BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

[Fic]ตอนละยาวๆของดาเนะ 12/04 เส้นทางของเสลธ
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6909
Page 6 of 204

Author:  JJmall [ Sat Sep 25, 2010 5:16 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ชอบมากคะ สนุกที่สุดในฟิคทั้งหลายแหล่ที่เคยอ่านมา
แบบว่าๆ มี2ฟิคในดวงใจละ ฟิคดาเนะ กับฟิควายของทริค>< ช้านเป็นอะไรไปเนี่ย
ปิ๊งไอเดียละ อยากลองแต่งฟิคแบบเอาตัวละครทุกคนในอัลฟ่า1+2 มาแต่งฟิค หุหุ แต่รอดูของดาเนะดีกว่า
อาจจะแต่งตอนโคลส =w= หัวดาเนะนี่สุดย๊อดด!!~ คิดได้ทุกเรื่องจริงๆ=w=
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
.
~LittlE_PanDa~ wrote:
คนรัก digi wrote:
~LittlE_PanDa~ wrote:
ทำไมสเลธต้องแอบดูตอนอาบน้ำด้วยอ่าาาา คิดไรรึเปล่าเนี๊ยยยยย >"<


พรู่ดด... ไม่อยากพูดถึง แต่เรื่องเป็นแบบนี้มันก็ออกจะล่อแหลมไปจริงๆน่ะแหละน๊า =w=

ตายละ เจ้าสเลธเป็น...เหรอ!!?? :oops:

ปล. กระทู้จะกลายพันธุ์อีกแล้ว :lol:


อร๊ายยยยยยย แปลว่าแพนด้าไม่ได้คิดไปคนเดียวสินะ
คอนแรกยังไม่เท่าไหร่ แต่ตอน 2 นี่ถึงขนาดไปแอบดูตอนอาบน้ำนี่มัน....

ที่จริงแล้ววีคุงเองก็ชอบ เอ้ย ก็สังเกตเหมือนกันสินะคะ ><


เอาไป10ปิ๊ง แด่ทุกเรป :lol:


:idea: :idea: :idea: :idea: :idea: :idea: :idea: :idea: :idea: :idea:

เบลส+ไลท์ฟีเธอร์อย่างเร็ว ><

Author:  pitinata [ Sat Sep 25, 2010 7:25 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ผมตรวจคำผิดตอนที่1 กับตอนที่2 แล้วส่งไปทาง PM แล้วนะครับ
ไม่ต้องเกรงใจครับ คือ พอดีผมติดใจ เลยอ่านอีกรอบ เลยถือโอกาส ตรวจคำผิดให้ซะเลย

การมีคำผิด อาจทำให้ ผู้อ่าน อารมณ์สะดุดได้เหมือนกันครับ ^^

Author:  thekiller01 [ Sat Sep 25, 2010 8:58 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

pitinata wrote:
ผมตรวจคำผิดตอนที่1 กับตอนที่2 แล้วส่งไปทาง PM แล้วนะครับ
ไม่ต้องเกรงใจครับ คือ พอดีผมติดใจ เลยอ่านอีกรอบ เลยถือโอกาส ตรวจคำผิดให้ซะเลย

การมีคำผิด อาจทำให้ ผู้อ่าน อารมณ์สะดุดได้เหมือนกันครับ ^^


ถูก ผมก็นักอ่านคนนึง ถ้ามีคำผิดจะทำให้สะดุด แต่ธรรมชาติของมนุษย์

ถ้าตัวหน้ากับตัวหลังเคยเห็นเคยอ่านเคยผ่านตาจะรับรู้ได้ทันทีว่าตังนั้นคือคำอะไร

viewtopic.php?f=13&t=6926

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Sep 25, 2010 9:25 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

thekiller01 wrote:
pitinata wrote:
ผมตรวจคำผิดตอนที่1 กับตอนที่2 แล้วส่งไปทาง PM แล้วนะครับ
ไม่ต้องเกรงใจครับ คือ พอดีผมติดใจ เลยอ่านอีกรอบ เลยถือโอกาส ตรวจคำผิดให้ซะเลย

การมีคำผิด อาจทำให้ ผู้อ่าน อารมณ์สะดุดได้เหมือนกันครับ ^^


ถูก ผมก็นักอ่านคนนึง ถ้ามีคำผิดจะทำให้สะดุด แต่ธรรมชาติของมนุษย์

ถ้าตัวหน้ากับตัวหลังเคยเห็นเคยอ่านเคยผ่านตาจะรับรู้ได้ทันทีว่าตังนั้นคือคำอะไร

viewtopic.php?f=13&t=6926


:idea: :idea: :idea: :idea: :idea:

Author:  fushigidane [ Sat Sep 25, 2010 9:28 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ เนื่องจากวันนี้ไปทำงานมาทั้งวันและไม่ค่อยมีเวลาในการพิมพ์งานมากนัก ส่วนเรื่องนี้ยังโชคดีที่ผมคิดไว้แต่เนิ่นๆแล้วเลยทำให้งานไวกว่าที่คาดคิดครับ ถึงกิลDRครับ ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ส่วนเรื่องการเว้นวรรค ผมก็ยังงงๆอยู่เหมือนกันว่าจะเว้นวรรคยังไงดีให้อ่านง่ายๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมจะลงแบบต้นฉบับไว้ด้านล่างละกันนะ

ภายในห้องโถงที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง...กิ้งก่าวีที่กำลังจัดแต่งชุดแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อยโดยกำลังใส่ปลอกแขนสีฟ้าเข้าที่แขนข้างขวาอย่างอารมณ์ดี หางของวีนั้นส่ายไปมาแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของเขาที่กำลังดีสุดๆ "ระริกระรี้จริงนะเจ้าวี จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นรึไง เห็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อเย็นและ" เสียงของปลาวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่ใส่เกราะโลหะและหมวกเหล็กสีขาวแบบเต็มยศที่ยืนพิงผนังข้างหน้าต่าง

"แหมกิล ก็เมื่อวานไปเจอกิ้งก่าตัวหนึ่งน่าสนใจมากเลยล่ะ นานแล้วนะที่ข้าพเจ้าไม่ได้เจอกิ้งก่าร่วมเผ่าเดียวกัน แล้ววันนี้จะมาสมัครเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2ด้วย ข้าพเจ้าจะได้มีเพื่อนคุยเล่นด้วยสักตัว" วีตอบอย่างอารมณ์ดีขณะที่เสร็จจากการจัดแต่งปลอกแขนด้านขวาเรียบร้อย

"วี สงสัยอย่างนึง ปรกติวีจะใส่ปลอกแขนนี่ที่ข้างซ้ายไม่ใช่เรอะ ทำไมวันนี้ถึงใส่ปลอกแขนด้านขวาล่ะ" หมาป่าสีฟ้าน้ำทะเลนามอากุในชุดเกราะโลหะเฉกเช่นแบบวาฬกิลเหมือนกัน แต่ขนาดของเขานั้นจะเข้ารูปกับหมาป่าและมีสีดำที่ต่างจากสีขาวของกิลถามวีเพราะเขาก็สงสัยในจุดนี้เหมือนกัน

"ไม่มีอะไรร้อกกก ก็แค่อยากเปลี่ยนข้างบ้างเท่านั้นเอง แล้ววันนี้วันรับบสมัครหน่วยอัลฟ่าที่2นะ ขืนข้าพเจ้าลงไปให้เขารู้ว่าพวกเราเป็นหน่วยอัลฟ่าที่1ก็แย่สิ" วียังคงตอบอย่างอารมณ์ดี

"แล้วจะลงไปแกว่งหางหาเรื่องทำไมเล่า อยากโดนแทงหลังอีกรึไง" เสียงของแมวสาวขนน้ำตาลกำลังโยนมีดเล่นที่เมื่อกระทบกับแสงแดดแล้วยังต้องสะท้อนแสงของแดดออกไป แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ดูแลความคมของมีดตลอดเวลาถามกิ้งก่าสีเหลืองที่หยุดเดินกึกทันทีที่ได้ยินเสียง "หวาาา ข้าพเจ้ารับรองจะไม่นำเรื่องมาสู่พวกเราแน่นอน สัญญาด้วยเกียรติแห่งกิ้งก่าเลย" วียืนตรงตอบตัวแข็งทื่อเหงื่อท่วมไปทั้งตัว เพราะเขากลัวที่จะต้องเจอกับการโดนแทงทางด้านหลังที่รุนแรงและทรมานจากคมมีดของยอดแมวนักฆ่าแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1

"แหมโจ้ ไม่ต้องถึงมือโจ้หรอก แค่อาร์มก็พอแล้ว แค่ชวนไปเก็บสบู่ด้วยกันนิดหน่อยก็พอแล้วล่ะ ไม่เจ็บตัวอะไรเลยสัดนิดนึง" ค้างคาวสาวแสนเสน่ห์ผมยาวสีแดงในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเดินออกจากห้องน้ำเดินมานั่งที่โซฟาที่วางอยู่กลางห้อง ท่านั่งที่งดงามราวกับนางงามด้วยเรียวขาที่ยาวสวยและผิวขาวน้ำนมในท่านั่งไขว่ห้างที่ยั่วยวน

"หรือจะตอนนนี้ก็ได้นะวี เค้าพร้อมตลอดเวลาล่ะนะ" พูดจบก็ก้มตัวลงนอนตะแคงยืดแขนสุดแขนขนานกับโซฟาและมองไปที่วีอย่างยั่วยวน แต่วีที่เห็นแล้วกลับขนลุกหางพองเหงื่อแตกท่วมตัวยิ่งกว่าแมวโจ้ขู่เสียอีก เมื่อสิ้นเสียงของค้างคาวอาร์มและหยุดนิ่งค้างไป2วิ วีก็เริมรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเข้ามาจึงรีบตอบกับอาร์มแบบตะกุกตะกักเพราะกลัว "อะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไรครับ ...ข ข้าพเจ้า ก เกรงใจ..." วียิ่งตอบยิ่งเหงื่อแตกพลั่กกว่าเดิม

"แหม~~~ไม่เป็นไรหรอกวี นิดหน่อยยามเช้า ปึ๋งปั๋งสักหน่อยจะเป็นไรไป อร๊ายยย" อาร์มทำท่าเขินอายเมื่อพูดอะไรออกไป "ไปแล้วคร้าบบบบบบบบบ" วีตอบแล้วเผ่นแน่บทันทีโดยไม่รอช้าหลังจากที่อาร์มกำลังจะหยิบเส้นผมมาคาบไว้ที่ปากเพิ่มความเย้ายวนเข้าไป

" แหมวีเนี่ย เย็นชากับเค้าจังเลย" อาร์มอารมณ์เสียที่แหย่วีไม่สำเร็จเลยพองลมที่แก้มจนป่องดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ แต่เหล่าหางที่เหลือกลับเหงื่อแตกพลั่กไม่แพ้วีและสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อค้างคาวอาร์มหันมามองอย่างช้าๆไปทางกลุ่มของกิล ทุกตัวเหงื่อแตกพลั่กกว่าเก่าแล้วตัวแข็งค้างเหมือนโดนมนต์สะกดไม่สามารถขยับไปไหนได้ แล้วริมฝีปากของอาร์มก็เริ่มขยับปากพูดอะไรบางอย่างออกมา "ยา รา ไน ก๊ะ"...


ทันทีวีวิ่งแน่บลงมาถึงด้านล่างตรงถนนใหญ่ของเรือนรับรองของหน่วยอัลฟ่าที่1 ก็ได้ยินเสียงดังว้ากพร้อมกับเสียงตึงตังเหมือนกับเกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในห้องชั้น2ของเรือนนั้น เหล่าหางต่างๆล้วนเดินปรกติเสมือนกับเป็นเรื่องปรกติของที่แห่งนั้น วีเอามือขึ้นมาจับหน้าอกแล้วถอนใจดังฟู่ที่ตัวเองรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นลงมาได้อย่างหวุดหวิด "เกือบโดนท่านศาสดาเข้าพิธีอร๊างแล้วมั้ยล่ะ"

หลังจากที่ถอนใจเสร็จวีก็ยืดตัวตรงแล้วเริ่มคิดถึงสถานที่ๆน่าจะเจอดาเนะที่เขานัดมา "วันนี้ดาเนะจะมารึเปล่านะ แลวถ้ามาน่าจะไปรอตรงไหนดี ที่น้ำพุแครอนกลางเมืองดาเนะจะหาเจอรึเปล่านะ แล้วถ้าดาเนะไม่ได้เข้ามาที่กลางเมืองแล้วจะไปรอที่ไหนล่ะ" วีครุ่นคิดไม่ตกเพราะก่อนที่จะแยกย้ายกับดาเนะเมื่อวานก็ลืมบอกสถานที่นัดแนะกันก่อน ซึ่งเขาก็ลืมตรงจุดนี้ไปเสียสนิท ดาเนะเดินไปคิดไปจนมาหยุดที่น้ำพุกลางเมือง ซึ่งเป็นน้ำพุที่ทำมาจากโลหะทองแดงหลอมเป็นห่วงวงกลมลอย มีเหล่าแครอนที่เป็นแครอทมีขากำลังเดินรอบวงกลมนั้นอย่างสนุกสนาน แลัวตรงกลางนั้นมีรูปปั้นของกระรอกที่ถือไม้เท้าชูขึ้นสูงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของFirstTail เป็นสัญลักษณ์แห่งวีรสตรีของเผ่าหาง รายรอบน้ำพุก็มีเหล่าหางต่างยืนพูดคุยริมทางบ้าง นั่งทานอาหารเช้าที่บาร์ลานกว้างของหมีมิมิ ซึ่งเป็นทั้งโรงแรมและร้านอาหารบรรยากาศสบายๆประจำเมืองแห่งนี้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหมีมิมิก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เหล่าลูกค้าหางต่างๆมาอุดหนุนเพื่อรับชมรอยยิ้มที่อบอุ่นจากเธอ กับรสชาติอาหารที่ถูกปากอีกด้วย หมีมิมิหันมาเจอกับวีจึงโบกมือทักและตะโกนและทักทายวีตามทำเนียมของเจ้าของที่พัก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะวี วันนี้ตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะ อากาศดีๆอย่างนี้ดื่มโกโก้อุ่นๆสักถ้วยมั้ยคะ" หมีมิมิทักทายวีอย่างอ่อนโยน วีได้ยินจึงเดินไปหามิมิที่กำลังจะเสริฟขนมปังไข่ดาวให้กับลูกค้าหมีแพนด้าตัวหนึ่งที่กำลังเคลิ้มกับรอยยิ้มของหมีมิมิอยู่

"ดีครับ มิมิ วันนี้ข้าพเจ้านัดเพื่อนมาไว้ที่นี่น่ะ เลยต้องตื่นแต่เช้าหน่อย ว่าแต่มิมิเห็นกิ้งก่าสีเหลืองใส่ชุดฝึกหัดผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ยครับ" วีถามอย่างสุภาพกับมิมิ "เอ กิ้งก่าก็เจอบ้างนะคะ แต่ใส่ชุดฝึกหัดนี่ยังไม่เจอเลยค่ะ ไม่ใช่กิ้งก่าของเมืองนี้ใช่มั้ยคะ" มิมิถามพลางเสริฟอาหารให้กับหมีแพนด้าตัวนั้นที่ดูเหมือนสติจะลอยออกจากร่างไปแล้ว

"ครับ เพราะกิ้งก่าต่างๆในเมืองนี้ข้าพเจ้าแทบจะรู้จักกันหมดเลยเพราะประชากรน้อยมาก แต่่กิ้งก่าตัวนี้ผมไม่เคยเจอเลยล่ะ ข้าพเจ้าเพิ่งรู้จักกับเขาเมื่อวานนี้เอง และยังชวนมาที่เมืองนี้โดยไม่นัดจุดนัดพบอีก ข้าพเจ้านี่แย่จริงๆ" วีตำหนิตัวเองที่ไม่รอบคอบในจุดนี้ "อย่าคิดมากเลยค่ะวี ใครๆพลาดกันได้ ทำไมวีไม่ไปรอที่หน้าประตูเมืองล่ะคะ มิมิรับรองว่ายังไม่มีกิ้งก่าตัวไหนเดินเข้าเมืองมาเลยค่ะ" มิมิแนะขณะเดินไปที่โต๊ะเค้าเตอร์ของเธอเพื่อรองรับลูกค้าตัวอื่นๆ

"ขอบคุณมากครับมิมิ" วีโบกมือลาให้กับมิมิแล้วรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตูเมืองที่อยู่เลยจากร้านของมิมิไม่ไกลนัก หมีมิมิโบกมือให้กับวีแม้วีจะวิ่งเลยไปแล้วก็ตาม "แหม คุณวีดูกระตือรืนร้นจริงๆ สงสัยจริงใครกันนะที่ทำให้กิ้งก่าตัวนี้เป็นได้ขนาดนี้เนี่ย" แล้วเธอก็ทำหน้าที่รองรับลูกค้าของเธอต่อ


ทันทีที่วีวิ่งมาถึงหน้าประตู วีก็สอบถามยามเสือดำที่เฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างแข่งขันว่าพบเจอกิ้งก่าที่มีลักษณะเหมือนดาเนะหรือไม่ “ตั้งแต่ผมเข้าเวรมายังไม่เจอกิ้งก่าลักษณะอย่างที่ท่านวีว่ามาเลยครับ” ทหารเสือดำตอบให้กับวีอย่างเข้มแข็งหนักแน่น วีกล่าวขอบใจเสือดำแล้วเดินออกไปได้เพียงแค่4ก้าว วีก็รีบเดินกลับมาเพื่อบอกเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับเสือดำ

“วันนี้กรุณาทำเป็นไม่รู้จักข้าพเจ้านะ เอาให้เหมือนชาวหางธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่หน่วยอัลฟ่านะ” เหล่าทหารเสือดำต่างงงกับคำสั่งที่ได้รับเลยเผลอถามออกไปด้วยความสงสัย

“ทำไมหรอครับท่านวี มีอะไรรึเปล่าครับ” ไม่มีอะไรหรอก วันนี้จะมีกิ้งก่ามาหาข้าพเจ้าตัวนึง ข้าพเจ้าไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นหนึ่งในหน่วยอัลฟ่า” วีตอบแบบไม่ปิดบัง เขาไม่อยากให้ดาเนะรู้ว่าเขาคือแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1เพราะหวังจะแกล้งดาเนะสนุกๆเล็กน้อย “รับทราบครับผม” ทหารเสือดำทั้ง2ตัวตอบรับอย่างหนักแน่น “ดีมาก งั้นฝากด้วยนะ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย”

แล้ววีก็เดินออกจากทหารเสือดำมายืนอยู่หน้าประตูเมืองแล้วมองรอบๆเพื่อจะหาดาเนะ แต่ไม่ว่ามองกวาดหาอย่างไรก็ไม่เจอสักทีแต่วีก็ยังคงมองหาดาเนะต่อจนกระทั่งเจอกับสิ่งหนึ่งๆที่น่าสนใจ วีจึงเดินไปหาสิ่งนั้นๆทันทีโดยไม่ทราบว่าลืมเรื่องของดาเนะหรือเปล่า


"นี่สินะเมืองแห่งแสง สถานที่รับสมัครเพื่อเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2" ดาเนะหยุดยืนอยู่หน้าเมืองแห่งหนึ่งที่เรียกว่าเมืองแห่งแสง ข้างหน้าเมืองนั้นมีทุ่งหญ้าสีเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กำแพงสูงตระหง่านล้อมรอบเมืองแสดงถึงความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรือง หน้าประตูเมืองสูงตระหง่านและกว้างขนาดยืด2แขนสุดแขนก็ยังเอื้อมไปแตะยังไม่ถึง ข้างหนาประตูมีทหารเสือดำรูปร่างกำยำยืนเฝ้าประตู2ตัว ในมือถือหอกวางตั้งตรงกับพื้นและเชิดหน้าสูงดูสง่ากำลังดี และยังมีเหล่าหางต่างๆเดินจรหรือนั่งที่สนามหญ้าที่กว้างขวางกระอยู่ทุกพื้นที่สมกับเป็นเมืองหลวง ทุกตัวล้วนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ดวงตาสดชื่น ต่างพูดคุยกันบ้าง ทำกิจกรรมด้วยกันบ้าง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ล้วนแต่ดูมีชีวิตชีวาทุกแห่งหน


ดาเนะกวาดสายตามองทัศนียภาพของเมืองหลวง ซึ่งเป็นภาพแห่งความมีชีวิตที่ดาเนะไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานแล้วหลังจากถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านในเหตุการณ์ที่ดาเนะทำร้ายสเลธ แม้เหตุการณ์นั้นจะถูกจัดวางโดยฝีมือของเสลธก็ตามที ดาเนะสลัดภาพเหตุการณ์นั้นทิ้งจากหัวและเริ่มมองหาหางตัวหนึ่งซึ่งแนะนำให้มาสถานที่ๆแห่งนี้ วีนั่นเอง แต่ดาเนะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นการหากิ้งก่าหนึ่งตัวนั้นอย่างไรภายในสถานที่ๆเขาไม่รู้จักและมาครั้งแรก ดาเนะคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไรจึงมองหาจุดพักเหนื่อยสำหรับเขาก่อน เขากวาดมองไปรอบๆนอกกำแพงเมืองก็เจอกับต้นไม้หน้าเมืองที่อยู่ริมกำแพง ดาเนะเห็นว่าจุดนั้นน่าจะเป็นจุดที่ดีเพราะเขาเป็นคนที่ชอบธรรมชาติและต้นไม้ต้นนี้ก็อยู่หน้าเมืองในจุดที่ไม่มีจุดอับ เขายังสามารถที่จะมองคนเข้าออกประตูได้ตลอดเวลา ดาเนะหวังที่จะเจอวีออกมายืนรอที่หน้าประตูเมืองเพื่อรอการเดินทางของดาเนะ เมื่อตัดสินใจแล้วดาเนะก็สาวเท้าเดินไปยังต้นไม้แห่งนั้นเพื่อการพักเหนื่อยและรอกิ้งก่าที่นัดเขามา เมื่อดาเนะมาถึงใต้ต้นไม้แล้วก็นั่งพิงต้นไม้แล้วางสัมภาระต่างๆไว้ข้างตัวแล้วมองตรงไปยังหน้าประตูเมืองเพื่อรอวี แต่ดาเนะคิดว่าน่าจะถามทหารเสือดำดีกว่า เพราะอย่างน้อยวีเป็นกิ้งก่าของเมืองนี้เผื่อพวกเขาจะรู้จักหรือให้คำแนะนำอะไรได้จึงเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมา


วีกำลังตื่นเต้นในความนึกสนุกของเขา เพราะตอนนี้วีได้แอบอำพรางตัวบนต้นไม้ที่ดาเนะนั่งรออยู่ข้างใต้ วีวางแผนไว้ว่าจะให้ดาเนะรออีกสักพักแล้วห้อยตัวไปโผล่ตรงหน้าดาเนะให้ตกใจเล่นๆจากกิ่งไม้ที่เขาแอบอยู่ เพราะเขาอยากเห็นสีหน้าตกใจของดาเนะ เพียงแค่คิดวีก็ตัวสั่นแล้วแต่ไม่สามารถหัวเราะออกมาได้ เพราะไม่งั้นการอำพรางตัวจะเสื่อมและโดนจับได้ในที่สุด หนำซ้ำอาจจะโดนดาเนะต่อว่าอย่างรุนแรงได้ที่เห็นเขาเป็นเครื่องเล่นสนุกทั้งที่เขามาตามที่นัดไว้ วีจึงดำเนินตามแผนการต่อและได้เวลาที่เหมาะแล้ววีจึงเริ่มแผนการ โดยการเกาะกิ้งไม้ห้อยตัวลงมา โดยวีกะจะปล่อยมือที่โอบกิ่งไม้นั้นเอาไว้เพื่อให้ตัวห้อยลงมาตรงๆโดยที่ขากับหางนั้นยังเกาะที่ต้นไม้ โดยตำแหน่งหน้าของวีนั้นน่าจะอยู่ประมาณหน้าของดาเนะพอดี วีคิดภาพแผนในใจทบทวนอย่างดีเรียบร้อยอีกครั้งจึงปล่อยมือทันทีตามแผนการ “แฮ่..ดา อั่ก” วีรู้สึกเหมือนอะไรกระแทกบริเวณหน้าผากของเขาอย่างแรงจนมึนงงทำให้ขากับหางที่เกี่ยวไว้อ่อนแรงจนร่วงลงมาจากต้นไม้ดังอักไปนอนแผ่หราที่พื้น


วีรู้สึกแปลกใจที่ทำไมถึงมีอะไรมากระแทกที่หัวเขาได้ วีเอามือขึ้นมาจับที่Goggleซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถูกกระแทกและลูบคลำเพื่อจะเช็คว่าได้รับบาดเจ็บไหม เมื่อเช็คเรียบร้อยว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บจึงหันกลับไปที่ต้นไม้เพื่อจะขอโทษดาเนะที่แกล้งเขาให้ตกใจ แต่ทันทีที่หันกลับไปวีต้องช็อคสุดขีดจนแทบจะร้องออกมาดังๆ เพราะสิ่งที่เขากระแทกนั้นเป็นหัวของดาเนะและสิ่งที่กระแทกไปนั้นเป็นแว่นGoggleของวีด้วย นั่นหมายความว่าดาเนะโดนของแข็งฟาดที่หัวจนหมดสติไปนอนราบคว่ำไปแล้ว วีรีบไปดูดาเนะซึ่งเจอกับรอยโนที่หัวใหญ่แทบเท่าลูกมะนาวแถมบวมเป่งมากด้วย วีตอนนั้นตกใจมากเลยเขย่าตัวดาเนะเพื่อจะเรียกสติกลับมา แต่ดูเหมือนดาเนะจะสลบไปไม่ได้เรื่องราวแล้ว เพราะหัวของดาเนะโยกไปมาตามแรงเขย่าแถมปากยังยิ้มลอยๆอีกตังหาก

“ดาเนะๆ เป็นไรมากเปล่า ดาเนะ” วียังคงเขย่าตัวดาเนะจนเห็นเหมือนวิญญาณกิ้งก่ามีปีกเล็กๆกำลังจะลอยออกจากหัวของดาเนะ “แว้กกกกก ดาเนะ แข็งใจไว้ แข็งใจไว้ดาเนะอย่าพึ่งตายตอนนี้” วีตะโกนลั่นด้วยความตกใจจนทำให้ชาวหางที่อยู่ในระแวกนั้นหันขวับมามองเป็นทางเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น วีเห็นยิ่งปล่อยนานยิ่งดูท่าไม่ดีเพราะวิญญาณของดาเนะนั้นยิ้มทำสายตาพริ้มเหมือนกำลังจะได้ไปสรวงสวรรค์อยู่รำไรแถมหลุดอกมาเกินครึ่งดวงแล้ว

วีช็อคสุดขีดจนอุ้มดาเนะมาประคองแล้ววิ่งพรวดเข้าเมืองดั่งสายลมโดยที่ทหารเสือดำทั้งสองยังวิ่งมาไม่ทันถึงด้วยซ้ำ วีอุ้มร่างดาเนะวิ่งพรวดเข้าโรงแรมของหมีมิมิขึ้นชั้น2ทันที โดยขณะที่วิ่งมาถึงโรงแรมหมีมิมิวีก็ตะโกนบอกหมีมิมิ “VIPพิเศษ2ตัว” โดยไม่หยุดรออะไรทั้งสิ้น ทุกตัวละแวกนั้นตกใจจนค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นกิ้งก่าวีอุ้มกิ้งก่าตัวผู้วิ่งขึ้นโรงแรมเข้าห้องVIPอย่างเร็วจี๋ แม้กระทั่งตัวมิมิเองในที่กำลังจะเสริฟเบียร์แก้วใหญ่ให้กับลูกค้าเพนกวินอยู่ เธอตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเบียรั้เธอถืออยู่นั้นหกลงบนหัวเพนกวินลูกค้าซึ่งตัวเพนกวินเองก็กำลังค้างอยู่เช่นกัน

------------------------------------------------------------------------------

ภายในห้องโถงที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง...กิ้งก่าวีที่กำลังจัดแต่งชุดแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อยโดยกำลังใส่ปลอกแขนสีฟ้าเข้าที่แขนข้างขวาอย่างอารมณ์ดี หางของวีนั้นส่ายไปมาแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของเขาที่กำลังดีสุดๆ "ระริกระรี้จริงนะเจ้าวี จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นรึไง เห็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อเย็นและ" เสียงของปลาวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่ใส่เกราะโลหะและหมวกเหล็กสีขาวแบบเต็มยศที่ยืนพิงผนังข้างหน้าต่าง "แหมกิล ก็เมื่อวานไปเจอกิ้งก่าตัวหนึ่งน่าสนใจมากเลยล่ะ นานแล้วนะที่ข้าพเจ้าไม่ได้เจอกิ้งก่าร่วมเผ่าเดียวกัน แล้ววันนี้จะมาสมัครเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2ด้วย ข้าพเจ้าจะได้มีเพื่อนคุยเล่นด้วยสักตัว" วีตอบอย่างอารมณ์ดีขณะที่เสร็จจากการจัดแต่งปลอกแขนด้านขวาเรียบร้อย "วี สงสัยอย่างนึง ปรกติวีจะใส่ปลอกแขนนี่ที่ข้างซ้ายไม่ใช่เรอะ ทำไมวันนี้ถึงใส่ปลอกแขนด้านขวาล่ะ" หมาป่าสีฟ้าน้ำทะเลนามอากุในชุดเกราะโลหะเฉกเช่นแบบวาฬกิลเหมือนกัน แต่ขนาดของเขานั้นจะเข้ารูปกับหมาป่าและมีสีดำที่ต่างจากสีขาวของกิลถามวีเพราะเขาก็สงสัยในจุดนี้เหมือนกัน "ไม่มีอะไรร้อกกก ก็แค่อยากเปลี่ยนข้างบ้างเท่านั้นเอง แล้ววันนี้วันรับบสมัครหน่วยอัลฟ่าที่2นะ ขืนข้าพเจ้าลงไปให้เขารู้ว่าพวกเราเป็นหน่วยอัลฟ่าที่1ก็แย่สิ" วียังคงตอบอย่างอารมณ์ดี "แล้วจะลงไปแกว่งหางหาเรื่องทำไมเล่า อยากโดนแทงหลังอีกรึไง" เสียงของแมวสาวขนน้ำตาลกำลังโยนมีดเล่นที่เมื่อกระทบกับแสงแดดแล้วยังต้องสะท้อนแสงของแดดออกไป แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ดูแลความคมของมีดตลอดเวลาถามกิ้งก่าสีเหลืองที่หยุดเดินกึกทันทีที่ได้ยินเสียง "หวาาา ข้าพเจ้ารับรองจะไม่นำเรื่องมาสู่พวกเราแน่นอน สัญญาด้วยเกียรติแห่งกิ้งก่าเลย" วียืนตรงตอบตัวแข็งทื่อเหงื่อท่วมไปทั้งตัว เพราะเขากลัวที่จะต้องเจอกับการโดนแทงทางด้านหลังที่รุนแรงและทรมานจากคมมีดของยอดแมวนักฆ่าแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1 "แหมโจ้ ไม่ต้องถึงมือโจ้หรอก แค่อาร์มก็พอแล้ว แค่ชวนไปเก็บสบู่ด้วยกันนิดหน่อยก็พอแล้วล่ะ ไม่เจ็บตัวอะไรเลยสัดนิดนึง" ค้างคาวสาวแสนเสน่ห์ผมยาวสีแดงในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเดินออกจากห้องน้ำเดินมานั่งที่โซฟาที่วางอยู่กลางห้อง ท่านั่งที่งดงามราวกับนางงามด้วยเรียวขาที่ยาวสวยและผิวขาวน้ำนมในท่านั่งไขว่ห้างที่ยั่วยวน "หรือจะตอนนนี้ก็ได้นะวี เค้าพร้อมตลอดเวลาล่ะนะ" พูดจบก็ก้มตัวลงนอนตะแคงยืดแขนสุดแขนขนานกับโซฟาและมองไปที่วีอย่างยั่วยวน แต่วีที่เห็นแล้วกลับขนลุกหางพองเหงื่อแตกท่วมตัวยิ่งกว่าแมวโจ้ขู่เสียอีก เมื่อสิ้นเสียงของค้างคาวอาร์มและหยุดนิ่งค้างไป2วิ วีก็เริมรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเข้ามาจึงรีบตอบกับอาร์มแบบตะกุกตะกักเพราะกลัว "อะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไรครับ ...ข ข้าพเจ้า ก เกรงใจ..." วียิ่งตอบยิ่งเหงื่อแตกพลั่กกว่าเดิม "แหม~~~ไม่เป็นไรหรอกวี นิดหน่อยยามเช้า ปึ๋งปั๋งสักหน่อยจะเป็นไรไป อร๊ายยย" อาร์มทำท่าเขินอายเมื่อพูดอะไรออกไป "ไปแล้วคร้าบบบบบบบบบ" วีตอบแล้วเผ่นแน่บทันทีโดยไม่รอช้าหลังจากที่อาร์มกำลังจะหยิบเส้นผมมาคาบไว้ที่ปากเพิ่มความเย้ายวนเข้าไป " แหมวีเนี่ย เย็นชากับเค้าจังเลย" อาร์มอารมณ์เสียที่แหย่วีไม่สำเร็จเลยพองลมที่แก้มจนป่องดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ แต่เหล่าหางที่เหลือกลับเหงื่อแตกพลั่กไม่แพ้วีและสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อค้างคาวอาร์มหันมามองอย่างช้าๆไปทางกลุ่มของกิล ทุกตัวเหงื่อแตกพลั่กกว่าเก่าแล้วตัวแข็งค้างเหมือนโดนมนต์สะกดไม่สามารถขยับไปไหนได้ แล้วริมฝีปากของอาร์มก็เริ่มขยับปากพูดอะไรบางอย่างออกมา "ยา รา ไน ก๊ะ"...

ทันทีวีวิ่งแน่บลงมาถึงด้านล่างตรงถนนใหญ่ของเรือนรับรองของหน่วยอัลฟ่าที่1 ก็ได้ยินเสียงดังว้ากพร้อมกับเสียงตึงตังเหมือนกับเกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในห้องชั้น2ของเรือนนั้น เหล่าหางต่างๆล้วนเดินปรกติเสมือนกับเป็นเรื่องปรกติของที่แห่งนั้น วีเอามือขึ้นมาจับหน้าอกแล้วถอนใจดังฟู่ที่ตัวเองรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นลงมาได้อย่างหวุดหวิด "เกือบโดนท่านศาสดาเข้าพิธีอร๊างแล้วมั้ยล่ะ" หลังจากที่ถอนใจเสร็จวีก็ยืดตัวตรงแล้วเริ่มคิดถึงสถานที่ๆน่าจะเจอดาเนะที่เขานัดมา "วันนี้ดาเนะจะมารึเปล่านะ แลวถ้ามาน่าจะไปรอตรงไหนดี ที่น้ำพุแครอนกลางเมืองดาเนะจะหาเจอรึเปล่านะ แล้วถ้าดาเนะไม่ได้เข้ามาที่กลางเมือแล้วจะไปรอที่ไหนล่ะ" วีครุ่นคิดไม่ตกเพราะก่อนที่จะแยกย้ายกับดาเนะเมื่อวานก็ลืมบอกสถานที่นัดแนะกันก่อน ซึ่งเขาก็ลืมตรงจุดนี้ไปเสียสนิท ดาเนะเดินไปคิดไปจนมาหยุดที่น้ำพุกลางเมือง ซึ่งเป็นน้ำพุที่ทำมาจากโลหะทองแดงหลอมเป็นห่วงวงกลมลอย มีเหล่าแครอนที่เป็นแครอทมีขากำลังเดินรอบวงกลมนั้นอย่างสนุกสนาน แลัวตรงกลางนั้นมีรูปปั้นของกระรอกที่ถือไม้เท้าชูขึ้นสูงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของFirstTail เป็นสัญลักษณ์แห่งวีรสตรีของเผ่าหาง รายรอบน้ำพุก็มีเหล่าหางต่างยืนพูดคุยริมทางบ้าง นั่งทานอาหารเช้าที่บาร์ลานกว้างของหมีมิมิ ซึ่งเป็นทั้งโรงแรมและร้านอาหารบรรยากาศสบายๆประจำเมืองแห่งนี้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหมีมิมิก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เหล่าลูกค้าหางต่างๆมาอุดหนุนเพื่อรับชมรอยยิ้มที่อบอุ่นจากเธอ กับรสชาติอาหารที่ถูกปากอีกด้วย หมีมิมิหันมาเจอกับวีจึงโบกมือทักและตะโกนและทักทายวีตามทำเนียมของเจ้าของที่พัก "อรุณสวัสดิ์ค่ะวี วันนี้ตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะ อากาศดีๆอย่างนี้ดื่มโกโก้อุ่นๆสักถ้วยมั้ยคะ" หมีมิมิทักทายวีอย่างอ่อนโยน วีได้ยินจึงเดินไปหามิมิที่กำลังจะเสริฟขนมปังไข่ดาวให้กับลูกค้าหมีแพนด้าตัวหนึ่งที่กำลังเคลิ้มกับรอยยิ้มของหมีมิมิอยู่ "ดีครับ มิมิ วันนี้ข้าพเจ้านัดเพื่อนมาไว้ที่นี่น่ะ เลยต้องตื่นแต่เช้าหน่อย ว่าแต่มิมิเห็นกิ้งก่าสีเหลืองใส่ชุดฝึกหัดผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ยครับ" วีถามอย่างสุภาพกับมิมิ "เอ กิ้งก่าก็เจอบ้างนะคะ แต่ใส่ชุดฝึกหัดนี่ยังไม่เจอเลยค่ะ ไม่ใช่กิ้งก่าของเมืองนี้ใช่มั้ยคะ" มิมิถามพลางเสริฟอาหารให้กับหมีแพนด้าตัวนั้นที่ดูเหมือนสติจะลอยออกจากร่างไปแล้ว "ครับ เพราะกิ้งก่าต่างๆในเมืองนี้ข้าพเจ้าแทบจะรู้จักกันหมดเลยเพราะประชากรน้อยมาก แต่่กิ้งก่าตัวนี้ผมไม่เคยเจอเลยล่ะ ข้าพเจ้าเพิ่งรู้จักกับเขาเมื่อวานนี้เอง และยังชวนมาที่เมืองนี้โดยไม่นัดจุดนัดพบอีก ข้าพเจ้านี่แย่จริงๆ" วีตำหนิตัวเองที่ไม่รอบคอบในจุดนี้ "อย่าคิดมากเลยค่ะวี ใครๆพลาดกันได้ ทำไมวีไม่ไปรอที่หน้าประตูเมืองล่ะคะ มิมิรับรองว่ายังไม่มีกิ้งก่าตัวไหนเดินเข้าเมืองมาเลยค่ะ" มิมิแนะขณะเดินไปที่โต๊ะเค้าเตอร์ของเธอเพื่อรองรับลูกค้าตัวอื่นๆ "ขอบคุณมากครับมิมิ" วีโบกมือลาให้กับมิมิแล้วรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตูเมืองที่อยู่เลยจากร้านของมิมิไม่ไกลนัก หมีมิมิโบกมือให้กับวีแม้วีจะวิ่งเลยไปแล้วก็ตาม "แหม คุณวีดูกระตือรืนร้นจริงๆ สงสัยจริงใครกันนะที่ทำให้กิ้งก่าสีตัวนี้เป็นได้ขนาดนี้เนี่ย" แล้วเธอก็ทำหน้าที่รองรับลูกค้าของเธอต่อ

ทันทีที่วีวิ่งมาถึงหน้าประตู วีก็สอบถามยามเสือดำที่เฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างแข่งขันว่าพบเจอกิ้งก่าที่มีลักษณะเหมือนดาเนะหรือไม่ “ตั้งแต่ผมเข้าเวรมายังไม่เจอกิ้งก่าลักษณะอย่างที่ท่านวีว่ามาเลยครับ” ทหารเสือดำตอบให้กับวีอย่างเข้มแข็งหนักแน่น วีกล่าวขอบใจเสือดำแล้วเดินออกไปได้เพียงแค่4ก้าว วีก็รีบเดินกลับมาเพื่อบอกเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับเสือดำ “วันนี้กรุณาทำเป็นไม่รู้จักข้าพเจ้านะ เอาให้เหมือนชาวหางธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่หน่วยอัลฟ่านะ” เหล่าทหารเสือดำต่างงงกับคำสั่งที่ได้รับเลยเผลอถามออกไปด้วยความสงสัย “ทำไมหรอครับท่านวี มีอะไรรึเปล่าครับ” ไม่มีอะไรหรอก วันนี้จะมีกิ้งก่ามาหาข้าพเจ้าตัวนึง ข้าพเจ้าไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นหนึ่งในหน่วยอัลฟ่า” วีตอบแบบไม่ปิดบัง เขาไม่อยากให้ดาเนะรู้ว่าเขาคือแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1เพราะหวังจะแกล้งดาเนะสนุกๆเล็กน้อย “รับทราบครับผม” ทหารเสือดำทั้ง2ตัวตอบรับอย่างหนักแน่น “ดีมาก งั้นฝากด้วยนะ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย” แล้ววีก็เดินออกจากทหารเสือดำมายืนอยู่หน้าประตูเมืองแล้วมองรอบๆเพื่อจะหาดาเนะ แต่ไม่ว่ามองกวาดหาอย่างไรก็ไม่เจอสักทีแต่วีก็ยังคงมองหาดาเนะต่อจนกระทั่งเจอกับสิ้งหนึ่งๆที่น่าสนใจ วีจึงเดินไปหาสิ่งนั้นๆทันทีโดยไม่ทราบว่าลืมเรื่องของดาเนะหรือเปล่า

"นี่สินะเมืองแห่งแสง สถานที่รับสมัครเพื่อเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2" ดาเนะหยุดยืนอยู่หน้าเมืองแห่งหนึ่งที่เรียกว่าเมืองแห่งแสง ข้างหน้าเมืองนั้นมีทุ่งหญาสีเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กำแพงสูงตระหง่านล้อมรอบเมืองแสดงถึงความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรือง หน้าประตูเมืองสูงตระหง่านและกว้างขนาดยืด2แขนสุดแขนก็ยังเอื้อมไปแตะยังไม่ถึง ข้างหนาประตูมีทหารเสือดำรูปร่างกำยำยืนเฝ้าประตู2ตัว ในมือถือหอกวางตั้งตรงกับพื้นและเชิดหน้าสูงดูสง่ากำลังดี และยังมีเหล่าหางต่างๆเดินจรหรือนั่งที่สนามหญ้าที่กว้างขวางกระอยู่ทุกพื้นที่สมกับเป็นเมืองหลวง ทุกตัวล้วนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ดวงตาสดชื่น ต่างพูดคุยกันบ้าง ทำกิจกรรมด้วยกันบ้าง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ล้วนแต่ดูมีชีวิตชีวาทุกแห่งหน

ดาเนะกวาดสายตามองทัศนียภาพของเมืองหลวง ซึ่งเป็นภาพแห่งความมีชีวิตที่ดาเนะไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานแล้วหลังจากถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านในเหตุการณ์ที่ดาเนะทำร้ายสเลธ แม้เหตุการณ์นั้นจะถูกจัดวางโดยฝีมือของเสลธก็ตามที ดาเนะสลัดภาพเหตุการณ์นั้นทิงจากหัวและเริ่มมองหาหางตัวหนึ่งซึ่งแนะนำให้มาสถานที่ๆแห่งนี้ วีนั่นเอง แต่ดาเนะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นการหากิ้งก่าหนึ่งตัวนั้นอย่างไรภายในสถานที่ๆเขาไม่รู้จักและมาครั้งแรก ดาเนะคิดไม่ออกว่าจะทำเช่นไรจึงมองหาจุดพักเหนื่อยสำหรับเขาก่อน เขากวาดมองไปรอบๆนอกกำแพงเมืองก็เจอกับต้นไม้หน้าเมืองที่อยู่ริมกำแพง ดาเนะเห็นว่าจุดนั้นน่าจะเป็นจุดที่ดีเพราะเขาเป็นคนที่ชอบธรรมชาติและต้นไม้ต้นนี้ก็อยู่หน้าเมืองในจุดที่ไม่มีจุดอับ เขายังสามารถที่จะมองคนเข้าออกประตูได้ตลอดเวลา ดาเนะหวังที่จะเจอวีออกมายืนรอที่หน้าประตูเมืองเพื่อรอการเดินทางของดาเนะ เมื่อตัดสินใจแล้วดาเนะก็สาวเท้าเดินไปยังต้นไม้แห่งนั้นเพื่อการพักเหนื่อยและรอกิ้งก่าที่นัดเขามา เมื่อดาเนะมาถึงใต้ต้นไม้แล้วก็นั่งพิงต้นไม้แล้วางสัมภาระต่างๆไว้ข้างตัวแล้วมองตรงไปยังหน้าประตูเมืองเพื่อรอวี แต่ดาเนะคิดว่าน่าจะถามทหารเสือดำดีกว่า เพราะอย่างน้อยวีเป็นกิ้งก่าของเมืองนี้เผื่อพวกเขาจะรู้จักหรือให้คำแนะนำอะรได้ จึงเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมา

วีกำลังตื่นเต้นในความนึกสนุกของเขา เพราะตอนนี้วีได้แอบอำพรางตัวบนต้นไม้ที่ดาเนะนั่งรออยู่ข้างใต้ วีวางแผนไว้ว่าจะให้ดาเนะรออีกสักพักแล้วห้อยตัวไปโผล่ตรงหน้าดาเนะให้ตกใจเล่นๆจากกิ่งไม้ที่เขาแอบอยู่ เพราะเขาอยากเห็นสีหน้าตกใจของดาเนะ เพียงแค่คิดวีก็ตัวสั่นแล้วแต่ไม่สามารถหัวเราะออกมาได้ เพราะไม่งั้นการอำพรางตัวจะเสื่อมและโดนจับได้ในที่สุด หนำซ้ำอาจจะโดนดาเนะต่อว่าอย่างรุนแรงได้ที่เห็นเขาเป็นเครื่องเล่นสนุกทั้งที่เขามาตามที่นัดไว้ วีจึงดำเนินตามแผนการต่อและได้เวลาที่เหมาะแล้ววีจึงเริ่มแผนการ โดยการเกาะกิ้งไม้ห้อยตัวลงมา โดยวีกะจะปล่อยมือที่โอบกิ่งไม้นั้นเอาไว้เพื่อให้ตัวห้อยลงมาตรงๆโดยที่ขากับหางนั้นยังเกาะที่ต้นไม้ โดยตำแหน่งหน้าของวีนั้นน่าจะอยู่ประมาณหน้าของดาเนะพอดี วีคิดภาพแผนในใจทบทวนอย่างดีเรียบร้อยอีกครั้งจึงปล่อยมือทันทีตามแผนการ “แฮ่..ดา อั่ก” วีรู้สึกเหมือนอะไรกระแทกบริเวณหน้าผากของเขาอย่างแรงจนมึนงงทำให้ขากับหางที่เกี่ยวไว้อ่อนแรงจนร่วงลงมาจากต้นไม้ดังอักไปนอนแผ่หราที่พื้น

วีรู้สึกแปลกใจที่ทำไมถึงมีอะไรมากระแทกที่หัวเขาได้ วีเอามือขึ้นมาจับที่Goggleซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถูกกระแทกและลูบคลำเพื่อจะเช็คว่าได้รับบาดเจ็บไหม เมื่อเช็คเรียบร้อยว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บจึงหันกลับไปที่ต้นไม้เพื่อจะขอโทษดาเนะที่แกล้งเขาให้ตกใจ แต่ทันทีที่หันกลับไปวีต้องช็อคสุดขีดจนแทบจะร้องออกมาดังๆ เพราะสิ่งที่เขากระแทกนั้นเป็นหัวของดาเนะและสิ่งที่กระแทกไปนั้นเป็นแว่นGoggleของวีด้วย นั่นหมายความว่าดาเนะโดนของแข็งฟาดที่หัวจนหมดสติไปนอนราบคว่ำไปแล้ว วีรีบไปดูดาเนะซึ่งเจอกับรอยโนที่หัวใหญ่แทบเท่าลูกมะนาวแถมบวมเป่งมากด้วย วีตอนนั้นตกใจมากเลยเขย่าตัวดาเนะเพื่อจะเรียกสติกลับมา แต่ดูเหมือนดาเนะจะสลบไปไม่ได้เรื่องราวแล้ว เพราะหัวของดาเนะโยกไปมาตามแรงเขย่าแถมปากยังยิ้มลอยๆอีกตังหาก “ดาเนะๆ เป็นไรมากเปล่า ดาเนะ” วียังคงเขย่าตัวดาเนะจนเห็นเหมือนวิญญาณกิ้งก่ามีปีกเล็กๆกำลังจะลอยออกจากหัวของดาเนะ “แว้กกกกก ดาเนะ แข็งใจไว้ แข็งใจไว้ดาเนะอย่าพึ่งตายตอนนี้” วีตะโกนลั่นด้วยความตกใจจนทำให้ชาวหางที่อยู่ในระแวกนั้นหันขวับมามองเป็นทางเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น วีเห็นยิ่งปล่อยนานยิ่งดูท่าไม่ดีเพราะวิญญาณของดาเนะนั้นยิ้มทำสายตาพริ้มเหมือนกำลังจะได้ไปสรวงสวรรค์อยู่รำไรแถมหลุดอกมาเกินครึ่งดวงแล้ว วีช็อคสุดขีดจนอุ้มดาเนะมาประคองแล้ววิ่งพรวดเข้าเมืองดั่งสายลมโดยที่ทหารเสือดำทั้งสองยังวิ่งมาไม่ทันถึงด้วยซ้ำ วีอุ้มร่างดาเนะวิ่งพรวดเข้าโรงแรมของหมีมิมิขึ้นชั้น2ทันที โดยขณะที่วิ่งมาถึงโรงแรมหมีมิมิวีก็ตะโกนบอกหมีมิมิ “VIPพิเศษ2ตัว” โดยไม่หยุดรออะไรทั้งสิ้น ทุกตัวละแวกนั้นตกใจจนค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นกิ้งก่าวีอุ้มกิ้งก่าตัวผู้วิ่งขึ้นโรงแรมเข้าห้องVIPอย่างเร็วจี๋ แม้กระทั่งตัวมิมิเองในที่กำลังจะเสริฟเบียร์แก้วใหญ่ให้กับลูกค้าเพนกวินอยู่ เธอตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเบียรั้เธอถืออยู่นั้นหกลงบนหัวเพนกวินลูกค้าซึ่งตัวเพนกวินเองก็กำลังค้างอยู่เช่นกัน

Author:  thekiller01 [ Sat Sep 25, 2010 9:31 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน3

มาแว้ววววววว

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Sep 25, 2010 9:32 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน2

fushigidane wrote:
ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ เนื่องจากวันนี้ไปทำงานมาทั้งวันและไม่ค่อยมีเวลาในการพิมพ์งานมากนัก ส่วนเรื่องนี้ยังโชคดีที่ผมคิดไว้แต่เนิ่นๆแล้วเลยทำให้งานไวกว่าที่คาดคิดครับ ถึงกิลDRครับ ผมต้องขอโทษจริงๆครับ ส่วนเรื่องการเว้นวรรค ผมก็ยังงงๆอยู่เหมือนกันว่าจะเว้นวรรคยังไงดีให้อ่านง่ายๆ ต้องขอโทษด้วยนะครับ ผมจะลงแบบต้นฉบับไว้ด้านล่างละกันนะ

ภายในห้องโถงที่กว้างขวางแห่งหนึ่ง...กิ้งก่าวีที่กำลังจัดแต่งชุดแต่งกายของตัวเองให้เรียบร้อยโดยกำลังใส่ปลอกแขนสีฟ้าเข้าที่แขนข้างขวาอย่างอารมณ์ดี หางของวีนั้นส่ายไปมาแสดงให้เห็นถึงอารมณ์ของเขาที่กำลังดีสุดๆ "ระริกระรี้จริงนะเจ้าวี จะมีอะไรดีๆเกิดขึ้นรึไง เห็นอย่างนี้ตั้งแต่เมื่อเย็นและ" เสียงของปลาวาฬสีน้ำเงินตัวใหญ่ตัวหนึ่งที่ใส่เกราะโลหะและหมวกเหล็กสีขาวแบบเต็มยศที่ยืนพิงผนังข้างหน้าต่าง

"แหมกิล ก็เมื่อวานไปเจอกิ้งก่าตัวหนึ่งน่าสนใจมากเลยล่ะ นานแล้วนะที่ข้าพเจ้าไม่ได้เจอกิ้งก่าร่วมเผ่าเดียวกัน แล้ววันนี้จะมาสมัครเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2ด้วย ข้าพเจ้าจะได้มีเพื่อนคุยเล่นด้วยสักตัว" วีตอบอย่างอารมณ์ดีขณะที่เสร็จจากการจัดแต่งปลอกแขนด้านขวาเรียบร้อย

"วี สงสัยอย่างนึง ปรกติวีจะใส่ปลอกแขนนี่ที่ข้างซ้ายไม่ใช่เรอะ ทำไมวันนี้ถึงใส่ปลอกแขนด้านขวาล่ะ" หมาป่าสีฟ้าน้ำทะเลนามอากุในชุดเกราะโลหะเฉกเช่นแบบวาฬกิลเหมือนกัน แต่ขนาดของเขานั้นจะเข้ารูปกับหมาป่าและมีสีดำที่ต่างจากสีขาวของกิลถามวีเพราะเขาก็สงสัยในจุดนี้เหมือนกัน

"ไม่มีอะไรร้อกกก ก็แค่อยากเปลี่ยนข้างบ้างเท่านั้นเอง แล้ววันนี้วันรับบสมัครหน่วยอัลฟ่าที่2นะ ขืนข้าพเจ้าลงไปให้เขารู้ว่าพวกเราเป็นหน่วยอัลฟ่าที่1ก็แย่สิ" วียังคงตอบอย่างอารมณ์ดี

"แล้วจะลงไปแกว่งหางหาเรื่องทำไมเล่า อยากโดนแทงหลังอีกรึไง" เสียงของแมวสาวขนน้ำตาลกำลังโยนมีดเล่นที่เมื่อกระทบกับแสงแดดแล้วยังต้องสะท้อนแสงของแดดออกไป แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ดูแลความคมของมีดตลอดเวลาถามกิ้งก่าสีเหลืองที่หยุดเดินกึกทันทีที่ได้ยินเสียง "หวาาา ข้าพเจ้ารับรองจะไม่นำเรื่องมาสู่พวกเราแน่นอน สัญญาด้วยเกียรติแห่งกิ้งก่าเลย" วียืนตรงตอบตัวแข็งทื่อเหงื่อท่วมไปทั้งตัว เพราะเขากลัวที่จะต้องเจอกับการโดนแทงทางด้านหลังที่รุนแรงและทรมานจากคมมีดของยอดแมวนักฆ่าแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1

"แหมโจ้ ไม่ต้องถึงมือโจ้หรอก แค่อาร์มก็พอแล้ว แค่ชวนไปเก็บสบู่ด้วยกันนิดหน่อยก็พอแล้วล่ะ ไม่เจ็บตัวอะไรเลยสัดนิดนึง" ค้างคาวสาวแสนเสน่ห์ผมยาวสีแดงในชุดคลุมอาบน้ำสีขาวเดินออกจากห้องน้ำเดินมานั่งที่โซฟาที่วางอยู่กลางห้อง ท่านั่งที่งดงามราวกับนางงามด้วยเรียวขาที่ยาวสวยและผิวขาวน้ำนมในท่านั่งไขว่ห้างที่ยั่วยวน "หรือจะตอนนนี้ก็ได้นะวี เค้าพร้อมตลอดเวลาล่ะนะ" พูดจบก็ก้มตัวลงนอนตะแคงยืดแขนสุดแขนขนานกับโซฟาและมองไปที่วีอย่างยั่วยวน แต่วีที่เห็นแล้วกลับขนลุกหางพองเหงื่อแตกท่วมตัวยิ่งกว่าแมวโจ้ขู่เสียอีก เมื่อสิ้นเสียงของค้างคาวอาร์มและหยุดนิ่งค้างไป2วิ วีก็เริมรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะเข้ามาจึงรีบตอบกับอาร์มแบบตะกุกตะกักเพราะกลัว "อะ เอ่อ มะ ไม่เป็นไรครับ ...ข ข้าพเจ้า ก เกรงใจ..." วียิ่งตอบยิ่งเหงื่อแตกพลั่กกว่าเดิม "แหม~~~ไม่เป็นไรหรอกวี นิดหน่อยยามเช้า ปึ๋งปั๋งสักหน่อยจะเป็นไรไป อร๊ายยย" อาร์มทำท่าเขินอายเมื่อพูดอะไรออกไป "ไปแล้วคร้าบบบบบบบบบ" วีตอบแล้วเผ่นแน่บทันทีโดยไม่รอช้าหลังจากที่อาร์มกำลังจะหยิบเส้นผมมาคาบไว้ที่ปากเพิ่มความเย้ายวนเข้าไป " แหมวีเนี่ย เย็นชากับเค้าจังเลย" อาร์มอารมณ์เสียที่แหย่วีไม่สำเร็จเลยพองลมที่แก้มจนป่องดูแล้วน่ารักไปอีกแบบ แต่เหล่าหางที่เหลือกลับเหงื่อแตกพลั่กไม่แพ้วีและสะดุ้งโหยงทันทีเมื่อค้างคาวอาร์มหันมามองอย่างช้าๆไปทางกลุ่มของกิล ทุกตัวเหงื่อแตกพลั่กกว่าเก่าแล้วตัวแข็งค้างเหมือนโดนมนต์สะกดไม่สามารถขยับไปไหนได้ แล้วริมฝีปากของอาร์มก็เริ่มขยับปากพูดอะไรบางอย่างออกมา "ยา รา ไน ก๊ะ"...
ทันทีวีวิ่งแน่บลงมาถึงด้านล่างตรงถนนใหญ่ของเรือนรับรองของหน่วยอัลฟ่าที่1 ก็ได้ยินเสียงดังว้ากพร้อมกับเสียงตึงตังเหมือนกับเกิดเหตุการณ์วุ่นวายภายในห้องชั้น2ของเรือนนั้น เหล่าหางต่างๆล้วนเดินปรกติเสมือนกับเป็นเรื่องปรกติของที่แห่งนั้น วีเอามือขึ้นมาจับหน้าอกแล้วถอนใจดังฟู่ที่ตัวเองรอดพ้นจากเหตุการณ์นั้นลงมาได้อย่างหวุดหวิด "เกือบโดนท่านศาสดาเข้าพิธีอร๊างแล้วมั้ยล่ะ" หลังจากที่ถอนใจเสร็จวีก็ยืดตัวตรงแล้วเริ่มคิดถึงสถานที่ๆน่าจะเจอดาเนะที่เขานัดมา "วันนี้ดาเนะจะมารึเปล่านะ แลวถ้ามาน่าจะไปรอตรงไหนดี ที่น้ำพุแครอนกลางเมืองดาเนะจะหาเจอรึเปล่านะ แล้วถ้าดาเนะไม่ได้เข้ามาที่กลางเมือแล้วจะไปรอที่ไหนล่ะ" วีครุ่นคิดไม่ตกเพราะก่อนที่จะแยกย้ายกับดาเนะเมื่อวานก็ลืมบอกสถานที่นัดแนะกันก่อน ซึ่งเขาก็ลืมตรงจุดนี้ไปเสียสนิท ดาเนะเดินไปคิดไปจนมาหยุดที่น้ำพุกลางเมือง ซึ่งเป็นน้ำพุที่ทำมาจากโลหะทองแดงหลอมเป็นห่วงวงกลมลอย มีเหล่าแครอนที่เป็นแครอทมีขากำลังเดินรอบวงกลมนั้นอย่างสนุกสนาน แลัวตรงกลางนั้นมีรูปปั้นของกระรอกที่ถือไม้เท้าชูขึ้นสูงซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของFirstTail เป็นสัญลักษณ์แห่งวีรสตรีของเผ่าหาง รายรอบน้ำพุก็มีเหล่าหางต่างยืนพูดคุยริมทางบ้าง นั่งทานอาหารเช้าที่บาร์ลานกว้างของหมีมิมิ ซึ่งเป็นทั้งโรงแรมและร้านอาหารบรรยากาศสบายๆประจำเมืองแห่งนี้ ใบหน้าที่ยิ้มแย้มของหมีมิมิก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ดึงดูดให้เหล่าลูกค้าหางต่างๆมาอุดหนุนเพื่อรับชมรอยยิ้มที่อบอุ่นจากเธอ กับรสชาติอาหารที่ถูกปากอีกด้วย หมีมิมิหันมาเจอกับวีจึงโบกมือทักและตะโกนและทักทายวีตามทำเนียมของเจ้าของที่พัก

"อรุณสวัสดิ์ค่ะวี วันนี้ตื่นแต่เช้าจังเลยนะคะ อากาศดีๆอย่างนี้ดื่มโกโก้อุ่นๆสักถ้วยมั้ยคะ" หมีมิมิทักทายวีอย่างอ่อนโยน วีได้ยินจึงเดินไปหามิมิที่กำลังจะเสริฟขนมปังไข่ดาวให้กับลูกค้าหมีแพนด้าตัวหนึ่งที่กำลังเคลิ้มกับรอยยิ้มของหมีมิมิอยู่

"ดีครับ มิมิ วันนี้ข้าพเจ้านัดเพื่อนมาไว้ที่นี่น่ะ เลยต้องตื่นแต่เช้าหน่อย ว่าแต่มิมิเห็นกิ้งก่าสีเหลืองใส่ชุดฝึกหัดผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ยครับ" วีถามอย่างสุภาพกับมิมิ "เอ กิ้งก่าก็เจอบ้างนะคะ แต่ใส่ชุดฝึกหัดนี่ยังไม่เจอเลยค่ะ ไม่ใช่กิ้งก่าของเมืองนี้ใช่มั้บคะ" มิมิถามพลางเสริฟอาหารให้กับหมีแพนด้าตัวนั้นที่ดูเหมือนสติจะลอยออกจากร่างไปแล้ว

"ครับ เพราะกิ้งก่าต่างๆในเมืองนี้ข้าพเจ้าแทบจะรู้จักกันหมดเลยเพราะประชากรน้อยมาก แต่่กิ้งก่าตัวนี้ผมไม่เคยเจอเลยล่ะ ข้าพเจ้าเพิ่งรู้จักกับเขาเมื่อวานนี้เอง และยังชวนมาที่เมืองนี้โดยไม่นัดจุดนัดพบอีก ข้าพเจ้านี่แย่จริงๆ" วีตำหนิตัวเองที่ไม่รอบคอบในจุดนี้ "อย่าคิดมากเลยค่ะวี ใครๆพลาดกันได้ ทำไมวีไม่ไปรอที่หน้าประตูเมืองล่ะคะ มิมิรับรองว่ายังไม่มีกิ้งก่าตัวไหนเดินเข้าเมืองมาเลยค่ะ" มิมิแนะขณะเดินไปที่โต๊ะเค้าเตอร์ของเธอเพื่อรองรับลูกค้าตัวอื่นๆ

"ขอบคุณมากครับมิมิ" วีโบกมือลาให้กับมิมิแล้วรีบวิ่งออกไปที่หน้าประตูเมืองที่อยู่เลยจากร้านของมิมิไม่ไกลนัก หมีมิมิโบกมือให้กับวีแม้วีจะวิ่งเลยไปแล้วก็ตาม "แหม คุณวีดูกระตือรืนร้นจริงๆ สงสัยจริงใครกันนะที่ทำให้กิ้งก่าสีตัวนี้เป็นได้ขนาดนี้เนี่ย" แล้วเธอก็ทำหน้าที่รองรับลูกค้าของเธอต่อ
ทันทีที่วีวิ่งมาถึงหน้าประตู วีก็สอบถามยามเสือดำที่เฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างแข่งขันว่าพบเจอกิ้งก่าที่มีลักษณะเหมือนดาเนะหรือไม่ “ตั้งแต่ผมเข้าเวรมายังไม่เจอกิ้งก่าลักษณะอย่างที่ท่านวีว่ามาเลยครับ” ทหารเสือดำตอบให้กับวีอย่างเข้มแข็งหนักแน่น วีกล่าวขอบใจเสือดำแล้วเดินออกไปได้เพียงแค่4ก้าว วีก็รีบเดินกลับมาเพื่อบอกเงื่อนไขอะไรบางอย่างกับเสือดำ “วันนี้กรุณาทำเป็นไม่รู้จักข้าพเจ้านะ เอาให้เหมือนชาวหางธรรมดาทั่วไปที่ไม่ใช่หน่วยอัลฟ่านะ” เหล่าทหารเสือดำต่างงงกับคำสั่งที่ได้รับเลยเผลอถามออกไปด้วยความสงสัย “ทำไมหรอครับท่านวี มีอะไรรึเปล่าครับ” ไม่มีอะไรหรอก วันนี้จะมีกิ้งก่ามาหาข้าพเจ้าตัวนึง ข้าพเจ้าไม่อยากให้เขารู้ว่าเป็นหนึ่งในหน่วยอัลฟ่า” วีตอบแบบไม่ปิดบัง เขาไม่อยากให้ดาเนะรู้ว่าเขาคือแห่งหน่วยอัลฟ่าที่1เพราะหวังจะแกล้งดาเนะสนุกๆเล็กน้อย “รับทราบครับผม” ทหารเสือดำทั้ง2ตัวตอบรับอย่างหนักแน่น “ดีมาก งั้นฝากด้วยนะ เริ่มตั้งแต่ตอนนี้เลย” แล้ววีก็เดินออกจากทหารเสือดำมายืนอยู่หน้าประตูเมืองแล้วมองรอบๆเพื่อจะหาดาเนะ แต่ไม่ว่ามองกวาดหาอย่างไรก็ไม่เจอสักทีแต่วีก็ยังคงมองหาดาเนะต่อจนกระทั่งเจอกับสิ้งหนึ่งๆที่น่าสนใจ วีจึงเดินไปหาสิ่งนั้นๆทันทีโดยไม่ทราบว่าลืมเรื่องของดาเนะหรือเปล่า
"นี่สินะเมืองแห่งแสง สถานที่รับสมัครเพื่อเป็นหน่วยอัลฟ่าที่2" ดาเนะหยุดยืนอยู่หน้าเมืองแห่งหนึ่งที่เรียกว่าเมืองแห่งแสง ข้างหน้าเมืองนั้นมีทุ่งหญาสีเขียวชอุ่มที่ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี กำแพงสูงตระหง่านล้อมรอบเมืองแสดงถึงความปลอดภัยและความเจริญรุ่งเรือง หน้าประตูเมืองสูงตระหง่านและกว้างขนาดยืด2แขนสุดแขนก็ยังเอื้อมไปแตะยังไม่ถึง ข้างหนาประตูมีทหารเสือดำรูปร่างกำยำยืนเฝ้าประตู2ตัว ในมือถือหอกวางตั้งตรงกับพื้นและเชิดหน้าสูงดูสง่ากำลังดี และยังมีเหล่าหางต่างๆเดินจรหรือนั่งที่สนามหญ้าที่กว้างขวางกระอยู่ทุกพื้นที่สมกับเป็นเมืองหลวง ทุกตัวล้วนมีสีหน้าที่ยิ้มแย้มสดใส ดวงตาสดชื่น ต่างพูดคุยกันบ้าง ทำกิจกรรมด้วยกันบ้าง ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็ล้วนแต่ดูมีชีวิตชีวาทุกแห่งหน
ดาเนะกวาดสายตามองทัศนียภาพของเมืองหลวง ซึ่งเป็นภาพแห่งความมีชีวิตที่ดาเนะไม่ได้เห็นมาเป็นเวลานานแล้วหลังจากถูกขับไล่ออกจากหมู่บ้านในเหตุการณ์ที่ดาเนะทำร้ายสเลธ แม้เหตุการณ์นั้นจะถูกจัดวางโดยฝีมือของเสลธก็ตามที ดาเนะสลัดภาพเหตุการณ์นั้นทิงจากหัวและเริ่มมองหาหางตัวหนึ่งซึ่งแนะนำให้มาสถานที่ๆแห่งนี้ วีนั่นเอง แต่ดาเนะไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นการหากิ้งก่าหนึ่งตัวนั้นอย่างไรภายในสถานที่ๆเขาไม่รู้จักและมาครั้งแรก ดาเนะคิดไม่อกว่าจะทำเช่นไรจึงมองหาจุดพักเหนื่อยสำหรับเขาก่อน เขากวาดมองไปรอบๆนอกกำแพงเมืองก็เจอกับต้นไม้หน้าเมืองที่อยู่ริมกำแพง ดาเนะเห็นว่าจุดนั้นน่าจะเป็นจุดที่ดีเพราะเขาเป็นคนที่ชอบธรรมชาติและต้นไม้ต้นนี้ก็อยู่หน้าเมืองในจุดที่ไม่มีจุดอับ เขายังสามารถที่จะมองคนเข้าออกประตูได้ตลอดเวลา ดาเนะหวังที่จะเจอวีออกมายืนรอที่หน้าประตูเมืองเพื่อรอการเดินทางของดาเนะ เมื่อตัดสินใจแล้วดาเนะก็สาวเท้าเดินไปยังต้นไม้แห่งนั้นเพื่อการพักเหนื่อยและรอกิ้งก่าที่นัดเขามา เมื่อดาเนะมาถึงใต้ต้นไม้แล้วก็นั่งพิงต้นไม้แล้วางสัมภาระต่างๆไว้ข้างตัวแล้วมองตรงไปยังหน้าประตูเมืองเพื่อรอวี แต่ดาเนะคิดว่าน่าจะถามทหารเสือดำดีกว่า เพราะอย่างน้อยวีเป็นกิ้งก่าของเมืองนี้เผื่อพวกเขาจะรู้จักหรือให้คำแนะนำอะรได้ จึงเริ่มขยับตัวลุกขึ้นมา
วีกำลังตื่นเต้นในความนึกสนุกของเขา เพราะตอนนี้วีได้แอบอำพรางตัวบนต้นไม้ที่ดาเนะนั่งรออยู่ข้างใต้ วีวางแผนไว้ว่าจะให้ดาเนะรออีกสักพักแล้วห้อยตัวไปโผล่ตรงหน้าดาเนะให้ตกใจเล่นๆจากกิ่งไม้ที่เขาแอบอยู่ เพราะเขาอยากเห็นสีหน้าตกใจของดาเนะ เพียงแค่คิดวีก็ตัวสั่นแล้วแต่ไม่สามารถหัวเราะออกมาได้ เพราะไม่งั้นการอำพรางตัวจะเสื่อมและโดนจับได้ในที่สุด หนำซ้ำอาจจะโดนดาเนะต่อว่าอย่างรุนแรงได้ที่เห็นเขาเป็นเครื่องเล่นสนุกทั้งที่เขามาตามที่นัดไว้ วีจึงดำเนินตามแผนการต่อและได้เวล่ที่เหมาะแล้ววีจึงเริ่มแผนการ โดยการเกาะกิ้งไม้ห้อยตัวลงมา โดยวีกะจะปล่อนมือที่โอบกิ่งไม่นั้นเอาไว้เพื่อให้ตัวห้อยลงมาตรงๆโดยที่ขากับหางนั้นยังเกาะที่ต้นไม้ โดยตำแหน่งหน้าของวีนั้นน่าจะอยู่ประมาณหน้าของดาเนะพอดี วีคิดภาพแผนในใจทบทวนอย่างดีเรียบร้อยอีกครั้งจึงปล่อยมือทันทีตามแผนการ “แฮ่..ดา อั่ก” วีรู้สึกเหมือนอะไรกระแทกบริเวณหน้าผากของเขาอย่างแรงจนมึนงงทำให้ขากับหางที่เกี่ยวไว้อ่อนแรงจนร่วงลงมาจากต้นไม้ดังอักไปนอนแผ่หราที่พื้น
วีรู้สึกแปลกใจที่ทำไมถึงมีอะไรมากระแทกที่หัวเขาได้ วีเอามือขึ้นมาจับที่Goggleซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถูกกระแทกและลูบคลำเพื่อจะเช็คว่าได้รับบาดเจ็บไหม เมื่อเช็คเรียบร้อยว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บจึงหันกลับไปที่ต้นไม้เพื่อจะขอโทษดาเนะที่แกล้งเขาให้ตกใจ แต่ทันทีที่หันกลับไปวีต้องช็อคสุดขีดจนแทบจะร้องออกมาดังๆ เพราะสิ่งที่เขากระแทกนั้นเป็นหัวของดาเนะและสิ่งที่กระแทกไปนั้นเป็นแว่นGoggleของวีด้วย นั่นหมายความว่าดาเนะโดนของแข็งฟาดที่หัวจนหมดสติไปนอนราบคว่ำไปแล้ว วีรับไปดูดาเนะซึ่งเจอกับรอยโนที่หัวใหญ่แทบเท่าลูกมะนาวแถมบวมเป่งมากด้วย วีตอนนั้นตกใจมากเลยเขย่าตัวดาเนะเพื่อจะเรียกสติกลับมา แต่ดูเหมือนดาเนะจะสลบไปไม่ได้เรื่องราวแล้ว เพราะหัวของดาเนะโยกไปมาตามแรงเขย่าแถมปากยังยิ้มลอยๆอีกตังหาก “ดาเนะๆ เป็นไรมากเปล่า ดาเนะ” วียังคงเขย่าตัวดาเนะจนเห็นเหมือนวิญญาณกิ้งก่ามีปีกเล็กๆกำลังจะลอยออกจากหัวของดาเนะ “แว้กกกกก ดาเนะ แข็งใจไว้ แข็งใจไว้ดาเนะอย่าพึ่งตายตอนนี้” วีตะโกนลั่นด้วยความตกใจจนทำให้ชาวหางที่อยู่ในระแวกนั้นหันขวับมามองเป็นทางเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น วีเห็นยิ่งปล่อยนานยิ่งดูท่าไม่ดีเพราะวิญญาณของดาเนะนั้นยิ้มทำสายตาพริ้มเหมือนกำลังจะได้ไปสรวงสวรรค์อยู่รำไรแถมหลุดอกมาเกินครุ่งดวงแล้ว วีช็อคสุดขีดจนอุ้มดาเนะมาประคองแล้ววิ่งพรวดเข้าเมืองดั่งสายลมโดยที่ทหารเสือดำทั้งสองยังวิ่งมาไม่ทันถึงด้วยซ้ำ วีอุ้มร่างดาเนะวิ่งพรวดเข้าโรงแรมของหมีมิมิขึ้นชั้น2ทันที โดยขณะที่วิ่งมาถึงโรงแรมหมีมิมิวีก็ตะโกนบอกหมีมิมิ “VIPพิเศษ2ตัว” โดยไม่หยุดรออะไรทั้งสิ้น ทุกตัวละแวกนั้นตกใจจนค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นกิ้งก่าวีอุ้มกิ้งก่าตัวผู้วิ่งขึ้นโรงแรมเข้าห้องVIPอย่างเร็วจี๋ แม้กระทั่งตัวมิมิเองในที่กำลังจะเสริฟเบียร์แก้วใหญ่ให้กับลูกค้าเพนกวินอยู่ เธอตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเบียรั้เธอถืออยู่นั้นหกลงบนหัวเพนกวินลูกค้าซึ่งตัวเพนกวินเองก็กำลังค้างอยู่เช่นกัน


ลืมเว้นบรรทัดนะคะล่างๆ อ่ะ ข้างบนอ่านโอเคแล้วค่ะ ;)

Author:  fushigidane [ Sat Sep 25, 2010 9:37 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน3

แก้ไขให้แล้วนะครับ ขอบคุณมากๆ

Author:  thekiller01 [ Sat Sep 25, 2010 9:48 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน3

ตอน3นี้ตลดดีอ่ะ

Author:  thekiller01 [ Sat Sep 25, 2010 9:50 pm ]
Post subject:  Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ ตอน3

วีรู้สึกแปลกใจที่ทำไมถึงมีอะไรมากระแทกที่หัวเขาได้ วีเอามือขึ้นมาจับที่Goggleซึ่งเป็นตำแหน่งที่เขาถูกกระแทกและลูบคลำเพื่อจะเช็คว่าได้รับบาดเจ็บไหม เมื่อเช็คเรียบร้อยว่าตัวเองไม่ได้รับบาดเจ็บจึงหันกลับไปที่ต้นไม้เพื่อจะขอโทษดาเนะที่แกล้งเขาให้ตกใจ แต่ทันทีที่หันกลับไปวีต้องช็อคสุดขีดจนแทบจะร้องออกมาดังๆ เพราะสิ่งที่เขากระแทกนั้นเป็นหัวของดาเนะและสิ่งที่กระแทกไปนั้นเป็นแว่นGoggleของวีด้วย นั่นหมายความว่าดาเนะโดนของแข็งฟาดที่หัวจนหมดสติไปนอนราบคว่ำไปแล้ว วีรับไปดูดาเนะซึ่งเจอกับรอยโนที่หัวใหญ่แทบเท่าลูกมะนาวแถมบวมเป่งมากด้วย วีตอนนั้นตกใจมากเลยเขย่าตัวดาเนะเพื่อจะเรียกสติกลับมา แต่ดูเหมือนดาเนะจะสลบไปไม่ได้เรื่องราวแล้ว เพราะหัวของดาเนะโยกไปมาตามแรงเขย่าแถมปากยังยิ้มลอยๆอีกตังหาก “ดาเนะๆ เป็นไรมากเปล่า ดาเนะ” วียังคงเขย่าตัวดาเนะจนเห็นเหมือนวิญญาณกิ้งก่ามีปีกเล็กๆกำลังจะลอยออกจากหัวของดาเนะ “แว้กกกกก ดาเนะ แข็งใจไว้ แข็งใจไว้ดาเนะอย่าพึ่งตายตอนนี้” วีตะโกนลั่นด้วยความตกใจจนทำให้ชาวหางที่อยู่ในระแวกนั้นหันขวับมามองเป็นทางเดียวว่าเกิดอะไรขึ้น วีเห็นยิ่งปล่อยนานยิ่งดูท่าไม่ดีเพราะวิญญาณของดาเนะนั้นยิ้มทำสายตาพริ้มเหมือนกำลังจะได้ไปสรวงสวรรค์อยู่รำไรแถมหลุดอกมาเกินครุ่งดวงแล้ว วีช็อคสุดขีดจนอุ้มดาเนะมาประคองแล้ววิ่งพรวดเข้าเมืองดั่งสายลมโดยที่ทหารเสือดำทั้งสองยังวิ่งมาไม่ทันถึงด้วยซ้ำ วีอุ้มร่างดาเนะวิ่งพรวดเข้าโรงแรมของหมีมิมิขึ้นชั้น2ทันที โดยขณะที่วิ่งมาถึงโรงแรมหมีมิมิวีก็ตะโกนบอกหมีมิมิ “VIPพิเศษ2ตัว” โดยไม่หยุดรออะไรทั้งสิ้น ทุกตัวละแวกนั้นตกใจจนค้างกับสิ่งที่เกิดขึ้นที่เห็นกิ้งก่าวีอุ้มกิ้งก่าตัวผู้วิ่งขึ้นโรงแรมเข้าห้องVIPอย่างเร็วจี๋ แม้กระทั่งตัวมิมิเองในที่กำลังจะเสริฟเบียร์แก้วใหญ่ให้กับลูกค้าเพนกวินอยู่ เธอตกใจและงงกับสิ่งที่เกิดขึ้นจนเบียรั้เธอถืออยู่นั้นหกลงบนหัวเพนกวินลูกค้าซึ่งตัวเพนกวินเองก็กำลังค้างอยู่เช่นกัน

Page 6 of 204 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/