BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 2 of 204

Author:  thekiller01 [ Fri Sep 24, 2010 9:54 am ]
Post subject:  Re: Ficยาวๆ จุดเปลี่ยนสู่การเป็นหน่วยAlphaที่2ของดาเนะ

fushigidane wrote:
เอ่อ อันนี้แค่ทำเพื่อเป็นเนื้อเรื่องเสริมช่วงต้นให้สมบูรณ์ขึ้นเองนา ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อทำยาวๆขนาดนั้นนะ ต้องขอโทษชาวหางทุกตัวด้วยที่ไม่อาจสามารถแต่งต่อได้


อ่ะ อด

Author:  fushigidane [ Fri Sep 24, 2010 1:44 pm ]
Post subject:  Re: Ficยาวๆ จุดเปลี่ยนสู่การเป็นหน่วยAlphaที่2ของดาเนะ

ขอบคุณสำหรับfeed Backนะครับ ตอนนี้เกิดไอเดียเลยสามารถแต่งตอนที่2ต่อได้แล้ว โดยใช้ลักษณะของเรื่องArea88เข้าไปช่วยความคิดผมเลยได้ออกมาประมาณนี้ครับ เป็นเกี่ยวกับความหลังที่ดาเนะไม่มีความกล้าในการยิงธนู(ย้อนอีกแล้ว) ค่อยๆอ่านนะ คำผิดอาจะเยอะหน่อยก็ขออภัยด้วย

หลังจากกิ้งก่าดาเนะยืนส่งวีที่วิ่งออกจากป่าไปจนหายไปจากสายตา ก่าดาเนะก็หันซ้ายและเดินทางกลับกระท่อมของตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อนหลังจากที่สามารถยิงธนูออกไปได้ แม้จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความสามารถของตัวเองก็ตาม กิ้งก่าดาเนะเดินเลาะริมลำธารไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงกระท่อมริมน้ำของเขา กระท่อมของดาเนะเป็นกระท่อมธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ เป็นกระท่อมเล็กๆที่สามารถพักอาศัยได้สำหรับไม่เกิน2ตัว แต่ความพิเศษของกระท่อมหลังนี้คืออยู่ที่มีบ่อน้ำอุ่นธรรมชาติที่อยู่ด้านข้างของกระท่อมนั่นเอง บ่อน้ำอุ่นแห่งนี้ไม่ใช่บ่ำน้ำอุ่นธรรมชาติแท้สักเท่าไร เพราะดาเนะได้ทำการขุดขยายบ่อให้มีความกว้างที่พอเหมาะและตกแต่งบ้างเล็กน้อยให้ดูสวยงาม และยังมีเก้าอี้แร่สำหรับวางพักของด้วย รอบบ่อล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ที่ไม่สูงมากขนาดเทียบเท่าเอวของกิ้งก่าเท่านั้น เมื่อดาเนะเดินมาถึงกระท่อมแล้วก็เดินตรงไปยังบ่อน้ำอุ่นทันทีโดยไม่ตรงเข้าบ้าน เขาจัดแจงถอดอุปกรณ์ต่างๆและเสื้อผ้าวางไว้บนแคร่ และเดินลงบ่อน้ำอุ่นและแช่อย่างสบายใจ สิ่งที่ดาเนะชอบที่สุดยามพักผ่อนคือการได้แช่บ่อน้ำอุ่นของเขานั่นเอง เพราะเป็นบ่อน้ำอุ่นธรรมชาติและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เขาชอบ ทั้งเสียงไหลรินของลำธาร แสงแดดที่ทอแสงส่องประกายเมื่อกระทบกับผิวน้ำ เสียงสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ทำให้เกิดเสียงของใบไม้ไหว แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ดาเนะมีความสุขแล้ว

ดาเนะยังคงแช่บ่อน้ำอย่างสบายใจพลางคิดเรื่องหน่วยอัลฟ่าที่2ด้วย
“หน่วยอัลฟ่า หน่วยกองกำลังที่ขึ้นตรงกับทัพหลวงBigBug มีจุดประสงค์ เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและความปลอดภัยของเมืองหลวงแห่งนี้”
ดาเนะพลางยืดสุดตัวเหยียดตัวลงนอนโดยส่วนหัวไปพาดกับขอบบ่อปล่อยให้ส่วนที่เหลือของร่างกายยังคงแช่อยู่ในน้ำ
“แค่คิดแล้วยังดูหน้าเบื่อไม่น่าทำด้วยซ้ำ ไม่ใช่พวกคนดีฮีโร่นะที่จะทำโดยไม่หวังผลตอบแทนเนี่ย เหนื่อยอีกตังหาก ถึงแม้จะเป็นงานอิสระก็เถอะ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่สู้ไปทำอะไรอย่างอื่นดีกว่าไหม”
ดาเนะบ่นพึมพำๆกับตัวเอง เพราะในใจเขาไม่ชอบทำอะไรที่ไร้ซึ่งการตอบแทนหรือผลประโยชน์ ดาเนะพลิกตัวกลับอยู่ในลักษณะนอนคว่ำแล้วมองไปทางแค่ที่เขาวางสัมพาระต่างๆเอาไว้ สายตาของดาเนะมองไปยังคันธนูของเขาและจ้องมองมัน สักพักก็พลิกตัวกลับแล้วกลับมานอนแช่บ่ออีกครั้งพลางถอนหายใจพร้อมกับบ่นพึมพำตัวเดียวอีกครั้ง
“แต่งานนี้อาจจะได้ผลประโยชน์ก็ได้มั้ง เป็นคนดีให้สังคมสักหน่อยก็ไม่เลวสักเท่าไร อย่างน้อยก็มีโอกาสได้พบกับกิ้งก่าวีหน่วยอัลฟ่าด้วย และจะได้ไปขอบคุณวีที่ช่วยสอนยิงธนู จะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณเขา”
คิดได้ดังนั้นดาเนะก็ยิ้มและแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ต่อ

หลังจากที่แช่น้ำจนพอใจแล้ว ดาเนะก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปเช็ดตัวแล้วจัดการกับสัมภาระที่ใช้มาทั้งวันให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ทันที่จะหยิบผ้าเช็ดตัว สายตาของดาเนะเบิกโพลงเปิดกว้างแล้วคว้าธนูมาพร้อมกับกระโดดถอยหลังก้มตัวต่ำกว่ากำแพงเตี้ยเพื่อใช้เป็นที่หลบภัย ดาเนะตกใจหอบหายใจออกมาแต่ตรงแค่ที่วางของเขานั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ดาเนะหลบตาลงถอนหายใจเบาๆ
“นี่เราคิดมากไปเองรึเปล่าเนี่ย ทำไมเหมือนมีใครบางคนจ้องมองเราอยู่”
เสร็จแล้วดาเนะก็ลุกขึ้นยืนเดินไปที่แคร่แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดตัวให้แห้งแล้วนุ่งผ้าเช็ดตัวเอาไว้ ‘ไม่ผิดแน่ ต้องมีใครอยู่ตรงนั้นแน่ๆ’ ไม่รอช้าดาเนะก็หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับยิงศรออกไปพุ่งตรงไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้บ้านเขาที่สุด ศรที่ดาเนะยิงไปนั้นไม่ใช่ศรที่มาจากกระบอกใส่ธนูของเขาเพราะกระบอกธนูนั้นยังคงอยู่บนเก้าอี้แคร่อยู่ แต่ศรที่ยิงไปเป็นศรแสงเล็กๆสีเขียวที่เป็นศรพลังงานที่กลั่นขึ้นมาจากเจ้าของนั้นๆ หลังจากศรแสงสีเขียวพุ่งตรงไปยังต้นไม้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะศรแสงชนิดนี้ไม่มีวันพลาดเป้า ดาเนะลดท่ายิงธนูลงพร้อมกับคิดในใจ ‘สงสัยจะเหนื่อยเกินไปจริงๆ นี่ขนาดคิดว่ามีใครแอบอยู่ทั้งที่ไม่มีอะไร วันนี้นอนไวหน่อยดีกว่า’ ดาเนะเก็บของต่างๆเอามาอุ้มไว้แล้วเดินเข้าบ้านไป หลังจากที่ร่างของดาเนะเข้าไปในบ้านพร้อมกับประตูที่ปิดสนิท ต้นไม้ที่ดาเนะได้ยิงศรสีเขียวไปนั้นเกิดการสั่นไหวของใบไม้ ซึ่งจริงๆแล้วในนั้นมีใครบางคนแอบอยู่จริงๆ แต่เป็นเรื่องปรกติที่จะไม่มีใครสามารถจับกระแสจิตชนิดนี้ได้ เพราะเป็นการอำพรางตัวขั้นสมบูรณ์ของเผ่ากิ้งก่าเท่านั้น ภายในพุ่มไม้นั้นมีกิ้งก่าอยู่หนึ่งตัวที่ทำการอำพรางเพื่อแอบสังเกตุกิ้งก่าดาเนะอยู่จริงๆ กิ้งก่าตัวนั้นยิ้มแสยะพลางคลายมือที่กำศรพลังงานสีเขียวที่ดาเนะยิงไว้ ไม่นานศรพลังงานนั้นก็เสื่อมพลังสลายไปจากมือของกิ้งก่าตัวนั้น
“ไอ้กิ้งก่าอ่อนหัดอย่างนั้นมันพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ขนาดนี้เลยเรอะ ไม่น่าเป็นไปได้...”
กิ้งก่าตัวนั้นครุ่นคิด
“แต่ที่ร้ายกว่านั้น ทำไมมันสามารถยิงศรพลังงานซึ่งเป็นท่าของสายSlayerได้ อย่างมันไม่น่าจะเรียนรู้ได้เองด้วยซ้ำ”
หลังจากที่ไตร่ตรองอะไรบางอย่างได้มันก็ยิ้มสแหยะยิ้มขึ้นมาพร้อมกับหายตัวไปอีกครั้ง

ภายในกระท่อมนั้น ดาเนะได้จัดการเตรียมของต่างๆเพื่อที่จะเดินทางเข้าตัวเมืองไปสมัครเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2 ซึ่งความจริงแล้วสิ่งของนั้นก็มีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นคือคันธนูกับกระบอกธนูเท่านั้น หลังจากที่จัดของเสร็จดาเนะก็แบมือขวาของตัวเองออกมาดูพร้อมกับนึกภาพตอนที่ยิงศรสีเขียวออกไป
“นี่เรากังวลมากถึงกับต้องใช้ศรพลังงานนั้นเลยหรอ....”
ดาเนะครุ่นคิดสักครู่ก็ปล่อยมือลงแล้วเดินไปที่เตียงแล้วนอนตัวลงบนเตียงไม้ของเขา
“คิดมากไปก็ไม่ได้อะไร นอนดีกว่า”
ดาเนะพูดกับตัวเองเสร็จก็ปิดตาของตัวเองลงเพื่อพักผ่อนหลังจากที่ผ่านมาทั้งวัน หลังจากที่หลับตาลงได้สักพักก็มีเสียงหนึ่งลอยมาจากโต๊ะที่เขาวางสัมภาระเอาไว้
“หลับสบายเลยนะแก เพื่อนเก่าอุตส่าห์มาหาไม่คิดจะต้อนรับเลยเรอะ ผิดหวังจริงๆ”
ดาเนะสะดุ้งลุกพรวดจากเตียงหันไปยังโต๊ะที่เสียงลอยมาเพื่อมองหาเจ้าของเสียง
“แก... แกมาได้ไง แล้วรู้ได้ไงว่าชั้นอยู่นี่”
เสียงของดาเนะเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่โกรธเกรี้ยว
“แกต้องการอะไร นี่แกทำให้ชั้นเป็นอย่างนี้ยังไม่พอใจแกหรือไง ชั้นต้องสูญเสียทุกอย่างไปเพราะแกนะ ทั้งการยิงธนู ทั้งเพื่อน แกจะให้ชั้นเสียอะไรไปอีก”
ดาเนะตวาดออกมาด้วยความโกรธใส่กิ้งก่าดำที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้อย่างสบายใจ เครื่องแต่งกายของเขาเป็นชุดแขนยาวสีขาวที่มาเฉพาะแขนทั้ง2ข้างเหมือนปลอกแขน ใส่กางแกงสีดำขายาว ที่หัวใส่ที่คาดหัวที่ทำมาจากโลหะ ซึ่งโดยรวมทั้งชุดแล้วเป็นชุดของสายSlayerระดับกลาง
“อะไรกันแก นี่หาว่าข้าทำให้แกสูญเสียไปทุกอย่างเรอะ อย่ามาตลกเลยน่า มันเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้นเอง”
พูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนเดินไปยังริมหน้าต่างมองทิวทัศน์ที่มืดสนิทข้างนอก มือซ้ายถือคันธนูสีฟ้าประจำสายSlayerที่มีชื่อว่าBusterอยู่
“ก็แค่คนในหมู่บ้านเค้าไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ก็ไปโทษที่ชาวบ้านเขาสิ แล้วมาโบ้ยอะไรที่ข้าเล่า”
กิ้งก่าสีดำตัวนั้นตอบกลับดาเนะอย่างสบายๆ ดาเนะลุกจากเตียงเดินไปหยิบคันธนูของเขา
“ถ้าไม่มีใครที่ไหนวางแผนให้การซ้อมยิงธนูของชั้นไปทำร้ายใครเข้า”
ดาเนะง้างธนูใส่หลังกิ้งก่าสีดำตัวนั้นพร้อมกับศรพลังงานที่เป็นสีเหลืองขึ้นคันธนู
“โดยเฉพาะแก ทำไมแกต้องทำอย่างนั้นด้วย แกก็เป็นกิ้งก่าที่มีความสามารถในการใช้ศรพลังงานนั้นเหมือนกันไม่ใช่หรอ แกน่าจะเข้าใจถึงความน่ากลัวของศรนี้สิ ว่ามันไม่มีทางพลาดเป้า”
ดาเนะตวาดใส่แต่เสียงนั้นเริ่มสั่นคลอน
“แกต้องการอะไรกันแน่ สเลธ(slate) ไอ้เพื่อนทรยศ”
ดาเนะมือสั่นเทาจนคันธนูที่ง้างใส่กิ้งก่าทรยศนั้นสั่นไม่หยุดนิ่ง จิตใจดาเนะเริ่มสั่นไหวไปตาม ถึงยังไงนั้นกิ้งก่าที่หันหลังให้เขาอยู่นั้นก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของดาเนะสมัยเป็นเด็ก กิ้งก่าดำตัวนั้นหัวเราะหึหึออกมาเหมือนกำกับตลกในสิ่งที่เพื่อนเก่าของเขาพูดออกมา
“เพื่อน...เพื่อนงั้นหรอ อย่างแกเข้าไม่เรียกว่าเพื่อนหรอกรู้ไว้ด้วย”
สเลธหันกลับมาพร้อมกับถอดที่คาดหัวโลหะออกให้เห็นหน้าผากที่เป็นรอยแผลเป็น
“คงต้องขอบใจแกล่ะนะที่มอบแผลเป็นนี้ให้กับข้าตามแผน ทำให้ข้าสามารถขวากหนามอย่างแกออกไปจากชีวิตข้าได้”
เสลธนำที่คาดเหล็กครอบปิดหน้าผากไว้ตามเดิมแล้วง้างธนูใส่ดาเนะโดยมีศรแสงสีเหลืองเช่นกัน แต่ของเสลธนั้นใหญ่กว่าของดาเนะเป็นเพียงแค่เส้นบางๆมาก
“สำหรับข้าแล้ว แกมันตัวขัดขวางข้า ถ้าไม่มีแก ข้าก็สามารถเป็นกิ้งก่าที่ทุกคนยอมรับในความสามารถได้ แต่เพราะการมีตัวตนของแก ทำให้ข้าไม่เป็นได้อย่างที่หวัง เพราะแกตัวเดียว!!!”
สิ้นสุดประโยคแห่งความโกรธ เสลธก็ปล่อยศรแสงสีเหลืองพุ่งตรงเฉียดดาเนะไปเพียงแค่เศษเสี้ยว ศรแสงนั้นทะลุกำแพงไปแต่ไม่ทำปฏิกิริยาทั้งสิ้น กิ้งก่าดาเนะเข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้น เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองที่เพื่อนเก่าของเขาจะกล้าพอที่จะยิงศรแสงใส่ตัวเองได้ต่อหน้า เสลธลดคันธนูลงและหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
“แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว แกมันก็แค่ไอกิ้งก่าอ่อนหัดธรรมดาๆตัวนึงเท่านั้น แค่จะยิงศรธรรมดาๆแกยังไม่กล้า ไม่มีใครที่จะมาเหนือกว่าข้าเสลธคนนี้ได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆ”
เสลธยังคงยืนหัวเราะชอบใจตอกย้ำกิ้งก่าดาเนะที่น้ำตาอาบข้างแก้มทั้งสองข้างพร้อมกับเสียงที่สั่นเทา
“เสลธ แกกำลังเข้าใจผิดนะ ทุกตัวต่างยอมรับพวกเราทั้ง2ตัวด้วยกัน ไม่มีใครทอดทิ้งพวกเราตัวใดตัวหนึ่งนะ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะเป็นเพื่อนด้วยกันได้ยังไง ขอร้องล่ะเสลธ อย่าทำให้ชั้นต้องเสียใจมากกว่านี้ แกเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของชั้นนะ ชั้นไม่อยากจะสูญเสียไปมากกว่านี้แล้ว”
ดาเนะขอร้องพร้อมหน้าตา เพราะถ้าเขาต้องสูญเสียเสลธไปอีกคนนั้นเท่ากับว่าเขาไม่เหลืออะไรต่างๆในชีวิตอีกแล้ว เสลธหยุดหัวเราะแล้วเดินเอาหน้าไปหาดาเนะใกล้ๆ เขาจ้องมองและกระซิบบอกเบาๆ
“ตอนแรกน่ะ ข้าว่าจะกำจัดเจ้าทิ้งซะตั้งแต่เมื่อกี้ด้วยซ้ำ แต่เห็นแกในสภาพที่ทุเรศแบบนั้นแล้วข้าทำไม่ลงว่ะ(ดาเนะ ช่วยด้วย) ถึงแกจะหายไป(ข้าไม่...ทำ...เพื่อน...)ก็ไม่ได้ทำให้ข้าดีใจขึ้นเลย เพราะแกคงไม่มีน้ำยาจะมาแซงข้า(...ร่างมืด...)ได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ”
เสลธกระซิบเสร็จก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลดาเนะที่นั่งค้างน้ำตายังคงอาบแก้มทั้ง2ข้าง แล้วร่างของเสลธก็หายไปจากสายตาของดาเนะทันทีอันเป็นผลของความสามารถการล่องหน

ดาเนะยังคงเข่าอ่อนน้ำตาไหลอาบข้างแก้ม เสียงรอบข้างเงียบสงัด มีแต่เสียงไหลของลำธารที่ชวนฟังแล้วผ่อนคลาย แต่ไม่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดที่ดาเนะได้รับได้แม้แต่น้อย ดาเนะมองออกไปที่หน้าต่างด้วยสายตาที่เหม่อลอยพร้อมกับเพ้อถึงเพื่อนที่สนิทของเขาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้
“เสลธ แกยังไม่ได้หายไปจากชั้นใช่มั้ย แกยังคงมีตัวตนอยู่ใช่มั้ย แกยังยอมรับฉันเป็นเพื่อนใช่มั้ย ชั้นได้ยินเสียงที่แท้จริงของแกในหัว แววตาของแกเมื่อกี้ตอนที่มองมามันขุ่นมัว...ขุ่นมัว!!!”
ดาเนะติดใจกับคำนี้จึงพยายามตั้งสติและนึกทบทวนเสียงของเพื่อนเก่าที่เขาได้ยิน
“ร่างมืด....ดวงตาขุ่นมัว... !!!หรือว่าแก… โดนอำนาจจิตด้านมืดกลืนกิน!!!”
ดาเนะคิดได้ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืน แล้วตั้งท่าง้างธนูแนวตั้งโดยใช้หางของตัวเองคอยประคองร่างที่ถ่ายเทน้ำหนักลงไปที่พื้น
“เสลธ ชั้นจะช่วยแกออกมาเอง ชั้นจะช่วยแกออกมาจากพันธณาการด้านมืดของแกด้วยศรของชั้นเอง”
เสร็จแล้วศรพลังงานก็ปรากฎขึ้นมาเป็นศรพลังงานสีม่วงซึ่งมีขนาดเทียบเท่าเสลธเลย
“ใครทำให้เพื่อนชั้นต้องมาเป็นอย่างนี้ อย่าหวังว่าจะได้อยู่รอดเลย ไอพวกShade”

รุ่งเช้าอีกวันซึ่งเป็นวันที่ดาเนะจะเดินทางเข้าเมืองเพื่อสมัครหน่วยอัลฟ่าที่2 ดาเนะจัดเตรียมสัมภาระทั้ง2ชิ้นแล้วเดินออกมาหน้าบ้าน ดาเนะหยุดยืนแล้วหัวเราะหึกับตัวเอง
“ถ้าไปสมัครเพื่อจะได้รู้จักกับกิ้งก่าวีแห่งอัลฟ่าที่1 กับช่วยเพื่อนที่โดนจิตด้านมืดครอบงำจะมีตัวเชื่อไหมเนี่ย”
ดาเนะขำกับความคิดของตัวเองที่ดูเห็นแก่ตัวและประหลาดกว่าปรกติที่ควรจะเป็น
“วีเคยบอกว่า “ขอให้มีความกล้า เราก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคที่เราสร้างขึ้นหรือที่อยู่ตรงหน้าได้”สินะ... ขอบใจนะวี ที่ให้ความคิดดีๆกับเรา... เสลธ รอก่อนนะ”
ดาเนะตั้งมั่นและเริ่มเดินทางออกจากป่าเข้าตัวเมืองเพื่อจุดมุ่งหมายของเขา

ในต้นไม้กลางป่านั้นได้มีกิ้งก่าสีดำแอบเฝ้ามองกิ้งก่าดาเนะเดินทางอยู่ห่างๆ ใบหน้าของกิ้งก่าตัวนั้นบึ่งถมึงทึงไม่พอใจที่เห็นดาเนะออกเดินทางพร้อมกับสบถกับตัวเอง "ไอกิ้งก่าอ่อนหัด(ขอบใจนะ) อย่าคิดว่าตัวเองจะเหนือกว่าข้า(ดาเนะ)เสลธตัวนี้ได้ละกัน"แต่ระหว่างที่เสลธสบถอยู่นั้นกลับมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาด้านขวา1หยด แล้วกิ้งก่าดำนั้นก็หายตัวไป

--------------------------------------------------------------------------------------------
แบบอ่านแบบที่2

หลังจากกิ้งก่าดาเนะยืนส่งวีที่วิ่งออกจากป่าไปจนหายไปจากสายตา ก่าดาเนะก็หันซ้ายและเดินทางกลับกระท่อมของตัวเองเพื่อที่จะพักผ่อนหลังจากที่สามารถยิงธนูออกไปได้ แม้จะเข้าใจผิดคิดว่าเป็นความสามารถของตัวเองก็ตาม กิ้งก่าดาเนะเดินเลาะริมลำธารไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงกระท่อมริมน้ำของเขา กระท่อมของดาเนะเป็นกระท่อมธรรมดาๆไม่มีอะไรพิเศษ เป็นกระท่อมเล็กๆที่สามารถพักอาศัยได้สำหรับไม่เกิน2ตัว แต่ความพิเศษของกระท่อมหลังนี้คืออยู่ที่มีบ่อน้ำอุ่นธรรมชาติที่อยู่ด้านข้างของกระท่อมนั่นเอง บ่อน้ำอุ่นแห่งนี้ไม่ใช่บ่ำน้ำอุ่นธรรมชาติแท้สักเท่าไร เพราะดาเนะได้ทำการขุดขยายบ่อให้มีความกว้างที่พอเหมาะและตกแต่งบ้างเล็กน้อยให้ดูสวยงาม และยังมีเก้าอี้แร่สำหรับวางพักของด้วย รอบบ่อล้อมรอบด้วยกำแพงไม้ที่ไม่สูงมากขนาดเทียบเท่าเอวของกิ้งก่าเท่านั้น เมื่อดาเนะเดินมาถึงกระท่อมแล้วก็เดินตรงไปยังบ่อน้ำอุ่นทันทีโดยไม่ตรงเข้าบ้าน เขาจัดแจงถอดอุปกรณ์ต่างๆและเสื้อผ้าวางไว้บนแคร่ และเดินลงบ่อน้ำอุ่นและแช่อย่างสบายใจ สิ่งที่ดาเนะชอบที่สุดยามพักผ่อนคือการได้แช่บ่อน้ำอุ่นของเขานั่นเอง เพราะเป็นบ่อน้ำอุ่นธรรมชาติและอยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่เขาชอบ ทั้งเสียงไหลรินของลำธาร แสงแดดที่ทอแสงส่องประกายเมื่อกระทบกับผิวน้ำ เสียงสายลมที่พัดผ่านต้นไม้ทำให้เกิดเสียงของใบไม้ไหว แค่เพียงเท่านี้ก็ทำให้ดาเนะมีความสุขแล้ว

ดาเนะยังคงแช่บ่อน้ำอย่างสบายใจพลางคิดเรื่องหน่วยอัลฟ่าที่2ด้วย “หน่วยอัลฟ่า หน่วยกองกำลังที่ขึ้นตรงกับทัพหลวงBigBug มีจุดประสงค์ เพื่อตรวจดูความเรียบร้อยและความปลอดภัยของเมืองหลวงแห่งนี้” ดาเนะพลางยืดสุดตัวเหยียดตัวลงนอนโดยส่วนหัวไปพาดกับขอบบ่อปล่อยให้ส่วนที่เหลือของร่างกายยังคงแช่อยู่ในน้ำ “แค่คิดแล้วยังดูหน้าเบื่อไม่น่าทำด้วยซ้ำ ไม่ใช่พวกคนดีฮีโร่นะที่จะทำโดยไม่หวังผลตอบแทนเนี่ย เหนื่อยอีกตังหาก ถึงแม้จะเป็นงานอิสระก็เถอะ จะทำหรือไม่ทำก็ได้ แต่สู้ไปทำอะไรอย่างอื่นดีกว่าไหม” ดาเนะบ่นพึมพำๆกับตัวเอง เพราะในใจเขาไม่ชอบทำอะไรที่ไร้ซึ่งการตอบแทนหรือผลประโยชน์ ดาเนะพลิกตัวกลับอยู่ในลักษณะนอนคว่ำแล้วมองไปทางแค่ที่เขาวางสัมพาระต่างๆเอาไว้ สายตาของดาเนะมองไปยังคันธนูของเขาและจ้องมองมัน สักพักก็พลิกตัวกลับแล้วกลับมานอนแช่บ่ออีกครั้งพลางถอนหายใจพร้อมกับบ่นพึมพำตัวเดียวอีกครั้ง “แต่งานนี้อาจจะได้ผลประโยชน์ก็ได้มั้ง เป็นคนดีให้สังคมสักหน่อยก็ไม่เลวสักเท่าไร อย่างน้อยก็มีโอกาสได้พบกับกิ้งก่าวีหน่วยอัลฟ่าด้วย และจะได้ไปขอบคุณวีที่ช่วยสอนยิงธนู จะได้ไม่ติดหนี้บุญคุณเขา” คิดได้ดังนั้นดาเนะก็ยิ้มและแช่น้ำอย่างสบายอารมณ์ต่อ

หลังจากที่แช่น้ำจนพอใจแล้ว ดาเนะก็ลุกขึ้นเพื่อจะไปเช็ดตัวแล้วจัดการกับสัมภาระที่ใช้มาทั้งวันให้เรียบร้อย แต่ยังไม่ทันที่จะหยิบผ้าเช็ดตัว สายตาของดาเนะเบิกโพลงเปิดกว้างแล้วคว้าธนูมาพร้อมกับกระโดดถอยหลังก้มตัวต่ำกว่ากำแพงเตี้ยเพื่อใช้เป็นที่หลบภัย ดาเนะตกใจหอบหายใจออกมาแต่ตรงแค่ที่วางของเขานั้นไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ดาเนะหลบตาลงถอนหายใจเบาๆ “นี่เราคิดมากไปเองรึเปล่าเนี่ย ทำไมเหมือนมีใครบางคนจ้องมองเราอยู่” เสร็จแล้วดาเนะก็ลุกขึ้นยืนเดินไปที่แคร่แล้วหยิบผ้าเช็ดตัวมาเช็ดตัวให้แห้งแล้วนุ่งผ้าเช็ดตัวเอาไว้ ‘ไม่ผิดแน่ ต้องมีใครอยู่ตรงนั้นแน่ๆ’ ไม่รอช้าดาเนะก็หันหลังกลับไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับยิงศรออกไปพุ่งตรงไปยังต้นไม้ที่อยู่ใกล้บ้านเขาที่สุด ศรที่ดาเนะยิงไปนั้นไม่ใช่ศรที่มาจากกระบอกใส่ธนูของเขาเพราะกระบอกธนูนั้นยังคงอยู่บนเก้าอี้แคร่อยู่ แต่ศรที่ยิงไปเป็นศรแสงเล็กๆสีเขียวที่เป็นศรพลังงานที่กลั่นขึ้นมาจากเจ้าของนั้นๆ หลังจากศรแสงสีเขียวพุ่งตรงไปยังต้นไม้ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะศรแสงชนิดนี้ไม่มีวันพลาดเป้า ดาเนะลดท่ายิงธนูลงพร้อมกับคิดในใจ ‘สงสัยจะเหนื่อยเกินไปจริงๆ นี่ขนาดคิดว่ามีใครแอบอยู่ทั้งที่ไม่มีอะไร วันนี้นอนไวหน่อยดีกว่า’ ดาเนะเก็บของต่างๆเอามาอุ้มไว้แล้วเดินเข้าบ้านไป หลังจากที่ร่างของดาเนะเข้าไปในบ้านพร้อมกับประตูที่ปิดสนิท ต้นไม้ที่ดาเนะได้ยิงศรสีเขียวไปนั้นเกิดการสั่นไหวของใบไม้ ซึ่งจริงๆแล้วในนั้นมีใครบางคนแอบอยู่จริงๆ แต่เป็นเรื่องปรกติที่จะไม่มีใครสามารถจับกระแสจิตชนิดนี้ได้ เพราะเป็นการอำพรางตัวขั้นสมบูรณ์ของเผ่ากิ้งก่าเท่านั้น ภายในพุ่มไม้นั้นมีกิ้งก่าอยู่หนึ่งตัวที่ทำการอำพรางเพื่อแอบสังเกตุกิ้งก่าดาเนะอยู่จริงๆ กิ้งก่าตัวนั้นยิ้มแสยะพลางคลายมือที่กำศรพลังงานสีเขียวที่ดาเนะยิงไว้ ไม่นานศรพลังงานนั้นก็เสื่อมพลังสลายไปจากมือของกิ้งก่าตัวนั้น “ไอ้กิ้งก่าอ่อนหัดอย่างนั้นมันพัฒนาตัวเองขึ้นมาได้ขนาดนี้เลยเรอะ ไม่น่าเป็นไปได้...” กิ้งก่าตัวนั้นครุ่นคิด “แต่ที่ร้ายกว่านั้น ทำไมมันสามารถยิงศรพลังงานซึ่งเป็นท่าของสายSlayerได้ อย่างมันไม่น่าจะเรียนรู้ได้เองด้วยซ้ำ” หลังจากที่ไตร่ตรองอะไรบางอย่างได้มันก็ยิ้มสแหยะยิ้มขึ้นมาพร้อมกับหายตัวไปอีกครั้ง

ภายในกระท่อมนั้น ดาเนะได้จัดการเตรียมของต่างๆเพื่อที่จะเดินทางเข้าตัวเมืองไปสมัครเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2 ซึ่งความจริงแล้วสิ่งของนั้นก็มีเพียงแค่สองอย่างเท่านั้นคือคันธนูกับกระบอกธนูเท่านั้น หลังจากที่จัดของเสร็จดาเนะก็แบมือขวาของตัวเองออกมาดูพร้อมกับบนึกภาพตอนที่ยิงศรสีเขียวออกไป “นี่เรากังวลมากถึงกับต้องใช้ศรพลังงานนั้นเลยหรอ....” ดาเนะครุ่นคิดสักครู่ก็ปล่อยมือลงแล้วเดินไปที่เตียงแล้วนอนตัวลงบนเตียงไม้ของเขา “คิดมากไปก็ไม่ได้อะไร นอนดีกว่า” ดาเนะพูดกับตัวเองเสร็จก็ปิดตาของตัวเองลงเพื่อพักผ่อนหลังจากที่ผ่านมาทั้งวัน หลังจากที่หลับตาลงได้สักพักก็มีเสียงหนึ่งลอยมาจากโต๊ะที่เขาวางสัมภาระเอาไว้ “หลับสบายเลยนะแก เพื่อนเก่าอุตส่ามาหาไม่คิดจะต้อนรับเลยเรอะ ผิดหวังจริงๆ” ดาเนะสะดุ้งลุกพรวดจากเตียงหันไปยังโต๊ะที่เสียงลอยมาเพื่อมองหาเจ้าของเสียง “แก... แกมาได้ไง แล้วรู้ได้ไงว่าชั้นอยู่นี่” เสียงของดาเนะเปลี่ยนไปเป็นเสียงที่โกรธเกรี้ยว “แกต้องการอะไร นี่แกทำให้ชั้นเป็นอย่างนี้ยังไม่พอใจแกหรือไง ชั้นต้องสูญเสียทุกอย่างไปเพราะแกนะ ทั้งการยิงธนู ทั้งเพื่อน แกจะให้ชั้นเสียอะไรไปอีก” ดาเนะตวาดออกมาด้วยความโกรธใส่กิ้งก่าดำที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้อย่างสบายใจ เครื่องแต่งกายของเขาเป็นชุดแขนยาวสีขาวที่มาเฉพาะแขนทั้ง2ข้างเหมือนปลอกแขน ใส่กางแกงสีดำขายาว ที่หัวใส่ที่คาดหัวที่ทำมาจากโลหะ ซึ่งโดยรวมทั้งชุดแล้วเป็นชุดของสายSlayerระดับกลาง “อะไรกันแก นี่หาว่าข้าทำให้แกสูญเสียไปทุกอย่างเรอะ อย่ามาตลกเลยน่า มันเป็นเพียงอุบัติเหตุเท่านั้นเอง” พูดเสร็จก็ลุกขึ้นยืนเดินไปยังริมหน้าต่างมองทิวทัศน์ที่มืดสนิทข้างนอก มือซ้ายถือคันธนูสีฟ้าประจำสายSlayerที่มีชื่อว่าBusterอยู่ “ก็แค่คนในหมู่บ้านเค้าไม่ยอมรับเท่านั้นเอง ก็ไปโทษที่ชาวบ้านเขาสิ แล้วมาโบ้ยอะไรที่ข้าเล่า” กิ้งก่าสีดำตัวนั้นตอบกลับดาเนะอย่างสบายๆ ดาเนะลุกจากเตียงเดินไปหยิบคันธนูของเขา “ถ้าไม่มีใครที่ไหนวางแผนให้การซ้อมยิงธนูของชั้นไปทำร้ายใครเข้า” ดาเนะง้างธนูใส่หลังกิ้งก่าสีดำตัวนั้นพร้อมกับศรพลังงานที่เป็นสีเหลืองขึ้นคันธนู “โดยเฉพาะแก ทำไมแกต้องทำอย่างนั้นด้วย แกก็เป็นกิ้งก่าที่มีความสามารถในการใช้ศรพลังงานนั้นเหมือนกันไม่ใช่หรอ แกน่าจะเข้าใจถึงความน่ากลัวของศรนี้สิ ว่ามันไม่มีทางพลาดเป้า” ดาเนะตวาดใส่แต่เสียงนั้นเริ่มสั่นคลอน “แกต้องการอะไรกันแน่ สเลธ(slate) ไอ้เพื่อนทรยศ” ดาเนะมือสั่นเทาจนคันธนูที่ง้างใส่กิ้งก่าทรยศนั้นสั่นไม่หยุดนิ่ง จิตใจดาเนะเริ่มสั่นไหวไปตาม ถึงยังไงนั้นกิ้งก่าที่หันหลังให้เขาอยู่นั้นก็ยังเป็นเพื่อนสนิทของดาเนะสมัยเป็นเด็ก กิ้งก่าดำตัวนั้นหัวเราะหึหึออกมาเหมือนกำกับตลกในสิ่งที่เพื่อนเก่าของเขาพูดออกมา “เพื่อน...เพื่อนงั้นหรอ อย่างแกเข้าไม่เรียกว่าเพื่อนหรอกรู้ไว้ด้วย” สเลธหันกลับมาพร้อมกับถอดที่คาดหัวโลหะออกให้เห็นหน้าผากที่เป็นรอยแผลเป็น “คงต้องขอบใจแกล่ะนะที่มอบแผลเป็นนี้ให้กับข้าตามแผน ทำให้ข้าสามารถขวากหนามอย่างแกออกไปจากชีวิจข้าได้” เสลธนำที่คาดเหล็กครอบปิดหน้าผากไว้ตามเดิมแล้วง้างธนูใส่ดาเนะโดยมีศรแสงสีเหลืองเช่นกัน แต่ของเสลธนั้นใหญ่กว่าของดาเนี่เป็นเพียงแค่เส้นบางๆมาก “สำหรับข้าแล้ว แกมันตัวขัดขวางข้า ถ้าไม่มีแก ข้าก็สามารถเป็นกิ้งก่าที่ทุกคนยอมรับในความสามารถได้ แต่เพราะการมีตัวตนของแก ทำให้ข้าไม่เป็นได้อย่างที่หวัง เพราะแกตัวเดียว!!!” สิ้นสุดประโยคแห่งความโกรธ เสลธก็ปล่อยศรแสงสีเหลืองพุ่งตรงเฉียดดาเนะไปเพียงแค่เศษเสี้ยว ศรแสงนั้นทะลุกำแพงไปแต่ไม่ทำปฏิกิริยาทั้งสิ้น กิ้งก่าดาเนะเข่าอ่อนลงไปนั่งกับพื้น เขาแทบไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองที่เพื่อนเก่าของเขาจะกล้าพอที่จะยิงศรแสงใส่ตัวเองได้ต่อหน้า เสลธลดคันธนูลงและหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ “แต่ตอนนี้ข้าไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว แกมันก็แค่ไอกิ้งก่าอ่อนหัดธรรมดาๆตัวนึงเท่านั้น แค่จะยิงศรธรรมดาๆแกยังไม่กล้า ไม่มีใครที่จะมาเหนือกว่าข้าเสลธคนนี้ได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆ” เสลธยังคงยืนหัวเราะชอบใจตอกย้ำกิ้งก่าดาเนะที่น้ำตาอาบข้างแก้มทั้งสองข้างพร้อมกับเสียงที่สั่นเทา “เสลธ แกกำลังเข้าใจผิดนะ ทุกตัวต่างยอมรับพวกเราทั้ง2ตัวด้วยกัน ไม่มีใครทอดทิ้งพวกเราตัวใดตัวหนึ่งนะ ไม่เช่นนั้นพวกเราจะเป็นเพื่อนด้วยกันได้ยังไง ขอร้องล่ะเสลธ อย่าทำให้ชั้นต้องเสียใจมากกว่านี้ แกเป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของชั้นนะ ชั้นไม่อยากจะสูญเสียไปมากกว่านี้แล้ว” ดาเนะขอร้องพร้อมหน้าตา เพราะถ้าเขาต้องสูญเสียเสลธไปอีกคนนั้นเท่ากับว่าเข้าไม่เหลืออะไรต่างๆในชีวิตอีกแล้ว เสลธหยุดหัวเราะแล้วเดินเอาหน้าไปหาดาเนะใกล้ๆ เขาจ้องมองและกระซิบบอกเบาๆ “ตอนแรกน่ะ ข้าว่าจะกำจัดเจ้าทิ้งซะตั้งแต่เมื่อกี้ด้วยซ้ำ แต่เห็นแกในสภาพที่ทุเรศแบบนั้นแล้วข้าทำไม่ลงว่ะ(ดาเนะ ช่วยด้วย) ถึงแกจะหายไป(ข้าไม่...ทำ...เพื่อน...)ก็ไม่ได้ทำให้ข้าดีใจขึ้นเลย เพราะแกมคงไม่มีน้ำยาจะมาแซงข้า(...ร่างมืด...)ได้อีกแล้ว ฮ่าๆๆๆๆๆ” เสลธกระซิบเสร็จก็เดินจากไปโดยไม่เหลียวแลดาเนะที่นั่งค้างน้ำตายังคงอาบแก้มทั้ง2ข้าง แล้วร่างของเสลธก็หายไปจากสายตาของดาเนะทันทีอันเป็นผลของความสามารถการล่องหน

ดาเนะยังคงเข่าอ่อนน้ำตาไหลอาบข้างแก้ม เสียงรอบข้างเงียบสงัด มีแต่เสียงไหลของลำธารที่ชวนฟังแล้วผ่อนคลาย แต่ไม่สามารถบรรเทาความเจ็บปวดที่ดาเนะได้รับได้แม้แต่น้อย ดาเนะมองออกไปที่หน้าต่างด้วยสายตาที่เหม่อลอยพร้อมกับเพ้อถึงเพื่อนที่สนิทของเขาที่มีการเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ “เสลธ แกยังไม่ได้หายไปจากชั้นใช่มั้ย แกยังคงมีตัวตนอยู่ใช่มั้ย แกยังยอมรับฉันเป็นเพื่อนใช่มั้ย ชั้นได้ยินเสียงที่แท้จริงของแกในหัว แววตาของแกเมื่อกี้ตอนที่มองมามันขุ่นมัว...ขุ่นมัว!!!” ดาเนะติดใจกับคำนี้จึงพยายามตั้งสติและนึกทบทวนเสียงของเพื่อนเก่าที่เขาได้ยิน “ร่างมืด....ดวงตาขุ่นมัว... !!!หรือว่าแก… โดนอำนาจจิตด้านมืดกลืนกิน!!!” ดาเนะคิดได้ดังนั้นจึงลุกขึ้นยืน แล้วตั้งท่าง้างธนูแนวตั้งโดยใช้หางของตัวเองคอยประคองร่างที่ถ่ายเทน้ำหนักลงไปที่พื้น “เสลธ ชั้นจะช่วยแกออกมาเอง ชั้นจะช่วยแกออกมาจากพันธณาการด้านมืดของแกด้วยศรของชั้นเอง” เสร็จแล้วศรพลังงานก็ปรากฎขึ้นมาเป็นศรพลังงานสีม่วงซึ่งมีขนาดเทียบเท่าเสลธเลย “ใครทำให้เพื่อนชั้นต้องมาเป็นอย่างนี้ อย่าหวังว่าจะได้อยู่รอดเลย ไอพวกShade

รุ่งเช้าอีกวันซึ่งเป็นวันที่ดาเนะจะเดินทางเข้าเมืองเพื่อสมัครหน่วยอัลฟ่าที่2 ดาเนะจัดเตรียมสัมภาระทั้ง2ชิ้นแล้วเดินออกมาหน้าบ้าน ดาเนะหยุดยืนแล้วหัวเราะหึกับตัวเอง “ถ้าไปสมัครเพื่อจะได้รู้จักกับกิ้งก่าวีแห่งอัลฟ่าที่1 กับช่วยเพื่อนที่โดนจิตด้านมืดครอบงำจะมีตัวเชื่อไหมเนี่ย” ดาเนะขำกับความคิดของตัวเองที่ดูเห็นแก่ตัวและประหลาดกว่าปรกติที่ควรจะเป็น “วีเคยบอกว่า “ขอให้มีความกล้า เราก็สามารถฟันฝ่าอุปสรรคที่เราสร้างขึ้นหรือที่อยู่ตรงหน้าได้”สินะ... ขอบใจนะวี ที่ให้ความคิดดีๆกับเรา... เสลธ รอก่อนนะ” ดาเนะตั้งมั่นและเริ่มเดินทางออกจากป่าเข้าตัวเมืองเพื่อจุดมุ่งหมายของเขา

ในต้นไม่กลางป่านั้นได้มีกิ้งก่าสีดำแอบเฝ้ามองกิ้งก่าดาเนะเดินทางอยู่ห่างๆ ใบหน้าของกิ้งก่าตัวนั้นบึ่งถมึงทึงไม่พอใจที่เห็นดาเนะออกเดินทางพร้อมกับสบถกับตัวเอง "ไอกิ้งก่าอ่อนหัด(ขอบใจนะ) อย่าคิดว่าตัวเองจะเหนือกว่าข้า(ดาเนะ)เสลธตัวนี้ได้ละกัน"แต่ระหว่างที่เสลธสบถอยู่นั้นกลับมีน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาด้านขวา1หยด แล้วกิ้งก่าดำนั้นก็หายตัวไป

Author:  MonkeyMage [ Fri Sep 24, 2010 2:00 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

แนะนำให้เว้นบรรทัดช่วงคำพูดหน่อยจะอ่านง่ายขึ้นฮะ

อ่านรวดเดียวแบบนี้มันปวดตายังไงพิกล... ;)

Author:  fushigidane [ Fri Sep 24, 2010 2:29 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

เดี๋ยวจะลองทำสองแบบละกันนะ คือแบบที่บอกและก็แบบใส่สีด้วย ขอบคุณที่ให้คำแนะนำ(อ่านไวมากอะ)

Author:  Underdog [ Fri Sep 24, 2010 3:05 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

จากตอนแรก พอพูดถึงปลอกสีฟ้า นึกถึงวีคนแรก แล้วปรากฏว่าเป็นวีจริงๆด้วย 555+

แต่งเก่งมากๆเลยคร้าบดาเนะคุง แต่มันยาวไปนิด รวมกับตัวหนังสือมันเป็นพรืด บางทีอ่านแล้วไปเข้าห้องน้ำ

กลับมาอ้าวอ่านถึงตรงไหนแล้วฟระ = =!!!

แนะนำรูปภาพประกอบ >w<

Author:  fushigidane [ Fri Sep 24, 2010 3:57 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

เค้าวาดรูปไม่ด้ายยยยยยย วาดได้แต่ไม่ได้อย่างใจคิด ใช้ภาพในเกมไม่ได้ด้วย ปิดปรับปรุงCBอยู่

เดี๋ยวไอตรงเว้นบรรทัดนี่คงต้องเว้นให้เยอะหน้อยมั้ง สัก2เคาะต่อ1ช่วงพูด
หรือตัดเป็น2ตอนดีนะ จะได้ดูง่ายๆด้วย

Author:  MonkeyMage [ Fri Sep 24, 2010 4:03 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ลองไปดูรูปแบบในกระทู้BSTหน้าแรกๆสิฮะ (หน้าแรกๆเท่านั้น หน้าหลังๆจะมีแต่ล็อกอิน...)

หรือจะลองไปดูสนามเก่าก็ได้ครับ จะมีรูปแบบการเขียนของแต่ละคนอยู่

แล้วลองเอามาประยุกต์ดูครับ

Author:  fushigidane [ Fri Sep 24, 2010 4:17 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ว่าแต่ กระทู้BSTคืออะไรน่ะ :?:

Author:  คนรัก digi [ Fri Sep 24, 2010 5:04 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

viewtopic.php?f=13&t=5495

เนี๊ยรึเปล่า? รึว่าหมายถึงสนามเก่า?

Author:  dragonkungfu [ Fri Sep 24, 2010 6:25 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ตอนแรกเห็นขึ้นชื่อ ทู้ว่า FIC :shock:

ผมนึกถึง สี llllllllllllllllllll แต่พอมานั่งอ่าน โอ้วว ว

ส่งสัยข้าพเจ้า จะเข้าใจคำว่า FIC ผิดไป >w<

พอดีเห็นพวกเพื่อนผู้หญิง บอกว่าฟิค คือพวก นิยาย Y = =



อุอุ ๆ แต่งออกมาดีมากเลยคร๊าบบบบ >w< :mrgreen:

Page 2 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/