Last visit was: It is currently Mon Nov 18, 2019 10:43 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 146, 147, 148, 149, 150, 151, 152 ... 204  Next
Author Message
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3(ReWork)
PostPosted: Wed Feb 23, 2011 11:11 pm 
หมาป่า
User avatar

Joined: Mon Jun 28, 2010 9:22 am
Posts: 77
Location: บ้านกิ้งก่า
ส...เสลธ...


โมเอะเกินไปแล้ว!!!!!ヽ(;▽;)ノ!!!!!

_________________
Image
Gallery <<Click!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.4(ReWork)
PostPosted: Fri Mar 04, 2011 12:06 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
เมื่อเหล่าหางทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องได้กลิ่นอาหารอันหอมหวลชวนกิน ทุกตัวต่างรีบพุ่งตรงมายังโต๊ะอาหารและดิ่งไปที่ส่วนอาหารที่ชื่นชอบของแต่ละตับในทัน ยกเว้นแต่ลิงแบงค์ แมวโจ้ และหมาแดงโดรุที่ยังอยู่บนระเบียง เพราะทั้งสองต่างมีเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บหนักแต่อยากให้ลงไปสนุกกับงานเลี้ยง จึงกลับเข้าห้องเพื่อที่จะพาเพื่อนของตนลงมาด้วย เว้นเสียแต่ลิงแบงค์ที่ยืนตัวสั่นอยู่บนชั้นระเบียงเพียงตัวเดียว สายตาเป็นประกายและน้ำลายสอที่ปาก

“กล้วย...” แววตาทั้งสองของลิงแบงค์จ้องตรงไปยังอาหารจานกล้วยที่อยู่ข้างใต้ตนจากระเบียง “กล้วย...ทั้งนั้นเลย” สารพัดอาหารที่ทำจากกล้วยเรียงรายกว่า10จาน มีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ห่างออกไปยังหมวดกลุ่มเครื่องดื่ม

“กล้วยจ๋า------“ ลิงแบงค์ปืนตัวเองขึ้นคานระเบียงและกระโดดทิ้งตัวลงมายังโต๊ะเป้าหมายทันที “เฮ้ย!!!” เหล่าหางทุกตัวต่างร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ร่างของลิงแบงค์ยังคงทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งลำตัวจะสัมผัสภูเขากล้วยแต่ก็หยุดชะงักลง ปีกสีม่วงใสปรากฎขึ้นที่หลังของลิงแบงค์เหมือนอย่างแมวเทลตอนที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับท่านเร็กกุ แกะบายะร่ายเวทลดน้ำหนักตัวใส่ลิงแบงค์ แต่ผลอานุภาพครั้งนี้เหมือนจะมากกว่าปรกติ เพราะสามารถต้านแรงโน้มถ่วงได้จนทำให้ลิงแบงค์ลอยตัวอยู่อย่างนั้น

“ขอบใจจ้าบายะจ๋า รู้ใจลิงจริงๆ” เสียงลิงแบงค์ออกมาอย่างอารมณ์ดีที่ตัวเองหยุดกลางอากาศตรงยอดเนินกองกล้วยหอมอย่างพอดี สองมือของลิงที่โหยกล้วยกำลังเอื้อมควานกล้วยสุดแขนแต่ไม่ถึงเพราะความสูงที่เกินไปโดยไม่สนใจรอบข้าง หารู้ไม่ว่าอันตรายครั้งร้ายแรงที่สุดของลิงตะกละตัวนี้กำลังจะมาเยือน แกะบายะและแกะโอเมะร่วมมือการร่ายบอลพลังงานแสงไว้เหนือหัวจนกลายเป็นบอลแสงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“พี่บายะคะ” แกะโอเมะชูสองมือประคองบอลแสงไว้ขณะที่แกะบายะกำลังเดินถอยออกห่างไปเรื่อยๆ “อุ๊ยๆ” แกะโอเมะยืนเซเพราะพลังงานที่อัดแน่นและขนาดที่ใหญ่กว่าปรกติของบอลแสงทำให้เสียการทรงตัว วาฬวิทชที่เลือกสายตัวเองเป็นสายวาฬเวทTemplarร่ายเวทถ่วงน้ำหนักให้กับโอเมะ เพื่อที่จะได้ใช้น้ำหนักที่มากขึ้นให้ยืนหลักอยู่ “ขอบใจจ๊ะ ว้ายยยย” แกะโอเมะหันมาขอบคุณแต่พลาดท่าจนล้มลงไปเพราะน้ำหนักที่มากขึ้นทันทีทำให้ไม่สามารถควบคุมรางกายได้

“โอเมะ” บายะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะจากที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายวิ่งกลับไปเตะบอลแสงอัดลิงแบงค์ แต่กลับกลายเป็นโอเมะที่หงายหลังล้มลงไปกำลังเตะ “Over Head Kick” ใส่บอลแสงยักษ์นั้น และดูเหมือนจะรุนแรงกว่าที่แกะบายะสามารถทำได้ด้วย บอลแสงที่โดนเตะอย่างรุนแรงพุ่งตรงไปยังลิงแบงค์ด้วยความเร็วสูง จนรูปทรงของบอลนั้นบิดเบี้ยวไปตามแรงเตะนั้น ลิงแบงค์ที่ลอยตัวอยู่เหนือกองกล้วยยังไขว่คว้ากล้วยอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“บา(ยะ)...” ลิงแบงที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนแกะของตนก็โดนกลืนไปกับบอลแสงนั้นและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นในทันที ร่างของลิงแบงค์สะท้อนกระเด้งไปมาอย่างรุนแรงเหมือนการชนของอนุภาพอะตอมก็ไม่ปาน แต่แรงระเบิดนี้ไม่ก่อให้เกิดแรงผลักกระเด็นหรือแรงสะท้อนของการกระแทกแก่สิ่งอื่นแต่อย่างใด มีแต่เพียงเสียงระเบิดที่ดั่งสนั่นแต่ไม่ทำลายหูแม้กระทั่งเหล่าแมวที่มีความสามารถด้านการฟังที่ดีเยี่ยม ร่างของลิงแบงค์ที่สลบกลางอากาศสภาพยับเยินเป็นที่สุด ชุดนอนที่สวมใส่ขาดวิ่นจนแทบจะไม่เหลือเนื้อผ้าบนตัวอีกต่อไป

“ว้ายยยยย” เหล่าหางผู้หญิงต่างร้องออกมาเพราะเห็นสภาพลิงที่แทบจะเหลือแต่ผ้าชั้นในสีแดงสดเพียงแค่ตัวเดียว แม้แต่แกะบายะที่สนิทกับลิงแบงค์มากที่สุดยังต้องปิดตาเพราะความอาย มีแต่เพียงแกะโอเมะที่ล้มลงไปเลยไม่เห็นภาพอันตรายอันนั้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับสายผ้าสีแดงที่ลงมานาบหน้าและช่วงลำตัวของลิงแบงค์ที่ไร้ซึ่งการปกปิดใดๆ

“ก..ก..ก..กรี๊ดดดดดด” แกะโอเมะกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงและกีบแกะที่ถีบเข้าสัมผัสที่อ่อนนุ่มของเนื้อลิงแบงค์ยังแรงจนพุ่งขึ้นฟ้าทะลุกระจกออกไปเหมือนดั่งจรวดทันที


ทางด้านแมวโจ้กับหมาแดงโดรุที่แยกย้ายกันไปต่างชวนเพื่อนของตนที่บาดเจ็บให้มาร่วมสนุกด้วย แม้จะรู้ว่าเพื่อนของตนบาดเจ็บหนักและสมควรที่จะได้รับการพักผ่อน แต่งานรื่นเริงที่สนุกแบบนี้ยากที่จะหาโอกาสได้ร่วม จึงไม่อยากให้เพื่อนพลาดโอกาสนี้ไป แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากเทพอเคเชียที่อยากให้เหล่าหางที่บาดเจ็บได้พักผ่อนฟื้นตัว แต่หางบาดเจ็บทั้งสองต่างยอมฝืนร่างกายของตน

"ขอบคุณค่ะ/ครับ แต่พวกหนู/ผม อยากสนุกกับเพื่อนๆมากกว่าน่ะค่ะ/ครับ" คำตอบของเหล่าหางที่บาดเจ็บหนักตอบให้กับเทพแห่งแสง เทพอเคเชียได้ยินเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ทันที จึงร่ายเวทลดน้ำหนักระดับสูงให้กับแมวเทล เพื่อไม่ให้ร่างกายที่กระดูกหักทั้งร่างต้องรองรับน้ำหนักของตัวเอง สำหรับหมาฟ้าอากุที่เป็นแผลฉกัญที่ลำตัวด้านหน้า เทพอเคเชียได้แนะนำให้นั่งรถเข็นเหมือนกับแมวเทล เพื่อการเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุด แมวโจ้และโดรุต่างค่อยๆประคองร่างเพื่อนร่วมเผ่าให้ขึ้นนั่งรถเข็นเพื่อจะได้ร่วมงานได้

“ขอบคุณมากครับ/ค่ะ ท่านอเคเชีย” เสียงกล่าวขอบคุณของหางทั้งสี่กล่าวให้กับเทพอเคเชีย “ขอให้สนุกกับงานเลี้ยงนะ ถ้าเกิดอาการบาดเจ็บอะไรขอให้ตั้งจิตถึงเราทันทีนะ เพราะเรายังเป็นห่วงและกังวลกับอาการบาดเจ็บอยู่ แต่เราก็ไม่อยากที่จะอยู่รบกวนความสนุกของพวกเธอด้วย ยังไงก็ขอให้สนุกกันนะ” เทพอเคเชียกล่าวลาและห้วงเสียงของท่านก็หายไปพร้อมกับร่างจำลองที่ส่งมาถามแก่หางที่บาดเจ็บ จากนั้นทั้งหมาป่าและแมวก็เข็นรถเข็นเพื่อนตนเองออกจากห้องออกมา และมาหยุดที่บันไดทางลงเพราะไม่สามารถเข็นรถเข็นลงมาได้

“เอ่อ...”แมวโจ้และหมาแดงโดรุที่อยู่คนละฟากของบันไดมองหน้ากันเพราะต่างคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไร โดยเฉพาะแมวเทลที่ร่างกายบาดเจ็บสาหัสที่สุด กวิ้นนัทที่เป็นนักเวทสายน้ำแข็งเกิดความคิดดีๆจึงร่ายเวทน้ำแข็งให้บันได้ถูกเคลือบเป็นทางเนิน เพื่อสะดวกต่อการเข็นลงเนิน

“ค่อยๆเข็นลงมานะ น้ำแข็งมันลื่น” กวิ้นนัทร้องเตือนซึ่งแมวโจ้ค่อยๆเข็นรถเข็นลงมาอย่างช้าๆอย่างระมัดระวัง แต่ทางด้านหมาป่ากลับกลายเป็นโดรุกำลังสนุกเพราะกำลังไถลดันรถเข็นของอากุด้วยความเร็วสูง และตีโค้งที่พักบัไดกลางลงสู้พื้นชั้นที่หนึ่งอย่างน่าหวาดเสียว

"หลีกทางหน่อยเพ่ หลีกทางหน่อย" โดรุแกล้งทำเป็นร้องโวยวายให้หลีกทางให้เหล่าหางนั่งรถเข็น "เล่นอะไรฟระโดรุ หมาเจ็บนะเว้ย ไม่ใช่วัตถุอันตราย" อากุโวยวายออกมาเพราะกำลังถูกแกล้งจากเพื่อนตน "อันตรายเสะ ก็แผลทั้งตัว อีกตัวก็นุ่มนิ่มจัง อย่างนี้จะเรียกว่าไม่อันตรายได้ยังไงล่ะ" โดรุตอบพลางเข็นรถเข็นเลี้ยวไปมาให้อากุหวาดเสียวเล่น โดยเหล่าหางต่างๆต่างหลบให้กับวิถีรถเข็นของโดรุเพราะกลัวจะเป็นอันตรายทั้งกับตนเองและหมาฟ้าที่นั่งอยู่

"แต่ตรูกำลังตกอยู่ในอันตรายยยยยยย" อากุร้องออกมาและจับที่ท้าวแขนรถแขนแน่นเพราะกลัวจะตกลงไปเจ็บกว่าเก่า "อ่าๆ หยุดและๆ ขอโทษน้า---อากุ" โดรุหยุดเข็นความเร็วสูงทันทีจนตัวอากุแทบจะกระเด็นพุ่งออกมาจากรถเข็น "คิดจะฆ่ารึไงวะแก ถ้าตรูตายจะทำไงฟระ" อากุโวยวายลั่นจนทำให้งานเลี้ยงจากที่ครึกครื้นสนุกสนานเงียบลงทันที เหล่าหางทั้งหมดต่างมองมาทางคู่ที่ทะเลาะกันอยู่ โดรุนิ่งเงียบและหูตกทันที

"แค่อยากให้อากุสนุกบ้างเท่านั้นเอง เห็นนั่งนิ่งๆกลัวจะเบื่อ" โดรุบอกความจริงที่หวังดีให้กับเพื่อน แต่ความหวังดีที่โดรุมอบให้กลับเป็นการสร้างความโกรธเคืองให้กับอากุแทน "ก็รู้อยู่นี่ว่าเจ็บแบบนี้แล้วยังจะแกล้งอีกหรอแก" อากุยังคงต่อว่ากลับโดรุซึ่งนิ่งเงียบรับความผิด

"พี่อากุ พี่โดรุเขาหูตกจนจะ แทรกไปในหัวแล้ว ยกโทษให้พี่เค้านะพี่" หมาแดงเรนาเข้ามาช่วยเจรจาสงบศึกให้กับสองรุ่นพี่ของหมาป่า อากุยืนนิงคิดอยู่ตัวเดียวและถอนหายใจออกมา "รอดไปนะแก วันนี้เห็นเป็นวันดี" เสียงของอากุทำให้หูของโดรุตั้งได้ขึ้นมาทันที

"อากุ..." โดรุพูดออกมาอย่างดีใจและเข้าไปกอดหัวของอากุทันที "อากุใจดีที่สุดเลยยย" เสียงร้องอย่างอารมณ์ดีของอากุออกมาจากใบหน้ารอยยิ้มของหมาแดงภายใต้ใบหน้าอึดอัดทรมานของหมาฟ้าอากุเพราะหายใจไม่ออก


ทางด้านของคู่ของแมวที่ใช้เวลามากในการค่อยๆเข็นรถเข็นเพื่อความปลอดภัยได้ลงมาถึงที่ชั้นแรกแล้วอย่างปลอดภัย "ไปกันเถอะเทล" แมวโจ้เข็นรถเข็นไปยังทางอื่นขณะที่เห็นคู่หมาป่ากำลังแกล้งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แมวทั้งสองตัวต่างเดินตรงไปยังซุ้มอาหารที่เน้นจำพวกปลาทันที

"เทลอยากกินอะไรมั้ย" แมวโจ้ถามแมวที่บาดเจ็บอย่างอ่อนโยน "อยากกินปลาเผาอะโจ้" แมวเทลอ้อนแมวโจ้ได้เพราะคาถาลดน้ำหนักของท่านอเคเชียช่วยลดน้ำหนักได้มาก เทลแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของตัวเองเหมือนกำลังจะลอยได้อยู่ตลอดเวลา เป็นประสบการณสัมผัสที่เทลไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตทำให้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"จ้า แม่แมวเปื่อย" โจ้แซวเพื่อนของตนก่อนที่จะเดินไปตักอาหารใส่จานมาให้ โจ้พยายามเลือกปลาเนื้ออ่อนให้กับเทลเพราะเป็นเนื้อปลาที่เทลชอบมากที่สุด โจ้เลือกตักปลาเนื้ออ่อนมามากมายใส่จานจนเป็นกองใหญ่ น้ำซอสน้ำราดชนิดต่างๆต่างรวมเป็นน้ำปริศนาที่น่าสะพรึงนองอยู่ที่ก้นจาน

"มาแล้วจ้าเทล" แมวโจ้เดินมาหาพร้อมกับฝันร้ายของแมวโจ้ที่ทั้งคู่ยังคงไม่รู้ตัว "อ้าปากนะ อ้ามมม" โจ้ป้อนเนื้อปลาชิ้นแรกให้กับแมวโจ้ที่อ้าปากรออยู่และงับชิ้นปลาเบาๆ "เป็นไงบ้าง" โจ้ถามขณะรอเทลเคี้ยวปลาอย่างช้าและกลืนลงไป "สงสัยไม่มีน้ำราดเลยจืดไปหน่อยน่ะโจ้ รอบนี้ขอน้ำชุ่มๆเลยน้า" เทลยังอ้อนเพื่อนของตนเพื่อรอชิ้นคำแห่งฝันร้าย ชิ้นปลากำลังจุ่มลงไปอย่างช้าๆและคลุกเคล้าจนเนื้อชิ้นนั้นชุ่มฉ่ำ และกำลังที่เข้าปากแมวผู้เคราะห์ร้ายช้าๆพร่อมกับการปิดปากลงไปของแมวตัวนั้น

"อร่อยมั้ยเทล" หางของแมวเทลตั้งพองขึ้นมาในทันทีและนิ่งเงียบตาพองโต "อ..อร่อยขนาดนั้นเลยหรอเทล" แมวโจ้ตกใจกับหางของเทลที่ตั้งพองอย่างน่าตกใจ เพราะขนาดหางนั้นแทบจะใหญ่เทียบเท่าหมอนข้างของตน "อื้อๆ" แมวเทลส่ายหน้าไปมาและน้ำตาคลอเบ้ากับรสชาติพิศวงที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้

"อร่อยจนพูดไม่ถูกเลยหรอเทล" โจ้ถามอย่างตื่นเต้นซึ่งแมวเทลยังคงส่่ายหน้าตอบกลับ "จริงๆอะ งั้นโจ้ป้อนเทลเยอะๆเลยนะ" แมวโจ้จับจานมั่นและจิ้มชิ้นปลาทั้งหมดเป็นแท่งและคลุกเคล้าน้ำราดจนท่วม "อะ ชิ้นใหญ่พิเศษนี้เพื่อเทลโดยเฉพาะเลย" โจ้ยิ้มอย่างเป็นสุขและยื่นชิ้นปลามรณะที่ปากเทล แมวเทลที่พยายามกลืนชิ้นมรณะชิ้นแรกลงไปได้จนสำเร็จเจอกับชิ้นที่สองในทันที

"มะ อุฟ" เพียงแค่เทลจะขยับปากเพื่อไม่ขอรับชิ้นปลาชิ้นต่อไป ก้อนปลาชุ่มน้ำราดขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าปากของเทลเต็มคำ "กินให้อร่อยนะเทล" แมวโจ้บอกอย่างอารมณ์ดีให้กับแมวเทลที่เสมือนตกนรกแห่งรสชาติพิศวงทั้งเป็น


“พี่วีๆ” เหล่ากิ้งก่ารุ่นน้องต่างมารุมตอมวี ดาเนะ และเสลธที่กำลังเกาะแขนดาเนะไม่ห่างไปไหน “เย้ พี่วีพาเพื่อนมาด้วยล่ะ” “พี่วี นี่ใช่เพื่อนพี่วีที่ใช้ความสามารถSlayerใช่ปะ” หลากหลายคำถามต่างรุมถามเข้ามาจนทำให้วีหัวหมุนตอบแทบไม่ทัน ส่วนเสลธจากที่เคยเป็นกิ้งก่าสีดำได้เปลี่ยนเป็นกิ้งก่าสีเทาไปแล้ว และยิ่งเกาะรัดแขนดาเนะมากขึ้นจนตัวของเสลธแทบจะรวมไปกับดาเนะแล้ว เพราะช่วงลำตัวของเสลธแนบติดกับหลังและแขนของดาเนะแน่นมากจนขยับลำบาก

“พี่วี เพื่อนพี่วีชื่ออะไรอะ” เสียงก่าราเฟซถามขึ้นมาเพราะยังไม่รู้จักชื่อดี “พี่ชื่อดาเนะนะ ส่วนเพื่อนพี่ชื่อเสลธ” ดาเนะแนะนำตัวเองและแนะเสลธให้รู้จักด้วย แม้ดาเนะจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ตอบคำถามให้ “พี่ดาเนะ สอนการใช้ท่าสายSlayerให้หน่อยนะครับ นะๆ” เหล่ากิ้งก่าที่อยากเรียนรู้ท่าของสายSlayerต่างรุมเร้าที่ดาเนะจนวีต้องรีบห้ามทันที

“เดี๋ยวๆ ให้เพื่อนข้าพเจ้าได้พักก่อนนะ เสลธตัวซีดเผือดไปแล้วเห็นมั้ย” วีรีบเข้าไปปัดห้ามและดึงตัวเหล่ารุ่นน้องให้ถอยห่างออกมา เพราะเสลธถึงขีดจำกัดของความอดทนจนสติหลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว


“ดาเนะ...ช่วยเสลธด้วยยยยยยย”


Last edited by fushigidane on Wed Mar 30, 2011 1:48 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3(ReWork)
PostPosted: Fri Mar 04, 2011 12:09 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
Reworkใหม่อีกแล้ว แต่มันก็คือจับเอาของเก่าและเพิ่มเนื้อหาให้มันขึ้นถึง2หน้ากระดาษเท่านั้นเอง แต่อันนี้ไปถึง3หน้ากระดาษซะอย่างนั้น และเป็นตอนที่ก่อกำเนิด "แกะกีบยักษ์โอเมะด้วย"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.4(ReWork)
PostPosted: Fri Mar 04, 2011 2:51 pm 
เทพลม
User avatar

Joined: Wed Sep 30, 2009 12:27 pm
Posts: 364
Location: Unidentified
สมแล้วที่เป็นดาเนะ
"กีบแกะทรงพลัง!!!"

/me ปวดหัวอ่า นอนดีก่า -3-

_________________
เมอซี่...อาจจะอยู่คนเดียวมากเกินไปจริงๆก็ได้นะ...
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5
PostPosted: Mon Mar 07, 2011 7:06 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
ท่ามกลางงานเลี้ยงรื่นเริงที่สนุกสนาน เหล่าหางต่างๆต่างสนุกกับการกินดื่มกับสิ่งที่ตัวเองชอบ อาหารทุกจานล้วนแล้วแต่มีรสโอชาแสนอร่อย เครื่องดื่มที่เย็นสดชื่นฟื้นความเหนื่อย ของหวานรสกลมกล่อมยากที่จะลืมรสได้ และยังมีอาหารจานพิเศษตามสั่งของวาฬกุ๊กจามอน ที่รับทำอาหารตามคำสั่งทุกอย่างให้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด เหล่าหางบางส่วนก็เลือกที่จะกินอาหารตามสั่ง เพราะอาหารของจามอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของเมืองแห่งแสงเป็นอันดับต้นๆ

“ฮ่าๆๆ สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง” เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของจามอนดังออกมาควบคู่ไปกับเสียงตีไข่ในชาม เพื่อที่จะทำไข่เจียวฟินิกส์สูตรพิเศษที่วาฬวิทชสั่งไว้

“ลุง ผมขอเครื่องทรงเครื่องเลยนะลุง จัดเยอะๆเลยนะ ผมหิวมาก” เสียงวาฬวิทชสั่งอาหารออกมาด้วยอารมณ์โหยของอาหารที่ไม่ใช่เพราะความหิว แต่เป็นเสียงของขณะปรุงอาหารและกลิ่นนำมันเจียวที่หอมหวน เหล่าหางต่างๆที่รอต่อคิวต่างยืนน้ำลายยืดกับสิ่งเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้า

“จงอร่อยๆ” ขณะที่วาฬจามอนทำอาหารก็ท่องมนต์เพิ่มความอร่อย อันเป็นสูตรส่วนตัวของจามอนที่เชื่อว่าการทำอาหารด้วยใจนั้นจะทำให้อร่อยยิ่งขึ้น และการใส่ความตั้งใจจะยิ่งเพิ่มรสความอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก “ไข่เจียวทรงเครื่องพิเศษได้แล้ว” จามอนกระดกกระทะขึ้นให้ไข่ลอยขึ้นไปบนฟ้าและโค้งตกลงบนจานของอโคล่า ผู้ช่วยของจาม่อนที่เป็นสาวเสริฟและรับรายการอาหารให้แก่จามอน ไข่เจียวใบยักษ์ตกลงบนจานอย่างแม่นยำและยื่นให้กับวาฬวิทชทันที

“ได้แล้วค่า ไข่เจียวทรงเครื่อง จานต่อไปแซนวิชเนยถั่วค่า” อโคล่าเสริฟอาหารให้กับวาฬวิทชและบอกรายการอาหารต่อไปให้กับวาฬจาม่อน และเดินกลับไปที่โต๊ะเตรียมอาหารเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆของรายการอาหารที่ได้รับ เพื่อที่จาม่อนจะได้เตรียมทำอาหารได้อย่างรวดเร็ว วาฬวิทชที่ได้รับจานอาหารแล้วก็เดินออกไปทันทีโดยไม่ได้กล่าวขอบคุร เพราะทางครัวดูวุ่นวายมากจนไม่ทันที่จะอยู่รอคำขอบคุณ

“อา------“ วาฬวิทชสูตรหายใจเอากลิ่นหอมของอาหารเข้าจมูกจนเต็มปอด ความสุขแห่งการจินตนาการได้กำเนิดและไหลแล่นในหัวของวาฬวิทชขณะค่อยๆเดินไปหาที่กินที่ตัวเองชอบ ซึ่งหยุดที่ใต้ระเบียงแห่งหนึ่งที่มีโหลน้ำสีต่างๆให้เลือกสรรค์ วิทชเลือกไม่ถูกว่าจะตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนจึงมานั่งทานตรงนี้ เพื่อที่จะได้ใช้เวลาระหว่างที่กินไข่เจียวเลือกน้ำไปพลางๆด้วย

“เอาล่ะ” วทิชมองมายังไข่บนจานของตนอย่างตั้งใจ โดยในมือถือทั้งช้อนและส้อมเตรียมที่จะทาน “ทานล่ะนะ ขากกกกกกกก” วาฬวิทชที่เริ่มจะลงมือทานได้ยินเสียงประหลาดชวนสยดสยองดังขึ้นมาจากทิศทางเหนือตนเอง วิทชรีบเงยหน้าขึ้นไปมองในทันทีด้วยความตกใจแต่ไม่พบอะไรนอกจากใต้ระเบียงที่ตัวเองนั่งอยู่

“เสียงอะไรน่ะ...” วาฬวิทชยังคงมองอยู่สักพักก่อนที่จะก้มลงมาหั่นไข่ตนเองและจิ้มเตรียมเข้าปาก น้ำลายของวาฬวิทชหยดออกมาจากริมปากของตนเองแต่ไหลย้อนย้อนกลับในทันที” ซู้ดดดด อึก ทานล่ะนะ””ขากกกกกกกก” เสียงสยองดังขึ้นมาจากเหนือหัวของวิทชอีกครั้งจนลุกขึ้นพรวดในทันที

“วิทช เป็นอะไรไปน่ะ” ตุ่นพีชที่กำลังสนุกกับเพื่อนตุ่นอยู่หันมาถามเพื่อนวาฬที่ท่าทีแปลกๆออกไป “วิทช เป็นอะไรน่ะ” พีชถามด้วยความสงสัยกับท่าทางที่หวาดกลัวของวิทชจนตัวสั่น

“ผ...ผ...ผ...” วิทชพูดอะไรไม่ถูกแต่ยังคงพยายามที่จะขยับมือที่ถือช้อนไข่ตัวเองเข้าปากจนสำเร็จ “ผะอะไรของวิทชอะ ไม่รู้เรื่อง” บุ๊คเข้ามาเสริมอีกตัวขณะเดินดื่มเครื่องดื่มในมือของตน “อืมมม อร่อยยยย------” หน้าของวิทชหลังได้ทานไข่ของตนแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเหมือนเด็ก หน้าตาที่เป็นประกายยามหลับและมุมยิ้มอย่างมีความสุขของรสชาติอาหารที่ตัวเองได้ทานเข้าไป

“วิทชนี่ท่าจะบ้า เมื่อกี้ยังกลัวๆอะไรอยู่ จู่ๆยิ่มร่า” “ขากกกกกกกกกก” เสียงของตุ่นเคเนดี้บ่นออกมาแต่ถูกแทรกด้วยเสียงปริศนาในทันที “ตุ่น3ตัวและวาฬวิทชสะดุ้งเฮือกจนตุ่นทั้ง3กอดกันแน่นทันที “ส ส ส เสียงนี้ล่ะ” วาฬวิทชบอกให้กับเหล่าตุ่นทั้งสามให้ฟังซึ่งมีแต่เพียงพีชเท่านั้นที่ดูจะไม่ค่อยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก

“เสียงมาจากข้างบน เราขึ้นไปดูกันเถอะ” ตุ่นพีชเสนอความคิดของตนออกมาแต่ได้รับการส่ายหน้าของเหล่าหางทุกตัวกลับ “พ..พ..พีช เราว่าเราไปบอกรุ่นพี่เถอะว่าท...ท...ที่นี่มี...” “ขากกกกกกกกกก” เหล่าหางทั้งหลายต่างหน้าซีดเผือดในทันทีที่ได้ยินเสียงอีกครั้ง จนเหล่าหางที่อยู่ระแวกนั้นรวมทั้งรุ่นพี่อย่างเพนกวิ้นจอมเวทสังเกตุถึงความผิดปรกติ “เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีดกันอย่างเนี่ย” กวิ้นเจ็ทเดินเข้ามมาถามโดยเดินจากกวิ้นนัทออกมา

“พ...พ...พี่เจ็ท...ผ...ผ...ผีอยู่ข้างบน” วาฬวิทชยังคนทานไข่เจียวของตนและเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง “หา!?” กวิ้นเจ็ทไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ตลอดที่เวลาที่ตัวเองพักอาศัยที่แห่งนี้มาตลอดไม่เคยเจอในสิ่งที่เรียกว่า“ผี”มาตั้งแต่เกิดมา “เอ่อ วิทชสินะ คิดไปเองรึเปล่า พี่อยู่ที่นี่มาตลอดยังไม่เคยได้ยินได้เห็นกับเรื่องพวกนี้เลยนะ” กวิ้นเจ็ทตอบกลับซึ่งเหล่าตุ่นต่างส่ายหน้าไปมา

“จ...จริงๆนะพี่ ม มีเสียงดัง ขากกกกกกก/ขากกกกกกก” เสียงทับซ้อนของตุ่นและเสียงประหลาดดังขึ้นจนกวิ้นเจ็ทสะดุ้งในทันที “ม...ม....มาแล้วพี่-----“ เหล่ารุ่นน้องร้องเสียงหลงและวิ่งมากอดกวิ้นเจ็ทในทันที “เดี๋ยวๆใจเย็นๆ” กวิ้นเจ็ทร้องห้ามเพราะโดนเหล่ารุ่นน้องโถมเข้าใส่จนจะล้ม

“ผีมันไม่มีจริงในโลกหรอก พลังวิญญาณที่นี่ก็มีแต่พลังวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นพลังงานธาตุต่างๆนะ พวกเหล่าธาตุดิน น้ำแข็ง ลม ไฟ ที่เผ่าแต่ละเผ่าใช้กันอะ ไม่มีพลังวิญญาณรูปแบบวิญญาณสิ่งมีชีวิตหรอกนะ” กวิ้นเจ็ทพยายามอธิบายความจริงเกี่ยวกับพลังให้รู้ เพราะด้วยความที่เป็นผู้ทีใช้พลังงานธาตุจึงรู้ในสิ่งเหล่านี้ดี

“ล ล แล้วไอเสียงนั่นอะพี่” ตุ่นพีชที่ไม่กลัวตอนนี้เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นนี้ “เจ็ทๆ เห็นกิลบ้างมั้ยอะ ป่านนี้ยังไม่เห็นตัวเลย ปรกติถ้าเป็นอะไรเกี่ยวกับท่านอเคเชียจะต้องรีบมาแทบจะในทันทีนี่นา” กวิ้นนัทที่มองหาวาฬกิลไม่เจอจึงถามเพื่อนของตนที่โดนรุมตอมอยู่ใกล้ๆ

“ใช่แล้ว นั้นต้องเสียงนอนกรนของกิลแน่ๆ” กวิ้นเจ็ทที่รู้ถึงคำตอบร้องออกมาทันที “เหล่ารุ่นน้องที่ได้ยินคำตอบแม้จะไม่รู้ความหมาย แต่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ใช่ผีต่างถอนหายใจโล่งอกออกมา “ตรงนั้นน่ะ เป็นบริเวณห้องนอนของกิลพอดี ซึ่งห้องนั้นของกิลก็อยู่บนนั้นล่ะ ที่จะได้ยินเสียงกรนก็ไม่น่าจะแปลกสักเท่าไรล่ะนะ” กวิ้นเจ็ทตอบให้กับรุ่นน้องพร้อมกับพยายามแกะเหล่าตุ่นออกจากตัว เหล่ารุ่นน้องที่โล่งออกแล้วค่อยๆปล่อยตัวกวิ้นเจ็ทออกจนอิสระอีกครั้ง

“เดี๋ยวพี่จะไปปลุกพี่กิล ใครจะไปดูห้องนอนหัวหน้าหน่วยอัลฟ่าบ้าง” กวิ้นเจ็ทเสนอทัศนศึกษาให้กับเหล่ารุ่นน้อง ซึ่งเหล่ารุ่นน้องต่างตอบรับในทันทีด้วยความสนใจ “ไปพี่ๆ อยากเห็นห้องนอนพี่กิลด์ว่าเป็นยังไง ต้องสวยงามโอ่อ่าแน่ๆเลย” วาฬวิทชที่เป็นรุ่นน้องของกิลด์ตื่นเต้นกับการเยี่ยมชมห้องนอนเป็นอย่างมาก

“นัทๆ ช่วยเจ็ทหน่อยสิ เจ็ทตัวเดียวปลุกไม่ตื่นแน่ๆเลย” กวิ้นเจ็ทหันไปถามกวิ้นนัทซึ่งตกลงที่จะช่วยเหลือ กลุ่มหางตัวเตี้ยและวาฬหนึ่งต่างเดินขึ้นบันไดไปยังระเบียงชั้นที่สอง โดยเป้าหมายปลายทางคือห้องนอนของวาฬกิล “ขากกกกกกก” เหล่าหางที่เดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนแล้วได้ยินเสียงกรนดังสนั่นออกมา

“โห พี่กิลนอนกรนดังขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” วาฬวิทชถามขึ้นมาซึ่งไม่แล้วซึ่งความกลัวเมื่อรู้ถึงความจริงของเสียง “ปรกติก็ไม่ดังขนาดนี้นะ สงสัยเพราะเหนื่อยล่ะมั้งเลยหลับสนิทแถมกรนออกมาด้วย ฮึบ” กวิ้นนัทอธิบายให้ฟังขณะบิดลูกบิดที่อยู่สูงกว่าจนต้องกระโดดเพื่อจะเปิดประตู

“ไม่ไหวแหะ ล็อคอะ””ขากกกกกกกกกก” เสียงกรนดังสนั่นออกมาจากภายในห้องแทบจะกลบเสียงที่สนทนากันทันที “...จะตะโกนเรียกก็ไม่ตื่นแหงๆ” กวิ้นเจ็ทที่คิดจะตะโกนเรียกแต้ต้องยกเลิกในทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับออกมา “พีชทำอะไรน่ะ” สองเพื่อนตุ่นถามขึ้นมาพร้อมกันเมื่อเห็นพืชก้มตัวลงไปทำอะไรบางอย่างกับพื้น “หึๆๆๆๆ” ตุ่นพีชหัวเราะหึๆออกมาพร้อมกับเดินตรงไปที่ประตูและกระโดดขึ้นไปแปะอะไรบางอย่าง

“เฮ้ย!!!” เหล่าหางทั้งหมดต่างร้องออกมาเพราะสิ่งนั้นคือกับระเบิดขนาดเล็กที่ติดบนประตู “ไม่ต้องห่วง แค่แรงระเบิดเบาๆเท่านั้นล่ะ” ตุ่นพีชอธิบายออกมาให้ฟังพร้อมกับถือก้อนหินเล็กๆในมือโยนเล่น “พีชอย่านะ พี่กิลรู้เข้าพี่กิลโกรธแน่” วาฬวิทชร้องห้ามแต่ก็เกิดเสียงระเบิดประทุเบาๆออกมาจากก้อนหินที่พีชเขวี้ยงไปที่กับระเบิด ลูกบิดประตูร่วงหล่นลงมาทันที “เห็นมะ แค่ระเบิดเบาๆ!!!” เพียงสิ้นเสียงของตุ่นพืชเท่านั้น เหล่าหางทุกตัวต่างดมจมูกขึ้นมา

“ก กลิ่นอะไรน่ะ…กิลด์!!!” กวิ้นเจ็ทระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงผลักประตูออกไปจนอ้าออก สีหน้าของทุกตัวบิดเบี้ยวเหมือนโดนวางยาพิษพร้อมกับมือที่อุดปากของตัวเองไว้ กลิ่นเหม็นอับคล้ายกับปลาเน่าลอยออกมาจากบานประตูที่เปิดออก เหล่าตุ่นที่ได้รับกลิ้นนั้นเข้าไปอย่างเต็มปอดล้มสลบไปในทันที กวิ้นเจ็ทที่ผลักประตูเข้าไปเต็มแรงนั้นสลบไปก่อนเพื่อนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ล้มเพราะออกแรงผลัก เหลือแต่กวิ้นนัทที่เอาหมวกขนสัตว์ที่หนาอุดจมูกไว้จึงไม่ได้รับกลิ่นเข้าไปเต็มที่แต่ภาพที่เห็นก็แทบจะชวนให้กวิ้นตัวนี้แทบจะอาเจียนได้ในทันทีเหมือนกัน

เพราะภาพของวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่นอนอยู่บนเตียงที่ขาวสะอาด แต่นอนในสภาพกึ่งก้าผ้าที่มีแต่ผ้าขาวพันไว้เป็นเหมือนดั่งกางเกงใน สีผิวตัวที่เป็นมันประกายไม่ใช่เพราะครีมบำรุงหรืออะไร แต่เป็นเหงื่อไคลที่อาบท่วมวาฬตัวนั้นจนขึ้นมันเป็นประกาย และกลิ่นเหม็นเหงื่อที่สุดจะทนเหมือนดั่งปลาเน่าที่ลอดไหลผ่านหมวกหนาของกวิ้นเจ็ท และเสียงกรนดังขากที่ดังสนั่นหั่วไหวของวาฬที่นอนอยู่ กวิ้นนัทที่รับรู้ถึงความสยดสยองของกลิ้นนี้จึงรีบไปปิดประตูและร่ายเวทน้ำแข็งอุดรูกลอนประตูทันที เพื่อไม่ให้กลิ้นนั้นลอยลงไปยังพื้นที่จัดงานเลี้ยงได้ จากนั้นจึงรีบตรงไปยังเตียงของกิลในทันที

“กิล ตื่นสิ ตื่นๆ” กวิ้นนัทเรียกไม้เท้าของตัวเองมาเขี่ยวาฬกิลเพราะรู้สึกรังเกียจกับสภาพของกิลที่ท่วมเหลื่อ แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถปลุกให้ตื่นได้ มีแต่เพียงเสียงกรนตอบรับกลับมาเท่านั้น กวิ้นนัทคิดวิธีการได้จึงสูดหายใจเต็มปอดผ่านหมวกและโยนหมวกนั้นทิ้งไป

ไม้เท้ารูปไม้ฮอกกี้ถูกสอดเข้าไปยังใต้ตัวของกิลโดยที่กวิ้นนัทพยายามงัดให้กิลด์กลิ้งตกจากเตียง แต่เพราะน้ำหนักที่มากกับแรงน้อยของเหล่าเพนกวิ้นจึงไม่สามารถขยับร่างของกิลด์ได้แม้แต่น้อย นัทจึงลงจากเตียงและลอยตัวขึ้นมาเพื่อจะร่ายเวทลมหมุนออกมา เพื่อจะให้ลมนั้นช่วยช้อนร่างของกิลให้ลอยขึ้นมาแล้วให้ตกจากเตียง “อึ อือ” แต่เพียงเริ่มร่ายเวทเท่านั้นกิลด์ก็พึมพำกับตัวเองเบาๆและกลิ้งตัวเองตรงมายังกวิ้นนัททันที

“แกว๊กกกกกกก” เสียงร้องในใจด้วยความกลัวของนัทก้องอยู่ภายในร่างพร้อมกับการถูกทับจากวาฬกิลด้วยเสียงที่ดังแฟร่บ เสียงสัมผัสของหยาดเหงื่อที่เคลือบผิวของวาฬจนขึ้นมันกับเพนกวิ้นเคราะห์ร้ายที่อยู่ใต้ร่างของวาฬตัวนี้

“อืออ.....ขากกกกกกกกกกกกก” วาฬกิลแม้จะหล่นจากเตียงมาแต่ก็ยังคงสามารถหลับต่อได้อย่างสนิทเพราะความเหนื่อย


ทางด้านเหล่ากิ้งก่าที่ก็กำลังกินเลี้ยงอย่างสนุกสนานเช่นกัน เสลธที่หวาดกลัวกับงานสังคมเริ่มค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับงานได้บ้าง งานสังคมไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเกินกว่าที่คิดสำหรับเสลธ กลับเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ที่เสลธยังไม่รู้ว่าจะปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างไร แต่ยังคงเกาะแขนดาเนะไว้แน่นไม่ห่างไปไหน

“เป็นยังไงบ้างเสลธ” ดาเนะยังคงเป็นห่วงเพื่อนของตนอยู่เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังให้เสลธฝืนกับสิ่งที่เสลธไม่ชอบและกลัว “...พอไหว” เสลธตอบสั้นๆเพราะใจยังเต้นระรัวเพราะความกลัวอยู่ แต่จากที่เคยเป็นกิ้งก่าสีเท่าเริ่มกลับมามีสีดำอีกครั้ง “เสลธ ดาเนะขอตัวก่อนได้ไหมอะ ดาเนะ...จ จะทนไม่ไหวแล้ว” ดาเนะหางสั่นไปมาและตัวเริ่มสั่นด้วย แต่เสลธที่ได้ยินแล้วยิ่งเกาะรัดแขนดาเนะแน่นมากยิ่งกว่าปรกติ

“ไม่นะดาเนะ อย่าทิ้งเสลธไว้นะ” เสลธเริ่มงอแงออกมาแต่เพราะดาเนะกับเสลธที่ขอตัวปลีกแยกออกมาก่อนจึงไม่มีใครเห็น เพราะดาเนะอยากให้เสลธค่อยๆปรับสภาพตัวเองให้ชินทีกับงานสังคม “ส เสลธ ด ดาเนะจะไม่ไหวจริงๆแล้วนะ” ดาเนะเสียงสั่นและตัวเริ่มอ่อนแรงลงเพราะขาที่เริ่มสั่นไปมา

“ไม่เอานะดาเนะ ถ้าดาเนะไปไหนให้เสลธไปด้วยนะดาเนะ” เสลธยังคงงอแงอยู่ “ไม่ได้นะเสลธ ดาเนะอายนะเสลธ ดาเนะไปแป๊ปเดียวจริงๆนะเสลธ” ดาเนะขอร้องเสลธพลางบิดขาและหางไปมา ของเหลวภายในร่างกายที่ถึงขีดจำกัดการรองรับของร่างกาย และจำเป็นต้องปลดปล่อยออกในสถานที่ๆเรียกว่าห้องน้ำซึ่งอยู่ข้างๆดาเนะนั่นเอง ยิ่งดาเนะรู้ว่าห้องน้ำอยู่ใกล้เพียงใด ความรู้สึกที่อยากปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งมากขึ้นจนเกือบถึงจุดระเบิดที่ดาเนะจะทนได้

“ไม่นะดาเนะ พวกเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กไม่ต้องอายหรอกดาเนะ” เสลธอ้างด้วยเหตุผลข้างๆคูๆเพราะไม่อยากให้ดาเนะแยกจากตนไปให้อยู่ตัวเดียวลำพัง

“เสลธ ดาเนะขอร้องงงงง มันจะออกมาแล้วเสลธธธธธธธ”


Last edited by fushigidane on Wed Mar 30, 2011 1:51 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5
PostPosted: Mon Mar 07, 2011 8:50 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
อ่านจนถึง 5.2 แล้วคร้าบ ตอนนี้ ^ ^

สนุกมากๆ โดยเฉพาะตอนที่มีฉากกอดหาง :lol:
(แอบหน้าแดง ตอนอ่าน :oops: )

เดี๋ยวมาอ่านต่อครับ

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5
PostPosted: Tue Mar 08, 2011 4:32 am 
มีดแทงหลัง
User avatar

Joined: Fri May 29, 2009 8:37 pm
Posts: 2916
Location: ที่ๆ... ไม่มีมีดแมวเข้าถึง!! > <
ชอบซิกดาเนะ มันมีท่านี้ในอีโมอันไหนด้วยเรอะ :o

"ประเทศชาติ ต้องการก่าอย่างคุณ!!"

_________________
ไดโนสีเหลือง... มังกรสีน้ำเงิน... และ... ไวรัสสีแดง
ImageImage


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5
PostPosted: Tue Mar 08, 2011 8:48 am 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
คนรัก digi wrote:
ชอบซิกดาเนะ มันมีท่านี้ในอีโมอันไหนด้วยเรอะ :o

"ประเทศชาติ ต้องการก่าอย่างคุณ!!"


ท่าจากปุ่ม Dance ไงครับ :lol:
มันมีจังหวะนึงที่มีท่านี้พอดี :mrgreen:

(ปล.มีใครสังเกตไหมว่า เหมือนเคยเห็นท่านี้จากเว็บดังๆเว็บไหนมาก่อน :lol: )

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5
PostPosted: Tue Mar 08, 2011 9:26 am 
เทพลม
User avatar

Joined: Wed Sep 30, 2009 12:27 pm
Posts: 364
Location: Unidentified
ไม่รู้สิปินัท ผมก็ว่ามันคุ้นๆอยู่นา........

Quote:
"เสลธเอ๋ย เจ้าจงเท่ยิ่งขึ้น"
"รู้นะว่าชอบเสลธกัน อย่ามาทำตัวซึนเดเร๊ะ"


/me กลับสู่สถานะตาม Sig.....

_________________
เมอซี่...อาจจะอยู่คนเดียวมากเกินไปจริงๆก็ได้นะ...
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3
PostPosted: Tue Mar 08, 2011 9:54 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
admin wrote:
สุดยอดมากมีปกด้วย ไปติดต่อสำนักพิมพ์เลยดาเนะ

เดี๋ยวโปรโมทให้บน FB :mrgreen:



(ย้อนหลัง)

เอ แอดมินออกตัวอย่างนี้

แสดงว่า แอดมินก็ติดตามอยู่สิ ชิมิฮ้าวฟ์ :lol:
บอกแล้ว ท่านดาเนะแต่งฟิคสุดยอดมากๆเลยคร้าบ :mrgreen:
ไม่แปลกเลยที่คนชอบอ่านเยอะมาก

-----------

ปล.ผมไม่มีบทคนไม่โดนจิ้น :lol:
ปล2.มีใครรู้สึกเหมือนผมบ้างมั้ยว่า เริ่มอยากดึงหางกิ้งก่าขึ้นมาบ้างแล้ว (คงรู้สึกดีน่าดู) :lol:
ปล3.เสลธ ผู้แข็งแกร่ง กลายเป็น .... เมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน :lol:

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 146, 147, 148, 149, 150, 151, 152 ... 204  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki