BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 202 of 204

Author:  pitinata [ Tue Oct 11, 2011 1:08 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ >> http://danefiction.blogspot.co

JJmall wrote:
ไม่แน่ดาเนะอาจจะใส่บทประมาณว่า กิ้งก่าผิวสีเหลืองอร่ามปาปริก้าย่างก้าวเข้ามา

มือที่เรียวสวยยื่นออกมาพร้อมสมุดเล็กๆพอดีมือ "ดาเนะครับขอลายเซ็นต์หน่อยครับ" สิ้นเสียง..

กิ้งก่าตัวนั้นได้เกิดอาเพศเอ่ยปากออกมาอย่างไม่น่าเชื่อ... "อ.. อาา.. ดาเนะ.. คือ ..............." :twisted:


ไอ้ตรงที่ขีดเส้นใต้ไม่ต้องเอามาก็ได้ครับ แบบว่ามันเสียวนะ =.=;

kuggivta wrote:
ข้าพเจ้าปลื้มมากๆเลยนะ ปลื้มจริงๆๆ อยากจะ.......ซักทีนึงได้ใหม

:lol: :lol:
/me เผ่น


ไม่ช๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย ><

=====================================

ถึงท่านดาเนะ : อย่าไปเชื่อพวกนี้นะครับ เค้าแค่จิ้นกันสนุกๆ ผมไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับด้านบนนะครับ
อย่าแต่งให้ผมม่วงเลยนะ T T

Author:  TimeZero [ Tue Oct 11, 2011 4:15 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ >> http://danefiction.blogspot.co

กดอิมมุนซิ กันสถานะ จิ้น (ละมั่ง ยกเว้นเวล 5+) :lol:

Author:  moruru [ Tue Oct 11, 2011 9:40 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ >> http://danefiction.blogspot.co

TimeZero wrote:
กดอิมมุนซิ กันสถานะ จิ้น (ละมั่ง ยกเว้นเวล 5+) :lol:

กันไม่ได้หรอกไม่รู้เหรอว่าเหล่าพ่อยกแม่ยกสามารถทำให้สถานะจิ้นเป็นสถานนะระดับ 6 ได้นา :twisted: :twisted:

Author:  fushigidane [ Fri Oct 28, 2011 4:42 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ >> http://danefiction.blogspot.co

Chapter 6
จิตใจที่เปราะบางของพี่น้องต่างเผ่าพันธ์


“คิดจะทำอะไรกันแน่ เจ้าก่าอกหัก” เสลธที่ยืนกอดอกอยู่ตรงบานประตูเข้าห้องพักชั้นพิเศษของวีมองด้วยสายตาที่ปรับเปลี่ยนเป็นแววตาที่เย็นชาดั่งนักล่า ความรู้สึกที่เสมือนไอเย็นชวนขนลุกเริ่มแผ่ออกมาจากกายร่างของกิ้งก่าสีดำ ที่ค่อยๆเดินเข้ามาหากิ้งก่าสีเหลืองที่นั่งทรุดอยู่ริมหน้าต่างซึ่งยังมีผ้าพันแผลไว้ที่โครงอกรอบอก เหงื่อกายแตกพลานไม่ได้มาจากความร้อนของอากาศหรือความกลัวจิตสังหารของเสลธ แต่เป็นเหงื่อที่มาจากอาการบาดเจ็บของโครงอกที่กำเริบเพราะการขยับของร่างกาย

“ไหนแกเคยบอกกับข้าตอนที่จะไปช่วยดาเนะไง ว่า “ร่างกายที่ดีและแข็งแรงก็จำเป็นต่อการปฏิบัติภารกิจนะ ถ้าเสลธเป็นไข้ขึ้นมาก็จะปฎิบัติภารกิจได้ไม่ได้ดี” แล้วทำไมแกคราวนี้ถึงกลืนน้ำลายคำพูดตัวเองล่ะ” เสลธที่เดินมาถึงเก้าอี้โซฟาก็หยุดนั่งลงทันที โดยยังคงปล่อยให้วียังคงนั่งทรุดริมหน้าต่างทั้งสีหน้าที่เจ็บปวดทรมาน วีที่ได้ยินสิ่งที่เสลธพูดออกมานั้นถึงกับสะอึกและนิ่งเงียบไปในทันทีโดยพูดกล่าวอะไรออกมา แต่เนื่องด้วยเหตุผลบางอย่งในใจวีที่ยังติดพัน วีจึงพยายามที่จะพาร่างตัวเองออกไปนอกหน้าต่างให้ได้ทั้งที่มีแรงพอที่จะต่อต้านความเจ็บปวดได้อีกแล้ว จึงได้แต่ลงไปนั่งทรุดเหงื่อท่วมแตกพลานอีกครั้ง โดยที่เสลธยังคงนั่งมองวีอย่างพินิจแต่ไม่ลุกไปช่วยเหลือแต่อย่างใด


ทางด้านของเทาซึ่งมีดาเนะและมีมี่นั่งล้อมวงคุยกัน ปรกติแม้จะเป็นวันหยุดหรืออย่างไร มีมี่นั่นจะทำงานตลอดทุกวันโดยไม่มีวันหยุด เพราะงานของเธอนั้นคือกรให้บริการแก่เหล่าหางทุกตัวที่เข้ามาใช้บริการที่พักแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจัดเตรียมอาหาร เสริฟเครื่องดื่ม หรือการให้บริการห้องพักชั่วคราว แต่ครั้งนี้มีเหตุจำเป็นที่เธอจำต้องหยุดการทำงาน เพราะนั่นหมายถึงชีวิตหนึ่งชีวิตเกี่ยวพันธ์กับหางที่เธอรักมากที่สุด ซึ่งคือก่าวีแห่งหน่วยอัลฟ่านั่นเอง

“ถึงแม้จะเป็นเพียงการคาดเดา แต่เนื่องด้วยที่พี่เคยเป็นหัวหน้ากองกำลังตะกวดวารีมาก่อน แต่จดหมายลักษณะนั้นน่ะ พี่ค่อนข้างมั่นใจว่าจะเป็นอย่างที่พี่บอก” เทาอธิบายให้ทุกตัวฟัง แต่ใช้สรรพนามแทนตัวเองสำหรับคู่สนทนาเป็นน้องชายของตน เพราะว่ามีมี่นั้นรู้รายละเอียดต่างๆมาก่อนดาเนะแล้ว

“พี่เทา แล้วพี่เทามั่นใจได้ยังไงน่ะ จดหมายก็ยังไม่ได้เปิดอ่านสักหน่อย อาจจะเป็นอะไรอย่างอื่นที่ไม่ใช่อย่างที่พี่บอกหรอก” ดาเนะเริ่มปฎิเสธสิ่งที่พี่ชายตนเองเล่าซึ่งมันอาจที่จะเป็นจริงขึ้นมาได้ แต่ไม่ว่ายังไงดาเนะก็อยากให้เป็นเรื่องโกหกจากพี่ชายตัวเอง ซึ่งแทบจะไม่มีทางเป็นไปไม่ได้ที่จะออกมาจากพี่ชายตัวใหญ่ของตนที่มีสีหน้าที่เคร่งเครียดและจริงจัง

“ดาเนะ เรื่องแบบนี้พี่ไม่กล้าเอามาล้ออเล่นหรอกนะ เกี่ยวกับความเป็นความตายของชีวิตนี่ทางทหารเขาไม่ใช่เรื่องที่จะเอามาเล่นได้อย่างเด็ดขาด” เทายิ่งตอบเน้นย้ำซึ่งยิ่งทำให้ดาเนะสีหน้าเสียลงไปยิ่งกว่าเดิมซึ่งไม่ต่างจากมีมี่ที่นั่งกอดตุ๊กตากิ้งก่าใส่แว่นกันลมแนนยิ่งขึ้น

“แต่นั่นอาจจะเป็นเฉพาะกองกำลังของพี่ก็ได้นี่ ของพี่เป็นกองกำลังแบบนั้นก็ต้องระบบทหารอยู่แล้ว แต่หน่วยอัลฟ่าที่ดาเนะอยู่ไม่เห็นมีลักษณะแบบนั้นเลย” ดาเนะลุกขึ้นยืนกรานถึงที่สุด ซึ่งเทาไม่สะทกสะท้านแต่อย่างใด เพียงแต่นั่งนิ่งเงียกอดอกอย่างสงบรับฟ้องน้อง

“ระบบการทหารมันไม่แตกต่างกันมากหรอก และหน่วยอัลฟ่ากับกองกำลังตะกวดวารีก็เป็นหน่วยกองกำลังที่เหมือนกัน ซึ่งระบบการงานนั้นจะเหมือนกันทุกอย่าง แต่ที่กองกำลังของพี่มันเป็นระเบียบแบบทหารเพราะเป็นสิ่งที่ยึดปฏิบัติตามกันมาตลอดเพื่อความเป็นระเบียบ แต่กองกำลังอัลฟ่าที่ดูคนละแบบนั้นเพราะอยู่ภายใต้การปกครองของกิล ที่เป็นหัวหน้าหน่วยอัลฟ่าใหม่ที่ไม่ชอบยึดระเบียบแบบแผนแบบการทหารเท่านั้น” เทาหยุดพูดแล้วยื่นแขนไปโอบหลังผ่านมีมี่ให้หัวของเธอซบลงบนแผงอกของเทา แม้ว่าจะยังคงถูกพันผ้าไว้หนาแน่นก็ตาม เพราะสิ่งที่กำลังจะพูดต่อไปนี้นั้นเป็นสิ่งที่จะทำรายดวงใจของเธอมากที่สุด และนั่นหมายถึงจิตใจของดาเนะด้วย

“ดาเนะ ในฐานะน้องที่เป็นลูกผู้ชายและเป็นน้องชายของพี่ พี่จะพูดความจริงที่โหดร้ายที่อาจทำร้ายจิตใจดาเนะได้ แต่พี่ก็จะต้องบอกให้ดาเนะรับรู้ให้ได้ เพราะฉะนั้นตั่งใจฟัง ทำใจให้พร้อมและให้ได้ด้วย” ดาเนะที่เห็นแววตาที่ไม่ใช่พี่เทาตามปรกติที่จะเล่นๆชอบแกล้ง แต่กลับเป็นแววตาที่เอาจริงเหมือนผู้ล่าที่จ้องจะตะครุบเหยื่อ ที่เพียงแค่เผลอเรอก็อาจเป็นอาหารได้ ดาเนะจึงค่อยๆนั่งลงที่เก้าอี้ของตนทั้งตัวสั่นเบาๆจากความรู้สึกบางอย่างที่ไม่ดีจากจิตใจ

“คำสั่งทางการทหารน่ะ ถ้ามันคือหน้าที่ๆต้องทำ ไม่ว่าจะยัไงก็ต้องทำโดยไม่มีการอิดออดหรือจะอ้างอะไรได้ เพราะทหารนั้นจะต้องปฎิบัติตามใต้กฎของผู้บัญชาอย่างเตร่งครัด ถึงแม้จะสั่งให้ไปตายก็ต้องไป แล้วดาเนะคิดว่าสภาพร่างกายของวีที่เป็นแบบนั้นเนี่ย คิดว่าจะรอดกับมาได้อย่างนั้นหรือ” ทันทีที่เทาพูดจบ ทั้งห้องนั้นตกอยู่ภายใตความเงียบสงัดที่มีเพียงแค่ลมหายใจขอหางทั้งสามเท่านั้น มีมี่ที่ได้ยินคำที่ทำร้ายจิตใจกับหางที่เธอรักที่สุดนั้น ความอดทนต่อการหลั่งน้ำตาก็ถึงจุดระเบิดที่เกินกว่าหางที่บอบบางอย่างมีมี่จะทนไว้ได้จึงไหลลงมาอ้าบแก้มและแผงอกที่อัดแน่นของเทา เทาที่ไม่รู้จะหาคำให้มาปลอบประโลมด้จึงทำได้เพียงแค่ลูบหลังหัวมีมี่เบาๆไปมาเพื่อปลอบประโลมผ่านแผ่นอกเท่านั้น

ไม่เว้นแม้แต่ดาเนะที่เป็นน้องชายของเทาหรืออดีตหัวหน้ากองกำลังของหน่วยตะกวดวารี แม้ดาเนะจะมีจิตใจที่เข้มแข็งต่อเรื่องต่างๆ แต่จิตใจของดาเนะนั้นกลับเปราะบางกว่าที่เห็นจากสายสัมพันธ์ภายนอกมาก โดยเฉพาะกับเรื่องกับหางที่สำคัญต่อชีวิตของดาเนะ ซึ่งวีเป็นหนึ่งในหางที่ดาเนะให้ความสำคัญมากที่สุด และในอดีตดาเนะยังเคยเจอการสูญเสียของชีวิตวีมาแล้ว ซึ่งสิ่งที่ดาเนะได้ยินจากพี่ชายของตนนั้นหมายความว่า ดาเนะกำลังจะสูญเสียสิ่งที่รักที่สุดไปอีกครั้ง และครั้งนี้อาจจะไม่มีวันหวลหลับมาได้เช่นปาฏิหาริย์

“!!! ดาเนะคิดจะทำอะไรน่ะ” เทารีบคว้าตัวดาเนะทันที แต่เพราะความว่องไวกับการหลั่งสารการตื่นตัวของดาเนะที่สูบฉีดถึงสุด ทำให้พละกำลังของดาเนะเพิ่มขึ้นในทันที ด้วยความเร็วออกพุ่งตัวที่เกินกว่าที่คาดคิดของเทา ทำให้เพียงทำให้แค่คว้าหางของดาเนะที่เป็นส่วนที่ยื่นยาวมากที่สุดของร่างกาย ซึ่งปรกติแล้วหางนั้นเป็นจุดยุทธศาสตร์สำหรับกิ้งก่าโดยส่วนมาก โดยเฉพาะดาเนะกับพละกำลังของเทาผ่านร่างกายที่กำยำ แต่ครั้งนี้ดาเนะกลับไม่มีปฎิกิริยาแต่อย่างใดที่ปรกติจะต้องหวาดกลัวหรืออ่อนแรงลงไปในทันที

“ปล่อยนะพี่เทา ดาเนะไม่ยอมให้วีต้องไปเจอกับอะไรอันตรายอีกแล้ว” ปฎิกิริยาของดาเนะเริ่มต่อต้านการรั้งหางของเทาไว้โดยเริ่มออกแรงสะบัดซึ่งเหวี่ยงแขนของเทาได้ เทาที่เห็นการเปลี่ยนแปลงของดาเนะจึงผละมีมี่ออกก่อน ซึ่งมีมี่ที่เห็นเหตุการณ์นี้ต้องถอยห่งออกจากเทาและทำได้แต่เพียงนั่งดูอยู่ลำพังเพียงแค่กอดตุ๊กตาก่าวีเอาไว้ เพราะเธอก็ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน

“ดาเนะสงบสติใจเย็นก่อนสิ ที่พี่พามานี่ก็เพื่อจะหาทางยับยั้งไม่ให้เรื่องนี้มันเกิดขึ้นยังไงดาเนะ” เทาเริ่มออกแรงเกร็งการกำหงเอาไว้ซึ่งอยู่หมัดภายใต้พละกำลังของเทา หางของดาเนะยังคงสั่นเกร็งพยายามจะสลัดให้หลุดก็ไม่เป็นผล

“พี่เทาปล่อยนะ” ดาเนะพยายามสลัดตัวเองให้หลุดแต่ไร้ซึ่งผล ยังคงเป็นเทาที่ยังคงคุมเกมไว้ได้และเริ่มออกแรงกระตุกหางเบาๆเพื่อให้ดาเนะสยบลงด้วยจุดอ่อน

“อะ...” ดาเนะร้องออกมาเบาด้วยอาการเผลอที่ไม่ได้ตั้งใจ “ดาเนะ ใจเย็นก่อนสิ พี่ขอโทษละกันที่พี่พูดเรื่องที่เลวร้ายออกมา แต่มันเป็นเรื่องที่จำเป็นที่ต้อง...!!!” เทาที่จะพยายามเกลี้ยกล่อมและขอโทษนั้นกลับดวงตาเบิกโพลงด้วยอาการตกใจ ที่ปลายมือข้างขวาของดาเนะเกิดอนูมวลที่บิดเบี้ยวไปมาที่ค่อยๆรวมตัวเป็นคันธนูSlayerสีเทา และร่างกายของดาเนะที่จากเดิมใส่ชุดลำลองของกิ้งก่าเบื้องต้น คือชุดผ้าคลุมใหล่ที่คอบานออก และกางเกงออกสีน้ำตาลขาวซึ่งเป็นเรื่องแต่งกายของกิ้งก่าเบืองต้นมาตรฐาน เริ่มค่อยๆแปรเปลี่ยนเปลี่ยนเป็นชุดกิ้งก่าเพชรฆาตของSlayerในทันที เป็นชุดที่มีสายคาดตัวด้านหน้าที่ประกอบด้วยเกราะอ่อนที่ไหล่ทั้งตราสัญลักษณ์กิ้งก่า และใบหน้าที่ถูกหุ่มด้วยเกราะใบหน้าอันเป็นสัญลักษณ์Slayerอย่างเต็มตัว

และทันใดนั้นร่างกายของดาเนะก็หายไปจากสายตาของเทาและมีมี่ในทันที และสัญลักษณืรูปดวงตาสีเหลืองปรากฎบนกายเทาพร้อมกับหมุนวน ซึ่งเป็นการจับเป้าของศรพลังงานที่เป็นศาสตร์ของสายSlayer พร้อมกับการปรากฎร่างของดาเนะให้เห็นอีกครั้ง เทาที่ยังคงคว้าหางไว้อยู่นั้นรีบพุ่งเข้าหาดาเนะที่พยายามนั่งเก้าอี้อากาศโดยปราศขากหางของตนคอยประคองร่างไว้ หมัดกำปั้นของเทาพุ่งเข้าอัดเข้าที่ช่วงท้องของดาเนะอย่างแรงจนสามารถได้ยินเสียงของกน้าท้องกับกระดูกนิ้วกำปั้นเข้าอัด ดาเนะที่โดนอัดเข้าอย่างเต็มแรงจนม่านตาขยายและอ้าปากค้างทั้งร่างที่ยังคงพาดแขวนบนหมัดของเทา และล้มลงไปกองหมดสติกับพื้นในทันที

“ศาสตร์การเรียกศาสตราวุธประจำกายที่เป็นศาสตร์เฉพาะของวี แล้วยังศาสตร์การหายตัวอำพรางตัวที่เป็นของเสลธ ทำไมศาสตร์เหล่านี้ดาเนะถึงสามารถเรียนรู้ได้ ทั้งที่มันเป็นศาสตร์เฉพาะหางนั้นๆเท่านั้น ซึ่งดาเนะไม่เคยเรียนรู้และไม่เคยรู้จักมาตลอด แต่ทำไมดาเนะ...”

เทาทีที่เคยได้ยินความสามารถของเพื่อนของดาเนะผ่านจากปากน้องชา แต่ไม่เคยเห็นการเปลี่ยนแปลงน้องชายของตนที่จะมีความสามารถอย่างที่เคยเล่าให้ฟัง จึงได้แต่ยืนอึ้งตกใจมองน้องของตนที่นอนไร้สติกองแทบเท้าของเท้าภายใต้สติที่เลือนลางที่มีแต่ความมืดดำสนิทของดาเนะนั้น มีเพียงแต่เสียงของตนดังก้องไปมาในจิตใจ

“วี...อย่าจากเราไป...ได้โปรด...เราไม่อยากสูญเสียวีอีกแล้ว...เราไม่อยากสูญเสียสิ่งที่รักและต้องอยู่อย่างทรมานอีกแล้ว...วี...เรา... ... ...” สิ้นเสียงที่อ่อนแรงเหลือไว้แต่เพียงความมืดในจิตใจและวติที่เรือนหายไป เหลือไว้แต่เพียงหยาดน้ำตาที่ไหลออกมาอาบแก้มจากกิ้งก่าในชุดSlayerที่นอนหมดสติภายใต้แผ่นออกหนา ที่อุ้มประคองโดยพี่ชายของตน ร่างของดาเนะค่อยถูกนำมาวางไว้บนเตียงอ่างเบามือและปล่อยให้นอนหลับทั้งยังทิ้งรอยช้ำไว้ที่ท้อง

“มีมี่ ฝากดูแลน้งชายผมด้วยนะ ผมคงต้องรีบดำเนินการทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ...” เทาเดินก้มหน้าดิ่งไปที่ประตูทางออกและฝากคำพูดทิ้งไว้ ซึ่งเธอก็พยัคหน้ารับและเดินมาหาเทาโอบกอดที่ท่อนแขนมัดกล้ามอย่างอ่อนเบา เธอรู้สึกไม่ค่อยดีกับภาพที่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงอยากที่จะทำอะไรสักอย่างเพื่อบรรเทาปลอบประโลมให้กับเทาบ้าง และเธอยังรู้สึกอยากอยู่กับใครสักตัวที่เธอรู้สึกอุ่นใจยามที่เธอรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งมีเพียงแต่เทาในตอนนี้เท่านั้นที่เธอไว้ใจและวางใจเปรียบเสมือนพี่ชายห่งๆของเธอ

“ผมไม่เป็นอะไรมากหรอก มีมี่ช่วยดูแลน้องผมแล้วก็คอยเฝ้าระวังไม่ให้วีออกมาด้วยละกัน สภาพร่างกายแบบนั้นวีมันไม่สามารถหนีออกจากหน้าต่างได้หรอก เชื่อผมเถอะ” เทาเริ่มสั่งการและให้กำลังใจถึงความปลอดภัยของวีที่ไม่สามารถแอบหนีไปได้ เมื่อได้ยินดังนั้นจึงค่อยๆคลายแขนออกและปล่อยให้เทาเดินออกจากห้องไป เหลือไว้แต่เพียงมีมี่ที่ลงไปนั่งกอดตุ๊กตาตัวแทนวีไว้แน่นและดาเนะที่นอนสลบอยู่บนเตียง โดยทั้งคู่ต่างมีน้ำตาไหลอาบพาดแก้ม


เทาที่เดินออกมานอกห้องและปิดประตูจนสนิทแล้วมองลงบนกำปั้นซ้ายที่ยังคงสั่นไม่หยุด เพราะเป็นหมัดที่อัดเข้าท้องน้อยดาเนะที่เป็นน้องชายที่รักที่สุด “น...นี่เรา...อัดน้องเราเอง...ด้วยหมัดนี้ของเราเองอย่างนั้นหรือ...” เทาค่อยๆหย่อนตัวเองลงนั่งกับพื้นโดยพิงผนังประตูไว้ และก้มหน้าลงโดยใช้มือขวาปิดหน้าตัวเองเอาไว้เพื่อปกปิดสีหน้าภายในที่ไม่อยากเผยให้ใครเห็น แม้ว่าในสถานที่แห่งนี้จะไม่มีใครอยู่ก็ตาม

“ดาเนะ...พี่ขอโทษ...” คำพูดสั้นๆเปลงออกมาผ่านฝ่ามือที่ปิดใบหน้าดวงตาแต่ปากบังพยายามกัดฟันข่มความรู้สึกเอาไว้ ภายในความมืดได้เกิดประกายแสงที่พาดผ่านเล็ดน้ำที่ไหลผ่านฝ่ามือขวาเพียงน้อยนิด แม้ว่าเทาจะเป็นหัวหน้าหน่วยกองกำลังตะกวดวารีที่เข็มแข็ง หนักแน่นและเด็ดเดี่ยว แต่ก็มีสิ่งหนึ่งเพียงสิ่งเดียวที่เทาไม่สามารถที่จะให้อภัยให้ได้อย่างเด็ดขาด ซึ่งเป็นสิ่งที่เทายึดและปฎิบัติมาตลอดชั่วชีวิตตั้งแต่การได้พบเจอกับดาเนะ คือ จะไม่ทำร้ายดาเนะที่เป็นน้องชายที่รักที่สุดและให้ความสำคัญที่สุดอย่างเด็ดขาด แต่เทาก็พึ่งจะทำลายข้อห้ามนั้นด้วยมือตัวเองโดยไม่มีทางเลือกอื่นใดที่จะเป็นการหยุดยัยั้งน้องของตัวเองได้

“เป็นตายยังไงพี่ก็ต้องยกเลิกคำสั่งบ้าๆนั่นให้ได้ เชื่อมือพี่เถอะดาเนะ” เทาลุกขึ้นยืนพร้อมกับสีหน้าที่เป็นปรกติและออกเดินไปที่ประตูทางออกของที่พักของมีมี่สู่ส่วนลานหน้าที่พักของมีมี่ที่ไร้ซึ่งแขกใดๆ มีแต่เพียงเหล่าหางทั่วไปเดินตามทางอย่างปรกติผ่านน้ำพุแครอนที่มีรูปปั้นท่านเฟิณ์สเทลอยู่ตรงกลาง


“วันนี้ต้องคุยกันให้รู้เรื่องล่ะไอ้แมวพุงไม้นวดแป้ง...โบลดาส” เทาเดินด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียดทั้งยังเปลือยเสื้อที่มีแต่ผ้าพันอกที่เผยให้เห็นโครงอกและแผ่นหลังโดยไม่สนใจรอบข้างแต่อย่างใด

Author:  fushigidane [ Fri Oct 28, 2011 4:44 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ >> http://danefiction.blogspot.co

แวะมาอัพในนี้ด้วยหน่อยนึง นับว่าเป็นวันหยุดที่ไม่ได้มีมานานมาเลยนะเนี่ย

Author:  fushigidane [ Sat Nov 19, 2011 4:49 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter7

“ท่านโบลดาส มีชาวบ้านตื่นตระหนกมารายงานว่า พบหางประหลาดที่ไม่เคยพบเห็นมาก่อนเดินอยู่ในเมืองแห่งแสงครับ” ณ ศูนย์ทำการกองกำลังของเมืองแห่งแสง เหล่าทหารที่ต่างจับคู่การใช้หอกโดยมีเสือโคร่งตัวใหญ่ที่ไว้หนวดเครายาวและดาบใหญ่คู่กายสีดำที่ปักพื้นอยู่ข้างๆ เหล่าทหารเสือดำที่ได้ยินต่างหยุดฝึกซ้อมในทันทีและให้ความสนใจกับสิ่งที่ได้ยิน

“ทหาร!! อย่าพึ่งแตกตื่น” โบลดาสตะเบ็งเสียงดังสั่งไม่ให้เหล่าทหารเสือดำวอกแวกตื่นตระหนกตาม “เปล่าครับท่านโบลดาส แต่
แปลกใจว่ามันมีด้วยหรือกับหางที่แปลกประหลาดจนทำให้ชาวหางเมืองแห่งแสงตื่นตระหนกขนาดนี้ได้” ทหารเสือดำตัวหนึ่งรายงานความคิดเห็นให้ฟัง ซึ่งโดยปรกติทั่วไปแล้วสิ่งที่ได้ยินจะนับว่าเป็นเรื่องตลกล้อเล่นก็ขำไม่ออก จะให้เป็นเรื่องจริงก็ไม่มีทางที่จะเป็นไปได้สำหรับโดยสามัญสำนึก เพราะเปรียบเทียบเสมือนกับการเจอมนุษย์ต่างดาวเท่านั้น

“ข้าก็อยู่ตรงนี้กับพวกเอ็งแล้วข้าจะไปรู้เรอะ” โบลดาสตวาดกลับแต่กลับได้เสียงหัวเราะจากเหล่าลูกน้องเสือดำแทน แต่ระหว่างเสียงหัวเราะนั้นก็มีทหารเสือดำอีกตัวหนึ่งวิ่งเข้ามาอย่างเร่งรีบจนหอบให้เห็นชัด “แฮ่กๆ ท่านโบลดาส... แฮ่กๆ ขอเรียน แฮ่กๆ...พบกับท่าน...ด่วนครับ แฮ่กๆ” ทหารเสือดำตัวนั้นพูดอย่างกระหืดกระหอบจนพูดไม่เป็นประโยค

“ทหารหยุด มีอะไรค่อยๆพูด ข้าฟังไม่รู้เรื่องแล้ว่าจะให้ข้าไปเรียนวิชาอะไร” โบลดาสพยายามจับใจความที่ไม่รู้เรื่องเลยพยายามพูดกันเองตามระดับยศเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายลง “ไม่ครับท่าน แฮ่กๆ... นี่สำคัญมาก แฮ่กๆ... เชิญท่านด่วน แฮ่กๆ” ทหารเสือดำชี้ไปที่ประตูทางออกซึ่งเป็นทิศทางที่วิ่งมาก่อนที่จะล้มลงไปทั้งยืน เพราะหายใจติดขัดจากการรีบพูดจนไม่สามารถหายใจได้ปรกติ

“ทหาร รีบพาไปปฐมพยาบาลด่วน เร่งรีบขนาดนี้คงไม่ใช่เรื่องล้อเล่นแน่” โบลดาสคิดพินิจกัสภาพการที่เห็นจากลูกน้องของตนซึ่งถูกหามไปรักษาแล้ว “ทหาร!! หยิบอาวุธให้พร้อม เราจะไปต้อนรับสิ่งมีชีวิตประหลาดนั่นกันสักหน่อย” โบลดาสคว้าด้ามดาบยักษ์มาถือแล้วยกขึ้นมาให้เห็นดาวเล่มใหญ่ขนาดถือสองมือ แต่โบลดาสกลับถือยกตั้งชี้ขึ้นตรงออกไปได้ด้วยเพียงมือเดียวโดยไม่มีการสั่นแต่อย่างใด เหล่าทหารเสือดำที่อยู่ทำการฝึกซ้อมกระชับหอกของตนเองมั่นและเข้าแถมเรียงระเบียบโดยทันที ทุกตัวต่างยืนตมระเบียบพักรอรับคำสั่งจากนายเหนือของตน

“ยังฝึกได้ดีไม่มีเปลี่ยนเลยนี่ ไอ้แมวพุงไม้นวดแป้ง” โบลดาสที่ได้ยินคำสบประมาทนั้นหนวดกระตุกในทันที แต่เพราะด้วยเสียงที่คุ้นเคยเป็นอย่างดีแม้ว่าจะไม่ได้ยินมานาน แต่โบลดสก็ไม่เคยทีจะลืมเสียงผู้ที่มีระดับยศและตำแหน่งในระดับเดียวกัน “แกก็ปากดีไม่เปลี่ยนเลยนี่ ไอ้ตะกวดบ้ากล้าม...เฮ้ย!!!” โบลดาสโต้ทักกลับโดยเองก่อนที่สมองสั่งการต่างๆ แต่เมื่อพินิจวิเคราะห์ถึงเสียงที่ได้ยินยิ่งทำให้โบลดาสตกใจหนัก เพราะเป็นเสียงของเทา เผ่าหางแห่งตะกวดซึ่งไม่ปรากฎมาอยู่เหนือน้ำง่ายๆจนแทบจะเป็นเผ่าที่ถูกลืมเลือนไปจากระบบ มีเพียงแต่เหล่ากองทัพเท่านั้นที่จะรู้จักหางชนิดนี้ เพราะจะมีวันหยุดของกองทัพที่เหล่าทัพทั้งหมดจะไปเลี้ยงฉลองกัน ไม่เว้นแม้แต่เผ่าตะกวดวารีด้วยเช่นกัน

“หึ...ผ่านไปนานแค่ไหนแกก็ยังป๋าโบลดาสเหมือนเดิมนะ ดูพุงแกสิ” เทาที่เดินมาเพียงลำพังด้วยอาการปรกติแต่เอามือกุมอกตัวเองข้างหนึ่งเพราะการขยับแสะเทือนของโครงอก “ท...ท่านเทา ทำไมถึงมาที่นี่ได้...” ทหารเสือดำทุกตัวต่างตื่นตกใจไม่เพราะเทาเป็นหางที่แปลกประหลาด แต่เพราะการปรากฎตัวให้เห็นอย่างไม่คาดคิดแต่ก็ประจักษ์ตรงหน้า

“ทหาร!!! รีบไปรองน้ำที่ห้องอาบน้ำโดยด่วนที่สุดภายใน 5 นาที ปฎิบัติ!!!” โบลดาสสั่งการทันทีซึ่งเหล่าทหารเสือทุกตัวไม่เว้นแม้แต่ทหารเสือดาวที่อยู่แถวนั้น ทุกตัวต่างรีบวิ่งไปที่เรือนพักนายทหารโดยทันทีเพื่อปฎิบัติหน้าที่ๆได้รับ

“เฮ้ยเทา แกไหวเปล่าวะ ทำไมไม่ส่งสารเหมือนทุกครั้ง เดี๋ยวให้ข้าไปหาเองก็ได้” โบลดาสรู้ถึงขีดจำกัดของเหล่าตะกวดเป็นอย่างดี เพราะด้วยร่างกายที่เกิดมาเพื่อเป็นสั่ตว์กึ่งบกที่ค่อนมากไปทางกึ่งน้ำ การอยู่บนบกเป็นระยะเวลานานนั้นเป็นอันตรายกับร่างกายสำหรับดผ่าตะกวด เพราะร่างกายนั้นจะต้องหล่อเลี้ยงด้วยน้ำที่ไหลภายในร่างตลอดเวลา และเวลาที่จะเป็นอันตรายที่สุดนั้นคือเวลาที่มีแดดส่อง เพราะจะเป็นการระเหยน้ำออกจากร่างกายนั่นเอง

“ไหวอยู่ไม่ต้องห่วง เรื่องแค่นี้ไม่คณามือข้าตัวนี้หรอก แม้เทาที่จะยืนได้ด้วยสองข้าเพียงลำพัง แต่เมื่อโบลดาสเข้าไปช่วยรองรับน้ำหนักร่างโดยให้พาดบ่าไป ขาของเทาแทบจะทรุดไร้เรี้ยวแรงโดยทันที “ข้ารู้แต่ว่าร่างกาแกตอนนี้ไม่ไหวแล้วแน่ๆถ้าไม่ได้รับการแช่น้ำโดยด่วน” โบลดาสค่อยๆเดินประคองเข้าเรือนพักของทหารแล้วตรงดิ่งไปที่ห้องอาบน้ำซึ่งเป็นห้องรวมในทันที

“ท่านโบลดาส รองรับน้ำเรียบร้อยแล้วครับ” ทหารเสือดำตัวหนึ่งรายงานภายใต้สภาพที่เปลืองเกราะต่างๆออกทั้งหมด เหลือไว้แต่เพียงกางเกงผ้าที่ถูกถลกขึ้นเหนือเข่าทุกตัว “ดีมาก ขอบใจทุกตัว ที่เหลือข้าจะจัดการเอง แล้วสั่งห้ามเข้าใกล้เขตนี้จนกว่าจะได้รับอนุญาตจากข้าโดยตรงเท่านั้น นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ข้าต้องการตัวต่อตัวกับท่านผู้บัญชาการท่านนี้เท่านั้น” โบลดาสสั่งเสร็จพร้อมกับเสียงตอบขานรับที่หนักแน่นจนดังก้องสะท้อนในห้องอาบน้ำรวมแห่งนี้ก่อนที่จะสลายกำลังไป

“ข้าคงหาให้แกได้เท่านี้แหละ ไม่ต้องบ่นมาให้ข้าได้ยินด้วย” โบลดาสที่เดินประคองพาเทามาถึงอ่างอาบน้ำรวมซึ่งเป็นบ่อทรงสีเหลี่ยมผืนผ้ายาวไว้สำหรับรองน้ำตักอาบ แต่ตอนนี้ได้เปลี่ยนเป็นบ่อน้ำฟื้นฟูให้กับเทาที่ร่างกายขาดน้ำได้ลงไปนอนแช่

“ฮ่า----“ เทาผ่อนหายใจออกมาในทันทีเมื่อร่างกายเกือบทั้งหมดจมลงไปในบ่อน้ำที่เหลือไว้แต่ส่วนปากที่ยื่นออกมาเหนือน้ำ “แกคิดอะไรของแกถึงใจกล้าที่ขึ้นบกโดยปรศจากชุดเกราะที่คอยหล่อเลี้ยงความชุ่มชื้นใหกัผิวหนังแกวะ” โบลดาสลากเก้าอี้อาบน้ำมารองก้นอันใหญ่ที่ดูเหมือนจะไม่พอดีกับขนาดร่างกายนัก

“ก็แค่อยากโชว์หุ่นโชว์กล้ามให้ประจักษ์เห็นเท่านั้นแหละ” เทาที่ได้รับการแช่น้ำเริ่มมีอาการที่ดีขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เริ่มกลับมาปรกติจากที่เดิมอ่อนล้าอย่างมาก “มาโชว์อกโชว์กล้ามที่แสนจะภภูมิใจทั้งที่พันเอาไว้ขนาดนี้เนี่ยนะ ถ้าไม่บ้าก็ประสาทเพี้ยนแล้วล่ะ หรือมีอะไรบางอย่างที่ทำให้สวมเกราะไม่ได้...” โบลดาสเริ่มเข้าประเด็นซึ่งเทายังคงนอนแข่ฟื้นฟูร่างกายอยู่

“เรื่องนั้นช่างมันเถอะ แต่ที่ข้ามาเนี่ย ข้ามีเรื่องนึงที่อยากจะขอร้องแก” เทาเริ่มเขาประเด็นหลักของตนด้วยเช่นกันในทันที “ข้าเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่กับการกระทำที่บ้าบิ่นของแกที่อาจฆ่าตัวตายได้ มีเรื่องอะไรที่จะให้ข้าโบลดาสผู้นี้ช่วยแกได้บ้าง” โบลดาสเตรียมรับฟังอย่างตั้งใจจากปากเพื่อนของตนซึ่งค่อยๆลุกขึ้นจากบ่อ “เฮ้อออ ขอบใจสำหรับน้ำนี่นะ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” เทาค่อยๆหันตัวเองหาโบลดาสโดยที่ยังคงแช่อยู่ในบ่อ เพราะร่างกายยังคงขาดน้ำอยู่มาก

“ข้าอยากจะขอร้องให้ยกเลิกภารกิจที่ให้กับกิ้งก่าวีแห่งหน่วยอัลฟ่าจะได้มั้ย” เทายื่นย้อยอร้องให้กับโบลดาสที่นั่งนิ่งเงียบไม่ตอบอะไร มีเพียงแต่ลมหายใจที่ถอนออกมา “เทา...ข้าเสียใจด้วยที่ไม่สามารถทำตามร้องขอของแกได้ ภารกิจนี้สำคัญมากเกินกว่าที่จะยกเลิกได้ และเป็นคำสั่งตรงจากท่านอเคเชียด้วย...” โบลดาสตอบคำถามที่เป็นการปฎิเสธให้เทาได้รับฟัง ซึ่งทั้งคู่ได้แต่น่งเงียบไม่โต้ตอบอย่างใด เพราะถ้าเป็คำสั่งที่มาจากท่านอเคเชียนั้นไม่มีใครจะสามารถยกเลิกได้ นอกจากตัวท่านเองที่จะยกเลิกคำสั่งเท่านั้น แต่เนื่องด้วยสัจจะแห่งเทพนั้นที่ประกาศลั่นอะไรออกไป แทบจะเป็นไปได้ยากที่จะมีการถอดถอนออกโดยตัวท่านเองถ้าไม่มีความจำเป็นเหตุจริง

“โบลดาส แม้ว่าจะต้องส่งทหารที่สภาพร่างกายไม่พร้อมที่จะทำอะไรต่างๆได้ หรือพูดง่ายๆก็คือบาดเจ็บสาหัสด้วยเนี่ยนะ” เทาพยายามอ้างเหตุผลเพื่อจะให้โบลดาสใจอ่อนขึ้นแต่กลับไม่เป็นผลแต่อย่างใด

“เทา แกก็น่าจะรู้ระบบทหารดีกว่าข้าโบลดาสตัวนี้ที่หย่อนเรื่องระเบียบทหารมากกว่าแกไม่ใช่หรอ ว่าคำสั่งจากเบื้องบนนั้นไม่สามารถจะขัดได้แต่อย่างใด แม้ว่าจะส่งให้ไปตายก็ตาม เพราะนี่กระเบียบทหารไม่ใช่เรอะ” โบลดาสว่ากลับเทาในทันทีและไม่อยากเชื่อกับสายตาและหนวดเคราตัวเองที่จะได้ยินคำๆนี้จากผู้บัญชาการแห่งหน่วยตะกวดวารี หน่วยกองกำลังที่เคร่งครัดต่อระเบียบและคำสั่งมากที่สุด

“แต่ท่านอเคเชียไม่ได้เป็นทหารแบบพวกเรานะโบลดาส ท่านอาจจะอนุโลมให้กับวีที่บาดเจ็บตัวนี้ก็ได้” เทายังคงพยายามเกลี้ยกล่อมเจรจาจนถึงที่สุดเพื่อที่จะรักษาชีวิตของวีไว้ “แกกล้าที่จะขัดคำสั่งท่านอเคเชียอย่างั้นเรอะเทา ผู้ที่กล้าขัดคำสั่งท่านอเคเชียข้าจะถือว่าเป็นกบฎต่ออณาจักรแห่ง คิดให้ดีนะแก ต่อให้เป็นแกข้าก็คงยกเว้นให้แกไม่ได้ด้วย” โบลดาสครามใส่เทาทันทีที่เห็นการต่อต้านจากเทา แต่เพราะความเช่อใจที่เป็นเพื่อนกันจึงยังไม่ทำให้โบลดาสกระทำอะไรต่างๆลงไป

“ข้ารู้ว่าเรื่องที่ข้าขอมันผิดต่อระเบียบทหาร แต่ข้าก็ทนไม่ได้ที่จะเห็นน้องชายข้าที่เลี้ยงดูมาตลอดยิ่งกว่าน้องต้องมาทนทุกข์ทรมานเพราะเพื่อนของน้องข้าต้องไปตายต่อหน้านะโว้ย” เทาก็เริ่มฟาดอารมณ์ใส่ด้วยเช่นกันเพราะไม่อยากให้สิ่งที่ตนแบกภาระมาต้องพังทลายไป

“น้องชายเจ้า...หมายถึงกิ้งก่าเด็กที่รับมาเลี้ยงที่แกเคยเล่าให้ฟังน่ะหรอ” โบลดาสซักถามเทาซึ่งซึ่งคำตอบใดๆออกมา เพราะสิ่งที่เผลอพลั่งปากออกไปนั้นกำลังจะเป็นสิ่งที่จะปิดประตูแห่งแสงที่เรียกว่าชีวิตของวี “นี่แกใช้ความรู้สึกส่วนตัวในการตัดสินใจมากกว่าผลประโยชน์ส่วนรวมเรอะ” โบลดาสตวาดกลับทั้งคำรามเมื่อรู้ว่าเพื่อนของตนทำเช่นนั้นจริง

“ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงข้าขอปฏิเสธที่จะหาทางช่วยวีแห่งหน่วยอัลฟ่าไม่ต้องออกปฎิบัติภารกิจ” โบลดาสเงียบเสียงลงเหมือนกำลังพินิจคิดอะไรบางอย่าง โดยที่เทาที่อยู่ในบ่อนั้นยังคงช็อคกับตอบที่ได้ยินชั่วขณะก่อนที่จะค่อยๆร่างตัวเองขึ้นจากบ่อ “ขอบคุณสำหรับคำตอบนะโบลดาส...ถ้าเป็นเช่นนั้นข้าก็คงหมดธุระกับที่นี่แล้ว ลาก่อน” เทาที่ท่าทางหัวเสียและหงุดหงิดกล่าวลาเพื่อนและเดินออกไปในทันทีทั้งยังคงเดินไม่แข็งแรงนัก

“แต่ข้าไม่ได้บอกว่าข้าพอจะยืดระยะเวลาเลื่อนการออกไปปฏิบัติภารกิจนี่” โบลดาสทิ้งให้ท้ายก่อนที่เทาจะเดินออกไปแต่หยุดชะงักที่หน้าประตูห้องน้ำ

“...โบลดาส ข้าขอบใจแกมากที่รับฟังความช่วยเหลือข้าตัวนี้ ข้าขอขอบใจจากใจ...” เทาที่ยังไม่ทันจะพูดจบก็วูบหงายหลังล้มไปในทันทีเพราะความอ่อนล้าและอ่อนเพลียของร่างกาย โบลดาสที่เห็นจึงรีบพุ่งตัวออกไปหมายที่จะรองรับส่วนหัวไม่ให้ลงไปฟาดกระแทกกับพื้น แต่ด้วยระยะที่ห่างมากเกินไปเกินกว่าที่จะเอื้อมถึง แต่ร่างกยทั้งหมดของเทากลับหยุดชะงักกลางอากาศขณะล้มและค่อยๆปรากฏประกายแสงที่รองรับร่างของเทา

“ท่านอเคเชีย...” โบลดาสเอ่ยปากเทพแห่งแสงขึ้นมาแต่ไร้ซึ่งสิ่งใดปรากฎรูปร่าง มีแต่เพียงเสียงของเธอที่ไหลผ่านในจิตของโบลดาสเท่านั้น “ขอบใจเธอมากนะโบลดาส ที่สามารถถ่ายทอดความรู้สึกนึกคิดของเราได้ทัน่วงเวลา” เสียงกล่าวเอ่ยขอบคุณของเทพแห่งแสงดังขึ้นภายในจิตของโบลดาส

“ท่านอเคเชีย...จะไม่เป็นอะไรหรอท่าน...ที่ไม่ต้องส่งสารใหกับท่านเทพ...” โบลดาสรู้สึกไม่สบายใจกับการยกเลิกคำสั่งของเทพแห่งแสง “ถ้าเป็นอย่างที่ตะกวดหนุ่มตัวนี้พูดมาจริง เราคงไม่สามารถที่จะให้อภัยตัวเองได้จริงๆ แทนที่เราจะให้เหล่าหางออกประกาศให้เทพต่างๆรู้ เพื่อที่จะหาทางป้องกันกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่กลับกลายเป็นเราต่างหากที่พรากชีวิตนั้นๆก่อนที่เหตุการณ์นั้นจะเข้ามาทำลาย” เทพอเคเชียพูดด้วยเสียงที่แสดงซึ่งความเสียใจให้โบลดาสให้ได้ฟัง ซึ่งโบลดสไม่สามารถจะเอ่ยโต้ตอบหรือหาคำใดๆมาปลอบประโลมท่านได้ เพาะเนื่องจากตำแหน่งที่สูงเกินกว่าจะเอื้มได้ถึง

“แล้วอีกอย่าง เส้นทางที่กิ้งก่าวีจะไปนั้นก็คือวิหารแห่งน้ำท่านเทพอนีโมเน่ ซึ่งท่านรับรู้เรื่องเรียบร้อยแล้วล่ะนะ”


“ในเมื่อพูดกันไม่รู้เรื่อง เห็นทีคงต้องใช้กำลังเข้าใส่แล้วมั้งวี แม้จะบาดเจ็บอกหักข้าก็ไม่ออมมือให้หรอกนะ ถ้าคิดที่จะไม่รับความปรารถนาจากดาเนะ โดยเฉพาะแกที่จะทำให้ดาเนะต้องเสียใจเพราะตัวแกเอง โทษความดื้อด้านในตัวแกเองเถอะ” เสลธว่าเสร็จก็หายตัวไปจากสายตาของวีในทันที

“ถึงแม้จะไม่ดีต่อดาเนะ แต่ไม่ว่ายังไงข้าพเจ้าก็ต้องไป” วียังคงยืนกรานหนักแน่นที่จะปฎิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับในจดหมาย

Image

Author:  fushigidane [ Sat Nov 19, 2011 4:49 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

“ดูเหมือนว่าข้าพเจ้าจะไม่มีทางเลือกสินะ” วีที่ร่างกายบอบช้ำและบาดเจ็บโดยเฉพาะโครงอกพยายามฝืนลุกขึ้นยืนตั้งท่าต่อสู้ “ไม่ไหว...ทั้งร่างกายและกำลังแทบจะไม่มีเลย...” กงเล็บนิ้วมือซ้ายที่ขยับกระตุกเบาๆหมายจะเรียกคันศรประจำกายมา แต่เพียงแค่เพ่งสมาธิเพื่อรีดพลังออกมานั้น โครงอกกลับเร่งความรู้สึกปวดร้าวราวกับกระดูกจะสลายในทันที ดวงตาของวีกระตุกและเบิกโพลงด้วยความเจ็บ เล็ดน้ำตาที่ยากจะเห็นจากกิ้งก่าที่อดทนนั้นออกมาทางหลังตา ร่างกายที่อ่อนแรงทรุดลงไปกองกับพื้นในทันทีทั้งสองมือประสานที่ซี่โครง เสียงที่จะโอดครวญความเจ็บปวดก็ไม่สามารถที่จะเปล่งใดๆออกมา

“เหอะ แค่จะยืนก็ยังไม่ไหว ข้ารับไม่ได้ว่ะวี ถ้าไม่ใช่เพื่อนกันข้าคงอัดไม่ให้เหลือซากแล้ว” เสียงเสลธลอยมาจากทางโซฟาและการปรากฏร่างของกิ้งก่าดำที่ท้าวมือและเพ่งพินิจที่วี แววตาของเสลธมองด้วยทั้งอารมณ์สมเพชและสงสัยในตัวของกิ้งก่าที่นอนอยู่เบื้องหน้า

“วี ข้าขอถามในฐานะที่ข้าเป็นเพื่อนกับแก ทำไมแกถึงต้องดันทุรังขนาดนี้ด้วย ทั้งที่ร่างกายแกร่อแร่แบบนี้ แล้วดาเนะก็เป็นห่วงแกมากด้วยรู้มั้ย มันสำคัญมากขนาดนั้นเลยหรือไงถึงต้องหนีออกไปให้ได้น่ะ” เสลธถามด้วยเสียงที่สงบนิ่ง แต่ภายในจิตใจนั้นกลับร้อนรุ่มยิ่งกว่าเปลวเพลิงโทสะ ซึ่งเสลธจะโกรธเป็นพิเศษกับบุคคลใดที่ทำให้ดาเนะที่เปรียบเสมือนพี่ชายของตนต้องเสียใจ

“ระหว่างความรู้สึกของบุคคลที่เสลธรักต้องเสียใจ กับอีกสิบกว่าชีวิตที่เกี่ยวพันธ์ต้องสาบสูญ เสลธจะเลือกอะไรล่ะ” วีที่เริ่มอาการดีขึ้นถามโต้เสลธเสียงหอบเบากลับทั้งอาการบาดเจ็บ “หมายความว่ายังไง แกอย่ามาล้อเล่นกับดาเนะนะเว้ยวี คราวต่อให้แกก็เถอะ ถ้าแกยังคิดจะเอาความรู้สึกดาเนะมาเล่นอีกครั้งละก็ ข้าจะถลกลิ้นแกไม่ให้พูดได้ออกมาอีก” เสลธลุกขึ้นพรวดด้วยความโกรธและลงนั่งที่หน้าวีทันที โดยมือข้งหนึ่งวางไว้ใกล้ๆปากเพื่อเตรียมดำเนินการตามสิ่งที่ได้บอกถ้าเงื่อนไขนั้นออกมาอีกครั้ง สายตาของเสลธจ้องวีด้วยสายตาทั้งอาฆาตและโทสะ แต่สายตาที่จับจ้องที่วีนั้นต้องเหลือบไปมองที่ที่ปลายเท้าขวาของตนที่ถูกสัมผัส ซองจดหมายที่จ่าหน้ซองถึงวีถูกส่งให้กับเสลธผ่านมือของวี

“ข้าพเจ้าก็ขอพูดในฐานะที่เพื่อนของเสลธ นี่คือเหตุผลที่ข้าพเจ้าจำเป็นต้องไปไม่ว่ากรณีใดๆทั้งสิ้น” วีพูดเสียงแผ่งเบาแต่หนักแน่น เสลธที่ได้ยินจังหยิบจดหมายฉบับนั้นมาอ่านอย่างพินิจช้าๆทีละบรรทัด ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบสงัด มีแต่เสียงสายลมยามเช้าพัดเข้าสู่ห้องทำลายบรรยากาศความตึงเครียดนั้น เสลธทั้อ่านจดหมายจบแล้วเก็บจดหมายใส่ซองยื่นส่งมือวีและกลับนั่งที่โซฟาอีกครั้ง

“วี...ข้าไม่รู้เรื่องอะไรนักหรอกนะ แต่แกคิดว่าหน้าที่ๆเขียนในจดหมายกับร่างกายแกตอนนี้น่ะ แกคิดว่าอะไรสำคัญกว่า แกก็เคยบอกใช่ไหมว่าร่างกายนั้นมีความสำคัญต่อการปฎิบัติภารกิจ แล้วแกประเมินตัวเองว่าแกยังไหวอีกหรือไงวะ” เสลธตอบกลับตามคิดเห็นของตัวเองให้ฟัง วีที่ได้รับฟังแล้วหลับตาลงพร้อมกับเริ่มขยับมุมปากเพื่อจะเอ่ยความคิดของตนเองให้เพื่อนฟัง

“ที่ข้าพเจ้าทำน่ะ ไม่ได้ทำเพราะหน้าที่หรอกเสลธ แต่เพราะอยากรักษาหรือป้องกันกับชีวิตที่ข้าพเจ้าต้องรับผิดชอบ” วีตอบเสียงมั่นให้กับเสลธที่นั่งนิ่งไม่ไหวติงและทำท่าทางไม่สนใจ “มันไม่เกี่ยวอะไรกัข้าสักหน่อย และอีกอย่าง มันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับดาเนะด้วย เพราะฉะนั้นข้าก็ยังคงยืนยันที่จะห้ามไม่ให้แกไปเหมือนเดิม” เสลธบอกกล่าวเสร็จและลุกขึ้นลงนั่งที่หน้าวีอีกครั้งพร้อมกับหยิบหลอดของเหลวสีเขียวออกมา ซึ่งเป็นพิษสำหรับอาบศรธนูให้เป้าหมายที่โดนยิงนั้นติดพิษรุนแรง

“ไม่ต้องห่วงวี ข้าก็แค่จะทำให้แกสลบด้วยพิษอ่อนๆ ให้ร่างกายแกอ่อนล้าแล้วหมดสติไปเท่านั้น” เสลธเปิดจุกหลอดและเตรียมพร้อมที่จะกรอกปากวีที่พยายามขัดขืนอย่างเห็นได้ชัด “เสลธ ข้าพเจ้าไม่อยากพูดออกมานะ แต่ในเมื่อเป็นแบบนี้ข้าพเจ้าก็จำเป็นต้องพูดความจำที่เลวร้ายนั้นออกมา แต่มันจะเป็นสิ่งที่จะทำให้เสลธเข้าใจความรู้สึกข้าพเจ้าในตอนนี้...” วีที่พยายามเบี้ยวปากออกจากหลอดยาพิษเค้นพูดออกมาให้เสลธฟัง

“งั้นข้าจะให้แกลองพูดออกมาแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ถ้าไม่สามารถทำให้ข้าเปลี่ยนใจได้ แกก็ต้องดื่มยาพิษนี้แต่โดยดี นึคือข้อแลกเปลี่ยนขอวข้า แกจะตกลงยอมรับไหมวี” เสลธที่พยายามจ่อหลอดยานั้นนำออกจากปากของวีในทันทีที่วียอมรับด้วยการพยักหน้าเบาๆ

“ตกลง งั้นลองพูดมาซิ ว่าจะทำให้ข้าเปลี่ยนใจได้ไหม” เสลธนั่งรอคอยคำตอบของวีที่หลับตาและขบฟันตัวเองเหมือนไม่อยากจะพูดสิ่งนั้นออกมา แต่เมื่อไม่มีทางเลือกนั้น วีจึงจำเป็นต้องเล่าสิ่งนั้นออกมาจากปาก “เสลธจำตอนที่นำร่างที่เสมือนไร้วิญญาณของดาเนะกลับมาที่หน้าเมืองแห่งแสงยามค่ำคืนนั้นได้ไหม แม้ว่าเสลธจะบาดเจ็บสาหัสอย่างไรก็ต้องพาดาเนะกลับมาให้ได้ เนี่ยล่ะคือความรู้สึกของข้าพเจ้าในตอนนี้ล่ะเสลธ...”

วีที่ฝืนใจเล่าสิ่งที่เลวร้ายนั้นมองเห็นภาพที่ฝันร้ายนั้นในหัวอีกครั้ง ซึ่งเป็นความจำที่อยากจะลืมเลือนและกลบฝังให้หายไปจากหัว แต่กลับต้องขุดคุ้ยมันออกมาอีกครั้ง เสลธที่ได้ฟังนั้นมือสั่นและตั่วสั่นไปทั้งตัว ดวงตาเคยสีแห่งความโทสะเปลี่ยนเป็นสีขุ่นมัวหมองและความหวาดกลัว ความรู้สึกผิดและรังเกียจตัวตนในอดีตที่ได้ถูกฝังไปแล้วได้ถูกขุดคุ้ยขึ้นมาด้วยตัวเอง

“ม....ไม่....ไม่.....ไม่จริง...ไม่.ไม่..ไม่” สองมือของเสลธกุมหัวตัวเองและน้ำตาที่อาบไหลเป็นทาง หยดน้ำตานั้นไหลหยดลงที่บริเวณดวงตาของวีที่หลัตาทันตามสัญญาณเตือนของร่างกาย “ไม่นะ...อย่า...ข้าไม่อยากรู้สึกแบบนั้นอีกแล้ว...วี...อย่า...ข้าไม่อยากให้ดาเนะเป็นอะไรอีกแล้ว...ดาเนะ...”

แม้เสลธจะเป็นกิ้งก่าที่เสมือนนักล่าและเย็นชาดั่งน้ำแข็ง แต่กลับมีจิตใจที่บอบบางยิ่งกว่ากระดาษที่ยุ่ยน้ำเมื่อสิ่งนั้นเกี่ยวพันธ์กับดาเนะ เมื่อต้องรับรู้ความรู้สึกที่รุนแรงเหมือนดั่งก้อนหินที่ปาอัดกระดาษที่ยุ่ยน้ำนั้นย่อมขาดทะลุเป็นธรรมดา และนี่คือสภาพจิตใจของเสลธในตอนนี้ ในขณะที่เสลธกำลังหวาดกลัวกับจิตใจที่บิดเบี้ยวกับความทรงจำที่โหดร้าย หลังหัวของเสลธถูกโอบกอดด้วยหลังมือ และออกแรงดันเบาๆสัมผัสกับที่สาบและหยาบกร้านแต่อ่อนนุ่มหลังหัวของเสลธที่ลูบขึ้นลงเบาๆอย่างช้าๆที่ค่อยๆทำให้รู้สึกสงบลง เสียงเต้นอ่อนๆที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอได้ยินที่บ้างหูที่แนบสัมผัส

“หางที่ข้าพเจ้ารักเคยทำอย่างนี้ตอนที่ข้าพเจ้ารู้สึกไม่สบายใจน่ะ ข้าพเจ้าคิดว่าสิ่งนี้อาจจะช่วยให้เสลธได้บ้าง...” ใบหน้าของเสลธแนบสัมผัสแผ่นอกที่ถูกพันผ้าไว้แน่นของวี “ด...ดาเนะ...” เสลธยังคงพร่ำเพ้อแต่ค่อยๆสงบลงและหลับตาช้าๆพร้อมกับน้ำตาที่หยุดไหล ร่างกายที่เคยสั่นเทิ้มเริ่มกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง เมื่อวีเห็นว่าเสลธน่าจะสงบสติได้แล้วจึงหยุดลูบหลังหัวแต่ยังคงกดไว้ใหแนบที่แผ่นอกของตน แม้ว่าจะรู้สึกบาดเจ็บและปวดก็ตาม

“พอได้แล้ว ข้าหายใจไม่ถนัด” เสลธพูดออกมาเบาๆและปัดมือของวีที่หลังหัวออกพร้อมกับลุกขึ้นยืนหันหลังให้ในทันที “...ข้าคิดว่าข้าพอจะเข้าใจความรู้สึกของแกแล้ว ข้าจะยกให้เป็นกรณีพิเศษสักครั้งให้แกแล้วกัน” มือของเสธข้างหนึ่งที่ยกขึ้นทำอะไรสักอย่างบนใบหน้าในมุมมองด้านหลังของวีทิ้งลงข้างลำตัว และเดินมาหาวีพร้อมกับใบหน้าที่กลับมาปรกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ยังคงรอยแดงเอาไว้จากการหลั่งน้ำตา

“เกาะข้าแล้วค่อยๆลุกขึ้นละกัน เดี๋ยวข้าจะพาไปที่เตียง” เสลธพูดกับวีที่พยายามขืนเพราะจะพาวีไปที่เตียง แทนที่จะช่วยพาหนีออกไป “ข้าไม่กรอกยาพิษแกหรอกน่า ข้าจะช่วยรักษาอาการที่อกของแกเอง” วีที่ได้ยินจึงยินยอมทำตามเกาะเสลธไปจนถึงเตียงและนั่งลงเบาๆ เสลธเริ่มแกะผ้าพันอกของวีซึ่งยินยอมจนหลุดออกทั้งหมด อกของวีนั้นบวมแดงเพราะอาการบอบช้ำอย่างหนัก

“อาการหนักอยู่ แต่ยังพอระงับได้...” เสลธที่วิเคราะห์อาการอกเริ่มหยิบหลอดยาสีเหลืองออกมาและเปิดจุกออก “นี่เป็นยาชาที่ข้าสกัดไว้สำหรับศรยาชา ถ้าถูกสัมผัสเนื้อมันจะซึ่มผ่านผิวหนังและทำให้ส่วนนั้นๆชาและไร้ความรู้สึกชั่วขณะหนึ่ง” เสลธที่อธิบายเปิดจุกหลอดนั้นออกและผลักวีเบาๆให้ลงนอนกับเตียง

“นอนนิ่งๆละกัน ข้าไม่อยากให้ยาไหลไปโดนส่วนอื่นนอกจากอกของแก” เสลธเตือนให้วีซึ่งพยักหน้ารับพร้อมรับการรักษา ทันทีที่หยดยาสีเหลืองสัมผัสถูกอกที่แดงก่ำของวีนั้น ความรู้สึกปวดได้มลายหายไปในทันทีและถูกแทนที่ด้วยความรู้สึกชาด้านไร้ความรู้สึกในทันที

“ฮั่ก...ฮั่ก...แฮ่ก...แฮ่ก...” วีเริ่มหายใจไม่ได้จังหวะไม่ใช่เพราะระบบหายใจติดขัด แต่เพราะความรู้สึกที่ชาด้านตรงโครงอกทำให้ไม่รู้สึกถึงการให้ใจตามปรกติ “เดี๋ยวสักพักแกก็จะเริ่มชินเอง ไม่ต้องห่วงหรือกังวลหรอก มันจะลำบากแค่ตอนแรกๆเท่านั้นล่ะ” เสลธว่ากว่าวเพราะกับดันหลังวีให้ลุกชันขึ้นมาอีกครั้งและเริ่มมัดผ้าพันอกใหม่ให้กระชับแน่นกว่าเดิม ซึ่งวีกลับไม่รู้สึกอะไรนอกจากพยายามทำความเคยชินการหายใจที่ลำบากและแปลกๆ

“ข้าต้องรัดใหแน่นเพื่อไม่ให้อกแกขยับเขยือนได้มาก จะได้ไม่ช้ำมากกว่านี้อีก แล้วก็ข้าจะให้หลอดยานี้กับแกนะวี ถ้าแกเกิดปวดหน้าอกจนทนไม่ไหว ขอให้แกใช้ในยามจำเป็นเท่านั้น โดยให้แกหยดลงตรงกลางอกของแกให้ซึมผ่านเนื้อผ้านี้ไป แล้วมันจะเริ่มออกฤทธิ์แบบนี้อีกครั้ง เข้าใจนะ” วีหันมาพยักหน้ารับและรับหลอดยานั้นเก็บไว้ในกระเป๋าของตน

“ขอบใจนะเสลธ” วีกล่าวขอบคุณและลุกขึ้นยืนอีกครั้งได้อย่างปรกติเหมือนร่างกายที่สมบูรณ์ “ฮั่ก ส...สุดยอด ฮั่ก... เมื่อตอนนั้นข้าพเจ้ายังเจ็บอกอยู่เลย แฮ่ก.. แต่ตอนนี้กลับยืนได้ปรกติเหมือนเดิมแล้ว แฮ่ก..” วียังคงหายใจไม่เป็นในจังหวะขณะที่พูดได้ตามปรกติ

“วี แกจงจำไว้อย่างนะ แม้แกจะไม่รู้สึกอะไรถึงความเจ็บปวด แต่จำสำเนียกไว้ตลอดเวลาด้วยว่าความจริงนั้นร่างกายของแกมันยังบาดเจ็บและบอบช้ำเหมือนเดิม รู้ไว้ด้วย” เสลธกล่าวเสร็จก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงหาวีและมอบขวดยาจำนวนสามขวดให้ “และในฐานะเพื่อนที่ข้ายังไม่ไหววางใจแกดี แกเอานี่ติดตัวไปด้วยล่ะกัน ยังไงข้าก็คงไม่ได้ใช้อีกสักระยะยาวแน่ แต่อย่าลืมคืนให้ข้าให้ครบด้วยละกัน” ขวดยาที่เสลธมอบให้นั้นคือสุดยอดยาฟื้นคืน ที่จะฟื้นฟูพลังทุกอย่างให้กลับมาเต็มอีกครั้งทั้งพลังชีวิต พลังเวท และพลังทักษะ

“เสลธ...ขอบคุณมาก บุญคุณครั้งนี้ข้าพเจ้าจะไม่ลืมเลย” วีรับขวดยาไว้มั่นและเก็บลงกระเป๋าอย่างดี “ช่างเถอะ ถือว่าตอบแทนที่ช่วยข้า.......ไม่มีอะไร ช่างมันเหอะ” เสลธที่เอากงเล็บนิ้วเกาแก้มตัวเองหันไปอีกทางในทันที “วี...แกรีบไปเถอะ เดี๋ยวข้าจะหาทางรับมือดาเนะให้เองละกัน” เสลธพูดส่งวีทั้งยังหันหลังยืนกอดอกมองประตูอยู่

“ไม่เป็นไรเสลธ ฮั่ก... ข้าพเจ้านึกวิธีการอะไรดีๆได้แล้ว แฮ่ก... แต่เสลธถอดชุดออกก่อนละกัน ฮั่ก...” วีเดินอ้อมหลังมาทางด้นหน้าพร้อมกับเสนอวิธีการ “อ...อะไรของแกวะวี...จ...จะให้ข้าถอดชุดทำไมกัน แล้วไอหลอดยาน่าสงสัยนั่นที่แกถืออยู่มันคืออะไร” เสลธที่ไม่เคยเห็นหลอดยาประหลาดเริ่มหวาดระแวงกับคำพูดที่วีกล่าวออกมา

“แฮ่ก...นี่คือยาเปลี่ยนสีร่างกายนะเสลธ ฮั่ก...ปรกติข้าพเจ้าจะพกไว้ทั้ง5สีเพื่อการอำพรางตัวในการปฎัติภารกิจน่ะ แฮ่ก...เพราะข้าพเจ้าไม่มีทักษะการอำพรางตัวแบบเสลธเลยจำเป็นต้องใช้สิ่งนี้ช่วยน่ะ ฮั่ก...” เสลธที่ได้ยินยาประหลาดที่ไม่เคยพบเคยเห็นมาก่อนเริ่มเดินถอยหลังช้าๆด้วยอะกาหวาดระแวงมากกว่าเดิม

“ย...ยาอะไรข้าไม่รู้จัก แล้วทำไมต้องอธิบายให้ข้าฟังด้วยวี แกจะรีบไปก็รีบไปเลย ไม่ต้องมาห่วงข้าไม่เข้าเรื่องนะ” เสลธที่เดินถอยหลังจนขาติดเตียงแล้วหงายหลังลงไปนอนในทันที “แฮ่ก... เสลธฟังแผนข้าพเจ้าก่อน ข้าพเจ้าจะย้อมสีเสลธให้เป็นสีเหลืองเพื่อให้ปลอมเป็นข้าพเจ้าระหว่างที่ข้าพเจ้าไม่อยู่เท่านั้นแหละ แฮ่ก... และที่ให้ถอดขุดเนี่ย ข้าพเจ้าจะได้ทาได้ทุกส่วนของร่างกายยังไงล่ะ ฮั่ก...แล้วก็จะให้เปลี่ยนเป็นชุดของข้าพเจ้าด้วย...ฮั่ก” วีเริ่มอธิบายให้ฟังอย่างละเอียดกับเสลธและถอดปลอกแขนและปกคอของชุดสายTricksterระดับสูงออก

“ค...คราวหลังก็บอกก่อนเสะไอบ้า มาถึงให้ข้าถอดชุดแล้วยังให้หลอดยาประหลาดๆนั่นอีกน่ะ...” เสลธโต้ว่ากลับในทันทีที่รับรู้แผนการทั้งหมด “อ...เอ่อ ข้าพเจ้าขอโทษ...” วีรู้สึกผิดทั้งยังงงกับสิ่งที่ตนเสนอแผนการ “เออๆ ช่างมันเหอะ ข้าเห็นด้วยกับความคิดแก แต่ถ้าข้าเปลี่ยนสีเป็นสีเหลืองแล้วแล้วข้าจะกลับมาสีดำเหมือนเดิมได้มั้ย ข้าไม่ยอมเปลี่ยนเป็นสีอื่นไปตลอดชีวิตนะเว้ย” เสลธถามกลับทั้งความกลัวเล็กน้อย เพราะสีดำที่เป็นสีที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดนั้นเป็นสีผิวที่เสลธชอบมากที่สุด

“แฮ่กๆ...ได้สิ ถ้าทาเบาๆแค่ล้างน้ำแล้วขัดก็ออกแล้ว แฮ่ก...แต่กรณีนี้ข้าพเจ้าอาจจะต้องไปนาน จึงจำเป็นต้องทาแบติดถาวร แต่ไม่ต้องห่วงนะเสลธ ข้าพเจ้ามีหลอดสีดำที่จะทำให้สีของเสลธกลับมาตามเดิมด้วย” วีที่อธิบายรีบอธิบายแบบไม่หยุดพักหายใจในทันทีที่เห็นทีท่าเสลธกำลังจะโต้แย้งกลางคัน แต่เมื่ออธิบายเสร็จกลับหอบหายใจระรัวทันที

“โอเค แต่ข้ามีเงื่อนไขอย่างเดียว คือ ข้าขอทาเองจะได้มั้ย” เสลธยื่นข้อเสนอพร้อมกับยื่นมือไปรับหลอดยาซึ่งวีก็ส่งมอบให้ในทันทีโดยไม่ขัดขืน ทันที่ที่รับมาเสลธก็ถอดชุดของตนที่เป็นชุดเกราะSlayerระดับกลางออกเหลือไว้แต่กางเกง ร่างกายของเสลธแม้จะดูเปินๆแล้วผอมบางตามแบบกิ้งก่าทั่วไปนั้น แต่กลับมีรูปร่างสมส่วนที่ดูแข็งแรงแม้จะไม่เทียบเท่ากับร่างกายแบบวีก็ตาม สารสีเหลืองที่อยู่ในหลอดเริ่มไหลลงบนมือสีดำที่ถูกย้อมเป็นสีเหลืองในทันที

“โอะ...เหลือเชื่อ...แค่โดนผิวก็เปลี่ยนเป็นสีเหลืองในทันทีเลยแหะ” เสลธเริ่มตื่นเต้นกับสิ่งใหม่และบีบหลอดยาจนได้ปริมาณมาส่วนหนึ่ง ซึ่งเสลธได้จ้องมองสารนั้นด้วยสายตาที่ไม่ไว้วางใจก่อนที่จะหลับตาและเริ่มลูบที่แขนของตนในทันที “อ...เอาก็ได้วะ...” เสลธหลับตาแน่นสนิทและลูบไล้ไปทั้งสองแขนอย่างรวดเร็วซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนหมดสารนั้น แขรทั้งสองข้างถูกย้อมเป็นสีเหลืองแบบเดียวกับวีและดาเนะ แต่ส่วนตัวที่เหลือยังคงสีดำที่เป็นสีผิวประจำตัวตั้งแต่เกิดขอเสลธ เมื่อทั้งสองแขนเสร็จเสลธก็เริ่มบีบขวดยาและทาไปทั่วร่างกายทั้งหมด จนกระทั่งเหลือส่วนที่ไม่สามารถทาได้ ซึ่งคือแผ่นหลังและหางครึ่งท่อนบน

“เอาล่ะ ข้าย้อมหมดทั้งตัวแล้วเห็นมั้ย” เสลธที่เปลือยช่วงอกที่ดูแข็งแรงเดินตรงมาหาวีให้วีดู “แฮ่ก...ไม่น่ะเสลธ อย่างเหลืออีก2ส่วนที่ยังเป็นสีดำอยู่เลย ฮั่ก...” วีชี้ไปยังตำแหน่งของตนเพื่อให้รู้ว่าส่วนนั้นของเสลธยังไม่ได้เปลี่ยนสี “แล้วจะให้ข้าทำยังไงวะวี กิ้งก่าตัวไหนก็เอื้อมไปส่วนพวกนั้นไม่ได้กันทั้งนั้นแหละ”เสลธโต้กลับและนั่งลงข้างๆวีแล้วเอื้อมมือของตัวเองให้ดูว่ามันไม่ถึงจริงๆ

“แฮ่ก... เดี๋ยวข้าพเจ้าจะทำให้ละกัน เสลธอยู่นิ่งๆละกัน ฮั่ก...” วีที่จะช่วยเหลือกลัถูกปัดมือออกไปในทันที “หลังน่ะข้าให้แกทาให้ได้ แต่หางข้าน่ะไม่มีทางเด็ดขาด ขอบใจในความหวังดีนะวี” เมื่อเสลธที่แสดงให้ดูแล้วว่าไม่สามารถจึงกลิ้งตัวลงนอนบนตียงและพลิกท่าเป็นท่านอนคว่ำที่เป็นท่านอนของเสลธ แต่เพียงสักพักกลับรู้สึกสัมผัสอุ่นที่ผ่านแผ่นหลังสีดำ และเรี่ยวแรงที่อ่อนระทวยโรยราในทันทีเสมือนถูกดูดพละกำลังออกจากหาง

“ว...วี...แก...แกจะทำอะไรข้าน่ะ” เสลธเสียงสั่นและหันหน้ามาทันที หางของเสลธถูกกำแน่นถูกจุดยุทธศาสตร์ของกิ้งก่าโดยมือข้างหนึ่งของวี “แฮ่ก... เสลธ..ฮั่ก... ข้าพเจ้าขอโทษที่ต้องล่วงเกินกับหางของนาย แฮ่ก.... แม้ว่าพวกเรากิ้งก่าจะรักและสงวนหางของตัวเองก็ตาม ฮั่ก... แต่ข้าพเจ้าก็ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วล่ะเสลธ ยกโทษให้ข้าพจ้าด้วย” วีกล่าวขอโทษพร้อมกับลูบหลังเสลธไปมาจนทั่วจนเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทั่วทั้งแผ่นหลั่งแล้ว มือที่เคยทาบที่แผ่นหลังของเสลธนั้นเริ่มขยับไปที่หางของเสลธโดยเริ่มที่สัมผัสโคนหาง แต่เมื่ออีกสัมผัสที่โดนโคนหางนั้น ทั้งร่างของเสลธสะดุ้งเฮือกและเสียงสั่นตาโรยราในทันที

“ก...แก...คิดจะทำอะไรข้าน่ะ” เสลธที่รู้คำตอบอยู่แก่ใจได้แต่ภานาไม่ให้คำตอบนั้นเป็นจริง “ฮั่ก...ก็ทำอย่างที่ข้าพเจ้าบอกเสลธน่ะสิ” วีตอบเสร็จจึงเริ่มยืดหางของเสลธให้ยืดตรงเพื่อจะเริ่มลงมือทาสีที่โคนหาง

“เฮ้ย...วี...แก...อย่านะโว้ย...แม้แต่ดาเนะข้ายังไม่เคยให้ทำแบบนี้นะเว้ย...” เสลธพยายามขัดขืนแต่ไม่เป็นผลแต่อย่างใด แล้วใหน้าของเสลธที่เป็นสีเหลืองแล้วขึ้นเรื่อแดงให้เห็นเป็นครั้งแรกของชีวิต ดวงที่ที่โรยรานากลับมีแค่ความโทสะอยู่ภายในแต่ก็ไม่สามารถดูได้ออกเมื่อต้องเจอเรื่อแดงที่ใบหน้าแทนที่น้ำหนักนั้นแทน

“แฮ่กๆ...อดทนหน่อยสิเสลธ ฮั่ก...แม้ข้าพเจ้าจะไม่เก่ง แฮ่ก...แต่ข้าพเจ้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดและเบามือที่สุด ฮั่ก...แม้ร่างกายข้าพเจ้าจะบาดเจ็บก็ตาม” วีให้คำมั่นกับเสลธกลับไม่ช่วยให้เสลธรู้สึกดีขึ้นแต่อย่างใด กลับเป็นเสียงที่ฉุดกระชากเสลธลงดิ่งสู่ห้วงเหวที่เรียกว่าความหวาดกลัวของหางของตน ที่แม้แต่ดาเนะที่เสลธไว้ใจและมอบใจให้นั้นยังไม่เคยให้แตะต้องหรือสัมผัสสักครั้ง แต่กลับเป็นวีที่พึ่งจะเป็นเพื่อนกันสักพักกลับได้สัมผัสหางของตน แทนที่จะเป็นดาเนะที่น่าจะได้เป็นหางที่ได้สัมผัสเป็นหางแรกในความคิดของเสลธ

“วี...แก...หยุดนะ...อย่าทำกับข้าแบบนี้นะโว้ย...อย่า...อย่า...”
.
.
.
.
.
.
.
.
.
“ด...ดาเนะ...ช่วยเสลธด้วย...”

Author:  fushigidane [ Sat Nov 19, 2011 4:56 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

อีกตอนหนึ่งที่ดำเนินมาถึง Chapterที่8แล้ว รู้สึกว่าBloggerใช้งานง่ายกว่าจริงๆ แต่ยังไงที่นี่ก็เป็นสถานที่แรกที่งฟิคและเติบโตเรื่อยมาจนถึงวันนี้ และไม่มีทีท่าว่ามันจะจบสักที ชักเริ่มอยากเห็นตอนจบเหมือนกันแหะ แต่ช่างอีกยาวไกลนัก คิดถึงช่วงวันที่ยังไม่มีงานทำที่สามารถแต่งได้วันละตอนๆ ตอนนี้เหลือแค่2สัปดาห์ต่อตอนแล้ว รู้สึกแย่จริงๆที่ไม่สามารถทำได้แบบเก่า

ตอนนี้ก็เป็นเริ่มเปิดเผยแล้วว่าทำไมวีถึงดื้อดันทุรังอย่างหนักเพื่อที่จะออกไปข้างนอกให้ได้ มันเป็นช่วงTimeline ระหว่างที่ซ็อนกันน่ะนะ

เทา - คุยประชุมไม่ให้วีหนี
ดาเนะ - คุยประชุมเรื่องของวีแล้วโดนเทาตุ๊ยท้อง
วี,เสลธ- วีที่กำลังจะหนีไปนั้นโดนเสลธเจอตัว

เทา - ไปหาโบลดาสเพื่อทำเรื่องไม่ให้วีออกไป
ดาเนะ - ยังคงสลบเพราะโดนพี่เทาตุ๊ยท้อง
วี,เสลธ - ดำเนินแผนการปลอมตัวและเสลธโดนจับหางครั้งแรกในชีวิต

หรืออ่านฟิคได้ที่นี่ - http://danefiction.blogspot.com/

Author:  JJmall [ Sat Nov 19, 2011 9:56 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

คุณพระ ตอนล่าสุดม่วงมาแต่ไกล :oops:

_______________________________________________

เสียดาย RP เสลธอุตส่าห์ซื้อมาย้อม TwT

_______________________________________________

ตายระวิธีใช้ยาเปลี่ยนสีก็แบบนี้เองสินะ -*- จะเป็นลม

Author:  kuggivta [ Sat Nov 19, 2011 11:03 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

:oops: :oops: :oops:
ทาหาง +.+ ทาหาง ทาหางทาหาง ทาหาง ทาหาง ทาหาง >.<

Page 202 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/