BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 203 of 204

Author:  TimeZero [ Sun Nov 20, 2011 12:53 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

ลูบไล้หาง :oops: ลูบไล้หาง ลูบไล้หาง :lol:

Author:  fushigidane [ Thu Feb 16, 2012 8:56 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

“ฟื้นแล้วหรือคะคุณดาเนะ” เสียงที่อ่อนโยนของหางเพศสตรีถามเจ้าของร่างกิ้งก่าที่นอนอยู่บนเตยงนุ่มสีชมพูอ่อน ดวงตาสีเขียวมรกตค่อยๆลืมดาดูโลกภายนอกในกล่องที่ยังพร่ามัวก่อนที่จะค่อยๆเห็นชัดเจนยิ่งขึ้น “อะ...คุณมีมี่” ดาเนะที่มองเห็นภาพของหมีสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆตนในห้องหนึ่งด้วยอาการสลึมสลือ

“คุณมีมี่ เกิดอะไรขึ้นกับผมน่ะ จำได้ว่าพอฟังเรื่องของวี...วี!!!” ดาเนะที่ตั้งใจจะถามแต่พอเอ่ยถึงชื่อเพื่อนของตนนั้น ความรู้สึก
หวาดวิตกและเป็นห่วงก็ถูกแทนที่ความสงสัยในทันที ร่างของดาเนะลุกตั้งชันจากเตียงกระทันหันแต่ต้องก้มโค้งงอตัวและเอาทั้งสองข้างมากุมในทันทีด้วยความเจ็บปวด

“อ...อ...ท้อง...” ดาเนะออกเสียงไม่เป็นคำเพราะความเจ็บปวดนั้นแล่นผ่านไปทั้งร่าง “คุณดาเนะอย่าลุกพรวดแบบนั้นสิคะ ไม่ต้องห่วงคุณวีนะคะ คุณวียังคงอยู่ข้างบนอยู่ค่ะ มีมี่เฝ้าดูทางออกตลอดไม่พบเห็นคุณวีลงมาเลย” มีมี่รีบรายงานสถานการณ์เกี่ยวกับวีให้ฟังเพื่อที่จะทำให้ดาเนะสงบสติอารมณ์ และป้องกันไม่ให้ดาเนะเกิดอาการคลุ้มคลั่งอย่างตอนที่เทาอยู่ด้วย แต่ลำพังเพียงเธอที่เป็นหางสตรีตัวเดียว จึงไม่อาจต้านทานหรือสู้กับพละกำลังหางเพศผู้ได้ แม้ดาเนะจะได้ฟังสิ่งที่มีมี่ได้บอกเล่าแล้ว แต่ภายในจิตใจที่ยังยังสั่นคลอนด้วยความกังวลนั้นยังมลายหายไปทั้งหมด

“คุณมีมี่ จะเป็นอะไรไหมถ้าผมขอไปหาวีที่ห้องแล้วขออยู่ดูแลอาการวีต่อเองน่ะครับ” ดาเนะร้องขอกับมีมี่ที่เป็นเพียงแค่เรื่องบังหน้า เพราะใจจริงๆนั้นอยากจะพบเจอกับวีที่ไม่ได้หนีไปไหน ซึ่งนั่นหมายถึงความปลอดภัยของชีวิตของวีที่พี่เทาได้เคยกล่าวเอาไว้ “ด้วยสภาพร่างกายแบบนั้น ถ้าวีออกไปอีกมีหวังไม่รอดแน่”” มีมี่ที่เห็นความกังวลของดาเนะ ประกอบกับความไม่มั่นใจและกังวลเฉกเช่นเดียวกับดาเนะที่เป็นอยู่

“คุณดาเนะคะ งั้นเกาะบ่ามีมี่ไว้นะคะ เดี๋ยวพวกเราขึ้นไปเยี่ยมคุณวีกันสองตัว มีมี่ก็เป็นห่วงอาการคุณวีกันน่ะค่ะ” มีมี่ลุกจากเก้าอี้ที่นั่งเดินมาเพื่อจะช่วยประคองดาเนะขึ้น แต่กลับถูกปฏิเสธจากดาเนะทั้งที่อาการปวดช่วงท้องนั้นยังมีอยู่บ้างแม้จะบรรเทาลงบ้างแล้ว “ไม่เป็นไรครับ ผมพอเดินเองได้ คุณมีมี่รีบขึ้นดูอาหารของวีก่อนเถอะครับ วีอาการน่าเป็นห่วงกว่าผมอีก” ดาเนะพยายามตั้งตัวลุกขึ้นยืนด้วยกำลังตัวเองแต่ก็ไม่สามารถยืดตัวตรงได้ตามปรกติ จึงต้องก้มโค้งงอตัวเล็กน้อยเพื่อไม่ให้หน้าท้องยืดตึงและเกิดอาการปวด

“...ได้ค่ะ งั้นคุณดาเนะค่อยๆตามมานะคะ” มีมี่ตอบกลับและเตรียมอุปกรณ์ผ้าพันแผลและยาต่างๆเดินขึ้นห้องวีไปก่อน โดยปล่อยให้ดาเนะค่อยๆเดินตามมาทีหลังอย่างช้าๆ ด้วยอาการที่บาดเจ็บทำให้การเดินนั้นไม่ได้ดั่งใจต้อการ เพราะต้องค่อยๆขยับตัวช้าๆให้ร่างกายลดการสะทือนให้มากที่สุด โดยเฉพาะการขึ้นบันไดนั้นที่ต้องค่อยๆขึ้นทีละก้าวอย่างช้าๆ และใช้แขนทั้งสองเกาะราวบันไดยึดร่างกายไว้ไม่ให้เผลอพลั้งก้าวพลาด ดาเนะค่อยๆขยับก้าวขาช้าๆจนถึงชั้นบนสุดของที่พักที่วีพักอาศัยอยู่ แต่เมื่อเข้าไปนั้นกลับไม่พบเจอมีมี่ที่ล่วงหน้ามาก่อน มีเพียงแต่กิ้งก่าสีเหลืองที่นอนสงบหันหัวไปอีกทางให้เห็นแต่หลังหัวกับเส้นผมที่ถูกปล่อยจากการผูกมัดไว้ แต่เมื่อหันไปข้างๆอีกทางนั้นก็พบกับมีมี่ที่นอนอยู่บนเก้าอี้ยาวอยู่ด้วยเช่นกัน ดาเนะตีความเองว่าเธอคงจะเหนื่อยเลยขอพักหลับตรงนั้น เพราะระยะเวลาที่ดาเนะใช้ในการเดินทางมาก็กินเวลาพอสมควรเช่นกัน

“ค่อยยังชั่วที่วียังอยู่” ดาเนะบ่นพึมพำออกมาเบาๆกับตัวเองก่อนที่จะเดินไปทางมีมี่ “ขอบคุณคุณมีมี่ที่ช่วยดูแลวีนะครับ” ดาเนะกระซิบบอกเบาๆเพื่อเป็นการขอบคุณ แม้ว่าจะได้ซึ่งเสียงตอบกลับจากใบหน้าของเธอที่หลับสนิทแล้วก็ตาม แม้ว่าหน้าท้องจะยังเจ็บแต่ดาเนะก็ค่อยๆอุ้มคุณมีมี่ขึ้นมา และพาร่างของเธอลงกลับที่ห้องอีกครั้ง แต่ระหว่างที่กำลังจะวางเธอลงบนเตียงสีชมพูอ่อนนั้น มือที่อ่อนนุ่มของเธอเอื้อมมาคว้าขอมือที่เล็กบางของกิ้งก่าไว้หลวมๆ

“คุณวี อย่าจากมีมี่ไปนะคะ ถ้าคุณวีไม่อยู่แล้วมีมี่จะอยู่ได้ยังไง” มีมี่ละเมอคำพูดในจิตใจและความฝันออกมาให้กับดาเนะฟัง เยงที่เอ่ยแผ่วเบานั้นแต่เต็มด้วยความรู้สึกที่อัดอั้นที่ไม่อยากให้บุคคลที่รักนั้นต้องจากไปไหน ซึ่งดาเนะรับรู้ความรู้สึกนั้นได้อย่างเข้าใจ เพราะสถานะของตนนั้นก็เฉกเช่นเดียวกับมีมี่ที่ให้ความสำคัญกับวีแทบไม่ต่างจากเธอนัก

“คุณมีมี่ ไม่ต้องห่วงนะครับ วีเข้าไม่ได้หนีไปไหน เพียงแต่นอนหลับพักผ่อนอยู่ข้างบนเท่านั้นเอง” ดาเนะกล่าวปลอบประโลมและค่อยๆคลายมือขอมีมี่ออกจากข้อมือตน และวางแขนให้อยู่ในท่าที่นอนได้สะดวกที่สุด จากนั้นจึงเดินกับขึ้นห้องของวีอีกครั้งเพื่อที่จะอยู่เฝ้าดูอาการต่อแทนจากมีมี่ เมื่อมาถึงห้องพักของวีซึ่งยังคงนอนหลับวนิทอยู่นั้น ดาเนะจีงไปลากเก้าอี้เบาๆมานั่งเฝ้าอาการ ซึ่งอาการปวดที่หน้าท้องเริ่มหายเป็นปรกติตามเดิมแล้ว

“ดาเนะหรอ” เสียงที่เอ่ยเบาๆนั้นกระตุ้นให้ดาเนะที่นั่งอยู่นั้นตื่นทันที “วี...เสียงของวีเป็นอะไรน่ะ!?” ดาเนะที่รู้ถึงความเปลี่ยนแปลงของเสียงตื่นตระหนก เพราะมันไม่ใช่เสียงอย่างที่ควรจะเป็นของวี “อ...เอ่อ...ข้าไม่...เอ้ย...ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย” เสียงของวีตอบตะกุกตะกักยิ่งทำให้ดาเนะยิ่งเป็นกังวลมากยิ่งขึ้นไปอีก

“แต่เสียงวีมัน..วีเป็นอะไรหรือเปล่า” ดาเนะยิ่งร้อนรนและกังวลมากยิ่งขึ้นแต่ก็ไม่กล้าทำอะไร เพราะรู้ว่าโครงอกของวีนั้นได้รับบาดเจ็บอยู่ “ไม่เป็นไรจริงๆดาเนะ แค่เสียงแหบนิดหน่อยแล้วก็คอแห้งด้วยน่ะ” วีกล่าวตอบกลับให้กับดาเนะที่ยังตื่นตระหนกอยู่

“คอแห้งงั้นหรอ แป๊ปนึงนะวี” ดาเนะหันไปมาเพื่อจะหาอะไรที่เป็นเครื่องดื่มได้ให้ได้ดื่ม ซึ่งไปสบกับเหยือกน้ำหนึ่งกับแก้วที่เป็นเครื่องดื่มสำหรับแขกที่มาพัก ดาเนะรีบเดินไปรินน้ำดื่มนั้นและนำมาให้วีดื่มในทันที “วี น้ำมาแล้ว ลุกขึ้นมาดื่มไหวไหมน่ะวี” ดาเนะลงมานั่งและถือแก้วเครื่องดื่มรอเอาไว้ให้กิ้งก่าที่บาดเจ็บได้ลุกขึ้นมา

“ขอบคุณนะ” วีกล่าวพร้อมกับชันตัวลุกขึ้นจากเตียงในทันที แต่เมื่อผ้าห่มที่เคยห่มร่างนั้นออกจากร่างกาย ดาเนะที่ใจเริ่มสงบแล้วกลับมาตื่นตระหนกเต้นไม่เป็นสุขอีกครั้งหนึ่ง แผ่นอกที่แบนราบและที่ดูสมส่วนแข็งแรงเผยให้ดาเนะได้เห็น “ว...วี...ล...ลุกขึ้นมาแบบนี้ได้ไง...แล้ว.ผ...ผ้าพันแผล...ห...หายไปไหน...” ดาเนะพูดแทบจะไม่เป็นศัพท์และยังตะกุกตะกักไม่ได้ความไม่ใช่เพราะเห็นโครงอกของวี แต่เพราะโครงอกที่บาดเจ็บที่ต้องได้รับการดูแลนัน กลับไม่มีซึ่งอุปกรณ์รักษาต่างๆที่ควรจะมี โดยเฉพาะผ้าพันอกที่เคยรัดเอาไว้

“อ...เอ่อ...อ่า...ดาเนะ...คือข้า... ม...มีมี่เขาบอกให้คลายออกเพื่อผ่อนคลายช่วงอกบ้าง...” วีที่เห็นอาการตื่นของเพื่อนตนนั้นทำให้ตัวเองตื่นตามไปด้วยจนพูดติดขัด “ต...แต่ข้า...เอ่อ...ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นไรมากนะ...เนี่ย...” วีลูบแผ่นอกของตัวเองไปมาให้ดูกลับยิ่งทำให้ดาเนะช็อคมากกว่าเก่าจนแทบผมจะตั้งได้แล้ว

“ว...วี...อย่านะ...อย่าทำแบบนั้นนะ” ดาเนะรีบคว้าข้อมือของวีให้หยุดการลูบคลำไปมาในทันที “ถ้าเกิดอกของวีเป็นอะไรขึ้นมาจะทำยังไงน่ะ” ดาเนะต่อว่ากลับซึ่งทำให้วีหน้าเสียหางงตาตกลงในทันที “...ส...เสล...เอ้ย...ข้าพเจ้าขอโทษ” วีขอโทษกลับและเบือนหน้าหลบทางอื่นในทันที “ยังไงวีก็ดื่มน้ำก่อนละกันนะ” ดาเนะยื่นแล้วน้ำให้กับเสลธที่ยังคงหันไปอีกทางอยู่

“อือ...ขอบใจนะ” วีหันกลับมารับแก้วนั้นและยกขึ้นดื่มช้าๆจนหมดแก้ว “วี...ไม่สบายด้วยหรอ...เป็นอะไรมั้ยน่ะวี” ดาเนะที่สังเกตุเห็นแผ่นผ้าความเย็นดูดไข้ที่หน้าผากของวีนั้นถามด้วยเสียงที่ไม่สบายใจ เพราะไม่คิดว่าอาการของวีจะแย่ขนาดนี้ นอกจากจะบาดเจ็บที่โครงอกแล้วนั้นยังมีไข้อีกด้วย

“ไม่เป็นไรนะ ขอบคุณสำหรับน้ำ แล้วก็เดี๋ยวยังไงเสล....ข้าพเจ้าขอนอนพักสักหน่อยละกันนะ” วียื่นแก้วกลับให้กับดาเนะและค่อยๆเอียงตัวลงนอนช้าๆพร้อมกับห่มผ้าห่มด้วย “วี เดี๋ยวเราเปลี่ยนแผ่นผ้าทำความเย็นให้เอามั้ย” ดาเนะถามซึ่งได้รับการปฎิเสธจากวีแทบจะในทันที

“ไม่ได้นะดาเนะ อย่าแตะหน้าผากนะ” วีโต้ว่ากลับด้วยเสียงที่ตื่นเสมือนไม่พอใจซึ่งทำให้ดาเนะผงะกลับไปในทันที “อะ...เอ่อ ถ้างั้นก็ไม่เป็นไร” ดาเนะมีท่าทีหวาดๆกับสิ่งที่เห็นแล้วกลับลงไปนั่งที่เก้าอี้ตามเดิม “วี ถ้ามีอะไรก็บอกนะ” ดาเนะกล่าวท้ายและเดินไปที่หน้าต่างเพื่อเปิดออกให้กว้างให้รับลมและแสงแดดเข้ามาในห้อง แสงแดดที่อ่อนและบริสุทธิ์ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆชวนสดชื่นไปทั้งห้อง

“วันนี้อากาศดีจังเลยนะวี ทั้งลมทั้งแสงแดดดีมากเลยล่ะ” ดาเนะพูดกับวีที่นอนห่มผ้าห่มนิ่งๆแต่ยังไม่หลับ “อืมมม” วีตอบกลับและนอนนิ่งๆต่อ ดาเนะที่เห็นอาการของวีที่ไม่ค่อยดีหรือสดชื่นจึงเดินกลับมานั่งข้างๆอีกครั้ง “วี งั้นเดี๋ยวเราเช็ดตัวให้เอามั้ย อาบน้ำตอนเช้าในวันอากาศดีๆแบบนี้ทำให้เราสดชื่นดีนะ แต่ไม่ต้องห่วงนะวี เราไม่เช็ดที่โครงอกหรอก” ดาเนะกล่าวอาสาที่จะช่วยวีและรีบลุกตรงไปที่ห้องสำหรับอาบน้ำทันทีโดยไม่รอการยืนยันจากเจ้าของร่างที่จะได้รับการทำความสะอาด

“ด...ดาเนะ...ม...ไม่ต้อง...” วียังไม่ทันจะกล่าวก็กล่าวไม่ทันเสียแล้ว จึงได้แต่นอนรอให้ดาเนะกลับมาหาอีกครั้ง และเมื่อดาเนะกลับมาพร้อมกับภาชนะบรรจุที่คล้ายกับขันน้ำกับผ้าขนหนูผืนเล็ก วีจึงเริ่มที่จะบอกปฎิเสธกับดาเนะอีกครั้ง “ดาเนะ...คือไม่ต้องก็ได้...ส...ข้าพเจ้าโตแล้วทำเองได้แล้วน่ะ” วีกล่างกลับแต่โดนดาเนะส่ายหน้าปฏิเสธขณะบิดผ้าขนหน้าที่ชุ่มน้ำให้หมาด

“แต่วีบาดเจ็บแบบนี้วีเช็ดตัวเองไม่ไหวหรอก วีจะได้สบายตัวด้วยยังไงล่ะ นอนเฉยๆแบบนี้วีคงเบื่อที่ทำอะไรไม่ได้ด้วย อย่างน้อยได้อาบน้ำตอนเช้าสักหน่อยจะรูสึกสดชื่นและช่วยได้จริงๆนะ” ดาเนะยังคงยืนยันที่จะช่วยเช็ดตัวซึ่งวีก็ไม่ปฎิเสธต่อ ได้แต่เพียงนอนนิ่งเงียบๆเท่านั้น

“งั้นเดี๋ยวขอเปิดผ้าห่มหน่อยนะวี จะได้เช็ดตัวได้” ดาเนะขออนุญาติซึ่งได้รับการพยัคหน้าจากเจ้าของร่างแล้ว ผ้าห่มที่ห่มร่างกายนั้นค่อยๆถูกร่นลงและนำไปตากแดดที่กลางพื้นห้องที่แดดส่องเพราะไม่มีพื้นที่ไวสำหรับแขวน จากนั้นดาเนะจึงเดินกลับมาและหยิบผ้าขนหนูที่บิดหมายแล้วค่อยๆเข็ดที่แขนของวีช้าๆและเบามือ

“วี ถ้าเจ็บอะไรตรงไหนบอกเลยนะ” ดาเนะก่าวพร้อมกับค่อยๆเช็ดแขนนั้นช้าๆเพื่อไม่มให้กระทบกระเทือนกับโครงอก “อือ...” วีตอบกลับและปล่อยให้ดาเนะค่อยๆเช็ดตัวจนเสร็จข้างหนึ่งต่อไปอีกข้างหนึ่ง “เป็นไงบ้างวี รู้สึกดีขั้นบ้งมั้ย” ดาเนะถามด้วยอารมณ์ดีซึ่งทำให้วีได้ยิ้มตามด้วย “อือ รู้สึกดีขึ้นเยอะเลย” วีตอบกลัวด้วยรอยยิ้มน้อยๆที่มุมปากก่อนที่จะกลับมาเป็นสีหน้าปรกติอีกครั้งจนดาเนะเช็ดที่แขนอีกข้างเสร็จ ดาเนะเดินมาเอาผ้าชุบน้พและบิดให้หมาดอีกครั้งและไปที่ส่วนขาของวีที่สวมกางเกงขายาวอยู่ “เดี๋ยวขะเช็ดส่วนขาให้ด้วยละกัน จะได้สดชื่นทั้งสบายตัวนะ” ดาเนะขออนุญาติและค่อยๆพับขากางเกงขึ้น

“ด...ดาเนะ...เดี๋ยวข้าทำเองก็ได้” วีที่รับรู้ถึงการสัมผัสเนือผ้ากางแกงของดาเนะสะดุ้งตกใจและห้ามในทันที อีกทั้งยังหน้าแดงขึ้นสีอีกด้วย “ไม่ได้นะวี วีบาดเจ็บแบบนั้นวีก้มตัวไม่ได้นะ ไม่ต้องห่วงหรอกวี เราไม่...ถอดกางเกงวีหรอก...เราไม่กล้าทำแบบนั้นหรอก...แค่พับขากางเกงให้มันสั้นเหมือนกางเกงขาสั้นเท่านั้นเอง” ดาเนะรีบตอบกล่าวกลับทั้งสีหน้าที่ออกสีแดงเฉกเข่นเดียวกับวี และหยุดพับขากางเกงเหมือนผ้านั้นเลยหัวเข่าไปได้นิดหน่อย

“...ก...ก็ได้...ถ้อย่างนั้นก็ไม่เป็นไร...ข้า...ข้าพเจ้าตกใจนิดหน่อยน่ะ” วีแก้ตัวอย่างเคอะเขินกลับซึ่งไร้ซึ่งการตอบกลับของดาเนะที่ค่อยๆพับขากงเกงจนเสร็จ เมื่อดาเนะทำความสะอาดเช็ดตัวที่ส่วนขาทั้งสงข้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดาเนะก็ลุกขึ้นและหันกลับมาถามวีทันที “เป็นยังไงบ้างวี รู้สึกดีขึ้นมั้ย” ดาเนะเดินกลับมาที่เก้าอี้และยกภาชนะใส่น้ำนั้นเดินกลับไปที่ห้องน้ำหลังจากที่ได้ยินคำตอบ

“อือ...รู้สึกดีขึ้นเยอะจริงๆด้วย” วีตอบให้กับดาเนะกลับด้วยความรู้สึกที่ดีและสดชื่นให้กับดาเนะ และเมื่อดาเนะกลับมาพร้อมกับผ้าขนหนูผืนดิมอีกครั้ง “เหลือแต่ส่วนหน้าล่ะน่ะที่ยังไม่ได้เช็ด ยังไงวีก็หลับตาก่อนนะ เดี๋ยวเราเช็ดให้” วีหลับตาลงในทันทีและให้ดาเนะค่อยๆซับใบหน้านั้นเบาๆจนเสร็จทั่วไปหน้า “ถือว่าตอบแทนที่วีเคยช่วยเช็ดตัวให้เราตอนที่เรากินมากจนท้องเป่งตอนนั้นน่ะ ขอบคุณนะวีที่ไม่รังเกียจและช่วยเหลือเราในตอนนั้นน่ะ” ดาเนะกล่าวขอบคุณวีและรีบเดินกลับไปที่ห้องน้ำในทันทีเพื่อทำความสะอาดผ้าขนหนูนั้น โดยไม่รอคำตอบของดาเนะแต่อย่างใด และเมื่อดาเนะกลับมาอีกครั้งก็นั่งลงที่เก้าอี้ในทันที

“เอ่อ...ไม่เป็นไรดาเนะ” วีกล่าวกลับและหันไปมองดาเนะช้าๆแต่เบี่ยงสายตาหลบไปที่อื่นเหมือนไม่กล้าสบตาด้วย “ดาเนะ...จะเป็นอะไรไหมถ้าข้พเจ้าจะขอร้องเรื่องนึงน่ะ...” วีถามด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่ค่อยมีความกล้าและมั่นใจกับดาเนะ “มีอะไรหรอวี ทำไมสีหน้าไม่ค่อยดีเลย” ดาเนะถามด้วยอาการเป็นห่วงเพราะสีหน้าของวีนั้นเริ่มขึ้นสีแดงเหมือนอาการฤทธิ์ไข้จะตีขึ้นมา

“คือ...อ่า...คือ...อยากให้ดาเนะ...นอนเป็นเพื่อนข้างๆจะได้ไหม...” วีกล่าวเคอเขินช้าๆและไม่สบตากับดาเนะอีกด้วย “แต่ถ้าไม่ได้...ก็ไม่เป็นไร...คือแค่อยาก...!!” วีที่จะพยายามกล่าวต่อต้องหยุดชะงักการสนทนาทันทีเมื่อดาเนะที่เคยนั่งอยู่นั้นลงมานอนบนเตียงด้วย

“นึกว่าอะไรซะอีกวี แต่วีไม่อึดอัดนะ?” ดาเนะที่ตอบกลับขณะที่ลงนอนข้างๆแล้วเรียบร้อย แม้ว่าจะไม่ใช่เตียงที่ขนาดใหญ่โอ่อ่า แต่เตีงในห้องพักพิเศษVIPของมีมี่นั้นใหญ่สำหรับให้หางสองตัวนอนได้สบายๆ โดยเฉพาะร่างของกิ้งก่าที่เพรียวบางด้วยแล้ว จึงทำให้เตียงนี้ใหญ่พิเศษสำหรับทั้งคู่

“งั้นเดี๋ยวนอนด้วยกันนะวี แต่วีต้องห่มผ้าห่มหน่อยนะ พึ่งเช็ดตัวเสร็จแล้วโดนลบเดี๋ยวจะไม่สบายเอา” ดาเนะกล่าวพร้อมกับลุกจากเตียงนำผ้าห่มผืนใหม่ในตู้ออกมาห่มคลุมร่างทั้งคู่ให่อบอุ่น แม้ว่าจะเป็นช่วงเวลาบ่ายก็ตาม แต่เนื่องจากอากาศไม่ใช่ช่วงเวลาของฤดูร้อน ทำให้การหมผ้าห้มในช่วงเวลาบ่ายนั้นจึงไม่ร้อนอึดอัด และยังมีลมธรรมชาติไหลพัดผ่านระบายอากาศตลอดเวลา ทำให้ห้องพักพิเศษแห่งนี้มีอากาศที่ปลอดโปร่ง สดชื่นจากแสงแดด และเย็นสบายอีกด้วย

“อ...อือ...” วีกล่าวรับเมื่อผ้าห้มนั้นห่มคลมถึงหัวไหล่แล้วเรียบร้อยซึ่งทำให้เกิดอาการง่วงนอนขึ้นมาในทันที “ดาเนะ...ดาเนะนอนข้างๆ...ข้าพเจ้านะ แล้วก็จับมือข้าพเจ้าด้วยนะ...” วีเริ่มขอร้องดาเนะซึ่งเริ่มสงสัยแต่ไม่ได้เก็บมาคิดอะไรมากนัก “อือ...ได้สิ” ดาเนะเริ่มความมือของตัวเองใต้ผ้าห่มจนสัมผัสเจอมือของเสลธและประสานมือมือระหว่างวีกับดาเนะไว้ไม่ให้หลุดอย่งหลวมๆ “แบบนี้ได้มั้ยน่ะวี” ดาเนะถามซึ่งวีก็ตอบกลับขอบคุณในทันที

“อ...อือ...ขอบคุณนะดาเนะ งั้นเรานอนกันเถอะ ข้าพเจ้าเริ่มง่วงแล้วด้วย” วีหันหน้าไปอีกทางกล่าวขอบคุณภายใต้สีหน้าเรื่อแดงโดยไม่ให้ดาเนะได้เห็น “อือ งั้นเรานอนด้วยกันเถอะนะวี” ดาเนะกล่าวและค่อยๆหลับตาลงจนเข้าสู่ห้วงนิทรา


“ดาเนะ...เสลธจะไม่ลืมความสุขนี้อย่างแน่นอนเลย เสลธขอโทษที่เอาแต่ใจ...แต่...เสลธอยากอยู่ข้างๆกับดาเนะแบบนี้ไปตลอดจริงๆ” ใบหน้าของวีนั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มแห่งความสุขภายใต้ใบหน้าที่เรื่อสีแดงอ่อน แววตาและรอยยิ้มแสดงถึงความปิติที่อบอุ่นก่อนเปลือกตาบนจะค่อยๆหลับตาลงและเข้าสู่ห่วงนิทราทั้งความสุข ใบหน้าของวียังคงยิ่มด้วยความรู้สึกอบอุ่นและขึ้นสีแดงเลือดฝาดที่แก้มแม้กระทั่งหลับสนิทแล้ว และเมื่อวีที่นอนพลิกตัวหันหน้าเข้าหาดานะที่หลับสนิทกันทั้งคู่แล้วนั้น แผ่นผ้าที่แปะที่หน้าผากของวีเริ่มหมดความเหนียวและร่อนหลุดจากหน้าผาก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นรูปกากบาทกลางหน้าผากของกิ้งก่าที่ปลอมตัวแทนกิ้งก่าที่ชื่อว่าวี

Author:  fushigidane [ Thu Feb 16, 2012 8:57 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

“กิล...ข้าพเจ้าขอโทษที่มาช้า...แฮ่กๆๆ” เสียงของวีหอบและแผ่วเบาที่ไม่ใช่มาจากฤทธิ์ยาชาที่เสลธได้ทาไว้ให้ แต่มาจากร่างกายที่เหนื่อยล้าที่เกินขีดจำกัดของร่างกายกิ้งก่าที่สามารถรับได้ไว ดวงตาที่โรยราจากอาการอ่อนเพลีย ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงซึ่งการทรงตัวโดยลำพังของตน จำต้องพึ่งกิ่งไม้ใหญ่คอยรองรับน้ำเหมือนดั่งไม้เท้า แขนขาที่สั่นไร้ซึ่งกำลังที่มั่นคงแต่จำต้องฝืนการใช้งานเพื่อพาร่างนี้ให้ถึงที่หมาย กิลที่เห็นสภาพเพื่อนใต้บังคับบัญชาด้วยตาที่มองเห็นอย่างพินิจ


“วี...มาช้ามากเลยนะรู้มั้ย แล้วรู้ใช่มั้ยว่าภารกิจนี้อยู่ระดับสูงสุด ห้ามปฎิบัติการผิดพลาดขั้นเด็ดขาด” กิลพูดด้วยเสียงที่สงบนิ่งแต่รุนแรงเหมือนดั่งคำพิพากษาลงทัณฑ์ความผิดพลาดต่อหน้าสัตว์หางทุกตัว ไม่เว้นแม้แต่เหล่ากิ้งก่าอัลฟ่าที่สองซึ่งเคยอยู่ภายใต้การฝึกสอนของวี

“ไหน...บอกเหตุผลมาซิว่าทำไมถึงมาสาย เราไม่เชื่อว่ากิ้งก่าอย่างวีจะมาสายเพราะเรื่องที่ไม่มีเหตุผลแน่” ในความคิดและมุมมองของกิลที่มีต่อวีซึ่งเป็นเพื่อนกันมาตลอดตั้งแต่แรกรู้จักตอนยังเป็นเด็ก วีจะเป็นกิ้งก่าที่ค่อนข้างจริงจังกับเรื่องที่ได้รับมอบหมายเป็นอย่างมาก และไม่เคยที่จะละเมิดออกจากกฎระเบียบหรือข้อบังคับที่มีอยู่สักครั้ง ประกอบกับร่างกายส่วนโครงอกที่บาดเจ็บของวีที่มีผ้าพันแผลพันไว้รอบอกจนแนบแน่นไปกับร่างกาย การพันผ้าเช่นนี้แสดงว่าไม่ต้องการให้ส่วนนั้นขยับเคลื่อนไปมามาก และโครงอกเป็นส่วนที่สำคัญต่อร่างกายเป็นอย่างมาก ตามปรกติควรจะได้รับการพักผ่อนให้อยู่เฉยมากกว่าที่จะให้ออกมาปฎิบัติภารกิจแบบนี้ ซึ่งนั่นหมายถึงอันตรายต่อร่างกายอาจถึงขั้นแก่ชีวิตได้

และอีกเหตุผลที่กิลคิดว่าเป็นเรื่องที่ไม่ปรกตินั่นคือ วีเป็นกิ้งก่าที่มีความสามารถในการลงสนามที่ถือว่าค่อนข้างสูงมาก แม้ว่าร่างกายของเผ่ากิ้งก่าจะไม่แข็งแรงเฉกเช่นสัตว์หางที่เข้าต่อสู้ระยะประชิดอย่างหมาป่าหรือวาฬ แต่กิ้งก่าก็เป็นสัตว์หางที่มีความคล่องตัวสูงเพื่อชดเชยกับความอ่อนแอของร่างกาย

โดยเฉพาะกิ้งก่าวีที่แทบจะจับตัวได้ยาก อีกทั้งร่างกายที่ผ่านการฝึกฝนพิเศษกว่าปรกติทั้งจากกองกำลังอัลฟ่าและการฝึกร่างกายเอง จะเห็นได้จากขนาดของร่างกายที่ดูสูงใหญ่และโครงอกกว้างกว่ากิ้งก่าโดยปรกติทั่วไปในอายุเฉลี่ยเท่าๆกันทั้งจากดาเนะและเสลธ ซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าเป็นกิ้งก่าที่ร่างกายแข็งแรงที่สุดก็ว่าได้ แต่กลับต้องมีสภาพร่างกายบอบช้ำและบาดเจ็บสาหัสด้วยสายตาของกิลที่มองเห็น ซึ่งผิดวิสัยเป็นอย่างมากสำหรับกิ้งก่าตัวนี้ที่ไม่เคยมีประวัติการบาดเจ็บเช่นนี้มาก่อน ซึ่งต้องเป็นการจู่โจมที่ฉับไว แม่นยำ และรุนแรงในคราเดียว

“......” วีนิ่งเงียบไม่ตอบอะไรออกมาจากปากแก่คำถามที่ตัวเองได้รับฟังมา “เรื่องนั้นมันไม่สำคัญหรอกกิล ภารกิจนี้สำคัญกว่า...” วีพูดเกือบจะจบประโยคแล้วแต่ด้วยร่างกายที่เกินขีดจำกัดที่จะเค้นพลังออกมาได้อีกแล้ว แขนขาที่อ่อนแรงไร้ซึ่งความรู้สึกชั่วขณะ มือกรงเล็บที่กำกิ้งไม้ใหญ่คลายออก ร่างกายที่เคยเกือบตั้งตรงเอนล้มตัวลงไปอย่างรวดเร็วตามแรงดึงดูดของดวงดาว แต่เสี้ยววินาทีที่โครงอกกำลังจะกระแทกฟาดกับพื้นให้ซี่โครงหัก ทหารกุ้งเกราะสีทองทั้งหกตัวเข้ามาใช้หลังเล็กๆรองรับส่วนต่างๆของร่างกายเพื่อกระจายน้ำหนักออกไปไม่ให้เป็นอันตรายกับส่วนที่บาดเจ็บ ดวงตาที่อ่อนเพลียเหมือนมีอะไรถ่วงหนังตาตลอดเวลายังคงถูกฝืนจากเจ้าของร่างไม่ให้เป็นไปตามร่างกายสั่ง

“พี่วี!!!” เหล่ากิ้งก่าจากกองกำลังอัลฟ่าที่สองต่างตะโกนร้องเรียกรุ่นพี่ของตนด้วยอาการตกใจและกรูกันเข้ามาหาด้วยความเป็นห่วง แต่ทุกตัวที่วิ่งเข้ามาหานั้นหยุดวิ่งชะงักในทันทีที่เห็นสัญญาณมือสั่งห้ามจากหัวหน้าทีมชุดนี้ แม้ว่ามือจะสั้นและอยู่ในชุดเกราะเต็มยศจนดูยากก็ตาม แต่ทุกกิ้งก่ารุ้นน้องทุกตัวก็เข้าใจสัญาณนั้นและปฎิบัติตามในทันที แม้ว่าใจจริงอยากจะเข้าไปรุ่นพี่ของตนหาก็ตามที

“กิล...แล้วลูกทีมของข้าพเจ้าเป็นยังไงบ้าง ปลอดภัยใช่มั้ย ไม่เป็นอะไรกันใช่มั้ย” แม้ว่าร่างกายของวีจะไม่ไหวและเกินขีดจำกัดแล้วก็ตาม แต่จิตใจที่ยังเป็นห่วงต่อรุ่นน้องใต้สังกัดของตนยังคงต้องการคำตอบโดยไม่สนถึงความปลอดภัยของร่างกายตัวเอง เพราะตนบกพร่องในหน้าที่ในการอบรมและฝึกสอนรุ่นน้อง ไม่เป็นตัวอย่างรุ่นพี่ที่ดีให้เห็น และไม่เคยให้ความรักเอ็นดูและการดูแลของรุ่นพี่ต่อรุ่นน้องเลยสักครั้ง นี่คือความคิดที่วีตำหนิต่อตัวเองมาตลอดและไม่คิดที่จะให้อภัยอย่างเด็ดขาดถ้าเกิดอะไรขึ้นกับรุ่นน้องของตน

“พี่วี...” กิ้งก่ารุ่นน้องทุกตัวต้องเรียกชื่อรุ่นพี่ของตนและรู้สึกทราบซึ้งกับความรู้สึกที่ไม่ได้บอกออกมาเป็นคำพูด แต่ทุกตัวสามารถสัมผัสได้โดยจิตใจของรุ่นน้องที่มีต่อรุ่นพี่ได้ แต่เนื่องจากยังอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาอยู่ระหว่างการสั่งห้ามทุกชนิด จึงทำได้แต่มองรุ่นพี่ของตนและเก็บคำตอบที่ต้องการจะตอบไว้อยู่ในใจ

“ถ้าให้รายงานตามสภาพการณ์ของภารกิจนี้ล่ะก็ ตอนนี้สภาพร่างกายของกิ้งก่าทุกตัวเหนื่อยล้าจากการเดินทางมาพอสมควร แต่ไม่มีรายความเสียหายหรือบาดเจ็บจากสังกัดที่ควบคุม แต่สภาพจิตใจในตอนนี้ทุกตัวอยู่ในขั้นวิกฤติและตกต่ำอาจถึงขั้นสูญเสียกำลังใจได้ ซึ่งเป็นสิ่งที่อันตรายมากกว่าร่างกายที่บาดเจ็บ เป็นผลเพราะไม่ได้รับการฝึกฝนที่เพียงพอจากรุ่นพีที่ต้องได้รับหมายดูแล” กิลรายงานทุกอย่างให้วีฟังตามที่ได้รับคำถามมาโดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกและจิตใจของเพื่อนที่บาดเจ็บ เพราะยังถือว่าอยู่ในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ ไม่สามารถใช้ความรู้สึกส่วนตัวเข้าแทรกแซงได้

“งั้นหรือ ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรก็ดีแล้ว แต่พี่ขอโทษที่พี่เป็นรุ่นพี่ที่ดีไม่ได้ พี่ไม่เคยอบรมหรือดูแลตามฐานะรุ่นพี่เลยสักครั้ง ไม่เคยแม้แต่จะได้คุยถามสารทุกข์สุขดิบคุยเล่นกันเลยสักครั้ง พี่ขอโทษ... พี่ขอโทษที่ทำให้พวกเราทุกตัวต้องเป็นแบบนี้ พี่ไม่รู้ว่าพี่จะทำยังไงถึงจะชดเชยความผิดนี้ได้ แต่สิ่งเดียวที่พี่อยากบอกจากใจจริงนั้นคือ พี่ขอโทษ...พี่ขอโทษ...ค่อกๆๆ...อะ...อัก...โขลกกกกกๆ...”

สิ่งเดียวที่วีสามารถทำได้ตอนนี้คือการกล่าวขอโทษจากจิตใจ แม้จะรู้ว่าเป็นความผิดที่ไม่สมควรได้รับอภัยก็ตาม อย่างน้อยวีก็อยากสื่อความรู้สึกให้ได้รับรู้แก่รุ่นน้องที่เป็นห่วง แต่ด้วยร่างกายที่อยู่ในสภาพไม่พร้อมกับการพูดคุยทั้งอาการบาดเจ็บ ทั้งการฝืนตะเบ็งเสียงทั้งที่แทบจะเค้นเสียงออกมาไม่ได้และไม่ไหวก็ตาม ส่งผลให้โครงอกยิ่งทำงานมากขึ้นและมีการขยับที่มากตาม ซึ่งเป็นสิ่งที่เสลธได้เตือนห้ามเอาไว้ก่อนที่วีจะเดินทาง

เมื่อผลของฤทธิ์ยาชาที่เสลธได้ทาเอาไว้หมดลง ความรู้สึกเจ็บปวดเหมือนกับการนำวาฬนับ10ตัวมากดทับที่หน้าอกของวีได้ทำงานในทันที ส่งผลให้ระบบควบคุมต่างๆล้มเหลวไปในทันที ดวงตาที่เหลือกบนจากความเจ็บปวด ต่อมน้ำลายที่ควบคุมไม่ได้ทำให้น้ำลายไหลไม่หยุดผ่านมุมปากทั้งสอง ลมหายใจที่แผ่วเบาลงเหมือนแทบไม่ได้หายใจ ปริมาณอาการไหลเข้าผ่านปอดไม่สอดคล้องกับความต้องการของร่างกายทำให้เกิดอาการวิงเวียน หูอื้อไม่ได้ยินอะไร วิสัยทัศน์เริ่มเปลี่ยนสีเป็นสีมืดหม่นไร้สี และการอาเจียนออกของสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหาร แต่ด้วยฤทธิ์ร่างกายที่ไม่สามารถสั่งการเองได้ ทำให้วีนอนกองสำรอกและน้ำลายตัวเองทั้งร่างกายกระตุกชัก รุ่นน้องกิ้งก่าทุกตัวที่เห็นสภาพของรุ่นพี่ตนต่างขวัญเสียและทำอะไรไม่ถูก แม้แต่เสียงที่จะร้องอุทานออกมายังไม่สามารถเปล่งออกมาได้

“ไม่ได้การแล้ว นี่ขั้นวิกฤติอันตรายถึงที่สุดของร่างกายขั้นสั่งการไม่ได้ ไม่รู้อะไรต่างๆแล้ว” แม้แต่วาฬกิลที่ห็นภาพยังแทบประคองสติตัวเองไม่ให้หลุดยังทำได้ยากแต่ก็สามารถกลับมาควบคุมสติของตนไม่ให้ตื่นตาม “แต่จะทำยังไงดี นี่ไม่ใช่การบาดเจ็บทางกายภาพ การใช้ยาอะไรต่างๆก็ไม่สามารถทำได้ด้วย แล้วเกิดอะไรขึ้นกับวีกันแน่ ทำไมถึงอาการถึงเลวร้ายได้ขนาดนี้” คำถามต่างๆถูกตั้งถามขึ้นมาในหัวของกิลที่ไม่รู้จะหาคำตอบจากที่ไหนได้โดยเฉพาะจากเจ้าตัวที่บาดเจ็บ

“หรือว่ามาจากที่โครงอกที่พันผ้าพันแผลนั่น” กิลฉุกคิดสิ่งที่ผิดปรกติจากตัววีขึ้นมาได้จึงร่ายเวทบางอย่างและปรากฎฟองน้ำห่อหุ้มตัววีให้ลอบอยู่ในนั้น ซึ่งอาการของวีดีขึ้นบ้างเล็กน้อยในทันทีที่อยู่ในฟองน้ำเวมมนต์นี้ แต่วียังคงไม่รับรู้ต่อสิ่งต่างๆภายนอกเช่นเดิม

“แปลว่าหน้าอกนั่นโดนอะไรมารุนแรงและฝืนสังขารร่างกายเกินกว่าที่จะรับได้แน่ๆ การรักษาโดยตรงคงไม่สามารถทำได้แน่...” กิลวิเคราะห์สภาพการอย่างคร่าวๆและสั่งการกับเหล่ากิ้งก่าทั้งหมดในทันที “ใครมียาอะไรต่างๆที่ใช้ในการฟื้นฟูหรือรักษาได้ให้เอาออกมาทั้งหมด แล้วเปิดขวดเทยาลงไปในฟองน้ำนี้ด่วนและให้ไวที่สุด ไม่มีข้อแม้ นี่คือคำสั่ง เดี๋ยวนี้!!!!”

กิลออกคำสั่งเสียงแข็งในทันทีซึ่งไม่มีใครคาดค้านสักตัว แต่กลับให้ความร่วมมือด้วยดีทั้งหมด เหล่ากิ้งก่ารุ่นน้องต่างวิ่งมาทางกิลและเทกระเป๋าใบเล็กที่พกติดตัวไว้สำหรับใส่ของใช้จำเป็นต่างๆออกมา ซึ่งมีขวดยาจำนวนมากหลากสีหลากขนาดและหลากราคาตามฐานะของกิ้งก่าแต่ละตัวกันไป แต่กระเป๋าทุกใบนั้นมีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันนั่นคือแผ่นผ้ารูปกิ้งก่าที่เหมือนตราสัญลักษณ์ถูกเบ็บติดเอาไว้กับกระเป๋าทุกใบตามที่ต่างๆ

“พี่วีพูดอย่างงี้ออกมาได้ยังไงกัน พี่วีคอยดูแลเรามาตลอดเวลาทั้งที่พี่วีแทบไม่มีเวลาให้กับตัวเองเลยด้วยซ้ำ” กิ้งก่ารุ่นน้องตัวหนึ่งพูดออกมาด้วยเสียงที่โกรธแต่ไม่ถูกใครค้านสักตัวจากเพื่อนกิ้งก่าทั้งหมด “ใช่ ถ้าพี่วีไม่ได้ดูแลพวกเราจริง แล้วพวกเราจะติดตรากิ้งก่าที่พี่วีทำมือขึ้นมาทำไมกัน” ก่าราเฟซให้เสียงสนับสนุนขณะช่วยเปิดจุกยาออกและส่งต่อให้กิ้งก่าตัวอ่นที่ทำหน้าที่เทยาลงในฟองน้ำ แม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไปจะส่งผลอะไรบ้าง แต่เหล่ากิ้งก่าทุกตัวต่างทำด้วยความตั้งใจเป็นหนึ่งเดียว ขวดยาทั้งหลายค่อยถูกเทผสมลงไปในฟองน้ำต่อเนื่องจนเปลี่ยนสีไปเป็นสีแดงอ่อนๆของน้ำยาฟื้นพลัง แซมด้วยสีเหลืองประกายของน้ำยาอมฤทธิ์และยาพ่อบุญทุ่มที่มีบ้างเล็กน้อย

“พี่วีต้องไม่เป็นอะไรนะ พี่วีอย่าเป็นอะไรนะ พี่วี...” กิ้งก่าหลายตัวต้องร้องออกมาด้วยความเป็นห่วงและยังคงรับยามาเทใส่ฟองน้ำเรื่อยๆจนไม่เหลือขวดยาอีกแล้ว “ในเมื่อรักษาทางตรงไม่ได้ ก็คงต้องให้ยาค่อยๆช่วยซึมเข้าสู่ร่างกาย และให้ร่างกยอยู่ในสภาพอิสระในน้ำแบบนี้แหละ ที่เหลือก็คงต้องฝากไว้ที่ร่างกายกับจิตใจของวีเท่านั้น” กิลอธิบายออกมาโดยที่ไม่มีกิ้งก่าตัวไหนถามออกมา แต่เป็นคำตอบที่กิ้งก่าทุกตัวต้องการที่จะรู้มากที่สุด เพราะเป็นคำถามที่ไม่กล้าถามออกมา

“ปินัท จดรายงานเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ให้ละเอียดอย่าให้ตกหล่นแม้แต่นิดเดียวล่ะ กลับไปคงต้องตั้งกองสืบสวนคดีความและลงโทษว่าไปตามผิดที่เจ้าวีได้ก่อขึ้นมาครั้งใหญ่แน่” กิลพูดด้วยเสียงที่โกรธขณะยืนมองฟองน้ำฟองใหญ่ที่บรรจุร่างกายของวีที่ลอยอยู่ในนั้นไว้ “พี่กิล...แต่พี่วีเค้า” เหล่ากิ้งก่าต่างจะคัดค้านแต่ถูกกลบด้วยเสียงตวาดกลับอย่างรุนแรงจนทุกตัวตัวสั่นกลัวทันที

“ไม่มีแต่ โดยเฉพาะกับสมาชิกอัลฟ่า เพื่อไม่ให้เป็นตัวอย่างที่ไม่ดีต่อรุ่นน้องอย่างพวกเราต่อไป โดยเฉพาะวีที่บกพร่องในหน้าที่อย่างมากด้วย”


“วี!!!...” ดาเนะตะโกนลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงด้วยท่าทีที่ตกใจซึ่งทำให้วีที่นอนอยู่ข้างๆด้วยสะดุ้งตื่นขึ้นมา “ก...เกิดอะไรขึ้นดาเนะ” เสียงของวีที่แปลกไปจากปรกติพูดออกมาด้วยเสีงที่สลึมสลือกับแววตาที่ยังพร่ามัวไม่ชัดเจน “เปล่า...ไม่มีอะไรน่ะ...คือ...ฝันระ...ร้าย...” ดาเนะที่หันหน้ามองมาทางวีดวงตาเบิกโพลงโตด้วยความตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

“...อะไรเล่า มองเสลธแบบนี้นี่หมายความว่าไง...!!!” วีพูดออกมาทั้งสติยังไม่พร้อมแต่เมื่อคิดมาได้สองมือก็หุบปากตัวเองแล้ว “ป...เปล่าน่ะดาเนะ แค่...แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเท่านั้นเองน่ะ ก็ดาเนะเล่นทำให้...!!!” วีพูดแก้ตัวให้กับตนเองกลบเหลื่อนอาการตกใจแต่ยิ่งทำให้ตาพองโตและเหงื่อแตกกาฬท่วมในทันทีที่มือทั้งสองสัมผัสหน้าผากของตนเอง ซึ่งเป็นตำแหน่งที่นิ้วกรงเล็บของดาเนะขี้

“ว...วี...ทำไมถึงมีแผลที่หน้าผากแบบเสลธล่ะ ท...ทำไมเสลธถึงมาอยู่ที่นี่ได้....แล้ววีตัวจริงอยู่ที่ไหน...เสลธ”

Author:  fushigidane [ Thu Feb 16, 2012 8:58 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

ณ ช่วงเวลาพลบค่ำของเมืองแห่งแสง ประกายแสงดาวเริ่มเฉิดฉายสู้ไล่แสงของดวงอาทิตย์ให้หลีกไป เหลือไว้แต่สีหม่นของท้องฟ้าที่แซมด้วยแสงสีเหลืองนวลขาวของดวงจันทร์ ที่แต่งแต้มด้วยจุดสีเหลืองแห่งดวงดาว สายลมที่พัดผ่านเบาๆไหวใบไม้ให้พริ้วไหวไปตามแรง แสงไฟตามอาคารบ้านเรือนเริ่มส่องสว่างผ่านบานหน้าต่าง ณ ห้องชั้นสูงสุดของที่พักประจำเมืองแห่งแสงซึ่งเป็นห้องพักพิเศษที่สุดก็ส่องสว่างสีนวลอ่อนจากเชิงเทียนผนัง สองกิ้งก่าสีเหลืองบนเตียงขนาดใหญ่ขนาดสำหรับกิ้งก่าสามตัวนอนได้ไม่อึดอัดลุกขึ้นชันตัวสนทนากัน แต่สีหน้าของทั้งคู่กลับมีแต่ความรู้สึกที่ไม่ดีแสดงออกมา

“ส...เสลธ...ท...ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่...ล...แล้ววี...” เสียงของดาเนะสั่นคลอนเหมือนดั่งมือขวาที่กำลังชี้ไปที่หน้าผากของกิ้งก่าสีเหลือง ซึ่งมีแผลเป็นรูปกากบาทที่เป็นสิ่งบ่งบอกตัวตนจริงของกิ้งก่านามว่าเสลธ แต่ไร้ซึ่งเสียงตอบกลับใดๆ ดวงตาสีแดงขุ่นมัวและหลบหลีกสายตาของคู่สนทนากับใบหน้าที่เอี้ยวหลบไม่สบมอง

“เสลธ ทำไมต้องทำแบบนี้ ทำไมต้องหลอกเราด้วย เสลธก็รู้นี่ว่าร่างกายของวีเป็นแบบนั้นแล้วทำไมถึงให้วีหายไป แล้วทำไมต้องปลอมตัวเป็นวีแล้วหลอกเราด้วยเสลธ...ทำไม...ทำไม” ร่างกายของเสลธสั่นไหวไปมาตามแรงเขย่าของดาเนะที่ใช้สองมือเขย่าไหล่ทั้งสองของเสลธอย่งแรง “เสลธยังคงหลบสายตาจากดาเนะและไม่สบตา แต่ปลยปากเริ่มเผยอออกเหมือนจะกล่าวอะไรออกมาให้ได้ยิน

“....... ....” แต่ด้วยเสียงที่เบาจัดแม้จะพยายามตั้งใจเงี่ยหูฟังก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงจากปากของเสลธ เพียงขยับได้ไม่กี่คำ ปลายปากของเสลธก็ปิดลงอีกครั้งพร้อมกับหลับตาแน่นสายหน้าไปมาเหมือนพยายามจะยับยั้งห้ามตัวเองไม่ให้เผลอพลั้งพูดอะไรออกไป

“ทำไมล่ะเสลธ ทำไมต้องปิดบังเรื่องของวีด้วย ทำไมเสลธต้องทำอย่างนี้ล่ะ เสลธไม่เป็นห่วงชีวิตของวีบ้างหรือไง วีกับเสลธไม่ใช่เป็นเพื่อนหรือไงเสลธ ทำไมถึงไม่...ทำไม...” ดาเนะเห็นปฎิกิริยาของเสลธที่เหมือนพยายามปิดบังบางอย่างไว้ยิ่งทำให้ดาเนะรู้สึกสั่นคลอนต่อตัววีที่ไม่รู้ถึงชะตากรรมที่เกิดขึ้น

“ส...เสลธบอกไม่ได้เพราะสัญญากับวีไว้แล้ว” เสียงของเสลธสั่นคลอนไม่ใช่มาจากร่างกายที่เขย่าไปมา แต่มาจากจิตใจที่สั่นคลอนเพราะไม่สามารถช่วยเหลือเพื่อนที่รักที่สุดที่กำลังเศร้าโศกอยู่ได้ ทั้งที่ข้อมูลทั้งหมดนั้นอยู่ในปากที่ไม่สามารถเผยให้รู้ออกมาได้

“เสลธ...ทำไม...ชีวิตของเพื่อนกำลังตกอยู่ในอันตรายแต่ทำไมเสลธถึงไม่แยแสชีวิตของวี...แม้แต่เราเสลธยังไม่ยอมบอกเรื่องของวี...หรือว่าเสลธจะไม่เห็นเรากับวีเป็นเพื่อนกันอีกแล้ว...ถึงได้...ถึงได้...” ร่างกายของเสลธเริ่มหยุดจากการสั่นไหว สองมือที่สัมผัสไหล่เริ่มโรยแรง สองดวงตาสีเขียวอ่อนที่ขุ่นมัวลู่ลงสู่เบื้องล่างที่มีแต่เพียงหน้าตักของกิ้งก่า ของเหลวอุ่นๆหยดลงบนแผ่นขาของกิ้งก่าสีเหลืองที่ถูกชะล้างออก เผยให้เห็นสีผิวที่แท้จริงซึ่งเป็นสีดำ

“ไม่ใช่อย่างนั้นนะ ดาเนะและวีเป็นเพื่อนหางสำคัญของเสลธนะ ดาเนะ...อย่าร้องไห้สิ...ดาเนะ...เสลธขอโทษ” เพียงทันทีที่ประสาทสัมผัสที่หน้าตกของเสลธรับรู้ถึงหยดน้ำอุ่น เสลธรีบเอามือทั้งสองจับไหล่ทั้งสองของดาเนะในทันที แต่ไม่สามารถช่วยปลอบประโลมหรือช่วยเหลือดาเนะให้ลดทอนความเศร้าโศก ดาเนะยังคงก้มหน้าและหยดน้ำตาเริ่มค่อยๆหยดลงเรื่อยๆบนหน้าตักเสลธจนเริ่มเห็นผิวสีดำเป็นวงกว้างมากขึ้น

“ดาเนะ พี่มีข่าวดีมาบอก...น้อง...ล่ะ” เสียงอารมณ์ดีของเทาดังลั่นมาจากประตูหน้าห้องพร้อมกับตะกวดร่างใหญ่ร่างใหญ่โดยยังมีผ้าพันแผลรอบอก จากสีหน้าที่ยิ้มแย้มอารมณ์ดีมุมปากตกลงทันที แขนขนาดใหญ่ด้านขวาที่ชูสูงพร้อมกับแผ่นกระดาษบางอย่างถูกแรงดึงดูดให้ตกลงเหมือนไร้ซึ่งกำลัง สองขาที่หยุดนิ่งก้าวเดินตรงไปทางสองกิ้งก่าทันที

“ไม่เป็นไรนะดาเนะ พี่อยู่นี่แล้ว วีเขาไม่เป็นอะไรแล้วล่ะ” เทานั่งลงบนเตียงข้างๆกับสองกับกิ้งก่าแล้วโอบหัวน้องชายให้มาซบที่แผ่นอกของตนพร้อมกับลูบเบาๆปลอบประโลม แต่ดาเนะยังคงไม่มีท่าทีที่ดีขึ้นหรือหยุดสะอื้นแต่อย่างใด “วี ดาเนะ พี่มีข่าวดีจะมาบอก วีไม่ต้องออกปฎิบัติภารกิจแล้วนะ ข้าไปยื่นเรื่องขอกับโบลดาสมาให้อนุมัติกรณีพิเศษ แล้วก็ยื่นเรื่องผ่านด้วย” เทาเอ่ยข่าวดีให้สองกิ้งก่าได้รับฟังแต่กลับไร้ซึ้งปฎิกิริยาตอบกลับตามที่ควรจะเป็น ทั้งอาการดีใจของน้องชาย หรือความรู้สึกบางอย่างที่น่าจะออกมาจากกิ้งก่าอีกตัว ซึ่งผิดสุดวิสัยผิดปรกติมากสำหรับความคิดเทา

“อะไรกัน อุตส่าคาบข่าวดีมาแต่ทำไมไม่เห็นมีใครดีใจเลยล่ะ ดีใจหน่อยสิวี ที่ไม่ต้อง!!!...” เทาหันไปคุยกับวีบ้าง แต่เพียงแค่หันไป แววตาของเทาที่อารมณ์ดีกลับม่านตาขยายกับสิ่งที่เห็นบนหน้าผาก ซึ่งเป็นรอยแผลเป็นที่ไม่มีปรากฎบนหน้าผากวีอย่างเด็ดขาด อีกทั้งส่วนขาที่มีร่องรอยของการละลายของยาย้อมสีผิวที่เผยให้เห็นสีผิวที่แท้จริงซึ่งคือสีดำ

“ก...แก...เสลธแกทำอะไรน้องข้าน่ะ” เมื่อเทารู้ตัวตนจริงของกิ้งก่าที่นั่งอยู่ข้างๆ จึ้งไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเกรงใจกับสัตว์หางที่ทำให้น้องชายของตัวเองร้องไห้ แขนท่อนขวาที่คอยลูบหลังหัวน้องชายเบาขยับออกจากเส้นผม และชักกลับพร้อมกับลุกร่างอันใหญ่กำยำของตนพร้อมกับคว้าต้นคอของเสลธ และออกแรงกดให้ร่างทรุดลงไปนอนบนเตียง แต่ด้วยน้ำหนักที่มากจากร่างกายและกล้ามเนื้อของเทา ทำให้ตัวของเสลธจมลงไปในเตียงตามน้ำหนักของเทาลงไปด้วย

“สิ่งที่ข้าไม่มีวันให้อภัยให้ได้มากที่สุดคือ การที่ใครสักตัวทำให้น้องของข้าต้องร้องไห้เสียใจ โดยเฉพาะแก ไอ้กิ้งก่าชาติชั่วอย่างแก แล้วก็เป็นแกที่ทำให้น้องข้าต้องร้องไห้เสียใจแบบนี้อีกครั้ง อย่าหวังเลยว่าข้าจะให้อภัยแกให้อีกรอบ” เสียงเคียดแค้นของเทาลั่นออกมาจากปากและเส้นเลือดที่ปูดขอดออกมาบนแขนที่กดคอของเทาให้จมลงไป แววตาที่เปลี่ยนเป็นแววตาแห่งอาฆาตพยาบาทพร้อมกับออกแรงบีบที่ต้นคอและใช้มืออีกข้างจับส่วนขมับแน่นจนเส้นเลือดปูดขอดที่หลังมือ

“จะหักคอแกมันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับกำลังของข้าด้วยซ้ำ บอกมาว่าแกทำอะไรกับน้องชายข้า แล้วแกเอาวีไปไว้ที่ไหน ก่อนที่กระดูกคอของแกจะลั่นขึ้นมา” เทาขู่แต่พร้อมที่จะทำจริงตลอดเวลา

“ข...ข้าสัญญากับวีไว้แล้ว ต่อให้เอาชีวิตต้องแลกข้าก็จะไม่บอก ดาเนะ...ข้าขอโทษ” เทาเค้นเสียงพูดออกมาเท่าที่จะทำได้เพราะถูกกำลังของเทาขยับใบหน้าจนสุดกำลังของคอกระดูกคอที่จะสามารถหันได้ ซึ่งถ้ามากกว่านี้จะทำให้กระดูกหักในทันทีถ้าออกแรงต้านอย่างรุนแรงเกินกว่าร่างกายจะฝืนไหว

“หึ...ชีวิตของแกน่ะข้าไม่สนด้วยซ้ำ ในเมื่อแกไม่ตอบข้าก็จะ...!?” ทันทีที่เทากำลังจะเริ่มออกแรกบิดคอของเสลธให้หลุดจากข้อต่อ หน้าท้องที่แข็งแน่นและแบนราบถูกอะไรบางอย่างโอบล้อมไว้และออกแรงรัดเบาๆ “พี่เทา ไม่นะ อย่าทำเสลธนะ เสลธไม่ได้ทำอะไรดาเนะจริงๆนะพี่เทา พี่เทาอย่าทำอะไรเสลธนะ พี่เทา...” สองแขนของดาเนะโอบล้อมส่วนหน้าท้องไว้แร้องขอพี่ชายของตนด้วยเสียงที่หวาดกลัว เทาที่รับสัมผัสน้องชายผ่านผิวหนังหน้าท้องที่เย็นเฉยบจากแขน และถ้อยเสียงที่สั่นคลอนจึงยกเลิกความตั้งใจของตนในทันที สองแขนค่อยๆขยับออกห่างจากร่างกายของเสลธและขยับมาคว้าน้องชายมาโอบกอดและลูบแผ่นหลังอีกครั้ง

“ทำไมแกถึงไม่มีอาการต่อต้านหรือขัดขืนจากข้า ถ้าปรกติจะต้องดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอดแน่ แต่สำหรับแกมันไม่ใช่... ทำไมแกถึงไม่กลัวความตายกันแน่” เทาสังเกตุพฤติกรรมของเสลธที่ไม่กลัวต่อความตายที่กำลังจะเข้ามาหา ซึ่งแม้แต่ดาเนะเองยังจับสัมผัสได้และยังมีท่าทีหวาดกลัวให้เห็น เสลธเอี้ยวหน้าหลบสายตาไม่สบมองสิ่งใดๆทั้งสิ้น มีแต่ความเงียบเท่านั้นที่แสดงออกมาจากเสลธ

“...ดาเนะ...ข้าขอโทษ...ที่ข้าบอกไม่ได้ แต่วีเขาต้องไป...เพื่อที่จะรักษาชีวิตเหล่านั้นต่อไป” เทาที่รับฟังคำตอบหยุดครุ่นคิดแต่ยังคงปลอบประโลมลูบหลังน้องเบาๆให้อารมณ์เย็นและสงบลงจากความเข้าใจที่คิดว่าตนเองกำลังจะฆ่าเสลธ “ไม่ว่ายังไงแกก็คงไม่บอกว่าวีไปไหนสินะ ตาของแกมันฟ้องออกมา ว่าเป็นตาของลูกผู้ชายที่รักษาสัญญายิ่งชีพ เสียชีพอย่าเสียสัตย์” เสลธที่ได้รับฟังไม่มีท่าทีอะไรออกมานอกจากแววตาที่ยังขุ่นมัวเพราะรู้สึกผิดกับดาเนะที่ไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้

“ข้าจะไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่ข้าเห็นวันนี้ก็แล้วกัน เห็นแก่น้องข้าที่ขอให้...” ขณะที่เทากำลังพูดกับเสลธอยู่นั้น เสียงเคาะประตูห้องก็ดังขึ้นมา “คุณวีคะ คุณวีเป็นอะไรหรือเปล่าคะคุณวี ตั้งแต่เช้ามีมี่ยังไม่เห็นคุณวีลงมาทานอะไรเลย...” เสียงของมีมี่ที่เต็มไปด้วยความรู้สึกเป็นห่วงดังผ่านประตูออกมา แต่ด้วยสภาพจิตใจทั้งของดาเนะและเสลธในตอนนี้ทำให้ทั้งคู่เหมือนจะไม่ได้ยินเสียงใดๆทั้งสิ้น

“ซวยล่ะ มีมี่ดันมาได้จังหวะพอดีอีก” เทาสบถกับตัวเองกับสถานการณ์ที่ไม่พร้อมที่จะเปิดเผย “คุณวีคะ มีมี่ขออนุญาติเปิดเข้าไปนะคะคุณวี...” มีมี่ไม่ได้ยินเสียงตอบกลับใดๆยิ่งรู้สึกเป็นห่วงมากยิ่งขึ้นจึงเริ่มหาดอกกุญแจจากพวงกุญแจที่มากมาย “คุณวี...ทำไมไม่ลงมาเลย เกิดอะไรขึ้นกับคุณวี ว้าย!!!” ขณะที่มีมี่หากุญแจเจออย่างรวดเร็วและกำลังจะไขกุญแจเปิดประตูห้อง ลูกบิดประตูก็บิดออกและเปิดออกในทันที ตะกวดร่างใหญ่ยืนอยู่หลังประตูที่เปิดออกพร้อมกับชี้นิ้วส่ายไปมาเหมือนเชิงห้ามอะไรบางอย่าง

“ไม่เป็นไรมีมี่ เจ้าวีมันหลับเป็นก่าตายซากไปแล้ว ท่าทางจะเหนื่อยจัดชนิดหลับวิญญาณหลุด ให้นอนพักผ่อนอย่างนั้นดีกว่านะ ส่วนเรื่องอาหารมีมี่ก็ช่วยเตรียมให้หน่อยละกัน เอาแบบเยอะๆพิเศษให้กินแบบท้องเป่งไปเลยนะ เจ้าวีมันตื่นมามันต้องหิวโซกินปลาวาฬได้ทั้งตัวแหงๆ” เทารีบจัดแจงและมอบหมายงานให้กับมีมี่แบบไม่ให้ตั้งตัวในทันที และโกหกหลอกเกี่ยวกับสถานะของวีเพื่อให้มีมี่สบายใจ

“คุณเทา มีมี่ขอดูอาการคุณวีหน่อยได้มั้ยคะ เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง” มีมี่ขอร้องกับเทาด้วยเช่นกันแต่สิ่งที่เธอบอกไปนั้นโกหก แต่เธออยากพบเจอวีเพราะเป็นห่วงและได้เห็นใบหน้าของหางที่เธอรักสักหน่อยก็ยังดี “อ...เอ่อ...ก็ได้ แต่ข้าพึ่งจะพลิกตัวเจ้าวีเปลี่ยนท่านอน แล้วกางเกงมันหลวมหลุดออกมาน่ะสิ ข้าเกรงว่ามันจะเป็นภาพที่ไม่น่าดูสักเท่าไรนะ” เทาพยายามหาเหตุผลข้างๆคูๆเพื่อเกลี้ยกล่อมให้มีมี่เปลี่ยนใจ

“อ...ถ...ถ้างั้น...ม...ไม่เป็นไร...ค...ค่ะ งั้นมีมี่...ข...ขอตัวก่อน...นะคะ” มีมี่พูดเคอะๆเขินๆพร้อมกับสีหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีแดงแปร๊ดก่อนที่จะหันหลังรีบเดินออกในทันที เมื่อมีมี่พ้นระยะสายตาลงบันได้ไปแล้วเทารีบปิดประตูในทันที “ก...เกือบไปแล้วตรู ดีนะที่มีมี่เชื่อด้วย” ยังไม่ทันที่เทาจะพักให้หายเหนื่อยและจากการหวาดลุ้น เทาก็รีบเดินไปหาเสลธทันที่ซึ่งแกล้งทำเป็นนอนหลับห่มผ้าห่มไว้ครึ่งตัว แต่ดวงตาข้างหนึ่งหรี่ตาเปิดเบาเพื่อคอยสังเกตุการณ์

“ฟังนะ ไม่ว่ายังไงแกก็ห้ามให้มีมี่เห็นขากับหน้าผากแกเป็นอันขาดเข้าใจไหม” เทาชี้แจกแจงย้ำอีกครั้งต่อจากช่วงที่มีมี่มาเคาะประตู เพราะเสลธยังคงเป็นตัวสีเหลืองอยู่ นอกจากท่อนขาที่ยาเปลี่ยนสีผิวละลายกับหน้าผากที่เป็นรอยแปลเป็นเฉพาะ ซึ่งถูกปิดด้วยผ้าปิดตาแทนไปก่อน แม้ว่าใต้ผ้าห่มนั้นเสลธยังคงใส่กางเกงตามปรกติก็ตาม แต่เป็นการป้องกันเอาไว้ก่อนเพื่อความปลอดภัย เสลธพยัคหน้ารับหน้าที่ๆได้รับก่อนที่จะห่มผ้าห่มผืนใหญ่ให้ตัวเองและดาเนะจนถึงช่วงท้องเพราะเนื่องจากอากาศไม่หนาว

“พี่เทา ให้เราไปด้วยนะ” ดาเนะที่นอนอยู่ที่เตียงชันตัวขึ้นในทันทีแต่ก็ถูกพี่ชายของตนผักเบาๆลงไปนอนบนเตียงอีกครั้ง “ไม่ต้องเลยดาเนะ พี่พอจะรู้แล้วว่าเจ้าวีไปที่ไหน ส่วนดาเนะน่ะอยู่ดูเพื่อนไปไม่ให้ความแตกถึงมีมี่เค้า พี่รับรองว่าพี่พาเจ้าวีกลับมาให้ได้แน่ เชื่อพี่สิ” เทาให้คำมั่นสัญญากับน้องชายตนพร้อมกับประโยคประจำตัวที่ไม่เคยมีครั้งไหนผิดพลาดสักครั้ง แม้ว่าดาเนะจะเป็นห่วงและกังวลสุดหัวใจอยากไปด้วย แต่ก็ยอมรับคำสัญญาของพี่ชายตนแต่โดยดีเพราะคำๆนึงที่ออกมาจากพี่ชายของตน

“...พี่เทา สัญญานะว่าจะพาวีกลับมาด้วยน่ะ” ดาเนะยังคงต้องการความมั่นใจจากพี่ชายของตนเองซึ่งก็ได้รับคำตอบนั้นพร้อมกับฝ่ามือหนาใหญ่ๆที่ยีหัวไปมาเบาๆ “แล้วพี่เคยโกหกน้องสักครั้งหรือเปล่าล่ะ” เทาพูดจบก็ยกมือออกพร้อมกับเสียงเคาะประตูดังขึ้นมาในทันที

“...อ...เอาแล้วตรู...มีมี่มา…??” เทาสบถทันทีที่ได้ยินเสียงเคาะประตูห้อง แต่ความคิดที่ผุดขึ้นมาก็หยุดลงทันทีเมื่อได้ยินเสียงที่ไม่คุ้นเคยดังขึ้นมา “เรียนคุณเทา กรุณารับจดหมายที่ทางผมสอดใต้ประตูด้วยนะครับ ขอบคุณครับ” เทารู้สึกแปลกใจกับจดหมายที่มาส่งในช่วงเวลานี้จึงเดินไปรับจดหมายที่พื้นขึ้นมาอ่าน ซึ่งเป็นเพียงกระดาษที่พับครึ่งธรรมดาเหมือนพึ่งเขียนเสร็จ และเมื่อเปิดกระดาษนั้นมาอ่านเพียงสักพัก เทาก็รีบเปิดประตูบานทันทีและให้แขกที่มาเยือนเข้ามาในห้อง วาฬกิลแห่งหัวหน้าหน่วยอัลฟ่ากับกิ้งก่าตัวใหม่ที่ไม่ได้สังกัดในหน่วยอัลฟ่าเดินตามเข้ามาพร้อมกับเสียงปิดประตูและการลงกลอนในทันที

“ดาเนะ วีปลอดภัยแล้วก็อยู่ที่นี่แล้ว!!” เทารีบบอกข่าวดีให้กับดาเนะซึ่งทำให้กิ้งก่าที่เป็นห่วงอยู่นั้นลุกขึ้นพรวดขึ้นมาทันที “วี!! วีปลอดภัยแล้ว” ดาเนะลุกจากเตียงและเดินตรงไปหาเทาทันทีโดยไม่ได้สนใจกิลกับปินัทแต่อย่างใด แต่เมื่อมองไปรอบๆห้องก็ไม่เจอกับวีที่หมายถึง

“วี วีอยู่ไหนน่ะ วี” ดาเนะร้องถามหาและเดินไปทั่วห้องพยายามหาวีแต่ก็ไม่พบกิ้งก่าที่ถามหา “เอ่อ...วีเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในตอนนี้น่ะครับ เขาบาดเจ็บอยู่เลยต้องอยู่อีกที่หนึ่งน่ะครับคุณดาเนะ” ปินัทตอบคำถามให้กิ้งก่าที่กำลังหาเพื่อนของตนโดยสามารถกล่าวชื่อของดาเนะได้ถูกต้องด้วย แต่เมื่อรู้ว่าวีบาดเจ็บ ขาทั้งสองข้างของดาเนะก็หยุดเดินแล้วหัวตัวกลับพุงตรงไปหาวาฬกิลในทันที ซึ่งอยู่ในสภาพที่ไร้ชุดเกราะและใส่เพียงแค่ผ้าเตี่ยวคาดเอวเอาไว้เท่านั้น และขนาดของวาฬกิลเหมือนจะมีขนาดใหญ่ขึ้นด้วย โดยเฉพาะส่วนท้องที่ยื่นนูนกลมออกมาทำให้กิลดูเหมือนลูกบอลรูปวาฬเดินได้

“คุณกิล วีเขาเป็นอะไรน่ะ แล้ววีอยู่ไหนน่ะคุณกิล ไหนบอกว่าอยู่ที่นี่ไงล่ะ” ดาเนะเขย่าร่างของกิลไปมาจนตั่วสั่น วีปิดปากแน่นเหมือนไม่อยากที่จะพูดอะไรออกมาและยังส่ายหน้าไปมาทั้งสีหน้าที่ไม่ดี “ทำไม...ทำไมทุกคนต้องหลอกเราด้วย...ทำไมทุกคนต้องโกหกเราด้วย ทำไมกัน” ดาเนะที่เห็นสีหน้าของกิลก็จับพิรุธได้ทันทียิ่งทำให้ดาเนะออกแรงเขย่าร่างกิลสั่นแรงขึ้น กิลยิ่งส่ายหน้าไปมาและมีสีหน้าพะอืดพะอมยิ่งกว่าเก่า

“อื้อ....อื้อ.....อึ....อึก....อื้อ.....” กิลส่งเสียงร้องในปากเหมือนกำลังทรมานและยิ่งเม้มปากให้แน่นยิ่งขึ้น สีหน้าของกิลเริ่มเปลี่ยนเป็นสีม่วงอมเขียวและเริ่มหลับตาแน่นยิ่งขึ้น “ด...ดาเนะ ใจเย็นๆก่อนดาเนะ พี่อธิบายให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นนะ ตอนนี้ดาเนะนิ่งๆก่อนนะดาเนะ นิ่งๆไว้” เทาเห็นท่าทีไม่ดีจึงรีบตรงไปห้ามทันทีและใช้สองมือประคองบ่าดาเนะไว้ แต่ดาเนะไม่สนใจต่อสิ่งรอบกายใดๆแล้ว และเหมือนจะไม่ได้ยินสิ่งที่พี่ชาของตัวเองพูดด้วย

“คุณกิลบอกมานะว่าวีอยู่ที่ไหน บอกมานะ บอกมา ว่าวีอยู่ที่ไหน” ดาเนะเริ่มขึ้นเสียงโดยไม่สนใจสัตว์หางที่อยู่ข้างหน้าว่าคือหัวหน่วยกำลังอัลฟ่าที่ตัวเองอยู่ใต้สังกัด และยิ่งพยายามออกแรงเขย่าไปมามากขึ้นด้วย “ด...ดาเนะ...คุณกิลเค้า...” ปินัทขยับตัวจะไปช่วยหยุดดาเนะแต่เทาสังเกตุเห็นสีหน้าของกิลที่ถึงขีดจำกัดของการอดกลั้นแล้วก็รับอุ้มร่างของปินัทออกจากตัวดาเนะและจับโยนขึ้นเตียงที่เสลธนอนในทันที

“ไม่ทันแล้ว หลบเร็วดาเนะ” หลังจากเทาที่โยนร่างของปินัทขึ้นไปแล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างที่กำลังเห็นกลับเป็นภาพช้าในทันที “อึ...อึ...อึ...อื้อ....อื้อ....อื้อ...อื้ออออออออออออ” เสียงร้องสุดขีดอดทนของกิลจากการโดนเขย่าร่างของดาเนะ สีหน้าที่เปลี่ยนเป็นสีเขียวค่อยๆอ้าปากช้าๆในสายตาของเทาพร้อมกับเสียงที่ชวนสยองค่อยๆเปล่งออกมาจากปากของกิล

“โอรกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” เสียงสำรอกของภายในร่างของกิลพุ่งอัดกระแทกเข้าหน้าของดาเนะอย่างจังพร้อมกับเสียงที่ผิดธรรมชาติซึ่งไม่เสียงน้ำสาดใส่ แต่เป็นเสียงของฟองน้ำขนาดใหญ่ที่คงตัวเป็นทรงกลมดัง “บร๋อวมมมม” เข้าใส่พร้อมกับอัดดาเนะหน้าดาเนะลงไปนอนหัวฟาดกับพื้นในทันที ซึ่งในฟองน้ำขนาดใหญ่ที่ทับร่างของดาเนะอยู่นั้นนั้นมีร่างของวีที่นอนลอยสลบอยู่ในฟองน้ำ กิลที่พ่นระบายของออกจากตัวไปแล้วก็หงายหลังลงไปนอนสลบด้วยเช่นกันทั้งสีหน้าที่ยังคงเป็นสีเขียวอมม่วงทั้งยังพะอืดพะอม

“...เดี๋ยวค่อยหาทางอธิบายก็แล้วกันนะครับ” ปินัทที่เห็นเหตุการณ์ด้วยไม่สามารถจัดลำดับเหตุการณ์ที่จะทำต่อไปได้เฉกเช่นเดียวกับเทาที่ยืนแข็งค้างกับภาพที่เห็นต่อหน้าเช่นกัน “ด...ดาเนะ...ไม่เชื่อพี่เลยต้องเจอแบบนี้ไง ตื่นมาต้องดึงหางลงโทษโทษฐานไม่เชื่อฟังคำเตือนพี่ให้เข็ด” เทาถอนหายใจและพูดด้วยเสียงที่ไม่พอใจก่อนที่ยกฟองน้ำขนาดใหญ่ที่บรรจุร่างของวีมาไว้ที่อกเพื่อจะย้ายให้ไปนอนบนเตียง โดยปล่อยให้ดาเนะนอนสลบและไม่ช่วยเหลือก่อนตามปรกติที่เทาจะรักและเป็นห่วงน้องเสมอ


ความหวังดีต่อวีที่แท้จริงของเทา
Image

Author:  fushigidane [ Thu Feb 16, 2012 9:26 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

เข้ามาอัพเพิ่มอีก 3 ตอนนะครับ กว่าจะออกมาได้แต่ละตอนนี้มันช่างยาวเหลือเกิน ต้องขอโทษจริงๆครับ แต่ค่อนข้างยืดอีกแล้วเกี่ยวกับวีที่เป็นห่วงรุ่นน้อง รู้สึกยิ่งแต่งยิ่งยืดยังไงไม่รู้แหะ แต่มีภาพประกอบเยอะขึ้นแล้ว รู้สึกดีจัง

Author:  kuggivta [ Fri Feb 17, 2012 8:03 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter8

fushigidane wrote:
เข้ามาอัพเพิ่มอีก 3 ตอนนะครับ กว่าจะออกมาได้แต่ละตอนนี้มันช่างยาวเหลือเกิน ต้องขอโทษจริงๆครับ แต่ค่อนข้างยืดอีกแล้วเกี่ยวกับวีที่เป็นห่วงรุ่นน้อง รู้สึกยิ่งแต่งยิ่งยืดยังไงไม่รู้แหะ แต่มีภาพประกอบเยอะขึ้นแล้ว รู้สึกดีจัง



อย่างงี้ต้องแอบไปเสพ 8-)

Author:  fushigidane [ Fri Feb 17, 2012 10:57 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter9-11

เพิ่มการ์ตูน4ช่องให้กับ Sc.6 Ch.12

Image

Author:  fushigidane [ Sun Feb 26, 2012 11:16 am ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Chapter9-11

ฟิคตอนพิเศษที่ไม่อิงกับเนื้อเรื่องหลัก แต่เป็นตอนที่อ่านเบาๆสบายๆ ไว้พักหัวสมอง แต่จุดเด่นสำหรับฟิคชุดพิเศษนี้คือ ผู้อ่านสามารถเลือกกำหนดได้ว่าจะให้ฟิคเดินไปในทิศทางไหน สำหรับตอนแรกน้้นจะมีเนื้อเรื่องเกริ่นนำให้ก่อน แล้วจะมีหัวข้อให้เลือกให้ไปอ่านตามที่ต้องการครับ โดยขอเป็น FanService เป็นฉากที่ทำให้ฟิคนี้เคยดังและทำให้ตัวละครหนึ่งดังถึงขีดสุดในยุคนั้น คือฉากบ่อน้ำอุ่นนะครับ เพื่อเป็นการขอบคุณที่ให้กำลังใจฟิคกับการทำงานในชีวิตจริงมาตลอด ประกอบกับของขวัญครบรอบหนึ่งปีฟิคนี้ด้วยนะครับ



“เสลธ ลงมาแช่น้ำอุ่นของดาเนะกัน” วีชักชวนเสลธที่นั่งแยกต่างหากบนแคร่ไม้สานที่วางอยู่ใกล้ๆกับบ่อน้ำอุ่น “ไร้สาระน่ะ กะแค่ลงไปแช่น้ำร้อนแบบนี้เนี่ยน่ะ ทำอะไรเป็นเด็กไปได้” เสลธว่ากลับและเมินหน้าหันมองไปทางอื่นแบบไม่สนใจใยดีกับวีที่ถาม

“ลองดูสิเสลธ ข้าพเจ้ารับรองเลยว่ามันสุดยอดจริงๆนะ” วียังคงชักชวนขณะรอต่อแถวเปลี่ยนชุดเป็นนุ่งผ้าขนหนูสำหรับลงแช่น้ำอุ่น โดยที่มีเทาต่อแถวรอเปลี่ยนชุดอยู่หน้าประตูกระท่อมของดาเนะที่ปิดไว้อยู่ “โถ ไอกิ้งก่าท่ามาก ไม่ลองลงครั้งนี้แล้วจะรู้สึก บ่อน้ำอุ่นธรรมชาติแบบนี้หาที่ไหนไม่ได้ง่ายๆนะโว้ย ขนาดข้าเป็นเผ่าสัตว์หางที่อยู่กัน้ำตลอด ข้ายังติดใจบ่อน้ำอุ่นของน้องข้าด้วยซ้ำ” เทาต่อว่าใส่เสลธแต่สักพักบานประตูก็เปิดออกพอดี ร่างกายโครงบางของกิ้งก่าในชุดนุ่งผ้าเช็ดตัวที่ผูกไว้ที่เอว
โครงอกที่เล็กแม้ว่าจะปกปิดด้วยผ้าคลุมไหล่อย่างมิดชิดแล้วก็ตาม

“งั้นตาพี่แล้วสินะ เดี๋ยวพี่ตามลงไปนะดาเนะ” เทาพูดกับน้องชายของตนที่พึ่งออกมาแล้วเข้าไปในกระท่อมปล้วปิดประตูเปลี่ยนชุดทันที “เสลธลองดูสักหน่อยสิ เดี๋ยวเราฝึกสอนให้ก็ได้นะ ไม่ยากหรอก” ดาเนะเดินตรงมาหาเทาและนั่งลงข้างๆกับกิ้งก่าสีดำที่เมินชาไม่สนใจ

“เรียบร้อยแล้ว ตาเจ้าแล้ววี ข้าลงก่อนล่ะ อากาศเย็นอย่างนี้ไม่ลงไม่ได้แล้ว” เทาร่างใหญ่ในชุดนุ่งผ้าเช็ดตัวเดินผายอกตรงสู่บ่อน้ำอุ่นและลงแช่ในทันทีโดยไม่รอใคร เสียงครางผ่อนคลายของเทาดังคำรามออกมาทันทีหลังเสียงของร่างกายขนาดใหญ่ค่อยๆลงน้ำจนถีงหัวไหล่

“ดาเนะ อากาศเย็นแบบนี้รีบลงน้ำเถอะนะ เดี๋ยวไม่สบายแล้วจะแย่เอา” วีที่อยู่ในชุดนั่งผ้าเช็ดตัวที่ระดับเหนือเอวเดินมาเตือนเพื่อนกิ้งก่าสีเหลืองของตนที่นั่งตัวสั่นเบาๆ “อืมมม วีลงก่อนเลยละกัน เดี๋ยวเราก็ตามลงไปล่ะนะ” ดาเนะตอบกลับให้กับวีที่เอาผ้าขนหนูผืนเล็กมาคลุมไหล่ให้ดาเนะที่เปิดโล่ง อย่างน้อยเพื่อให้ความอบอุ่นกับร่างกายแม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี

“ยังไงก็รีบลงนะดาเนะ ข้าพเจ้าขอตัวลงแข่ก่อนนะ” วีพูดเสร็จก็เดินไปที่ขอบบ่อและค่อยๆใช้ขดหางแตะสัมผัสผิวน้ำเพื่อวัดอุณหภูมิ “เราก็ลงบ้างดีกว่า งั้นเสลธรอในกระท่อมของเราละกัน เดี๋ยวจะไม่สบาย” ดาเนะลุกขึ้นยืนพร้อมกับเสลธที่ลุกขึ้นตามและเดินตรงไปที่กระท่อมโดยมีดาเนะเดินตามไปส่งด้วย เมื่อทั้งคู่เดินถึงหน้าบานประตูกระท่อมแล้ว แขนซ้ายของดาเนะกระตุกเบาๆผ่านมือของกิ้งก่าสีดำ

“ดาเนะ อากาศหนาวแบบนี้สอนลงน้ำอุ่นหน่อยสิ” เสียงของเสลธถามด้วยน้ำเสียงที่กระแอมเบาๆหลังสายลมพัดผ่านที่สร้างความเย็นให้กับผิวกาย แต่สายตาของผู้ถามกลับไม่กล้าสบกับผู้ถูกถามทำให้มีรอยยิ้มเล็กๆออกมาจากดาเนะ “ข้างในกระท่อมเรายังมีผ้าเช็ดตัวเหลืออยู่ งั้นเดี๋ยวเข้าไปเปลี่ยนชุดกันนะ” แล้วทั้งคู่ก็เดินเข้ากระท่อมด้วยกันโดยดาเนะตรงไปที่ตู้เสื้อผ้าซึ่งอยู่ใกล้ๆกับเตียงของตน และหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ส่งให้กับเสลธที่ยืนรออยู่ด้านหลังให้รับไปเปลี่ยนชุด

“เดี๋ยวเสลธถอดชุดวางไว้ที่เก้าอี้นี้แล้วเปลี่ยนมานุ่งผ้าเช็ดตัวแบบเรานะ เดี๋ยวเราไปรอข้างนอกละกัน” ดาเนะอธิบายให้เรียบร้อยยและเดินออกจากกระท่อมปล่อยให้เสลธเปลี่ยนเสื้อผ้าลำพัง แต่เพียงครู่เดียวเสลธก็เปิดประตูกระท่อมออกมาในชุดนุ่งผ้าเข็ดตัวที่เช่นเดียวกับดาเนะ

“เสลธยังไม่เคยแช่บ่อน้ำอุ่นเลยสินะ ตอนแรกอย่าพึ่งรีบลงเด็ดขาดเลยล่ะ ไม่งั้นเดี๋ยวจะช็อคเอาได้” ดาเนะเตือนขณะที่เดินกับเสลธด้วยกันโดยไปที่ริมขอบบ่อที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆ ซึ่งเป็นจุดที่ตื่นแบบขั้นบันไดให้เดินลงได้ แต่ด้วยอากาศเย็นของเวลาค่ำกับความร้อนของบ่ำน้ำอุ่นธรรมชาติของดาเนะ จึงทำให้เกิดหมอกไอหนาจนมองอะไรไม่เห็นแม้กระทั่งเทากับวีที่ลงไปแช่ก่อนหน้านี้แล้ว

“วี พี่เทา ลงแช่อยู่หรือเปล่าน่ะ” ดาเนะตะโกนถามเพราะแม้จะเพ่งสังเกตุก็ยังคงมองไม่เห็นอยู่ดี โดยเฉพาะกับวีที่ดาเนะจำได้ว่าวีนั้นเขินอายที่จะลงแช่บ่อน้ำอุ่นร่วมกับผู้อื่น “พี่แช่อยู่ตรงนี้ดาเนะ น้ำอุ่นสบายดีมากเลย สุดยอดจริงๆ” เทาตะโกนตอบกลับเพื่อบอกตำแหน่งให้ดาเนะรับรู้ถึงสถานะของตน ซึ่งอยู่ห่างฝั่งตรงข้ามสุดขอบของบ่อที่มีหมอคไอควันหนาปกคลุมจนมองไม่เห็น “ข้าพเจ้าอยู่นี่” เสียงของวีตอบเบาๆแต่อยู่ไม่ห่างจากดาเนะทางด้านขวามากนัก แล้วร่างของวีก็ค่อยๆปรากฎผ่านหมอกไอเดินเข้ามาหาช้าๆเหมือนระแวดระวังบงอย่าง

“วี!!! ทำไมยังไม่ลงแช่บ่อน้ำอุ่นน่ะ” ดาเนะถามด้วยความตกใจเพราะร่างกายทั้งหมดของวียังไม่มีส่วนไหนที่เปียกน้ำเลย แม้แต่ผ้าเช็ดตัวก็ไม่มีความหมายของการดูดซับน้ำ “แค่อยู่ข้างๆบ่อก็อุ่นและสบายผิวมากเลย แล้วก็...ข้าพเจ้า...เอ่อ...ไม่กล้าลงกับตัวอื่นนอกจาก...ดาเนะน่ะ...คือ...ข้าพเจ้า...อ่า.... ...” วีตอบแบบเก้อๆกังๆซึ่งเป็นไปตามที่คาดคิดของดาเนะที่วีไม่ได้ลงแช่เพราะความเขินอายจริงด้วย ซึ่งดาเนะเข้าใจความรู้สึกนั้นเป็นอย่างดีแต่ก็อยากให้ทุกตัวได้ลงแช่บ่อน้ำอุ่นของตน

“วันนี้น้ำค่อนข้างอุ่นมากทำให้หมอกเยอะตาม วีไม่ต้องกลัวว่าจะมีใครเห็นหรอกนะ พี่เทาแช่อยู่ห่างๆตรงนั้นยังมองไม่เห็นเลยดูสิ” ดาเนะขี้ไปทางทิศที่เทาแช่น้ำอยู่แต่มองไม่เห็นอะไรนอกจากไอหมอกที่ปกคลุมหนาทึบ “ถ้าวีแช่อยู่ตรงแถวๆมุมบ่อตรงนั้นมันจะเหมือนมีร่องเข้าไปด้วย น่าจะสร้างความเป็นส่วนตัวให้มากขึ้นและไม่ต้องกลัวโดนตัวอื่นมองเห็นล่ะนะ” ดาเนะชี้ไปอีกทางตรงทิศที่วีเดินมาและบอกลักษณะบริเวณให้วีได้รับรู้ เพราะดาเนะคิดว่าสถานที่นั้นน่าจะทำให้วีกล้าสามารถลงแช่น้ำได้โดยไม่ต้องอายใคร หัวของวีที่หันมองไปทิศทางที่ดาเนะชี้หันกลับมาหาดาเนะอีกครั้ง

“ขอบคุณนะดาเนะ งั้นข้าพเจ้าไปรอก่อนนะ” วีเดินจากดานะและเสลธไปหายเข้าไปในหมอกควันลำพัง ซึ่งตอนแรกวีจะชวนดาเนะไปแช่ด้วยกันกับตน แต่เห็นลักษณะท่าทางของเสลธที่แปลกไปเหมือนไม่อยากให้ใครเห็นตนในสภาพที่เปิดอกในชุดผ้านุ่งผ้าขนหนูจากสีหน้า ซึ่งวีก็เคยรู้สึกเฉกเช่นเดียวกันแบบนี้ก่อนจึงเข้าใจได้เป็นอย่างดี

“ทุกตัวก็แช่กันหมดแล้ว งั้นเรากับเสลธก็ลงแช่ด้วยกันบ้างนะ” ดาเนะชักชวนเสลธซึ่งพยัคหน้ารับเบาๆ จากนั้นดาเนะก็ลงไปในบ่อน้ำอุ่นก่อนและเสลธก็กำลังจะลงตามด้วยเช่นกัน “เสลธอย่าพึ่งลงนะ เสลธยังไม่มีประสบการณ์มาก่อนมันอันตราย” เสลธที่กำลังจะหย่อนเท้าลงสัมผัสผิวน้ำรีบชักกลับตามคำเตือนของดาเนะในทันที

“อ...อะไร เกิดอะไรขึ้น” เสลธถามด้วยความตกใจเพราะเสียงของดาเนะที่ออกมาเป็นเสียงที่ร้องโพล่งออกมาด้วยความตกใจ “เกิดอะไรขึ้นน่ะดาเนะ” วีกับเทาที่ได้ยินเสียงของดาเนะตะโกนถามจากระยะของตนในทันที “ม...ไม่มีอะไร แค่ตกใจนิดหน่อยเท่านั้นเอง” ดาเนะตะโกนตอบกลับเพื่อไม่ให้ทั้งสองมาหาดาเนะและเห็นเสลธที่ไม่อยูในสภาพพร้อมให้เห็นจากเจ้าตัว

“เหรอ งั้นพี่แช่ต่อนะ อย่าทำให้ตกใจสิ” เทาตอบกลับก่อนที่จะปล่อยตนผ่อนคลายกับน้ำร้อนอีกครั้ง “ถ้ามีอะไรก็เรียกขาพเจ้าก็ได้นะ” วีตอบกลับก่อนที่เงียบหายไปอีกตัวจนไร้ซึ่งเสียงใดๆแล้วจากทั้งคู่ ดาเนะที่ยืนหางสั่นระรัวค่อยๆสั่นช้าลงและถอนหายใจออกมาเบาๆ

“ด....ดาเนะ ส...เสลธ...” จากเสลธที่สีหน้านิ่งสงบเปลี่ยนหน้าเสียทันทีเมื่อเห็นหางของดาเนะที่สั่นที่พยายามปกป้องตนไม่ให้มีใครเห็นจนทำให้ดาเนะตองลำบาก “ไม่เป็นไรนะเสลธ ไม่เป็นไร เสลธไม่ได้ผิดสักหน่อย ก็เสลธไม่รู้จริงๆนี่นา” ดาเนะปลอบเสลธและลูบหน้าผากที่เอื่อมสุดแขนดาเนะไปมาให้เสลธผ่อนคลายลง

“งั้นต่อกันเลยนะ เริ่มจากให้เสลธเอาหางลองสัมผัสผิวน้ำเบาๆนะ อย่าจุ่มลงไป ให้ร่างกายรับรู้ว่านี่คืออุณห๓มิของน้ำในขณะนี้ เพื่อจะได้ปรับตัวและเตรียมตัวไว้สำหรับขั้นตอนต่อไป” ดาเนะสอนให้กับเสลธซึ่งปฏิบัติตามโดยดี โดยนั่งหันหลังให้กับดาเนะและค่อยๆยื่นหางลงไปสัมผัสที่ผิวน้ำ แต่เพียงแค่สัมผัสกระชักกระตุกกลับสุดแรงและหางตั้งไม่ลงตำแหน่งลง

“ร้อน!!!” เสลธร้องด้วยความตกใจและหางยังคงชักตั้งเกร็งไว้ไม่ยอมผ่อนลงมา “บ้ากันไปแล้ว จะให้แช่น้ำร้อนๆแบบนี้เนี่ยนะ ไม่มีทางเด็ดขาด” เสลธตกใจกับระดับความร้อนของผิวน้ำที่สัมผัสซึ่งไม่มีทางเป็นไปได้ที่จะลงไปแช่ได้จนว่ากลับใส่ดาเนะ ซึ่งดาเนะไม่ได้นำมาคิดมากเพราะว่าน่าจะเป็นเรื่องปรกติที่ใครไม่เคยลองต้งตกใจเช่นเดียวกับเสลธ “แต่พวกเราทุกตัวก็ลงกันได้หมดนี่นา ไม่ต้องกลัวหรอกเสลธ ถ้าค่อยๆเดี๋ยวก็ทำได้อย่างแน่นอน” ดาเนะยังคงเกลี้ยกล่อมให้เสลธได้ทดสองซึ่งก็ยอมฟังแม้ว่าจะยังหวาดระแวงอยู่

“งั้นตอนแรกให้ค่อนๆหย่อนเท้าลงในน้ำช้าๆเบาๆ นะ เท้าเราจะรู้สึกไม่ร้อนเทียบเท่าปลายหางเรา” ดาเนะแนะนำและเอามือรองใต้ผิวน้ำเพื่อให้เสลธใช้เท้าวางบนมือนั้นแต่เสลธไม่ทำตาม “ไม่เป็นไรเสลธไม่ต้องกลัว เราไม่ถืออะไรหรอก ค่อยๆวางเทาลงมาเลยนะ ช้าๆ” เสลธที่ได้คำแนะนำและคำอนุญาติแล้วจึงค่อยๆหย่อนเท้าลงพร้อมกับกล่าวขอโทษด้วย

“ขอโทษนะดาเนะ” และเมื่อเท้าของเสลธเหยียบลงไปถึงฝ่ามือของดาเนะซึ่งจมลงไปถึงข้อเท้าแล้ว เสลธกลับรู้สึกแปลกใจที่ไม่รู้สึกร้อนเทียบเท่าเมื่อเอาหางของตนสัมผัส “ไม่ร้อนแล้วแฮะ จริงด้วย” เสลธรู้สึกตื่นเต้นที่ได้สัมผัสกับน้ำอุ่นมหัศจรรย์ที่ไม่ร้อนเหมือนที่ดาเนะบอก

“เดี๋ยวเราจะค่อยๆปล่อยมือออก แล้วเสลธค่อยๆหย่อนขาลงมายืนในน้ำนะ” มือของดาเนะค่อยๆชักออกจากเท้าปล่อยให้เป็นอิสระระดับความสูงของน้ำสูงเพียงแค่ระดับเกือบต้นขาของกิ้งก่าเท่านั้นในจุดที่ดาเนะยืนอยู่ เท้าของเสลธค่อยๆเหยียดลงในบ่อลึกขึ้นเรื่อยๆจนสุดขาท่านั่งหย่อยขาที่จะปล่อยทิ้งได้ สองมือที่รองรับน้ำหนักตัวให้เหยียดตรงค่อยๆออกแรงผลัก ส่วนก้นของกิ้งก่าที่นั่งบนก้อนหินขอบบ่อค่อยๆเคลื่อนออกและขึ้นตั้งตรงท่ายืนบนบ่อน้ำอุ่น

“ยืนเหมือนดาเนะแล้วยังไงต่อน่ะ” เสลธถามหลังทำตามขั้นตอนทุกอย่างเสร็จสิ้น “ตรงนี้อาจจะยากสักหน่อย แต่เสลธจับไหล่เราไว้นะ เราจะต้องค่อยๆหย่อนตัวลงน้ำอุ่นไปจนถึงหน้าอกน่ะ เสลธค่อยๆทำพร้อมกันช้าๆนะ” เสลธใช้สองมือยื่นไปจับไหล่ของดาเนะในทันทีซึ่งเป็นการเสริมความกล้าให้กับเสลธไปในตัวด้วย จากนั้นดาเนะก็ให้สัญญาณพยัคหน้า ร่างของกิ้งก่าทั้งสองค่อยๆเคลื่อนตัวลงช้าๆ ส่วนของร่างกายค่อยๆจมลงในน้ำอุ่น แต่เมื่อผิวหน้าท้องของเสลธรับสัมผัสร้อนในทันที ร่างของเสลธก็ลุกขึ้นพรวดและออกแรงกดผ่านมือทั้งสองลงบนไหล่ของดาเนะในทันที เหมือนพยายามให้ร่างกายห่างจากน้ำโดยยันตัวบนไหล่ของดาเนะ

“ด...ดาเนะ...ส...เสลธ...” ลมหายใจของเสลธเข้าออกแรงกว่าปรกติกับดวงตาที่ขยายกว้างเพราะอาการตกใจ เสียงของเสลธแม้จะไม่มีอาการสั่นกลัว แต่ก็แฝงด้วยความรู้สึกที่ไม่ดีออกมาให้รับรู้สึก “ไม่เป็นไรนะเสลธ ไม่ต้องกลัวนะ ดาเนะอยู่ตรงนี้กับเสลธตลอดนะ” ดาเนะให้กำลังใจกับเสลธและใช้มือข้างหนึ่งที่ชักออกจากการโอบหลังขึ้นมาวางอิงบนหน้าผากของเสลธและลูบไปมาเบาๆให้เสลธอารมณ์สงบลง

“ลองอีกครั้งนะเสลธ ไม่ต้องกลัว ดาเนะอยู่กับเสลธตรงหน้านี้อยู่ตลอดนะ แต่เสลธต้องอดทนตอนน้ำร้อนสัมผัสที่ท้องให้ได้นะ” แม้ว่าจะรู้สึกเจ็บหัวไหล่ทั้งสองข้างก็ตาม แต่ดาเนะก็ยังคงให้เสลธลงน้ำหนักนั้นอย่างเต็มใจ เพื่อจะให้เสลธใช้เป็นอุปกรณ์ช่วยสำหรับการฝึกลงบ่อน้ำอุ่นนี้ เสลธที่ได้ยินก็พยายามลดระดัของตัวเองลงเรื่อยๆจนผิวหน้าท้องเริมสัมผัวผิวน้ำอีกครั้ง

“อึ...อึก...” เสลธข่มฟันระงับเสียงร้องออกมา ดวงตาที่ข่มหลับอดกลั้นพยายามฝืนร่างกายที่จะพยายามดีดกลับจากอุณหภูมิของน้ำที่สัมผัสกับผิวท้องที่เย็น มือของเสลธเกร็งและยิ่งบีบไหล่ของดาเนะแน่นยิ่งขึ้น “อย่างนั้นล่ะเสลธ ค่อยๆลงช้าๆนะ ค่อยๆ ค่อยๆ” ดาเนะส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจและการเปลี่ยนแปลงของสีหน้าของเสลธที่เริ่มขึ้นเรื่อแดงอ่อนจางบนใบหน้าสีดำสนิท ลมหายใจเริ่มสงบนิ่งและผ่อนคลายลงจากความตื่นเต้น สองมือที่กุมแน่นบนไหล่เล็กๆของดาเนะคลายออกช้าๆแต่ยังคงกาะไว้ไม่ไปไหน

“อึก...อ...อา.........” เสลธร้องครางผ่อนคลายออกมาเมื่อส่วนหน้าท้องทั้งหมดค่อยๆจมลงในน้ำจนถึงระดับอก สีแดงเรื่อบนใบหน้าเริ่มขึ้นสีเข้มขึ้นกับหนังตาบนค่อยๆผ่อนลง ปากขยับอ้าและผ่อนลมหายใจออกมาแสดงถึงความคลาย และสีหน้าที่แสดงถึงความสุขก็ปรากฎบนใบหน้าของเสลธให้ดาเนะได้ประจักเห็นในบ่อน้ำอุ่น “เป็นยังไงบ้างเสลธ รู้สึกดีขึ้นบ้างมั้ย” ดาเนะถามซึ่งรู้คำตอบจากใบหน้าของกิ้งก่าสีดำที่อยู่ตรงหน้าแล้ว

“...ก็ดีขึ้นน่ะแหละ แต่ไม่ต่างจากอาบน้ำปรกติสักเท่าไรมากหรอก ก็แค่ได้ยืดแขนขาได้เต็มที่ระหว่างอาบแค่นั้นเอง” เสลธตอบกลับและเก็บมือของตัวเองที่วางไว้บนไหล่ดาเนะมาตลอด แม้คำตอบที่ออกมาจะค่อนข้างไม่เข้าหูกับใครหลายตัวเมื่อได้ยิน แต่สำหรับดาเนะนั้นกลับยิ่งทำให้ดาเนะยิ้มและรู้สึกเอ็นดูต่อเสลธมากยิ่งขึ้น เพราะดาเนะรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เสลธพูดออกมานั้นไม่ตรงกับใจ เหมือนปกปิดความรู้สึกนั้นไม่ให้คนอื่นรับรู้ เพราะกิริยาและท่าทางต่างๆขณะที่ช่วยฝึกให้เสลธลงแช่บ่อน้ำอุ่นนั้นแสดงออกมาให้เห็นทั้งหมด ทั้งความหวาดกลัว ตกใจ ตื่นเต้น และความสุขที่ผ่านออกมาทางอารมณ์ สีหน้า หรือกำลังกายที่ส่งผ่านมาที่หัวไหล่

“หรอ แต่เห็นเสลธชอบแบบนี้ก็ค่อยยังชั่ว ตอนแรกกลัวว่าจะไม่ชอบเสียอีก” ดาเนะพูดเสียงปรกติแต่มือที่วางอยู่บนหน้าผากเสลธนั้นขยับลูบไปมาเบาและยิ้มให้กับเสลธอย่างเอ็นดู “ข...ข้าไม่ใช่เด็กนะดาเนะที่จะต้องมาโอ๋มาดูแลข้าแบบนี้น่ะ” แม้ดาเนะจะพูดขัดแต่ก็ยังปล่อยให้ดาเนะลูบหัวไปมาจนดาเนะหยุดมือเอง “ขอบใจนะดาเนะที่สอนข้าให้ลงบ่อน้ำอุ่นนี้เป็นน่ะ” เสลธเบือนหน้าหลบกล่าวขอบคุณให้กับดาเนะ

“ยังไม่หมดน่ะเสลธ เสลธต้องแช่ให้หัวไหล่จมงไปในน้ำแบบเราด้วยนะ ร่างกายจะได้อบอุ่นทั้งตัว แล้วมันจะรู้สึกดีมากเลยล่ะ ลองดูสิเสลธ” เสลธที่ลงแช่บ่อน้ำอุ่นจนไหล่จมลงไปแล้วสอนให้กับเสลธอีกครั้งซึ่งเป็นขั้นตอนสุดท้าย และเมื่อไหล่ของเสลธจมลงไปในน้ำแล้ว ดวงตาของเสลธก็เริ่มปรือตาลงและเหม่อลอยไม่ใช่ทั้งจากความอ่อนเพลียหรออ่อนล้า แต่แทนที่ด้วยความผ่อนคลายและความสุขจากน้ำอุ่นที่อยู่ทั่วเรือนร่างซึมเข้าไปสู่ร่างกายให้ได้รับการพักผ่อน หลังหัวของเสลธพิงให้กับก้อนหินและปล่อยตัวไปตามสบายพร้อมกับเหยียดอวัยวะต่างๆให้เต็มที่ ดาเนะที่เห็นอารมณ์ของเสลธที่ผ่อนคลายถึงขีดสุดจึงไม่รบกวนใดๆอีกและขยับมานั่งข้างๆกับเสลธด้วยเพราะอยู่ใกล้ที่สุด เพราะยังคงเป็นห่วงสำหรับมือใหม่อย่างเสลธ

“ถ้าเสลธเพลียหรือไม่ไหวก็ลุกขึ้นพักต่อในบ้านนะ ไม่ต้องฝืนร่างกาย” ดาเนะเตือนให้กับเสลธที่ส่งเสียงรับเบาๆให้ “อือ...เสลธรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเลยล่ะดาเนะ” เสียงประโยคหลังนั้นเบาเกินกว่าที่ดาเนะจะได้ยินเหมือน่นพึมพำกับตัวเองดาเนะจึงไม่ใส่ใจอะไร จากนั้นดาเนะจึงเริ่มปล่อยทิ้งอารมณ์ให้ผ่อนคลายไปอุณหภูมิของน้ำตามอย่างที่เสลธเป็นอยู่บ้างและเข้าสู่ช่วงเวลาผ่อนคลายที่สัตว์หางทุกตัวในนี้เป็นอยู่


“ดีจังที่ทุกตัวได้ลงแช่บ่อน้ำอุ่นของเราพร้อมๆกันแบบนี้ ดูทุกตัวผ่อนคลายมีความสุขแล้วทำให้เรารู้สึกมีความสุขเหมือนกัน”


เส้นทางต่อไปสำหรับฉากนี้ : คุณคิดว่าใครที่จะขึ้นจาก่อเป็นตัวสุดท้ายพร้อมกับดาเนะ
วี >>> viewtopic.php?p=215699#p215699
เสลธ >>> viewtopic.php?f=19&t=6909&p=215917#p215917
เทา >>> viewtopic.php?p=215751#p215751

รอติดตามตอนต่อไปนะครับ

Author:  Royalman [ Sun Feb 26, 2012 12:46 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Special

อุ๊ อ๊าง !~ :oops:

ก่า สี่ ตัว ในบ่อเดียวกัน (ไม่ใช่สิ ต้อง ก่า 3 กับ ญาติน้องเข้ อีก 1 :lol: )

มันม่วงมากกกก เล๊ย !~ :oops:


เอาแบบ จู่ ๆ ก็มีคนบังเอิญ แง้มประตู เจอดีไหม :lol:

Author:  TimeZero [ Sun Feb 26, 2012 12:51 pm ]
Post subject:  Re: [Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ Update Special

ขะ ของมันแน่อยู่แล้วครับ -___, -"
เลือก เส้นทาง วะ..ว (เส้นทางที่น่าจะม่วงที่สู๊ดดด) LOL
/me อั่ก โดนลากกไปเก็บ

Page 203 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/