BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!]
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6949
Page 61 of 63

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Mon Nov 08, 2010 2:48 pm ]
Post subject:  Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!

ทุกท่านฮ๊าฟฟฟฟฟฟ ป๋มรออ่านอยู่นะฮ๊าฟฟฟฟฟฟฟ TT-TT

(ทุกคน: เอ็งก็แต่งเซ่!!! พวกตรูก็รออยู่!!!
//พร้อมใจกันกระโดดถีบแพนด้าน้อย)

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Mon Nov 08, 2010 4:00 pm ]
Post subject:  Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]

กลับมาต่อหลังจากหายไปนาน เนื่องจากมัวแต่เห่อไมค์ใหม่เอาไปร้องเพลง 55


ตอนที่ 73 บันทึกของนิกกิ II




วันที่ 11 เดือน XX

สวัสดีจ้ะไดอารี่จ๋าา

ห่างหายกันไปหลายวันก็เพราะเรื่องเดิมละจ้ะ นิกกิออกไปหาเบาะแสของธาตุพิสุทธิ์แห่งน้ำน่ะสิ แต่จนแล้วจนรอด ก็ยังไม่เจอข้อมูลอะไรดีๆ เลย ขนาดเหมาทัวร์ใต้ทะเลถึง 4 รอบไป 4 วันที่ผ่านมาเนี่ยก็ยังไม่เจอจุดที่น่าสงสัยอะไรตรงไหนเลย

นิกกิเริ่มเหนื่อยแล้ว วันนี้ก็เลยขอหยุดพักซักวัน นิกกิก็เลยไปลองนวดสปาปลาที่ว่ากำลังฮิตในตอนนี้ล่ะ

ตอนเช้านิกกิตื่นมาเข้าแถวรอขบวนรถแมงกะพรุนล่ะ มันเป็นสัตว์น้ำที่น่ารักดี ตัวใสๆ หยุนๆ พองตัวขึ้นลงๆ คล้ายกับบอลลูนเลย แถมมีหลากสี ใสๆ จางๆ ด้วย เวลามันว่ายอยู่ในน้ำนะ เมื่อลูกโป่งเวลาลอยขึ้นฟ้า สวยมากเลย แมงกะพรุนเป็นสัตว์พาหนะสำหรับสัตว์ตัวเล็กๆ ในทะเลนี้ล่ะ เวลาจะขึ้นรถแมงกะพรุนนะ ต้องจับหนวด(เอ...เขาเรียกว่าหนวดรึเปล่านะ??) ของแมงกะพรุนเหมือนเป็นบังเหียน แล้วแมงกะพรุนก็จะว่ายน้ำแล้วดึงตัวเราไปด้วย ยังกะเล่นเจ็ทสกีเลยล่ะ สนุกมากกกกกก เลยล่ะขอบอก เมื่อวานนิกกินั่งมาแล้ว เหมือนเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุกเลย โชคดีนะที่นิกกิไม่เมาคลื่น ไม่งั้นแย่เลย = =;;

แต่ว่าขบวนรถก็หยุดล่ะ เพราะมีขบวนแอมโมไนต์ของเทพน้ำมาขัดขวาง กว่าป้าแกจะจรลีออกไปให้พ้นทางได้ก็บ่ายกว่าแล้ว
นิกกิก็เลยไปถึงร้านสปาปลาซะบ่ายสองแหน่ะ มีพวกนักท่องเที่ยวเข้าคิวเยอะแยะ นิกกิอดมานวดเพราะเจ้าป้านั่นแท้ๆ เลย !!! หนอยยยยย !! >:x

แต่ช่างเถอะ นิกกิรอได้ งั้นวันนี้มาเดินเล่นในเมืองแทนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยตื่นเช้ามานวดอีกรอบ

นิกกิขึ้นรถแมงกะพรุนอีกรอบแล้วบอกเค้าว่าให้พาทัวร์เมืองใต้น้ำไปที่ดังๆ หน่อย ไม่รู้ว่าเขาเห็นนิกกิเป็นเด็กมากรึไง ถึงได้พานิกกิไปที่สวนสนุกเด็ก!!! แย่ที่สุด นิกกิไม่ใช่เด็กแล้วนะ!!

แต่นิกกิก็โดนทิ้งอยู่ที่สวนสนุกเด็กจนได้....

สวนสนุกเด็กก็ไม่ได้มีอะไรมาก เป็นกลุ่มดอกไม้ทะเลสะบัดหนวดหลากหลากสีของมันไปตามคลื่น พร้อมกับแถวปะการังสีสวยที่เกาะกลุ่มกัน และฟองน้ำทะเลที่เป็นท่อสีสวยๆ สดๆ เต็มไปหมด แค่ให้เด็กๆ มาเด้งๆ กระโดดๆ บนดอกไม้ทะเล วิ่งไล่จับกันตามแถวปะการัง มุดท่อฟองน้ำทะเลสไลเดอร์เล่น แถมยังเป็นที่ๆ มีคู่รักมาท่องเที่ยวกันเยอะแยะอีกต่างหาก ต่างเดินจูงมือ โอบเอว โอบไหล่ สารพัดอากัปกริยา

นิกกิมองสัญลักษณ์ของสวนสนุกนี้ซึ่งก็คือแอมโมไนต์สีน้ำเงินเข้มโผล่หัวออกมาจากกอดอกไม้ทะเลสีสวยที่หนวดของมันพันกันยุ่งเหยิงไปหมด แล้วนั่งแกร่วรอรถแมงกะพรุนคันต่อไป ในขณะนั้นเองมีคณะนักท่องเที่ยวกลุ่มนึง ซึ่งเป็นคู่รักตุ่นเหมือนกับนิกกิเดินจับมือกันเข้ามาข้างใน ที่ข้อมือของทั้งคู่เป็นเหมือนกิ่งไม้สีชมพูสวยพันกันเป็นกำไลข้อมือ มันส่องแสงน้อยๆ เป็นประกาย นิกกิรีบวิ่งไปหาพวกเขาแล้วถามเรื่องกำไลข้อมือสวยๆ อันนั้น นิกกิเดินมาหลายวันยังไม่เห็นมันขายที่ไหนเลย ว่าจะซื้อไปฝากพี่ๆ เป็นที่ระลึกซักหน่อย

"อ๋อ...กำไลนี่หรอจ้ะ"ตุ่นหญิงหน้าตาสละสวยตอบ "พวกพี่ได้มาจากถ้ำดอกไม้ทะเลนอกเมืองน่ะจ้ะ ตอนนี้เขาจัดโปรแกรมทัวร์ชมดอกไม้ทะเลอยู่นะ เนี่ยพี่เพิ่งไปเมื่อเช้าเอง"

นอกจากจะช่วยตอบเรื่องที่นิกกิสงสัยแล้ว พี่ตุ่นตัวนั้นก็ยืนเป็นเพื่อนนิกกิรอเรียกรถแมงกะพรุนด้วย น่ารักมั้ยล่ะ >< พวกพี่สองตัวนั้นชวนให้นึกถึงเรื่องของพ่อกับแม่ของนิกกิเลย....พวกเขาเป็นนักโบราณคดีออกเดินทางเพื่อขุดหาโบราณวัตถุไปก่อนที่นิกกิจะจำได้อีก เพราะงั้นนิกกิทีโตมากับป้าก็เลยไม่รู้ว่าพ่อแม่ตัวเองเป็นใคร...พอเห็นพวกพี่ตุ่นแล้วก็คิดถึงพ่อกับแม่จัง...

รถแมงกะพรุนมาพอดี นิกกิขอตัวลาจากคู่ตุ่นนั้นเดินทางไปยังถ้ำดอกไม้ทะเลที่เลื่องชื่อนั่น แมงกะพรุนเล่าให้ฟังว่าดอกไม้ทะเลมักจะโตอยู่บนพื้นทะเลมากกว่าในถ้ำ แต่ที่ถ้ำนั้นกลับมีดอกไม้ทะเลสีสวยๆ แปลกๆ เต็มไปหมดเลย ถ้ำแห่งนั้นจึงถูกจัดตั้งเป็นอุทยาน ห้ามไม่ให้ใครครอบครองหรือเข้าไปทำอะไรโดยพลการ

พอนิกกิไปถึงที่นั่นก็ปรากฏว่ามีทัวร์หนึ่งอยู่ที่หน้าถ้ำพอดี นิกกิรีบวิ่งเข้าไปปะปนกับพวกนักท่องเที่ยวด้วย ด้วยความที่ตัวเล็กแถมมีครอบครัวตุ่นอยู่ในนั้นด้วย นิกกิก็เลยโดนเข้าใจผิดว่าเป็นลูกของครอบครัวตุ่นนั้น ได้เข้าร่วมทัวร์ด้วยอย่างง่ายดายผิดคาดแฮะ 55

สังหรณ์ใจอะไรแปลกๆ จัง เดี๋ยววันนี้ขอเก็บรายละเอียดและก็เที่ยวเผื่อพวกพี่ๆ ก่อนแล้วกัน
แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้จะเขียนต่อนะจ้ะไดอารี่จ๋า ^ w ^)/♥



วันที่ 12 เดือน xx

เมื่อวานที่นิกกิมาทัวร์ปะการังก็ได้เรื่องแล้วล่ะ

ถ้ำแบ่งออกเป็นซอกซอยเยอะมาก ไกด์บอกว่าถ้าไม่เกาะกลุ่มกันไว้อาจหลงทางได้ง่ายๆ เพราะที่แห่งนี้เคยมีตำนานเกี่ยวกับสมบัติโบราณ นิกกิสังหรณ์ใจว่า ตรอกซอกซอยที่ว่ายน้ำผ่านมานั้น จะใช่ทางสำหรับเข้าวงกตแห่งไซโรรึเปล่านะ.....

นิกกิเริ่มคิด แขนอันใกล้ไกลในทะเลแห่งนี้จะมีอะไรได้บ้าง...
ปลาหมึก?? สาหร่าย?? หนวดแอมโมไนต์?? หนวดแมงกะพรุน??
หรือหนวดของดอกไม้ทะเล...??

พูดถึงดอกไม้ทะเล แอมเนโมนี่ชื่อของเทพน้ำก็แปลว่า ดอกไม้ทะเลด้วยนี่นา...

ไกด์พาจนถึงสุดถ้ำด้านหนึ่ง บนผนังนั้นเต็มไปด้วยดอกไม้ทะเลหลากสีปลิวไปตามกระแสน้ำ หนวดพันกันยั้วเยี้ยเป็นเกลียวยุ่งไปหมด

นิกกินึกขึ้นได้...หนวด....แขน...ประจบ....

แขนใกล้ไกลมาประจบ หมายถึงหนวดของดอกไม้ทะเลรึเปล่า แล้วใกล้ไกลล่ะจะทำยังไง??

จนจบทัวร์ พวกเราทยอยกันออกจากถ้ำอย่างเชื่องช้า นักท่องเที่ยวต่างวิ่งไปออกันที่ซุ้มขายของที่ระลึก รวมถึงนิกกิด้วย หลังจากซื้อกำไลให้พี่ๆ ได้แล้วก็กลับมายืนรอแท็กซี่แมงกะพรุนอยู่ด้านหน้า มีป้ายแผนที่ปักอยู่ ตัวถ้ำเป็นรูปทรงกระบอก แตกเป็นซอยแยกไปนับไม่ถ้วน แล้วมาบรรจบอยู่ที่ด้านในสุดคือห้องด้านในสุดที่เป็นแหล่งรวมดอกไม้ทะเลหายากนั่นเอง หากสังเกตดีๆ รูปของถ้ำคือรูปของดอกไม้ทะเลนั่นเอง

หรือรหัสลับจะหมายถึงลักษณะของตัวถ้ำ?!! แล้วแขนที่ใกล้ไกลที่สุดคือหนวดของดอกไม้ทะเล แต่ถ้ารหัสลับหมายถึงถ้ำนี้ แล้วทำยังไงให้แขนใกล้ไกลที่สุดมาบรรจบกัน??

นิกกิพอจะจับใจความได้แล้ว แต่ยังไม่มั่นใจหากไม่ได้ลงมือแก้ปัญหาด้วยตัวเอง น่าเสียดายที่นิกกิได้รับคำสั่งจากพี่เรย์ว่าจะเกิดการปะทะกันระหว่างกิลด์แห่งแสงและพวกเรา ผู้ครอบครองนิรันดร์ ในเร็วๆ นี้ แต่นิกกิไม่อยากกลับ หัวกำลังแล่นๆ ก็อยากจะสำรวจทุกๆ อย่างให้เสร็จก่อน

ที่ต่อไปของป่าเทพดินล่ะ
นิกกิต้องรีบแล้ว ก่อนที่จะเกิดเรื่องวุ่นๆ ขึ้นมาจริงๆ
บายจ้ะไดอารี่ ♥





มีต่อแน่นอนค่ะ
ตอนแรกคิดว่าให้มี 2 ตอนพอ แต่มันไม่พอแฮะ โฟ่เยอะไปหน่อย 5555

Author:  Altemis [ Mon Nov 08, 2010 7:06 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ตอนที่74:ความคืบหน้า(1)

สายวันหนึ่ง ท้องฟ้าสีฟ้าอ่อน อากาศเย็นสบาย ณ ริมน้ำตกภายในป่า ค้างคาวสาวนั่งเอาเท้าแช่น้ำเพื่อคลายความเมื่อยล้าหลังจากไปเดินซื้อของมาเป็นเวลานาน รองเท้าคู่เก่งของเธอถูกถอดและวางอยู่ข้างๆเธอ น้ำที่เย็นกำลังดีทำให้เธออารมรืดีขึ้นมากหลังจากไปตบตีแย่งของกับสาวๆในเมือง ซึ่งก็เป็นงานอดิเรกของเธอนั่นเอง ไม่นานนัก จิ้งจอกหนุ่มก็มาถึงที่นัดหมายแห่งนี้

“เฮ้ เอเลน่า ข้ามาแล้ว”จิ้งจอกวิ่งมาด้วยความอารมณ์ดี เพราะ กขค.ยังมาไม่ถึง เค้าจะได้นั่งคุยกับเพื่อนสนิทที่แอบหลงรักแบบ2ต่อ2อย่างไร้ตัวกวนซะที
“อ้าว ว่าไงจ๊ะ อังเดร กว่าจะถึงเวลานัดอีกตั้งครึ่งชั่วโมงนี่ นี่ชั้นอยากมานั่งแช่น้ำเลยมาก่อนหน่ะ มีธุระอะไรเร่งรีบหรือเปล่า”เอเลน่าถาม
“เอ่อ….คือว่า……แบบว่า….. ไม่มีอะไรหรอก เผอิญอยากมาเดินเล่นน่ะ”อังเดรตอบอย่างตระกุกตระกัก เขาสามารถบอกได้ที่ไหนหล่ะว่าอยากมาเจอเอเลน่า ที่จริงแล้วเขาไปดักรอที่ห้นาบ้านเมื่อชั่วโมงที่แล้วด้วยซ้ำ แต่แม่ของเอเลน่าบอกว่าเธออกไปแล้ว ก็เลยรีบวิ่งตามมาที่นี่
“ว่าแต่ว่า วันนี้กลาเซียสมันนัดมาทำอะไรน๊า”เอเลน่าพูดขึ้นลอยๆ
“ไม่รู้สิ คงจะชวนไปกินอะไรอีกมั้ง”อังเดรตัดบท เขากำลังอยู่กัยสองต่อสองทั้งทีไม่อยากให้พูดถึงไอ้เจ้านั่นเลย “อ่ะ เอเลน่าข้าซื้อมาให้น่ะ” พูดจบอังเดรก็ยื่นดอกไม้ให้
“สวยจังเลย ขอบใจจ้ะ”เอเลน่าขอบคุณอย่างใจจริง
“สวยเหมือนเธอ น่ะแหล่ะ”อังเดรกระซิบ
“หือ ตะกี๊พูดอะไรหรือเปล่าจ๊ะ”เอเลน่าหันกลับมาถาม
“เอ่อ ปล่าวๆ ไม่มีอะไร”อังเดรตอบ พลางหน้าแดง

ทั้งสองคนก็นั่งพูดคุยกันสัพเพเหระ ในขณะที่บรรยากาศกำลังเป็นใจ มีเสียงฝีเท้าดังรัวขึ้นมา

“เฮ้ รอนานมั๊ย”กลาเซียสตระโกนลั่นป่า อังเดรรู้สึกอารมณ์เสียทันที ตัวขัดขวางมาแล้วเหรอ ทำไมครึ่งชั่วโมงมันเร็วขนาดนี้เนี่ย
“แล้ววันนี้เรียกพวกข้ามีอะไรรึ หิม กระดาษแผ่นนั้นมัน” อังเดรสังเกตเห็นสิ่งที่กลาเซียสถือมาด้วย
“ก็คือ อยากให้ช่วยดูหน่อยน่ะ สังเกตอะไรหมว่าธาตุที่กล่าวถึงในกระดาษแผ่นนี้มันคล้องกับอะไร”กลาเซียสตอบ
“ไหนจ๊ะ ดูหน่อย หือ มีไฟ น้ำ ดิน ลม แสง เงา เอ๊ะเด๋วก่อน ชั้นว่ามันคุ้นๆอยู่นะ”เอเลน่านั่งนึก
“เทพไงหล่ะ เทพทั้งหก”กลาเซียสตอบ
“เออ จริงด้วย”กลาเซียสกับเอเลน่าตอบพร้อมกัน ทั้งคู่หันมามองหน้ากัน แล้วก็หน้าแดงแบบไม่รู้ตัว
“ข้าว่าการที่อัลฟ่าออกนอกเมืองไปต้องเกี่ยวกับเทพทั้งหกแน่”กลาเซียสตอบ”แต่ยังไม่รู้แน่ชัดว่าเรื่องอะไร”
“มีอะไรที่พวกเราจะช่วยได้มั๊ยน้า”เอเลน่าถอนใจ
หารู้ไม่ พวกเค้ากำลังจะมีส่วนร่วมในเหตุการณ์นี้อีกไม่นาน

Author:  MonkeyMage [ Tue Nov 09, 2010 12:38 am ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

Chapter 75 – แมวน้อยนิรนาม

วูบ!!

เคร้ง!!

กรงเล็บสีเหลืองทองถูกสะบัดออกอย่างแรงตามอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของ แรงปะทะที่รุนแรงทำเอาเครื่องจักรกึ่งซอมบี้กระเด็นถอยห่างออกไป ดวงตาสีมรกตคู่งามของอาร์ทแววโรจน์ด้วยอารมณ์กรุ่นโกรธ กรงเล็บทั้งห้าถูกสะบัดมาเรียงชิดติดกัน ก่อนที่มันจะทอประกายสีเหลืองทองเจิดจ้าออกมา

[ศาสตราไร้รูป - คมดาบไร้สภาพ]

แสงสีเหลืองทองเจิดจ้าพลันยืดยาวออกจนดูคล้ายคมดาบ ก่อนที่จะค่อยๆเลือนหายไปเหลือเพียงแสงอ่อนๆรอบกรงเล็บทั้งห้าเท่านั้น อาร์ทตวัดมือตามแนวขวางออกอย่างรวดเร็วและรุนแรง

ฉัวะ!!

เสียงคมดาบไร้สภาพตัดผ่านร่างโลหะของเนโครนัส ใบหน้าคล้ายกะโหลกพลันมีรอยแผลประทับยาวที่หน้าผาก ความคมและความรุนแรงต่างกับกรงเล็บไร้ลักษณ์อย่างเหนือชั้นทีเดียว ดวงตาสีเขียวสดทั้งสองข้างของหุ่นรบกึ่งซอมบี้ยังคงจับจ้องร่างของเป้าหมายอย่างไม่วางสายตา ก่อนจะเปลี่ยนท่าร่างเมื่อพบว่าเป้าหมายไม่ใช่เหยื่อที่เคยสังหารได้ง่ายๆเช่นเป้าหมายก่อนๆ

ท่าร่างของเครื่องจักรสังหารเบื้องหน้าทำเอาร่างเล็กลอบขมวดคิ้ว หอกแห่งความมืดที่ถูกขวางไว้หน้าศัตรูแผ่พลังความมืดออกมาเป็นชั้นๆจนกลายเป็นเกราะป้องกันที่แข็งแกร่ง อาร์ทวาดคมดาบล่องหนในมือลงไปตรงๆหมายจะทำลายเกราะอนธกาลนั้นในทีเดียว

เคร้ง!!!

แรงกระแทกที่เกิดขึ้นทำเอามังกรหนุ่มมือชาไปชั่วครู่ ในขณะที่เกราะแห่งความมืดที่คุ้มกายอีกฝ่ายอยู่นั้นเกิดรอยร้าวขึ้นเป็นทางยาวก่อนจะค่อยๆฟื้นสภาพจนกลับเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งอย่างรวดเร็ว อาร์ทจึงตัดสินใจเปลี่ยนวิธีการโจมตีใหม่อีกครั้ง

[ศาสตราไร้รูป - หอกทะลวงลักษณ์]

กรงเล็บทั้งห้าที่เคยเรียงชิดติดกัน บัดนี้ถูกเปลี่ยนให้เหลือเพียงสองในรูปแบบคล้ายดัชนี แสงสีเหลืองทองอ่อนๆเมื่อครู่พลันเจิดจ้าขึ้นมาอีกครั้งก่อนจะจางลงเฉกเช่นครั้งที่แล้ว มังกรหนุ่มแทงหอกพลังงานนั้นออกไปอย่างรวดเร็วจนมองด้วยตาเปล่าไม่ทัน

ฉึก!!

เสียงหอกพลังงานทะลุผ่านเกราะสีดำของอีกฝ่ายเข้าชำแรกร่างโลหะอย่ารวดเร็ว ก่อนจะถูกดึงออกแล้วแทงเข้าซ้ำๆกันนับสิบครั้งชั่วพริบตา

เพล้ง!!!

เกราะแห่งความมืดที่ถูกสร้างขึ้นแตกออกเป็นเศษซากราวกับเศษกระจก ร่างที่ถูกแทงจนเป็นรูนับสิบรูของเนโครนัสลอยลิ่วลงปะทะกับพื้นดินตามแรงกระแทก ของเหลวไร้สีพุ่งพรวดออกจากรูบนร่างนั้นพร้อมทั้งสาดกระจายไปทั่วบริเวณ อาร์ทตั้งท่าเตรียมจะโจมตีรุนแรงหมายปิดฉากในทีเดียว หากแต่ต้องชะงักเมื่อมีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นอย่างไม่ได้ดูสถานการณ์เอาเสียเลย

“ขอโทษฮะ ขอเวลานิดนึง ไม่ทราบว่าเห็นมังกรในรูปผ่านมาแถวนี้บ้างมั้ยฮะ?”

แมวสีขาวตัวน้อยเอ่ยขึ้น ดวงตากลมโตจ้องมาที่อาร์ทอย่างต้องการคำตอบในคำถามที่ถามไปนั้น ด้วยรูปร่างที่ค่อนข้างเล็กกะทัดรัด และดวงตากลมโตบนใบหน้าที่ดูเด็กกว่าวัย เรียกรอยยิ้มน้อยๆขึ้นบนใบหน้าของมังกรหนุ่ม เขาร่อนลงยืนบนพื้นเบื้องหน้าแมวน้อยตัวนั้นพลางอ้าปากจะตอบคำถาม พลันสายตาไปปะทะกับร่างโลหะที่กำลังพยุงตัวขึ้นที่ด้านหลังของแมวน้อยตัวนั้น

“ระวัง!!”

สิ้นเสียงเตือน หอกสีเลือดในมือของร่างโลหะนั้นพุ่งตรงเข้าหาแมวขาวที่หันหลังให้หมายจะแทงทะลุร่างสีขาวทั้งสองร่างในทีเดียว

วูบ!!

หอกสีเลือดสัมผัสได้เพียงความว่างเปล่า เมื่อทั้งแมวขาวและมังกรขาวนั้นดีดตัวหลบออกไปได้อย่างรวดเร็ว ร่างของแมวน้อยลอยข้ามหัวของเนโครนัสไปด้านหลัง ก่อนที่มือของแมวขาวตัวนั้นจะปรากฏสำรับไพ่ขึ้นมาหนึ่งสำรับ แมวน้อยนิรนามกรีดไพ่อย่างอย่าชำนาญ พร้อมทั้งส่งไพ่เข้าจู่โจมร่างโลหะกึ่งซอมบี้อย่างต่อเนื่อง

“มาขวางเวลาที่คนเขาจะพูดกันแบบนี้มันมารยาททรามมากเลยนะฮะ”

ฉึก!!

เสียงของไพ่ใบแรกปักร่างโลหะดังขึ้น ก่อนจะตามมาด้วยเสียงไพ่อีกห้าสิบกว่าใบปักลงบนร่างนั้นอย่างต่อเนื่อง เสียงกระดิ่งที่ติดอยู่บนปลอกคอดังขึ้นเล็กน้อยราวกับเป็นสัญญาณบางอย่าง อาร์ทที่กำลังจะเข้าไปโจมตีซ้ำพลันหยุดร่างของตนพลางยืนมองฝีมือของแมวน้อยตัวนั้น

“มาพนันกับผมหน่อยมั้ยฮะ? ลุงหุ่นยนต์” แมวขาวตัวน้อยเอ่ยขึ้น ก่อนจะหรี่ตาลงพลางแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ “โดยมีของเดิมพันคือ... ชีวิตของลุงนะฮะ”

ลูกเต๋าสองลูกพลันปรากฏบนมือของแมวน้อยนิรนาม ก่อนจะถูกทอยออกไป เนโครนัสที่หมายจะพุ่งเข้าโจมตีพลันชะงักไปโดยไม่ทราบสาเหตุ ผู้ที่รู้คงมีเพียงเจ้าของลูกเต๋าสองลูกที่กลิ้งอยู่บนพื้นเท่านั้น

[เกมพนันต้องห้าม - พันธนาการลูกเต๋าเสี่ยงชีพ]

กริ๊ก...

ลูกเต๋าที่กลิ้งอยู่บนพื้นหยุดลง แต้มที่ออกมาเรียกรอยยิ้มยินดีให้เจ้าของ กระดิ่งที่คอลั่นกริ๊งเบาๆ

“ดูเหมือนผมจะชนะพนันนะฮะ เอาเป็นว่าผมขอรับของเดิมพันไปเลยก็แล้วกัน” ไพ่โจ๊กเกอร์พลันปรากฎในมือของแมวขาว ก่อนที่สลายหายไปในอากาศราวกับฝุ่นละออง “ชีวิตของลุงน่ะ”

วิ้ง...

ฉัวะ!!

ไพ่ทั้งสำรับที่ปักอยู่ทั่วร่างของเนโครนัสพลันเรืองแสงจ้า ก่อนจะวิ่งพล่านไปทั่วร่าง ก่อให้เกิดร่องรอยของมีคมขึ้นทั่วร่างโลหะนั้น พร้อมๆกับศีรษะที่ถูกตัดออกจนขาดกระเด็น แมวขาวตัวน้อยเดินข้ามร่างนั้นไปยังมังกรหนุ่มที่ยืนมองอยู่เพื่อจะฟังคำตอบของคำถามที่ถามไปโดยไม่ทันสังเกตว่า...

ว่าร่างที่ไร้หัวกำลังขยับลุกยืนขึ้น...

[ทินกรย่อส่วน]

ลูกพลังขนาดเล็กสีทองวิ่งผ่านร่างของแมวขาวตรงไปยังร่างไร้หัวนั้นอย่างรวดเร็ว แขนของแมวน้อยไม่ทราบชื่อถูกอาร์ทคว้าไว้แล้วพาบินถอยห่างจากบริเวณนั้นทันที

“อย่าประมาทนักสิ จะฆ่ามันต้องทำให้ร่างมันละเอียดไปเลยนั่นแหละ”

วาบ!!!

แสงสว่างเจิดจ้าเกิดขึ้นไปทั่วบริเวณ ดวงแสงสีทองขนาดใหญ่กว่าคราวก่อนราวเท่าตัว เนื่องจากผู้ใช้ไม่ได้ออมแรงไว้เช่นคราก่อน ระยะพลังทำลายของดวงอาทิตย์ย่อส่วนนั้นไล่ตามหลังพวกเขามาติดๆ ก่อนจะสลายกลายเป็นเพียงละอองแสงสีทองลอยหายไปในอากาศ ภายในอาณาเขตของพลังทำลายนั้นเหลือเพียงหน้าดินโล่งๆเพียงเท่านั้น ไม่หลงเหลือร่างโลหะกึ่งซอมบี้ของเนโครนัสแม้เพียงน้อย

“ว่าแต่ถามหาลุงเรดทำไมรึ? เจ้าแมวน้อย” อาร์ทถามทันทีเมื่อเห็นว่าสถานการณ์โดยรอบปลอดภัยแล้ว

“ผมไม่ใช่แมวน้อยนะฮะ!! ผมอายุ 17 แล้วนา” แมวขาวท้วงขึ้นทันที

“อ้าวเรอะ!! ดูไม่ให้เลยอ่ะ หยั่งกะอายุ 12-13”

“ผมอายุ 17 จริงๆนะ!! แล้วนายรู้เหรอว่าพี่ชายอยู่ที่ไหนฮะ?”

“ก็กำลังจะไปหาอยู่นี่ไง ไหนๆก็ไหนๆละ ตามมาก็แล้วกัน” อาร์ทลอบขมวดคิ้วเล็กน้อยที่ได้ยินแมวน้อยตรงหน้าเรียกผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มว่า ‘พี่ชาย’

‘...ลุงเรดไปหลอกเจ้าแมวนี่อีท่าไหนล่ะเนี่ย... สงสัยแอ๊บเด็ก...’

ไม่ทันได้คิดอะไรมากไปกว่านั้น อาร์ทก็โดนเจ้าแมวน้อยตรงหน้าลากให้พาไปหา ‘พี่ชาย’ ของเขาเร็วๆจนต้องตามไปอย่างเลี่ยงไม่ได้...


ตัวละครตัวใหม่ออกมาอีกแล้ว~ สร้างมาให้โตคุงโดยเฉพาะเลยนะฮะเนี่ย~

เนื่องจากยังไม่ได้คิดชื่อไว้ก่อน... ขอเชิญเสนอชื่อเจ้าแมวผีพนันตัวนี้กันได้เลยฮะ =w=

ป.ล. ไว้มาแปะรูปทีหลังนะคร้าบ พอดีตอนนี้ง่วงละ...

Author:  TailMon [ Tue Nov 09, 2010 12:49 am ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

=[]="! โผล่มาก็.. อ่ะนะ?

ยังไงก็ขอบคุณสำหรับตัวละครเน้อนัทลิง~

เทลไม่รู้จะตอบแทนไงดี ; w ;"
(เรื่องของเรื่อง เราแต่งฟิคไม่เป็น + ถึงจะเป็นแต่ขี้เกียจเลยไม่ลงน่ะนะ มีคนลงให้ละ งิงิ เพิ่มสีสันให้เรื่อง)

ถ้าเอาไปจิ้น แกตายแน่ลิง !!

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Tue Nov 09, 2010 4:19 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ลิงซ่อมคอมเสดยังเนี่ย?? หรือไปจิ้กพี่มาใช้??

ว่าแล้วเชียวว่าต้องล่อลวงให้มีแมวมาเพิ่ม //หึๆๆ

เอาเถอะ มีอะไรให้อ่านระหว่างรอพี่เจ็ทก็ยังดีละน๊า = w =~

Author:  MonkeyMage [ Tue Nov 09, 2010 5:26 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ซ่อมเสร็จตั้งแต่วันอาทิตย์ละคร้าบ เจ๊แพนๆ

สำหรับโต... ไม่เคยมีตัวละครตัวไหนที่ีผมสร้างมาแล้วไม่โดนจิ้นนะฮะ... หึหึ :twisted:

เดี๋ยวโปรไฟล์เจ้าแมวผีพนันตัวนี้จะมาทีหลังนะฮะ รอคิดชื่อก่อน...

ส่วนภาพ โตวาดเองแล้วเอามาลงเลยก็ได้นะฮะ คิดว่าคงจะเข้ากับฟิคมากกว่า(วาดแมวแอ๊บเด็กไม่เก่งอ่ะน้า...)

Author:  TailMon [ Tue Nov 09, 2010 5:55 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

MonkeyMage wrote:
ซ่อมเสร็จตั้งแต่วันอาทิตย์ละคร้าบ เจ๊แพนๆ

สำหรับโต... ไม่เคยมีตัวละครตัวไหนที่ีผมสร้างมาแล้วไม่โดนจิ้นนะฮะ... หึหึ :twisted:

เดี๋ยวโปรไฟล์เจ้าแมวผีพนันตัวนี้จะมาทีหลังนะฮะ รอคิดชื่อก่อน...

ส่วนภาพ โตวาดเองแล้วเอามาลงเลยก็ได้นะฮะ คิดว่าคงจะเข้ากับฟิคมากกว่า(วาดแมวแอ๊บเด็กไม่เก่งอ่ะน้า...)


แบบน่ารักโหดๆชิมิๆ ; w ;

จะพยายามวาดนะคร้าบบบบบบ ~~

Author:  misuru [ Wed Nov 10, 2010 10:48 am ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ลากสังขารกลับมาหลังจากหายไปหลายเพลา = ="

ไหงตารางเทอมนี้มันโหดร้ายจังฟร่ะ

คิดถึงลุงมาคุรุมะเลย = =" No Break ไปซะ 2 วัน เรียนตั้งแต่ 9 โมงเช้าแล้วยาวไปจนถึง 4 โมงเย็น

ขนาดจัดตารางดีๆแล้วนะ T T


ส่วนฟิค........ด้านเทพเงาเกิดสงครามกันงั้นเหรอเนี่ย แต่งยากนิดหนึ่งวุ้ยเรื่องสงครามเนี่ย เดียวจะลองดูละกันว่าจะหนุกไม่หนุก

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Nov 13, 2010 1:05 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ห่างหายไปนาน กลับมาแต่งต่อแล้วค่าาา
ว่าจะแต่งยาวแต่เริ่มขี้เกียจ = x =;;


บทที่ 76 ปะทะศึก!! (ตอนต้น)




Code:
"จักรวาลเอ๋ย.....
จักรวาลอันสดใสด้วยประกายแสงแห่งดวงดาว จักรวาลอันมืดมิดด้วยผืนน้ำอันธกาล

ฤๅ อัคคีแลเปลวไฟอันร้อนแรงจะเยือกเย็น คิมหันต์ห้าแยกผู้โบกสะบัดจะเหี่ยวเฉา...
ฤๅ ธารน้ำแลคงคาที่เชี่ยวกรากจะมอดไหม้ ด้วยฤทธาแห่งแขนอันใกล้ไกลที่สุดมาประจบ...
ฤๅ พสุธาอันแข็งแกร่งแลรุกขเทพธิดาจะสั่นเทา มรณาด้วยนาคาจำแลง...
ฤๅ พระพายจะโหมกระหน่ำ วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน...
ฤา สุริยันดวงโตอันเจิดจ้าแลเปล่งประกายจะถูกกลืนกิน คนคุกแห่งก้นบึ้งอันมืดมิดจะโห่ร้อง...
ฤา ผืนฟ้าอันธกาลจักอันตรธาน คคนานต์แห่งรัตติกาลที่ถูกครอบใส่โหลแก้วแห่งพยาบาทจะหลับไหลไปชั่วนาน...

จักรวาลเอ๋ย...
จงตัดขาดมันเสีย ล้างผลาญผู้นำหายนะมาสู่เรา
โลหิตสีแดงฉานแห่งบาปจงโอบล้อมแก่ใจผู้ปฏิปักษ์ต่อบริสุทธิ์แห่งเรา

นำคอของมันเพื่อบูชายัญ เทิดไท้เทิดทูนแก่จักรวาลอันว่างเปล่าที่อัดแน่น
นิรันดร...."


ฉัวะ!


สิ้นเสียงนั้น วัตถุทรงกลมกลิ้งหลุนๆ มาหยุดอยู่ที่ปลายเท้าของเด็กสาว สายน้ำสีเข้มข้นหลั่งไหลไปทั่วบริเวณ เลื้อยไต่จนย้อมสีแดงไปทั่วทุกที่ เสียงหัวเราะอันกึกก้องน่าสยดสยองดังต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุด เด้กหญิงผู้เปรอะเปื้อนด้วยเลือดหยิบสิ่งที่กองอยู่ข้นมาดู มันร้อนอุ่นๆ ราวกับมีชีวิต สิ่งนั้นมีเส้นขนสีเหลืองทองหนาพอตัว แน่นอนว่ามันไม่ใช่สีทองที่สวยอีกแล้วเมื่อเปื้อนเลือด

มันคือหัวนั่นเอง....

และ หัวที่เธอเห็นคือใบหน้าของเด็กหญิงที่เรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นัยน์ตาเม็ดอำพันสวยจ้องตรงมาที่เธอเช่นกัน ดวงตาอันเฉยชาจ้องมองเธอด้วยสายตาเยือกเย็น เด็กหญิงรู้สึกว่าตัวเองรู้สึกกลัวสายตานั้นขึ้นมาจับใจ ราวกับร่างกายเล็กๆ นี้จะสลายไปในพริบตา

เด็กสาวยืนนิ่ง ลดแขนลงไว้ข้างตัว แล้วปล่อยหัวนั้นหล่นลงพื้น....

หัวของเธอ....


เสือน้อยนอนกลิ้งตัวไปมาอยู่บนเตียง ภาพความฝันนั้นยังแจ่มชัด สัมผัสเย็นเฉียบเสียวคอเป็นยิ่งนัก มือเล็กๆ ยกขึ้นคลำหาลำคอเรียวอย่างหวาดๆ ว่ามันจะไม่เชื่อมต่อกันจริงๆ แต่เธอคิดไปเอง....

เสียงเปิดประตูไม้ดังขึ้นเบาๆ ร่างของเสือสาวร่างผอมสูงเดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับลูบหัวเธออย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบประโลม "ฝันเรื่องนั้นอีกแล้วหรอเร็น"

"ค่ะแม่"

"จำไว้...นั่นเป็นชะตาลิขิตของเจ้า เป็นภาระที่เจ้าต้องแบกรับมันเอาไว้"แม่ของเร็นพูดด้วยเสียงหนักแน่น

ภาระที่แม่ทิ้งให้มากกว่า........เสือน้อยคิดในใจ

"แม่คะ...."เร็นหันไปมองใบหน้าอันซีดเซียวของผู้เป็นแม่ "ความฝันที่เกิดขึ้นนี่ เป็นเพราะคำสาปจากรหัสลับหรอคะ เพราะว่าสิ่งนี้อยู่กับหนูสินะ...."จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ เร็นเห็นประกายของนัยน์ตาสีอำพันแวววับอยู่ในนั้น อำพันที่น่าหลงใหลและน่าเกลียดชังนั่น

"ใช่....คำสาปจากรหัสลับนิรันดร์..."แม่ตอบ "เจ้าต้องแก้รหัสลับให้ได้ แล้วเอามันไปคืนในที่ๆ มันควรอยู่ ยิ่งปล่อยไว้นานเท่าไหร่ มันจะยิ่งอาละวาดมากขึ้น"

ทั้งสองอยู่ในความเงียบสงบ มีเพียงเสียงของลมและใบไม้เสียดสีกันดังแกรกๆ ทำลายความเงียบที่น่าอึดอัด เสือน้อยรู้ดีว่าแม่แสนขลาดและขี้กลัวขนาดไหน ถึงยอมแม้แต่จะฆ่าลูกตัวเองเพื่อทำให้มันสงบลงก็ทำได้ ธาตุพิสุทธิ์แห่งลมที่พ่อฝากฝังเอาไว้นั้น แม่กลัวคำสาปแห่งนิรันดรมากจนควักตาเธอออก แล้วใส่ธาตุพิสุทธิ์เข้าไปให้แทน เพื่อให้ตรงกับรหัสลับที่จารึกอยู่ให้มากที่สุด แม่แทบจะเป็นบ้าเพราะฝันร้ายนั้นตามหลอกหลอน จนถึงกับเป็นโรคประสาทอ่อนๆ ความจำเลอะเลือน จำไม่ได้เลยว่ามือคู่นั้นที่โอบกอดและลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา เป็นมือคู่เดียวกับที่คว้าอิโต้จะสับคอเล็กๆ ของเธอให้ขาดเป็นสองท่อน และเป็นมือที่กรีดเอาลูกตาสีอำพันสวยของเธอไป พร้อมกับใส่ธาตุพิสุทธิ์เข้ามาแทน

แต่ใช่ว่าเธอจะโกรธหรือเคียดแค้นแม่ ความฝันและคำสาปที่คอยรังควาญทั้งคู่ เร็นเองก็เกือบจะเป็นบ้าไปแล้วหากจิตใจของเธอไม่เข้มแข็งพอ ความเจ็บปวดจากการโดนกรีดสดๆ ยังตราตรึงแน่นอยู่ในความทรงจำไม่หายไปไหน ครานั้นเจ็บจนร่างกายชักกระตุกไม่เป็นจังหวะ เจ็บจนไม่อาจเปล่งเสียงร้องออกมาได้ นิ้วผอมๆ แทงเข้ามาในเบ้าตา ตวัดงุ้มแล้วกระชากวัตถุทรงกลมออกไป เลือดกระเซ็นออกมาเป็นทางยาวกระจายทั่วพื้นห้อง คราวนี้ลูกบอลกลมๆ สีอำพันประกายถูกยัดเข้ามาแทนที่ เสียงหวีดร้องดังก้อง เบ้าตากลมโตกระตุกอย่างบ้าคลั่งราวกับมันจะถูกฉีกออกอย่างไม่มีชิ้นดี เลือดไหลท่วมชุดสีขาวจนย้อมเป็นสีแดงดำ ตากลมนั้นส่องประกายแล้วดับวูบลง เป็นนัยน์ตาสีอำพันปกติ ที่ดูมีประกายแวววาวอย่างน่าประหลาด


เร็นสะดุ้งตื่นอีกครั้ง คราวนี้เธอไม่ได้นอนที่บ้านอีกต่อไป ไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ร่างบางทอดกายอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมเล็กๆ ประจันหน้ากับเงาของค้างคาวตัวหนึ่ง มันหัวเราะหึๆ อย่างพอใจก่อนถามขึ้นอย่างตื่นเต้น "ทัวร์ความฝันสนุกมั้ย สาวน้อย"

"นายคือ..."

"เราคือนิรันดร..."ค้างคาวตัวนั้นพูด "ไม่ผิดไปจากที่เจ้าคิดหรอก...ว่าแต่ไขรหัสลับได้หรือยังล่ะ"

"ได้แล้ว..."เร็นตอบ "คาดหวังอะไรกับตัวชั้นเกินไปรึเปล่า นิรันดร...ชั้นจะไม่เดินตามเกมของนายแน่"

เขาแค่นหัวเราะ "พูดแบบนี้แปลว่ารู้แล้วสินะ ทั้งความหมายของรหัสลับ ที่ซ่อนของธาตุพิสุทธิ์ และเหตุผลของเรา"

เร็นสำรวจรอบตัว ไม่มีทางออก ไร้อาวุธต่อสู้ เธอในตอนนี้ไม่อาจกำจัดเขาทิ้งได้แน่

"ใช่แล้ว สาวน้อยของเรา เราผู้เป็นอมตะแลนิรันดร มิอาจถูกสังหารได้หรอก"เขาพูดราวกับอ่านใจของเธอออก

"ความหมายของรหัสลับน่ะ
ฤๅ อัคคีแลเปลวไฟอันร้อนแรงจะเยือกเย็น คิมหันต์ห้าแยกผู้โบกสะบัดจะเหี่ยวเฉา...
คิมหันต์ห้าแยก คือใบเมเปิ้ล 5 แยก ที่สลักอยู่บนกำแพงของสถานพิทักษ์ เมื่อถูกความร้อนมันจะเหี่ยวแห้ง นั่นคือวิธีเอากุญแจ

ฤๅ ธารน้ำแลคงคาที่เชี่ยวกรากจะมอดไหม้ ด้วยฤทธาแห่งแขนอันใกล้ไกลที่สุดมาประจบ...
แขนอันใกล้ไกลมีที่มาจากความอ่อนโยนและโอนอ่อน สิ่งที่โอนอ่อนไปตามกระแสน้ำมาบรรจบเข้าด้วยกัน ที่แห่งนั้นมีความหมายเดียวกับชื่อของเทพน้ำ แอมเนโมเน่ นั่นคือดอกไม้ทะเลนั่นเอง

ฤๅ พสุธาอันแข็งแกร่งแลรุกขเทพธิดาจะสั่นเทา มรณาด้วยนาคาจำแลง...
นาคาจำแลงมีที่มาจากประวัติศาสตร์ของเทพดิน พญานาคสองตัวผู้ใฝ่หาความเป็นใหญ่ได้สู้กันที่ผืนดินแถบนั้น จนนาคตัวหนึ่งต้องพ่ายแพ้เพราะพิษตัวเอง การสู้ด้วยพิษที่ไม่ใช่ของตนจึงเรียกว่านาคาจำแลง

ฤๅ พระพายจะโหมกระหน่ำ วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน...
มีที่มาจากเหตุการณ์แห่งฟิลฟี เจ้าหญิงเมืองทะเลทราย ที่โกรธแค้นที่ถูกควักเอานัยน์ตาคู่สวยไป จึงทำลายทุกสิ่งอย่างราบเป็นหน้ากลอง การเปิดวงกตก็เช่นกัน ดวงตาที่ถูกทำลายเป็นสื่อชักนำให้เกิดความโกรธแค้น ความโกรธแค้นที่โหมกระหน่ำเหมือนกับพายุที่ถาโถม

ฤา สุริยันดวงโตอันเจิดจ้าแลเปล่งประกายจะถูกกลืนกิน คนคุกแห่งก้นบึ้งอันมืดมิดจะโห่ร้อง...
คนคุกแห่งก้นบึ้งอันมืดมิดจะโห่ร้อง ที่โห่ร้องเพราะได้รับแสงสว่าง แปลว่าต้องหาแสงสว่างให้เขา แต่แสงสว่างที่เขาต้องการคืออะไร ก็สืบเนื่องมาจากประวัติศาสตร์ของเมืองแห่งแสงอีก

ฤา ผืนฟ้าอันธกาลจักอันตรธาน คคนานต์แห่งรัตติกาลที่ถูกครอบใส่โหลแก้วแห่งพยาบาทจะหลับไหลไปชั่วนาน...
ความมืดที่หลับไหล คือการที่ไม่มีแสงสว่าง เพราะความมืดหมายถึงความนิ่งสงบและการดับ ดังนั้นต้องทำให้ทุกสิ่งสูญ ส่วนเหตุของโหลแก้วแห่งพยาบาท มาจากตัวนายเอง...

ที่ชั้นคิดมา ถูกต้องสินะ"

เสียงปรบมือดังขึ้นก้อง "ถูกแล้ว ไม่ผิดที่เราเลือกเจ้าให้ทำงานนี้"

"ถ้างั้น สิ่งที่นายต้องการคงไม่เป็นความจริงแล้วละ"เร็นยิ้มเย็น "เพราะชั้นรู้ทุกอย่างที่นายต้องการ รู้ทุกการกระทำของนายแล้ว"

"ใช่แล้วหญิงของเรา"นิรันดรพูดเอื่อย "เราถึงได้ส่งหมากให้ช่วยสานต่อยังไงล่ะ"

"ผู้ครอบครองนิรันดร์?!!!"

"หากรู้ถึงเพียงนั้นแล้ว จงไปทำความปรารถนาเราให้เป็นจริงเสียทีเถิด"

แสงสว่างวาบ เสือสาวรู้สึกตัวเองกำลังถูกดูดกลับออกไปยังที่ใดซักแห่ง เธอจ้องมองค้างคาวตัวนั้นอย่างโกรธแค้น

"แกไม่คู่ควรจะเป็นนิรันดรหรอก และจะไม่มีวันได้เป็นแน่!!"

มีเพียงรอยยิ้มของนิรันดรเป็นคำตอบ ก่อนทุกอย่างจะเป็นสีขาวโพลน....




เรย์ลุกขึ้นจากที่นอนในถ้ำกลางทุ่งหิมะ ใกล้กับภูเขาไฟของเทพมูราดิน มองไปยังผู้เดินทางทั้งสองที่นอนหลับอยู่ข้างหน้า มังกรสีแดงตัวใหญ่และฮัสกี้ขนสีขาวสะอาดกำลังนอนสบายไม่รู้เรื่อง เรย์ถอนหายใจพลางจะพลิกตัวนอนต่อ แต่พลันได้ยินเสียงประหลาดเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ ดาวกระจายถูกเรียกมาไว้ในมือเรียบร้อย

"ได้ยินเสียงกันสินะ..."ฮัสกี้ชักปืนคู่ใจทั้งสองขึ้นมาเตรียมพร้อม ส่วนเรดก็ตื่นแล้วกำลังเดินออกไปนอกถ้ำ ทุกตัวรีบอพยพของออกมาเพราะถ้าสู้อยู่ในถ้ำจะเสียเปรียบ เงาของตัวอะไรบางอย่างโฉบจากบนฟ้าพุ่งลงมาทางที่ทั้งสามยืนอยู่ พลังลมบางๆ ตวัดเป็นทางยาวพุ่งเข้าปะทะด้วยความเร็วสูง เรดสูดลมแล้วพ่นม่านไฟออกมากัน ฮัสกี้อ้อมหลังไปแล้วปลดล็อคปืน รัวกระสุนดังปังๆ ใส่ร่างที่บินอยู่บนฟ้า ทว่าผ้าคลุมของมันกลับตวัดขึ้นลงตบกระสุนกลับลงมาด้วยความเร็ว ฮัสกี้รีบหลบอุตลุด เงานั้นแยกร่างเป็น 3 ร่างพุ่งลงมาจัดการทีละตัวด้วยความเร็วสูง เรเปียสีดำปลอดปะทะเข้ากับกรงเล็บใหญ่ ปืน และคาตานะพร้อมๆ กัน!!

"ค้างคาวเรอะ?!!"เรดสบถ

ค้างคาวตัวนั้นตวัดเรเปียอย่างว่องไว ชำนาญ และทรงพลัง แถมปลายเสื้อคลุมยังสามารถพันริ้วควงสว่านเข้ามาโจมตีได้อย่างอิสระ พลังลมพุ่งกระทบเข้าเต็มแรง เสียงฉัวะของเสื้อผ้าที่ขาดกระจุยกระจายดังขึ้น ร่างแยกทั้งสองตัวที่สู้กับเรดและฮัสกี้หายวับ ทั้งคู่หันมามองเรย์ ที่ยืนนิ่ง ฮากามะสีฟ้าขาวและผ้าพันแผลขาดวิ่นเผยให้เห็นส่วนเว้านูนของสัดส่วนอย่างเพศแม่

"ผ..ผู้...หญิง...."ทั้งเรดและฮัสกี้อ้าปากค้าง

"เร็นสินะ"ค้างคาวตัวนั้นถาม "ชั้นชื่อโทเลม เป็นเพื่อนกับเรย์ อยากจะขอความร่วมมือกับเธอหน่อย"

"เดี๋ยวสิๆๆๆๆ"เรดเลิกลั่ก "ทำไมเรย์ถึงเป็นเร็น...ทำไม เอ่อ..."

"ที่เธอต้องปลอมตัว เพราะเสี่ยงว่าถ้าออกเดินทางในฐานะเร็นจะถูกองค์กรของเราจับตามอง แถมถ้าเป็นเรย์ก็จะสามารถไปสำรวจที่เมืองต่างๆ เพื่อแก้ไขปริศนาได้สะดวกสินะ เพราะเราเองก็กำลังไขรหัสลับนั้นอยู่ ถึงเรย์จะเข้าไปสำรวจ ก็จะไม่ถูกสงสัย"

"เร็น..."ฮัสกี้เรียกเบาๆ

เสือสาวเรียกลมสลัดเครื่องปลอมตัวของตนออก ทั้งชุดฮากามะ วิก และผ้าพันแผล เหลือเพียงร่างบางของเสือสาวนัยน์ตาสีอำพันประกาย ผมสีทองลายดำสวย ในชุดของคุโนอิจิ(นินจาหญิง) ปีกสีเขียวมรกตสยายออกอย่างสวยงามจนน่าหลงใหล เร็นขบฟันลงบนริมฝีปากตัวเองจนเลือดโชกเพื่อคลายจากอาการชาก่อนเอ่ย

"ถ้าอยากจะรู้ความจริง สัตว์แห่งกิลด์ และผู้ครอบครองนิรันดร์ ก็จงไปพบกันที่สถานพิทักษ์ในหมู่บ้านลับแล"

ยังไม่ทันที่ใครจะตั้งตัว ปีกมรกตก็ถูกลมโอบอุ้ม พัดพาร่างบางของเร็นหายไปกับสายลมแห่งความว่างเปล่า...







ฮากกกกกกกกกก จบ เหนื่อย
ลาสบอสออกแล้วค่ะ ในที่สุด = w =;;

Page 61 of 63 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/