BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 117 of 204

Author:  JJmall [ Sun Nov 28, 2010 5:01 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

fushigidane wrote:
คิดหนักเองการแพ้อาหารอย่างมาก ไม่อยากให้เป็นผดผื่นคันขึ้นมา แล้วยังไงไม่รู้ที่"สัตว์มีหางนั้นมีไว้เพื่อถ่วงสมดุลร่างกาย" ก็ผุดขึ้นมา เลยมาป็นไอเดียเรื่องการแพ้อาหารให้วีซะเลย เห็นชอบนอนดึกกันดีนัก พึ่งรู้นะเนียว่าวีแพ้หัวหอมกับกระเทียม ทำไมมันเหมือนผีดูดเลือดเลยล่ะ :twisted: หากินกลางคืน นอนในโลงตอนกลางวัน :twisted:

กิฟฟฟ ช้านนนไม่ได้จะแต่งม่วงงงง แต่เหตการณ์มันพาไป เพื่อความสมจริงด้วยยยย

ตอนนี้คาดว่าน่าจะรบกันแล้ว เหตุการณ์คุ้นๆกับในเกมมั้ยฮาฟฟฟ แถมพลังความสามารถเหมือกันด้วย คราวนี้เหล่าหางทั้งAp1และAP2น่าจะมีบทแล้วล่ะนะ ว่าแต่AP2ไปไหนหมดล่ะเนี่ย ไม่เห็นเอ่ยเลย (ความจริงอยากขึ้นScenarioใหม่นะ หรือขึ้นใหม่ดีหว่า แต่ยังนึกชื่อไม่ออกเลย) แถมช่วงนี้งานฟิคออกมาช้าอีก แย่จริงๆเลย ตอนต่อไปอาจจะเขียนไม่ค่อยดีต้องขออภัยด้วยนะ เพราะไม่เคยเขียนแนวตีกันแบบนี้จริงๆเลย ดันไปเขียนแนวม่อภาคเก่าๆที่ซัดตูมเดียวจบซะงั้น


!!!!


^
^
บอกแล้วว่าโดรุเค้าสายม่วง โฮะๆๆๆ


แล้วตอนที่ซ่อนในตู้นั่นมันอะไรก๊านนน ช่างบังเอิ๊ญบังเอิญจริงๆ..

เข้าไปอยู่ในตู้ ตั้งใจจะสื่ออะไรเรื่องความสัมพันธ์กับคำว่าอูบุนตู้รึปล่าวจ้ะ :twisted:

Author:  fushigidane [ Mon Nov 29, 2010 7:05 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

ดันไปเขียนแนวม่อนภาคเก่าๆที่ซัดตูมเดียวจบซะงั้น

ฮากกกก

Author:  Shadow_Wolf [ Mon Nov 29, 2010 4:39 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

:oops: บอกแล้วฟิคออกแนวม่วงตั้งแต่แรกแล้ว !!

:twisted:

Author:  คนรัก digi [ Mon Nov 29, 2010 8:34 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

Underdog wrote:
เพราะดาเนะที่หลับสนิทแล้วนั้นพลิกตัวมานอนกอดหางของวี


Shadow_Wolf wrote:
:oops: บอกแล้วฟิคออกแนวม่วงตั้งแต่แรกแล้ว !!

:twisted:


เผลอไม่ได้เล้ยยยยยยยยยยย :twisted:

แล้ว โธ่ แค่กอดหางเอง คิดอารายยยย =w="

Author:  pitinata [ Mon Nov 29, 2010 9:59 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc3. ตอน8

fushigidane wrote:
แต่เมื่อกำลังจะหลับลงนั้นก็สะดุ้งเฮือกขึ้นมา เพราะดาเนะที่หลับสนิทแล้วนั้นพลิกตัวมานอนกอดหางของวีที่ยังคงชี้ตั้งมาจากการแพ้อาหารของวีที่กินเข้าไปมาก จนทำให้อาการแพ้อาหารนั้นยังคงอยู่แม้จะเข้านอนแล้วก็ตาม วีไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะดาเนะหลับไปสนิทแน่นิ่งเรียบร้อยแล้ว จึงปล่อยให้ดาเนะกอดหางของตนทั้งอย่างนั้นและหลับตามดาเนะตาม


ดาเนะคร้าบบบบบ ตอนนั้น ยังไม่หลับใช่มั้ยคร้าบบบบ
อย่ามาซืน ผมรู้นะ XD

fushigidane wrote:
“ดะ ดาเนะ ข้าพเจ้าลืมบอกไปว่าข้าพเจ้าแพ้หัวหอมกับกระเทียม”


พึ่งรู้นะเนี่ย :shock: :lol:

รออ่านตอนต่อไปนะครับ

รู้สึกว่า ตอนต่อไปจะได้กลิ่นไอของเพลงนี้นะ

http://www.youtube.com/watch?v=r00ikilDxW4

:lol:

ปล.สองคนในคลิป จะเป็นก่าวีกับก่าดาเนะหรือเปล่าน้อ :lol:

Author:  fushigidane [ Tue Nov 30, 2010 3:27 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน1

“ไม่จริงน่ะ ท ทำไมถึงไวอย่างนี้” เหล่าหางทุกตัวต่างตกใจจนยืนค้างชั่วขณะกับภาพที่เห็น เพราะกองทัพตัวประหลาดเล็กๆนั้นวิ่งพล่านทั่วเมืองแห่งแสงไปหมด สักพักเหล่าหางทุกตัวเริ่มสังเกตุสิ่งผิดแปลกกับตัวเอง เพราะพลังและเรี่ยวแรงของตนเองนั้นลดลงเรื่อยๆ รู้สึกถึงความเหนื่อยและอ่อนล้าขึ้นมาภายในร่างกาย แม้เหล่ากองทัพตัวประหลาดนั้นจะยังคงวิ่งพล่านทั่วเมืองไปมาโดยที่ไม่ทำอะไรก็ตาม หมาป่าฟ้าอากุที่เดิมทีไม่ค่อยมีเรี่ยวแรงและพลังงานอยู่แล้ว และยิ่งเจอเหตุการณ์เช่นนี้เข้าไปอีกจึงทำให้อากุทรุดเข่าลงไปในทันที ชามบะหมี่ที่ถือมานั้นคว่ำลงบนพื้นจนเส้นบะหมี่ไหลนองกับพื้นจนหมด

“ก แก” อากุกัดฟันกรอดและพุ่งพรวดเขาไปหาเป้าหมายตัวหนึ่งที่วิ่งไปมาอยู่ใกล้กับอากุมากที่สุด “อากุ” ทุกตัวต่างร้องขึ้นมาเพราะไม่เคยเห็นอากุโกรธจัดขนาดนี้ “แก ชั้นยิ่งหิวๆอยู่แต่แกมาทำลายเวลากิ...” อากุที่พุ่งตัวไปจับเหยื่อด้วยมือเปล่าได้แล้ว แต่จู่ๆก็ปล่อยมือให้เหยื่อตัวนั้นวิ่งไปมาเหมือนเดิม

“อึ อึก” อากุพยายามยืดแขนของตนเองเพื่อจะจับเป้าหมายอีกครั้งแต่ก็ทำไม่สำเร็จ เพราะตัวประหลาดนั้นแม้จะวิ่งวนไปมาก็ตามทีแต่ก็ทิ้งระยะห่างออกจากอากุเรื่อยๆ “ไม่ได้การแล้ว บายะ” แมวเทลมองเห็นท่าไม่ดีของอากุที่เหมือนจะเป็นลมลงไปเพราะถูกทำลายพลังงานลงไปเรื่อยๆ จึงเร่งให้บายะรีบใช้เวทรักษาเพื่อคืนพลังงานส่วนหนึ่งให้กับอากุก่อน แล้วจากนั้นบายะก็ร่ายเวทรักษาให้ทั้งกลุ่มตาม

“แบบนี้แย่แน่ๆกิล ถ้าขืนปล่อยไว้อย่างนี้ ชาวเมืองทั้งหมดไม่รอดแน่” เพนกวิ้นเจ็ทที่ประเมินสถานการณ์อย่างคร่าวๆแล้วรายงานให้กิลฟัง ด้วยความที่กิลเป็นปลาวาฬนั้นจึงมีพลังที่เยอะ ทำให้เหล่าศัตรูที่บุกมานี้ทำอะไรกับกิลได้ไม่มาก ต่างจากเหล่าหางที่ใช้เวทโดยเฉพาะเพนกวิ้นทั้งสองตัว ซึ่งมีพลังที่น้อยอยู่แล้ว แม้จะโดนการสลายพลังงานเพียงเล็กน้อยจากตัวเหล่านี้ก็ตาม แต่ด้วยจำนวนที่มากนั้นทำให้โดนสลายพลังมากตามไปด้วย

“กิล...” ค้างคาวอาร์มพูดออกมาด้วยเสียงที่ไม่ค่อยดีเพราะความกลัว “ไอตัวพวกนี้น่ะ...ไอตัวพวกนี้...” ค้างคาวอาร์มเริ่มเข่าอ่อนลงไป แม้จะได้รับการรักษาจากแกะบายะแล้วก็ตาม แต่ที่ทรุดลงไปนั้นเป็นเพราะความกลัวที่มีแต่ค้างคาวอาร์มเท่านั้นที่รู้ “อาร์ม เกิดอะไรขึ้น พวกนี้ทำไมน่ะ” แมวโจ้เข้ามาอุ้มประคองค้างอาร์มให้ลุกขึ้นมา การอยู่ในสถานะนั่งนั้นจะทำให้เสียเปรียบในการเตรียมพร้อมเป็นอย่างมาก

“ไอตัวพวกนี้...เฉด(Shade) เป็นลูกน้องของเทพแห่งเงา ท่านเซร่า” ทุกตัวที่ได้ยินนั้นแทบไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่อาร์มนั้นพูดออกมา “อาร์ม อย่าพูดเรื่องที่มันเป็นไปไม่ได้สิ แล้วทำไมเทพจะต้องมาบุกโจมตีเมืองแห่งแสงล่ะ เทพทุกองค์รู้จักและมีความสัมพันธ์ต่อกันนะ ไม่มีทางที่ท่านเซร่าจะทำแบบนี้หรอก” กิลเถียงกลับอาร์มเพราะมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้และไม่มีทางเป็นไปได้อย่างเด็ดขาด

“แต่กิล แล้วทำไมกองทัพอะไรนี่มันถึงมาบุกโจมตีเมืองเราแบบนี้ล่ะ” หมาแดงโดรุก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน แต่หลักฐานนั้นมันปรากฎต่อหน้าเหล่าหางทุกตัวแล้ว และยังวิ่งพลุกพล่านไปมาพร้อมกับสลายพลังงานกับเหล่าหางทุกตัวที่อยู่ในรัศมีของพลังนั้นด้วย


“เป็นไปอย่างที่คาดคิด ทุกอย่างไปได้สวย” เสียงลึกลับหนึ่งดังมาจากต้นไม้ที่อยู่นอกกำแพงเมืองแห่งแสง ร่างเงาหนึ่งที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคืออะไรกำลังเฝ้าสังเกตุการณ์เหล่าเฉดที่กำลังวิ่งไปมาในเมือง “ถ้าเป็นเวลากลางคืนแบบนี้ เหล่าหางทุกตัวต่างหลับสนิทกันหมดแล้ว ไม่มีทางที่ตัวไหนจะรอดจากคืนแห่งความตายนี้ได้อย่างแน่นอน หึๆๆฮ่าๆๆ” เสียงหัวเราะอย่างสะใจดังออกมาอย่างเหี้ยมเกรียม สายตาคู่นั้นกวาดจ้องมองไปรอบๆจนสะดุดกับอะไรบางอย่าง แล้วดวงตานั้นก็หรี่ลงมาเหมือนพยายามเพ่งมองเพราะสิ่งที่จับสังเกตุได้นั้นอยู่ค่อนข้างไกล ทำให้การมองเห็นลำบาก

“เหอะ ดันมีพวกที่ตื่นขึ้นมาอีก แต่ปล่อยไว้แบบนี้เดี๋ยวพวกมันก็แห้งตายไปเองแหละ” ร่างเงานั้นค่อยๆลุกขึ้นยืนและลงจากต้นไม้ลงมา “เขตแรกสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี เริ่มเข้าสู่เขตสองได้” เสียงของกิ้งก่าดำที่มีรอยแผลเป็นที่หน้าผากทบทวนแผนการ "ว่าจะรอสัก2-3วันแล้วค่อยบุกมา แต่พลังข้าดันพุ่งพรวดจนแทบอยากจะมาทำลายเมืองนี้ให้พังเดี๋ยวนี้ไปด้วยซ้ำ แต่ถ้าพังไปเลย ข้าก็ดูดพลุงไม่ได้เยอะอย่างที่ข้าต้องการ ฮึ่ย มีพลังเยอะแล้วมันอึดอัดชะมัด" เสลธบ่นรำคาญกับตัวเองแล้วก็หายตัวอำพรางไปกับสภาพแวดล้อมเวลาค่ำคืนแห่งความตายของขาวหางเมืองแห่งแสง


“กิล เอาไงดีล่ะ จะลงมือกับพวกเลยมั้ย” หมาแดงโดรุถามขึ้นมา ตอนนี้เหล่าหางแห่งหน่วยอัลฟ่าที่หนึ่งต่างพร้อมรบและรับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าแล้ว ทุกตัวต่างอยู่ในชุดศึกพร้อมออกปฏิบัติภารกิจ แม้จะเป็นการเรียกชุดเกราะและอาวุธออกมาด้วยความสามารถส่วนตัว และกินพลังงานที่ค่อนมากเพราะต้องใช้ถึงครึ่งหนึ่งของพลังที่เหลือ แต่เพราะมีแกะบายะที่คอยใช้เวทฟื้นฟู จึงสามารถตัดปัญหาตรงจุดนี้ได้

“รีบอพยพชาวเมืองก่อนโดยเร็วที่สุด ความปลอดภัยของชาวหางต้องมาก่อน ให้อพยพออกไปทางออกเมืองที่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะทำได้ และถ้ารู้จักรุ่นน้องเหล่าอัลฟ่าที่สองก็ปลุกออกมาเตรียมพร้อมด้วย ให้รวมพลที่หน้าประตูเมืองแห่งแสง และห้ามทำอะไรกับพวกเฉดเด็ดขาด” กิลออกคำสั่งอย่างเด็ดขาดทันทีที่ประเมินสถานการณโดยรวมทั้งหมดแล้ว แต่คำสั่งสุดท้ายนั้นกลับทำให้เหล่าหางลูกทีมทั้งหมดไม่พอใจอย่างมากจนแย้งขึ้นมา

“กิล นี่มันไม่ความว่ายังไง ไอเจ้าพวกนี้มันกำลังสลายพลังงานเราลงไปเรื่อยๆนะ แล้วจะปล่อยให้มันผลาญอย่างนี้ต่อไปหรอกิล” เพนกวิ้นนัทเถียงกลับในทันทีเพราะเป็นการปฏิบัติภารกิจที่อันตรายเกินไป และเสียงต่อชีวิตทุกฝ่ายด้วย “เหตุผลเดี๋ยวค่อยถาม ตอนนี้รีบช่วยชาวเมืองก่อนเร็ว แล้วจะอธิบายที่จุดนัดพบ พวกแข็งแรงพลังเยอะแยกไปช่วยเดี่ยว พวกที่รู้ว่าพลังน้อยพยายามอยู่กับบายะไว้ บายะคอยฟื้นพลังให้เรื่อยๆด้วย กวิ้นนัทกับเจ็ทคอยถ่ายพลังเวทให้บายะ ไปได้”

กิลแจกจ่ายหน้าที่ให้เสร็จก็แยกกลุ่มออกไปช่วยเหลือทันที โดยที่ไบสันนนท์ วาฬกิล หมาฟ้าอากุ และลิงแบงค์นั้นแยกเดี่ยวออกไปช่วยเหลือ เพราะมีค่าพลังที่ค่อนข้างเยอะจึงสามารถทนต่อการผลาญพลังงานได้ดีกว่า ส่วนที่เหลือซึ่งมีแพนด้าน้อย เพนกวิ้นนัทกับเจ็ท ค้างคาวอาร์ม และแมวคู่เทลกับโจ้นั้น จะเกาะกลุ่มกับแกะบายะไปเพราะมีพลังที่น้อย จึงต้องได้รับการฟื้นฟูพลังอยู่เรื่อยๆ โดยเฉพาะเพนกวิ้นทั้งสอง เหล่าหางแห่งหน่วยอัลฟ่าต่างเร่งรีบปลุกชาวหางที่นอนอยู่ให้รีบออกจากเมืองโดยเลี่ยงที่ทางถนนหลัก แต่ให้ใช้เส้นทางด้านหลังของบ้านซึ่งเป็นตรอกซอยเล็กๆ ที่สามารถเลาะไปถึงขอบกำแพงเมืองได้ แล้วให้เลาะกำแพงออกไปยังจุดที่กำหนดเอาไว้

“อ๊ะ ทหารเสือดำนี่ เรียกให้ช่วยด้วยดีกว่า” แมวโจ้ที่สังเกตุเห็นจึงรีบวิ่งออกไปหาจนถึงเพราะอยู่ไม่ไกลมาก “เธอ ช่วยพวกเราหน่...” แมวโจ้รีบกระโดดตีลังกาหลบปลายหอกที่แทงมาทางตนอย่างรวดเร็วและหนักแน่น “เฮ้ย นี่แกจะทำอะไรน่ะ” แมวเทลทรงตัวตวาดกลับกับสิ่งที่ทหารตัวนั้นทำ แล้วทหารเสือดำตัวหนึ่งก็วิ่งเข้ามาใช้แขนที่แข็งแรงล็อคตัวทหารเสือดำตัวนั้นเอาไว้

“ขอโทษด้วยครับท่านโจ้ แต่เพื่อนผมมันเป็นไรไม่รู้ เหมือนโดนสะกดจิตควบคุมร่างอย่างนั้นเลย” ทหารเสือดำที่มีสีที่ขนตัวเองดำสนิทหันมาบอกให้กับแมวโจ้และกลุ่มเล็กๆของหน้วยอัลฟ่าที่หนึ่ง “มันเกิดอะไรขึ้นน่ะ แล้วทำไมเป็นแบบนี้” แมวโจ้วิ่งเข้าไปชกที่หน้าท้องของทหารเสือดำที่คิดจะทำร้ายแมวโจ้จนล้มลงไป สีขนของทหารตัวนั้นเป็นสีม่วงเข้ม ถ้าไม่สังเกตุให้ดีๆประกอบกับความมืดด้วยแล้ว ทำให้แยกแยะได้ยากถึงความแตกต่างตรงจุดนี้ ทางด้านเทลต่างแยกย้ายช่วยชาวหางต่างๆกันไปโดยไม่ปล่อยให้เวลาผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์ โดยมีแกะบายะยืนประจำการณ์ข้างนอกโดยหลีกเลี่ยงจุดที่โดนผลาญพลังงานมากที่สุด

“ไม่ทราบเหมือนกันครับ จู่พวกตัวประหลาดนี่ก็โผล่ขึ้นมาที่เมืองโดยไม่ปรากฎอะไรเลย ที่หน้าประตูเมืองที่ผมเฝ้าก็ไม่มีใครเข้าออกด้วยเช่นกันครับ แล้วจู่ๆเพื่อนผมก็เปลี่ยนเป็นสีม่วงอย่างที่เห็นนี่หละครับ แล้วมันก็เข้ามาทำร้ายผมจนล้มลงไปน่ะครับ” ทหารเสือดำที่รายงานสิ่งที่รับเรื่องมาทั้งหมดให้โจ้ฟังพร้อมกับมัดตัวเพื่อนของตนไม่ให้สามารถใช้แขนขาได้

“ทางพวกเราก็ไม่รู้อะไรมากเหมือนกัน รู้แต่ว่าไอ้เจ้าพวกนี้มันสามารถผลาญพลังงานของพวกเราได้ แต่เพราะนายมีร่างกายที่แข็งแรงเลยไม่ค่อยร่าจะรับรู้สึกอะไรมาก” แมวโจ้อธิบายขณะที่ช่วยกันยกร่างเสือม่วงเข้มนั้นไว้ที่เสาไฟและจับมัดใหม่เพื่อไม่ให้สามารถเคลื่อนไหวหนีได้

“ฟังนะ ตอนนี้พวกเราต้องการกำลังทหารเสือดำอย่างพวกนายมาก โดยเฉพาะร่างกายที่แข็งแกร่งแบบนาย พวกนายรีบรวบรวมเพื่อนๆนายที่ยังมีสติอยู่รีบช่วยชาวเมืองออกไปที่ประตู้หน้าให้ไวที่สุด และมารับการฟื้นพลังกับแกะบายะเป็นระยะๆด้วย อย่าฝืนและอย่าลากตัวเองไปสู่จุดเสี่ยงเด็ดขาด เข้าใจมั้ย” แม้แมวโจ้จะไม่ได้เป็นหัวหน้าหน่วยอัลฟ่าเหมือนอย่างกิล แต่สิทธิและอำนาจพิเศษในการสั่งการนั้น เหล่าหน่วยอัลฟ่าที่หนึ่งเท่านั้นที่จะได้รับสิทธิ์นี้

“ครับผม” ทหารเสือดำยกมือขวามาขนานที่หน้าอกของตนอย่างแข็งขันก่อนที่จะวิ่งหันหลังกลับไปทางตัวเมืองส่วนที่ทำการของโบบลดาส ซึ่งเป็นหัวหน้ากองกำลังด้านกำลัง และเป็นแหล่งที่พักของเหล่าทหารเสือดำที่ไม่ได้อยู่เวรด้วย “เท่านี้ก็หมดไปอีกเปลาะหนึ่งทางด้านเราล่ะ” แมวโจ้พูดออกมาอย่างโล่งใจ เพราะเพียงแค่เลี้ยวซ้ายตรงสามแยกน้ำพุFirst Tailก็จะเป็นทางออกของประตูเมืองด้านหน้าพอดี

“บายะ ไหวมั้ย” แมวโจ้หันกลับไปถามเพราะบายะที่เสมือนหัวทีมของตนนั้นทำงานหนักที่สุด เพราะต้องทำการร่ายเวทรักษาอยู่เรื่อย “ไม่เป็นไรโจ้ แต่เจ็ทกับนัทน่ะสิ” แม้บายะจะมีท่าทีที่เหนื่อย แต่ต่างจากสองนักเวทเพนกวิ้นที่ต้องถ่ายพลังงานเวทของตนให้กับบายะเรื่อยๆตลอดเวลา และเวทรักษาแบบกลุ่มของบายะนั้นค่อนข้างที่จะใช้พลังเวทค่อนข้างมาก แต่ถ้าเทียบกับการรักษาแบบรายตัวแล้ว การรักษาแบบกลุ่มนั้นประหยัดพลังงานเวทได้มากกว่า

“โชคดีที่มีขวดฟื้นพลังเวทมากันด้วย เลยไม่เป็นอะไรมาก แล้วตัวอื่นๆก็มีขวดฟื้นพลังงานกันอีก เจ็ทกับนัทเลยไม่เป็นอะไรมาก” กวิ้นนัทตอบออกมาขณะเหงื่อบนใบหน้านั้นผุดขึ้นมาเต็มหน้าเพราะรีดพลังเวทในตัวออกมาเรื่อยๆ

“อดทนอีกหน่อยนะ เดี๋ยวพวกเราจะถึงทางออกกันแล้ว” แมวเทลให้กำลังใจขณะที่ไล่ชี้ทางหนีให้เหล่าหางที่ได้ช่วยเหลือมา แล้วไม่นานนักวาฬกิลและตัวอื่นๆที่แยกตัวไป รวมถึงเหล่าทหารเสือดำที่ลากพาพรรคพวกในที่ทำการนั้นก็มาถึงกลุ่มของบายะที่กลางน้ำพุกลางเมือง แล้วทุกตัวก็เกาะกลุ่มฝ่ากลุ่มกองทัพเฉดนี้ออกไปโดยที่ยังเคลืองแคลงและอยากที่จะกำจัดเจ้าพวกนี้ แต่เพราะกิลสั่งมาจึงไม่สามารถทำได้ จนตอนนี้ในเมืองตอนนี้จึงเสมือนเมืองร้าง เพราะเหล่าหางในเมืองทั้งหมดถูกอพยพออกมาที่หน้าเมืองทั้งหมดแล้ว


บรรยากาศภายนอกเมืองแห่งแสงเต็มไปด้วยความหดหู่และความทุกข์ เหล่าหางทุกตัวต่างตกใจและยังเคลืองแคลงใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น บ้างก็โทษความผิดให้กับหน่วยดูแลรักษาความปลอดภัย บ้างก็โทษหน่วยอัลฟ่าที่หนึ่งที่ไร้ความรับผิดชอบการดูแลความสงบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความย่ำแย่โดยเฉพาะวาฬกิลที่เป็นหัวหน้าหน่วยนั้นต้องออกมารับผิดทั้งที่ไม่ใช่สิ่งที่ตนเองทำ แต่เป็นเพราะหน้าที่ของตน และก็มีเสียงชาวเมืองตัวหนึ่งถามดังขึ้นมาว่าทำไมไม่จัดการไอตัวที่วิ่งเพ่นพ่านทั่วเมืองให้หมดไป

“ที่ผมสั่งไม่ให้กำจัดตัวที่วิ่งไปมานี้ไป เพราะนี่คือเฉด ซึ่งเป็นผู้ที่ทำงานให้กับเทพแห่งเงาท่านเซร่า การที่ท่านส่งเจ้าพวกนี้มานั่นแสดงว่าต้องมีเหตุผลอะไรบางอย่างแน่ และถ้าเรากำจัดไป นั่นจะเป็นการไม่ให้เกียรติกับท่านเซร่าด้วยเป็นอย่างมาก” กิลที่พูดจบแล้วนั้นก็มีเสียงโห่ดังขึ้นมาจากชาวเมืองพร้อมทั้งขว้างปาสิ่งที่ติดตัวมาใส่วาฬกิล แต่กิลทำได้แต่ยืนนิ่งเฉยและยอมรับสิ่งที่เขวี้ยงมาทั้งหมดนั้น จนเหล่าหางเพื่อนๆของกิลต่างเข้ามาช่วยปกป้องกิลกับเข้าไประงับความวุ่นวายตามความสามารถของตน

“ไอพวกชาวเมืองงี่เง่า แกอยากจะมีชีวิตรอดหรืออยากจะตายด้วยฝีมือของเทพเซร่า ที่พวกแกต้องการให้กำจัดพวกเฉดที่วิ่งพล่านไปมา” ไบสันนนท์ระเบิดอารมณ์ออกมาเพราะเข้าใจถึงความคิดของกิลเป็นอย่างดี ซึ่งเหล่าหางหน่วยอัลฟ่าที่หนึ่งก็รู้สึกนึกคิดเช่นเดียวกับวีเหมือนกัน

“ใช่ หรือพวกแกอยากจะตายด้วยฝีมือของเรา” เสียงที่เยือกเย็นจับจิตแต่มีความโกรธเกรี้ยวรุนแรงอยู่ภายในนั้นลอยออกมากับอากาศ เงาขนาดใหญ่สีดำค่อยๆแผ่ขยายใหญ่ขึ้นและปรากฏร่างของเทพแห่งความมืดเซร่าออกมา แม้ภายใต้หน้ากากนั้นจะเป็นหน้ากากที่ดูโศกเศร้า แต่ความก็จับได้ถึงรังสีแห่งความโกรธแค้นที่แผ่ออกมาจากตัวของเทพองค์นี้

Author:  fushigidane [ Tue Nov 30, 2010 3:51 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน1

เนื่องจากยังนึกคำที่จะบรรยายให้มันสนุกดุเดือดตอนสู้กันไม่ออก เลยยืดไปอีกหนึ่งตอน เหล่าผู้เล่นอัลฟ่าคงจะรู้ถึงความอึดถึกของทหารเสือดำกันนะครับ ว่าทำไมแมวโจ้ถึงฝากความหวังไว้กับร่างกายของเขา ส่วนที่ไม่รู้ผมจะอธิบายให้ฟัง เพราะในเกมนั้นทหารเสือดำเลือดเยอะมวากกกกก แถมแรงเยอะอีกตังหาก สมแล้วที่ล่ำอึดถึกแบบนั้น ตรงที่บอกว่าด้วยแขนที่แข็งแรงของทหารเสือดำนั้นเพราะมาจากการโจมตีด้วยท่าหนึ่งครับ ต้องมีพละกำลังแขนที่แข็งแรงมากๆเลยนะถึงจะทำให้เหล่าหางบางตัว "ตาย" ได้ในการโจมตีเพียงแค่ทีเดียว (ผมรู้พวกคุณก็เคยโดน อย่ามาซึ้นเดเระ :twisted: ตรูก็โดนเหมือนกัน)

ที่วีแพ้หัวหอมกับกระเทียมนั่นน่ะแต่งเองนะ เพราะเห็นพี่แกเหมือนผีดูดเลือดไม่หลับไม่นอนไง เลยเอาคุณสมบัตินั้นมาใส่ให้เลย ส่วนหางตั้งนั้นก็อย่างที่เคยบอก ส่วนดาเนะที่นอนกอดหางนั้น หลับไม่หลับติดตามได้ตอนไหนดีนะ :roll:

Author:  Altemis [ Tue Nov 30, 2010 5:59 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน1

ดาเนะคุง ขยันจิงๆ ขนาดแต่งคนเดียวนะนี่

Author:  JJmall [ Tue Nov 30, 2010 6:36 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน1

ชะอ้าว.. นึกว่าแพ้กระเทียมกับหัวหอมจริงซะอีกนะเนี่ย ก็แหม ดูพูดซะ ==;

ทหารเสือน่ารักออก ไป 6/2 กางโล่เขียวมันก็ช่วยเพิ่มเลือดให้เรื่อยๆนะ โฮะๆๆ พอคูลดาวน์มาถึงกับหนีแทบไม่ทันเลยทีเดียว==;


แอร๊ยยยย เริ่มมันส์ละ ไหงเซร่าแปลกๆนา เสลธด้วย สงสัยพี่แกคงจะโกรธที่เสลธขโมยเฉดมามั้ง =A=; (มั่วไปนั่น.. :lol: )

อร๊ายยยยยยย รอตอนต่อไปแทบไม่ไหว

Author:  SupakornNoMercy [ Tue Nov 30, 2010 6:45 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน1

รออ่านตอนต่อไปคร๊าบ =w=

[Request] แต่งฟิค ก่าผมขอบทเงียบๆ ไม่ค่อยพูดอะไร ดีกว่านะ ( เจ้าตัวโคตรพูดมากเลย -3- )

/me แหงะ ว่าแล้วว่าต้องเลื่อน CB แต่งานผมมันไม่เลื่อนอ่า T-T

Page 117 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/