BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 110 of 204

Author:  pitinata [ Mon Nov 08, 2010 9:06 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

fushigidane wrote:
ภายนอกหน้าต่างของกระท่อมที่กิ้งก่าน้อยทั้งสองตัวอยู่นั้น มีร่างของกิ้งก่าตัวหนึ่งที่อยู่ในช่วงโตเต็มวัยแอบเฝ้ามองทางหน้าต่าง โดนดวงตาทั้งสองนั้นมองมายังกิ้งก่าน้อยด้วยสายตาที่จ้องจะฉีกเหยื่อนั้นเป็นชิ้นๆ แต่กิ้งก่าน้อยทั้งสองนั้นไม่รู้สึกตัวถึงอันตรายที่จะมาถึง



น่ากลัวจังเลยแฮะ :o

อยากรู้จังว่า กิ้งก่าตัวนั้นคือใคร

เดาไม่ง่าย แต่ก็ ไม่ยาก :lol:

ติดตามชมตอนต่อไปอยู่นะครับ ท่านดาเนะ

ปล.ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นตอนที่ น่ากลัวเกือบที่สุด (ออกอารมณ์แบบว่า เรื่องลึกลับ มาเยอะ :lol: )

Author:  คนรัก digi [ Tue Nov 09, 2010 1:46 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

ช่วงนี้มีงานมอนๆเยอะ เลยไม่ได้เข้าตั้งวันนึง คิดถึงบอร์ดเจงๆ =w=b

ฮืม... ก็เดาไม่ถูกว่าเป็นตัวไหน... แต่ลางสังหรณ์บอกว่าน่าจะเป็นก่าชามะนาวตั้งกะตอนเรื่องที่เมืองและ ไม่งั้นก็ไม่รู้ละว่าจะมีก่าตัวไหนออกมาได้อีก

Author:  fushigidane [ Tue Nov 09, 2010 7:48 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

หึหึ จะใช่รึเปล่านะ จะเหมือนอย่างที่ทุกคนคิดไหมนะ เพราะตอนนี้เรื่องค่อนข้างจะแต่งเบี่ยงจากต้นฉบับเล็กน้อย แต่ก็วกกลับมาได้แล้ว เพราะเพิ่มตรงส่วนพื้นหลังของอดีตเสลธเยอะหน่อยนึง เพราะเริ่มรู้สึกชอบเสลธตอนเด็กแหะ คือถ้าเอาเข้าจริงๆนั้น จะเปลี่ยนเนื้อแล้วอาของแต่ละคนที่นำเสนอมานี่มาแต่งก็ได้ เพราะงานนี้...ดาเนะจบหลักสูตรดริฟระดับกลางแล้ว แต่ยังไม่ระดับสุดยอดแบบท่านเมพเค้า

หลักฐานการดริฟ
ในตอนแรกที่เสลธอุ้มร่างดาเนะมาที่เมืองนั้น ตอนแรกจะให้เสลธส่งร่างให้วี และบอกแค่โดนควบคุมร่างแล้วจากไป ปล่อยให้วีเสียใจท่ามกลางยามค่ำคืนที่โหดร้ายว่าดาเนะนั้นตายแล้ว ซึ่งหมีมิมิไม่ได้ตามมาด้วย แถได้เมพดีชิมิล่ะ เพราะอยากได้ฉากที่วีต่อยเสลธจนเลือดกลบปากเลยนะ
/me โดนวีไล่แตร่ดดด ขอหาเปลี่ยนกิ้งก่าวีที่ทำให้ป่าเถื่อนเป็นBerzerker (ต่อไปอนาคตคงขังแล้วฟรวบใส่แน่ สงสัยได้โดน"แตร่ดแล้วขังฟรวบ" ถ้าแอดมินแก้ไขแล้ว)

เอาไว้ไปแต่ต่อที่ทำงานล่ะนะ

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Tue Nov 09, 2010 4:28 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

fushigidane wrote:
ดาเนะจบหลักสูตรดริฟระดับกลางแล้ว


ตายละ งั้นแพนด้าก็คงจบหลักสูตรดริฟท์ระดับสูงแล้วซินะคะ :shock: :shock: :shock:

Author:  fushigidane [ Tue Nov 09, 2010 7:28 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.4

“เพราะเสลธเหนื่อยเกินไปหรือเปล่านะ เพราะตั้งแต่ทานกลางวันแล้วเสลธก็ยังไม่ได้นอนพักเลยนี่นา” ดาเนะที่อยู่ในห้องอาบน้ำอยู่นั้นกำลังอาบน้ำอยู่ สีหน้าของดาเนะครุ่นคิดเรื่องของเสลธที่จู่ๆอาการได้ทรุดลงอย่างกระทันหัน ดาเนะถูสบู่ทำความสะอาดตัวเองจนเสร็จจึงลุกหันหน้าไปที่บ่อน้ำ ซึ่งจะมีท่อต่อออกจากนอกบ้านออกไปยังที่เก็บน้ำนอกบ้าน ซึ่งมีรูปทรงเป็นทรงกระบอกขนาดสูงที่ต่อฐานให้สูงขึ้นอีก เพื่อรองรับน้ำจากฝนและให้น้ำเทไหลไปตามท่อไปยังบ่อสำหรับอาบในห้องน้ำ น้ำฝนในโลกแห่ง12หางนั้นเป็นน้ำที่สะอาดและปลอดสารพิษ จึงสามารถนำมาใช้ได้ทั้งอุปโภคและบริโภคได้อย่างปลอดภัย

“แต่ว่าอาการของเสลธนั้นก็ปรกตินี่นา ไม่มีไข้ขึ้น ดีไม่ดีอาจจะดีขึ้นด้วย แต่ทำไมช่วงเวลาแค่แป๊ปเดียวหลังทานมื้อเย็น เสลธกลับอาการทรุดลงทันทีล่ะ” ดาเนะตักน้ำขึ้นมาราดหัวตัวเองเพื่อให้เย็นลง และเพิ่มความสดชื่นหลังจากที่ราดน้ำทั่วตัวจนฟองและคราบสบู่ออกจนหมด

“จะว่าอาหารลุงเค็นก็ไม่ได้ เพราะทั้งเราทั้งลุงเคนก็ทานเหมือนกัน แต่ไม่มีอะไรผิดปรกติเลย” ดาเนะคิดไม่ตกซึ่งสายตานั้นตกลงไปยังน้ำในบ่อ แต่ดาเนะต้องสะดุ้งเฮือกจนรีบหันกลับมาและมองไปที่หน้าต่างที่อยู่ด้านบนของผนัง เพื่อให้ห้องน้ำนั้นมีอากาศถ่ายเทและป้องกันการโดแอบนมอง จึงต้องสร้างไว้ให้สูง แม้แต่กิ้งก่าโตเต็มที่แล้วยังต้องหาเก้าอี้มาต่อชะโงกดูถึงจะได้

“อีกแล้ว ทำไมความรู้สึกนั้นมันมาอีกแล้ว” ดาเนะรู้สึกเสียวสันหลังตัวเองที่โดนแอบมองอยู่ตลอดเวลาตั้งแต่เริ่มค่ำ แม้แต่เวลาอาบน้ำที่มีกำแพงล้อมมิดชิด มีหน้าต่างอยู่สูงซึ่งยากที่จะแอบดูได้ ดาเนะที่อาบน้ำเสร็จอยู่แล้วจึงรีบไปหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวและเปลี่ยนเป็นชุดนอน ดาเนะเปิดประตูห้องน้ำออกมาทำหน้าท่าทางสดชื่นหลังอาบน่ำเสร็จ แต่ภายในนั้นยังคงระแวงกับเรื่องที่โดนแอบมองอยู่

“สบู่ของเสลธหอมดีจังเลย ใช้ของสูตรใครหรอ” ดาเนะหันไปแขวนผ้าเช็ดตัวไว้กับราวโดยที่ไม่ได้มองไปทางเสลธเพราะหลับตาทำท่าสดชื่นอยู่ตอนเดินออกมา

“ดะ ดาเนะ” เสลธเสียงสั่นและตัวสั่น มือทั้งสองจิกผ้าห่มแน่น สายตาทั้งสองมองมาทางดาเนะด้วยสายตาที่หวาดกลัวและเหมือนจะร้องไห้ออกมา “เสลธ!!!” ดาเนะรีบก้าวเท้าเดินไปหาเสลธที่กำลังตัวสั่นเทาบนเตียง “เสลธเป็นอะไรน่ะ เกิดอะไรขึ้น” ดาเนะมองไปทางหน้าต่างซึ่งนิ้วกรงเล็บของเสลธนั้นชี้ไปซึ่งสั่นไปมา

“มะ มีใครไม่รู้จ้องเรามาทางนั้นตลอดเลยก่อนที่ดาเนะจะออกมา” ดาเนะรีบวิ่งไปทางหน้าต่างที่อยู่ด้านตรงข้ามกับเตียง ซึ่งเป็นหน้าต่างของส่วนครัวที่ดาเนะใช้ล้างจาน ดาเนะต่อเก้าอี้แล้วชะโงกมองดูออกไปซึ่งไม่เห็นอะไรนอกจากบรรยากาศยามค่ำคืนของหมู่บ้านคาเลียนก้า

“ดาเนะ เสลธกลัว...” เสลธพูดออกมาทั้งน้ำตา เสียงของเสลธนั้นเต็มไปด้วยความหวาดกลัวแล้ว ดาเนะที่เลื่อนเก้าอี้ไปเก็บจึงขึ้นไปบนเตียงของเสลธและเอาแขนเสื้อของตนเช็ดน้ำตาเสลธ “ไม่เป็นไรนะเสลธ ดาเนะอยู่ข้างๆตรงนี้แล้วนะ” ดาเนะเช็ดน้ำตาทั้งสองข้างที่หลั่งออกมาจากดวงตากิ้งก่าดำจนหมด ซึ่งเสลธก็หยุดร้องไห้แล้ว

“ดาเนะ คืนนี้อย่าไปไหนนะ นอนข้างๆเสลธนะ เสลธไม่อยากฝันร้าย ไม่อยากเห็นกิ้งก่าตัวนั้นอีกแล้ว” เสลธขอร้องดาเนะขณะเอามือไปดึงขากางเกงที่ดาเนะกำลังนั่งคุกเข่าเช็ดน้ำตาให้ แขนและมือนั้นยังคงสั่นเพราะความกลัว ซึ่งดาเนะที่เห็นแล้วจึงจับมือของเสลธดึงออกจากกางเกง แล้วดาเนะก็เอนตัวลงไปนอนข้างๆเสลธ

“คืนนี้ดาเนะจะนอนข้างเสลธตรงนี้ล่ะ แล้วดาเนะจะไม่ไปไหนเลยจนกว่าจะเช้าด้วย เพราะฉะนั้นเสลธไม่ต้องกลัวนะ ดาเนะอยู่ข้างๆแล้ว” ดาเนะนอนตะแคงมามองทางเสลธและปลอบด้วยเสียงที่เบาๆ “...ขอบคุณนะดาเนะ” เสลธขอบคุณจากใจ แม้จะยังหวาดกลัวอยู่ แต่ข้างๆก็มีเพื่อนของตนนอนเป็นเพื่อนแล้ว ซึ่งเพียงแค่มีเพื่อนนอนเป็นเพื่อนด้วยนั้นทำให้เสลธรู้สึกดีขึ้น ต่างจากคืนที่ผ่านมาที่นอนอยู่เพียงลำพัง

“เสลธกลัวมากเลยอะดาเนะ” ดาเนะเอามือไปไปอังที่หน้าผากของเสลธเพื่อจะวัดไข้เทียบกับของตน “ตั้งแต่เมื่อคืนเสลธก็โดนจ้องอย่างนั้นมาตลอดเลย เสลธตะโกนถามก็ไม่ตอบ แต่ยังจ้องมองเสลธด้วยสายตาที่น่ากลัวด้วย” เสลธเล่าเพื่อระบายออกมา ซึ่งดาเนะก็รับฟังและเปลี่ยนตำแหน่งมือที่อังหน้ามากมาจับมือของเสลธแทน

“กิ้งก่าที่มองมานั้นมีแผลเป็นที่หน้าผากด้วยอะ แค่...” “ว่าไงนะ” ดาเนะที่นอนฟังอยู่นั้นถามเสลธเสียงดังและลุกจากเตียงทันที “ดะ ดาเนะ...” เสลธพูดอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเพื่อนของตนลุกพรวดขึ้นมาและยังถามด้วยเสียงที่เหมือนตะคอกอีก หน้าของเสลธเสียและร้องไห้ออกมาทันที

“ส เสลธ ดาเนะขอโทษนะ ดาเนะตกใจที่ได้ยินเรื่องที่เสลธเล่าน่ะ” ดาเนะนำแขนเสื้อของตัวเองมาเช็ดหน้าเสลธที่กำลังร้องไห้อยู่ ดาเนะยิ่งรู้สึกผิดและใจเสียที่ทำให้เสลธที่กลัวอยู่แล้วนั้นกลัวมากขึ้นอีก “เสลธขอโทษนะดาเนะ แต่ดาเนะอย่าไปไหนนะ เสลธกลัว เสลธกลัวกิ้งก่าตัวนั้น” เสลธยังร้องไห้และพูดออกมาทั้งน้ำตาแห่งวามกลัว

“เสลธไม่ได้ผิดหรอก ดาเนะต้องขอโทษต่างหากที่ทำให้เสลธกลัวนะ” ดาเนะขอโทษอีกครั้งเพราะเหมือนเสลธจะไม่ได้ยินในครั้งแรก “ดาเนะอย่าไปนะ ดาเนะนอนเป็นเพื่อนเสลธนะ” เสลธยังคงร้องไห้อยู่ “อือ ดาเนะจะนอนข้างๆเสลธตรงนี้ล่ะ และจะจับมือเสลธไว้ตลอดเลย แล้วเสลธต้องจับมือดาเนะด้วยนะ มือของดาเนะกับเสลธจะได้ไม่หลุดออกจากกัน” ดาเนะนำมือของตัวเองจับกุมมือซ้ายของเสลธ ซึ่งเสลธเองก็ใช้มือนั้นจีบกับดาเนะแน่น เพราะไม่อยากให้ไปไหน

“เสลธจับมือดาเนะแล้ว เสลธจะไม่ปล่อยมือดาเนะเด็ดขาดเลย” เสลธแม้จะยังร้องไห้อยู่แต่ก็ร้องไม่มากแล้ว เพราะเพื่อนของตนจะอยู่นอนเป็นเพื่อน และยังจับมือกันเอาไว้เพื่อไม่ให้ห่างไปไหนด้วย “งั้นเรามานอนพร้อมกันนะเสลธ ดาเนะจะนับหนึ่งถึงสามแล้วหลับตาพร้อมกันนะ” ดาเนะลุกขึ้นไปดับไฟในตะเกียงที่อยู่ตรงโต๊ะข้างกับดาเนะ ดาเนะคิดว่าการนอนนั้นน่าจะดีที่สุด เพราะยิ่งตื่นนานเท่าไรนั้น เสลธก็จะพักผ่อนได้น้อยลง อาจจะพะวงคิดเรื่องกิ้งก่าที่มองมาด้วย และการได้นอนหลับพักเต็มอิ่มหนึ่งตื่นนั้นน่าจะทำให้เสลธสดชื่นในวันถัดไป และอาจจะลืมฝันร้ายก็เป็นได้

“อือ” เสลธขานรับซึ่งดาเนะเริ่มนับหนึ่งถึงสาม เมื่อสิ้นเสียงคำว่าสามนั้น กิ้งก่าทั้งสองตัวก็หลับตาลงจนความมืดนั้นเข้าปกคลุมทุกด้าน มือทั้งสองของกิ้งก่านั้นยังคงจับแน่นไว้อยู่ และจะไม่มีทางหลุดออกจากกันจนกว่าถึงตอนเช้าของวันใหม่

“ทำไม...ทำไมเสลธถึงไปอยู่ตรงนั้น ถ้านี่คือความจำในอดีตของเสลธ ทำไมถึงมีเสลธสองตัวล่ะ แล้วทำไมเสลธต้องมาทำกับเสลธร่างเด็กด้วย” ดาเนะคิดไม่ตกเมื่อรู้ว่ากิ้งก่าที่จ้องมองมานั้นคือเสลธ


ค่ำคืนที่เงียบสงัดของหมู่บ้านคาเลียนก้า ภายในกระท่อมหลังหนึ่งซึ่งมีกิ้งก่าน้อยสองตัวนอนอยู่บนเตียงขนาดกลาง ซึ่งมากเพียงพอให้กิ้งก่าน้อยๆทั้งสองตัวนอนได้โดยไม่ต้องเบียดกัน กิ้งก่าทั้งสองตัวนั้นดูหลับสบายบนเตียง โดยมือทั้งสองข้างนั้นยังคงกุมกันไม่ปล่อย แต่ภายนอกกระท่อมนั้นมีกิ้งก่าสีดำที่มีแผลเป็นบนหน้าผากอยู่ตรงหน้าต่าง ดวงตาทั้งสองจ้องมองไปยังคู่กิ้งก่าที่นอนอยู่ด้วยสายตาที่อาฆาต ปานจ้องจะจับฉีกเหยื่อให้เป็นชิ้นๆ จากนั้นกิ้งก่าตัวนั้นก็หายไปจากหน้าต่าง แต่ประตูของกระท่อมนั้นกลับเปิดออกช้าๆพร้อมกับร่างของกิ้งก่าแผลเป็นเข้ามา และเดินตรงไปยังเตียงโดยหยุดที่ปลายตีนเตียง สายตาทั้งสองข้างนั้นจ้องมองมายังกิ้งก่าสีเหลืองทีนอนตะแคงหันหน้าให้กับกิ้งก่าน้อยสีดำ

“เหอะนอกจากจะบุกรุกบ้านตัวอื่นแล้ว แกยังมานอนหลับสบายในบ้านพักตัวอื่นด้วยเนี่ยนะ” ดาเนะลืมตาตื่นและลุกนั่งชันเข่าบนเตียง “เสลธ” ดาเนะพูดด้วยเสียงที่กราดเกรี้ยว ดวงตาจ้องมองไปยังเสลธร่างโต ซึ่งเป็นร่างเดียวกับที่สังหารดาเนะลงไป มืออีกข้างค่อยๆแกะมือของเสลธตัวน้อยออกเพราะจะต้องเกิดเรื่องโดยมีตนเองเป็นเป้า จึงจะย้ายตัวเองออกเพื่อรักษาความปลอดภัยให้

“โฮ่ แทนที่จะนอนต่อไปนะ ข้าจะได้ฆ่าเจ้าให้หลับสบายๆแม้ๆเชียว” เสลธพูดจายียวนซึ่งดาเนะก็ไม่สบอารมณ์เหมือนกัน ตอนนี้ดาเนะแกะมือของเสลธตัวน้อยออกได้แล้วจึงลุกออกจากเตียงและเดินออกห่างโดยพยายามเลาะไปที่ประตู “ฮึ่ม นี่แกจะตามจองล้างจองผลาญเราไปถึงไหนกันแน่” ดาเนะตะคอกกลับด้วยเสียงที่ไม่ดังมากนัก เพราะไม่อยากให้เสลธร่างเด็กนั้นต้องตื่นมาเจอ

“โฮ่ ใจเย็นๆสิ เป้าหมายหลักของข้าที่จริงคือไอ้เปี๊ยกนั่นต่างหาก แต่เพราะมีแกเข้ามาอีกแล้ว ก็เลยว่าจะเก็บสองไปเลย จะได้ตายแล้วอยู่ด้วยกันยังไง” เสลธชี้นิ้วกรงเล็บของตนไปยังกิ้งก่าน้อยสีดำที่นอนอย่างไม่รู้เรื่องอยู่ “เสลธ แกเป็นบ้าอะไรของแก นั่นมันแกตอนเด็กนะ นี่แกอยากฆ่าตัวเองรึไง” ดาเนะตกใจกับความคิดพิสดารของเสลธร่างโต เพราะว่าถ้าร่างเด็กตายนั้น ร่างปัจจุบันก็ต้องหายไปตามด้วย

“เหอะ ตายไปแล้วก็อยู่ส่วนตายไปเถอะ ยังจะปากมากน่ารำคาญอีก” เสลธหันกลับมาตะคอกใส่ดาเนะกลับเสียงดัง จนทำให้เสลธร่างเด็กนั้นตื่นขึ้นมาด้วยอาการงัวเงีย “อือ---“ เสลธน้อยนั้นยังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกทำได้แต่ลืมตาขึ้นมา “ดาเนะ หนวกหูจัง” เสลธพูดออกมาอย่างงัว

“อย่าหันมามองนะเสลธ” ดาเนะรีบตะโกนห้ามเพราะไม่อยากให้เสลธนั้นต้องเห็นภาพกิ้งก่าที่ทำให้เสลธน้อยนั้นกลัว แต่ไม่ทันเสียแล้ว เพราะกิ้งก่าที่มีแผลเป็นตรงหน้าผากนั้นได้มาอยู่ตรงจุดที่เสลธน้อยหันไปมองพอดีกับสายตาพอดี “อึ อึ” เสลธน้อยพูดอะไรไม่ออก ความกลัวที่เคยอยู่ระยะห่างนั้นกลับมาอยู่ระยะแทบจะประชิด เสลธตัวสั่นและหน้าเสียจนร้องไห้ออกมาเสียงดังเพราะด้วยความกลัว

“ฮึ่ย หนวกหูโว้ย เงียบเดี๋ยวนี้” เสลธตะเบลตะคอกใส่เสลธน้อยโดยเฉพาะสามคำสุดท้าย เท้าของเสลธร่างโตนั้นกระทืบลงบนเตียงจนเตียงนั้นพลิกตั้งขึ้นมา เตียงนั้นไม่ได้มีน้ำหนักที่เบามากที่จะให้กิ้งก่าธรรมดาพลิกมันขึ้นมาได้ ต่อให้เป็นกิ้งก่าเพาะกายแรงมหาศาลก็ตามก็ยังไม่สามารถทำได้อยู่ดี นี่เป็นแรงที่เกินกว่าเผ่ากิ้งก่าจะทำได้แล้ว ร่างของเสลธน้อยลอยออกมาตามแรงผลักเหมือนไม้กระดกของเตียงพุ่งไปกระแทกฝาผนังอีกด้านหนึ่งอย่างแรง ร่างของเสลธน้อยร่วงลงมากระแทกกับพื้นและหยุดร้องไห้ทันทีเพราะความเจ็บ

“เสลธ” ดาเนะรีบวิ่งไปหาเสลธน้อยที่นอนบาดเจ็บอยู่ “เฮอะ ค่อยยังชั่ว” เสลธสบถออกมาหลังจากยกเท้าออกจากเตียง “แก เด็กคนนี้ไม่เกี่ยวแล้วทำไมแกต้องทำแบบนี้ด้วย ถ้าแกอยากฆ่าเราก็ฆ่าเราสิ” ดาเนะหันไปตวาดกลับเพราะโกรธที่ทำให้เพื่อนของตนนั้นต้องมาบาดเจ็บเพราะตน ทั้งที่เสลธน้อยนั้นไม่ได้เกี่ยวของหรือรู้เรื่องอะไรด้วยเลย “เฮอะ นอกจากจะอ่อนหัดแล้วยังงี่เง่าไม่เปลี่ยนเลยนะ ตายแล้วยังไม่รู้อีกรึไง” เสลธตอบด้วยความรำคาญที่ต้องมาทวนประโยคแบบเดิมๆอีกครั้ง

“แกสิบ้า ถ้าเราตายแล้วเราจะยังมีตัวตนแบบนี้อยู่มั้ยล่ะ ถึงแม้จะไม่รู้ก็เถอะว่าทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้” ดาเนะหันไปตวาดกลับพลางเอาตัวป้องเสลธน้อยที่นอนเจ็บปวดอยู่ เสลธร่างโตนั้นทั้งหงุดหงิดและเอือมระอากับความไม่รู้เรื่องของดาเนะจนลงไปนั่งที่เก้าอี้

“แกนี่งี่เง่าจริงๆ ข้าจะบอกอะไรให้ แกน่ะตายไปแล้ว ตายไปด้วยฝีมือของข้าเนี่ยล่ะ และข้าก็ไม่ได้ชื่อเสลธอะไรอย่างที่แกพล่ามออกมาด้วย”

Author:  pitinata [ Tue Nov 09, 2010 7:51 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

~LittlE_PanDa~ wrote:
fushigidane wrote:
ดาเนะจบหลักสูตรดริฟระดับกลางแล้ว


ตายละ งั้นแพนด้าก็คงจบหลักสูตรดริฟท์ระดับสูงแล้วซินะคะ :shock: :shock: :shock:


อย่างนี้สงสัยต้องมอบประกาศนียบัตรให้ซะแล้ว พักนี้คนจบเยอะซะด้วย :lol:

fushigidane wrote:
“แกนี่งี่เง่าจริงๆ ข้าจะบอกอะไรให้ แกน่ะตายไปแล้ว ตายไปด้วยฝีมือของข้าเนี่ยล่ะ และข้าก็ไม่ได้ชื่อเสลธอะไรอย่างที่แกพล่ามออกมาด้วย


อ้าว :shock: งงกันเลย ตกลงชื่ออะไรกันแน่นะ
งงไปหมดแล้ว :o

เอาเป็นว่ารอชมตอนต่อไปดีกว่า =w=

ปล.ท่านดาเนะ ลายเซ็นใหม่ แจ่มแจ๋วไปเลยครับ ^^

Author:  blackhole [ Tue Nov 09, 2010 8:11 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

นั่นคือจิตมืดของเสลธสินะ ขอเดาว่าชื่อ Dlate ดเลธ :lol:

-/เผ่นป่าราบ

Author:  คนรัก digi [ Wed Nov 10, 2010 12:53 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.3

เอ่อ... ตรูหน้าแตกใช่มั๊ยนี่ ไปใส่ร้ายก่าอื่นซะและ :oops:



แล้วแบบว่า รู้สึกจะจองล้างจองผลาญมากเลยนะ เป็นอะไรกับดาเนะมากขาดนั้นเนี่ย =w=

แต่งให้ก่าวีลงไปช่วยซะ!! อ่านแล้วมันดราม่าขัดใจวุ๊ย!! :twisted:

แนะนำซิกท่านดาเนะ เอาให้พวก text ไปเป็นฟอนท์ต่างๆไม่เหมือนกัน แต่งด้วย Blending Option ด้วย น่าจะดูดีขึ้นได้อีก =w=b

Author:  fushigidane [ Wed Nov 10, 2010 4:52 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.5

“เสลธ นี่แกเป็นบ้าอะไรของแก ก็ตัวแกคือเสลธ แล้วมาบอกว่าไม่ใช่แกเอง แล้วแกเป็นตัวอะไรกันแน่” ดาเนะเริ่มหงุดหงิดกับการเล่นคำของกิ้งก่าดำข้างหน้าตนไปมา ไม่รู้ว่าการเล่นคำนี้เป็นการเล่นเพื่อยั่วยุหรือตั้งใจพูด เพราะเสียงที่พูดออกมานั้นทั้งจริงจังและดูหงุดหงิดเพื่อจะอธิบายความจริง เสลธร่างโตเหนื่อยกับการต่อล้อต่อเถียงกับดาเนะจึงลงไปนั่งที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างๆตน

“เฮ้ย ข้าอุตส่าทำตัวดีๆเพื่อจะอธิบายให้แกได้เข้าใจนะ ฟังข้าพูดให้จบก่อนสิ” เสลธชี้ไปที่หน้าดาเนะเหมือนสั่งการ ซึ่งดาเนะไม่มีทางอย่างแน่นอน แต่เพราะเสลธน้อยนั้นนอนบาดเจ็บทรมานและไม่สามารถขยับไปไหนได้ด้วย จึงจำเป็นต้องอยู่ติดกับเสลธน้อยเพื่อคุ้มครองจากเสลธร่างโตจ้องจะเอาชีวิต

“ใครจะเชื่อแก แกพึ่งจะบอกว่าจะมาฆ่า แล้วจะให้อยู่นิ่งฟังเรื่องที่แกพูดเพื่อให้แกฆ่าได้เนี่ยนะ” ดาเนะเถียงกลับซึ่งเสลธร่างโตนั้นทำท่าหงุดหงิดเหมือนจะถึงจุดระเบิดแล้ว เส้นเลือดขอดผุดขึ้นมาที่หน้าผากของเสลธให้สังเกตุเห็น “ไอ้กิ้งก่าอ่อนหัด ฟังนะ ข้าน่ะฆ่าแกทั้งสองแน่ และที่ข้าจะอธิบายเนี่ย เพราะข้ารำคาญแกซักถามเนี่ยล่ะไอ้กิ้งก่างี่เง่า แล้วพอข้าจะอธิบายให้เข้าใจ แกก็มางี่เง่าใส่อีก” เสลธทุบโต๊ะที่ท้าวแขนนั้นจนพังในเพียงแค่ฟาดหนึ่งครั้งเท่านั้น

“แต่ถ้าแกยังทำตัวงี่เง่าอีกรอบล่ะก็" เสลธหยิบเศษไม้จากโต๊ะที่พังนั้นแล้วเขวี้ยงไปปักที่ผนังระหว่างลำดัวดาเนะกับเสลธน้อย ทั้งเสลธน้อยและดาเนะต่างตกใจและใจหายวาบ เสลธน้อยทำท่าจะร้องให้ออกมาเพราะกลัวถึงขีดสุดแล้วแต่ดาเนะรีบเอามือมาอุดปากเสลธน้อยไม่ให้ร้องออกมา

“ข้าจะฆ่าแกทั้งสองอย่างทรมานที่สุดตามความงี่เง่าของแก” กิ้งก่าดำขู่กิ้งก่าน้อยทั้งสองจนเกิดความเงียบและความกดดันขึ้นมาในทันที ซึ่งดาเนะไม่มีทางเลือกนอกจากจะรับฟังและวางแผนที่จะพาเสลธน้อยนั้นออกไปที่ปลอดภัยให้ได้ “ฟังให้ดีล่ะไอ้กิ้งก่างี่เง่า แกน่ะตายตั้งแต่ตอนที่ข้ายิงศรพลังงานสีเหลืองไปแล้วตั้งแต่ตอนนั้น รวมถึงเพื่อนของแกที่เข้ามาปกป้องแก แต่สุดท้ายแกก็ต้องมาตายอยู่ดีนั่นแหละ ช่างงี่เง่าพอกันทั้งคู่เลยนะ ฮ่าๆๆ” เสลธตอกย้ำดาเนะและหัวเราะออกมาอย่างสะใจ ดาเนะทำได้แต่นั่งข่มความรู้สึกของตนเอง เพราะยังมีเสลธน้อยคอยพ่วงอยู่ด้วย ถ้าขืนหุนหันทำอะไรลงไป เสลธน้อยจะพลอยรับผลกระทบจากตนไปด้วย

“หึหึ ดีมาก ไม่เถียงกลับแบบนี้ค่อยมีอารมณ์เล่าต่อหน่อย” เสลธที่เห็นดาเนะนั่งก้มหน้าและตัวสั่นเพราะความโกรธแต่ไม่สามารถทำอะไรได้นั้น รู้สึกพอใจเป็นอย่างยิ่ง “กลับมาเรื่องที่แกตายนะ ถ้าตามปรกติแล้วล่ะก็ สิ่งมีชีวิตทุกสิ่งที่ตายไปแล้วนั้น ดวงวิญญาณจะออกจากร่างของเจ้าของ และเมื่อออกจากร่างโดยสมบูรณ์ ดวงวิญญาณนั้นก็จะถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังธรรมชาติและกลับไปเกิดใหม่ในรูปแบบอื่นๆใช่มั้ย” เสลธถามซึ่งไม่มีคำตอบออกมาจากกิ้งก่าทั้งสองตัว เสลธเริ่มหงุดหงิดจึงหยิบแผ่นไม้แล้วเขวี้ยงไปปักผนังอีกครั้ง แต่คราวนี้ปักเฉี่ยวหางของเสลธน้อย

“ฟังนะ ถ้าข้าถามอะไรแกก็ต้องตอบ ถ้าข้าเล่าอะไรแกก็นั่งฟังเงียบๆ เข้าใจมั้ย” ดาเนะเห็นการกระทำของเสลธยิ่งรู้สึกแค้นยิ่งขึ้นไป “ใช่” ดาเนะขบฟันตอบออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่เต็มใจนัก แต่เสลธไม่ทำอะไรต่อ “ก็เท่าเนี้ย ทำตั้งแต่แรกก็สิ้นเรื่อง” เสลธลงไปพิงพนักเก้าอี้และทำท่าจะเริ่มเล่าอีกครั้ง

“แต่ที่แกยังมีร่างมีตัวตนอยู่แบบนี้เนี่ย คงต้องขอบใจข้าด้วยนะ” เสลธชี้ไปที่แขนข้างขวาของตนเองกับขาซ้ายของดาเนะ “แกจำจุดที่ข้ายิงใส่ได้มั้ย” เสลธถามขึ้นซึ่งดาเนะก็จับแขนและขาของตนเองเหมือนกัน แต่ไม่เปิดบาดแผลใดๆทั้งสิ้น ทั้งที่ถูกยิงศรใส่โดยเฉพาะตรงต้นขาที่แทบถูกยิงอัดระยะประชิด

“เหมือนจะนึกได้แล้วสินะ พลังของข้าน่ะมีความสามารถในการเกาะกินเป้าหมายนั้นให้ตายได้ ในตอนนี้เพื่อนของแกก็คงตายไปอย่างทรมานแล้วล่ะนะ ช่างน่าสงสารจริงๆ ต้องมาตายเพราะช่วยเหลือเพื่อน นี่สินะที่เรียกว่าทำดีไม่ขึ้น” เสลธสะใจกับการได้ตอกย้ำเรื่องที่ช้ำใจที่สุดของดาเนะครั้งแล้วครั้งอีก

“ส่วนแก ที่แกไม่ยอมตายเพราะข้าพลาดเอง จำที่ขาแกได้มั้ย ที่ข้ายิงแกในระยะประชิดน่ะ ตอนนั้นข้าโมโหจนเลือดขึ้นหน้า เลยลืมอัดพลังของข้าลงไปในศร มันเลยกลายเป็นแค่ศรธรรมดาๆเท่านั้น” เสลธกระทืบเท้าตนเองเพราะพลาดกับเรื่องที่ไม่ควรจะพลาด

“ส่วนแขนขวาที่โดนยิงในตอนแรกน่ะ ข้าใส่พลังของข้าลงไปแล้วเรียบร้อย แต่เพราะแกโดนแค่เฉี่ยวๆ พลังของข้าเลยไม่สามารถเข้ามาได้เต็มที่ ทำให้ไม่มีพลังมากพอที่จะกัดกินวิญญาณของแกให้ตาย จะสร้างความทรมานกับแกข้าก็ยังทำไม่ได้ แม้แต่จะสร้างห้วงเวลาแข่งกับไอ้เปี๊ยก ข้ายังทำแข่งกับมันไม่ได้” เสลธกระทิบเท้าลงไปอีกครั้งแต่ครั้งนี้พื้นของกระท่อมที่ทำจากไม้นั้นทะลุลงไปด้วยเท้าของกิ้งก่าสีดำ

“ถ้าข้าไม่ลืมอัดพลังลงไปตอนยิงที่ต้นขาแกนะ ข้าไม่ต้องถ่อเข้ามาฆ่าแกถึงข้างในร่างแบบนี้หรอก” เสลธค่อยๆยกขาของตัวเองขึ้นมาจากรูที่กระทืบพื้นไม้นั้นจนทะลุ แต่ที่ขานั้นกลับไม่มีร่องรอยบาดแผลอะไรเเลย เสลธน้อยยิ่งเห็นภาพและได้ยินเรื่องราวต่างๆนั้น ถูกความกลัวเกาะกินจนไม่เหลือพื้นที่ให้ใส่อะไรลงไปแล้วในสิ่งที่เรียกว่าความรู้สึก

“เสลธ หลับตากับปิดหูไว้นะ อย่าฟังอย่ามองอะไรทั้งสิ้นนะ” ดาเนะไม่ได้หันไปทางเสลธน้อย แต่บอกเบาๆเพราะต้องคอยเฝ้าระวังจากกิ้งก่าดำที่นั่งมองมาทางนี้ด้วยสายตาแห่งนักล่า เสลธน้อยนั้นเอาหน้าของตัวเองซบลงไปที่ต้นขาซ้ายของดาเนะที่นั่งชันเข่าอยู่ ในตอนนี้เสลธที่โดนความกลัวแทรกทุกอณุร่างนั้นต้องการสัมผัสจากใครบางตัวที่ไม่ทำร้ายเสลธ ซึ่งมีแต่เพียงดาเนะเท่านั้นที่อยู่ข้างๆ เสลธซบลงไปที่ตักของดาเนะด้วยความสั่นเทา น้ำตาไหลตลอดเวลาจนขาของดาเนะเปียก ซึ่งดาเนะรับรู้ได้ถึงความรู้สึกนั้นจึงใช้มือซ้ายของตนวางลงบนหัวเพื่อบอกให้รู้ว่าดาเนะยังคงอยู่ข้างๆเสลธ “เออ รักกันเข้าไป รักกันให้เยอะๆ ตายไปแกจะได้ไม่เหงา” เสลธพูดด้วยเสียงที่หงุดหงิดออกมาในทันทีที่เห็นภาพของกิ้งก่าน้อยทั้งสองตัวกำลังปลอบกันอยู่


“ต่อไปก็เรื่องที่ทำไมข้าต้องมาข้าแกและไอ้เปี๊ยกนี่” สายตาของเสลธจ้องมองมายังกิ้งก่าน้อยอย่างเหี้ยมโหดแต่เลือดเย็น เสลธที่ถึงแม้จะเอามือปิดหูแต่ก็ยังได้ยินอยู่นั้นยิ่งตัวสั่นร้องไห้ที่ตักของดาเนะมากยิ่งขึ้นอีก “ดาเนะ ช่วยด้วย เสลธกลัว เสลธยังไม่อยากตาย” เสลธน้อยพูดออกมาหลังจากที่นั่งนิ่งเงียบมาตลอด เพราะไม่สามารถที่จะอดทนต่อไปได้แล้ว และยิ่งจิตใจที่เป็นเด็กด้วย เวลาได้ยินคำและเรื่องเกี่ยวกับความตายจัยิ่งกลัวเป็นทวีคูณ

“ไม่เป็นไรนะเสลธ ไม่เป็นไร” ดาเนะเองก็ไม่อยากจะพูดอะไรออกมามาก เพราะกิ้งก่าดำที่รำคาญในตัวของดาเนะอยู่ ถ้าเกิดพูดอะไรไม่เข้าหูนั้นอาจจะจบชีวิตลงได้ในทันทีแต่สีหน้าของเสลธนั้นกลับยิ้มออกมาอย่างพอใจ ไม่ตะคอกกลับเหมือนตอนที่เสลธร้องไห้ที่เตียงในตอนนั้น

“ฟังล่ะ ที่ข้าเข้ามาที่นี่น่ะ ข้ามาเพื่อที่จะมาฆ่าแกแน่นอน ไม่ต้องห่วง” เสลธชี้หน้าดาเนะอีกครั้งและเก็บมือลงไป ส่วนที่ข้ามาฆ่าไอ้เปี๊ยกนี่ เพราะมันให้ข้าไม่สามารถทำให้ข้าสร้างห้วงเวลาอย่างที่ข้าต้องการได้ แต่จะฆ่าเลยก็เสียดาย ข้าจึงค่อยๆทรมานมันให้กลัว แล้วข้าก็จะค่อยๆดูดซับพลังงานความกลัวนั้นมาเป็นพลังให้กับข้าเหมือนอย่างนี้” เสลธสิ้นคำเสร็จก็กระทีบเท้าลงไปอีกครั้งจนพื้นทะลุ แต่ครั้งนี้พื้นที่ๆเป็นรู้นั้นขยายวงกว้างกว่าเดิมมาก

“ชอบจริงๆ พลังที่เพิ่มขึ้นนี่” เสลธยกขาตัวเองขึ้นมาซึ่งไม่มีริ้วรอยแผลอะไรใดๆทั้งนั้น แต่พื้นที่ๆเสลธนั่งนั้นเป็นรูใหญ่จึงย้ายเก้าอี้ไปนั่งที่อื่น “ส่วนที่แกคิดว่าไอเปี๊ยกนี่มันป่วยลงกระทันหันเป็นเพราะข้าเองยังไงล่ะ ข้าค่อยๆดูดพลังจากมันมาทีละน้อยๆ แต่เพราะมันไม่เกิดความหวาดกลัวแล้วข้าจึงเร่งอาการให้มันป่วยลงทันที เพื่อที่ข้าจะได้ดูดพลังงานต่อได้ยังไงล่ะ” ดาเนะที่ฟังอยู่นั้นหันรีหันขวางเพราะบรรยาการศรอบๆนั้นค่อยๆมืดดำลงเรื่อยๆเหมือนถูกหรี่ไฟลง ทุกสิ่งทุกอย่างในกระท่อมค่อยๆถูกความมืดดูดกลืน ไม่เว้นแม้แต่เงา

“โฮ่ ดูเหมือนพลังของข้าจะเพิ่มมากขึ้นจนมากพอที่จะเปลี่ยนห้วงเวลามาเป็นแบบฉบับของข้าได้แล้วนะ แม้จะต่างวัยก็เถอะ แต่พลังของเจ้าเปี๊ยกนี่มันช่างเยอะเหมือนกับร่างของนายข้าร่างจริงเลยนะ” เสลธพูดออกมาด้วยความพอใจที่ตัวเองมีพลังเพิ่มมากขึ้น “แก แกทำอะไรกับเสลธกันแน่” ดาเนะที่ตีความได้จึงรับรู้ว่าตัวเสลธนั้นน่าจะถูกหลอกเพื่อให้ถูกดูดพลังงานเหมือนอย่างที่กระทำต่อเสลธตัวน้อย

“ข้ากำลังอารมณ์ดีข้าจะตอบให้ละกัน ข้าก็แค่ทรมานเพื่อนของแกไปเรื่อยๆ ให้มันเจ็บปวดและทรมานทุกรูปแบบ ทั้งความหวาดกลัว ความเจ็บปวด ความโกรธ ความเกลียด และอีกต่างๆที่เป็นพลังในแง่ลบ แล้วข้าก็แค่แปลงพลังเหล่านั้นมาเป็นอาหารให้กับข้าเท่านั้นเอง” ดาเนะกัดฟันกรอดเมื่อรู้ว่าเพื่อนเสลธของตนนั้นถูกทรมานและหลอกด้วยวิธีที่สกปรกเพื่อให้กิ้งก่าที่อยู่ข้างหน้านั้นค่อยๆเติบโตขึ้น

“ทำสีหน้าอยากจะฆ่าข้าทิ้งสินะ แต่ข้าไม่ได้หลอกกินฟรีอย่างเดียวสักหน่อย ข้าสามารถกระตุ้นเพื่อนของแกไม่ให้ตายได้ด้วยนะ ต่อให้มันคิดจะฆ่าตัวตายยังไง ข้าก็จะกระตุ้นหัวใจมันให้ตื่นขึ้น และทรมานมันต่อไปเพื่อสูบกินพลังต่อไปเรื่อยๆ เป็นไงล่ะ เป็นข้อแลกเปลี่ยนที่ดูยุติธรรมดีใช่มั้ย” เสลธพูดออกมาแบบยียวน ซึ่งบรรยากาศรอบๆตอนนี้นั้นมีแต่เพียงสีดำเท่านั้น ไม่มีแม้แต่แสงหรือเงา มีแต่แต่เพียงสีดำและกิ้งก่าสามตัวที่กำลังสนทนากันอยู่

“เฮ้อ อย่างนี้สิค่อยน่าอยู่หน่อย เดี๋ยวข้าให้รางวัลที่พวกแกเป็นเด็กดีละกัน” เสลธพูดเสร็จจึงโยนคันธนูไม้ธรรมดาๆพร้อมกับกระบอกศรธนูให้ดาเนะ ดาเนะหยิบศรกับคันธนูขึ้นมาสวมใส่และทำท่าง้างศรใส่เสลธ “แก แกเป็นใครกันแน่ ทำไมต้องทำกับเสลธแบบนี้” ดาเนะพูดออกมาด้วยอารมณ์ที่โกรธแต่มีน้ำตาไหลออกมา ดาเนะไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าเสลธนั้นต้องอยู่อย่างเจ็บปวดทรมานตลอดเวลาแบบนี้

“กว่าจะถามเข้าใจและรู้เรื่องว่าข้าไม่ใช่เสลธนะ ไอกิ้งก่างี่เง่า” เสลธลุกขึ้นยืนหลังจากที่นั่งเก้าอี้อากาศที่เป็นสีดำมองไม่เห็นและเริ่มแปรสภาพร่างของตัวเองจากกิ้งก่าสีดำนั้นเป็นออร่าสีดำ แต่ยังคงเค้าเดิมของรูปทรงกิ้งก่า “ข้าก็คือจิตมืด จิตที่เสลธเพื่อนของแกสร้างมันขึ้นมาจนมีตัวตนไง ทั้งความโกรธ เกลียด แค้น อิจฉา เหงาที่มีในตัวเพื่อนแก และเมื่อมันมีมากขึ้น ข้าก็เริ่มมีตัวตนขึ้นมาแบบนี้ยังไงล่ะ” เสลธอธิบายให้ฟังซึ่งดาเนะที่ได้ยินนั้นยิ่งโกรธแค้นขึ้นไปอีก

“แก ทำไมต้องทำกับเสลธแบบนี้” ดาเนะยังคงง้างศรอยู่แต่ยังนั่งชันเข่าที่เดิมไม่ยอมไปไหน เสลธน้อยนั้นยังคงซบที่ตักของดาเนะด้วยความกลัวอยู่ “ก็เพราะนายของข้าหรือว่าเพื่อนแกน่ะ มีพลังที่หล่อเลี้ยงข้าเยอะมากๆ ข้าก็แค่ติดใจกับรสชาติที่หอมหวานอันนั้นเท่านั้นเอง ก็แค่กิน กิน และก็กินไปเรื่อยๆ ถึงได้มีเรี่ยวแรงและพลังมากแบบนี้ไงล่ะ ส่วนแก ไอ้กิ้งก่างี่เง่า เพราะการมีตัวตนของแก มันทำให้นายข้าเกิดคืนสติขึ้นมาได้เมื่อยามที่คิดหรือพบเจอแก แล้วข้าก็ไม่สามารถที่จะดูดกินพลังนั้นได้ ข้าจึงต้องมาหาแก ทรมานแก และฆ่าแก เพื่อให้นายข้าต้องทรมานและเจ็บปวด ข้าจะได้กินพลังนั้นได้อีกเรื่อยๆไง ฮ่าๆๆ” จิตมืดของเสลธนั้นหัวเราะออกมาอย่างสะใจกับแผนการที่สำเร็จและลุล่วงไปได้ด้วยดีของตน

“คราวนี้แกคงจะเข้าใจในทุกเรื่องแล้วล่ะน่ะไอ้กิ้งก่างี่เง่า เพราะฉะนั้น ได้เวลาตายของจริงแล้ว” เพียงแค่สิ้นคำของจิตมืดนั้นก็เกิดเสียงร้องเจ็บปวดขึ้นมา

Author:  fushigidane [ Wed Nov 10, 2010 5:00 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน3.5

เผยความจริงแค้นฝังจิดมืด ทำไมจองล้างจองผลาญดาเนะได้ขนาดนี้

วีจะตามเข้ามาถึงดวงวิญญาณในร่างเลยเรอะ :shock:

ส่วนชื่อจิตมืดนั้นน่าสนแหะ แต่ไม่ได้เข้ามาอ่านอะ เลยยใส่ชื่อลงไปไม่ทันแล้ว

ส่วนเรื่องนั้น เจ๊เดาถูกนะฮาฟฟฟ

Page 110 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/