BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!]
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=6949
Page 62 of 63

Author:  MonkeyMage [ Sat Nov 13, 2010 1:25 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

- ชื่อ : ฮาคุ
- เผ่าพันธุ์ : แมวขาว
- เพศ : ชาย
- อายุ : 17
- สิ่งที่ชอบ : คนที่ชอบเล่นการพนัน เรด(!?)
- สิ่งที่ไม่ชอบ : โดนมองว่าเป็นเด็ก
- ความผูกพัน : นับถือเรดเป็นพี่ชาย
- ความสามารถพิเศษ : เก่งการพนันทุกชนิด จนพัฒนามาเป็นวิชาประจำตัวที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร ดวงดีมากเป็นพิเศษเกี่ยวกับการพนัน
- ลักษณะนิสัย : เหมือนเด็ก(ทั้งๆที่ไม่ชอบให้มองว่าเป็นเด็ก) เฮฮาร่าเริงแทบจะตลอดเวลา ไม่เคยปฏิเสธเมื่อมีคนชวนไปเล่นพนันด้วย และเจ้าตัวก็กินรวบอยู่ทุกทีอยู่ร่ำไปจนหลังๆมาแทบไม่มีใครชวนเสียแล้ว(ผู้เคราะห์ร้าย : เล่นกี่ทีก็โดนกิน แล้วจะชวนเพื่อ!?) เมื่อต่อสู้จะแอบโหดและซาดิสท์นิดๆ
- รูปร่างลักษณะ : ร่างเล็กกะทัดรัด ขนสีขาวบริสุทธิ์ มีดวงตาสีฟ้ากลมโตฉายแววร่าเริงอยู่ตลอดเวลา ท่าทีดูเป็นเด็กเรียบร้อย อ่อนต่อโลก ทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกเอ็นดู แต่เมื่อเข้าถึงตัวตนที่แท้จริงแล้วล่ะก็... จะบอกได้เต็มปากเต็มคำเลยล่ะว่า ท่าทีเรียบร้อยนั่นเป็นแค่เปลือกนอกที่เจ้าตัวสร้างขึ้นล้วนๆ
- อาวุธ : สำรับไพ่ไม่รู้กี่ชุดที่เจ้าตัวเก็บสะสมไว้ ลูกเต๋าอีกนับไม่ถ้วน และอุปกรณ์การพนันสารพัดอย่างที่ไม่รู้ว่าเจ้าตัวสรรหามาจากไหน
-อื่นๆ :
1. ได้รับฉายาจากบ่อนการพนันแทบทุกบ่อนว่า "นักพนันต้องห้าม" เพราะเข้าบ่อนที่ไหนมักจะกวาดเรียบเกลี้ยงบ่อนซะทุกที(น่าแปลกใจว่า ดูเด็กเสียปานนี้แล้วผ่านเข้าบ่อนได้ด้วยวิธีใดก็ไม่อาจทราบได้ เคยเลียบๆเคียงๆถาม ปรากฎว่าเจ้าตัวตอบแค่ว่าเป็นความลับทางวิชาชีพ) เนื่องจากผ่านมามากมายหลายบ่อนและแทบจะทำให้หลายๆบ่อยล้มละลาย เป็นเหตุให้เจ้าตัวมีเงินมากกว่าที่หลายๆคนคิด
2. นับถือเรดเป็นพี่ชาย เนื่องจากว่าเป็นตัวแรกที่ชนะในการพนันกับเขา โดยหารู้ไม่ว่าที่เรดชนะได้ เป็นเพราะประสบการณ์ที่อยู่มานานกว่าหลายเท่าตัว(พร้อมพรั่งไปด้วยวิธีโกงพนันหลายรูปแบบ...)
3. มีฝาแฝดเป็นแมวดำอยู่ตัวนึง แต่แยกกันเดินทางเนื่องมาจากข้อตกลงบางประการของทั้งคู่

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Nov 13, 2010 2:55 pm ]
Post subject:  Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]

Quote:
**13/11/2012 15.00pm
อัพเดตสารบัญและตัวละครแล้วค่ะ
**

Author:  MonkeyMage [ Fri Nov 19, 2010 10:49 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

Chapter 77 – ความหมายของชีวิต

“หมู่บ้านลับแลงั้นเหรอ...” เสียงใสๆที่คุ้นเคยดังขึ้นหลังจากที่สมิงสาวเพิ่งจากไปได้ไม่นาน มังกรแดงผู้อาวุโสที่สุดในกลุ่มหันมองเจ้าของเสียงด้านหลัง

ปรากฏเป็นร่างสีขาวสองร่างเดินเข้ามาหา จากประโยคเมื่อกี๊ทำให้รู้ได้ว่ามังกรขาวเจ้าของเสียงนั้นรับรู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่เรียบร้อยแล้ว

“เจ้าไปทำอะไรมาล่ะนี่? เจ้าอาร์ท ข้ารู้นะว่าพวกเจ้าออกเดินทางมาที่นี่ก่อนข้าเสียอีก แล้วแมวขาวข้างหลังนั่นมัน...?” เรดเอ่ยทักพร้อมถามทันทีก่อนจะสังเกจเห็นแมวขาวหน้าตาคุ้นๆตามมังกรหนุ่มมาด้วย

“เรื่องของข้าล่ะน่า ลุงไม่ต้องรู้หรอก ตอนนี้ข้าแค่พาเจ้านี่มาส่งเฉยๆ” อาร์ทตอบ แววตาหม่นแสงลงเล็กน้อย ก่อนจะผายมือไปยังแมวขาวที่อยู่ข้างๆ

“สวัสดีฮะ พี่ชาย ไม่เจอกันตั้งนานเลยนะคร้าบ~” แมวขาวทักทายอย่างอารมณ์ดีก่อนจะวิ่งเข้าไปคลอเคลียกับมังกรแดงอย่างสนิทสนมตามวิสัยแมว

“อ๊ะ! ฮาคุ! นี่เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ไงนิ? แล้วรู้ได้ยังไงว่าข้ามาแถวนี้? .... ” เรดตกใจเล็กน้อยก่อนจะซักถามแมวขาวฮาคุเป็นชุดจนเจ้าตัวหูลู่ลงอันเป็นสัญญาณให้เรดรู้ว่าควรหยุดถามแล้วให้อีกฝ่ายตอบคำถามได้แล้ว

อาร์ทมองภาพของสัตว์สองตัวที่แลดูอายุห่างกันราวปู่กับหลานคุยกันอย่างสนิทสนม ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปยังทางเก่าพร้อมที่จะกางปีกออกบินไปจากที่นี่ หากแต่ฮัสกี้กับขัดขึ้นเสียก่อน

“จะไปไหนของนายน่ะ อาร์ท ทางนั้นมันไม่ใช่ทิศที่จะไปหมู่บ้านลับแลเลยนะ”

“ข้าจะไปไหนก็เรื่องของข้าน่า ไม่ใช่ธุระกงการอะไรของนายที่จะมายุ่งด้วย” มังกรหนุ่มตอบกลับอย่างไม่แยแส อะไรบางอย่างที่แฝงมากับน้ำเสียงนั้นทำให้ผู้ที่ผ่านโลกมามากอย่างเรดรู้ได้ทันทีว่ามีอะไรผิดปกติ

“เจ้าแปลกไปนะ อาร์ท แต่ต่อให้ธุระของเจ้าสำคัญแค่ไหน หน้าที่ปกป้องเทพย่อมสำคัญที่สุด” มังกรแดงเอ่ยเสียงเหี้ยม “ในฐานะที่ข้าเป็นหัวหน้ากลุ่มภารกิจนี้ ข้าขอสั่งเจ้า อาร์ท!! เจ้าจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้นจนกว่าจะทำหน้าที่นี้ได้สำเร็จ!!”

มังกรหนุ่มหันกลับมามองเจ้าของเสียงเมื่อกี๊ด้วยใบหน้าที่ไร้ความรู้สึกผิดกับทุกทีที่เรดเคยเห็น “เสียใจด้วย แต่ลุงไม่มีสิทธิ์มาสั่งข้า ข้าไม่เคยเป็นพวกใครหน้าไหนทั้งนั้น การที่ข้าตามมาถึงที่นี่ก็เพราะเห็นว่าเป็นเรื่องน่าสนุกหรอกนะ แต่ตอนนี้ข้ามีเรื่องที่สำคัญกว่านี้ที่ต้องทำ เพราะฉะนั้น ต่อให้เป็นลุงเรดก็ห้ามข้าไม่ได้หรอกนะ”

“หมายความว่าเจ้าจะทิ้งหน้าที่ไว้แบบนี้น่ะเหรอ? ถ้าเทพเป็นอะไรไป โลกนี้จะเสียสมดุล แล้วนั่นก็หมายความว่าชีวิตของสรรพสัตว์ทุกตัวจะเป็นอันตราย ยังมีอะไรสำคัญกว่าชีวิตจำนวนมากพวกนี้อีกเหรอ ตอบมาสิ อาร์ท!!”

“แล้วชีวิตที่ลุงว่าน่ะ มันคืออะไร?” มังกรขาวถามเสียงเรียบแทนคำตอบ ดวงตาสีเขียวมรกตฉายแววบางอย่างออกมา บางอย่างที่ผู้ที่มองเห็นไม่มีใครรู้ว่ามันคืออะไร... “ชีวิตนี้มันเป็นแค่ภาพมายา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพียงภาพลวงหลอกตา ไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ทุกอย่างล้วนไร้ค่าราวกับแก้วน้ำที่ว่างเปล่า ที่ไม่ช้ามันก็ต้องแตกสลายหายไป หลงเหลือไว้แค่ความตายเท่านั้นที่เป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียวของชีวิต”

“จะช้าหรือเร็วอย่างไร ทุกชีวิตก็ต้องพบกับความตาย เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะช่วยไปเพื่ออะไร ในเมื่อท้ายที่สุดแล้วก็ต้องตายอยู่ดี ความตายอันเป็นสัจนิรันดร์ของทุกชีวิต... นี่คือความหมายของชีวิตในมุมมองของข้า มีสิ่งใดผิดจากความจริงบ้างมั้ยล่ะ? ลุงเรด”

อาร์ทหรี่ตามองร่างสีแดงตรงหน้าด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ก่อนจะอาศัยช่วงเวลาที่เรดกำลังทำความเข้าใจกางปีกโผบินหายไปในท้องฟ้ากว้างโดยมีสายตาของเรดมองตามไป

“ชีวิตน่ะ มันไม่ได้มีความหมายแค่นั้นหรอกนะ เจ้าหนู...”




‘...ชีวิตนี้มันเป็นแค่ภาพมายา ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นเพียงภาพลวงหลอกตา ไม่มีสิ่งใดเป็นความจริงแม้แต่เพียงเศษเสี้ยว ทุกอย่างล้วนไร้ค่าราวกับแก้วน้ำที่ว่างเปล่า ที่ไม่ช้ามันก็ต้องแตกสลายหายไป หลงเหลือไว้แค่ความตายเท่านั้นที่เป็นความจริงเพียงหนึ่งเดียวของชีวิต...’

ประโยคที่เพิ่งถ่ายทอดออกไปดังวนเวียนอยู่ในหัวของอาร์ทซ้ำแล้วซ้ำเล่า มังกรหนุ่มครุ่นคิดอย่างไม่เข้าใจ ถ้าเรามองว่าชีวิตมันมีความหมายเช่นนี้จริง แล้วทำไมตัวเราถึงต้องเร่งรีบเช่นนี้เล่า... เราคิดเช่นนี้จริงหรือ? หรือว่าเราแค่หลอกตัวเองไปเท่านั้น?

ยิ่งคิดอะไรมากมาย ก็ยิ่งนึกถึงผู้ที่เคยสอนเขามาในอดีต ผู้ที่เป็นทั้งพี่ชายที่แสนใจดี เป็นทั้งเพื่อนสนิทที่รู้ใจ เป็นทั้งครูอาจารย์ที่เคารพรัก และเป็นทั้งผู้ที่ให้คำแนะนำปรึกษาทุกครั้งที่เขากลุ้มใจหรือมีปัญหา...

หยาดน้ำตาที่ไร้สีไหลรินออกจากนัยน์ตาสีเขียวมรกตนั้นโดยที่ผู้เป็นเจ้าของไม่ทันรู้ตัว ริมฝีปากพึมพำคำถามบางอย่างออกมาอย่างแผ่วเบา ในหัวคิดถึงภาพของบุคคลผู้นั้นกำลังส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เขาเสมอเวลาที่มีเรื่องทุกข์ใจ

“ชีวิตคืออะไร... ถ้าเป็นนาย... นายจะตอบคำถามนี้ยังไงนะ... พี่เจด...”


สั้นหน่อยนะคับสำหรับตอนนี้... พอดีช่วงนี้มึนๆอึนๆอะไรอยู่บ้าง...

ที่แต่งมานี่เพราะอ่านการินแล้วรู้สึกเหมือนได้ฟีลประมาณนี้อ่านะ เลยยกมาแต่งซะเลย

ชอบถามตัวเองเหมือนกันแฮะ ว่าชีวิตนี้มีความหมายยังไงกันแน่? คิดว่าคำตอบของคำถามนี้เป็นอย่างไรกันบ้างล่ะฮะ?

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Nov 20, 2010 4:30 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

บทที่ 78 ปะทะศึก!! (ตอนกลาง)




สมิงสาวใช้เวลาเพียงพริบตาด้วยปีกแห่งลมก็มาถึงที่หมู่บ้านลับแลซึ่งอยู่ทางตะวันตกของทุ่งหิมะ เธอก้าวฉับๆ เข้าไปในป่าลึก อาศัยแรงลมพัดกระพือให้ใบไม้ที่บังทางเดินแหวกออกไปอย่างง่ายดาย ทางเดินในป่าเป็นทางค่อนข้างซับซ้อน แถมยังเป็นป่าใหญ่และทึบ หากไม่เชี่ยวชาญทางก็มีสิทธิ์หลงได้ง่ายๆ แต่สำหรับเร็นที่อาศัยและวิ่งเล่นในนี้ราวกับสนามเด็กเล่นส่วนตัวแม้ปิดตาก็ยังสามารถเดินออกมาได้อย่างปลอดภัย ในป่านั้นเองมีเกาะกลางน้ำซึ่งตั้งโบราณสถานสำคัญของหมู่บ้านไว้ สถานพิทักษ์นั่นเอง...

เร็นเข้าไปข้างในนั้น ภายในตัวอาคารแม้ไม่มีความซับซ้อน เป็นเพียงห้องสี่เหลี่ยมที่มีทางทะลุเชื่อมต่อถึงกันหมด ผนังของแต่ละห้องนั้นแกะสลักด้วยภาพของต้นไม้แต่ละพันธุ์ ตรงกลางพื้นห้องเป็นลายทรงกลมประหลาด มีเพียงบางห้องที่จะมีแท่นหินแกะสลักเป็นรูปเปลวไฟอยู่ตรงกลางห้องพร้อมด้วยลูกแก้วสีแดงสดวางอยู่บนนั้น เสือสาวเดินผ่านห้องเหล่านั้นไปยังห้องทางซ้ายที่สองที่เป็นห้องของต้นเมเปิ้ลพลางฉวยลูกแก้วจากในกระเป๋า ส่องไปที่ผนังลายเมเปิ้ลเพื่อหาที่ซ่อน นางไล่ระดับสายตาจนกระทั่งมาพบกับผนังส่วนหนึ่งที่มีสีเข้มกว่าพื้นที่อื่นแล้วใช้นิ้วค่อยๆ ยึดส่วนของใบเมเปิ้ล 5 แฉกที่นูนออกมาจากผนังดึงออกมาเบาๆ เป็นช่องลิ้นชักเล็กๆ พอใส่แค่ท่อนไม้เล็กๆ เท่านั้น

เร็นเอาท่อนไม้นั้นออกมาแล้วเอาไปปักไว้ที่แท่นวางลูกแก้วกลางห้อง มันมีช่องให้เสียบท่อนไม้่นั้นอย่างพอดิบพอดี เร็นถอยมายืนตรงทางที่เป็นรอยต่อระหว่างห้องต่อห้อง เสียงของกลไกบางอย่างเคลื่อนไหวดังกึกก้อง พื้นสถานพิทักษ์ไหวสั่น แท่นหินทีแ่กะสลักเป็นเปลวไฟทั้งสองพัวกันก็คลายตัวออก ลายพื้นทรงกลมประหลาดค่อยๆ เลื่อนตัวออกเป็นบันไดวนไปสู่ด้านล่าง

เธอก้าวลงไปในบันไดวนอย่างระมัดระวัง ลูกแก้วในมือช่วยส่องแสงนำทางให้จนมาถึงสุดทางบันไดวน ข้างหน้านั้นเป็นวงกตหินที่ทอดตัวยาวออกไปอย่างไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นเพียงหินซึ่งมีขนาดให้พอยืนลอยตัวอยู่ในอากาศง่อนแง่น เลี้ยวคดพันวนกันหลายชั้นหลายตลบ พุ่งไปหลายทิศทางอย่างไม่มีที่สิ้นสุด พื้นหลังของวงกตหินนั้นมีเป็นฉากของประกายดาวเล็กๆ สว่างไสวออยู่บนผืนผ้าสีดำที่เรียกว่าอวกาศ

เร็นกำลังจะก้าวขึ้นไปบนหินก้อนแรกที่เป็นเสมือนจุดเริ่มต้นของวงกต แต่ทันใดนั้นกลับมีเงาบางอย่างตัดหน้า มันมีประกายไฟวูบวาบอยู่บนมือของมัน เธอถอยมาประจันหน้ากับมัน แม้ปกติพวกมันไม่ทำอันตรายใดๆ แต่ตอนนี้มันประจักษ์แล้วว่า เธอคือผู้บุกรุกวงกตแห่งไซโร ต้องกำจัดเสีย

"ในที่สุดเจ้าก็กลับมานะเร็น..."มันทำเสียงฟึดฟัด จมูกพ่นลมร้อนๆ ใส่เธออย่างไม่กลัวเกรง "ข้าไม่อยากจะฆ่าเจ้า ออกไปซะ คราวนี้ข้าจะทำเป็นไม่เห็น"

"กริมม์....."

เร็นมองหน้าหมีขาวตัวใหญ่ตรงหน้าอย่างเศร้าสร้อย ตอนที่เสือสาวยังเด็ก ตนได้ลอบเข้ามาที่วงกตนี้เพื่อค้นหาคำตอบของธาตุิพิสุทธิ์ จนกระทั่งมาเจอกับกริมม์ ผู้พิทักษ์วงกตไซโรแห่งไฟ เมื่อมันเห็นว่าเธอไม่เป็นภัยต่อธาตุพิสุทธิ์จึงอยู่คุยแลกเปลี่ยนความรู้กันบ่อยๆ

กริมม์เป็นหมีโมโหร้าย โกรธง่ายและรุนแรงเหมือนกับเทพไฟไม่มีผิด แต่ก็นิสัยดีและเป็นมิตรกับผู้ที่ไม่มีพิษภัยต่อธาตุพิสุทธิ์ มันอยู่ที่นี่และมีหน้าที่เพียงอย่างเดียวคือสังหารและทำลายทุกอย่างที่เข้าใกล้ธาตุพิสุทธิ์ โชคดีที่กริมม์รอบคอบกว่าเทพไฟเยอะถึงรอดูท่าทีของแต่ละตัวที่ผ่านเข้ามาในวงกตแห่งนี้ืทั้งตั้งใจและบังเอิญ ก่อนที่จะตัดสินว่าสมควรจะกำจัดหรือไม่ ถ้าเห็นสมควร อุ้งมือที่เปี่ยมด้วยกำลังมหาศาลและเ็ล็บแหลมหนาที่ร้อนดุจเปลวเพลิงจะตะปบเข้าล้วเผาไหม้ตัวผู้โชคร้ายนั้นทันที

"ชั้นไม่ได้จะมาขโมยหรือทำลายมัน"เร็นอธิบาย "แต่พวกที่กำลังไล่ตามมานั้นไม่แน่ พวกหนึ่งเป็นเพื่อนของชั้น สัตว์จากกิลด์แห่งแสง ชั้นขอให้เขาช่วยชั้นในการปกป้องธาตุพิสุทธิ์ ส่วนอีกพวกคือผู้ครอบครองนิรันดร์ พวกเขาจะมาทำลายที่นี่"

"นิรันดร์...."กริมม์พึมพำ "นิรันดร์ที่ว่าหรือจะเป็น..."

"นิรันดร...ใช่อย่างที่คิดนั่นละ"เร็นตอบ

กริมม์ส่ายหน้า "นิรันดรเป็นเพียงพลังงานและจิต เจ้าศึกษามันมาตลอดน่าจะรู้ นิรันดรเป็นชื่อเรียกของจิตที่สร้างเทพและธาตุพิสุทธิ์ขึ้นมา มันไม่มีวันทำร้ายใคร ไม่ว่ายังไงก็ตาม เพราะนิรันดรคือความตาย คือความว่างเปล่า"

"ที่ชั้นสันนิษฐาน..."เร็นเริ่มพูด "คือนิรันดรที่กำลังลงมือในตอนนี้ เพียงแค่ยืมชื่อของนิรันดรมาเท่านั้น เขาคิดจะใช้ธาตุพิสุทธิ์ซึ่งเป็นพลังของนิรันดรสร้างขึ้นมา ทำให้เขาเทียบตำแหน่งกับนิรันดร..."

"แปลว่าจะไม่เกิดจะดับ ไม่มีวันสูญสิ้น เพราะนิรันดรเป็นความตายอันว่างเปล่า มีตัวตนราวกับไม่มีตัวตน...เขาคิดจะเทียมเทพสินะ....ไม่สิ...ต้องบอกว่าเป็นเทพในหมู่เทพ"

"ทำนองนั้น"เร็นตอบ

"แล้วเจ้ารู้เรื่องนี้ได้ยังไง...หรือว่าฝันแบบครั้งนั้นอยู่"กริมม์ถาม...เขาไม่เคยเชื่อเรื่องใดๆ ที่พูดขึ้นอย่างลอยๆ ไม่ว่าจะออกมาจากปากใครก็ตาม

"เขาเข้ามายุ่มย่ามในความฝันของชั้น"เร็นบอก "คอยใบ้เกี่ยวกับปริศนา คอยตามหลอกหลอน คอยตามดูทุกการกระทำของชั้น ชั้นเหมือนเป็นหมากสำคัญของเขาที่ถูกบังคับให้เดินไปตามที่เขาคิด เขาคิดจะย้อนรอยของจิตนิรันดร เขาต้องการเป็นนิรันดรถึงขนาดยอมตายเพื่อทำให้สภาพของตัวเองเป็นเพียงจิตที่ไร้รูปร่าง ได้แต่ล่องลอยเพื่อรอให้แผนที่กำจัดจิตนิรันดรสำเร็จ แล้วเขาจะแทรกตัวเข้าไปเป็นนิรันดรแทน"

"งั้นหรือ...."กริมม์ตีหน้านิ่ง "เจ้ายังเล่นเป็นเร็นไม่เนียนนะ เจ้าสารเลว!!!"

อุ้งมือตวัดตะปบเข้าไปที่ร่างของเร็นอย่างรวดเร็ว เสือสาวรีบเอี้ยวตัวหลบแล้วกระโดดเด้งไปด้านหลังหมีขาว ขายาวเรียวเตะที่ท้องของกริมม์เต็มแรงจนหมีขาวกระเด้งไปอยู่อีกฝั่งหนึ่งของบันใดหิน เธอยิ้มแสยะพลางหัวเราะเบาๆ

"สมแล้วที่เป็นกริมม์เพื่อนยาก..."เสียงหวานๆ นั้นฟังแล้วเย็นหูพิกล "รู้ทันอีกแล้วว่าเป็นเรา..."

"แกมัน..!!!"

"ใจเย็นก่อนสิ"กริมม์ชะงัก เมื่อร่างของเร็นยื่นขาออกไปในห้วงอากาศอันว่างเปล่า "ถ้าเราไม่เจรจากันดีๆ นางจะต้องถูกกลืนกินอยู่ในห้วงมิตินี้ตลอดกาลแน่"

ชัยชนะเป็นของเร็น เมื่อหมีขาวยอมจำนนแล้วนั่งคุยดีๆ

"แปลกใจจัง..เราก็ไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว ทำไมเจ้าจึงยังรู้อีกนะว่าเราอาศัยร่างของนางมา"เร็นถามด้วยเสียงเย็นๆ

"สัญชาติญาณของข้า และกลิ่นเน่าเฟะที่น่ารังเกียจของเจ้าน่ะสิ...แค่มองก็รู้แล้วว่าสารเลวแบบนี้มีเพียงเจ้าตัวเดียว"กริมม์กระฟัดกระเฟียด "เจ้าฆ่าพ่อของเร็นตาย แล้วพยายามขโมยธาตุพิสุทธิ์แห่งลมที่ฝังอยู่ในตาของนางออกมา เริ่มตั้งแต่เข้าควบคุมจิตของแม่เร็นให้ฆ่านาง แต่เมื่อแผนไม่เป็นตามคาดแกจึงเปลี่ยนเป้าหมายไป เป็นเพราะแกยังไขปริศนาที่เหลือไม่ออก จึงปล่อยให้เร็นมีชีวิตอยู่ เพื่อทำตามที่แกต้องการ ความฝันงี่เง่านั้น แกทำเพื่อให้จิตของเร็นค่อยๆ อ่อนแอลง จะได้เข้าควบคุมง่ายสินะ..."

"ดี..."เร็นตอบอย่างเฉยชา "เข้าใจก็ดี..." ลวดเส้นเล็กตวัดเข้าที่คอของกริมม์อย่างรวดเร็ว หมีขาวไม่ขัดขืน เพราะรู้ว่าหากไม่ทำตาม เร็นคงไม่รอด

กริมม์ไม่อยากฆ่าเร็น เขาได้แต่ภาวนาว่าให้เร็นได้สติไวๆ...

"พาเราเข้าไปยลธาตุพิสุทธิ์แห่งไฟเสียหน่อยเป็นไร"พูดพลางกระตุกลวดอย่างแรง "นำทางไป!!"

กริมม์นิ่งแล้วใช้ความคิด ก่อนตัดสินใจเดินนำเร็น เข้าไปสู่ใจกลางแห่งวงกตเงียบๆ....







ทำไมรู้สึกว่ามันมั่วๆ ยังไงชอบกล แถมสั้นอีกต่างหาก... = w =;;
เรื่องชักจะซับซ้อนแล้วแฮะ แต่งโดยไม่มีสคริป(←ไว้ที่บ้าน) นี่ลำบากเหมือนกันนะเนี่ย... :oops:

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Sat Nov 20, 2010 4:32 pm ]
Post subject:  Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]

Quote:
**20/11/2012 16.40pm
อัพเดตสารบัญแล้วค่ะ
**

Author:  ClancY [ Tue Nov 23, 2010 6:28 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

อยากตั้งกระทู้แต่งเรื่องต่อกันเรื่อยๆแบบนี้ แต่ว่าที่เราอยากอาจจะอยู่ในโลกของเรย์แมนอะ(ที่ไม่ใช่ภาคกระต่าย)

ไม่รู้จะมีคนรู้จักกันไหม

Author:  ~LittlE_PanDa~ [ Wed Dec 01, 2010 12:48 am ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ClancY wrote:
อยากตั้งกระทู้แต่งเรื่องต่อกันเรื่อยๆแบบนี้ แต่ว่าที่เราอยากอาจจะอยู่ในโลกของเรย์แมนอะ(ที่ไม่ใช่ภาคกระต่าย)

ไม่รู้จะมีคนรู้จักกันไหม


อ่า แพนด้าไม่รู้จักนะ..... :|

เวลาไม่มีให้แต่ง ฮืออออออออ :cry: :cry:

Author:  magicisland [ Thu Dec 02, 2010 12:14 am ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

ช่วงนี้แต่งเเต่บทเศร้า=w=;

พาเอาชีวิตเศร้าตามไปด้วยเลยTwT

Author:  misuru [ Sun Dec 05, 2010 12:41 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

Processing......Complete.......See in next page

Author:  MonkeyMage [ Sun Dec 05, 2010 12:54 pm ]
Post subject:  Re: 12Tails Fiction [อยากอ่านต่อแล้ว มาแต่งกันหน่อยนะเธอว์!!

s... some hour เลยเรอะ!!? พี่ปอนด์... :!:

Page 62 of 63 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/