BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 149 of 204

Author:  agi [ Wed Feb 23, 2011 11:11 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3(ReWork)

ส...เสลธ...


โมเอะเกินไปแล้ว!!!!!ヽ(;▽;)ノ!!!!!

Author:  fushigidane [ Fri Mar 04, 2011 12:06 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.4(ReWork)

เมื่อเหล่าหางทั้งรุ่นพี่และรุ่นน้องได้กลิ่นอาหารอันหอมหวลชวนกิน ทุกตัวต่างรีบพุ่งตรงมายังโต๊ะอาหารและดิ่งไปที่ส่วนอาหารที่ชื่นชอบของแต่ละตับในทัน ยกเว้นแต่ลิงแบงค์ แมวโจ้ และหมาแดงโดรุที่ยังอยู่บนระเบียง เพราะทั้งสองต่างมีเพื่อนที่ได้รับบาดเจ็บหนักแต่อยากให้ลงไปสนุกกับงานเลี้ยง จึงกลับเข้าห้องเพื่อที่จะพาเพื่อนของตนลงมาด้วย เว้นเสียแต่ลิงแบงค์ที่ยืนตัวสั่นอยู่บนชั้นระเบียงเพียงตัวเดียว สายตาเป็นประกายและน้ำลายสอที่ปาก

“กล้วย...” แววตาทั้งสองของลิงแบงค์จ้องตรงไปยังอาหารจานกล้วยที่อยู่ข้างใต้ตนจากระเบียง “กล้วย...ทั้งนั้นเลย” สารพัดอาหารที่ทำจากกล้วยเรียงรายกว่า10จาน มีทั้งของคาว ของหวาน และเครื่องดื่มที่ตั้งอยู่ห่างออกไปยังหมวดกลุ่มเครื่องดื่ม

“กล้วยจ๋า------“ ลิงแบงค์ปืนตัวเองขึ้นคานระเบียงและกระโดดทิ้งตัวลงมายังโต๊ะเป้าหมายทันที “เฮ้ย!!!” เหล่าหางทุกตัวต่างร้องออกมาเสียงดังด้วยความตกใจ ร่างของลิงแบงค์ยังคงทิ้งตัวลงมาอย่างรวดเร็วจนกระทั่งลำตัวจะสัมผัสภูเขากล้วยแต่ก็หยุดชะงักลง ปีกสีม่วงใสปรากฎขึ้นที่หลังของลิงแบงค์เหมือนอย่างแมวเทลตอนที่ได้รับบาดเจ็บจากการต่อสู้กับท่านเร็กกุ แกะบายะร่ายเวทลดน้ำหนักตัวใส่ลิงแบงค์ แต่ผลอานุภาพครั้งนี้เหมือนจะมากกว่าปรกติ เพราะสามารถต้านแรงโน้มถ่วงได้จนทำให้ลิงแบงค์ลอยตัวอยู่อย่างนั้น

“ขอบใจจ้าบายะจ๋า รู้ใจลิงจริงๆ” เสียงลิงแบงค์ออกมาอย่างอารมณ์ดีที่ตัวเองหยุดกลางอากาศตรงยอดเนินกองกล้วยหอมอย่างพอดี สองมือของลิงที่โหยกล้วยกำลังเอื้อมควานกล้วยสุดแขนแต่ไม่ถึงเพราะความสูงที่เกินไปโดยไม่สนใจรอบข้าง หารู้ไม่ว่าอันตรายครั้งร้ายแรงที่สุดของลิงตะกละตัวนี้กำลังจะมาเยือน แกะบายะและแกะโอเมะร่วมมือการร่ายบอลพลังงานแสงไว้เหนือหัวจนกลายเป็นบอลแสงที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“พี่บายะคะ” แกะโอเมะชูสองมือประคองบอลแสงไว้ขณะที่แกะบายะกำลังเดินถอยออกห่างไปเรื่อยๆ “อุ๊ยๆ” แกะโอเมะยืนเซเพราะพลังงานที่อัดแน่นและขนาดที่ใหญ่กว่าปรกติของบอลแสงทำให้เสียการทรงตัว วาฬวิทชที่เลือกสายตัวเองเป็นสายวาฬเวทTemplarร่ายเวทถ่วงน้ำหนักให้กับโอเมะ เพื่อที่จะได้ใช้น้ำหนักที่มากขึ้นให้ยืนหลักอยู่ “ขอบใจจ๊ะ ว้ายยยย” แกะโอเมะหันมาขอบคุณแต่พลาดท่าจนล้มลงไปเพราะน้ำหนักที่มากขึ้นทันทีทำให้ไม่สามารถควบคุมรางกายได้

“โอเมะ” บายะตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเพราะจากที่ตัวเองจะเป็นฝ่ายวิ่งกลับไปเตะบอลแสงอัดลิงแบงค์ แต่กลับกลายเป็นโอเมะที่หงายหลังล้มลงไปกำลังเตะ “Over Head Kick” ใส่บอลแสงยักษ์นั้น และดูเหมือนจะรุนแรงกว่าที่แกะบายะสามารถทำได้ด้วย บอลแสงที่โดนเตะอย่างรุนแรงพุ่งตรงไปยังลิงแบงค์ด้วยความเร็วสูง จนรูปทรงของบอลนั้นบิดเบี้ยวไปตามแรงเตะนั้น ลิงแบงค์ที่ลอยตัวอยู่เหนือกองกล้วยยังไขว่คว้ากล้วยอยู่อย่างเอาเป็นเอาตาย

“บา(ยะ)...” ลิงแบงที่จะหันไปขอความช่วยเหลือจากเพื่อนแกะของตนก็โดนกลืนไปกับบอลแสงนั้นและเกิดการระเบิดอย่างรุนแรงขึ้นในทันที ร่างของลิงแบงค์สะท้อนกระเด้งไปมาอย่างรุนแรงเหมือนการชนของอนุภาพอะตอมก็ไม่ปาน แต่แรงระเบิดนี้ไม่ก่อให้เกิดแรงผลักกระเด็นหรือแรงสะท้อนของการกระแทกแก่สิ่งอื่นแต่อย่างใด มีแต่เพียงเสียงระเบิดที่ดั่งสนั่นแต่ไม่ทำลายหูแม้กระทั่งเหล่าแมวที่มีความสามารถด้านการฟังที่ดีเยี่ยม ร่างของลิงแบงค์ที่สลบกลางอากาศสภาพยับเยินเป็นที่สุด ชุดนอนที่สวมใส่ขาดวิ่นจนแทบจะไม่เหลือเนื้อผ้าบนตัวอีกต่อไป

“ว้ายยยยย” เหล่าหางผู้หญิงต่างร้องออกมาเพราะเห็นสภาพลิงที่แทบจะเหลือแต่ผ้าชั้นในสีแดงสดเพียงแค่ตัวเดียว แม้แต่แกะบายะที่สนิทกับลิงแบงค์มากที่สุดยังต้องปิดตาเพราะความอาย มีแต่เพียงแกะโอเมะที่ล้มลงไปเลยไม่เห็นภาพอันตรายอันนั้น แต่เมื่อลืมตาขึ้นมาก็พบกับสายผ้าสีแดงที่ลงมานาบหน้าและช่วงลำตัวของลิงแบงค์ที่ไร้ซึ่งการปกปิดใดๆ

“ก..ก..ก..กรี๊ดดดดดด” แกะโอเมะกรีดร้องออกมาอย่างสุดเสียงและกีบแกะที่ถีบเข้าสัมผัสที่อ่อนนุ่มของเนื้อลิงแบงค์ยังแรงจนพุ่งขึ้นฟ้าทะลุกระจกออกไปเหมือนดั่งจรวดทันที


ทางด้านแมวโจ้กับหมาแดงโดรุที่แยกย้ายกันไปต่างชวนเพื่อนของตนที่บาดเจ็บให้มาร่วมสนุกด้วย แม้จะรู้ว่าเพื่อนของตนบาดเจ็บหนักและสมควรที่จะได้รับการพักผ่อน แต่งานรื่นเริงที่สนุกแบบนี้ยากที่จะหาโอกาสได้ร่วม จึงไม่อยากให้เพื่อนพลาดโอกาสนี้ไป แม้จะมีเสียงเรียกร้องจากเทพอเคเชียที่อยากให้เหล่าหางที่บาดเจ็บได้พักผ่อนฟื้นตัว แต่หางบาดเจ็บทั้งสองต่างยอมฝืนร่างกายของตน

"ขอบคุณค่ะ/ครับ แต่พวกหนู/ผม อยากสนุกกับเพื่อนๆมากกว่าน่ะค่ะ/ครับ" คำตอบของเหล่าหางที่บาดเจ็บหนักตอบให้กับเทพแห่งแสง เทพอเคเชียได้ยินเข้าใจถึงความรู้สึกนี้ทันที จึงร่ายเวทลดน้ำหนักระดับสูงให้กับแมวเทล เพื่อไม่ให้ร่างกายที่กระดูกหักทั้งร่างต้องรองรับน้ำหนักของตัวเอง สำหรับหมาฟ้าอากุที่เป็นแผลฉกัญที่ลำตัวด้านหน้า เทพอเคเชียได้แนะนำให้นั่งรถเข็นเหมือนกับแมวเทล เพื่อการเคลื่อนไหวที่น้อยที่สุด แมวโจ้และโดรุต่างค่อยๆประคองร่างเพื่อนร่วมเผ่าให้ขึ้นนั่งรถเข็นเพื่อจะได้ร่วมงานได้

“ขอบคุณมากครับ/ค่ะ ท่านอเคเชีย” เสียงกล่าวขอบคุณของหางทั้งสี่กล่าวให้กับเทพอเคเชีย “ขอให้สนุกกับงานเลี้ยงนะ ถ้าเกิดอาการบาดเจ็บอะไรขอให้ตั้งจิตถึงเราทันทีนะ เพราะเรายังเป็นห่วงและกังวลกับอาการบาดเจ็บอยู่ แต่เราก็ไม่อยากที่จะอยู่รบกวนความสนุกของพวกเธอด้วย ยังไงก็ขอให้สนุกกันนะ” เทพอเคเชียกล่าวลาและห้วงเสียงของท่านก็หายไปพร้อมกับร่างจำลองที่ส่งมาถามแก่หางที่บาดเจ็บ จากนั้นทั้งหมาป่าและแมวก็เข็นรถเข็นเพื่อนตนเองออกจากห้องออกมา และมาหยุดที่บันไดทางลงเพราะไม่สามารถเข็นรถเข็นลงมาได้

“เอ่อ...”แมวโจ้และหมาแดงโดรุที่อยู่คนละฟากของบันไดมองหน้ากันเพราะต่างคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไร โดยเฉพาะแมวเทลที่ร่างกายบาดเจ็บสาหัสที่สุด กวิ้นนัทที่เป็นนักเวทสายน้ำแข็งเกิดความคิดดีๆจึงร่ายเวทน้ำแข็งให้บันได้ถูกเคลือบเป็นทางเนิน เพื่อสะดวกต่อการเข็นลงเนิน

“ค่อยๆเข็นลงมานะ น้ำแข็งมันลื่น” กวิ้นนัทร้องเตือนซึ่งแมวโจ้ค่อยๆเข็นรถเข็นลงมาอย่างช้าๆอย่างระมัดระวัง แต่ทางด้านหมาป่ากลับกลายเป็นโดรุกำลังสนุกเพราะกำลังไถลดันรถเข็นของอากุด้วยความเร็วสูง และตีโค้งที่พักบัไดกลางลงสู้พื้นชั้นที่หนึ่งอย่างน่าหวาดเสียว

"หลีกทางหน่อยเพ่ หลีกทางหน่อย" โดรุแกล้งทำเป็นร้องโวยวายให้หลีกทางให้เหล่าหางนั่งรถเข็น "เล่นอะไรฟระโดรุ หมาเจ็บนะเว้ย ไม่ใช่วัตถุอันตราย" อากุโวยวายออกมาเพราะกำลังถูกแกล้งจากเพื่อนตน "อันตรายเสะ ก็แผลทั้งตัว อีกตัวก็นุ่มนิ่มจัง อย่างนี้จะเรียกว่าไม่อันตรายได้ยังไงล่ะ" โดรุตอบพลางเข็นรถเข็นเลี้ยวไปมาให้อากุหวาดเสียวเล่น โดยเหล่าหางต่างๆต่างหลบให้กับวิถีรถเข็นของโดรุเพราะกลัวจะเป็นอันตรายทั้งกับตนเองและหมาฟ้าที่นั่งอยู่

"แต่ตรูกำลังตกอยู่ในอันตรายยยยยยย" อากุร้องออกมาและจับที่ท้าวแขนรถแขนแน่นเพราะกลัวจะตกลงไปเจ็บกว่าเก่า "อ่าๆ หยุดและๆ ขอโทษน้า---อากุ" โดรุหยุดเข็นความเร็วสูงทันทีจนตัวอากุแทบจะกระเด็นพุ่งออกมาจากรถเข็น "คิดจะฆ่ารึไงวะแก ถ้าตรูตายจะทำไงฟระ" อากุโวยวายลั่นจนทำให้งานเลี้ยงจากที่ครึกครื้นสนุกสนานเงียบลงทันที เหล่าหางทั้งหมดต่างมองมาทางคู่ที่ทะเลาะกันอยู่ โดรุนิ่งเงียบและหูตกทันที

"แค่อยากให้อากุสนุกบ้างเท่านั้นเอง เห็นนั่งนิ่งๆกลัวจะเบื่อ" โดรุบอกความจริงที่หวังดีให้กับเพื่อน แต่ความหวังดีที่โดรุมอบให้กลับเป็นการสร้างความโกรธเคืองให้กับอากุแทน "ก็รู้อยู่นี่ว่าเจ็บแบบนี้แล้วยังจะแกล้งอีกหรอแก" อากุยังคงต่อว่ากลับโดรุซึ่งนิ่งเงียบรับความผิด

"พี่อากุ พี่โดรุเขาหูตกจนจะ แทรกไปในหัวแล้ว ยกโทษให้พี่เค้านะพี่" หมาแดงเรนาเข้ามาช่วยเจรจาสงบศึกให้กับสองรุ่นพี่ของหมาป่า อากุยืนนิงคิดอยู่ตัวเดียวและถอนหายใจออกมา "รอดไปนะแก วันนี้เห็นเป็นวันดี" เสียงของอากุทำให้หูของโดรุตั้งได้ขึ้นมาทันที

"อากุ..." โดรุพูดออกมาอย่างดีใจและเข้าไปกอดหัวของอากุทันที "อากุใจดีที่สุดเลยยย" เสียงร้องอย่างอารมณ์ดีของอากุออกมาจากใบหน้ารอยยิ้มของหมาแดงภายใต้ใบหน้าอึดอัดทรมานของหมาฟ้าอากุเพราะหายใจไม่ออก


ทางด้านของคู่ของแมวที่ใช้เวลามากในการค่อยๆเข็นรถเข็นเพื่อความปลอดภัยได้ลงมาถึงที่ชั้นแรกแล้วอย่างปลอดภัย "ไปกันเถอะเทล" แมวโจ้เข็นรถเข็นไปยังทางอื่นขณะที่เห็นคู่หมาป่ากำลังแกล้งเล่นกันอย่างสนุกสนาน แมวทั้งสองตัวต่างเดินตรงไปยังซุ้มอาหารที่เน้นจำพวกปลาทันที

"เทลอยากกินอะไรมั้ย" แมวโจ้ถามแมวที่บาดเจ็บอย่างอ่อนโยน "อยากกินปลาเผาอะโจ้" แมวเทลอ้อนแมวโจ้ได้เพราะคาถาลดน้ำหนักของท่านอเคเชียช่วยลดน้ำหนักได้มาก เทลแทบจะไม่รู้สึกถึงน้ำหนักของตัวเองเหมือนกำลังจะลอยได้อยู่ตลอดเวลา เป็นประสบการณสัมผัสที่เทลไม่เคยได้สัมผัสมาก่อนในชีวิตทำให้อารมณ์ดีเป็นพิเศษ

"จ้า แม่แมวเปื่อย" โจ้แซวเพื่อนของตนก่อนที่จะเดินไปตักอาหารใส่จานมาให้ โจ้พยายามเลือกปลาเนื้ออ่อนให้กับเทลเพราะเป็นเนื้อปลาที่เทลชอบมากที่สุด โจ้เลือกตักปลาเนื้ออ่อนมามากมายใส่จานจนเป็นกองใหญ่ น้ำซอสน้ำราดชนิดต่างๆต่างรวมเป็นน้ำปริศนาที่น่าสะพรึงนองอยู่ที่ก้นจาน

"มาแล้วจ้าเทล" แมวโจ้เดินมาหาพร้อมกับฝันร้ายของแมวโจ้ที่ทั้งคู่ยังคงไม่รู้ตัว "อ้าปากนะ อ้ามมม" โจ้ป้อนเนื้อปลาชิ้นแรกให้กับแมวโจ้ที่อ้าปากรออยู่และงับชิ้นปลาเบาๆ "เป็นไงบ้าง" โจ้ถามขณะรอเทลเคี้ยวปลาอย่างช้าและกลืนลงไป "สงสัยไม่มีน้ำราดเลยจืดไปหน่อยน่ะโจ้ รอบนี้ขอน้ำชุ่มๆเลยน้า" เทลยังอ้อนเพื่อนของตนเพื่อรอชิ้นคำแห่งฝันร้าย ชิ้นปลากำลังจุ่มลงไปอย่างช้าๆและคลุกเคล้าจนเนื้อชิ้นนั้นชุ่มฉ่ำ และกำลังที่เข้าปากแมวผู้เคราะห์ร้ายช้าๆพร่อมกับการปิดปากลงไปของแมวตัวนั้น

"อร่อยมั้ยเทล" หางของแมวเทลตั้งพองขึ้นมาในทันทีและนิ่งเงียบตาพองโต "อ..อร่อยขนาดนั้นเลยหรอเทล" แมวโจ้ตกใจกับหางของเทลที่ตั้งพองอย่างน่าตกใจ เพราะขนาดหางนั้นแทบจะใหญ่เทียบเท่าหมอนข้างของตน "อื้อๆ" แมวเทลส่ายหน้าไปมาและน้ำตาคลอเบ้ากับรสชาติพิศวงที่ไม่สามารถบรรยายออกมาได้

"อร่อยจนพูดไม่ถูกเลยหรอเทล" โจ้ถามอย่างตื่นเต้นซึ่งแมวเทลยังคงส่่ายหน้าตอบกลับ "จริงๆอะ งั้นโจ้ป้อนเทลเยอะๆเลยนะ" แมวโจ้จับจานมั่นและจิ้มชิ้นปลาทั้งหมดเป็นแท่งและคลุกเคล้าน้ำราดจนท่วม "อะ ชิ้นใหญ่พิเศษนี้เพื่อเทลโดยเฉพาะเลย" โจ้ยิ้มอย่างเป็นสุขและยื่นชิ้นปลามรณะที่ปากเทล แมวเทลที่พยายามกลืนชิ้นมรณะชิ้นแรกลงไปได้จนสำเร็จเจอกับชิ้นที่สองในทันที

"มะ อุฟ" เพียงแค่เทลจะขยับปากเพื่อไม่ขอรับชิ้นปลาชิ้นต่อไป ก้อนปลาชุ่มน้ำราดขนาดใหญ่พุ่งตรงเข้าปากของเทลเต็มคำ "กินให้อร่อยนะเทล" แมวโจ้บอกอย่างอารมณ์ดีให้กับแมวเทลที่เสมือนตกนรกแห่งรสชาติพิศวงทั้งเป็น


“พี่วีๆ” เหล่ากิ้งก่ารุ่นน้องต่างมารุมตอมวี ดาเนะ และเสลธที่กำลังเกาะแขนดาเนะไม่ห่างไปไหน “เย้ พี่วีพาเพื่อนมาด้วยล่ะ” “พี่วี นี่ใช่เพื่อนพี่วีที่ใช้ความสามารถSlayerใช่ปะ” หลากหลายคำถามต่างรุมถามเข้ามาจนทำให้วีหัวหมุนตอบแทบไม่ทัน ส่วนเสลธจากที่เคยเป็นกิ้งก่าสีดำได้เปลี่ยนเป็นกิ้งก่าสีเทาไปแล้ว และยิ่งเกาะรัดแขนดาเนะมากขึ้นจนตัวของเสลธแทบจะรวมไปกับดาเนะแล้ว เพราะช่วงลำตัวของเสลธแนบติดกับหลังและแขนของดาเนะแน่นมากจนขยับลำบาก

“พี่วี เพื่อนพี่วีชื่ออะไรอะ” เสียงก่าราเฟซถามขึ้นมาเพราะยังไม่รู้จักชื่อดี “พี่ชื่อดาเนะนะ ส่วนเพื่อนพี่ชื่อเสลธ” ดาเนะแนะนำตัวเองและแนะเสลธให้รู้จักด้วย แม้ดาเนะจะไม่เข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นแต่ก็ตอบคำถามให้ “พี่ดาเนะ สอนการใช้ท่าสายSlayerให้หน่อยนะครับ นะๆ” เหล่ากิ้งก่าที่อยากเรียนรู้ท่าของสายSlayerต่างรุมเร้าที่ดาเนะจนวีต้องรีบห้ามทันที

“เดี๋ยวๆ ให้เพื่อนข้าพเจ้าได้พักก่อนนะ เสลธตัวซีดเผือดไปแล้วเห็นมั้ย” วีรีบเข้าไปปัดห้ามและดึงตัวเหล่ารุ่นน้องให้ถอยห่างออกมา เพราะเสลธถึงขีดจำกัดของความอดทนจนสติหลุดลอยออกจากร่างไปแล้ว


“ดาเนะ...ช่วยเสลธด้วยยยยยยย”

Author:  fushigidane [ Fri Mar 04, 2011 12:09 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3(ReWork)

Reworkใหม่อีกแล้ว แต่มันก็คือจับเอาของเก่าและเพิ่มเนื้อหาให้มันขึ้นถึง2หน้ากระดาษเท่านั้นเอง แต่อันนี้ไปถึง3หน้ากระดาษซะอย่างนั้น และเป็นตอนที่ก่อกำเนิด "แกะกีบยักษ์โอเมะด้วย"

Author:  SupakornNoMercy [ Fri Mar 04, 2011 2:51 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.4(ReWork)

สมแล้วที่เป็นดาเนะ
"กีบแกะทรงพลัง!!!"

/me ปวดหัวอ่า นอนดีก่า -3-

Author:  fushigidane [ Mon Mar 07, 2011 7:06 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5

ท่ามกลางงานเลี้ยงรื่นเริงที่สนุกสนาน เหล่าหางต่างๆต่างสนุกกับการกินดื่มกับสิ่งที่ตัวเองชอบ อาหารทุกจานล้วนแล้วแต่มีรสโอชาแสนอร่อย เครื่องดื่มที่เย็นสดชื่นฟื้นความเหนื่อย ของหวานรสกลมกล่อมยากที่จะลืมรสได้ และยังมีอาหารจานพิเศษตามสั่งของวาฬกุ๊กจามอน ที่รับทำอาหารตามคำสั่งทุกอย่างให้ฟรีโดยไม่คิดค่าบริการแต่อย่างใด เหล่าหางบางส่วนก็เลือกที่จะกินอาหารตามสั่ง เพราะอาหารของจามอนนั้นขึ้นชื่อเรื่องความอร่อยของเมืองแห่งแสงเป็นอันดับต้นๆ

“ฮ่าๆๆ สั่งเลยอร่อยทุกอย่าง” เสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดีของจามอนดังออกมาควบคู่ไปกับเสียงตีไข่ในชาม เพื่อที่จะทำไข่เจียวฟินิกส์สูตรพิเศษที่วาฬวิทชสั่งไว้

“ลุง ผมขอเครื่องทรงเครื่องเลยนะลุง จัดเยอะๆเลยนะ ผมหิวมาก” เสียงวาฬวิทชสั่งอาหารออกมาด้วยอารมณ์โหยของอาหารที่ไม่ใช่เพราะความหิว แต่เป็นเสียงของขณะปรุงอาหารและกลิ่นนำมันเจียวที่หอมหวน เหล่าหางต่างๆที่รอต่อคิวต่างยืนน้ำลายยืดกับสิ่งเย้ายวนที่อยู่ตรงหน้า

“จงอร่อยๆ” ขณะที่วาฬจามอนทำอาหารก็ท่องมนต์เพิ่มความอร่อย อันเป็นสูตรส่วนตัวของจามอนที่เชื่อว่าการทำอาหารด้วยใจนั้นจะทำให้อร่อยยิ่งขึ้น และการใส่ความตั้งใจจะยิ่งเพิ่มรสความอร่อยเพิ่มขึ้นไปอีก “ไข่เจียวทรงเครื่องพิเศษได้แล้ว” จามอนกระดกกระทะขึ้นให้ไข่ลอยขึ้นไปบนฟ้าและโค้งตกลงบนจานของอโคล่า ผู้ช่วยของจาม่อนที่เป็นสาวเสริฟและรับรายการอาหารให้แก่จามอน ไข่เจียวใบยักษ์ตกลงบนจานอย่างแม่นยำและยื่นให้กับวาฬวิทชทันที

“ได้แล้วค่า ไข่เจียวทรงเครื่อง จานต่อไปแซนวิชเนยถั่วค่า” อโคล่าเสริฟอาหารให้กับวาฬวิทชและบอกรายการอาหารต่อไปให้กับวาฬจาม่อน และเดินกลับไปที่โต๊ะเตรียมอาหารเพื่อจัดเตรียมวัตถุดิบต่างๆของรายการอาหารที่ได้รับ เพื่อที่จาม่อนจะได้เตรียมทำอาหารได้อย่างรวดเร็ว วาฬวิทชที่ได้รับจานอาหารแล้วก็เดินออกไปทันทีโดยไม่ได้กล่าวขอบคุร เพราะทางครัวดูวุ่นวายมากจนไม่ทันที่จะอยู่รอคำขอบคุณ

“อา------“ วาฬวิทชสูตรหายใจเอากลิ่นหอมของอาหารเข้าจมูกจนเต็มปอด ความสุขแห่งการจินตนาการได้กำเนิดและไหลแล่นในหัวของวาฬวิทชขณะค่อยๆเดินไปหาที่กินที่ตัวเองชอบ ซึ่งหยุดที่ใต้ระเบียงแห่งหนึ่งที่มีโหลน้ำสีต่างๆให้เลือกสรรค์ วิทชเลือกไม่ถูกว่าจะตัดสินใจเลือกเครื่องดื่มชนิดไหนจึงมานั่งทานตรงนี้ เพื่อที่จะได้ใช้เวลาระหว่างที่กินไข่เจียวเลือกน้ำไปพลางๆด้วย

“เอาล่ะ” วทิชมองมายังไข่บนจานของตนอย่างตั้งใจ โดยในมือถือทั้งช้อนและส้อมเตรียมที่จะทาน “ทานล่ะนะ ขากกกกกกกก” วาฬวิทชที่เริ่มจะลงมือทานได้ยินเสียงประหลาดชวนสยดสยองดังขึ้นมาจากทิศทางเหนือตนเอง วิทชรีบเงยหน้าขึ้นไปมองในทันทีด้วยความตกใจแต่ไม่พบอะไรนอกจากใต้ระเบียงที่ตัวเองนั่งอยู่

“เสียงอะไรน่ะ...” วาฬวิทชยังคงมองอยู่สักพักก่อนที่จะก้มลงมาหั่นไข่ตนเองและจิ้มเตรียมเข้าปาก น้ำลายของวาฬวิทชหยดออกมาจากริมปากของตนเองแต่ไหลย้อนย้อนกลับในทันที” ซู้ดดดด อึก ทานล่ะนะ””ขากกกกกกกก” เสียงสยองดังขึ้นมาจากเหนือหัวของวิทชอีกครั้งจนลุกขึ้นพรวดในทันที

“วิทช เป็นอะไรไปน่ะ” ตุ่นพีชที่กำลังสนุกกับเพื่อนตุ่นอยู่หันมาถามเพื่อนวาฬที่ท่าทีแปลกๆออกไป “วิทช เป็นอะไรน่ะ” พีชถามด้วยความสงสัยกับท่าทางที่หวาดกลัวของวิทชจนตัวสั่น

“ผ...ผ...ผ...” วิทชพูดอะไรไม่ถูกแต่ยังคงพยายามที่จะขยับมือที่ถือช้อนไข่ตัวเองเข้าปากจนสำเร็จ “ผะอะไรของวิทชอะ ไม่รู้เรื่อง” บุ๊คเข้ามาเสริมอีกตัวขณะเดินดื่มเครื่องดื่มในมือของตน “อืมมม อร่อยยยย------” หน้าของวิทชหลังได้ทานไข่ของตนแล้วยิ้มออกมาอย่างมีความสุขเหมือนเด็ก หน้าตาที่เป็นประกายยามหลับและมุมยิ้มอย่างมีความสุขของรสชาติอาหารที่ตัวเองได้ทานเข้าไป

“วิทชนี่ท่าจะบ้า เมื่อกี้ยังกลัวๆอะไรอยู่ จู่ๆยิ่มร่า” “ขากกกกกกกกกก” เสียงของตุ่นเคเนดี้บ่นออกมาแต่ถูกแทรกด้วยเสียงปริศนาในทันที “ตุ่น3ตัวและวาฬวิทชสะดุ้งเฮือกจนตุ่นทั้ง3กอดกันแน่นทันที “ส ส ส เสียงนี้ล่ะ” วาฬวิทชบอกให้กับเหล่าตุ่นทั้งสามให้ฟังซึ่งมีแต่เพียงพีชเท่านั้นที่ดูจะไม่ค่อยตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นมาก

“เสียงมาจากข้างบน เราขึ้นไปดูกันเถอะ” ตุ่นพีชเสนอความคิดของตนออกมาแต่ได้รับการส่ายหน้าของเหล่าหางทุกตัวกลับ “พ..พ..พีช เราว่าเราไปบอกรุ่นพี่เถอะว่าท...ท...ที่นี่มี...” “ขากกกกกกกกกก” เหล่าหางทั้งหลายต่างหน้าซีดเผือดในทันทีที่ได้ยินเสียงอีกครั้ง จนเหล่าหางที่อยู่ระแวกนั้นรวมทั้งรุ่นพี่อย่างเพนกวิ้นจอมเวทสังเกตุถึงความผิดปรกติ “เป็นอะไรรึเปล่า ทำไมหน้าซีดกันอย่างเนี่ย” กวิ้นเจ็ทเดินเข้ามมาถามโดยเดินจากกวิ้นนัทออกมา

“พ...พ...พี่เจ็ท...ผ...ผ...ผีอยู่ข้างบน” วาฬวิทชยังคนทานไข่เจียวของตนและเล่าสิ่งที่เกิดขึ้นให้ฟัง “หา!?” กวิ้นเจ็ทไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ได้ยิน ตลอดที่เวลาที่ตัวเองพักอาศัยที่แห่งนี้มาตลอดไม่เคยเจอในสิ่งที่เรียกว่า“ผี”มาตั้งแต่เกิดมา “เอ่อ วิทชสินะ คิดไปเองรึเปล่า พี่อยู่ที่นี่มาตลอดยังไม่เคยได้ยินได้เห็นกับเรื่องพวกนี้เลยนะ” กวิ้นเจ็ทตอบกลับซึ่งเหล่าตุ่นต่างส่ายหน้าไปมา

“จ...จริงๆนะพี่ ม มีเสียงดัง ขากกกกกกก/ขากกกกกกก” เสียงทับซ้อนของตุ่นและเสียงประหลาดดังขึ้นจนกวิ้นเจ็ทสะดุ้งในทันที “ม...ม....มาแล้วพี่-----“ เหล่ารุ่นน้องร้องเสียงหลงและวิ่งมากอดกวิ้นเจ็ทในทันที “เดี๋ยวๆใจเย็นๆ” กวิ้นเจ็ทร้องห้ามเพราะโดนเหล่ารุ่นน้องโถมเข้าใส่จนจะล้ม

“ผีมันไม่มีจริงในโลกหรอก พลังวิญญาณที่นี่ก็มีแต่พลังวิญญาณบริสุทธิ์ซึ่งเป็นพลังงานธาตุต่างๆนะ พวกเหล่าธาตุดิน น้ำแข็ง ลม ไฟ ที่เผ่าแต่ละเผ่าใช้กันอะ ไม่มีพลังวิญญาณรูปแบบวิญญาณสิ่งมีชีวิตหรอกนะ” กวิ้นเจ็ทพยายามอธิบายความจริงเกี่ยวกับพลังให้รู้ เพราะด้วยความที่เป็นผู้ทีใช้พลังงานธาตุจึงรู้ในสิ่งเหล่านี้ดี

“ล ล แล้วไอเสียงนั่นอะพี่” ตุ่นพีชที่ไม่กลัวตอนนี้เริ่มหวาดกลัวขึ้นมาเพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นบ่อยครั้งเช่นนี้ “เจ็ทๆ เห็นกิลบ้างมั้ยอะ ป่านนี้ยังไม่เห็นตัวเลย ปรกติถ้าเป็นอะไรเกี่ยวกับท่านอเคเชียจะต้องรีบมาแทบจะในทันทีนี่นา” กวิ้นนัทที่มองหาวาฬกิลไม่เจอจึงถามเพื่อนของตนที่โดนรุมตอมอยู่ใกล้ๆ

“ใช่แล้ว นั้นต้องเสียงนอนกรนของกิลแน่ๆ” กวิ้นเจ็ทที่รู้ถึงคำตอบร้องออกมาทันที “เหล่ารุ่นน้องที่ได้ยินคำตอบแม้จะไม่รู้ความหมาย แต่เมื่อรู้ว่าสิ่งที่ได้ยินนั้นไม่ใช่ผีต่างถอนหายใจโล่งอกออกมา “ตรงนั้นน่ะ เป็นบริเวณห้องนอนของกิลพอดี ซึ่งห้องนั้นของกิลก็อยู่บนนั้นล่ะ ที่จะได้ยินเสียงกรนก็ไม่น่าจะแปลกสักเท่าไรล่ะนะ” กวิ้นเจ็ทตอบให้กับรุ่นน้องพร้อมกับพยายามแกะเหล่าตุ่นออกจากตัว เหล่ารุ่นน้องที่โล่งออกแล้วค่อยๆปล่อยตัวกวิ้นเจ็ทออกจนอิสระอีกครั้ง

“เดี๋ยวพี่จะไปปลุกพี่กิล ใครจะไปดูห้องนอนหัวหน้าหน่วยอัลฟ่าบ้าง” กวิ้นเจ็ทเสนอทัศนศึกษาให้กับเหล่ารุ่นน้อง ซึ่งเหล่ารุ่นน้องต่างตอบรับในทันทีด้วยความสนใจ “ไปพี่ๆ อยากเห็นห้องนอนพี่กิลด์ว่าเป็นยังไง ต้องสวยงามโอ่อ่าแน่ๆเลย” วาฬวิทชที่เป็นรุ่นน้องของกิลด์ตื่นเต้นกับการเยี่ยมชมห้องนอนเป็นอย่างมาก

“นัทๆ ช่วยเจ็ทหน่อยสิ เจ็ทตัวเดียวปลุกไม่ตื่นแน่ๆเลย” กวิ้นเจ็ทหันไปถามกวิ้นนัทซึ่งตกลงที่จะช่วยเหลือ กลุ่มหางตัวเตี้ยและวาฬหนึ่งต่างเดินขึ้นบันไดไปยังระเบียงชั้นที่สอง โดยเป้าหมายปลายทางคือห้องนอนของวาฬกิล “ขากกกกกกก” เหล่าหางที่เดินมาถึงหน้าประตูห้องนอนแล้วได้ยินเสียงกรนดังสนั่นออกมา

“โห พี่กิลนอนกรนดังขนาดนี้เลยหรอเนี่ย” วาฬวิทชถามขึ้นมาซึ่งไม่แล้วซึ่งความกลัวเมื่อรู้ถึงความจริงของเสียง “ปรกติก็ไม่ดังขนาดนี้นะ สงสัยเพราะเหนื่อยล่ะมั้งเลยหลับสนิทแถมกรนออกมาด้วย ฮึบ” กวิ้นนัทอธิบายให้ฟังขณะบิดลูกบิดที่อยู่สูงกว่าจนต้องกระโดดเพื่อจะเปิดประตู

“ไม่ไหวแหะ ล็อคอะ””ขากกกกกกกกกก” เสียงกรนดังสนั่นออกมาจากภายในห้องแทบจะกลบเสียงที่สนทนากันทันที “...จะตะโกนเรียกก็ไม่ตื่นแหงๆ” กวิ้นเจ็ทที่คิดจะตะโกนเรียกแต้ต้องยกเลิกในทันทีที่ได้ยินเสียงตอบกลับออกมา “พีชทำอะไรน่ะ” สองเพื่อนตุ่นถามขึ้นมาพร้อมกันเมื่อเห็นพืชก้มตัวลงไปทำอะไรบางอย่างกับพื้น “หึๆๆๆๆ” ตุ่นพีชหัวเราะหึๆออกมาพร้อมกับเดินตรงไปที่ประตูและกระโดดขึ้นไปแปะอะไรบางอย่าง

“เฮ้ย!!!” เหล่าหางทั้งหมดต่างร้องออกมาเพราะสิ่งนั้นคือกับระเบิดขนาดเล็กที่ติดบนประตู “ไม่ต้องห่วง แค่แรงระเบิดเบาๆเท่านั้นล่ะ” ตุ่นพีชอธิบายออกมาให้ฟังพร้อมกับถือก้อนหินเล็กๆในมือโยนเล่น “พีชอย่านะ พี่กิลรู้เข้าพี่กิลโกรธแน่” วาฬวิทชร้องห้ามแต่ก็เกิดเสียงระเบิดประทุเบาๆออกมาจากก้อนหินที่พีชเขวี้ยงไปที่กับระเบิด ลูกบิดประตูร่วงหล่นลงมาทันที “เห็นมะ แค่ระเบิดเบาๆ!!!” เพียงสิ้นเสียงของตุ่นพืชเท่านั้น เหล่าหางทุกตัวต่างดมจมูกขึ้นมา

“ก กลิ่นอะไรน่ะ…กิลด์!!!” กวิ้นเจ็ทระแวงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจึงผลักประตูออกไปจนอ้าออก สีหน้าของทุกตัวบิดเบี้ยวเหมือนโดนวางยาพิษพร้อมกับมือที่อุดปากของตัวเองไว้ กลิ่นเหม็นอับคล้ายกับปลาเน่าลอยออกมาจากบานประตูที่เปิดออก เหล่าตุ่นที่ได้รับกลิ้นนั้นเข้าไปอย่างเต็มปอดล้มสลบไปในทันที กวิ้นเจ็ทที่ผลักประตูเข้าไปเต็มแรงนั้นสลบไปก่อนเพื่อนเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ล้มเพราะออกแรงผลัก เหลือแต่กวิ้นนัทที่เอาหมวกขนสัตว์ที่หนาอุดจมูกไว้จึงไม่ได้รับกลิ่นเข้าไปเต็มที่แต่ภาพที่เห็นก็แทบจะชวนให้กวิ้นตัวนี้แทบจะอาเจียนได้ในทันทีเหมือนกัน

เพราะภาพของวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่นอนอยู่บนเตียงที่ขาวสะอาด แต่นอนในสภาพกึ่งก้าผ้าที่มีแต่ผ้าขาวพันไว้เป็นเหมือนดั่งกางเกงใน สีผิวตัวที่เป็นมันประกายไม่ใช่เพราะครีมบำรุงหรืออะไร แต่เป็นเหงื่อไคลที่อาบท่วมวาฬตัวนั้นจนขึ้นมันเป็นประกาย และกลิ่นเหม็นเหงื่อที่สุดจะทนเหมือนดั่งปลาเน่าที่ลอดไหลผ่านหมวกหนาของกวิ้นเจ็ท และเสียงกรนดังขากที่ดังสนั่นหั่วไหวของวาฬที่นอนอยู่ กวิ้นนัทที่รับรู้ถึงความสยดสยองของกลิ้นนี้จึงรีบไปปิดประตูและร่ายเวทน้ำแข็งอุดรูกลอนประตูทันที เพื่อไม่ให้กลิ้นนั้นลอยลงไปยังพื้นที่จัดงานเลี้ยงได้ จากนั้นจึงรีบตรงไปยังเตียงของกิลในทันที

“กิล ตื่นสิ ตื่นๆ” กวิ้นนัทเรียกไม้เท้าของตัวเองมาเขี่ยวาฬกิลเพราะรู้สึกรังเกียจกับสภาพของกิลที่ท่วมเหลื่อ แต่ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่สามารถปลุกให้ตื่นได้ มีแต่เพียงเสียงกรนตอบรับกลับมาเท่านั้น กวิ้นนัทคิดวิธีการได้จึงสูดหายใจเต็มปอดผ่านหมวกและโยนหมวกนั้นทิ้งไป

ไม้เท้ารูปไม้ฮอกกี้ถูกสอดเข้าไปยังใต้ตัวของกิลโดยที่กวิ้นนัทพยายามงัดให้กิลด์กลิ้งตกจากเตียง แต่เพราะน้ำหนักที่มากกับแรงน้อยของเหล่าเพนกวิ้นจึงไม่สามารถขยับร่างของกิลด์ได้แม้แต่น้อย นัทจึงลงจากเตียงและลอยตัวขึ้นมาเพื่อจะร่ายเวทลมหมุนออกมา เพื่อจะให้ลมนั้นช่วยช้อนร่างของกิลให้ลอยขึ้นมาแล้วให้ตกจากเตียง “อึ อือ” แต่เพียงเริ่มร่ายเวทเท่านั้นกิลด์ก็พึมพำกับตัวเองเบาๆและกลิ้งตัวเองตรงมายังกวิ้นนัททันที

“แกว๊กกกกกกก” เสียงร้องในใจด้วยความกลัวของนัทก้องอยู่ภายในร่างพร้อมกับการถูกทับจากวาฬกิลด้วยเสียงที่ดังแฟร่บ เสียงสัมผัสของหยาดเหงื่อที่เคลือบผิวของวาฬจนขึ้นมันกับเพนกวิ้นเคราะห์ร้ายที่อยู่ใต้ร่างของวาฬตัวนี้

“อืออ.....ขากกกกกกกกกกกกก” วาฬกิลแม้จะหล่นจากเตียงมาแต่ก็ยังคงสามารถหลับต่อได้อย่างสนิทเพราะความเหนื่อย


ทางด้านเหล่ากิ้งก่าที่ก็กำลังกินเลี้ยงอย่างสนุกสนานเช่นกัน เสลธที่หวาดกลัวกับงานสังคมเริ่มค่อยๆปรับตัวให้เข้ากับงานได้บ้าง งานสังคมไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเกินกว่าที่คิดสำหรับเสลธ กลับเป็นสิ่งที่แปลกใหม่ที่เสลธยังไม่รู้ว่าจะปรับตัวเองให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอย่างไร แต่ยังคงเกาะแขนดาเนะไว้แน่นไม่ห่างไปไหน

“เป็นยังไงบ้างเสลธ” ดาเนะยังคงเป็นห่วงเพื่อนของตนอยู่เพราะรู้ตัวดีว่ากำลังให้เสลธฝืนกับสิ่งที่เสลธไม่ชอบและกลัว “...พอไหว” เสลธตอบสั้นๆเพราะใจยังเต้นระรัวเพราะความกลัวอยู่ แต่จากที่เคยเป็นกิ้งก่าสีเท่าเริ่มกลับมามีสีดำอีกครั้ง “เสลธ ดาเนะขอตัวก่อนได้ไหมอะ ดาเนะ...จ จะทนไม่ไหวแล้ว” ดาเนะหางสั่นไปมาและตัวเริ่มสั่นด้วย แต่เสลธที่ได้ยินแล้วยิ่งเกาะรัดแขนดาเนะแน่นมากยิ่งกว่าปรกติ

“ไม่นะดาเนะ อย่าทิ้งเสลธไว้นะ” เสลธเริ่มงอแงออกมาแต่เพราะดาเนะกับเสลธที่ขอตัวปลีกแยกออกมาก่อนจึงไม่มีใครเห็น เพราะดาเนะอยากให้เสลธค่อยๆปรับสภาพตัวเองให้ชินทีกับงานสังคม “ส เสลธ ด ดาเนะจะไม่ไหวจริงๆแล้วนะ” ดาเนะเสียงสั่นและตัวเริ่มอ่อนแรงลงเพราะขาที่เริ่มสั่นไปมา

“ไม่เอานะดาเนะ ถ้าดาเนะไปไหนให้เสลธไปด้วยนะดาเนะ” เสลธยังคงงอแงอยู่ “ไม่ได้นะเสลธ ดาเนะอายนะเสลธ ดาเนะไปแป๊ปเดียวจริงๆนะเสลธ” ดาเนะขอร้องเสลธพลางบิดขาและหางไปมา ของเหลวภายในร่างกายที่ถึงขีดจำกัดการรองรับของร่างกาย และจำเป็นต้องปลดปล่อยออกในสถานที่ๆเรียกว่าห้องน้ำซึ่งอยู่ข้างๆดาเนะนั่นเอง ยิ่งดาเนะรู้ว่าห้องน้ำอยู่ใกล้เพียงใด ความรู้สึกที่อยากปลดปล่อยออกมาก็ยิ่งมากขึ้นจนเกือบถึงจุดระเบิดที่ดาเนะจะทนได้

“ไม่นะดาเนะ พวกเราอยู่ด้วยกันตั้งแต่เด็กไม่ต้องอายหรอกดาเนะ” เสลธอ้างด้วยเหตุผลข้างๆคูๆเพราะไม่อยากให้ดาเนะแยกจากตนไปให้อยู่ตัวเดียวลำพัง

“เสลธ ดาเนะขอร้องงงงง มันจะออกมาแล้วเสลธธธธธธธ”

Author:  pitinata [ Mon Mar 07, 2011 8:50 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5

อ่านจนถึง 5.2 แล้วคร้าบ ตอนนี้ ^ ^

สนุกมากๆ โดยเฉพาะตอนที่มีฉากกอดหาง :lol:
(แอบหน้าแดง ตอนอ่าน :oops: )

เดี๋ยวมาอ่านต่อครับ

Author:  คนรัก digi [ Tue Mar 08, 2011 4:32 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5

ชอบซิกดาเนะ มันมีท่านี้ในอีโมอันไหนด้วยเรอะ :o

"ประเทศชาติ ต้องการก่าอย่างคุณ!!"

Author:  pitinata [ Tue Mar 08, 2011 8:48 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5

คนรัก digi wrote:
ชอบซิกดาเนะ มันมีท่านี้ในอีโมอันไหนด้วยเรอะ :o

"ประเทศชาติ ต้องการก่าอย่างคุณ!!"


ท่าจากปุ่ม Dance ไงครับ :lol:
มันมีจังหวะนึงที่มีท่านี้พอดี :mrgreen:

(ปล.มีใครสังเกตไหมว่า เหมือนเคยเห็นท่านี้จากเว็บดังๆเว็บไหนมาก่อน :lol: )

Author:  SupakornNoMercy [ Tue Mar 08, 2011 9:26 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.5

ไม่รู้สิปินัท ผมก็ว่ามันคุ้นๆอยู่นา........

Quote:
"เสลธเอ๋ย เจ้าจงเท่ยิ่งขึ้น"
"รู้นะว่าชอบเสลธกัน อย่ามาทำตัวซึนเดเร๊ะ"


/me กลับสู่สถานะตาม Sig.....

Author:  pitinata [ Tue Mar 08, 2011 9:54 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ LIFE FORCE Sc5.3

admin wrote:
สุดยอดมากมีปกด้วย ไปติดต่อสำนักพิมพ์เลยดาเนะ

เดี๋ยวโปรโมทให้บน FB :mrgreen:



(ย้อนหลัง)

เอ แอดมินออกตัวอย่างนี้

แสดงว่า แอดมินก็ติดตามอยู่สิ ชิมิฮ้าวฟ์ :lol:
บอกแล้ว ท่านดาเนะแต่งฟิคสุดยอดมากๆเลยคร้าบ :mrgreen:
ไม่แปลกเลยที่คนชอบอ่านเยอะมาก

-----------

ปล.ผมไม่มีบทคนไม่โดนจิ้น :lol:
ปล2.มีใครรู้สึกเหมือนผมบ้างมั้ยว่า เริ่มอยากดึงหางกิ้งก่าขึ้นมาบ้างแล้ว (คงรู้สึกดีน่าดู) :lol:
ปล3.เสลธ ผู้แข็งแกร่ง กลายเป็น .... เมื่ออยู่ท่ามกลางฝูงชน :lol:

Page 149 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/