BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 18
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028
Page 2 of 7

Author:  คนรัก digi [ Thu Jun 23, 2011 9:09 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

SupakornNoMercy wrote:
อยากรู้ว่าฟิคของวี กับฟิคนี้ อันไหนจะแรงกว่ากัน!!!

/me โดนวีไล่ยิง QuickFire 0w0

edit: ก่าผมเรียกก่าเมอร์ซี่น้า เอาตามชาว rest area เรียก =w=


ฮัดเช่ยยย =w="

ก่าวี... Absent คร๊าบบบ

*/โดนตบ

Author:  moruru [ Fri Jun 24, 2011 9:28 pm ]
Post subject:  Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่ 3

ขอขอบคุณคอมเม้นทั้งหลายที่ทำให้ผมมีกำลังใจแต่งตอนต่อไปมาให้ยลโฉมกัน
ตอนที่ 3 Sensory Darkness

หน้า Rest Area Hall
“พะ....พี่ครับผะ...ผม.....ผมกลัว”กิ้งก่าสีดำหน้าตาคล้ายอัลวิสพูดกับอัลวิสแววตานั้นแฝงด้วยความกลัวอย่างเห็นได้ชัด
“พี่จะอยู่กับน้องเอง ไม่ต้องกลัวนะ”อัลวิสลูบหัวน้องชายของเขาอย่างอ่อนโยนแล้วพาเดินเข้างานไปในใจคิดว่า
“กว่าจะพามาได้ พอไม่มีคอนแทคทีก็ขี้กลัวเหมือนเด็ก ไม่สิเด็กยังไม่กลัวขนาดนี้เลยมั้ง เล่นเอากว่าจะปลอบเสร็จก็ปาเข้าไปชั่วโมงหนึ่ง เหนื่อยดับดิ้น”
“ผมขอเข้าไปทำขนมไปในครัวก่อนนะครับ”วิสพูดยิ้มก่อนจะวิ่งผ่านกิ้งก่าจำนวนมากเพราะเขาต้องทำขนมเลี้ยงกิ้งก่าทั้งงานจึงต้องเข้าไปทำก่อนงานจะเริ่ม

“อัลวิส”เสียงหนึ่งกล่าวเรียกอัลวิสนั้นหันขวับไปมองเห็นวีในชุดทริ๊กเตอร์สีฟ้าประจำตัวเดินเข้ามาหาพร้อมกับเสลธในชุดสเลเยอร์ขั้นสูง
“ขนาดใช้เวทบดบังสายตายังมองเห็นอีกนะ”อัลวิสพูดอย่างเซ็งตอนนี้เขาอยู่ในชุดเกราะสเลยเยอร์แบบเดียวกับที่ดาเนะใส่ตอนมาพบเขาแต่มีลวดลายสีดำอยู่บนชุดแลดูงดงามแต่น่ากลัวแบบแปลกๆ
“มีอะไรวี”อัลวิสถามก่อนปลดเวทปกคลุมกายออกทำให้กิ้งก่าแถวนั้นตกใจเพราะตนไม่สามารถมองเห็นรุ่นพี่ที่อยู่ในงานได้เลย
“เอ้ารุ่นน้องทั้งหลายไม่ต้องใส่ใจพวกเราสนุกกันเข้าไป”อัลวิสพูดก่อนจะลากวีกับเสลธออกมา

“พวกนายให้ดาเนะจองโต๊ะไว้รึยัง”อัลวิสถามพลางลากกิ้งก่าทั้งสองตัวไปด้วย
“จองแล้วนั่นไง”วีชี้ไปยังโต๊ะแบบนั่งหกตัวใกล้ๆที่ๆพวกเขาอยู่พร้อมแก้วอีกสี่แก้วและขวดไวน์อย่างดีอีกหนึ่งขวด
“อืมงั้นนั่งแล้วค่อย......”อัลวิสยังพูดกับวียังไม่ทันจบก็มีเสียงสองเสียงแทรกเข้ามา
“พี่/รุ่นพี่อัลวิสสสสสส”ตามมาด้วยการปรากฏตัวของกิ้งก่าสีเหลืองสองตัวคือก่าปินัทและก่าเมอร์ซี่

“มีอะไรเหรอเมอร์ซี่ ปินัท”อัลวิสถามก่อนจะเดินไปนั่งโต๊ะก่อนจะพูดเชิญรุ่นน้องของตน
“นั่งก่อนสิ”การพูดด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยนเป็นกันเองนั้นทำเอากิ้งก่ารุ่นน้องทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ยังถามอยู่ว่า
“พี่อัลวิสทำไมให้ฟิวเจอร์/เนบิวลามาตามผมล่ะครับ”
“พอดีว่าพี่ไม่ว่างน่ะ พวกเจ้าก็ไปสนุกกับงานเลี้ยงให้เต็มที่นะปีนึงจะมีหนหนึ่ง”อัลวิสตอบก่อนจะรินไวน์ลง้วพร้อมชนแก้วกับเสลธ

“งั้นพวกผมขอตัวก่อนนะครับ”กิ้งก่าทั้งสองพูดพร้อมกันก่อนจะปลีกตัวออกไปแต่ก่าเมอร์ซี่เดินเซๆนิดหน่อยเพราะรู้สึกเวียนหัวตั้งแต่เข้างานมาแล้ว
“ความมืดที่ทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนนี่มันอะไรกันไม่ไหว คลื่นไส้เหลือเกิน”ร่างนั้นเดินเซด้วยความรู้สึกประหลาดแต่ก็ต้องตกใจเมื่อมองไปทางอัลวิสอีกครั้งเพราะ
ร่างของกิ้งก่าสีดำที่ตนเห็นค่อยๆแปรเปลี่ยนไปแผ่นหลังสีดำค่อยปรากฏปีกมังกรสีดำดุจรัตติกาลพร้อมกับกระแสของความมืดอันน่าสะอิดสะเอียนแลดูน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก

“เฮ้ย!”เมอร์ซี่ขยี้ตาของตัวเองอีกครั้งก่อนจะมองไปทางรุ่นพี่ของตนอีกครั้งแต่กลับเห็นเพียงกิ้งก่าสีดำธรรมดาเท่านั้น
“ตาฝาดเหรอ แต่เราไม่ไหวแล้วเวียนหัวเหลือเกิน”ก่าเมอร์วี่คิดก่อนที่ร่างสูงจะทรุดลงไปทันทีเขารู้สึกเหมือนจะเป็นลมร่างกายนั้นอ่อนแรงแบบไม่มีสาเหตุตาเริ่มพร่ามัวภาพที่เห็นค่อยๆกลายเป็นสีดำ

“พี่เมอร์ซี่ เป็นอะไรรึเปล่าครับ”เสียงหนึ่งเข้ามาถามก่อนจะประคองร่างของเขาไว้
“ใครน่ะ”เขาเริ่มดีขึ้นพยายามลืมตาขึ้นภาพที่เขาเห็นทำให้เขาต้องตกใจอีกครั้งเพราะเขามองเห็นปีกขนนกสีขาวแกมฟ้าปรากฏอยู่กลางหลังของกิ้งก่าฟิวเจอร์ที่เข้ามาประคองเขา
“ฟะ...ฟิวเจอร์”เมอร์ซี่เรียกรุ่นน้องของตนด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงก่อนจะคิดว่า”ตาฝาดอีกแล้วเหรอเนี่ย”
“พี่เมอร์ซี่ทำใจดีๆไว้นะครับ เดี๋ยวผมจะพาไปนั่งพักนะครับ”ก่าฟิวเจอร์พูดพลางประคองร่างอันอ่อนแรงของรุ่นพี่ของตนออกไปจากงานเลี้ยงด้วยความเป็นห่วงเพราะก่าเมอร์ซี่นั้นตัวเย็นเฉียบแต่ร่างกายมีเหงื่อออกมากบวกกับดวงตาและน้ำเสียงอันอ่อนแรง

ทางด้านวี
“ดาเนะ ให้รอตั้งนานไปไหนมาเนี่ย”เสลธพูดทันทีที่ดาเนะมาถึงโต๊ะอาหารแต่ดาเนะนั้นตกใจมากที่เพื่อนของตนมาในงานเลี้ยงได้โดยไม่มีท่าทีกลัวสักนิด
“เดี๋ยวข้าจะอธิบายที่หลัง นั่งก่อนสิ”อัลวิสเรียกสติดาเนะที่ช็อคไปหลายวินาทีกลับพอดาเนะนั่งที่โต๊ะเสร็จทั้งสี่ก็เริ่มเปิดการสนทนา
“พอดีมีงานด่วนเข้ามา พวกนายจะไปทำกับข้าไหม”อัลวิสถามทั้งสามตัวที่นั่งโต๊ะเดียวกับเขา
“งานอะไรเหรออัลวิส ข้าพเจ้าไม่เห็นรู้เรื่อง หรือว่าที่หายไปตลอดช่วงบ่ายเพราะว่า....”วียังถามไม่จบอัลวิสก็บอกคำตอบของตนให้วีฟังทันที
“ใช่ ท่านอัลคาเซียเรียกข้าให้ไปพบพร้อมคำสั่งพิเศษน่ะ”อัลวิสพูดก่อนจะจิบไวน์ไปอีกจิบหนึ่ง
“คำสั่งคืออะไรล่ะ”เสลธถามต่อด้วยใบหน้าเคร่งเครียด
“คำสั่งนั้นก็คือ”

Author:  moruru [ Fri Jun 24, 2011 9:30 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ตอนนี้เหมือนจะแต่งก่าเมอร์ซี่เคะมาก :D /meล่องหนหายตัวหนีไปก่อนจะโดนก่าเมอร์ซี่ตบ
Edit:พิมพ์ผิดอย่างมากมาย :oops:

Author:  SupakornNoMercy [ Sat Jun 25, 2011 5:22 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ตายและ นึกว่าจะมาเป็นแค่ตัวประกอบ
แต่ไหงเป็นตัวรองไปได้ละเนี่ย -3-
แถมรู้สึกจะมีสัมผัสพิเศษด้วยหล่ะ *0*

ไม่ได้ว่าอะไรนะ สนุกดีคับ =w=

/me รออ่านต่อ >w<

Author:  moruru [ Sat Jul 02, 2011 7:46 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ตอนที่ 4 The Secretary and The Reaper Chameleon

“ข้าจะเอาหน่วยSINไป ส่วนพวกนายเลือกใครก็ได้มาสองตัว”อัลวิสพูดหลังจากบอกภารกิจให้ทั้งสามทราบ
“ข้าพเจ้าขอเสนอ ก่าเมอร์ซี่”วีเสนอขึ้นมา
“เราขอเสนอ ก่าปินัท”ดาเนะพูดหลังวีพูดได้ไม่นานนักส่วนอัลวิสหันไปมองทางเสลธที่ทำหน้าเฉยๆไม่คัดค้านใดๆทั้งสิ้น
“งั้นสรุปเอาสองตัวนี้นะ ข้าจะได้จัดการได้ถูก”อัลวิสสรุปก่อนจะเขียนอะไรบางอย่างลงสมุดจดเล่มเล็กๆที่เขามักพกติดตัวไว้ตลอดเวลา

“รุ่นพี่ครับ”มีเสียงหนึ่งเรียกทำให้ทั้งสามหันไปพร้อมกันพบก่าฟลุ๊คกำลังกินบราวนี่อย่างเอร็ดอร่อย
“ขนมนี่อร่อยมากเลย พ่อครัวจามอนเป็นคนทำเหรอครับ”ร่างนั้นถามเพราะอาหารส่วนใหญ่ในงานพ่อครัววาฬเป็นผู้ทำทั้งนั้น
“ไม่ใช่หรอก เดี๋ยวพี่ไปกล่าวปิดงานก่อน พวกนายรออยู่นี่แปปนึงนะ”อัลวิสกล่าวก่อนจะวิ่งออกไป
อยู่ดีไฟทั้งงานก็ดับลงพร้อมกับไฟที่เวทีสว่างขึ้นปรากฏร่างของกิ้งก่าสีดำนามอัลวิสผู้มียศเป็นรองหัวหน้ากิ้งก่านักธนูควบตำแหน่งจตุรเทพแห่ง Rest Area

“เอาล่ะก่อนจะปิดงาน ข้าขอแนะนำกิ้งก่าสมาชิกใหม่แห่งRest Area ซึ่งจะมาดำรงตำแหน่งเลขานุการของข้าเอง ออกมาได้เลย”อัลวิสพูดก่อนที่จะมีร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นบนเวทีการปรากฏตัวของร่างนั้นทำให้แทบทุกตัวในงานตกใจแว่นตาร่วงจากดั้งกันเลยทีเดียว
เพราะร่างนั้นเหมือนกับอัลวิสราวกับแกะเพียงแค่ตัวเล็กกว่าราวกับว่าคนละช่วงอายุ
“ผมชื่อวิสเซนารัส เรียกสั้นๆว่าวิสก็ได้นะครับ ผมจะมาทำงานเป็นเลขาของรองหัวหน้ากิ้งก่านักธนูตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ขอฝากตัวด้วยนะครับ”ร่างนั้นโค้งตัวแบบสุภาพสุดๆพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นธรรมชาติ

“เอาจนได้สิน่า หมอนั่นน่ะ ข้าไม่คิดเลยว่าจะมาเปิดตัวน้องชายของมันในงานนี้”เสลธพูดก่อนจะมองไปทางวีด้วยคำพูดทางสายตาว่า”นายรู้อยู่แล้วใช่ไหม”
วีที่แปลความหมายจากสายตาของเสลธออกจึงยักไหล่ทำนองว่า”ก็เดาๆเอาน่ะ”
“นี่มันหมายความว่ายังไงกันวี เสลธด้วยบอกเราทีนี่มันเรื่องอะไรกัน”ดาเนะที่ตกใจกับเรื่องที่เกิดขึ้นถามวีกับเสลธที่เป็นกิ้งก่าที่ไม่ตกใจในการปรากฏตัวของวิสเลยแม้แต่น้อย

“เขาเป็น....น้องชายของข้าเอง”อัลวิสประกาศเสียงเบาที่สุดแต่กิ้งก่าทุกตัวนอกจากวีและเสลธนั้นอ้าปากค้างและคิดในทำนองเดียวกันว่า”พี่ทั้งเย็นชาโหดเข้มงวด ทำไมถึงมีน้องที่เรียบร้อยสุภาพขนาดนี้ล่ะ มันเป็นพี่น้องกันแน่เหรอเนี่ย”
“ขนมที่ผมทำหวังว่าคงถูกใจทุกคนนะครับ”วิสยิ้มให้ทุกคนก่อนจะยิ้มอย่างร่าเริง
“อร่อยากเลยไอ้น้อง”เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ทำให้กินอีกได้มั้ย”อีกเสียงดังขึ้นก่อนเสียงหลายเสียงจะดังกระหื่มไปทั่วทั้งงานจนกิ้งก่าดำนั้นเกาหัวด้วยความเขินที่ถูกชมมากๆ
“เอาล่ะงานจะจัดต่อถึงเที่ยงคืน จะจัดต่อก็ได้แต่อย่าให้ดึกเกินไปแล้วกัน”อัลวิสพูดก่อนเดินลงจากเวทีไปพร้อมกับวิส

ทางด้านฟิวเจอร์
“ที่นี่ที่ไหนกัน”เมอร์ซี่ตื่นขึ้นหลังจากที่สลบไปตอนที่ฟิวเจอร์พาออกจากงานเลี้ยงเขาพบว่าเขาอยู่บนเตียงสีขาวมองออกไปเห็นระเบียงกระท่องของใครสักตัว
“พี่เมอร์ซี่ ฟื้นแล้วเหรอครับ”ฟิวเจอร์วิ่งเข้ามาถามด้วยความเป็นห่วง
“ไม่เป็นไรพี่ดีขึ้นแล้วล่ะ ว่าแต่ที่นี่ที่ไหน”เมอร์วี่ยิ้มให้ฟิวเจอร์ก่อนจะถามออกไปถึงเขาจะงงว่าทำไมกิ้งก่าอายุ 10 ขวบอย่างฟิวเจอร์ถึงแบกเขามาถึงที่ได้ก็เถอะ

“ที่นี่คือ กระท่อมของพวกผม หน่วยSINเองครับ”ฟิวเจอร์ตอบก่อนจะหยิบน้ำมาให้รุ่นพี่ของตนซึ่งเมอร์ซี่นั้นรับน้ำมาดื่มจนหมดแก้วก่อนจะถามว่า“แล้วพี่สลบไปนานเท่าไหร่เหรอ”
“ประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ ว่าแต่พี่เป็นอะไรไปครับถึง ล้มพับไปน่ะ ผมเป็นห่วงนะครับ”ฟิวเจอร์ถามด้วยความเป็นห่วง
“พะ..พี่เวียนหัวนิดหน่อยน่ะขอโทษนะที่ทำให้เป็นห่วง”เมอร์ซี่ตอบโดยปิดบังความจริงที่น่าจะมีเพียงเขาที่เห็น
“คืนนี้พี่ค้างที่นี่ก่อนเถอะครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว”ฟิวเจอร์พูดก่อนจะนั่งพิงโซฟาโดยให้เมอร์ซี่นอนเตียงส่วนตนจะนอนที่โซฟาแต่ถูกเมอร์ซี่ขัดขึ้นซะก่อนว่า”นอนกับพี่ก็ได้ เตียงมันกว้างพอที่จะนอนสองตัวนะ พี่ไม่อยากให้ฟิวเจอร์ต้องมาลำบากเพราะพี่น่ะ”
“ก็ได้งั้น ผมขอตัวไปเปลี่ยนชุดก่อนนะครับ”ฟิวเจอร์พูดอายๆก่อนจะคว้าชุดนอนจากตู้เสื้อผ้าก่อนจะเดินเข้าไปเปลี่ยนชุดในห้องน้ำ

“ชุดน่ารักดีนี่”เมอร์ซี่พูดหลังเห็นกิ้งก่าสีเทาในชุดนอนสีขาวทั้งชุด
“เอาล่ะนอนกันเถอะ พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า”เมอร์ซี่พูดก่อนจะล้มตัวนอนต่างกับฟิวเจอร์ที่ประหม่าจนหน้าแดงไปหมดเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขานอนเตียงเดียวกับตัวอื่นนี่ยิ่งป็นพี่เมอร์ซี่ด้วยยิ่งเขินเข้าไปใหญ่
“คะ...ครับ”กิ้งก่าน้อยรับคำพลางข่มตานอนแต่ก็ต้องสะดุ้งเพราะมีแขนสีเหลืองโอบเขาไว้ในอ้อมกอดอันอบอุ่นเขาหันไปมองเจ้าของแขนในทันทีพบว่าเจ้าของแขนนั้นยิ้มบางๆให้ก่อนจะหลับไปทั้งอย่างงั้น
เขารู้สึกปลอดภัยและอบอุ่นด้วยสัมผัสที่เมอร์ซี่มอบให้เป็นสิ่งที่เขาโหยหามาตลอดสิ่งนั้นคือสัมผัสของครอบครัวที่เขาไม่เคยได้รับเลยเพราะเขาไม่มีพ่อแม่ความทรงจำในอดีตนั้นแทบจะไม่มีเลยและทุกตัวมองเขาเหมือนตัวประหลาดเหมือนปิศาจแต่เพื่อนๆหน่วยSINพี่อัลวิสและพี่เมอร์ซี่นั้นต่างออกไปพวกเขามองฟิวเจอร์เป็นกิ้งก่าธรรมดาตัวหนึ่งเขาดีใจมากตอนนี้เขาอยากหยุดเวลาเอาไว้เขาอยากให้เวลาแห่งความสุขคงอยู่ตลอดไป

“เฮ้อ อยู่ดึกเกินไปจริงๆด้วย”กิ้งก่าปินัทบ่นเพราะตนฉลองเพลินจนดึกสุดท้ายต้องมาเดินกลับที่พักในตอนดึกแบบนี้เขากลัวใช่สิ่งเดียวที่เขากลัวคือผี
ที่นี่ตอนนั้นก่าในงานเขาเล่าให้ฟังว่า”ที่นี่ก่อนจะมาเป็นRest Area เคยเป็นสนามรบมาก่อน แล้วว่ากันว่าวิญญาณนักรบยังสู้กันต่อไปเรื่อยมา"
“แกร่กๆๆ”เสียงเหมือนหมาป่าใส่ชุดเกราะดังขึ้นเพราะปินัทหันไปก็ต้องตกตะลึง

เขาเห็นชุดเกราะของเผ่ามนุษย์ซึ่งไร้หัวใช่ไร้หัวเงื้อดาบหมายจะฟันร่างของเขาให้ขาดสะบั้น
“แย้กกกกกก”เขาร้องออกมาสุดเสียงก่อนที่ดาบจะถึงตัวเขานั่นเอง
“เปรี้ยงๆ”เสียงโลหะปะทะกันดังขึ้นก่อนที่จะมีโซ่สีดำพุ่งมาปะทะดาบและกระแทกใส่ร่างไร้หัวจนถอยห่างออกไป
“แกเป็นใครกัน”ร่างไร้หัวพูดออกมาก่อนจะมองร่างบนต้นไม้เจ้าของโซ่สีดำแสงจันทร์นั้นส่องทำให้เห็นร่างนั้นชุดขึ้นทำเอาปินัทนั้นตาเหลือกยิ่งกว่าเก่า
“ข้าคือยมทูติกิ้งก่า มีหน้าที่พาวิญญาณไปสู่ปรโลก”ร่างนั้นนสวมชุดคลุมสีดำมีฮู้ดในมีข้างซ้ายถือเคียวสีดำมีปีกนกสีดำสามคู่อยู่กลางหลัง อายุประมาณ 20 ปีมีหางเป็นขดงอกออกมาแสดงว่าเป็นเผ่ากิ้งก่า

“หนอย ยมทูตงั้นเหรอ อย่ามายุ่งเรื่องของข้า....”ร่างนั้นยังพูดไม่ทันจบก็ถูกเคียวสีดำฟันจนสลายไปในทันที
“เฮ้อ ข้าล่ะเบื่อพวกวิญญาณไร้เหตุผลจริงๆ ต้องให้เปลืองแรงอยูเรื่อย...”ร่างนั้นบ่นก่อนจะมองเห็นปินัทที่ทำหน้าเหวอถึงกับหลุดขำออกมา
“นะ...นายเป็นใครกัน”ปินัทถามด้วยปากที่ยังอ้าค้างอยู่
“เรียกข้าว่ารีพเปอร์ก็แล้วกัน”ร่างนั้นหันมายิ้มให้ก่อนที่สติของกิ้งก่าสีเหลืองอ่อนจะหลุดลอยไป

Author:  moruru [ Sun Jul 03, 2011 10:15 am ]
Post subject:  Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่ 5

ตอนที่ 5 Mission Begin

ตอนเช้าตรู่คณะเดินทางของกิ้งก่าที่ต้องออกปฏิบัติภารกิจสี่ตัวมาพบกันที่สำนักงานRest Area
“เอาล่ะข้าต้องไปตามหน่วยSINก่อนล่ะ ดาเนะนายไปตามปินัทมาให้ข้าหน่อย”อัลวิสพูดพลางแยกตัวออกไปพร้อมดาเนะ
“เสลธนายกับวีรอพวกเราอยู่ที่นี่แหละ”อัลวิสหันกลับมาสั่งก่อนที่จะวิ่งออกไป

ขณะเดียวกันที่กระท่อมแห่งหน่วยSINห้องของฟิวเจอร์แสงที่ส่องผ่านผ้าม่านที่ระเบียงเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าเป็นเวลาเช้าแล้ว
“เช้าแล้วเหรอเนี่ย”เมอร์ซี่พึมพำเสียงเบาแต่ก็ไม่ได้ลุกจากเตียงเพราะมีกิ้งก่าสีเทาตัวน้อยกอดร่างของเขาเอาไว้กำลังหลับอย่างเป็นสุข
“เห็นแบบนี้ก็ปลุกไม่ลงแหะ”เมอร์ซี่คิดก่อนจะค่อยๆแกะมือของกิ้งก่าน้อยออกจากตัวแล้วลุกขึ้นแล้วเดินไปนั่งที่โซฟาแต่ได้ยินเสียงพึมพำดังขึ้นมา

“พี่เมอร์ซี่ๆ”เสียงของกิ้งก่าน้อยละเมออกมาเสียงเบา
“ฟิวเจอร์ตื่นรึยัง....อ้าวพี่เมอร์ซี่มาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย”เนบิวลาเดินเข้ามาหาเพื่อนของตนพบรุ่นพี่นั่งอยู่ที่โซฟายิ้มบางๆให้
“เนบิวลาตามเสร็จรึยัง ตัวอื่นเขารอแล้วนะ”อัลวิสเดินตามมาถึงประตูห้องมองเห็นเมอร์ซี่นั่งอยู่ที่โซฟา
“อ้าวเมอร์ซี่ พอดีเลยเจ้าต้องออกไปทำภารกิจกับข้า”อัลวิสหยุดสักนิดก่อนจะพูดต่อว่า
“เดี๋ยวข้าอธิบายทีหลัง เจ้าอุ้มเจ้าเด็กนั่นมาที”อัลวิสพูดก่อนจะเดินออกไปพร้อมเนบิวลา

“คะ...ครับ”เมอร์ซี่ได้แต่รับคำงงๆก่อนจะอุ้มร่างของฟิวเจอร์ขึ้นเดินออกมาก็พบเกวียนที่มีวีกับเสลธเป็นคนขับลากด้วยมูโป้ขนาดใหญ่พอสมควร
“นายไปรอบนเกวียนเลยข้าจะ....”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงเร่งรีบเหมือนกำลังจะรีบชิ่งก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นก่อน
“พี่ครับ จะไปไหนไม่ยอมบอกทุกทีเลยนะครับ”ร่างของก่าวิสปรากฎขึ้นแบกกระเป๋าเดินทางใบไม่ใหญ่ไม่เล็กมาด้วย
“จะไปก็รีบขึ้น รถจะออกแล้ว”อัลวิสขึ้นบนเกวียนก่อนส่งเสียง”ชิ”ในลำคออย่างขัดใจเล็กน้อย

หลังจากทุกตัวขึ้นบนเกวียนแล้วพวกหน่วยSINนอนเพื่อพักผ่อน(ก็เด็กนี่เนอะ)ส่วนอัลวิสก็อธิบายเรื่องให้กิ้งก่าสามตัวฟัง
“ปินัท วิสและเมอร์ซี่ฟังให้ดีนะ ข้าจะบอกรายละเอียดของภารกิจให้ฟัง”อัลวิสหยุดพักก่อนจะพูดต่อว่า
“มีรายงานจากหน่วยลาดตระเวนว่ามีพวกแมลงนำโดยเวิร์มบั๊กปรากฏขึ้นแล้วมาทำลายระบบนิเวศแถวๆทะเลสาบให้พวกเราทำการกวาดล้างพวกมันให้สิ้น”อัลวิสพูดซึ่งกิ้งก่าทั้งสามตัวจดเล็กเชอร์กันอย่างขะมักเขม้น
“นี่เป็นภารกิจแรกส่วนภารกิจที่สองคือกำจัดแมลงโบราณ(Ancient Bug)ที่ออกมาทำลายหมู่บ้านทางตอนเหนือของเมืองแสงให้สิ้นไป”อัลวิสพูดจบก็มองไปทางฟิวเจอร์ที่นอนหลับโดยใช้ตักเมอร์ซี่หนุนแทนหมอนกำลังหลับอย่างเป็นสุข

“เอ่อเมอร์ซี่ เพราะงานนี้เจ้าจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกิ้งก่าหน่วยอัลฟ่า ยินดีด้วยนะ”อัลวิสยิ้มเพียงชั่วขณะก่อนจะหยิบหนังสือเล่มเล็กๆขึ้นมาอ่านต่อแต่อยู่ดีเกวียนก็หยุดลงอย่างกะทันหันทำให้ร่างของวิสล้มมาทับอัลวิสล้มทันที
“วี เสลธพวกนายหยุดรถทำไม”อัลวิสรีบลุกขึ้นอย่างหัวเสียใบหน้าสีดำขึ้นสีแดงอ่อนๆ
“อะ...อัลวิสออกมาดูนี่เร็ว”เสียงของกิ้งก่าเสลธกล่าวออกมาอย่างตกใจ
“มีอะไรอีก....”อัลวิสโพล่หน้าออกไปถึงกับชะงักเพราะภาพที่เห็นคือ
ภาพของซากแมลงปอขนาดใหญ่มากๆประมาณเกือบเท่าเกวียนในสภาพที่ปีกขาด ขาขาด หางขาด หัวแบะ สมองไหลและติ้ดดดดดดดดดด(เซ็นเซอร์)

“ฝีมือ....ใครกัน”อัลวิสพูดออกมาด้วยความช็อคถึงเขาจะเคยผ่านการสังหารและเคยเห็นซากศพมามากมายแต่เจอแบบนี้ก็ทำเอาช็อคเหมือนกัน
“พวกมันเหมือนสกายบั๊กว่ามั้ย”เสลธออกความเห็นหลังจากสังเกตดูซากพวกนั้น
“พวกมันคือแมลงปอข้าเคยอ่านบันทึกของชนเผ่าไร้หางที่ล่มสลายไปมีเจ้าตัวแบบนี้ในหนังสือแต่มันเขียนว่า”สูญพันธุ์ไปเรียบร้อย”น่ะ”อัลวิสอธิบายให้ทั้งสองเข้าใจ

“เดินทางกันต่อเถอะ เราต้องถึงที่หมายก่อนเที่ยงนะ”วีเตือนก่อนพยายามไม่สนใจซากแสนสยองพวกนั้นและเดินทางต่อ
“รถหยุดทำไมเหรอครับพี่/อัลวิส”ปินัทกับดาเนะหันมาถามอัลวิสที่เดินเข้ามานั่งในเกวียน
“พอดี ไอ้บ้าวีอยากแกล้งข้าน่ะไม่มีอะไรหรอก”อัลวิสบอกปัดไปเพราะเขาไม่อยากให้พวกที่ไม่ชินกับการต่อสู้ซากศพมาเห็นภาพแบบนั้นล่ะก็รับรองได้ว่าเป็นลมแน่นอน

“งั้นเหรอ”ดาเนะพูดก่อนจะเอนตัวลงนอนพักต่ออย่างไม่ใส่ใจ
“ทำอะไรอยู่เหรอเมอร์ซี่”อัลวิสซึ่งมองเห็นเมอร์ซี่กำลังทำอะไรสักอย่างอยู่ตั้งแต่รถหยุดแล้ว
“ก็ฝึกวาดรูปของตัวอื่นแบบเผ่ามนุษย์อยู่ครับ”เมอร์ซี่ยิ้มให้ก่อนจะมองภาพที่ตนวาดอีกครั้งก่อนจะยิ้มออกมา
“วาดสวยดีนี่ รูปนี้ฟิวเจอร์ใช่ไหม”อัลวิสถามหลังมองภาพวาดที่ใช้เทคนิคสีขาวออกน้ำตาลเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณ 10 ขวบไว้ผมสีขาวถูกมัดเป็นหางม้ายาวลงมาจนถึงกลางหลังในชุดนอนสีขาวที่น่ารักจนกิ้งก่าสีดำอดยิ้มออกมาไม่ได้
Image
ภาพประกอบ

“เหมือนฟิวเจอร์จะชอบเจ้ามากเลยนะเมอร์ซี่”อัลวิสพูดยิ้มๆก่อนเอื้อมมือไปลูบหัวฟิวเจอร์ซึ่งยังอยู่ในชุดนอนสีขาวกำลังหลับสนิทโดยใช้ตักเมอร์ซี่หนุนแทนหมอน
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”เมอร์ซี่รับคำเขินๆ
“จะว่าไป เจ้าเด็กนี่ก็น่าสงสารเหมือนกันนะ”อัลวิสพูดก่อนจะนั่งลงข้างๆเมอร์ซี่แล้วพูดต่อ
“เจ้าเด็กนี่ไม่มีความทรงจำตั้งแต่เกิดจนถึง 9 ขวบเลย และเจ้าหนูนี่ก็ขี้เหงามากเพราะเขาเหมือนจะเป็นเด็กกำพร้า รู้มั้ยสิ่งที่เขาพูดกับข้าในวันที่เขามาสอบสัมภาษณ์ของหน่วยอัลฟ่า”

“ถึงว่าฟิวเจอร์ถึงไม่เหมือนกิ้งก่าเด็กทั่วไป”เมอร์ซี่พูดก่อนจะถามต่อว่า
“เขาพูดอะไรเหรอครับ”อัลวิสยิ้มก่อนจะตอบคำถามของเมอร์ซี่
“เจ้าเด็กนี่บอกว่า”ผมไม่รู้อะไรที่ทำให้ผมมาอยู่ตรงนี้ แต่สิ่งที่ผมอยากได้คือ หางที่ไม่สนใจความแตกต่างของผม
ซึ่งพี่ก็เป็นตัวแรกเลยที่ไม่ท้วงไม่พูดอะไรเกี่ยวกับสีตัวของผม พี่ไม่ได้แบ่งแยกอะไรเลยผมดีใจจริงๆผมไปก่อนนะครับถ้าผมสอบผ่านคงได้เจอกันอีก”ประโยคนี้แหละ ที่ข้ามองเห็นความเดียวดายในน้ำเสียงและแววตาของเจ้าหนูได้อย่างชัดเจน”

“แต่ว่าผมแค่เห็นฟิวเจอร์เป็นรุ่นน้อง อย่างที่ควรจะเป็นเท่านั้นเองนะครับ”เมอร์ซี่ตกใจกับอดีตของฟิวเจอร์ร้องออกมา
“ไม่ต้องถ่อมตัวหรอกเมอร์ซี่ เจ้ามีสิ่งที่กิ้งก่าธรรมดาไม่มีคือ พลังใจที่แข็งแกร่ง มันเป็นสิ่งที่จะพลักดันหางรอบข้างให้เดินหน้าถึงแม้ เจ้าจะไม่เคยชนะใครในการPVPเลยแต่เจ้าน่ะมีพลังในการชนะใจตัวอื่นได้ จงจำไว้นะว่า ”พลังกายไม่สามารถพิชิตทุกอย่างได้ หากแต่พลังใจคือกำลังที่สำคัญที่สุด”เก็บความคิดนี่ไว้ ไอ้น้องแล้วจะแข็งแกร่งขึ้นได้ เอ้านี่ของขวัญที่เจ้าเข้าหน่วยอัลฟ่าได้”พูดจบกิ้งก่าสีดำก็โยนพู่กันด้ามสีน้ำตาลขนพู่กันสีขาวให้ก่อนจะเดินถอยไปอ่านหนังสือต่อซึ่งกิ้งก่าสีเหลืองก็รับไว้อย่างตกตะลึงพร้อมคิดว่า
“เราไม่เคยคิดเลยว่าจะได้รับคำชมจากเขา รุ่นพี่อัลวิสภายนอกดูเป็นกิ้งก่าที่ดูดุและเข้มงวดขนาดเราเองยังกลัว ไม่น่าเชื่อว่าภายนอกที่น่าเกรงขามนั้น ภายในจะเป็นคนที่อ่อนโยนไมคิดถึงแต่ตัวเอง”
“เราให้พวกมูโป้พักกันก่อน พวกนายก็ออกมาสูดอากาศก่อนสิ”เสียงของวีที่มุดเข้ามาในเกวียนก่อนที่เกวียนจะหยุดลงที่ทะเลสาบอันงดงามโดยคณะเดินทางไม่รู้เลยว่ามีสายตานักฆ่าจ้องมายังพวกเขาเลยแม้แต่น้อย

Author:  SupakornNoMercy [ Sun Jul 03, 2011 5:01 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ไม่อยากมาโพสขั้นตอนเลยแฮะ ว่างๆจะเข้ามาอ่านเรื่อยๆน้า~ =w=

moruru wrote:
จงจำไว้นะว่า "พลังกายไม่สามารถพิชิตทุกอย่างได้ หากแต่พลังใจคือกำลังที่สำคัญที่สุด"

น่ารักง่ะ =w=

แต่เดี๋ยวก่อน... แมลงปอมาจากไหนฟร่ะ!!!

//โดนตบ

Author:  kimchoong666 [ Sun Jul 03, 2011 9:11 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ถ้าจะแต่งเกี่ยวกับ Rest Area ก็ขอแจมด้วยละกัน
ผม ก่าหลบหลีกคุง (ส่วนใหญ่จะโดนเรียกว่าหลบหลีก) ก็หลบหลีกสมชื่อนะครับ
แต่ก็ไม่มาอ่านบ่อยนะคับ เพราะผมไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องยาว ยาววววววววววววว -3-
( อยากดังม้างงงงง 5555 - - )

Author:  moruru [ Mon Jul 04, 2011 8:28 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

moruru wrote:


“มีรายงานจากหน่วยลาดตระเวนว่ามีพวกแมลงนำโดยเวิร์มบั๊กปรากฏขึ้นแล้วมาทำลายระบบนิเวศแถวๆทะเลสาบให้พวกเราทำการกวาดล้างพวกมันให้สิ้น”อัลวิสพูดซึ่งกิ้งก่าทั้งสามตัวจดเล็กเชอร์กันอย่างขะมักเขม้น


แก้เนื้อหาภายในตอนเล็กน้อย
kimchoong666 wrote:
ถ้าจะแต่งเกี่ยวกับ Rest Area ก็ขอแจมด้วยละกัน
ผม ก่าหลบหลีกคุง (ส่วนใหญ่จะโดนเรียกว่าหลบหลีก) ก็หลบหลีกสมชื่อนะครับ
แต่ก็ไม่มาอ่านบ่อยนะคับ เพราะผมไม่ค่อยชอบอ่านเรื่องยาว ยาววววววววววววว -3-
( อยากดังม้างงงงง 5555 - - )

รับตัวละครไว้แล้วแต่อาจจะได้ออกช้าหน่อยนะขอรับ

Author:  kuggivta [ Wed Jul 06, 2011 11:16 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

เรื่องเก่าอย่าลืมทำมั้งนะ= w=

Page 2 of 7 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/