BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 133 of 204

Author:  fushigidane [ Sat Jan 01, 2011 8:35 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

“ดาเนะ” วีมองไปยังเพื่อนของตนที่ลงไปนอนกับเพื่อนเพราะถูกแรงกดดันบางอย่างจากเสลธเพราะเป็นห่วง แล้วหันกลับมาทางเสลธอีกครั้ง

“ข้าพเจ้าเชื่อใจดาเนะนะ” วีกุมมือของดาเนะแน่นเพื่อยืนยันคำตอบที่มาจากปากของเจ้าตัว เสียงลั่นศรพลังงานสีดำของเสลธดังขึ้นสนั่นลั่นอาณาเขตสีดำพร้อมกับศรที่พุ่งขึ้นข้างบนและการหายตัวไปของกิ้งก่าทั้งสองตัว เหล่าหางทั้งสองฝ่ายต่างตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แล้วศรพลังงานทั้งหมดก็ทิ้งดิ่งลงจากฟ้าลงมาฟาดกับพื้น แสงสีดำวาบในเขตพื้นที่สีดำของเสลธทำให้เกิดความมืดที่เหมือนกลืนกินเขตสายฟ้าฟาด เหล่าหางทั้งสองฝ่ายที่ตกใจกับการหายตัวไปของทั้งสองยิ่งตกใจมากกว่ากว่า ร่างของกิ้งก่าทั้งสองยืนอยู่ตรงหน้าของทั้งสองฝ่ายหลังจากแสงสีดำหายไป ทั้งคู่ยังคงยืดกุมมือด้วยกันไว้เหมือนก่อนที่จะหายไป

“ก แก ทำไมแก...แกทำอะไรกันแน่” เสลธชี้หน้าว่าดาเนะด้วยอารมณ์ที่ฉุนขาด ทางฝั่งกิลก็สงสัยไม่ต่างจากที่เสลธสงสัย แม้แต่ตัววีที่อยู่ข้างๆดาเนะก็ยังไม่เข้าใจเท่าที่ควร

“ดาเนะ ความรู้สึกเมื่อกี้” ตอนนี้วีเริ่มจะเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อรับรู้เหตุการณ์ด้วยตัวเองผ่านดาเนะ ดาเนะหันมามองวีเพื่อรอคำจากวี “ข้าพเจ้ารู้สึกอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถอธิบายได้น่ะดาเนะ” วีตอบด้วยความรู้สึกที่ไม่เข้าใจให้ดาเนะฟัง

“แก ตอบมาเดี๋ยวนี้นะ แกเล่นอะไรแน่ถึงทำให้ศรพลังงานข้ากลายเป็นแบบนี้” เสลธยังตวาดว่าเพื่อรอคำตอบของดาเนะอยู่

“ความรู้สึกไงล่ะ” ดาเนะตอบพลางเอามืออีกข้างมากุมหน้าอกตัวเองพร้อมกับหลับตาลง “ความรู้สึกอะไรของแก อธิบายมาชัดๆเลยนะ” เสลธยิ่งหงุดหงิดขึ้นกว่าเดิมเมื่อคำตอบที่ได้รับนั้นไม่สามารถช่วยไขความสงสัยได้ “ตอนที่แกกำลังยิงศรพลังงานยังไงล่ะ เรารู้สึกและได้ยินเสียงของเสลธภายในใจเรา” ดาเนะยังคงหลับตาอธิบายให้เสลธฟังอยู่อย่างสงบไม่รีบร้อน “ความรู้สึกอะ...!!!” เสลธที่จะตวาดกลับแต่หยุดลงทันทีเพราะเริ่มเข้าใจความหมายในสิ่งที่ดาเนะอธิบายให้ฟัง

“ศรพลังงานเป็นการกลั่นพลังงานมาจากเจ้าของร่างเพื่อแปรเป็นพลังของศร นั่นหมายถึงความรู้สึกนึกคิดหรือไม่ว่าอะไรต่างๆที่อยู่ภายในร่างกายก็สามารถใส่ลงไปได้ นั่นหมายถึงความรู้สึกนึกคิดของเสลธจริงๆด้วย” ดาเนะลืมตาขึ้นมาและปล่อยมือวีออกจากมือตัวเองและปลดธนูที่สะพายกับตัวออกนั่น

“ตอนระหว่างที่แกกำลังจะปล่อยศรน่ะ เราได้ยินเสียงของเสลธขึ้นมาในหัวเรา แล้วก็เป็นอย่างที่แกเห็นนั่นล่ะ ศรพลังงานของแกคงกลายเป็นตัวกลางในการเคลื่อนย้ายตัวเราไปยังสถานที่เป้าหมาย และดูเหมือนผลนั้นจะพาผู้ที่สัมผัสเราในระหว่างนั้นมาด้วย” คำอธิบายของดาเนะทำให้วีเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะในช่วงเวลาที่วีถูกลากพาไปกับดาเนะนั้น ความรู้สึกที่วีรับได้นั้นคือความรู้สึกที่ร่างกายเหมือนถูกดึงที่ไม่สามารถอธิบายได้ และเพียงชั่วพริบตาก็มาปรากฏสถานที่นั้นๆอีกครั้ง

“อ๋อ มิน่าล่ะ ตอนที่กำลังจะลั่นศรนั่นก็รู้สึกอะไรบางอย่างเหมือนกัน ที่แท้ก็เป็นเพราะเสลธเองเรอะ” จิตมืดร่างเสลธเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและโกรธมากขึ้นกว่าเดิม “ขนาดแกจะโดนกลืนกินหมดแล้วแกยังมีฤทธิ์ขนาดนี้อีกเรอะ” เสลธตวาดใส่ตัวเองแต่หมายถึงจิตที่แท้จริงของเสลธภายในร่าง

“แล้วแกไปทำยังไงถึงได้รับรู้ถึงจิตเจ้านี่ได้ เจ้านี่มันอยู่ในร่างข้ามาตลอด และข้าก็กำลังจะกลืนกินมันหมดได้อยู่แล้ว แล้วแกก็เป็นพวกหางที่ไม่มีความสามารถกลืนกินอย่างข้าด้วย ตอบมาเซะว่าแกไปทำอะไรมาถึงได้รับรู้ความรู้สึกนั่นได้” เสียงที่ถามด้วยความจริงจังในความโกรธดังขึ้นมาแต่ไม่ได้ทำให้สองกิ้งก่านั้นหวาดกลัวแต่อย่างใด ยังคงสงบนิ่งดังเดิมได้คงที่ยิ่งทำให้เสลธหงุดหงิดมากกว่าเดิม

“ตอนก่อนก็ไม่เข้าใจความหมายนี้หรอกนะ แต่เพราะเหตุการณ์ในตอนนั้นแน่ๆ ตอนที่คิดว่าน่าจะตายแล้วแต่ยังไม่ตาย แต่อยู่ในช่วงอดีตของเสลธตอนเด็ก เรากับเสลธได้อยู่ร่วมกัน มันทำให้เราเข้าใจเหตุการณ์ในอดีตของเสลธมากขึ้น” ดาเนะทิ้งมือตัวเองลงและก้มหน้าตัวเองมองพื้น

“ช่วงเวลาที่เหมือนฝัน ช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเสลธอีกครั้ง ได้อยู่กับเพื่อนที่รักอีกครั้ง ได้สนุก ได้เล่นด้วยกัน” ดาเนะยิ้มที่ตัวเองได้รับความสุขในช่วงเวลาดีๆที่ได้อยู่ในห้วงอดีตของเสลธวัยเด็กในเวลานั้น

“แต่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าเสลธต้องอยู่เพียงลำอย่างลำบาก ต้องอยู่เพียงตัวเดียวแบบนั้น” ดาเนะมือสั่นไปมาเพราะการกำมือไว้แน่นและเว้นระยะทิ้งไว้ก่อนที่จะเล่าประโยคต่อไป

“แล้วแกยังจะยัดเยียดความทรมานแบบนั้นให้เสลธอีก ทั้งหลอกใช้เสลธให้หลงผิด หลอกให้เสลธทำให้เราต้องโดนออกจากหมู่บ้าน โดยที่ไม่รู้ว่าเสลธนั้นโดดเดี่ยวและเดียวดายขนาดไหน ทั้งยังต้องทรมานจากการกระทำ แล้วแกยังคิดจะกลืนกินเสลธให้หายไปอีก” ดาเนะตวาดกลับในขณะที่น้ำตาก็ไหลออกมาเพราะเข้าใจความทรมานของเสลธ

“เฮอะ แล้วแกจะรู้ได้ไงว่ามันทรมานยังไง นี่มันร่างของเพื่อนแก ไม่ใช่ของแก” เสลธเย้ยหยันกลับทันทีเมื่อมีโอกาส “ทำไมจะไม่รู้” ดาเนะสวนกลับทันทีจนทำให้เสลธนิ่งเงียบไปทันที ดาเนะเอามือกุมอกตัวเองอีกครั้ง

“ในตอนที่จิตมืดแกกำลังจะกลืนกินร่างเรา เรากับเสลธสู้กับจิตมืดของแกจนชนะ ในตอนนั้นเราคิดว่าเราตายแล้วเสียอีก แต่เสลธก็มอบพลังให้กับเรา ทำให้เรากลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง” ดาเนะยิ้มให้กับตัวเองและกลับมาที่สีหน้าปรกติอีกครั้ง “ไม่จริง ในตอนนั้น หรือว่าแก...” เสลธชี้นิ้วมายังดาเนะเมื่อรู้ถึงคำตอบทั้งหมด

“ใช่เสลธ ตอนที่แกฆ่าเราตอนนั้นด้วยศรพลังมืดของแกน่ะ ในศรนั้นมีจิตของเสลธอยู่ในนั้นด้วย แล้วพลังที่เสลธมอบให้ก็คือจิตวิญญาณส่วนหนึ่งจากร่างกายของเสลธ การที่ศรพลังงานของแกเรียกตัวเรามาก็เพราะเราเป็นส่วนหนึ่งของเสลธยังไงล่ะ” ดาเนะคว้าธนูของตนเองขึ้นมาและขึ้นศรเตรียมไว้เพื่อจะสู้กับเสลธ

“ตอนนี้ต่อให้แกใช้ศรพลังงานอะไรแกก็จะไม่มีวันใช้ในการทำร้ายใครได้อีกแล้ว” ดาเนะได้ประกาศกร้าวให้เสลธรู้ถึงสิ่งที่ทำให้ศรพลังงานของเสลธนั้นไม่สามารถใช้งานได้ เสลธที่รู้ถึงคำตอบนั้นโกรธจนตัวสั่นกัดฟันกรอด “แล้วแกเข้ามาในเขตนี้ทำไมถึงไม่เป็อะไรวะ แกไปทำอะไรกับตัวแกมา รวมถึงแกด้วย” เสลธชี้หน้าไปทางวีที่ขึ้นศรเตรียมไว้เหมือนดาเนะและเขยิบเดินมาใกล้ๆ

“รู้จักภูมิคุ้มกันไหมเสลธ” ครั้งนี้วีเป็นฝ่ายถามเสลธแทนที่จะเป็นดาเนะ “หมายความว่ายังไง แกจะบอกว่าแกคิดค้นวัคซีนต่อต้านพลังนี้เรอะ” เสลธถามกลับด้วยเสียงที่ไม่พอใจเพราะคำตอบที่ไม่น่าเป็นไปได้

“ข้าพเจ้ากับดาเนะน่ะเคยถูกศรความมืดของแกเข้าสู่ร่างกาย ถ้าเป็นปรกติทั่วไปล่ะก็ข้าพเจ้ากับดาเนะคงตายไปแล้วเพราะไม่มีใครสามารถรักษาได้ แต่ข้าพเจ้าได้ท่านอเคเชียในการดูดพลังนั้นออกจากร่างกาย ส่วนดาเนะข้าพเจ้าคิดว่าคงมีพลังอะไรบางอย่างที่สามารถรักษาได้ และการที่พลังนั้นหายไปจนเหลือเพียงเจือจาง ร่างกายของพวกข้าพเจ้าก็สร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมา เพราะนั้นพวกข้าพเจ้าเมื่ออยู่ในพื้นที่ใดๆที่เป็นเขตของแก พวกข้าพเจ้าก็จะไม่เป็นอะไรด้วยภูมิคุ้มกันที่มีในร่างกาย” วีตอบคำถามให้เสลธฟัง

“ไม่ เป็นไปไม่ได้ เรื่องงี่เง่าแบบนี้เป็นไปไม่ได้เด็ดขาด พลังของข้าไม่ใช่เชื้อโรคนะที่จะให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันได้น่ะ” เสลธรู้สึกสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับสิ่งที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย

“ไม่ใช่เพราะร่างกายหรอก แต่เป็นเพราะจิตใจที่เข้มแข็งที่ไม่ยอมแพ้ต่อพลังมืดของเธอ จึงเกิดเป็นพลังต่อต้านกับพลังของเธอ” เสียงของเทพอเคเขียดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของเสลธพร้อมกับการปรากฏตัวของเทพตนนั้น “ท่านอเคเชีย” เหล่าหางต่างๆต่างขานชื่อของเทพแห่งแสงขึ้นมาโดยพร้อมเพรียงกัน

“เหอะ ออกมาไม่เจียมตัวเลยนะ ทั้งที่ข้าปิดผนึกพลังงานลงไปเรียบร้อยแล้ว แอบไปอยู่เงียบๆอย่างขี้ขลาดยังจะฉลาดซะกว่า” เสลธดูถูกเทพแห่งแสงจนทำให้วาฬกิลโกรธจัด “แกน่ะสิบ้า พวกเราเปิดผนึกทั้งหมดแล้วก่อนที่จะขึ้นมา ท่านอเคเชียได้รับพลังงานคืนกลับมาทั้งหมดแล้วแกจะทำอะไรได้” กิลโต้กลับถึงแผนการที่ตลบเสลธ

“หึๆๆ ฮ่าๆๆๆๆ ดูเหมือนพวกแกจะยังไม่รู้ตัวสินะว่านั่นน่ะมันเป็นแค่นกต่อเท่านั้น” เสลธหัวเราะอย่างสะใจเมื่อแผนการของตนที่วางไว้สำเร็จลุล่วง “หมายความว่าไง” กิลถามขึ้นมาด้วยความเกี้ยวโกรธทันที “ข้าน่ะแกล้งปิดผนึกแท่งคริสตัลเหล่านั้นเพื่อที่จะให้แกน่ะเปิด เพื่อที่จะให้พวกแกตายใจว่าแผนของข้าล้มเหลว และข้าก็หลอกใช้พวกแกนำทางมายังที่นี่ด้วยยังไงล่ะ เพราะข้าไม่รู้เส้นทางที่จะมา” เสลธหันกลับไปมองทางกลุ่มของกิลที่โดนแรงกดดันจนไม่สามารถลุกขึ้นได้

“แล้วพอพวกแกตายใจจนย้ายที่หายไปจากสวน ข้าก็สั่งให้สมุนข้ากลับไปปิดผนึกอีกครั้งน่ะสิ ด้วยความที่รูปร่างเป็นของสมุนเทพแห่งความมืด ยังไงเทพก็คือเทพ ไม่ว่าจะธาตุไหนก็ตาม ลูกน้องของเทพก็สามารถปิดผนึกได้โดยไม่ต้องมีเงื่อนไขใด” เสลธอธิบายด้วยใบหน้าที่แสยะยิ้มถึงชัยชนะที่ได้รับ

“มะ ไม่จริง...” กิลสั่นจนพูดอะไรไม่ถูก “แล้วแกคิดว่าข้าจะสามารถสะกดจิตเจ้าวอรัสนั่น และสร้างอาณาเขตพื้นที่ของข้าได้ทั้งยังมีแท่งคริสตัลเปิดผนึกอยู่เรอะ ไอ้โง่” เสลธด่ากิลทันทีเมื่อมีโอกาสยิ่งทำให้กิลรู้สึกเลวร้ายของตัวเองที่ไม่ตรัหนักถึงจุดนี้

“ท ท่านอเคเชีย...” กิลพูดเสียงตกออกมาเบาๆและกำมือแน่น เหล่าหางอัลฟ่าทั้งหมดต่างมีความรู้สึกแบบเดียวกับกิลถึงความผิดของตัวเองที่ประหม่าในจุดนี้ “กิล เหล่าDR พวกเธอทำดีที่สุดแล้วไม่ต้องโทษตัวเองหรอก ทุกสิ่งทุกอย่างเมื่อถึงเวลาที่จะดับสลายของมันก็ต้องดับสลายไป ไม่มีสิ่งใดที่จะหยุดยั้งสัจจะนี้ได้หรอกนะ แม้แต่เทพอย่างเราก็ตามที” เทพอเคเชียปลอบเหล่าDRซึ่งนั่นไม่สามารถช่วยเยียวยาให้ได้แม้แต่น้อย

“ใช่ โดยเฉพาะชีวิตของแกที่จะต้องจบลงในตอนนี้ แล้วเอาพลังแกมาเป็นของข้าซะ” สิ้นเสียงที่ลงท้ายเสียงดัง เสลธหันกลับไปด้านหลังและยิงศรที่อัดพลังงานความมืด ที่กลืนกินเนื้อศรจนหมดจนกลายเป็นศรพลังมืดออกไปทันทีอย่างรวดเร็ว

“ท่านอเคเชีย” เหล่าหางต่างร้องออกมาด้วยความตกใจเพราะผลึกคริสตัลทั้งหมดถูกปิดผนึกลงไป นั่นหมายถึงเทพแห่งแสงตนนี้ไม่มีซึ่งพลังอะไรในตัวที่จะป้องกันได้ วีกับดาเนะก็ไม่สามารถที่จะขัดขวางการพุ่งของศรนั้นได้ทัน แม้ตาเนะเองก็ไม่สามารถหยุดได้เพราะศรนั้นไม่ใช่ศรพลังงาน แต่เป็นศรพลังมืดที่ไม่มีการกลั่นพลังในร่างออกมา แต่เป็นการอัดพลังมืดที่ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของศรลงไป เทพอเคเชียหลับตาลงรอรับศรนั้นอย่างสงบโดยไม่ป้องกันใดๆ ดวงตาของเสลธเบิกขยายด้วยความดีใจกับแผนการที่วางไว้สำเร็จลุล่วงโดยไม่มีสิ่งใดขัดขวางได้

Author:  fushigidane [ Sat Jan 01, 2011 8:38 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน13

เฮ้อ นึกว่าจะไม่ทันเสียแล้วสำหรับตอนนี้ แต่ก็ทันก่อนที่จะนอนแหะ งานนี้ค่อนข้างเสียเวลาในการคิดคำเป็นอย่างมาก แถมหายไปอีกประมาณตั้ง7บรรทัดแน่ะ แต่ถ้าเขียนต่อมันจะไม่สนุกให้ลุ้นนี่สิ ตอนนี้ก็เฉลยแล้วล่ะนะว่าทำไมเสลธยิงศรพลังงานทีไรกลับกลายเป็นการเรียกดาเนะกับวีมาแทน

Author:  JJmall [ Mon Jan 03, 2011 2:50 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

“ก แก ทำไมแก...แกทำอะไรกันแน่” ดาเนะชี้หน้าว่าดาเนะด้วยอารมณ์ที่ฉุนขาด

= =

Author:  fushigidane [ Mon Jan 03, 2011 10:57 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

JJmall wrote:
“ก แก ทำไมแก...แกทำอะไรกันแน่”[color=#FF0000] ดาเนะชี้หน้าว่าดาเนะด้วยอารมณ์ที่ฉุนขาด

= =[/color]

เปลี่ยนเป็นเสลธแล้วล่ะนะ พึ่งเคยเจอชี้หน้าด่าตัวเองก็นี่ยเนี่ยล่ะ... ขอบคุณมากเจ๊

Author:  JJmall [ Mon Jan 03, 2011 1:02 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

จุดจบของอเคเซียแล้วสินะสินะ.. เอ.. แต่จำได้ว่าศรมันจะพุ่งไปหาแหล่งพลังงานที่เป็นขั้วตรงข้ามของศรนั่นไม่ใช่หรอ =A=

ถ้าอเคเซียถูกปิดพลังทั้งหมด มันก็ต้องพุ่งไปหาดาเนะซิ.. รึชั้นจำผิดน่ะ.. รอเฉลยตอนต่อไป =w=

Author:  fushigidane [ Mon Jan 03, 2011 1:45 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

ไม่ได้พุ่งไปหา แต่จะยิ่งส่งผลรุนแรงมากขึ้นเมื่อเจอพลังตรงข้าม ถ้ายังจำได้ แกะโอเมะที่จะใช้พลังในการรักษานั้นโดนพลังมืดตีกลับ แต่ยาของกระต่ายที่รักษาชีพจรวีนั้นกลับทำได้ แม้เทพอเคเชียจะไม่มีแหล่งพลัง แต่ในตัวก็ต้องมีพลังติดตัว เหมือนนักเวทที่มีไม้เท้าไว้เสริมความแรงหรืออะไรต่างๆให้กับเวทในตัว แล้วเทพอเคเชียเป็นเทพแสง แล้วจะเป็นอย่างไรนะ

Author:  pitinata [ Tue Jan 04, 2011 8:57 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

สนุกจริงๆเลยครับ

ว่าแต่ผมหาจุดจิ้นไม่เจอนะครับ สำหรับตอนนี้

ตอนต่อไปจะมาเมื่อไหร่หรอครับ

ยังไงก็รออ่านนะครับ

ปล.ทำรูป Fan Club ฟิคดาเนะดีมั้ยน้อ :lol:
เอาไว้ใส่ในลายเซ็น

Author:  JJmall [ Tue Jan 04, 2011 11:59 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

pitinata wrote:
สนุกจริงๆเลยครับ

ว่าแต่ผมหาจุดจิ้นไม่เจอนะครับ สำหรับตอนนี้

ตอนต่อไปจะมาเมื่อไหร่หรอครับ

ยังไงก็รออ่านนะครับ

ปล.ทำรูป Fan Club ฟิคดาเนะดีมั้ยน้อ :lol:
เอาไว้ใส่ในลายเซ็น


กรี๊ดดด อย่ามาตอกย้ำกันนะ.. TwT

Author:  คนรัก digi [ Wed Jan 05, 2011 1:21 am ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

pitinata wrote:
ว่าแต่ผมหาจุดจิ้นไม่เจอนะครับ สำหรับตอนนี้


อะแฮ่ม... อะเฮิ่ม... แค่กๆๆ...

ท่านดาเนะพอจะหาคู่ให้เจ้าพินาต้าได้รึยัง? เอาใส่ในเนื้อเรื่องแล้วม่วงตามถนัดด่วน :twisted:

Author:  fushigidane [ Wed Jan 05, 2011 6:44 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน14

คนรัก digi wrote:
pitinata wrote:
ว่าแต่ผมหาจุดจิ้นไม่เจอนะครับ สำหรับตอนนี้


อะแฮ่ม... อะเฮิ่ม... แค่กๆๆ...

ท่านดาเนะพอจะหาคู่ให้เจ้าพินาต้าได้รึยัง? เอาใส่ในเนื้อเรื่องแล้วม่วงตามถนัดด่วน :twisted:

วีใจร้าย ใจร้ายที่สุด หาว่าเราถนัดแต่งม่วงแบบนี้ได้ยังไง /me ทุบวีๆ

Page 133 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/