BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 116 of 204

Author:  GuilMon [ Thu Nov 25, 2010 7:33 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

ไม่ต้องเครียดไปครับดาเนะ . . . แหม ๆ ๆ ๆ ๆ . . .

ก็แค่นิดๆหน่อยๆ เบาๆ อย่าไปใส่ใจครับ . . .

แต่ท่าจะเอาหนักๆ ผมกลัวชีวิตผมจะหาไม่ . . . โดนวีฆ่าแหงมๆ . . .

Author:  คนรัก digi [ Thu Nov 25, 2010 11:41 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

GuilMon wrote:
ไม่ต้องเครียดไปครับดาเนะ . . . แหม ๆ ๆ ๆ ๆ . . .

ก็แค่นิดๆหน่อยๆ เบาๆ อย่าไปใส่ใจครับ . . .

แต่ท่าจะเอาหนักๆ ผมกลัวชีวิตผมจะหาไม่ . . . โดนวีฆ่าแหงมๆ . . .


คุณได้รับลูกดอกพิษ 10 ดอก :twisted:

Author:  GuilMon [ Fri Nov 26, 2010 11:41 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

คนรัก digi wrote:
GuilMon wrote:
ไม่ต้องเครียดไปครับดาเนะ . . . แหม ๆ ๆ ๆ ๆ . . .

ก็แค่นิดๆหน่อยๆ เบาๆ อย่าไปใส่ใจครับ . . .

แต่ท่าจะเอาหนักๆ ผมกลัวชีวิตผมจะหาไม่ . . . โดนวีฆ่าแหงมๆ . . .


คุณได้รับลูกดอกพิษ 10 ดอก :twisted:



แว๊กกกก !!

กระโดดหลบหลังหิน !!

Author:  fushigidane [ Fri Nov 26, 2010 5:36 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน9

“กิล ไม่พาอากุไปด้วยจะดีหรือ” โดรุที่เกาะหลังวาฬกิลถามขึ้นมา เหล่าหางทุกตัวแห่งDRไม่ได้ออกไปพักผ่อนตามอัธยาศัยอย่างที่กิลได้บอกเอาไว้ แต่ทุกตัวนัดเจอกันทีหลังโดยทำท่าทีเหมือนแยกย้ายกันไปพักผ่อน เพื่อให้วีและดาเนะออกไปพักกันเพียงแค่สองตัว

“ดีสิ ให้รู้สำนึกซะบ้าง จะได้ไม่เล่นอะไรบ้าบอแบบนี้อีก” วาฬกิลฉุนเฉียวที่ตัวเองโดนมอมน้ำผลไม้โดยที่ตัวเองไม่รู้สึกตัว และยังทำให้สมาชิกทั้งกลุ่มเมาเละเทะเพียงเพราะการกระทำของหมาป่าเพียงตัวเดียว ซึ่งวาฬกิลถือว่างานเลี้ยงที่เทพอเคเชียจัดให้นั้นถือเป็นงานที่มีเกียรติ แต่กลุ่มDRกลับกระทำในสิ่งที่ไม่สมควรลงไปแล้ว ทำให้งานเลี้ยงนี้เป็นงานเลี้ยงที่สกปรกในทันที

“น่ากิล งานเลี้ยงสังสรรค์นานๆทีก็ไม่เป็นไรหรอกมั้ง อากุเค้าก็คงอยากสนุกน่ะแหละ” ค้างคาวอาร์มพยายามแก้ต่างให้อากุเพราะไม่อยากให้เกิดเรื่องราวใหญ่โต “ถ้าเป็นงานเลี้ยงทั่วไปกิลจะไม่ว่าอะไรเลย แต่นี่เป็นงานที่ท่านอเคเชียจัดให้พวกเราทุกตัวนะ งานที่มีเกียรติของท่านอเคเชียต้องมาสกปรกมลทินเพราะพวกเรา” เสียงของกิลโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมากซึ่งเหล่าหางที่เหลือต่างไม่รู้จะพูดอะไรต่อ เพราะปรกติกิลนั้นจะเป็นหางที่ไม่ค่อยถือสาเรื่องราวอะไรมากมาย แต่เพราะกิลนับถือท่านอเคเชียเป็นอย่างมาก จึงทำให้กิลค่อนข้างที่จะจริงจังในทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเทพอเคเชีย

“กิล แต่ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านอเคเชียถึงห้ามพาวีกับดาเนะมาด้วยนะ” เพนกวิ้นเจ็ทถามเปลี่ยนเรื่องเพื่อที่จะให้กิลเปลี่ยนไปคิดเรื่องอื่นแทน “ไม่รู้สิ ท่านอเคเชียก็ไม่ได้บอกรายละเอียดอะไร แต่ท่านคงมีเหตุผลบางอย่างแหละ” กิลตอบตามความคิดเห็นของตน เหล่าหางทั้งหมดต่างเดินทางจากจุดนัดพบซึ่งนัดที่บริเวณทางขึ้นตำหนักแห่งแสง และเดินทางไปยังห้องภาวนาอันเป็นห้องที่เทพอเคเชียจะประทับเพื่อปกป้องดูแลเมืองแห่งแสงแห่งนี้ เมื่อทั้งหมดเดินมาจนถึงสุดสะพานแห่งแสงที่มีวงเวทและสิ่งที่คล้ายตัวกำเนิดพลังงาน ซึ่งมีโลหะวงแหวนหลายวงหมุนไปมารอบๆลูกบอลสีเหลืองทอง เพียงแค่วาฬกิลยื่นมือสั้นๆเข้าไปใกล้ๆ ก็เกิดแสงห้อมล้อมปกคลุมทั้งกลุ่มและการหายไปของเหล่าหางทั้งหมด แล้วกลุ่มของกิลก็ถูกส่งมาที่สะพานแห่งแสงที่มีเครื่องเคลื่อนย้ายอันเดิม แต่สถานที่แห่งนี้อยู่สูงเหนือเมืองแห่งแสงมาก สิ่งที่มองเห็นนั้นมีแต่เพียงปุยเมฆสีขาวบริสุทธิ์ปกคลุมเหมือนดั่งพื้น

“ดูสิๆ นี่ไงเมืองของพวกเรา เล็กนิดเดียวเอง” แกะบายะชี้ไปทางกลุ่มเมฆหนึ่งที่มีหลุมขนาดเล็กซึ่งที่สามารถมองเห็นภาพเบื้องล่างได้ “ไม่ได้มานานมากเลยนะเนี่ย ตั้งแต่ตอนที่เข้ามาใหม่ๆเลย” เพนกวิ้นเจ็ทเอ่ยขึ้นมาเพราะนึกถึงอดีตความหลังครั้งแรกที่ขึ้นมา

“ใช่ๆ ต้องมาเรียนรู้เวทมนต์ที่นี่เป็นบางครั้งเพราะท่านเร็คกุไม่ค่อยจะว่างเลย” กวิ้นนัทเสริมความจำในอดีตอีกตัว “ท่านเร็คกุนี่เป็นยังไงหรอ ได้ยินว่าเก่งมากเลยนี่นา” ลิงแบงค์ถามขึ้นมาเพราะถึงแม้ตัวเองจะเป็นผู้ใช้เวทมนต์เหมือนกัน แต่ไม่เคยได้เรียนกับหางตัวนั้น “แบงค์ นี่นายแกล้งจำไม่ได้หรือจำไม่ได้จริงๆล่ะเนี่ย...” กวิ้นนัทถามอย่างตกใจจากคำถามเพื่อนลิงของตน

“นั่นดิแบงค์ นายก็เรียนกับเราเหมือนกันนะ แต่นายเรียนตัวเดียวเพราะนายมีลิงตัวเดียว จำไม่ได้หรอ” กวิ้นเจ็ทไม่อยากจะเชื่อเหมือนกันที่ลิงแบงค์สามารถลืมอาจารย์ของตนเองได้ “ไม่รู้สิ แต่จำไม่ได้จริงๆนะ ให้นึกยังไงก็นึกไม่ออก” ลิงแบงค์เดินกอดอกนึกคิดไปเรื่อยๆก็ยังนึกไม่ออก เหล่าเดินบนสะพานแห่งแสงนี้จนถึงสิ่งก่อสร้างทางกลมกระบอกสูงขึ้นไป ทั้งหมดเดินเลาะผนังตามทางเรื่อยๆจนถึงประตูทางเข้าที่ไม่มีประตู แต่เป็นทางเข้าเปิดเสรีโดยไม่มีการรักษาความปลอดภัย เพราะสถานที่แห่งนี้หางที่ถูกคัดเลือกแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถเดินทางมาได้ ซึ่งกลุ่มDRทั้งหมดก็เป็นกลุ่มที่ได้รับอนุญาตเหมือนกัน เมื่อทั้งหมดเดินมาถึงใกล้กับประตูแล้ว ลิงแบงค์ก็เกิดปฏิกิริยาแปลกและวิ่งพรวดเข้าไปในห้องทันทีโดยพุ่งตรงไปที่ชั้นหนังสือ

“เฮ้ย” เหล่าหางทุกตัวต่างร้องพร้อมกันที่เห็นลิงแบงค์วิ่งพรวดและโดนกรงขังเตี้ยๆที่ทำจากดินขึ้นมาล็อคตัวเอาไว้ แล้วก้อนหินก้อนใหญ่ก็ตกลงมากระแทกหัวแบงค์ดังโพละ หินก้อนนั้นแตกแยกเป็นสองส่วนและมลายหายไปพร้อมกับร่างของลิงแบงค์ที่ลงไปนอนสลบก้อนหินบินวนอยู่บนหัวไปมา มีแต่เพียงมิเกะของลิงนัทเท่านั้นที่ยังปลอดภัยโดยไร้รอยขีดข่วนใดๆทั้งสิ้น

“ไอ้เจ้าลิงนี่ก็เข็ดไม่รู้จักจำนะ” เสียงหนึ่งลอยมาจากด้านข้างๆซึ่งสูงเหนือหัวของพวกกิล ตัววอรัสสีเหลืองในขุดหมวกทรงสูงและคฑาจันทร์เสี้ยวอันเป็นอาวุธประจำตัวของวอรัสตัวนั้น กำลังลอยตัวอยู่ชั้นบนสุดของชั้นหนังสือเพื่อจัดเรียงหนังสือให้เข้าที่ให้เรียบร้อย

“ท่านเร็คกุฮาฟฟฟ” กวิ้นเจ็ททักแบบกันเองกับอาจารย์ของตัวเองและวิ่งต๊อกๆไปหาพร้อมกับกวิ้นนัท “ว่าไงเจ็ท นัท เตี้ยป้อมเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลยนะ” เร็คกุทักเหล่าลูกศิษย์ตนเองเมื่อลอยตัวลงมายืนกับพื้นแล้ว “จารย์ยังเจ๋งไม่เปลี่ยนเลยนะฮาฟฟฟ ดักเจ้าแบงค์ได้ทันการเลย” กวิ้นเจ็ทเชยชมอดีตอาจารย์ของตนซึ่งดูเหมือนจะไม่ดีใจอะไรเท่าไรมากนัก

“ต้องทันสิ ก็เจ้านี่มันชอบมาผลักตู้หนังสือเล่นเป็นโดมิโนเป็นประจำ แล้วก็โดนล็อคโดนโขกแบบนี้ไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งก็ไม่รู้จักจำซักที” เร็คกุเดินลอยตัวมายังกลุ่มของกิลซึ่งยืนรออยู่ที่หน้าประตู “ไม่เปลี่ยนไปเลยนะพวกเจ้า ตอนนี้ท่านอเคเชียรออยู่ที่ด้านบนน่ะ เดินขึ้นไปกันได้เลยนะ” เร็คกุทักทายเพียงเล็กน้อยก่อนที่จะเชิญกลุ่มของกิลไปหาเทพอเคเชีย โดยที่ตัวเองไม่ได้พาขึ้นไปส่งแต่ยังคงจัดตูหนังสือต่อ พวกวาฬกิลเดินขึ้นบันไดวนเพื่อจะไปหาเทพอเคเชีย

“เดี๋ยวๆ ลืมของไว้แน่ะ” เร็คกุทักก่อนที่จะส่งร่างของลิงแบงค์ให้กับกิลโดยการยกร่างของแบงค์ด้วยเวทมนต์ และลอยส่งไปให้ทางกิล “เลิกแกล้งหลับได้แล้วเจ้าแบงค์ โดนแค่นี้แกไม่สลบหรอก” เร็คกุขึ้นเสียงขึ้นมาก่อนที่จะปล่อยร่างของลิงแบงค์ให้ร่วงลงมาแต่แบงค์ก็ทรงตัวทันที่เชิงบันไดทางขึ้น

“โธ่ จารย์เร็คกุ เห็นแก่ลิงที่โดนโขกหัวหน่อยสิคร้าบบบ” ลิงแบงค์อ้อนอย่างยียวนซึ่งเป็นลักษณะนิสัยของเจ้าตัว “หรืออยากจะโดนให้หนักกว่านี้เจ้าแบงค์ แล้วเลิกวิ่งมาล้มตู้หนังสือได้แล้ว โดนไปกี่ทีแล้วยังไม่รู้จักจำสักที” เร็คกุตอบแบบเบื่อๆพลางจัดหนังสือไปพลาง “ก็แหมจารย์ ชั้นหนังสือเยอะอย่างนี้มันน่าล้มเล่นนี่คร้าบบบ” ลิงแบงค์พูดเสร็จก็พุ่งตัวไปทางชั้นหนังสืออีกครั้ง แต่คราวนี้เป็นแกะบายะที่ร่ายเวทย์หลับใส่ลิงแบงค์จนหลับลงไปในทันที

“ขอโทษนะคะอาจารย์เร็คกุ” แกะบายะโน้มตัวขอโทษก่อนที่จะประคองร่างของลิงแบงค์โดยมีทั้งแทวโจ้แมวเทลมาช่วยด้วย “รีบไปหาท่านอเคเชียเถอะ นี่ถ้าท่านไม่เร่งรีบล่ะก็ ไม่ปล่อยให้มันรอดอย่างนี้หรอก” เร็คกุกำคฑาแน่นจนสั่นแสดงถึงความหงุดหงิดกับลูกศิษย์ของตนเอง

"จารย์ ผมพอจะรู้แล้วล่ะว่าทำไมแบงค์มันไม่จำ...ไม่สิ มันจำไม่ได้ด้วยล่ะ สงสัยหินที่ไปโขกหัวแบงค์นั้นทำให้มันลืมเลือนเรื่องโดนลงโทษนี่แหงๆเลย" กวิ้นนัทสรุปให้เร็คกุฟัง "นั่นสิจารย์ เพราะตอนที่พวกเราเดินมามันกลับจำอะไรไม่ค่อยได้เลย แต่เพียงถึงหน้าห้องมันก็พุ่งพรวดเข้าไปเลยฮะ" กวิ้นเจ็ทเสริมให้ฟังจนทำให้เร็คกุกุมขมับทันที

"ให้ตายสิ นี่ลงโทษมันแต่มันไม่ยอมจำเพราะมันกระแทกตรงจุดที่จะจำงั้นเรอะเนี่ย" เร็คกุบ่นและเตือนให้พวกกิลรีบขึ้นไปหาท่านอเคเชีย เหล่าหางจึงรีบขึ้นบันไดวนเพื่อไปหาเทพอเคเชียที่ห้องภาวนา เมื่อทั้งหมดมาถึงประตูบานใหญ่แล้วจึงหยุดลง ยังไม่ทันที่เหล่าหางจะขออนุญาต ประตูบานนั้นก็เปิดออกอย่างช้าๆเผยให้เห็นภาพท้องฟ้าเหนือเมฆที่ไม่มีกำแพงขวางกั้น เป็นชั้นลอยพื้นทรงกลมที่ทำจากกระเบื้องสวยงามสีเดียวกันกับก้อนเมฆสีขาวบริสุทธิ์


“เข้ามากันก่อนสิเหล่าDR” เสียงของเทพอเคเชียเชื้อเชิญเหล่าหางแห่งDRให้เข้ามาในห้องของเธอ ซึ่งเหล่าหางทั้งหมดก็เดินมายังตรงกลางและหันหลังกลับ เทพอเคเชียที่ลอยตัวเหนือพื้นเสกบางสิ่งบางอย่างขึ้นมาที่ด้านหลังของเหล่าหาง โซฟาขนาดใหญ่และสวยงามที่ทำจากผ้าสักกหลาดปรากฏขึ้นมาทางด้านหลังของกิล

“นั่งกันก่อนนะ วันนี้เรามีเรื่องที่จะต้องคุยค่อนข้างยาวเลย” เหล่าหางต่างลังเลว่าจะนั่งหรือไม่นั่งดีเพราะเหมือนจะเป็นการไม่ให้เกียรติกับเทพของตน “ไม่เป็นไร เราไม่ถือหรอกนะ นั่งตามสบายเถอะ” เทพอเคเชียยังคงเชื้อเชิญให้นั่งซึ่งทั้งหมดต่างเลือกที่จะนั่งและนั่งลงไปจนหมด

“เหมือนจะขาดหมาป่าไปตัวนึงนะ เป็นอะไรรึเปล่า” เทพอเคเชียที่สำรวจสมาชิกเหล่าDRระหว่างกำลังนั่งลงนั้นสงสัย “เอ่อ ผมทำโทษเค้าเพราะทำเรื่องที่ผิดน่ะครับ” กิลออกรับเพราะตนเองเป็นหางที่สั่งจริงๆ “กิล เกิดอะไรขึ้นหรอ เพื่อนของเธอทำอะไรร้ายแรงขนาดนั้นหรอ” เทพอเคเชียรู้สึกเป็นห่วงและสงสัยในตัวของกิลที่ทำให้กิลสั่งลงโทษสมาชิกของตัวเอง

“เอ่อ...ก็...” กิลอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง ซึ่งเทพอเคเชียรับฟังแล้วจึงมีท่าทีที่เปลี่ยนไป “กิล ขอบใจนะที่เธอให้ความสำคัญกับงานของเรา แต่งานเลี้ยงสังสรรค์น่าจะผ่อนๆลงบ้างนะกิล” เทพอเคเชียเตือนกิลด้วยความหวังดีซึ่งกิลก็รับฟังและน้อมรับทั้งหมด “ครับ ผมขออภัยกับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ” กิลลุกขึ้นลงไปนั่งก้มตัวกับพื้นเพราะสำนึกผิด

“ลุกเถอะกิล ความผิดเล็กๆน้อยๆแค่นี้เอง ส่วนโดรุ ช่วงนี้เธออย่ากินอาหารพวกเนื้อมากนะ เดี๋ยวมันจะเป็นกล้ามโตของจริงขึ้นมานะ” เทพอเคเชียหันไปเตือนหมาแดงโดรุเพราะรู้ว่าหมาแดงตัวนี้ชอบอาหารจำพวกเนื้อมากๆ “เอาล่ะ งั้นเดี๋ยวเข้าเรื่องเลยดีกว่านะ ส่วนอากุนั้นเราฝากกิลบอกด้วยนะ” “ครับ” กิลรับคำขอเทพอเคเชียแล้วลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาตามเดิม

“เอ่อท่านครับ ทำไมถึงไม่ชวนวีกับดาเนะมาด้วยล่ะครับ เห็นท่านบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญนี่ครับ” หมาแดงโดรุท้วงถามขึ้นมาเพราะสงสัย “วีกับดาเนะนั้นรู้เรื่องแล้วล่ะ เราบอกเรื่องนี้ให้ก่อนแล้วตอนที่เราพาวีกับดาเนะมาน่ะ และเรื่องนี้เราไม่สามารถให้ทั้งสองตัวรู้ได้ด้วย” แล้วจากนั้นเทพอเคเชียก็เข้าเรื่องที่พาเหล่าDRมาที่แห่งนี้


ทางด้านของวีกับดาเนะที่กำลังแช่บ่อน้ำอุ่นกลางป่าริมลำธารอย่างมีความสุขนั้น วีและดาเนะที่นอนแช่ขอบบ่อนั้นหน้าขึ้นเป็นสีแดงทั้งคู่ เพราะความร้อนของน้ำและความสุขอารมณ์ที่ได้รับจากการแช่น้ำ ทั้งคู่หลับตานอนแช่อย่างมีความสุขโดยนอนรับฟังเสียงธรรมชาติและเวลาที่ผ่านเลยไปอย่างช้าๆ

“วี ขึ้นกันเถอะ แช่นานแบบนั้นเดี๋ยวจะแย่นะ” ดาเนะลุกขึ้นมาสะกิดวีที่กำลังเคลิบเคลิ้มแต่สีหน้านั้นโรยรา วีที่ไม่เคยแช่น้ำร้อนนานแบบนี้มาก่อนจึงรู้สึกอ่อนเพลียเพราะการแช่น้ำร้อนที่นานเกินไป ทำให้ร่างกายสูญเสียน้ำออกจากร่างกายไปค่อนข้างมาก “ดาเนะ เหมือนข้าพเจ้าจะแช่น้ำนานเกินไป รู้สึกมึนๆหัวจังเลยแหะ แต่รู้สึกสบายตัวจนไม่อยากขึ้นเลย” ดาเนะดึงแขนของวีให้ลุกขึ้นมานั่งซึ่งตอนนี้มีแต่เพียงส่วนขาเท่านั้นที่แช่น้ำอยู่

“วีไม่เคยแช่นานอย่างนี้มาก่อนเลยยังไม่ชินน่ะสิ ถ้าแช่นานกว่านี้วีมีหวังช็อคแน่ๆ” ดาเนะค่อยๆประคองวีให้ลุกขึ้นยืนและพาไปนั่งหินก้อนใหญ่เพื่อให้พักและระบายความร้อนออกจากตัว สีหน้าของวีอ่อนเพลียและโรยรามากเหมือนจะล้มพับได้ตลอดเวลาซึ่งดาเนะก็นั่งข้างๆเพื่อดูอาการ

“วี งั้นคืนนี้นอนกระท่อมเราเถอะ นี่พวกเราแช่นานมากเลยนะ ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆจนถึงเย็นเลยเนี่ย” บรรยากาศรอบๆของดาเนะนั้นเป็นสีส้มแดงของดวงอาทิตย์ที่กำลังจะตกดิน แสงสีส้มแดงสาดส่องมาจนทำให้บ่อน้ำอุ่นทอประกายสีส้มเหลืองสวยงาม นกต่างๆบินกลับรังของตนหลังจากออกหากินมาทั้งวัน

“เข้ากระท่อมก่อนนะวี ที่นี่ตอนกลางคืนค่อนข้างเย็นมากเลยนะ เดี๋ยวไม่สบายเอา” ดาเนะค่อยๆประคองวีที่เดินเข้ากระท่อมไป “ขอโทษนะดาเนะ ข้าพเจ้าทำให้ดาเนะลำบากอีกแล้ว” วีเอ่ยขอโทษซึ่งดาเนะไม่ถือสาอะไร “อะไรกันวี เราเป็นเจ้าบ้านนะ เราก็ต้องดูแลต้อนรับวีบ้างสิ ที่เราค้างห้องวี วียังดูแลต้อนรับเราเลยนะ” หลังจากทั้งคู่เข้ามาในกระท่อมแล้ว ดาเนะก็ยืดหางของตนไปที่คล้องประตูที่ทำเพื่อให้ใช้สำหรับหางและดึงปิดกระท่อมลง


“หึหึหึ ไม่น่าเชื่อว่าไอเศษซากพวกนี้มันจะใช้งานได้ดีขนาดนี้ แค่ไม่กี่ชิ้นก็แทบจะทำลายหมู่บ้านกิ้งก่านั่นได้” เสียงหนึ่งที่แฝงไว้ด้วยความเหี้ยวเกรียมเล็ดลอดออกมาจากเงาๆหนึ่งที่ไม่มีรูปร่างที่แน่นอน เพราะมันเปลี่ยนแปลงไปมาเรื่อยมาไร้รูปร่างคงที่

“แล้วพลังของข้าก็เยอะเปี่ยมล้นอย่างไม่น่าเชื่อ ต้องขอบคุณไอ้กิ้งก่าตัวนั้นจริงๆ ที่มันอุตส่าสร้างพลังงานให้ข้าได้มากมายขนาดนี้ มากมายจนแบ่งเอาไว้ใช้งานได้อีกด้วย เงานั้นมองไปยังอีกทางซึ่งมีกองทัพร่วมร้อยของร่างพลังงานสีดำขนาดเล็กๆ มีสองขาสองแขน มีเขาสองขางที่ห้อยย้อยลงมาจากหัว ดวงตาดวงโตและพื้นลายบนตัวรูปแบบต่างๆ ทั้งลายดาว ลายวงกลม และรูปทรงอื่นๆ

“หึหึหึ ขอเวลาอีกสักสองสามวันแล้วข้าจะเริ่มดำเนินการตามแผนของข้า” เงานั้นมองไปยังที่พื้นซึ่งมีร่างของกิ้งก่าสีดำที่มีแผลเป็นที่หน้าผากนอนอยู่อย่างสงบ

Author:  MonkeyMage [ Fri Nov 26, 2010 5:59 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

แช่ตั้งแต่บ่ายยันเย็น... :shock:

แช่เข้าไปได้ไงนี่ ตัวเปื่อยกันพอดี คราวนี้จะนอนใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันอีกมั้ยคร้าบเนี่ย~ :twisted:

Author:  JJmall [ Fri Nov 26, 2010 6:12 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

SupakornNoMercy wrote:
ไม่รู้อะ =w= ยังไงก็จะอ่านต่อ ไม่ว่าจะจิ้นหรือไม่ก็ตาม
(พอดีเป็นพวกบ้าเนื้อเรื่องหลักมากกว่าออกนอกเรื่อง)
จิ้น ไม่จิ้น มันก็สนุกทั้งนั้นแหละครับ
/me ไปวาดรูป FanArt 12หาง ต่อ


อุ๊ย ในที่สุดเธอว์ก็พูดออกมาจนได้.. บอกแล้วว่าดาเนะเค้าแต่งม่วงๆเก่ง โฮะๆๆๆ


อร๊ายยย เฉดนับร้อย =.,=

กลัวมาถึงจะโดนศระเบะนับร้อยยิงร่วงตายหมดก่อนน่ะสิ.. ถ้าไม่ตายก็คงจะเจอซ้ำด้วยอัลติอีกที =A=;

ไม่ใช่ว่าเซร่าอยู่เบื้องหลังนะ :twisted:

//คนร้ายก็คือ.. (แอ๊ดดด ประตูปิดลงแล้วก็ขึ้นตัวอย่างตอนต่อไป..)

///โดนตบ ไม่ใช่โคนันนะเธอว์ :oops:

Author:  fushigidane [ Sun Nov 28, 2010 3:00 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

แม้วีจะเคยมาเที่ยวที่กระท่อมของดาเนะแล้วครั้งหนึ่ง แต่ในครั้งนั้นเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นกับกิ้งก่าทั้งสองตัว แต่ในครั้งที่สองนี้วีได้รับคำเชิญชวนจากดาเนะเอง แม้วีจะเป็นหางที่ขอร้องให้พามาเที่ยวก็ตาม ทำให้วียังวางตัวไม่ถูก เพราะถือว่าเป็นการมาเที่ยวบ้านของดาเนะแบบจริงๆเป็นครั้งแรกก็ว่าได้ วีที่ยังอ่อนเพลียอยู่เพราะจากการแช่น้ำอุ่นนานเกินไป จึงนั่งพิงพนักเก้าอี้ไม้เหมือนกิ้งก่าที่ไม่มีเรี่ยวแรง ชุดเสื้อผ้าของวีเป็นชุดนอนแขนขายาวสีเหลืองอ่อนพื้นๆไม่มีลวดลายอะไรพิเศษ วีมองไปทางหน้าต่างที่มีร่องรอยการแตกของกระจกที่มีอะไรบางอย่างพุ่งผ่านเข้ามา ซึ่งเป็นร่างของเสลธที่เคยโผล่มาทางหน้าต่างในเวลานั้น แต่หน้าต่างบานนั้นในตอนนี้ไม่ได้เปิดให้เห็นบรรยากาศมืดสนิทของป่าอีกต่อไป บานหน้าต่างทั้งสองบานปิดสนิทลงเพื่อไม่ให้ลมพัดเข้ามา

“หอมจัง” วีเอ่ยออกมาเบาๆและน้ำลายสอเมื่อได้กลิ่นหอมสมุนไพรบางอย่างที่ลอยมาจากห้องๆหนึ่งที่น่าจะเป็นห้องครัวของกระท่อมดาเนะ “เสร็จแล้ววี” ดาเนะเดินถือแก้วใบใหญ่สองใยออกมา ไอร้อนที่ออกมาจากแก้วและกลิ่นที่ชวนลิ้มลอง วีแทบอยากจะลุกไปขอแก้วจากดาเนะในทันทีถ้าตัวเองไม่อ่อนเพลียจนไม่มีแรงเช่นนี้

“พึ่งจะเคยเห็นวีหมดสภาพไร้เรี่ยวแรงแบบนี้เป็นครั้งแรกนะเนี่ย” ดาเนะวางแก้วลงบนโต๊ะหน้าวีและลากเก้าอี้มานั่งฝั่งตรงข้าม วีหยิบแก้วเครื่องดื่มมาเป่าและยกขึ้นมาจิบเบาๆ “อาหร่อยยยย” วีสีหน้าสดชิ้นและยิ้มออกมาอย่างมีความสุขที่ได้ลิ้มรสเครื่องดื่มสมุนไพรของดาเนะ

“ครั้งนี้ใส่น้ำผึ้งให้วีเพิ่มนิดหน่อยน่ะ กลัวว่าวีจะดื่มไม่ลง” ดาเนะยกแก้วตัวเองขึ้นมาจิบเหมือนกัน “เดี๋ยวเอามื้อเย็นมานะ วีรอแป๊ปนึงละกัน” ดาเนะจิบไปเพียงจิบเดียวก็ลุกขึ้นไปเตรียมอาหารเย็นต่อ แต่เพียงสักพักดาเนะก็ถือชามมาสองใบและวางไว้บนโต๊ะ

“คือเราอยู่ตัวเดียวมาตลอด อาหารเลยเป็นแบบจานเดียว ไม่รู้ว่าวีจะเบื่อหรือจะถูกปากหรือเปล่านะ” อาหารที่ดาเนะนำมาเสริมนั้นล้วนมาจากวัตถุดิบธรรมชาติทั้งนั้น และไม่มีเนื้อสัตว์อยู่ด้วยเลย แต่จะมีโปรตีนจากถั่วลันเตาซึ่งนำมาทำเป็นซุปผักสีเขียวอ่อน

"ปรกติต้องมีพวกข้าวหรือไม่ก็พวกขนมปังด้วยน่ะ แต่ไม่มีวัตถุดิบเหลือเลยสักอย่าง จึงทำออกมาได้แค่นี้เอง ขอโทษนะวี” ดาเนะรู้สึกไม่ดีที่ไม่สามารถต้อนรับแขกตัวสำคัญได้ดี เพราะตั้งแต่ดาเนะที่เดินทางออกไปนั้นก็ไม่ได้กลับเข้ากระท่อมอีกเลย ผักที่นำมาทำซุปนั้นก็ใช้ของที่ปลูกเอาไว้ เครื่องดื่มนั้นทำมาจากสมุนไพรแห้ง จึงสามารถเก็บไว้ได้นาน

“ไม่เป็นไรดาเนะ แค่นี้ก็น่ากินมากแล้วล่ะ ของจากธรรมชาติจริงๆอย่างนี้หากินได้ไม่ทั่วไปเลยนะ นี่ต้องบอกว่าข้าพเจ้าโชคดีที่ได้มากินของแบบนี้ต่างหากล่ะ” วีพูดให้กำลังใจและตักซุปขึ่นมาซด “เป็นไงบ้างวี” ดาเนะถามด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยทำอาหารให้ใครมาก่อน และวีก็เป็นตัวแรกสำหรับดาเนะด้วย

“แปลกจัง ทำไมมันไม่เหมือนรสทั่วไปเลย รู้สึกว่าทั้งหอมและอร่อยกว่าที่เคยกินมาเสียอีก ดาเนะทำยังไงน่ะ” เพียงแค่คำเดียวเท่านั้น วีก็ประทับใจรสอาหารจากธรรมชาติที่แท้จริง เสียงของวีพูดออกมาอย่างประทับใจมาก “ดีจังที่วีชอบ เรากลัววีจะกินไม่ได้เสียอีก” ดาเนะถอนหายใจออกมาคลายความกังวลออกจากอก “ดาเนะใส่อะไรลงไปบ้างหรอ” วีถามด้วยความสนใจและกินซุปอย่างเอร็ดอร่อยจนอิ่ม เพราะชามที่ดาเนะยกมานั้นใหญ่มากแต่วีก็สามารถกินตัวเดียวหมด ด้วยความสามารถกระเพาะปีศาจหรือเพราะความอร่อยนั้นก็ไม่อาจทราบได้

“วีอยากรู้จริงๆหรอ” ดาเนะถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจเพราะไม่เคยเห็นวีกินอย่างเอาเป็นเอาตายแบบนี้มาก่อน วีพยักหน้าให้กับดาเนะซึ่งพึ่งจะเริ่มกินไปได้เพียง ¼ ของชามเท่านั้นเอง “เอ่อ ความจริงแล้วก็มีแครอท หัวหอม มะเขือเทศที่เป็นหลักน่ะ มีกระเทียมนิดหน่อย ส่วนสีเขียวนี้มาจากถั่วลันเตาที่คั้นมาผสมลงไปให้สวยงาม...วี” ดาเนะหยุดเล่าลงเพราะสีหน้าของวีนั้นซีดลงและตกใจกับสิ่งที่ได้ฟัง

“ดะ ดาเนะ เมื่อกี้ว่าใส่อะไรไปบ้างนะ” วีถามขึ้นมาแบบพะอืดพะอมขึ้นมา “มะ มีมะเขือเทศ แครอท หัวหอม กระเทียม และก็ถั่วลันเตาบด” ดาเนะตอบแบบกล้าๆกล้วๆจนจบ “ดะ ดาเนะ ข้าพเจ้าลืมบอกไปว่าข้าพเจ้าแพ้หัวหอมกับกระเทียม” หางของวีสั่นระริกรัวอย่างรุนแรงและตั้งชี้ขึ้นฟ้าฉากกับพื้นกระท่อมของดาเนะทันที หางของวีแทบจะแนบติดกับหลังของวี และตรงปลายหางที่ขดนั้นก็อยู่เหนือหัวของวีเพียงเล็กน้อย กิ้งก่าที่มีอาการแพ้อะไรต่างๆนั้น เช่น แพ้เกสรดอกไม้ แพ้อาหารบางชนิด จะมีอาการเหมือนอย่างที่วีเป็นอยู่ นั่นคือหางจะตั้งฉากชี้ตรงจากพื้น แม้จะไม่สร้างความเจ็บปวดให้ แต่การที่หางถูกจับล็อคจนขยับไปไหนไม่สะดวกนั้นทำให้เหล่ากิ้งก่าที่เป็นเจ้าของหางตัวเองนั้นไม่ชอบ ทำให้สมดุลการทรงตัวนั้นสูญเสียไปชั่วขณะ และการกระทำอะไรต่างๆก็จะไม่สะดวกตามไปด้วย

“ว วี ขะ ขอโทษ” ดาเนะทำอะไรไม่ถูก เพราะไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น และวีที่กินเข้าไปปริมาณที่มากเข้าไปแล้วด้วย “ไม่เป็นไรดาเนะ ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นอะไรมากหรอก และข้าพเจ้าไม่เดินอะไรไปไหนด้วย แค่นั่งเฉยๆเท่านั้นเอง แต่ซุปดาเนะนี่อร่อยมากเลยนะ” วีพูดและพยายามทำตัวปรกติ แต่ดาเนะนั่งเหงื่อตกเพราะวีนั้นนั่งโงนเงนไปมาโดยที่เจ้าตัวนั้นยังไม่รู้สึกตัวเลยเสียด้วยซ้ำ

“อะ เอ่อ วี” ดาเนะทำท่าจะถามแต่วีขัดขึ้นมาห้ามปรามก่อน “ข้าพเจ้าไม่เป็นอะไรจริงๆดาเนะ เชื่อข้าพเจ้าสิ” วียืนยันทั้งสภาพตัวเองไม่น่าเชื่อถือเพราะโยกเยกเสียศูนย์ไปมา “ดาเนะ จะว่าไปข้าพเจ้ายังไม่รู้จักความสามารถของศรพลังงานของดาเนะเท่าที่ควรเลย มันเป็นแบบไหนหรอ” วีเปลี่ยนเรื่องสนทนาในทันที กิ้งก่าทั้งสองตัวต่างคุยเล่นเรื่อยเปื่อยไปเรื่อยเปื่อยโดยไม่วกเรื่องเกี่ยวกับเสลธ เพราะอยากให้การพักผ่อนนี้เป็นการพักผ่อนจริงๆ โดยเรื่องที่ทั้งคู่คุยนั้นจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับท่วงท่าการใช้ธนูในรูปแบบของตนเอง และเรื่องของหน่วยอัลฟ่าที่สอง จนกระทั่งดาเนะเผลอหาวออกมาเพราะเป็นกิ้งก่าที่นอนไว

“ง่วงแล้วหรอดาเนะ” วีถามขึ้นมาเพราะเห้นจากอาการเพื่อนของตนที่แสดงออกมา แม้จะพยายามกลบเกลื่อนเท่าไรก็ไม่สามารถกลบได้ เพราะตาที่เยิ้มของดาเนะนั้นบ่งบอกอย่างได้ชัด “งั้นนอนกันเถอะ นานๆทีข้าพเจ้านอนไวสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน อาหารอร่อยจนอิ่มท้อง อากาศดีเหมาะแก่การนอน คืนนี้ข้าพเจ้าหลับเป็นตายแน่ๆ” วีพูดขึ้นมาพร้อมกับการลุกขึ้นของกิ้งก่าทั้งสองตัว

“วี เอ่อ เตียงน่ะ...” ดาเนะหันไปทางเตียงนอนที่มีเพียงแค่เตียงเดียวและขนาดแค่ตัวเดียวด้วย “งั้นข้าพเจ้านอนที่พื้นก็ได้ดาเนะ ข้าพเจ้านอนสนา...” วีพูดไม่จบดาเนะก็ขัดขึ้นมาเพราะไม่อยากให้แขกของตนนอนลำบาก โดยดาเนะจะนอนพื้นเอง

“งั้นเราลากที่นอนมานอนพื้นด้วยกันนะ ที่นอนมันทับสองชั้นด้วย ถ้าเอามาต่อกันก็นอนได้2ตัวพอดีเลย” ดาเนะชี้ไปที่เตียงของตนซึ่งเป็นที่นอนทับสองชั้นอย่างที่ดาเนะบอก กิ้งก่าทั้งสองตัวจึงลากที่นอนลงมาที่พื้นและจัดการปูผ้าคลุมให้คลุมทั้งหมด ดาเนะแจกหมอนให้กับวีและลงไปนอนที่เตียงในทันทีเพราะความง่วง

“งั้น นอนฝันดีกันนะ” ทั้งคู่ทักให้กันก่อนที่ดาเนะจะดับไฟลงและเข้าสู่ห่วงนิทราไปก่อน วีที่ปรกตินอนดึกอยู่แล้วจึงไม่สามารถหลับได้ในทันที แต่เมื่อกำลังจะหลับลงนั้นก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา เพราะดาเนะที่หลับสนิทแล้วนั้นพลิกตัวมานอนกอดหางของวีที่ยังคงชี้ตั้งมาจากการแพ้อาหารของวีที่กินเข้าไปมาก จนทำให้อาการแพ้อาหารนั้นยังคงอยู่แม้จะเข้านอนแล้วก็ตาม วีไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะดาเนะหลับไปสนิทแน่นิ่งเรียบร้อยแล้ว จึงปล่อยให้ดาเนะกอดหางของตนทั้งอย่างนั้นและหลับตามดาเนะตาม


“ท่านอเคเชีย ที่ว่ามานี่จริงหรอท่าน” เหล่าแห่งDRแทบจะพูดออกมาเป็นเสียงเดียวกันเมื่อเทพอเคเชียเล่าเรื่องความจริงออกมา “ถ้างั้น หลังจากที่เสลธหายไปนั้นก็แปลว่า...” แกะบายะทักท้วงขึ้นมาด้วยสีหน้าไม่ดีเมื่อรู้ความจริงทั้งหมดแล้ว ซึ่งเหล่าหางต่างๆนั้นก็มีอาการเดียวกันกับบายะด้วยเช่นกัน

“ใช่ แล้วก็เป็นอย่างที่เราเล่ามาทั้งหมดน่ะแหละ” อเคเชียกำชับซ้ำอีกรอบ “ความจริงแล้วเราเองก็อยากที่จะลงไปช่วยพวกเธอเหมือนกัน แต่เพราะกฏแห่งเทพ ที่เทพไม่สามารถเข้าไปสอดแทรกเรื่องทางโลกแห่งหางได้นั้น ทำให้เราไม่สามารถทำอะไรได้เลย ได้แต่เพียงบอกเล่าเรื่องราวข่าวสารเท่านั้น” อเคเชียรู้สึกแย่กับตนเอง ทั้งที่ตัวเองก็เป็นเหล่าหางของเธอแต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ นอกจากเฝ้ามองความเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น โดยปล่อยให้ไหลผ่านไปตามกาลเวลา

“ไม่เป็นไรครับท่านอเคเชีย พวกผมต้องขอบคุณท่านต่างหากครับ” กิลและเหล่าหางก้มตัวคำนับขอบคุณให้กับเทพที่อยู่ตรงหน้าตนเอง “ยังไงเราขอฝากความหวังไว้กับพวกเธอด้วยนะ เหล่าหางแห่งความหวังของเรา” เหล่าหางทั้งหมดต่างยืนตรงและทำท่ารับคำสั่งประจำตัวของตนเอง “เราก็คงมีเรื่องที่จะบอกแต่เพียงเท่านี้ ขอให้โชคดีนะ เดี๋ยวเราจะพาส่งไปยังที่พักของพวกเจ้าให้” แล้วแสงสีขาวก็ปรากฎขึ้นมาล้อมรอบเหล่าหางแห่งDRและหายวับไปพร้อมกับเหล่าหางทั้งหมด


“แฮ่กๆ” เสียงหอบแห่งความเหน็ดเนื่อยออกมาจากปากของหมาฟ้าอากุ ที่นอนแผ่หร่ากลางเคหสถานแห่งนี้พร้อมกับพื้นที่สะอาดสวยงาม ไม่เหลือเศษซากสำรอกทิ้งไว้แม้แต่น้อย ซึ่งเป็นเวลาค่ำที่มืดสนิท

“นี่เราขัดตั้งแต่เช้ายันมืดเลยเหรอเนี่ย...โครกกกกก” เสียงท้องร้องของอากุดังขึ้นมาเพราะไม่ได้กินอะไรเลยมาตั้งแต่เช้า ด้วยความพะอืดพะอมและคลื่นใส้ระหว่างการทำงานมาตลอดวัน แต่เมื่อเสร็จสิ้นแห่งการทำความสะอาดแล้ว ร่างกายก็ฟ้องร้องขอพลังงานกลับคืนในทันที “โอยยยย หิวววววว ที่ครัวมีอะไรกินบ้างมั้ยเนี่ย” อากุพาร่างของตัวเองไปยังครัวซึ่งตรงกับที่เหล่าหางแห่งDRกลับมาพอดี

“โห นี่เจ้าอากุมันทำตัวเดียวจริงๆหรือนี่ ไม่อยากเชื่อเลย” กวิ้นเจ็ทก้มลงไปจับพื้นซึ่งแห้งสะอาดและไม่มีกลิ่นเหม็นอีกแล้ว “ว่าแต่อากุหายไปไหนล่ะ หรือว่าไปนอนสลบเหมือดในห้องแล้ว” โดรุที่ไม่ค่อยปวดกล้ามเนื้อแล้วเดินเข้าไปดูในห้องนอนและวิ่งออกมาทันที

“ไม่อยู่ อากุไม่อยู่” โดรุพูดอย่างตื่นตระหนก เหล่าหางต่างๆต่างแยกย้ายกันออกตามหาทั่วทั้งหลังแต่ก็ไม่พบร่องรอยของเพื่อนหมาป่าฟ้า ทุกตัวกลับมารวมตัวที่โซฟาของโถงกลางอีกครั้ง

“ร หรือว่ามันหนีออกจากบ้าน” โดรุเอ่ยขึ้นมาซึ่งต่างตัวคล้อยตามกันในทันที “บ้าน่ะ แค่นี้ถึงกับหนีออกจากบ้านเลยหนอ” ลิงแบงค์เถียงกลับขึ้นมาในทันที “แต่พวกเราก็หาทั่วบ้านแล้วยังหากันไม่เจอเลยนะ” ค้างคาวอาร์มสนับสนุนให้กับโดรุอีกเสียง “แล้วทำไมถึงทำความสะอาดจนเสร็จแล้วค่อยหนีไปล่ะ” แพนด้าน้อยเสริมให้กับทางลิงนัท เพราะดูค่อนข้างที่จะขัดกับความเป็นจริง

“เหะหะหะไฮฮันฮ่ะ” เสียงของโดรุดังออกมาจากห้องครัวออกมา หมาป่าอากุที่ตอนนี้มีของกินเต็มปากและเต็มมือทั้งสองข้างเดินออกมา “หาฮำฮังหะฮินฮังฮาเหียงฮังหีก(หมากำลังจะกินยังมาเสียงดังอีก) อากุยังคงพูดออกมาขณะปากกำลังกินขนมปังไส้กรอกขนาดใหญ่พิเศษอยู่ลงไป

“ไฮเฮี่ยวฮันไหฮาหึงหับฮา ฮ่อก(ไปเทียวกันไหนมาถึงกลับมา อ่อก” แพนด้าน้อยพุ่งตรงเข้าไปตุ๊ยท้องของโดรุจนสำลักอาหารออกมา “บังอาจมากินขนมปังพิเศษชั้นด้า(ได้)...แผละ” ของเหลวและเศษอาหารไหลลงบนหัวของแพนด้าน้อยจากปากอากุ เพราะอาเจียนออกมาก่อนที่จะล้มลงไปกับพื้นเพราะเจ็บและหมดสติไป

“กรี๊ดดดดดดด” แพนด้าน้อยหวีดร้องออกมาจนที่พักแห่งนี้แทบจะระเบิดออกเพราะได้สัมผัสถึงเม็ดถึงเนื้อของซากอาหารของอากุอย่างเต็มๆ “เฮ่อ แทนที่จะได้คุยกับอากุเรื่องสำคัญ กลับมาเป็นแบบนี้อีก” ทั้งกิลและเหล่าหางต่างเหนื่อยใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่จะแยกย้ายกันไป โดยที่หมาแดงโดรุและแกะบายะคอยช่วยเหลืออากุให้ฟื้นขึ้น เหล่าหางที่แยกย้ายกันนั้นหลังจากที่เปลี่ยนชุดเสร็จก็เดินเข้าห้องเสบียง เพื่อที่จะหาวัตถุทำอาหารเลี้ยงอากุตอบแทนที่ทำความสะอาดให้ โดยปล่อยให้แพนด้าน้อยทำความสะอาดตัวเองซึ่งดูเหมือนทั้งคืนก็ไม่น่าจะเสร็จ ส่วนลิงแบงค์ยอมรับหน้าที่ทำความสะอาดเศษซากที่หลงเหลือให้หมด


“ก็เป็นอย่างนี้นี่แหละ” วาฬกิลสรุปเรื่องราวต่างๆให้กับหมาฟ้าอากุฟัง ซึ่งกำลังกินอย่างตะกละตะกลามเพราะความหิวจัด ที่ไม่ได้กินอะไรมาทั้งวัน “แล้วจะเอายังไงกันดีล่ะ” หมาฟ้าอากุถามขึ้นมาขณะกำลังยัดเส้นบะหมี่เข้าปาก แล้วจู่ๆทุกตัวก็ลุกพรวดขึ้นมาทันทีด้วยสัญชาตญาณอะไรบางอย่าง แม้แต่อากุที่กำลังกินอยู่นั้นก็ลุกพรวดขึ้นมาทั้งยังถือถ้วยบะหมี่ขึ้นมากินด้วย

“ไม่จริงน่ะ” แทบทุกตัวแทบจะพูดเป็นเสียงเดียวกันก่อนที่จะรีบวิ่งออกไปนอกที่พักของตน “ม ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” ทุกตัวต่างยืนค้างนิ่งชั่วขณะทำอะไรไม่ถูก เพราะทั้งเมืองในตอนนี้ถูกกองทัพตัวประหลาดเล็กๆสีดำบุกทั่วทั้งเมือง แม้จะเพียงแค่วิ่งไปมา แต่เรี่ยวแรงและพลังงานของเหล่าหางนั้นเสมือนค่อยๆถูกบั่นทอนลงเรื่อยๆ
End Scenario3 ศัตรูที่แท้จริง

Author:  fushigidane [ Sun Nov 28, 2010 3:09 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

คิดหนักเองการแพ้อาหารอย่างมาก ไม่อยากให้เป็นผดผื่นคันขึ้นมา แล้วยังไงไม่รู้ที่"สัตว์มีหางนั้นมีไว้เพื่อถ่วงสมดุลร่างกาย" ก็ผุดขึ้นมา เลยมาป็นไอเดียเรื่องการแพ้อาหารให้วีซะเลย เห็นชอบนอนดึกกันดีนัก พึ่งรู้นะเนียว่าวีแพ้หัวหอมกับกระเทียม ทำไมมันเหมือนผีดูดเลือดเลยล่ะ :twisted: หากินกลางคืน นอนในโลงตอนกลางวัน :twisted:

กิฟฟฟ ช้านนนไม่ได้จะแต่งม่วงงงง แต่เหตการณ์มันพาไป เพื่อความสมจริงด้วยยยย

ตอนนี้คาดว่าน่าจะรบกันแล้ว เหตุการณ์คุ้นๆกับในเกมมั้ยฮาฟฟฟ แถมพลังความสามารถเหมือกันด้วย คราวนี้เหล่าหางทั้งAp1และAP2น่าจะมีบทแล้วล่ะนะ ว่าแต่AP2ไปไหนหมดล่ะเนี่ย ไม่เห็นเอ่ยเลย (ความจริงอยากขึ้นScenarioใหม่นะ หรือขึ้นใหม่ดีหว่า แต่ยังนึกชื่อไม่ออกเลย) แถมช่วงนี้งานฟิคออกมาช้าอีก แย่จริงๆเลย ตอนต่อไปอาจจะเขียนไม่ค่อยดีต้องขออภัยด้วยนะ เพราะไม่เคยเขียนแนวตีกันแบบนี้จริงๆเลย ดันไปเขียนแนวม่อภาคเก่าๆที่ซัดตูมเดียวจบซะงั้น

Author:  blackhole [ Sun Nov 28, 2010 3:20 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

วีแพ้หัวหอมกับกระเทียมหรอเนี่ย เพิ่งรู้

ปล.นึกถึงตอนที่กินไข่เจียวแล้วเผลอกลืนกระเทียมเลย ช่วงนั้นกินอะไรไม่ลงเลย :shock:

Author:  Underdog [ Sun Nov 28, 2010 4:31 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

"เพราะดาเนะที่หลับสนิทแล้วนั้นพลิกตัวมานอนกอดหางของวี ที่ยังคงชี้ตั้งมาจากการแพ้อาหารของวีที่กินเข้าไปมาก..."

เคี้ยกๆๆ เอาอีกนะคร้าบบบ XD

ชอบมากคร้าบ ดาเนะ >W<!!

Page 116 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/