลงนอนทันทีแต่ลุกขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

“ทำไมกินยาแล้วกลับยิ่งคึกตาสว่างกว่าเก่าอะ” ดวงตาของกิลสว่างและแข็งเหมือนจะไม่อยากหลับ เรี่ยวแรงและความคึกคักเริ่มก่อเกิดในร่างกายทั้งที่เคยเหนื่อยและล้าจนไม่อยากจะทำอะไร กิลรีบคว้าขวดยาและมาอ่านฉลากใหม่อีกครั้ง

“ยาปลุกพลังพิเศษ คึกทั้งคืน ตราวาฬคึกตาเหลือก!!!” กิลตาเหลือกตามรูปของฉลากยาทันทีกที่อ่านฉลากยาเสร็จ ยาที่หยิบมานั้นกลับให้ผลฤทธิ์ตรงกันข้ามกับที่กิลต้องการโดยสิ้นเชิง


“ได้กลิ่นอะไรเน่าๆไหมวะ กลิ่นเหมือนปลาเน่าเลยอะ” ทหารเสือดำตัวหนึ่งที่เดินเวรยามหันไปถามเพื่อนที่เดินอยู่ข้างๆ “ได้กลิ่นเหมือนกันว่ะ แต่พวกเราก็ตรวจรอบเมืองไปกี่รอบแล้วก็ไม่เห็นมีอะไรผิดปรกติเลยนะ” ทหารเสือดำที่ถูกถามตอบกลับให้กับเพื่อน

“ดูนั่นสิ ห้องของท่านกิลยังเปิดไฟอยู่เลย ขนาดเหนื่อยจากภารกิจยังไม่ยอมละเลยการฝึกเลยนะเนี่ย หน้านับถือจริงๆ” ทหารเสือดำชี้ไปยังห้องนอนของกิลที่มีชุดเกราะตากอยู่ที่ระเบียงนอกห้อง และภายในห้องนั้นกิลกำลังออกกำลังกายอย่างหนักทุกชนิด ทั้งฝึกการแทงหอก ควงหอก วิดพื้น ซิทอัพ แต่ไม่ใช่เพราะความขยันการฝึกซ้อมอย่างที่ทหารเสือดำเข้าใจ แต่เพราะต้องการเผาผลาญพลังส่วนเกินที่มาจากยา เพื่อที่จะทำให้ตัวเองง่วงและหลับลงไปให้ได้

“ไม่ยอม คืนนี้ก็ต้องนอนให้ได้ ไม่ว่ายังไงก็ต้องนอนให้ได้” กิลที่ซิทอัพกับพื้นจนเหงื่อกาฬแตกท่วมตัวยืนกรานกับตัวเอง แต่พลังในกายนั้นกลับยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับการออกกำลังกายที่หนักของกิลนั้นจะสลายพลังลงไปไม่ทัน โดยหารู้ไม่ว่ายาที่กิลได้ดื่มไปนั้นสามารถผลิตพลังงานออกมาสำหรับทำงานต่อเนื่องได้ถึง12ขั่วโมง และในร่างกายของกิลก็กำลังผลิตออกมาเรื่อยๆจนแทบจะล้นออกมาจากตัว เพราะการใช้พลังไปอย่างมากมหาศาลของกิล จึงทำให้เกิดการแข่งระหว่างยาที่ให้พลังงานกับกิลที่ต้องการผลาญพลังงาน

“พลังที่เปี่ยมล้นแบบนี้ไม่อาวววว จะเอาความง่วง จะนอนนนนน” กิลร้องโวยวายกับตนเองและเพิ่มวามเร็วและความแรงการออกกำลังกายให้มากเพิ่มขึ้นไปอีก อย่างน้อยด้วยความเร็วระดับนี้ก็สามารถผลาญพลังงานไม่ให้เอ่อล้นออกมาได้ ซึ่งกิลสามารถซิทอัพได้วินาทีละครั้งแล้วในตอนนี้ด้วยพลังที่เปี่ยมแทบเอ่อล้นตลอดเวลา


Last edited by fushigidane on Thu Mar 17, 2011 8:16 pm, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 139, 140, 141, 142, 143, 144, 145 ... 204  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki