BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 22
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=8402
Page 2 of 5

Author:  kuggivta [ Tue May 10, 2011 10:09 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 5

เชียร์กับรีส *-*โอ้ว

คู่รักกันแล้ว

Author:  moruru [ Tue May 10, 2011 1:05 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 6

ตอนที่ 6 เนตรอินทรีอัลวิส
“ที่นี่สินะ”วิสพูดหลังจากเดินกลับมาสักพักแล้วหน้าบ้านลีโอก่อนเคาะประตูอย่างสุภาพ
“มาหาใครเหรอครับ”ซอรัสออกไปทักทายด้วยท่าทางสุภาพ
“คือเชียร์เขาให้ผมมารอที่นี่ครับ ผมชื่ออัลวิสเป็นเพื่อนของเชียร์ยินดีที่ได้รู้จักครับ”วิสกกล่าวทักทางด้วยความสุภาพ
“อ๋อเหรอครับ งั้นจะรอในบ้านหรือจะ....”ซอรัสยังพูดยังไม่จบก็มีร่างเล็กเกาะบ่าของซอรัสไว้
“ไหนว่าจะสอนธนูให้ผมไง”คิโน๊ะกระโดดเกาะบ่าของซอรัสไว้ก่อนจะทำท่าอ้อนซอรัส
“งั้นผมสอนให้เอาไหมครับ”วิสพูดยิ้ม
“คร้าบบบบบบบ พี่ชายใจดีจัง”คิโน๊ะวิ่งตามวิสไปยังสวนหินหลังบ้าน
“ไวซ์ลีโอล่ะ”ซอรัสหันกลับมาคุยกระหรอกหนุ่ม
“ยังกำโน้ตในมืออยู่เลยครับดูท่าทางจะโกรธมากด้วยล่ะครับ”ไวซ์พร้อมทำท่าทางหวาดกลัว
“เฮ้ออยากรู้จริงว่ามันโกรธอะไรกันแน่นะ”ซอรัสบ่นด้วยหน้าตาด้วยใบหน้าเอือมระอาเล็กๆ

ณ ลานหลังบ้าน
“นั่นแหล่ะเก่งมากเลยนะ คิโน๊ะคุงเรียนรู้ได้ไวดีจริงๆ”วิสกล่าวชมเพราะตนสอนเพียง 15 นาทีเท่านั้นคิโน๊ะสามารถยิงโดนตรงเป้าได้แล้ว
“พี่ขออยู่ตรงนี้สักพักส่วนคิโน๊ะเข้าบ้านไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่จะสอนเพิ่มทีหลัง”วิสพูดด้วยร้อยยิ้มหลังจากคิโน๊ะเดินไปแล้วก็ค่อยดึงผ้าปิดตาออกก่อนที่ตาอีกข้างจะลืมขึ้นก็ปรากฎฝูงแมลงสติงบั๊กจำนวนมหาศาลพุ่งมาข้างหน้าวิสทันที
“Eagle Eye”วิสตวาดเบาๆก่อนจะเปิดตาข้างซ้ายขึ้นก่อนจะยิ้มออกมาที่มุมปากก่อนจะพูดว่า
“100ตัวไม่สิ120ตัวขอโทษนะ คงปล่อยให้พวกแกรอดไม่ได้"กิ้งก่าหนุ่มพูดก่อนจะนำธนูมาก่อนจะตวาดออกมา
“Rainy arrow(ศรพิรุณคลั่ง)”ลูกศรดอกเดียวกับแปรเป็นลูกศรนับร้อยๆดอก
“กี๊ซซซซซซซ”เสียงเหล่าสติงบั๊กกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง
“ฟิ้ว เพล้ง”หอกของสติงบั๊กตัวหนึ่งพุ่งเข้าปักที่ดวงตาข้างขวาส่วนแสงเพล้วมาจากคอนแทคเลนส์ที่ตาข้างขวาแตกกระจาย
“เฮ้อจบซะที”วิสพูดขึ้นพลางเอาผ้าปิดตามาปิดตาไว้อย่างเดิมท่ามกลางความตกตะลึงของกิ้งก่าสองตัวที่มองดูจากหน้าต่าง
“เข้ามาก่อนสิคุณวิสฝนเริ่มตกแล้วนะ”ซอรัสออกมาเรียกวิสที่ยืนมองอะไรบางอย่าง
“อืม”วิสรีบหันมาหาซอรัสแล้วรีบวิ่งเข้าบ้านไป
“เชียร์คงยังไม่กลับน่าจะอยู่ในบ้านรอนะ”เสียงของลีโอที่พูดด้วยน้ำเสียงเหมือนกำลังจะคลั่งใบหน้าแดงฉานด้วยความโกรธ
“อะ...อืม”คนอื่นรับคำด้วยความหวาดกลัว
“เปียกหมดเลยแหะ”เชียร์บ่นก่อนจะเปิดประตูเข้ามาในบ้านแต่ก็ถูกผ้าขนหนูสีขาวสะอาดมาวางไว้บนหัวก่อนจะเริ่มเช็ดหัวให้
“นายนี่น้าชอบทำให้เป็นห่วงอยู่เรื่อย ออกไปตากฝนเดี๋ยวก็ได้เป็นไข้อีกหรอก”ลีโอพูดภาพแห่งอดีตซ้อนทับกับปัจจุบันในทันทีเป็นเวลาตอนที่เชียร์มาบ้านลีโอในวันฝนตกตอนอายุ 6 ขวบลีโอก็เช็ดหัวให้อย่างงี้เสมอ
แน่ล่ะว่าคนที่ไม่รู้ความจริงก็ต้องคิดไปในลักษณะว่าสองคนนี้วายแน่นอน
คนที่เห็นแสดงอาการออกมาคนละแบบ
ไวซ์ทำหนังสือที่อ่านหลุดมือทันที
ส่วนวิส สำลักน้ำพรวดทันที
ส่วนซอรัสที่แอบดูอยู่บนเพดานตกลงมากระแทกพื้นทันที
“เชียร์นะ...นี่นาย”วิสพูดแทบไม่เป็นภาษาด้วยความช็อค
“นี่มันไม่ใช่แบบที่พวกนายคิดนะ”ลีโอพูดแก้ตัวอย่างลนลานทำอะไรไม่ถูก
“เพราะนายนั่นแหล่ะ เดี๋ยวข้าอธิบายเอง ผลึกแห่งเงาจงแสดงภาพแห่งอดีตให้ข้ากับสหายได้เห็น”เชียร์พูดพลางหยิบผลึกสีดำออกมา
หลังจากนั้นปรากฏภาพกิ้งก่าสีแดงที่อายุประมาณ6 ขวบในชุดอยู่บ้านสบายๆกำลังวิ่งไปที่ประตูบ้านก่อนจะเปิดประตูออกและหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้หมาป่าน้อยตัวหนึ่ง
“นี่มัน”ซอรัสตกใจมากที่ร่างของกิ้งก่าน้อยทะลุตัวไป
“เป็นภาพสมัยเด็กตอนที่ข้ามาบ้านลีโอตอนฝนตกน่ะ”เชียร์พูดด้วยสีหน้าที่คิดถึงอดีตของตนกับเพื่อนตัวนี้
“เชียร์มาทำไมทั้งๆที่ฝนตกแท้ๆเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก”ลีโอในสมัยเด็กถามอย่างเป็นห่วง
“ก็วันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านเลยเชียร์ไม่อยากอยู่คนเดียว เชียร์กลัวช่วยเชียร์ด้วยนะลีโอ”เชียร์สมัยเด็กพูดน้ำตาไหลอาบแก้มด้วยความกลัว
ทุกตัวนอกจากเชียร์กับลีโออ้าปากค้างทันทีหมาป่าขี้แยและขี้กลัวตรงหน้าพวกเขานี่เหรอคือหมาป่าหนุ่มที่เข้มแข็งที่โค่น
โบลดาสได้
“ได้ลีโอจะอยู่กับเชียร์เองไม่ต้องกลัวนะ”ลีโอร่างเด็กพูดปลอบพลางเช็ดหัวให้ร่างของหมาป่าน้อย
“จริงๆนะลีโออย่างทิ้งเชียร์ไว้นะเชียร์ไม่อยากอยู่คนเดียว”เชียร์ร่างเด็กเกาะแขนลีโอทันที
หลังจากนั้นภาพในอดีตก็หายไป ก่อนที่หมาป่าหนุ่มหนีขึ้นไปนอนที่เตียงนอนของตนทันทีด้วยใบหน้าขึ้นสีจัด
“เชียร์ตอนเด็กน่ะเป็นคนขี้กังวลขี้กลัว ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่เลยมั้ง”ลีโอตอบยิ้มมองตามเพื่อนซี๊ของตนที่หนีไปนอนเรียบร้อยแล้ว
“ขอบคุณนะที่นายยังจำได้อยู่นะเชียร์”ลีโอพึมพำยิ้มๆคนเดียวก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปนอน

Author:  kuggivta [ Tue May 10, 2011 10:53 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 5

แย๊กกกกกกกกกกกกก

คราวนี้เหมือนดาเนะXวีซะแล้ว!

นี้เชียร์X ลีโอคุงหรอเนี้ย!

[/me จะเป็นลม]

Author:  moruru [ Wed May 11, 2011 1:14 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 5

kuggivta wrote:
แย๊กกกกกกกกกกกกก

คราวนี้เหมือนดาเนะXวีซะแล้ว!

นี้เชียร์X ลีโอคุงหรอเนี้ย!

[/me จะเป็นลม]

ไม่ใช่เฟ้ยแค่เพื่อนสนิทกันมากๆก็แค่นั้นเอง(แม่ยกคู่นี้ยกมือขึ้น)/meโดนลีโอคุงกับเชียร์ลากไปเชือด

Author:  moruru [ Wed May 11, 2011 6:16 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 7

ตอนที่ 7งานเลี้ยงของสานสัมพันธ์เทพทั้ง 6ความลับของอัลวิส
เช้าวันรุ่งขึ้น
“ลีโอมีจดหมายถึงนายน่ะ”เชียร์พูดก่อนที่จะหยิบจดหมายในตู้มาให้กิ้งก่าสีแดงที่ขณะนี้กำลังกินข้าวอย่างเอาเป็นเอาตาย
“หดหายฮันไฮเหอ(จดหมายอะไรเหรอ)”ลีโอพูดทั้งๆที่กำลังกินขนมปังที่เชียร์อบให้กินคู่กับนม
“กินให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้”เชียร์พูดก่อนจะมีเสียงชมเชยมาจากซอรัสและวิสที่พึ่งกินขนมปังของเชียร์ว่า
“ไม่คิดว่านาย/เชียร์จะทำอาหารอร่อยขนาดนี้”
“นี่มันจดหมายเชิญงานเลี้ยงสานสัมพันธ์ของเทพทั้ง 6นี่นาสั่งให้พาเนตรอินทรีอัลวิสไปด้วยนะ”เชียร์อ่านจดหมายพลางกระตุกยิ้มที่มุมปาก
“นายรู้จักเนตรอินทรีอัลวิสด้วยเหรอ”ลีโอกับซอรัสถามด้วยสีหน้างงเพราะสำหรับพวกเขาแล้วเป็นคนที่อยากพบที่สุด
“ก็ไอ้คนที่กำลังแกล้งเด็กอยู่ตรงนั้นไง เนตรอินทรีอัลวิส”เชียร์พูดพลางชี้ไปยังวิสที่กำลังขยี้หัวคิโน๊ะอยู่อย่างเมามัน
“หา!”กิ้งก่าทั้งสองอ้าปากค้างก่อนจะหันไปมองวิสที่กำลังอุ้มคิโน๊ะโยนเล่นเหมือนเด็กๆ
“นะ....นี่ข้า/เราอยู่กับเนตรอินทรีอัลวิสเองเหรอเนี่ย”กิ้งก่าสองตัวอุทานออกมาพร้อมกัน
“เอาล่ะงั้นเราแต่งตัวเตรียมไปงานเลี้ยงกันเลย”เชียร์พูดก่อนจะเดินขึ้นไปที่ห้องนอนเพื่อเปลี่ยนชุดแต่วิสกลับแทรกขึ้นมาว่า
“ข้าขออยู่ที่นี่นะเชียร์”วิสพูดด้วยใบหน้าที่ปรากฏแววตาหวาดกลัวเล็กน้อย
“วิสคอนแทคเลนส์นายแตกไปแล้วใช่มั้ย”เชียร์หันกลับมาถาม
“อะ...อือ”วิสตอบเสียงอ่อย
“คุยเรื่องอะไรกันเหรอ”กิ้งก่าทั้งสองถามขึ้นมา
“ชื่อเสียงของวิสที่นายได้ยินมาแบบไหนล่ะ”แทนที่จะตอบเชียร์หันกลับไปถามกิ้งก่าสองตัวแทน
“เอ่อเป็นก่าปริศนาที่ปรากฏตัวขึ้นกลางสนามรบแล้วจัดการกับผู้เป็นศัตรูของเหล่าสัตว์หางแล้วจากไปอย่างเงียบงัน"กิ้งก่าทั้งสองตอบพร้อมกัน
“ใช่ไอ้หมอนี่ฆ่ามามากกว่าพันตัวแล้วล่ะ แล้วรู้มั้ยว่าทำไมถึงหายไปอย่างเงียบงัน”เชียร์ถามขณะที่วิสก้มหน้างุดลงไปเรียบร้อยแล้ว
“ทำไมเหรอ”กิ้งก่าสองตัวถามด้วยความบื้อส่วนบุคคล
“ไอ้พวกบื้อวิสน่ะเป็นพวกกลัวการอยู่ในที่ๆมีคนมากๆไงล่ะเอาเถอะคิดให้ดีๆและกันข้าไปรอที่งานก่อนนะ”เชียร์พูดก่อนจะเดินขึ้นไปข้างบนเพื่อเปลี่ยนชุด
“คอนแทคแตกไปแล้ววิสไม่กล้าไปหรอก”วิสพูดกับตัวเองด้วยความกลัวน้ำตาแห่งความกลัวไหลเต็มใบหน้า
“ทำไมคอนแทคเลนส์นั่นมันมีอะไรเหรอ”กิ้งก่าทั้งสองถาม
“เวลาวิสใส่คอนแทคเลนส์ วิสจะเห็นแค่สิ่งที่วิสอยากจะเห็นเท่านั้นที่เหลือจะมองไม่เห็น วิสจึงสามารถอยู่ท่ามกลางผู้คนได้”วิส
ตอบ
พลางหันไปมองเชียร์ที่ลงมาในเสือคลุมอาบน้ำเดินลงมาพร้อมกับคิโน๊ะที่อยู่ในชุดนุ่งผ้าเช็ดตัวกำลังเดินไปหลังบ้าน
“นายจะไหนน่ะ”กิ้งก่าสามตัวถาม
“พาเจ้าหนูนี่ไปอาบน้ำไหนๆก็จะไปงานที่ทรงเกียรติน่ะ”เชียร์พูดพลางลากคิโน๊ะที่โวยวายว่า “ไม่อยากอาบน้ำท่าเดียว”

“อานี่แหละสวรรค์ล่ะ”เชียร์พูดหลังจากทิ้งเสื้อคลุมอาบน้ำไว้บนแคร่ต้อนนี้กำลังแช่น้ำอย่างสบายใจ
“น้ำอุ่นดีจังฮะพี่เชียร์”คิโน๊ะพูดด้วยรอยยิ้มน่ารักขณะที่กำลังเล่นน้ำอยู่อย่างสนุกสนาน
“อืม”เชียร์ตอบด้วยรอยยิ้มที่อ่อนโยน
“เออพี่มีน้องชายอายุเท่าๆกับคิโน๊ะด้วย เดี๋ยวไปที่งานพี่จะแนะนำให้รู้จักนะ”เชียร์พูดยิ้มๆก่อนจะขยี้ผมคิโน๊ะอย่าเมามัน
“ครับ”คิโน๊ะรับคำก่อนจะเล่นน้ำสักพักก่อนทั้งสองจะขึ้นไปแต่งตัว

หลังจากแต่งตัวกันเรียบร้อยแล้ว
“เชียร์นายแต่งชุดอย่างกับเจ้าชายเลยนะ”ซอรัสซึ่งอยู่ในชุดสเลเยอร์ระดับสูงเหน็บแนมเชียร์ที่ตอนนี้แต่งชุดราวกับราชนิกุลเต็มยศ
“วิสนายจะใส่เสื้อคลุมนั่นเหรอชั้นคิดว่ามันเล็กไปนะ”ลีโอที่ในตอนนี้ใส่ชุดคลุมสีดำกางเกงขายาวเป็นชุดเครื่องแบบของหน่วยShadow knightท้วงวิสที่เอาเสื้อคลุมสีดำที่มีลวดลายประหลาดๆขึ้นมาสวมซึ่งมันเล็กเหมือนของเด็กสิบขวบ
“ไม่เป็นไรเราใส่ได้”วิสตอบยิ้มๆเพราะนั่นคือชุดที่เชียร์ถักให้สวมตอนเด็กๆจึงอยากจะใส่มันตลอดเวลา
“งั้นผมไปด้วยนะ”ไวซ์ลุกขึ้นหลังจากที่นั่งอ่านหนังสือมานานก่อนจะเปลี่ยนเป็นชุดเป็นชุดนักเวทย์สีน้ำเงินขลิบทอง
“อืมตามใจ”เชียร์พูดก่อนจะเดินออกไปข้างนอกเพื่อไปงานเลี้ยงซึ่งจัดในสวนเมืองแสง

“เย้ถึงแล้วดูสิๆ”คิโน๊ะร้องออกมาก่อนจะวิ่งไปในงานที่งดงามที่สุดเท่าที่เคยมีมา
“อ้าวคิโน๊ะมานี่ก่อน”เชียร์พูดพลางกวักมือเรียกคิโน๊ะที่กำลังจะดินออกไปเที่ยวงาน
“พี่เชียร์ คร้าบบบบบ”ร่างของหมาป่าตัวเล็กขนสีขาวแซมทองอายุประมาณ 6 ขวบในชุดพลาดินเริ่มต้นกระโดดมากอดเชียร์ในทันที
“ยังขี้อ้อนไม่เปลี่ยนเลยนะเซียร์”เชียร์พูดพลางอุุ้มหมาป่าน้อยวางลงพื้นก่อนจะเริ่มแนะนำเซียร์ให้เพื่อนของเขารู้จัก
“นีเซียร์เป็นน้องชายแท้ๆของข้าเอง เจ้าหนูเนี่ยชอบอ้อนคนอื่นเป็นประจำเลย”
“นายมีน้องชายก็ไม่ยอมบอกเลยเนาะไอ้คุณเชียร์”ซอรัสจัดการด่าไปอีกรอบ
“เอ่อขอโทษๆนี่พี่ซอรัสกับพี่ไวซ์ส่วนไอ้นี่ชื่อลีโอ...”เชียร์แนะนำไม่ทันจบร่างเล็กๆของเซียร์ก็โผเข้ากอดลีโอทันทีก่อนจะเข้าไปคลอเคลียทำให้ลีโอหน้าแดงสุดขีดก่อนประสาทสัมพัสเริ่มเลือนรางก่อนจะช็อคเป็นลมไปทันที
“ลีโอ!”ทั้งสี่ตัวได้แก่เชียร์ วิส ซอรัสและก็ไวซ์ตกใจทันที่ที่เห็นพื่อน/พี่ของพวกตนล้มลงไปด้วยใบหน้าแดงสุดขีด
“เดี๋ยวข้าแบกลีโอไปพักเอง พวกนายเที่ยวงานเถอะ”เชียร์หิ้วลีโอขึ้นบ่าก่อนจะวิ่งหายไปในทันที
“เอาเถอะงั้นไปเที่ยวงานกันเลย”ซอรัสพูดก่อนจะหยิบแผนที่งานขึ้นมาเปิดดู

งานแบ่งเป็น 6โซนๆแรกงานเลี้ยงอาหารกินฟรีไม่อั้น(ย้ำว่าฟรีไม่อั้น)โดยเทพแสงอัลคาเซีย
โซนที่สองลานประลองกำลังโดยเทพไฟมุราดิน
โซนที่สามโซนเครื่องเล่นสายลมโดยเทพลมซันซัน
โซนที่สี่อุโมงพฤกษาโดยเทพดินบาร์เบร็อค
โซนที่ห้านิทรรศการเวทมนต์วารีโดยเทพน้ำแอนเนโมเน่
โซนที่หกนิทรรศการเวทมนต์สายความมืดโดยเทพเงาเซร่า

หน้าโรงแรมของหมีมิมิ
“แฮ่กๆๆ แบกไปวิ่งไปนี่เหนื่อยชะมัด แฮ่กๆ”เชียร์หอบหนักๆอยู่ที่หน้าเคาท์เตอร์หลังจากหิ้วลีโอวิ่งมาด้วยความเร็วที่สัตว์หางทั่วไปมองไม่ทันไม่งั้นได้โดนเข้าใจผิดแน่ๆ
“คุณเชียร์เกิดอะไรขึ้นคะ ดื่มเกลือแร่ก่อนไหมคะ ท่าทางคุณจะเหนื่อยมากเลยนะคะ”มิมิเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วงเนื่องจากตอนนี้สภาพของเชียร์นั้นกำลังจะเป็นลมอยู่แล้ว
“ไม่เป็นไรแฮ่กๆ ครับขอห้องพิเศษสองตัวนะครับ ไม่มีเวลามาอธิบายไปละนะครับ”เชียร์พูดก่อนจะรับกุญแจจากมิมิแล้ววิ่งหายไปที่ชั้นสองของโรงแรมทันทีทิ้งให้มิมิอ้าปากค้างด้วยความช็อคอยู่ตัวเดียว
“เฮ้อเหนื่อยชะมัด”เชียร์บ่นหลังจากวางลีโอไว้ตรงโซฟาแล้วหอบหายใจด้วยความเหนื่อยอยู่ตัวเดียว
“แต่นี่เป็นสิ่งที่ข้าช่วยนายได้ข้าก็จะช่วย”เชียร์พร้อมยิ้มให้ลีโอที่เริ่มได้สติแล้ว
“ทะ...ที่นี่ที่ไหน”ลีโอตื่นขึ้นมาถามเชียร์ที่นั่งอยู่ตรงขอบเตียง
“โรงแรมของมิมินายสลบไป ข้าก็เลยแบกนายมา เอาล่ะนายจะพักก่อนก็ได้นะข้าจะอยู่เป็นเพื่อน”เชียร์ตอบยิ้มๆ
“ไม่เป็นไรข้าลุกไหว”ลีโอพูดพลางยันตัวลุกขึ้นจากโซฟาก่อนจะเดินเซๆไปที่ประตูแต่ถูกเชียร์คว้าแขนไว้ก่อน

“เอ้าขึ้นมาเราจะไปทางลัดกัน”เชียร์ก่อนที่จะลากลีโอมาวางไว้บนหลังก่อนจะกระโดดออกไปทางหน้าต่าง
“แย้กกกกกกกกกกกกกก”ลีโอร้องลั่นเพราะความเร็วที่เชียร์กระโดดนั้นไวพอกับการวาร์ปเลยทีเดียว
“เงียบหน่อยสิไอ้ก่าโชตะค่อน”เชียร์ต่อว่าลีโอเพราะถ้าทำเสียงดังแบบนี้ถ้าตัวอื่นมาเห็นเข้าเป็นเรื่องแน่ๆ
“กะ....ก่าโชตะค่อน”ลีโอถูกคำพูดต่อว่าของเชียร์แทงใจดำแบบเต็มๆจนเงียบไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง
“เอ้าถึงแล้ว”เชียร์พูดก่อนที่ลีโอจะกระโดดลงจากหลังของเชียร์ทันที
“เอ่อ ข้าไปเข้าห้องน้ำก่อนนะนายเดินเที่ยวงานไปก่อนเลย”เชียร์ก่อนจะวิ่งหายไปโดยไม่ฟังคำตอบของเพื่องต่างสายพันธ์แม้แต่น้อย
“เอาเข้าไปไอ้เชียร์นี่น้า”ไม่เคยเปลี่ยนเลยแต่น้องมันนี่ชั่งน่ากลัวยิ่งนัก”ลีโอพึมพำอยู่ตัวเดียวก่อนจะต้องเกือบล้มเพราะถูชนโดยใครบางตัว
“ว้ายขอโทษค่ะ”ผู้ที่มาชนคือแกะอายุประมาณเขาสวมชุดราวกับองค์หญิงในราชวงค์ยุโรป
“ไม่เป็นอะไรครับแล้วทำไมคุณถึงรีบวิ่งอย่างงั้นล่ะครับ”ลีโอเพราะเล่นชนซะเขาเซแบบนี้ต้องมีอะไรแน่
“เอ่อคือชั้นถูกตามสะกดรอยน่ะค่ะ”ร่างนั้นพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจเล็กน้อย
“งั้นให้ผมเดินเที่ยวงานเป็นเพื่อนไหมครับคนร้ายไม่น่าจะกล้าตามมาน่ะครับ”ลีโอพูดก่อนจะหน้าแดงอีกครั้งเพราะพึ่งนึกได้ว่าประโยคเมื่อครู่นั่นมันเหมือนการจีบชอบกล
“ขอบคุณค่ะงั้นช่วยเป็นเพื่อนชั้นเดินเที่ยวงานทีนะคะชั้นชื่อซาฟี่ค่ะยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”ร่างนั้นยิ้มด้วยรอยยิ้มที่งดงามราวกับเทพธิดา
“ผมชื่อลีโอยินดีได้รู้จักครับเอาล่ะไปเที่ยวที่ไหนก่อนดีล่ะครับซาฟี่”ลีโอแนะนำตัวก่อนถามยิ้มๆ
“ชั้นอยากไปดูอุโมงพฤกษาน่ะค่ะ”ซาฟี่ตอบอายๆ
“รับบัญชาขอรับองค์หญิง”ลีโอพูดยิ้มๆก่อนจะพาซาฟี่เดินเที่ยวงานต่อไป

อีกด้านในเงามืดขอสนามประลองปรากฎร่างของกิ้งก่าสีดำราวกับราตรีกาลดวงตาข้างซ้ายแดงราวกับดวงไฟสีเลือดที่ลุกโชตช่วงสวมเสื้อคลุมสีดำกางเกงสีแดงยืนอยู่
“เอาล่ะข้าขอไปสนุกล่ะนะ”ร่างนั้นกล่าวก่อนจะกระโดดไปกลางลานประลองซึ่งคู่ประลองคือไบสันแห่งหน่วยเบต้าราธ
“แกเป็นใครกัน”ไบสันคำรามใส่เพราะในใบประลองรอบนี้เขาต้องประลองกับเพนกวิ้นแห่งหน่วยอัลฟ่าแต่ไหงมันกลายเป็นกิ้งก่าตัวนี้ไปได้
“เพนกวิ้นนั่น มันโดนข้าเล่นงานไปแล้ว ข้าเลยมาแข่งแทนมันก็แค่นั้นเอง”ร่างนั้นตอบแบบไม่ใส่ใจเท่าไหร่
“หนอยแก”ราธพุ่งเข้าโจมตีทันทีด้วยขวานเล่มยักษ์หวดลงมาหมายปลิดชีพกิ้งก่าสีดำตรงหน้า
“โครม”เสียงขวานกระทบกับพื้นลานประลองดังสนั่น
“รุนแรงจริงแต่เพราะความเร็วช้าเกินไปทำให้เป็นท่าที่ถ้าเป้าหมายไม่ถูกล็อคหรืออยู่นิ่งโอกาสถูกเป้าหมายจะน้อยกว่า20เปอร์เซนต์จึงเป็นการโจมตีระดับdเท่านั้น หน่วยเบต้า กับ อัลฟ่าก็เป็นซะอย่างงี้ไงชาวเมืองถึงหายตัวไปโดยไม่มีเบาะแส”เสียงของกิ้งก่าที่น่าจะเละไปแล้วประเมินการโจมตีของเขาและสบประมาทหน่วยอัลฟ่าและเบต้ายิ่งทำให้ราธหน้าเสียยิ่งขึ้นไปอีก
“หนอยแก....อัก””ราธยังไม่ทันพูดอะไรต่อก็ถูกยิงด้วยลูกธนูที่หน้าอก
“แกบังอาจมาก”กิ้งก่าสีแดงหน่วยอัลฟ่าตัวหนึ่งกระโดดเข้ามาในสนามพร้อมกับง้างธนูใส่กิ้งก่าดำ
“ข้าก็ไม่ชอบให้ใครมาเรียกว่าแกนักหรอกนะ จะบอกชื่อให้ฟังก็ได้ข้าชื่ออัลวิสเนตรอินทรีอัลวิส”ร่างนั้นหมือนวิสยามไม่มีผ้าปิดตามาก
“เข้ามาสิถ้าพวกนายล้มข้าได้ข้าจะถอนคำพูดก็ได้...”ร่างนั้นยังพูดไม่จบก็เอามือปิดตาข้างซ้ายก่อนที่น้ำเสียงจะเปลี่ยนไป
“อัลวิสทำอะไรโดยพลักการตลอดเลย วิสเหนื่อยเป็นนะใช้ร่างวิสแล้ว ยังเอาความเหนื่อยมาไว้ร่างวิสเนี่ยเอาเถอะชั้นอนุญาต” จากนั้นเสียงก็เปลี่ยนไปตาข้างซ้ายเปิดออก
“เอาล่ะเจ้าของร่างอนุญาตแล้วเข้ามาเลย”อัลวิสง้างธนูพร้อมยิงทันที

ทางด้านเชียร์
“เฮ้อ กว่าจะสลัดลีโอได้จะได้เที่ยวงานซะที”เชียร์ที่เผ่นหนีมาได้สำเร็จพึมพำอย่างอารมณ์ดี
“อ้าวคุณเชียร์”เสียงหวานที่คุณหูดังขึ้นก่อนที่เชียร์จะมองหาเจ้าของเสียงทันทีก่อนจะพบ
“ระ....รีส”เชียร์เลิ่กลั่กทำอะไรไม่ถูกก่อนจะคว้าเสื้อคลุมสีดำขลิบทองมาสวมพร้อมหน้ากากโอเปร่าสีขาวขึ้นมาสวมก่อนจะพูดว่า
“คือว่า ผมแอบมาเที่ยวงานน่ะครับกลัวเพื่อนจะรู้ก็เลยใส่หน้ากากน่ะละ….แล้วเธอล่ะ”สาเหตุที่แท้จริงคือเชียร์ไม่ต้องการให้ให้ใครเห็นใบหน้าที่แดงซ่านของตนนั่นเอง
“เออคือ ชั้นมาเที่ยวงานน่ะค่ะ ช่วยไปเดินเที่ยวงานเป็นเพื่อนชั้นได้ไหมคะ”รีสถามเชียร์ด้วยรอยยิ้มสดใสโดยไม่รู้ว่าใบหน้าของเชียร์ภายใต้หน้ากากนั้นแดงยิ่งกว่ามะเขือเทศอีก
“ดะ....ได้ครับ”เชียร์ตอบตะกุกตะกักเล็กน้อย
แถมรูปเชียร์
Image

Author:  moruru [ Thu May 12, 2011 3:43 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 7

ตอนพิเศษของลีโอ
“นายเป็นอะไรรึเปล่า”กิ้งก่าสีแดงอายุประมาณ 5ขวบตัวหนึ่งพูดก่อนจะเอามือไปวางบนบ่าของหมาป่าขนแดงเลือดอายุเท่าๆกับเขายืนร้องไห้อยู่
“ออกมาก่อนเร็วที่นี่มีการลักพาตัวเด็กบ่อยนะนายรีบหนีจากที่นี่เร็ว”ร่างนั้นพูดพลางลากหมาป่าน้อยออกมา

“นะ...นายอยู่ตัวเดียวเหรอ”หมาป่าน้อยถามหลังมาถึงกระท่อมไม้หลังหนึ่งอยู่ใกลจากเมืองแสงพอดูแถมตั้งอยู่โดดเดี่ยวไม่มีบ้านหลังอื่นอีกต่างหาก
“อืมอยู่คนเดียวที่นี่มันไม่ค่อยมีกิ้งก่าก็เลยต้องอยู่ตัวเดียวน่ะ”ก่าแดงน้อยตอบแบบไม่ใส่ใจ
“นะ...นายไม่กลัวเหรอ”หมาป่าน้อยถาม
“ไม่รู้สินายเข้ามาก่อนสิจะอาบน้ำพอจะมีชุดเปลี่ยนของหมาป่าอยู่บ้างน่ะ”ก่าแดงน่อยหันมาถามพลางเชิญหมาป่าน้อยเข้ากระท่อม
“อืมขะ...ขอบคุณนะ”หมาป่าน้อยตะกุกตะกักเล็กน้อยเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาคุยกับคนที่ไม่รู้จักนานขนาดนี้
“ชั้นชื่อลีโอนายชื่ออะไร”ก่าแดงน้อยถาม
“ผะ...ผมชื่อเชียร์ครับ”หมาป่าน้อยรวบรวมความกล้าพูดชื่อของตนออกมาใจหนึ่งก็กลัวใจรู้ว่าตนคือเจ้าชายแห่งวิหารเงาอีกใจหนึ่งก็อยากมีเพื่อนสักคน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะเชียร์”ลีโอยิ้มให้พร้อมเอาผ้าขนหนูมาให้พร้อมชุดเปลี่ยนของเชียร์มาให้
“ยินที่ได้รู้จักครับคุณลีโอ”เชียร์เชียร์พูดก่อนจะรับชุดเปลี่ยนพร้อมผ้าเช็ดตัวมา
“เรียกว่าลีโอก็ได้เรียกคุณลีโอมันดูแปลกๆนะ”ลีโอพูดร้อมยิ้มเจื่อนๆ
“อะ....อืมงั้นเชียร์ไปอาบน้ำก่อนนะลีโอ”เชียร์เลิ่กลั่กด้วยท่าทีเขินๆเล็กน้อย
“อืม”ลีโอรับคำก่อนจะเดินขึ้นไปรอข้างบนที่เป็นห้องนอน

“นี่นายน่ะมาจากที่ไหนเหรอ”ลีโอถามเชียร์ที่ตอนนี้อยู่ในชุดนอนสีฟ้าลายหมีน่ารักๆ
“คือว่าเราเดินทางมาเที่ยวน่ะแต่หาที่พักไม่ได้เลยน่ะ”เชียร์ตอบด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
“อย่างงั้นเองเหรองั้นนายจะมาอยู่กับลีโอก่อนไหมเชียร์”ลีโอถามเพราะเขาก็อยากมีเพื่อนสักตัวเหมือนกันเพราะกระท่อมหลังนี้ใหญ่เกินไปที่จะอยู่ตัวเดียว
“อื้มขอบคุณนะ”เชียร์ยิ้มให้น้ำตาแห่งความตื้นตันใจคลออยู่ที่เบ้าตา
“ไม่เป็นไรเราเป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอเชียร์”ลีโอยิ้มให้ก่อนจะกล่องสีกับกระดาษเปล่าสีขาวออกมา
“เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีใครเห็นเชียร์เป็นเพื่อนน่ะ”เชียร์น้ำตาไหลพรากทันทีก่อนจะปล่อยโฮออกมาเล่นเอาลีโอทำอะไรไม่ถูกเมื่อหมาป่าตรงหน้าตนร้องไห้ออกมา
“โอ๋ๆไม่เป็นไรนะมาวาดรูปกันดีกว่าเชียร์นายช่วยยกฟูกตรงนั้นมาที”ลีโอเอามือลูบหัวพลางปลอบ
“อะ...อืม”เชียร์เช็ดน้ำตาก่อนที่จะเดินไปหยิบฟูกขนาดใหญ่ด้วยท่าทีเหมือนจะล้มแต่ไม่ทำให้ลีโออดขำไม่ได้
“หวา”เชียร์ล้มลงทันทีด้วยน้ำหนักของฟูกดีที่มีฟูกรองอยู่จึงไม่ได้บาดเจ็บแต่ก็น่าขำไม่ใช่ย่อยเลยเล่นเอาลีโอหลุดหัวเราะออกมา
“ฮ่าๆนายนี่ไม่ไหวเลยนะไม่เคยปูฟูกรึไง”พูดจบลีโอก็เดินไปช่วยเชียร์ปูฟูก
“ไม่ใช่นะเพราะมันฟูกใหญ่เกินไปต่างหาก”เชียร์เถียงหน้าแดงเพราะตนไม่เคยปูฟูกอย่างที่ลีโอว่าจริงๆ
“เอาเถอะมาวาดรูปกันดีกว่า”ลีโอพูดหลังจากกลั้นหัวเราะอย่างสุดความสามารถเพราะเห็นท่าการปูฟูกสุดแสนน่าขำของเชียร์
“แล้วจะวาดอะไรดีล่ะ”เชียร์ถามพลางมองกระดาษด้วยสายตางุนงง
“วาดอะไรก็ได้ห้ามดูผลงานของกันและกันจนกว่างานจะเสร็จนะ”ลีโอพูดก่อนจะแยกไปอีกมุมหนึ่งของฟูก
“อืม”เชียร์รับคำยิ้มๆนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เขาได้วาดรูปร่วมกับคนอื่นก่อนจะหยิบดินสอไม้กับดินสอสีน้ำตาลออกมาก่อนจะเริ่มวาด
“เชียร์วาดเสร็จแล้วลีโอล่ะ”เชียร์ถามก่อนจะเริ่มคลานไปหาลีโอ
“อย่าพึ่งนะเรายังวาดไม่เสร็จเลย”ลีโอพูดก่อนจะเอามือกอดภาพไว้
“ก็ได้งั้นเราจะรอนะ”เชียร์พูดก่อนจะหาวออกมา
“เสร็จแล้วล่ะเชียร์อ้าว”ลีโอพูดก่อนจะหันมาเห็นเชียร์ที่หลับไปแล้วยังกอดรูปไว้
“นี่มัน”ลีโอดูภาพที่เชียร์วาดเป็นภาพของก่าแดงตัวหนึ่งกำลังวาดรูปกับหมาป่าน้อยอีกตัวหนึ่งทั้งสองตัวทำหน้ายิ้มแย้มเหมือนจะหัวเราะอยู่ด้วย

“เอ๋โน้ตนี่มันอะไร”ลีโอพูดเพราะเห็นโน้ตที่ถูกเหน็บไว้ที่ข้างหลังกระดาษเขียนว่า
“เขียนว่า...”ลีโอกำลังจะอ่านแต่ก็มีเสียงของเชียร์พูดแทรกขึ้นมาว่า
“ลีโอสัญญาได้ไหมว่าเราจะเป็นเพื่อนกันตลอดไปนะชะ....เชียร์ไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้วน่ะขอร้องนะลีโออยู่กับเชียร์นะเชียร์กลัว”เชียร์พูดด้วยใบหน้าขึ้นสีจัดทันทีที่บอกความรู้สึกของตัวเองออกไปแล้ว
“ได้สิลีโอสัญญา”ลีโอพูดพลางเอาหางมาประกบกับหางนุ่มๆของเชียร์เป็นการสัญญาแบบเผ่ากิ้งก่ากับเชียร์
“งั้นมาสัญญากันแบบเชียร์นะก่อนอื่นจับมือเชียร์ไว้นะ”เชียร์พูดก่อนจะเอานิ้วทุกนิ้วยกเว้นนิ้วโป้งมาจับนิ้วทั้งสี่ของลีโอก่อนจะเอานิ้วโป้งมาชนกันก่อนจะพูดว่า
“ขอรักษาสัญญาให้คงมั่นตลอดไป

บ้านลีโอในปัจจุบันที่หัวนอนของลีโอมีรูปวาดอยู่สามรูป
รูปแรกเป็นรูปของหมาป่าน้อยกับก่าแดงน้อยเอาหางประกบกัน
รูปที่สองเป็นรูปการทำสัญญาแบบหมาป่าของเชียร์กับลีโอ
รูปสุดท้ายเป็นรูปลีโอตอนเด็กๆกำลังเช็ดตัวให้เชียร์ตอนเด็กๆ

Author:  moruru [ Fri May 13, 2011 8:11 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fiction12tails ภาคพิเศษตอนที่ 8 วีปะทะอัลวิส

ตอนที่ 8วีปะทะอัลวิส
“มีใครเก่งกว่านี้อีกไหมหรือว่าพวกอัลฟ่าละเบต้ามันมีดีแค่นี้หา!”อัลวิสตะโกนกลางสนามประลองด้วยความเซ้งสุดเพราะสองตัวนั่นถูกจัดการหมอบจนต้องขนออกนอกสนามไปรักษาตั้งแต่สองนาทีหลังจากสู้กัน
“ข้าพเจ้าเอง”เสียงของกิ้งก่าสีเหลืองที่นั่งอยู่ใกล้กับสนามประลองพูดขึ้นก่อนจะโดดเข้ามาในสนามประลอง
“พี่วีจะเอาจริงเหรอไอ้หมอนี่ขนาดสองรุมยังแพ้มันเลย”กิ้งก่าที่อยู่แถวหลังตะโกนออกมา
“ถ้าข้าพเจ้าชนะเจ้าต้องถอนคำพูดที่ว่าร้ายหน่วยอัลฟ่าและเบต้านะ”กิ้งก่าที่ถูกเรียกว่าวีพูดกับอัลวิส
“อืมกองกำลังหน่วยอัลฟ่าที่ 1วีชื่อจริงไม่ทราบแน่ชัดอายุ 20 ปีเป็นกิ้งก่าสาย Trickster ผู้ซึ่งมีความสามารถในการต่อสู้เชิงพลิกแพลงสถานการณ์ที่ดีที่สุดในกองกำลังหน่วยอัลฟ่าที่1เรียกว่าเป็นกิ้งก่าสาย Tricksterที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองแสงเลยใช่ไหมหัวหน้ากองกำลังหน่วยอัลฟ่าที่ 0 ไครซิส The element Summoner”อัลวิสร่ายข้อมูลออกมาเป็นชุดก่อนจะหันไปถามลิงตัวหนึ่งที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ที่ลอยได้
“แหมๆรู้ดีจังอะขณะปลอมเนียนแล้วนะเนี่ยสมเป็นเนตรอินทรีจริงๆใช่วีคือกิ้งก่าสาย Tricksterที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองแสงจริงๆ”ร่างลิงธรรมดาพลันแปรเปลี่ยนเป็นร่างของลิงในชุดแม่ทัพของเมืองแสงเต็มยศ
“นอกจากนั้นยังความสัมพันธ์กับก่าดาเนะในฐานะ......”วิสยังพูดไม่ทันจบลูกธนูก็พุ่งผ่านหน้าไป
“หยุดนอกเรื่องแล้วมาสู้กันซะที”วีพูดด้วยใบหน้าจริงจังออกจะโกรธนิดๆแต่เหล่ากองกำลังหน่วยอัลฟ่าที่1แอบเชียร์ให้วิสพูดออกมาอย่างเงียบๆ
“ระดับความเก่งกาจคือระดับ....Sฮ่าๆในที่สุดข้าก็ได้เจอคู่ต่อสู้ที่แข็งแกร่ง”อัลวิสยิ้มออกมาส่วนเหล่าผู้ชมทำหน้าเหวอทั้งที่ก่าแดงเมื่อครู่ระดับ Cยังมีฝีมืออยู่ในระดับสูงกว่าทหารเสือดำเป็นสิบอีกแล้วนี่ระดับ Sมันจะเก่งขนาดไหน
“งั้นตาข้าขอบอกยศของข้าบ้างก็แล้วกัน”ร่างของอัลวิสที่ตอนนี้เป็นกิ้งก่าอายุ 15ค่อยเปลี่ยนไปก่อนจะมีไฟสีดำลุกท่วมร่างในทันทีหลังจากที่ไฟดับไปแล้วก็ปรากฎร่างกิ้งก่าสีดำ อายุประมาณ 20ปีสวมเกราะสีดำมีลวดลายประหลาดๆสีขาวในมือมีธนูสีฟ้าสลับดำเดินออกมา
“ข้าอัลวิสเสนารัส อายุ 20 ปีเป็นที่สองในกองกำลังHunter Killersที่ขึ้นตรงต่อเจ้าชายแห่งเงามีหน้าที่ทำลายล้างและกำจัดผู้คิดขวางทางของเจ้าชายทั้งหมดเป็นองครักษ์ของเจ้าชายแห่งเงา
“Hunter Killersนายเป็นหางของเทพเงาสินะแล้วมาที่นี่ทำไมปกติเทพเงาไม่ค่อยนำหางออกมานี่”วีถามด้วยสีหน้าตื่นตกใจเล็กน้อย

“ฮึๆองครักษ์ต้องอยู่ข้างนายนั่นคือหน้าที่ขององครักษ์ไม่ใช่รึเอาเถอะมาสู้กันดีกว่า”อัลวิสหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะยิงธนูดอกหนึ่งไปทางวีในทันที
“ฉึก”เสียงลูกศรปักพื้นขณะทีวีใช่ความเร็วหลบไปได้
“เกือบไปแล้วเพราะจิตสังหารของอัลวิสทำให้เคลื่อนไหวลำบากถ้าเจ้านั่นยิงเร็วกว่านี้อีกนิดละก็”วีคิดในใจก่อนจะยิงศรสิบดอกโต้กลับไปด้วยความเร็วที่เหนือกว่า
“ฉึกๆๆๆๆๆ”เสียงลูกศรปักพื้นขณะที่ร่างของอัลวิสตีลังกาหลบศรทุกลูกได้อย่างไม่ยากเย็นสำหรับเขา
“วีข้าขอถามเจ้าความมืดคือตัวแทนของสิ่งใด”อัลวิสถามพลางลื่นมือไปที่คันธนูศรสีดำห้าดอกปรากฏขึ้นที่คันธนูทันทีอัลวิสยิงมันออกไปในทันที
“ความชั่วร้าย”วีตอบพร้อมกระโดดหลบศรทั้งห้าดอกก่อนจะปล่อยศรอีกสามดอกโดยเล็งไปที่กิ้งก่าทมิฬตรงหน้าตนนั่นเอง
“ผิดแล้ว”อัลวิสกล่าวก่อนจะยิงศรพลังงานสีแดงเลือดไปอีกสามดอกเพื่อสกัดศรของวีก่อนจะเรียกกระบอกใส่ลูกธนูออกมา
“ความมืดน่ะคือตัวแทนของความอ่อนแอของจิตใจต่างหาก”ก่อนยิงศรพลังงานสีแดงอีก 10ดอกไปทันที
“นั่นมันทักษะTricksterนี่ทำไมมันใช้คู่กับทักษะสายสเลเยอร์ได้ล่ะ”พวกกิ้งก่ารุ่นน้องพูดด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“คิดว่าHunter Killersเป็นตำแหน่งดาดๆที่เอาไว้ประดับเหมือนหน่วยอัลฟ่ากับเบต้าของที่นี่แล้วผิดถนัดก่าที่จะเป็นHunter Killersได้น่ะต้องใช้ทักษะของทั้งสองสายได้อย่างชำนาญเท่านั้นเฟ้ยไม่ชื่อลองไปถามไอ้ลิงสารพัดธาตุที่นั่งอยู่ตรงนั้นดูสิ”
ร่างของไครซิสเอนเก้าลงเล็กน้อยก่อนจะพูดยิ้มๆ“นั่นโยนคำถามมาให้ข้าตอบอีกอีเกิลนี่ยังเหมือนเดิมเลยนะแล้วคำว่าลิงสารพัดธาตุนี่มันก็แรงไปนะ”
“อย่ามาเรียกข้าว่าอีเกิลข้าชื่ออัลวิสโว้ยไอ้เอเลเมนท์”ร่างของอัลวิสโวยวายด้วยความโกรธ
“เดี๋ยวก่อนนนนนนนนนน”เสียงของหมาป่าสีฟ้าตัวหนึ่งสวมชุดคล้ายๆกับชุดของไครซิสจัดแจงเบรกการสนทนาแบบเข้าใจกันแค่สองตัวของอัลวิสกับไครซิส
“มีอะไรเหรอซาเมอร์ท่านแม่ทัพหมาป่า”ร่างของไครซิสถามแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ทำไมนายถึงไปรู้จักกับหางของวิหารแห่งเงาได้หา!”ซาเมอร์ถามด้วยความโกรธกริ้ว
“เพราะเคยเป็นมาก่อนน่ะสิฉายาเอเมนท์ ออฟ ซาโดว์”อัลวิสตอบแทนตัวที่กำลังเตรียมจะกวนประสาท
“ไครซิสนี่มันหมายความว่ายังไง”ซาเมอร์ถามต่อทันที
“ดวงตาสารพัดพิษของนายนี่ยังใช้ได้ดีไม่เปลี่ยนเลยนะ”ไครซิสหันมาคุยกับอัลวิสแทน
“เรื่องของข้าพวกเจ้าอยากรู้ใช่ไหมข้าจะทำให้พวกเจ้าได้เห็น”อัลวิสพูดก่อนจะถลึงตาจ้องเหล่าผู้ชมรวมถึงซาเมอร์ด้วย

หลังจากนั้นทุกคนนอกจากวี อัลวิส ไครซิสก็สลบไปหมด
“เอาล่ะไม่มีตัวกวนแล้วมาสู้กันต่อถ้านายชนะข้าจะเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้นายฟังเอง”อัลวิสพูดพลางกวักมือท้าทายวีให้สู้ต่อ
“อืม”วีรับคำก่อนกิ้งก่าทั้งสองจะเริ่มเข้าห่ำหั่นกันอีกครั้ง

โดยไม่รู้ว่าถูกจับตามองโดยร่างที่นั่งอยู่บนแท่นพลังงานเมืองแสงมีปีกนกสีดำดุจรัตติกาลดวงตาสีขาวราวกับน้ำนมใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกผมสีดำตัดสั้นประบ่าอยู่ในชุดคล้ายกับอัลวิสแต่มีลายสีแดงแทนที่จะเป็นสีขาว
“เวลาตัดสินใกล้มาถึงแล้ว”ร่างนั้นพึมพำกับตัวเองก่อนกางปีกออกแล้วบินไปยังลานประลอง

Author:  moruru [ Wed May 18, 2011 5:51 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 9

ตอนที่ 9 เจ้าชายแห่งเงา
การประลองดำเนินมาเป็นเวลา 30 นาทีกิ้งก่าทั้งสองตัวยังสาดสกิลใส่กันโดยยังไม่มีฟ่ายได้เพลี่ยงพล้ำ
“Poison Valley”วียิงศรอาบยาพิษจำนวนนับสิบดอกใส่อัลวิสในทันที
“Mass Shot”อัลวิสกระโดดหลบพร้อมปล่อยศรสีดำสามดอกใส่วีแต่กลับปรากฏรอยแผลของการถูกศรเฉี่ยวบริเวณใบหน้า
“ฮึๆฮ่าๆมันต้องอย่างี้สิถึงจะสะใจคงต้องใช้สิ่งนั้นแล้ว”อัลวิสหัวเราะก่อนจะปล่อยพลังมืดออกมาจากมือก่อนจะเอาไปวางไว้บนคันธนู
“ข้าบอกไว้ก่อนเลยว่านอกจากเจ้าเอเลเมนท์กับอีคารอสแล้วข้าไม่เคยใช้อาวุธที่แท้จริงต่อสู้กับใครมาก่อนแต่เจ้านี่แหละที่มีค่าพอจะสู้กับข้า”อัลวิสพูดพลางเร่งการปล่อยพลังมืดแต่สิ่งที่ทำให้วีต้องตกใจคือรอบๆตัวอัลวิสปรากฏดาบสีดำขนาดเหมาะมือออกมาประมาณสี่เล่ม
“ขอโทษที่ให้รอนะ”อัลวิสพูดด้วยรอยยิ้มมุมปาก วีมองไปที่คันธนูของอัลวิสซึ่งปรากฏด้านคมสะท้อนแสงจันทร์อย่างชัดเจนวีมองรู้ได้เลยว่าอัลวิสคนนี้เป็นพวกคลั่งการต่อสู้
“มาสู้กันต่อเลย”วีพูดก่อนยิงศรกระจายออกไปนับร้อยๆดอกใส่อัลวิสแต่ก็ต้องตกใจที่อัลวิสยอมโดนไปสามสี่ดอกก่อนจะหมุนตัวแตะเข้าที่ท้องของวีเต็มแรง
“อึก”วีร้องออกมาด้วยความเจ็บเพราะทราบแน่แล้วว่าเขาทั้งสองตัวกำลังอ่อนแรงเพราะสู้กันติดต่อกันโดยไม่ได้พักแถมยังใช้ท่าที่รุนแรงและเปลืองแรงใส่กันหลายครั้งมาก
“คงต้องรีบปิดฉากโดยเร็วแล้วไม่อย่างงั้นข้า/ข้าพเจ้าจะไม่ไหวซะก่อน”ทั้งสองตัวคิดในใจพร้อมกัน
“Torment Rain”วีกล่าวพร้อมใช้แรงเฮือกสุดท้ายใช้ท่าไม้ตายออกมา
“Rainy arrow”อัลวิสตะหวาดชื่อท่าไม้ตายออกมาเช่นกัน
“ตัดสินกันแล้วสินะ”ไครซิสกระตุกยิ้ม



“เปรี้ยง”เสียงปืนดังสนั่นขึ้นมาพร้อมลูกปืนสีดำปรากฏขึ้นระหว่างท่าไม้ตายของทั้งสองตัวก่อนจะเกิดหลุมดำดูดท่าไม้ตายของทั้งสองเข้าไปทำให้ทั้งสองตกตะลึง
“พอแค่นี้แหละสำหรับการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์”เสียงที่ดูไร้ความรู้สึกดังขึ้นราวกับองการจากสวรรค์
“แกกล้าดียังไงมาบุกรุกถึงงานของท่านเทพไฟ”ไบสันสีแดงอายุน่าจะมากว่า 30ที่พึ่งมาถึงโวยวายใส่ร่างที่พูดนั้นมีปีกนกสีดำดุจรัตติกาลดวงตาสีขาวราวกับน้ำนมใบหน้าตายด้านไร้ความรู้สึกผมสีดำตัดสั้นประบ่าอยู่ในชุดคล้ายกับอัลวิสแต่มีลายสีแดงแทนที่จะเป็นสีขาวในมือถือปืนคู่สีดำมีควันปรากฏที่ปากกระบอกปืนซึ่งมีควันลอยออกมาบ่งบอกว่ากระสุนเมื่อครู่เป็นฝีมือของเขา
“อย่าดีกว่ามั้งลุงถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่น่ะ....หมอนั่นคือ.....นักฆ่าอันดับ 1แห่งหน่วยHunter Killers วิหกดำอีคารอส”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงเพราะอาการบาดเจ็บและความอ่อนแรงขณะที่ไครซิสได้แต่ส่งเสียง“ชิ”เบาๆอย่างขัดใจ
“พอเถอะถือว่าเห็นแก่เรา”เสียงอันอ่อนโยนแต่ทรงอำนาจดั่งขึ้นจากทางเดินเข้าสู่สนามประลองปรากฏร่างของหมาป่าหนุ่มขนสีขาวนวลราวกับจันทร์ดวงตาสีอำพันเต็มไปด้วยความอ่อนโยนและความเมตตาอยู่ในชุดนักบวชแบบยุโรปสีขาวมีลวดลายสีทองแลดูงดงามและทรงอำนาจราวกับเจ้าชาย
“Yes your highness”อีคารอสย่อตัวทำความเคารพสูงสุดกับหมาป่าตรงหน้าท่ามกลางความตกตะลึงของหลายๆตัว
“หางที่ทั้งอีคารอสนั้นทำความเคารพหมายความว่าเขาคือ...”วีครุ่นคิดก่อนจะนึกขึ้นได้
“องค์ชายท่านมาได้อย่างไร”อัลวิสพูดด้วยสีหน้าตื่นตกใจพยายามที่จะทำความเคารพนายของตนก่อนจะเกือบล้มลงไปอีกรอบถ้าไม่เอามือยันพื้นไว้ซะก่อนเพราะอากาศบาดเจ็บกับความเหน็ดเหนื่อยในการต่อสู้เมื่อกี้
“ไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนหรอกกท่านอัลวิสถ้าท่านเป็นอะไรตัวที่จะเสียใจที่สุดก็คือท่านพี่นะเดี๋ยวเราจะรักษาให้ก่อนนะ”ร่างนั้นพูดก่อนจะร่ายมนต์รักษาขั้นสูงให้วีและอัลวิส
“บาดแผลเรารักษาให้แล้วส่วนความเหนื่อยเราคงฟื้นฟูให้ไม่ได้”ร่างนั้นพูดด้วยเสียงอันอ่อนโยนราวกับว่าเวทรักษาเมื่อครู่นั้นไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงของเขาเลย
“งั้นเราไปก่อนนะเรามีธุระที่ต้องไปจัดการอีคารอสนายก็ไปเที่ยวงานให้เต็มที่นะ”ร่างนั้นพูดก่อนจะเดินหายไปในความมืดอีกครั้งพร้อมกับอีคารอสที่บินหายไปไหนก็ไม่มีใครทราบ
“วีเรารีบเผ่นดีกว่าสนามพังไปขนาดนี้พวกเราโดนเชือดแน่”อัลวิสรีบพูดหลังมองดูสภาพสนามแล้วส่วน

ไครซิสก็หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“จะหนียังไงล่ะในเมื่อพวกเราหมดแรงแล้วน่ะ”วีตอบพลางทรุดลงอย่างหมดแรง
“มีวิธีอยู่ถึงข้าไม่อยากจะใช้ก็เถอะแต่มันจำเป็น”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงและจนใจก่อนจะทำให้ตาข้างซ้ายของตนเรืองแสงขึ้นมาก่อนจะปรากฏร่างของกิ้งก่าสีดำหน้าตาคล้ายกับอัลวิสราวกับแกะแต่อายุน้อยกว่าประมาณ 5ปีได้
“วิสพาพวกเราหนีไปทีอัลวิสเรียกร่างของวิสก็ยิ้มให้ก่อนจะพาทั้งสองตัวขึ้นบ่าแล้วกระโดดข้ามฝูงชนไปทันที

“เฮ้อรอดไปที”ทั้งสองตัวพูดพร้อมกันขณะที่ร่างของวิสหยิบขวดน้ำที่พึ่งไปซื้อมาให้ทั้งสองดื่ม
ปัจจุบันทั้งสามอยู่ในเขตที่ไม่มีงานซึ่งเงียบและสงบดีมาก
“ว่าแต่วิสเจ้ากลัวการอยู่ท่ามกลางเหล่าหางไม่ใช่เหรอ”อัลวิสท้วงหลังจากรับน้ำมากระดกจนหมดขวดในครั้งเดียว
“เอ๋”วิสรับคำหน้าเอ๋อก่อนจะซีดลงและเป็นลมไปในทันที
“เฮ้ย!”อัลวิสกับวีร้องด้วยความตกใจเมื่อเห็นร่างนั้นล้มลงไปในทันที
“ประหลาดหาง”อัลวิสบ่นก่อนจะหันไปคุยกับวีอย่างไม่สนใจอาการของร่างตรงหน้า
“เอาล่ะตามสัญญาข้าขอถอนคำพูดที่ว่าร้ายหน่วยอัลฟ่าแล้วเบต้าและจะเหล่าความจริงให้ฟังถึงความลับของข้า”อัลวิสพูดก่อนจะก้มลงขอขมาทันทีแต่ก็ทรุดลงอีกครั้งเพราะเรี่ยวแรงนั้นยังไม่กลับมา
“ไม่ไหวนายก็อย่าฟืนสิข้าพเจ้าไม่ดีใจหรอกนะที่ให้ก่าที่ไม่มีแรงแล้วยังจะฟืนคำนับข้าพเจ้าอีกน่ะ”วีบ่นก่อนจะนั่งลงอย่างหมดแรงเพราะพึ่งแบกวิสมาวางไว้ข้างๆ
“เอาล่ะข้าจะเล่าให้ฟังถึงความจริงของข้าและอดีตของข้า”อัลวิสพูดหลังจากนั่งลงอีกครั้ง

ณ มุมมืดในงานปรากฏร่างหมาป่าขนสีขาวนวลราวกับแสงจันทร์ตัวหนึ่งกำลังยืนอยู่ตัวเดียว
“เอาล่ะแค่นี้ก็พอใช่มั้ยเซียร์”ร่างนั้นพูดก่อนจะหดเล็กลงเป็นหมาป่าอายุ 6ขวบอย่างรวดเร็ว
“ขอบคุณครับพี่คาออส”เสียงเล็กออกมาจากร่างของหมาป่าตัวน้อยเหมือนพูดอยู่กับตัวเอง

Author:  moruru [ Wed May 18, 2011 7:51 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 10

ตอนที่ 10 ดับเบิลเดต
ในอุโมงค์พฤกษา
“ว้าวต้นไม้สวยจังเลยลีโอดูสิๆ”ปรากฏร่างของแกะสาวในชุดกระโปงเจ้าหญิงที่ดูรุ่มร่ามแต่สำหรับลีโอมันสวยเป็นบ้า“อืม”ลีโอยิ้มแต่ในใจคิดว่าทำมันมีไม่คนเลยฟะบรรยากาศแบบนี้มันเดตไม่ใช่เหรอเนี่ยลีโอคิดพลางหน้าแดงอยู่ตัวเดียว

“ลีโอเป็นอะไรรึเปล่ามีไข้เหรอหน้าแดงเชียว”ร่างั้นเอาหน้าเข้าใกล้เพื่อจะวัดไข้แต่นั่นทำให้ลีโอหน้าแดงขึ้นอีกหางสั่นระรัวอย่างบ้าคลั่ง
“ระ...เราไม่เป็นไรหรอกซาฟี่มะ....ไม่ต้องห่วงระ...หรอก”ลีโอตอบเสียงสั่นๆด้วยใบหน้าแดงจนมะเขือเทศยังอาย
“อืมงั้นไปกันต่อเลยนะ”ซาฟี่รับคำก่อนจะสงยิ้มน่ารักให้ก่อนจะวิ่งไปดูในอุโมงค์
“ทำไมหัวใจเรามันเต้นแบบแปลกๆแล้วทำไมเราถึงหน้าแดงนะ”ลีโอคิดก่อนจะส่ายหัวแรงๆเพื่อไล่ความคิดไร้สาระออกไป
“ว่าแต่ซาฟี่แล้วทำไมถึงอยากมาอุโมงค์พฤกษาล่ะ”ลีโอถามซาฟี่เพราะเขาคิดว่าที่อื่นน่าเที่ยวกว่าอุโมงค์ไร้คนนี่เยอะ
คนเขียน:กลัวการอยู่กับผู้หญิงสองต่อสองเหรอคิดไรป่าวอะ
ลีโอคุง:ไม่ใช่ว้อยยยยยยยยยยไม่ได้คิดเลยนะ(ว้อยยยยยยยยยย)

“ชั้นชอบต้นไม้น่ะค่ะมันทำให้ชั้นรู้สึกปลอดโปร่ง”ซาฟี่ตอบก่อนจะยิ้มให้ทำให้ลีโออดยิ้มไม่ได้
“แต่เอาเถอะที่นี่พาเธอเดินเที่ยวไปเลยดีกว่าพวกที่ในสะกดรอยไม่ต้องสนมันแล้ว”ลีโอคิดในใจก่อนเสียงท้องจะร้องออกมา
“โครกกกกกก”ลีโอหน้าขึ้นสีทันที
“งั้นรีบออกจากอุโมงค์แล้วไปกินข้าวกันดีไหมคะ”ซาฟี่พูดก่อนจะลากลีโอออกไปที่ทางออก

ทางด้านเชียร์ในเวลาเดียวกัน
“เชียร์นายแต่งตัวเหมือนเจ้าชายเลยนะ”รีสวิจารณ์การแต่งตัวของหมาป่าหนุ่มตรงหน้าระหว่างทางไปที่โซนย่อยคือโซน
ร้านค้า
“ก็ไหนๆจะมางานใหญ่ก็เลยแต่งตัวให้มันดูดีหน่อยน่ะ”เชียร์ตอบทั้งที่หน้าภายใต้หน้ากากของตนยังแดงส่วนหัวใจกลับเต้นแรงเป็นพิเศษ
“อาการแบบนี้มันอะไรกันนะทำไมหัวใจเราเต้นแรงแบบนี้นะ”เชียร์คิดในใจแทบจะเป็นเรื่องเดียวที่เชียร์ไม่เก่งคือ
เรื่องของหัวใจ
“เชียร์ดูสิดาบนี่สวยจังเลย”รีสพูดพลางชี้ไปที่ดาบเล่มหนึ่งที่มีปีกสีขาวด้ามจับแถมบนตัวดาบยังมีลวดลายอีกพูดได้เลยว่าสวยงามเกินบรรยาย
“คุณลูกค้าอยากได้รึขอรับงั้นต้องชนะอัศวินของกระผมให้ได้นะขอรับ”ปรากฏร่างของตุ่นตัวหนึ่งคาดว่าน่าจะเป็นผู้สร้างดาบกวักมือเรียกชุดเกราะเดินได้สองตัวเข้ามา
“ได้เลยรีสเธอ....”เชียร์กำลังจะรับคำรีสก็หยิบดาบมาเล่มหนึ่งจากสายรัดเอวที่เชียร์มองไม่เห็นเพราะไม่กล้าสบตา
“มัวมองอะไรอยู่ล่ะแบ่งกันคนละตัวนะ”รีสพูดก่อนจะพุ่งไปจัดการอัศวินชุดเกราะ
“ถ้านั่นคือสิ่งที่เธอปรารถนา”เชียร์พูดก่อนจะเรียกดาบประจำตัวออกมา(ตอนไปทำภารกิจร่วมกับลีโอเชียร์จะใช้ดาบธรรมดาเพราะกลัวลีโอสงสัย)เป็นดาบเครมอร์ที่มีสีแดงเลือดตลอดทั้งเล่มแถมยังมีปีกค้างคาวกับ อัญมณีสีดำประดับอยู่ที่ด้ามดาบ
“ว้าวนายมีฝีมือยู่เหมือนกันนี่”รีสกล่าวชมหลังเชียร์ใช้มือข้างเดียวตวัดดาบที่เดียวอัศวินชุดเกราะก็ขาดเป็นสองท่อนก่อนจะสลายกลายเป็นละอองสีดำปลิวไป
“แต่ชั้นก็ไม่ยอมแพ้เหมือนกัน”สิ้นคำร่างของรีสกระโดดเตะเข้าที่ท้องของอัศวินชุดเกราะจนมันเสียหลัก
แน่ล่ะว่าเธอไม่มีวันปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปอยู่แล้วรีสนำดาบเสียบเข้าไปที่หัวของอัศวินชุดเกราะอย่างแม่นยำและประณีตดาบพุ่งทะลุชุดเกราะนั้นทันที
“ฉึก”เสียงดาบที่ปักเข้าไปอย่างแม่นยำ
“พวกท่านมีฝีมือมากงั้นจงรับดาบนั้นไปเถอะ”ตุ่นเจ้าของดาบพูดก่อนจะยกดาบให้รีสไปแล้วเดินหายไปกลางฝูงหาง
“ไม่เบาเหมือนกันนี่นายน่ะขอบใจนะ”รีสเรียกเชียร์ขณะที่เชียร์หันหลังให้
“ก็พื้นๆง่ายจะตาย”เชียร์พูดเหมือนเป็นเรื่องพื้นฐานทั้งๆที่ใบหน้าขึ้นสีจัดกับคำขอบคุณของรีส
“เรากินข้าวกันเถอะนะชั้นหิวแล้วล่ะ”รีสพูดก่อนจะลากเชียร์ไปยังโซนงานเลี้ยง
“อะ.....อืม”เชียร์รับคำเสียงสั่นๆนี่เป็นครั้งแรกของเขาที่มีผู้หญิงชวนไปกินข้าวเขาไม่รู้จะทำอย่างงก็เลยรับคำไปก่อนในใจกำลังอยากรู้ว่าทำไมตนต้องหน้าแดงและหัวใจเต้นแรงด้วย
“ข้า/เราไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ”สองสหายที่ตอนนี้กำลังถูกลากมาที่งานคิดในใจ
“เอาล่ะเดี๋ยวนาย/ลีโอช่วยอยู่เฟ้าโต๊ะทีนะ”เสียงของรีสและซาฟี่พูดพร้อมกันก่อนจะเดินไปตักอาหารส่วนทั้งสองตัวได้แต่เลือกโต๊ะที่อยู่แถวนั้นมันกลับเป็นโต๊ะที่อยู่ข้างๆกันพอดีสองสหายที่เจอกันกลับคิดไปคนละอย่าง
“ละ….ลีโอจะให้หมอนั่นรู้ไม่ได้ว่าเราทิ้งมันมาหาสาวโดนมันล้อแน่ๆ”เชียร์คิดก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้
“ดีแล้วที่เชียร์ไม่อยู่ไม่งั้นถ้ามันเห็นเราหน้าแดงก็ต้องถูกล้อแน่ๆ”ลีโอคิด
“กลับมาแล้วขอโทษที่ให้รอนะรวมกับโต๊ะนี่เลยดีกว่าไหมชะ...”รีสกำลังจะพูดแต่ถูกชียร์กระโดดมาปิดปาก่อนจะพยักหน้าเป็นการตกลงซึ่งซาฟี่ก็เห็นดีด้วยเช่นกัน
“งั้นเราไปตักอาหารก่อนนะ”ลีโอพูดก่อนจะเดินไป
“งั้นข้าไปตักอาหารก่อนนะ”ร่างของเชียร์ลุกออกตามไปในทันที

“เฮ้อเกือบไปแล้วไหมล่ะ”เชียร์พูดก่อนจะเอามือไปถอดหน้ากากของตนออกก่อนจะเปลี่ยนเป็นแว่นตาสีดำสนิทออกมาแทน
“อ้าวคุณชะ.........”กิ้งก่าสีดำที่มีท่าทางหวาดกลัวคนรอบข้างมีผ้าปิดตาสีน้ำตาลเดินเข้ามาหาแต่ถูกเชียร์ปิดปากแล้วสั่งให้ออกไปโดยเร็วที่สุด
“เอาล่ะตักอาหารแล้วกินให้เรียบร้อยดีกว่าจะได้เผ่นกลับ”เชียร์พึมพำก่อนจะเดินไปตักข้าวผัดกับปลาหมึกย่างมากิน
“อ้าวนายไม่ใส่หน้ากากแล้วเหรอ”รีสถามเมื่อเห็นเชียร์เดินมาพร้อมกับแว่นสีดำแทนที่จะเป็นหน้ากาก
“อืม”เชียร์รับคำอย่างเย็นชาโดยแอบดัดเสียงไม่ให้ลีโอจำได้ก่อนจะจัดการอาหารตรงหน้าด้วยความเร็วอันหน้าตกใจแต่ยังสามารถรักษากริยาการกินได้อย่างน่าตกใจ
“ทุกท่านวันนี้จะมีการเต้นรำปิดงานขอให้ทุกท่านเตรียมตัวพร้อมหาคู่เต้นด้วยเพราะเนื่องจากท่านเทพทั้ง 6จะมาดูในงานนี้ด้วยนะครับ
“ไม่จริง”เชียร์คิดในใจก่อนที่สมองจะเริ่มคิดหาทางออกสำหรับคืนนี้ของตนในทันทีแต่ตอนนี้ทำไมเขารู้สึกว่าตนไร้ทางออกล่ะ

Author:  fushigidane [ Thu May 19, 2011 4:08 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 10

รบกวนเว้นวรรคช่องบรรทัดนิดนึงนะ ตอนผมแต่งฟิคครั้งแรกก็มาเป็นพรืดแบบนี่้ล่ะ ผลคือมันทำให้อ่านยากนั่นเอง แล้วก็มีคนมานำเสนอให้เว้นช่องให้อ่านง่ายขึ้นซึ่งได้ผลจริงๆ

ถ้าMSNใช้ได้ไม่โดนแบนตรวจสอบSpamเราลองมาคุยกันนะ มีใครคนนึงไม่ขอเอ่ยชื่อเขามาขอคำปรึกษาเรื่องนี้แทนนายน่ะ

Page 2 of 5 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/