BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 18
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028
Page 3 of 7

Author:  moruru [ Wed Jul 06, 2011 4:02 pm ]
Post subject:  Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่ 6

ตอนที่ 6 Mission 1 Complete
“อือๆ”ฟิวเจอร์ซึ่งเริ่มได้สติค่อยๆลืมตาขึ้น
“ตื่นแล้วเหรอ ฟิวเจอร์”เสียงของเมอร์ซี่พูดอย่างอบอุ่นทำเอาเจ้าตัวตาสว่างทันทีพบว่าในเกวียนมีเพียงเขาและพี่เมอร์ซี่เท่านั้นตัวอื่นไม่รู้ออกไปไหน
“พะ...พี่เมอร์ซี่”ร่างนั้นลุกขึ้นทันทีด้วยใบหน้าแดงซ่านก่อนจะพูดว่า
“ขะ...ขอโทษครับผมนี่ไม่ไหวเลยต้องมาเป็นภาระให้พี่อีกแล้ว”ฟิวเจอร์พูดตะกุกตะกักด้วยใบหน้าที่ยังขึ้นสีอยู่ผมสีขาวที่มัดเอาไว้สยายลงกลางหลัง

“ไม่เป็นไรหรอกว่าแต่จะให้พี่ผูกผมให้ไหมน่ะที่มัดผมมันหลุดแล้วนะ”เมอร์ซี่พูดส่ายหน้าในเชิงว่าไม่เป็นไรก่อนจะชี้ไปที่ผมที่สยายลงกลางหลังของฟิวเจอร์
“ไม่เป็นไรครับเดี๋ยวผมค่อยผูกเองตอนเปลี่ยนชุดครับ”ฟิวเจอร์พูดเขินๆ
“งั้นพี่ไปรอข้างนอกนะ”เมอร์ซี่เดินออกนอกเกวียนไป

“ไงปินัท”เมอร์ซี่ทักเพื่อนของตนที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดอะไรสักอย่างอยู่
“เมอร์ซี่ นายเชื่อเรื่องยมทูตไหม”ปินัทหันมาถามเพื่อนของตน
“ถามว่าเราเชื่อไหม เราเชื่อนะ”เมอร์ซี่ยิ้มก่อนจะเดินไปยังสะพานเพื่อมองดูทะเลสาบให้ชัดๆ

“พี่ดาเนะทำอาหารเป็นด้วยเหรอครับ”เสียงของวิสดังขึ้นขณะกำลังก่อกองไฟเตรียมทำอาหารเที่ยงกันอยู่
“อืม ก็เคยลองทำอยู่บ้างน่ะ แล้วนายทำอาหารบ่อยเหรอ”ดาเนะที่กำลังใส่ฟืนตอบพร้อมรอยยิ้มบางๆประจำตัว
“ครับ ทำให้พี่กินเป็นประจำน่ะครับ”วิสตอบยิ้มๆส่วนอัลวิสสะดุ้งที่ถูกน้องของตนกล่าวถึง
“พี่น่ะ มีฝีมือในการทำอาหารเข้าขั้นหายนะเลยล่ะครับ”วิสพูดก่อนจะยิ้มแหยๆพลางนึกไปถึงอาหารที่ทำเอาเขาเกือบตายมาแล้ว
“ข้าได้ยินนะ ไอ้เข้าขั้นหายนะนั่นหมายความว่าไงไม่ทราบ”อัลวิสโวยวายขึ้นมาด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
“แล้วนอกจากทำอาหาร นายทำอะไรได้บ้างล่ะ”ดาเนะถามต่อพลางเติมฝืนให้ไฟแรงขึ้น

“ที่ผมทำได้นอกจากทำอาหารเหรอครับ ก็มีใช้เวทรักษา ทำงานบ้าน ทำงานเอกสารขั้นพื้นฐาน ใช้เวทเสริมพลัง ใช้เวทโจมตีพื้นฐาน ซ่อมแซมอาวุธ ซ่อมแซมเสื้อผ้า เขียนบทความ ยิงธนูแค่นี้เองครับ”วิสพูดยิ้มๆแต่กิ้งก่าตัวอื่นนอกจากอัลวิสนั้นอ้าปากค้างส่วนวีนั้นคิดในใจว่า”สมแล้วที่หางในหน่วยอัลฟ่าตั้งฉายาให้ว่ามือขวาของปิศาจ
“ก็พี่บอกให้ฝึกไว้เป็นประจำ แล้วบอกว่าเพื่อต้องใช้น่ะครับ ส่วนพวกงานบ้านเพราะพี่ไม่ค่อยอยู่บ้าน ก็เลยทำเป็นประจำจนชำนาญไปแล้วล่ะครับ”วิสยิ้มส่วนตัวอื่นมองไปทางอัลวิสพร้อมคิดว่า”ไอ้บ้านี่มันฝึกน้องของมันยังไงกันแน่ ถึงได้เก่งรอบด้านแบบนี้”

“มองอะไร ว่าแต่วิสรีบย่างเนื้อเถอะพี่หิวจะตายอยู่แล้ว”อัลวิสบ่นก่อนจะอ่านหนังสือในมือต่อแบบไม่สนใจโลกภายนอกเลย
“คร้าบๆ”วิสรับคำก่อนจะเดินไปหยิบเขียงพร้อมเนื้อและเครื่องเทศอีกประมาณ 2-3กระปุกมาแล้วก็สวมผ้ากันเปื้อนสีขาวแลดูน่ารักเป็นที่สุดแล้ววิสก็เริ่มลงมือทำอาหาร

ทางด้านฟิวเจอร์ที่อยู่ในเกวียนที่พึ่งเปลี่ยนชุดเสร็จ
“ฟิวเจอร์ๆ”เสียงของกิ้งก่าสีแดงตัวเดียวในคณะโพล่มาในเกวียนก่อนจะเรียกกิ้งก่าสีเทาที่กำลังผูกผมของตนอยู่
“มีอะไรเหรอทาลัส”ฟิวเจอร์หันมามองกิ้งก่าสีแดงในทันที
“ว่าแต่ นายน่ะจะติดใจรุ่นพี่เมอร์ซี่นักหนาเนี่ย”ทาลัสพูดพร้อมกระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์เป็นที่สุด
“ก็แค่ อยากมีรุ่นพี่ใจดีมาเล่นด้วยก็แค่นั้นเอง”ฟิวเจอร์ตอบก่อนจะหันมามองทาลัสด้วยสายตาสงสัย
“แต่เราคิดว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นน้า”ทาลัสแซวซึ่งนั่นทำให้ฟิวเจอร์เริ่มตะกุกตะกักทันที

“มะ...หมายความว่าไงทาลัส เห็นเราเป็นกิ้งก่าแบบไหนกันแน่”ฟิวเจอร์พูดด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย
“แหมๆ ถ้าไม่มีอะไรแล้วทำไมพี่เขาถึงมาหาแต่เช้าล่ะจ๊ะ”ทาลัสยังแซวด้วยความเข้าใจผิดต่อ
“ไม่ใช่นะ เมื่อวานพี่เขาไม่สบาย เลยต้องมานอนพักที่ห้องเราก่อนนะ”ฟิวเจอร์พยายามแก้ความเข้าใจผิดด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีมากขึ้น
“แหมๆ งั้นเหรอแปลว่านอนด้วยกันงั้นสิ”ทาลัสเริ่มแซวต่ออย่างนึกสนุกก่อนจะยิ้มเชิงจินตนาการสูง

“นอนเตียงเดียวกันด้วยสินะ”ทาลัสพูดต่อทำให้ฟิวเจอร์นั้นแทบจะเปลี่ยนสีจากสีเทาเป็นสีแดงอยู่แล้ว
“โอ๊ะๆ ไม่ตอบสงสัยจะเป็นความจริงสินะอุโฮ๊ะๆ”ทาลัสแสยะยิ้ม
“ไม่ใช่นะ อย่าเข้าใจผิดสิทาลัส”ฟิวเจอร์พยายามแก้ตัวต่ออย่างน่ารักเป็นที่สุด
“เอาเถอะ เราไม่เห็นกับตา แต่เรื่องหนุนตักพี่เขาน่ะเราเห็นเต็มตาเลยนะ”ทาลัสแซวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะวิ่งหลบไพ่ที่ฟิวเจอร์ปาใส่จนต้องหนีไปนอกเกวียน

“เอาล่ะ เสร็จแล้วครับเนื้อย่างปรุงด้วยเครื่องเทศอย่างดีครับ”วิสพูดพร้อมแจกเนื้อย่างให้กับคณะเดินทางซึ่งดาเนะที่ลองชิมร้องออกมา“อร่อยมาก ขนาดคุณจามอนว่าอร่อยแล้วนะ วิสทำอร่อยกว่าซะอีกนะเนี่ย”
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ”วิสเกาหัวเขินๆ
“เอาล่ะ กินให้เสร็จๆจะได้เดินทางกันต่อ”อัลวิสพูดก่อนจะหยุดเมื่อเห็นกองทัพแมลงจำนวนมากได้แก่
สติงบั๊กประมาณ 30 ตัว ลีฟบั๊ก 10 ตัว และเวิร์มบั๊ก 1 ตัว

“เฮ้อ ข้าล่ะเบื่อจริงๆ ไอ้พวกแมลงบัดซบ”อัลวิสเน้นเสียงหนักตรงคำสุดท้ายก่อนจะกระโดดหายเข้าไปเกวียนสักพักหนึ่งก่อนจะออกมาพร้อมสายสะพายที่บรรจุกระสุนไว้จำนวนมากกับปืนรูปร่างประหลาดอันหนึ่ง
“อัลวิส นั่นมัน”วีกลืนน้ำลายด้วยความกลัวเพราะอาวุธที่อัลวิสถือมานั้นเขาเคยเห็นพวกตุ่นในหน่วยอัลฟ่าค้นคว้าวิจัยกันอยู่
“Gatling D 600อาวุธรุ่นทดลองของหน่วยวิจัยวิทยาการของชนเผ่าไร้หางซึ่งยังไม่มีการนำมาใช้จริง แต่ข้าขอทดสอบกับพวกแกหน่อยเถอะว่า อาวุธที่พวกตุ่นคุยนักคุยหนามันจะเจ๋งแค่ไหน”อัลวิสพูดพร้อมกับยิ้มเหี้ยมพร้อมรังสีอำมหิตที่รุนแรงแล้วพูดต่อว่า
“พวกแกน่ะมีความผิดหลายประการเยอะจนขี้เกียจพูดว่ะ แต่ที่ยกโทษให้ไม่ได้คือการมาขัดจังหวะการกินอาหารของน้องชายข้าและการชมทะเลสาบอันแสนงดงามนี้”พูดจบก็ดึงผ้าปิดตาออกแล้วพูดว่า “Eagle Eye”
พร้อมวงเวทประหลาดคล้ายตาของนกอินทรีปรากฏขึ้นที่ดวงตาข้างซ้ายพร้อมกับการตวาดของอัลวิสว่า

ลงนรกไปซะ”ก่อนที่กระสุนจำนวนนับไม่ท้วนจะพุ่งเข้าทำลายล้างฝูงแมลงอย่างน่ากลัวเป็นที่สุดกิ้งก่าทุกตัวแทบจะอ้าปากค้างโดยมีเสียงร้องโหยหวนของแมลงเป็นBGMได้อย่างน่าขนลุกเป็นที่สุด
“พี่ครับ ระวัง”วิสตะโกนเมื่อเห็นสติงบั๊กสีแดงที่หลุดรอดจากกระสุนเข้ามาหมายจะแทงเหล็กในจากด้านหลังแต่ทว่ากิ้งก่าหนุ่มย่อตัวลงก่อนจะเอาด้ามปืนฟาดใส่จนเจ้าแมลงตัวร้ายตกไปยังทะเลสาบร่างนั้นกระโดดเหนือสติงบั๊กก่อนจะเอาปืนจ่อแล้วพูดว่า”ไอ้แมลงบัดซบ กล้าลอบกัดพ่อแกเหรอ อยากตายนักใช่ไหม ได้ข้าจะทำให้แกสมหวังเอง”สิ้นเสียงปืนก็ยิงเป็นห่าฝนอีกครั้งพร้อมเสียงกรีดร้องอย่างน่าสงสาร

“เอาล่ะ จัดการเวิร์มบั๊กที่ยังไม่ตายดีกว่า”เสียงของทาลัสกับกิ้งก่าหน่วยSINตัวอื่น ที่ดูจะชินกับการกระทำของอัลวิสได้เร็วที่สุดต่างชักอาวุธเตรียมปะทะกับหนอนยักษ์
“เปรี้ยง”เสียงของเงาอะไรบางอย่างพุ่งกระแทกใส่ร่างของหนอนยักษ์จนถอยออกไป
“นี่มัน อะไรกัน”กิ้งก่าแทบทุกตัวยกเว้นอัลวิสอ้าปากค้างในทันทีส่วนอัลวิสทำหน้าเฉยๆเหมือนคิดอะไรอยู่สิ่งที่พวกเขาเห็นคือ ยูนิคอร์นขนสีดำราวกับรัตติกาลดวงตาสีแดงนั้นมองหนอนยักษ์ด้วยสายตาสมเพชกีบทั้งสี่ลุกเป็นไฟสีแดงดำบนหลังของมันมีร่างสวมชุดคลุมสีดำในมือมีง้าวขนาดใหญ่มีหางเป็นขดสีดำแสดงว่าเป็นเผ่ากิ้งก่า

“ตัวที่ 1000”กิ้งก่าปริศนาพูดก่อนจะตวัดง้าวโดยใช้มือข้างเดียวง้าวตัดผ่านร่างหนอนยักษ์ได้อย่างง่ายดายราวกับฟันหยวกกล้วย
“กรีสสสสสสสส”หนอนยักษ์ได้กรีดร้องเป็นครั้งสุดท้ายในชีวิตก่อนที่ร่างนั้นจะขาดเป็นสองท่อนและแน่นิ่งไป
“ยังแข็งแรงดีอยู่สินะครับ ท่านพี่”ร่างนั้นพูดก่อนจะกระโดดลงจากหลังม้า
“ก็เรื่อยๆแหละ ว่าแต่นายไม่ได้เจอกันนานมากแล้วนะเนี่ยเล่นเอาเกือบลืมเลย”อัลวิสตอบซึ่งทำให้ตอนนี้กิ้งก่าทุกตัวอ้าปากค้างอยู่อย่างงั้น

“นี่คงเป็นน้องของพี่ วิสใช่ไหม”ร่างนั้นดึงฮู้ดของเสื้อคลุมลงดวงตาสีอำพันจ้องมองวิสด้วยสายตาประเมินสักครู่
“น่ารักเหมือนที่ท่านพี่บอกเลยแหะ”ร่างนั้นลูบหัววิสด้วยความเอ็นดูทันทีก่อนจะยิ้มร่าส่วนวิสนั้นรู้สึกอบอุ่นเพราะมันคล้ายกับสัมผัสที่พี่ของเขาเคยมอบให้
“อัลวิส อธิบายมาเดี๋ยวนี้ว่านี่มันอะไรกันแน่”วีที่ได้สติจากอาการตะลึงสามครั้งซ้อนเป็นตัวตัวแรกรีบถามทันที

“ก็ได้ๆ เจ้านี่ชื่อ มิส อายุ 17 ปีพอดี ข้าถูกใจก็เลยสาบานเป็นพี่น้องกันก็แค่นั้นเอง”อัลวิสตอบแบบไม่ใส่ใจแต่กิ้งก่าแทบทุกตัวคิดในใจพร้อมกันว่า”ขอเหตุผลหน่อยสิ อะไรมันจะลิเกขนาดน้านนนนนนนน”
“สวัสดีครับทุกท่าน ผมชื่อ มิส ยินดีที่ได้รู้จักครับ”ร่างที่นั้นโค้งอย่างสุภาพผิดกับตอนที่โพล่มาลิบลับก่อนจะยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติ
“อะ...อืม”ทุกตัวยกเว้นอัลวิสรับคำพร้อมคิดในใจเหมือนกันว่า”หมอนี่มันเป็นพวกนักรบคลั่งแน่ๆ ที่เวลาปกติก็ดูน่ารักดีเหมือนชาวหางทั่วไปแต่พอเข้าสู่โหมดต่อสู้แล้วจะกลายเป็นปิศาจผู้คลั่งการต่อสู้ทั้งโหดเหี้ยมไร้ความปราณีและเก่งกาจจนน่ากลัวถ้าเป็นพวกเดียวกันก็วางใจได้อยู่หรอกแต่ถ้าเผลอไปเป็นศัตรูด้วยได้มีหวังขนลุกเกรียวแน่”

แต่จะยังไงก็ตามตอนนี้ Mission 1 Complete

แนะนำตัวละครท้ายรายการ
Image
ชื่อ อัลวิส
เผ่า : กิ้งก่า
เพศ : ชาย
อายุ:20
ที่อยู่ปัจจุบัน :เมืองแสง
ประวัติความเป็นมา
เป็นกิ้งก่าที่เคยเป็นหัวหน้ากองทหารองค์รักษ์ของวิหารเงามาก่อนแต่ไม่มีใครรู้แต่ด้วยเหตุบางอย่างเขาจึงลาออกมาทำงานเป็นรองหัวหน้าหน่วยกิ้งก่านักธนูประจำเมืองแสงควบตำแหน่งจตุรเทพแห่งRest Areaเป็นผู้จัดงานงานเอกสารหลักๆของRest Areaมีน้องชายแท้ๆอยู่ 1 ตัวเขาัรักน้องชายของเขามากๆ(แต่ไม่วายนะจ๊ะอย่าได้คิดลึก)แต่เขามักแสดงออกอย่าง
ครุมครือต่อหน้าคนอื่นเสมอตัวของเขานั้นมีความลับมากมายซึ่งไม่มีตัวไหนในRest Area ทราบเลยและมีปีกของมังกรกลางหลังซึ่งมีเพียงวีที่รู้ถึงการมีอยู่ของปีกอันนี้

นิสัย: ชอบการต่อสู้การรบมีความสามารถในการวางแผนขั้นสูงแต่ถ้าเข้าสู่โหมดบ้าดีเดือดแล้วจะสู้อย่างเดียวไม่สนแผนการและปากไม่ตรงกับใจเสมอและแสดงความรู้สึกแบบครุมครือทำเหมือนตนเข้มแข็งอยู่ตลอดเวลาเก็บความรู้สึกหวาดกลัวและโดดเดี่ยวไว้ในใจของตนตลอดมา

สิ่งที่ชอบ : การต้อสู้ การรบและการเห็นน้องชายของตนแสดงความเป็นเด็กออกมาบ้าง(ตามสมควร)
สิ่งที่ไม่ชอบ : อาหารรสเผ็ด ศัตรูของน้องชายและการทำอาหาร(ฝีมือเข้าขั้นหายนะ)
คนแต่งกับตัวละครตัวนี้
อัลวิสนี้เป็นตัวละครกิ้งก่าตัวแรกที่ผมสร้างเลยแล้วยอมรับว่าสร้างได้แหวกแนวชาวบ้านมากโดยปกติกิ้งก่าในสายตาของคนทั่วไปมองว่าใช้ธนูเป็นอย่างเดียวแต่สำหรับอัลวิสนั้นไม่ใช่เลยเขาเก่งการต่อสู้แทบทุกศาสตร์เลยทีเดียวเหมือนจะไม่เก่งอยู่สองเรื่องคือ 1.เรื่องความรัก 2. เรื่องการทำอาหาร
หลายคนคงคิดว่าแต่งเวอร์ไปรึเปล่าสำหรับผมแล้วมันไม่เวอร์เลยหากเทียบกับตัวละครหลังที่ผมสร้างขึ้นโดยลักษณะยิสัยก็เป็นพี่ชายแสนดีในเงามืดเพราะไม่ค่อยจะแสดงออกมาให้ใครเห็นหมอนี่จะดูน่ารักเวลาเก๊กหลุดหรือเวลาเป็นโหมดพี่ชายแสนดี
แล้วหลายคนคงคิดอีกว่าตัวละครมันลึกลับเกินไปรึเปล่าสำหรับผมมันเป็นเรื่องสนุกที่จะแต่งให้ตัวละครนั้นเต็มไปด้วยความลับซึ่งนั่นจะทำให้ตัวละครนั้นน่าติดตามและบางทีมันจะทำให้ตัวละครนั้นมีเสน่ห์มากขึ้น
ขอจบการแนะนำตัวละครท้ายรายการแค่นี้ตอนต่อไปจะเอามาฝากอีกครับ :D

Author:  pitinata [ Wed Jul 06, 2011 9:57 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

ขอโทษนะครับ อยากจะบอกว่า

หัวกระทู้ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นตอนที่6เลยครับ

มาเตือนนะครับ เดี๋ยวคนจะไม่รู้ว่ามีตอนใหม่มาแล้ว :mrgreen:

ปล.ยังไม่มีเวลาอ่านเล๊ย T T

Author:  moruru [ Thu Jul 07, 2011 6:25 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

pitinata wrote:
ขอโทษนะครับ อยากจะบอกว่า

หัวกระทู้ยังไม่ได้เปลี่ยนเป็นตอนที่6เลยครับ

มาเตือนนะครับ เดี๋ยวคนจะไม่รู้ว่ามีตอนใหม่มาแล้ว :mrgreen:

ปล.ยังไม่มีเวลาอ่านเล๊ย T T

ขอบใจมากครับพักนี้หลงๆลืมๆอะไรบ่อยจังเลย :oops:

Author:  moruru [ Fri Jul 15, 2011 7:17 am ]
Post subject:  Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่ 7

ขอโทษทีที่หายไปนานพักนี้การบ้านเยอะเวอร์เลยไม่ค่อยมีเวลาทำเท่าไหร่
ตอนที่ 7 First Night of the journey

“เฮ้อ ถึงสักที”เสียงของวีพูดหลังเดินทางกันแบบนันสตอปมาถึงเขตน้ำตกใจกลางป่าได้หลังต้องนั่งเก็บกวาดซากแมลงพวกนั้นและก็เสียเวลากินข้าวอีกไม่พอต้องมาเสียเวลาปรับความเข้าใจกับบางตัวอีกเลยต้องมาพักกลางป่าแบบนี้
“เอาล่ะก่อกองไฟแล้วรีบกางเต็นท์ก่อนมันจะมืดเถอะ”อัลวิสพูดก่อนจะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มแสดงว่าเย็นแล้ว
“อืม”วีรับคำก่อนคณะเดินทางจะเริ่มเอาอุปกรณ์ออกมากางเต็นท์

“เต็นท์มีสี่อัน จะแบ่งกันยังไงล่ะ”วีพูดหลังจากทุกตัวช่วยกันกางแล้วแบ่งเป็นสี่เต็นท์ 4 ขนาดได้แก่ เต็นท์ใหญ่สุดสำหรับนอนหกตัว เต็นท์สำหรับนอนสามตัวและสำหรับสองและ1ตัวตามลำดับ
“งั้นพวกหน่วยSINกับเมอร์ซี่ ปินัทนอนเต็นท์สำหรับหกตัวแล้วกัน”อัลวิสแบ่งกลุ่มซึ่งไม่มีการโต้แย้งแต่อย่างไร
“ดีใจล่ะสิได้นอนกับพี่....”ทาลัสที่อ้าปากกแซวถูกฟิวเจอร์ปาไพ่ใบหนึ่งใส่ก่อนมันจะกลายเป็นเหรียญขนาดใหญ่เท่ากับหัวของทาลัสพอดีเล่นเอากิ้งก่าปากเสียงถึงกับลงไปกองกับพื้น

“ทาลัส”เนบิวลาร้องออกมาส่วนฟิวเจอร์เดินเข้าเต็นท์ไปด้วยใบหน้าขึ้นสีร้อนถึงเพรทเทอร์ต้องเดินมาหิ้วปีกทาลัสเข้าไปในเต็นท์แล้วจัดที่นอนภายในได้ดังนี้
Image

หลังจากจัดที่นอนเรียบร้อยแล้วพวกเด็กๆก็หลับไปอย่างรวดเร็ว
“ถึงจะทำตัวเป็นผู้ใหญ่ยังไง ก็ยังเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ”ปินัทพูดจะหันไปคุยกับเมอร์ซี่
“นี่รู้มั้ยที่เราถามเรื่องยมทูต เพราะเราเจอผีกับยมทูตเมื่อคืนอะ”ปินัทพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆสีตัวค่อยซีดลง
“จริงเหรอ แล้วหน้าตาเป็นไงบ้าง”แทนที่จะหัวเราะแต่เมอร์ซี่กลับถามด้วยความสนใจแทน
“เราก็เห็นไม่ชัดหรอกนะ ที่เห็นก็สวมชุดคลุมสีดำยาวมีฮู้ดถือเคียวสีดำมีปีกนกสีดำกลางหลังสามคู่ แล้วมีหางเหมือนจะเป็นของกิ้งก่าแบบพวกเราด้วยอะ”ปินัทพูดด้วยสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะพูดต่อว่า

“นึกถึงตอนนั้นแล้วนอนไม่หลับเลยแหะ”ก่อนที่ทั้งสองจะต้องหรี่ตาลงเพราะได้ยินเสียงบางอย่างมาจากข้างนอก
“ไปดูกันมั้ยเมอร์ซี่”ปินัทหันมาถามพลางลุกขึ้นเตรียมเดินออกไปจากเต็นท์
“อืม ก็ดีเราก็นอนไม่หลับเหมือนกัน”เมอร์ซี่พูดก่อนจะเดินตามปินัทออกไป
พอทั้งสองออกไปก็พบกันรุ่นพี่ทั้งสี่ วิสและมิสนั่งล้อมวงกันทำอะไรสักอย่างอยู่พอได้ยินบทสนทนาของรุ่นพี่ทั้งสองแทบลมจับ

“แน่ใจนะท่านทั้งหลาย จะเล่นกับข้าคิดให้ดีซะก่อน ไม่อย่างงั้นชีวาจะหาไม่ ว่าแล้วก็ลงเพิ่มอีก 1000 Gil”
อัลวิสพูดพลางลงเงินเพิ่มอีกซึ่งตอนนี้เงินกองอยู่ประมาณเกือบหมื่นGilเข้าไปแล้ว
“คิดว่าข้ากลัวเจ้าเหรออัลวิส ข้าลงเพิ่มอีก 500 Gil”สิ้นคำกิ้งก่าสีดำนามเสลธก็วางเงินจำนวนหนึ่งลงกลางวงอย่างไม่ยี่ระเลยแม้น้อย

“ผมหมอบแล้วกันครับ”วิสหมอบพลางยิ้มร่าเพราะตนไม่ได้เอาเงินไปลงไว้ในกองกลางมากจึงไม่อยากเสี่ยงกับหน้าไพ่ของตัวอื่น
“อือหือ ท่าไม่ดี งั้นพวกเราหมอบแล้วกัน”วีกับดาเนะพูดพลางหมอบไพ่ลงพร้อมกันเพราะแต้มของไพ่นั้นแย่ชนิดคำนวณยังไงก็แพ้
“หมอบไปสามแล้วนะ อัลวิสถ้าเป็นตอนนี้ข้ายังอะลุ่มอล่วยให้ได้นะ”เสลธพูดพลางสะบัดไพ่ในมือไปมาเป็นการขู่
“เฮอะ ข้าไม่กลัวนายหรอก”อัลวิสพูดพลางยิ้มเย็นที่ทำเอาตัวอื่นทำหน้าขนลุกเพราะเงินกองกลางที่สองตัวนี้ดวนกันมันมากกว่า10,000 Gilเข้าไปแล้ว

“งั้นนายต้องเจอนี่ ของข้าฟูลเฮาส์”เสลธสะบัดไพ่ในมือลงซึ่งประกอบไปด้วย 8 สามตัวและ 3 อีกสองตัวคะแนนที่สูงลิบทำเอาสามตัวที่หมอบเป่าปากอย่างโล่งอกและคิดในใจว่าคิดถูกแล้วที่หมอบ
“เหอะแค่นี้ทำมาคุย ของข้าสเตรทฟลัช “อัลวิสสะบัดไพ่ในมือลงซึ่งประกอบด้วยแต้ม 3-7รูปหัวใจสีแดง
“เฮ้ย สเตรทฟลัช”เสลธร้องออกมาส่วนอัลวิสหัวเราะร่าก่อนจะตอกย้ำไปอีกว่า
“โหย เกือบตั้ง 20,000Gilจบตานี้ข้าไปพักร้อนชายทะเลได้เป็นเดือนเลยนะเนี่ย”
แต่ยังไม่ทันร่าเริงได้เกิน10 วินาทีมิสหางที่เงียบมาตลอดก็ยื่นมือมาสะกิดบ่าของพี่ร่วมสาบานก่อนจะส่ายหน้าแล้ววางไพ่ในมือลงอย่างใจเย็นแต่แต้มที่ออกมานั้นทำเอาทั้งวงอ้าปากเหวอทันที

“รอยัลสเตรทฟลัช”ทั้งวงอุทานออกมาก่อนที่มิสจะโกยเงินทั้งหมดเข้าตัวในทันที
“นี่ใช่พวกรุ่นพี่แน่ๆเหรอ เมอร์ซี่ตอบเราหน่อยสิ”ปินัทที่มองภาพทั้งหมดมาตั้งแต่ต้นพูดพลางอ้าปากค้าง
“..............”ไร้คำตอบเพราะเมอร์ซี่ช็อคไปแล้ว
“งั้นเราไปนอนก่อนนะ”เมอร์ซี่ที่ได้สติรีบชิ่งทันทีโดยปล่อยให้ปินัทแอบดูต่อไป

“ว้า ข้าแพ้จนได้”เสลธพูดเซ็งๆส่วนอัลวิสนั้นถอนหายใจออกมาทางดาเนะกับวิสนั้นเป่าปากอย่างโล่งอก
ที่ตนคิดถูกแล้วที่หมอบ
“ง่วงแล้วเหรอ ดาเนะ”เสลธหันไปพูดกับดาเนะซึ่งสัปหงกพร้อมจะฟุบไปได้ตลอดเวลาแต่ยังฝืนอยู่
“ไม่เป็นไรเรายัง.....”ดาเนะพยายามบอกปัดแต่ว่าหางนั้นสั่นอันแสดงว่าดาเนะกำลังโกหกหรือปิดบังอะไรบางอย่างซึ่งเสลธที่เห็นนั้นแทรกขึ้นมาทันทีว่า”ไปนอนเลยถ้าง่วงน่ะ ข้าไม่ไปไหนหรอก”
“งั้นเราไปนอนก่อนนะ”ดาเนะเดินเข้าไปในเต็นท์ก่อนล้มตัวนอนแบบหัวถึงหมอนหลับในทันที

“เฮ้อ ว่าแต่นายมาทำอะไรแถวนี้เหรอมิส”อัลวิสถามน้องชายร่วมสาบานที่กำลังนั่งนับเงินอยู่
“พอดี ผมมีงานมาเชือดพวกสวะน่ะครับ ผมจัดการไปแล้วเลยมาเดินเที่ยวแถวทะเลสาบน่ะครับ”มิสตอบพลางนับเงินไปด้วย
“ยะ..อย่าบอกนะว่า ไอ้ซากสุดแสนสยองที่ขวางถนนนั่นคือ ฝีมือนายน่ะ”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงตกใจเล็กน้อย
“ครับพวกมันมากินเสบียงผมซะเกลี้ยงเลย ก็เลยฉุนขาดไปหน่อย”มิสพูดพลางเกาหัวอย่างน่ารักแต่คำพูดทำเอากิ้งก่าผู้ฟังทั้งสามอ้าปากค้างส่วนอีกตัวทำหน้างงเพราะไม่ค่อยเข้าใจสิ่งที่พวกเขากำลังคุยกัน
“ไอ้ซากนั่นมันประมาณสิบกว่าตัวได้ นี่นายเชือดไอ้สิบกว่าตัวนั่นด้วยตัวคนเดียวโดยไม่มีแผลเลยเหรอเนี่ย แถมพูดอย่างกับมันเป็นเรื่องธรรมดาสามัญงั้นแหละ”ทั้งสามตัวอันได้แก่วี เสลธและอัลวิสคิดในใจ

“ดึกมากแล้ว ไปนอนกันเถอะ”อัลวิสลุกขึ้นตัดบทก่อนจะเดินออกไปทุกตัวก็แยกย้ายกันส่วนปินัทที่แอบดูก็นั่งสัปหงกหลับอยู่แถวๆนั้น
“เอาล่ะ นอนกันดีกกว่า”อัลวิสในชุดนอนสีขาวพูดกับวิสที่อยู่ในชุดนอนสีฟ้าอ่อนก่อนจะล้มตัวนอนทันที
“ครับพี่”วิสรับคำยิ้มๆก่อนล้มตัวนอนตามผู้เป็นพี่

กลางดึกคืนนั้น
“อึดอัดชะมัด”นั่นคือความคิดของอัลวิสที่ตื่นขึ้นมากลางดึกซึ่งกระดุมเสื้อของเขานั้นหลุดหมดเผยให้เห็นแผงอกกว้างของกิ้งก่าสุขภาพดีพอเขาลืมตาขึ้นก็เห็นมือของกิ้งก่าสีดำซึ่งเขาแน่ใจว่าไม่ใช่ของเขาแน่พอเขาเลื่อนระดับสายตาลงมาสักนิดเขาก็เห็นใบหน้าของวิสที่หลับอย่างเป็นสุขโดยใช้หน้าอกของเขาหนุนแทนหมอนส่วนมือนั้นโอบกอดเขาไว้เหมือนกอดหมอนข้างซึ่งนั่นทำให้กิ้งก่าสีดำหน้าขึ้นสีจัดในทันทีก่อนจะคิดในใจว่า

“ไอ้น้องบ้านี่ ก็รู้นะว่าขี้อ้อนแต่ไม่เห็นต้องมากอดกันเลยนี่ ข้าจะทำยังไงดีจะปลุกก็ไม่ได้ แต่ถ้าเจ้าพวกนั้นมาเห็นก็ไม่ได้ แล้วทำไมข้าต้องหน้าแดงด้วยนะ(คนแต่ง:คิดอะไรป่าวอัลวิส)หุบปากไปไอ้คนแต่ง อยากตายไหม”อัลวิสครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะนอนหลับไป

“ไม่ไหวเลย มานอนแถวนี้เดี๋ยวก็เป็นหวัดหรอก”มิสพูดก่อนจะใช้เวทเรียกผ้าห่มผืนหนึ่งมาก่อนจะใช้มันคลุมร่างของกิ้งก่าที่สีเหลืองนามปินัทที่หลับอยู่ข้างนอกก่าอนจะหยิบหมอนมารองหัวเพื่อให้นอนได้สบายขึ้น

“เฮ้อ เราก็นอนไม่หลับอยู่ดี....”เมอร์ซี่ที่นอนอยู่ต้องหยุดคิดทันทีที่มองไปทางฟิวเจอร์เพราะร่างของกิ้งก่าน้อยแปรเปลี่ยนไปเป็นกิ้งก่าสีเทาผมยาวลงมาจนเกือบถึงหางกำลังหลับอย่างเป็นสุขโดยหนุนแขนของเขาแทนหมอยที่น่าตกใจกว่าคือด้านหลังของเขามีปีกเทพสีขาวอมฟ้าซึ่งเมอร์วี่แอบเอื้อมมือไปจับทำให้ขนนกสีฟ้าหลุดติดมือมาก่อนที่เขาจะขยี้ตาอีกครั้งภาพที่เห็นก็กลับเป็นฟิวเจอร์กิ้งก่าน้อยที่กำลังกระสับกระส่ายทำเอาเมอร์ซี่มองด้วยสายตาตกใจเล็กน้อยก่อนจะยื่นมือไปโอบกิ้งก่าน้อยซึ่งพออยู่ในอ้อมกอดฟิวเจอร์ก็หยุดกระสับกระส่ายก๋อนจะนอนหลับไปโดยไม่ได้กระสับกระส่ายอีก
“ตาฝาดอีกแล้วแหะ พักนี้เป็นบ่อยจริง”เมอร์ซี่คิดก่อนจะหลับตาลงแล้วหลับไป

โดยไม่ได้สังเกตเลยว่า ขนนกสีขาวอมฟ้าซึ่งอยู่ในมือของเขาไม่ได้หายไปเลยแม้แต่น้อย

Author:  moruru [ Wed Jul 20, 2011 7:05 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area(Side Story) ตอนที่

พอดีว่างๆเลยเกิดนึกอยากทำผังตัวละครขึ้นมาเลยลองทำมาดูซึ่งอาจไม่ดีเท่าที่ควรนักเพราะผมลองทำครั้งแรก
Image
แปะเสร็จก็รีบเผ่น

Author:  moruru [ Thu Jul 21, 2011 9:07 pm ]
Post subject:  Fan-Fic12The chameleons of Rest Area ตอนที่ 8+แผนผังตัวละคร

ตอนที่ 8 Brother Morning

ตอนเช้าตรู่ในเต็นท์สำหรับนอน 2 ตัวซึ่งมีร่างของกิ้งก่าสองตัวตัวหนึ่งหลับอยู่ส่วนอีกตัวหนึ่งนั้นกำลังจ้องไปยังกิ้งก่าตัวที่หลับก่อนจะพูดว่า”ตื่นได้แล้วไอ้น้องบ้า”
กิ้งก่าที่ถูกเรียกเอาหน้าไปคลอเคลียกับหน้าอกของกิ้งก่าที่พูดก่อนจะพูดเสียงใสว่า”ขอนอนต่ออีกนิดนะครับพี่”ส่วนไอ้กิ้งก่าตัวที่ถูกคลอเคลียได้แต่ทำหน้าเหลืออดก่อนจะพูดว่า
“ให้ตายเถอะ”หลังจากนั้นก็พูดต่อว่า”ลุกได้แล้ววิสเดี๋ยวพวกนั้นก็จะตื่นแล้ว”

“ไม่ต้องห่วงครับ ก่อนจะนอนผมร่ายอาคมหลับใหลไว้ กว่าจะตื่นคงอีกสักพักแหละครับ”กิ้งก่าที่ถูกเรียกว่า
วิสพูดก่อนจะกอดผู้เป็นพี่แน่นขึ้นอีก
“งั้นเหรอ ก็ดีถ้าอย่างงั้น....”ร่างของกิ้งก่าที่ถูกกอดลุกขึ้นก่อนจะหยิบผ้าขนหนูอุปกรณ์สำหรับอาบน้ำไปด้วย
“พะ....พี่ครับจะ...จะทำอะไรน่ะ”วิสรีบปล่อยมือและถอยหลังด้วยความเร็วแววตานั้นแฝงด้วยความหวาดระแวงและหวาดกลัว
“น่าจะรู้อยู่แล้วนี่ อย่าคิดหนีนะไอ้น้องบ้า”ร่างของอัลวิสรีบพุ่งเข้าจับน้องชายของตนทันทีก่อนจะลากตัวไปยังน้ำตกที่อยู่ห่างจากที่พักประมาณ 1 กิโลเมตรพอถึงที่หมายอัลวิสก็จัดแจงโยนน้องขายของตนลงไปในน้ำทันที

“หวา”เสียงของวิสร้องออกมาอย่างโอเวอร์ทำเอาอัลวิสหลุดขำออกมากิ้งก่าหนุ่มถอดเสื้อของเขาวางไว้บนหินใกล้ก่อนจะเดินลงไปหาน้องของตน
“พี่ครับทำอะไรน่ะ ผมเปียกหมดแล้ว...”วิสซึ่งกำลังบ่นพี่ชายของตนต้องชะงักไปเพราะมีผ้าขนหนูสีขาวตกลงบนหัวของตนวิสถึงกับทำหน้าตกใจสุดๆ
“เปลี่ยนชุดซะ เดี๋ยวข้าจะอาบน้ำให้”อัลวิสพูดพลางหันไปอีกทางโดยไม่สนใจท่าทางที่เขินสุดๆของวิสเลยแม้แต่น้อย
“คะ...ครับ”วิสรับคำเขินๆถึงพี่จะเคยอาบน้ำให้เขาตอนเด็กหลายครั้งแต่เขาก็ยังไม่หายเขินซะที

หลังจากวิสเปลี่ยนเป็นชุดนุ่งผ้าเช็ดตัวเรียบร้อยแล้วก็ถูกผู้เป็นพี่จับให้นั่งลงบนหินที่น้ำตกสาดลงมาพอดี
“พะ....พี่คร้าบ”วิสเรียกพี่ของตนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักใบหน้านั้นขึ้นสีจัด
“มีอะไรอีกล่ะ”อัลวิสตอบพลางคลายเชือกผูกผมของวิส
“ผมอะ...อายนะครับโตขนาดนี้แล้ว ยังต้องให้พี่มาทำแบบนี้ให้มัน น่าอาย....”วิสยังพูดไม่ทันจบอัลวิสก็ขัดขึ้นมาว่า
”ข้าไม่เคยเห็นกิ้งก่าที่โตแล้วตัวไหนไม่ชอบอาบน้ำและกลัวการเข้าสังคม(นอกจากเสลธ)บ้าง แล้วจะรีบเป็นผู้ใหญ่ไปไหนเก็บเกี่ยวช่วงเวลาแห่งความเป็นเด็กไว้สิ จำไว้นะบางทีน่ะแสดงความเป็นเด็กออกมาบ้างก็ได้มันไม่ผิดหรอกนะ
“ครับ”วิสรับคำอายๆ

หลังจากทั้งสองแต่งตัวเสร็จวิสก็หาวเหมือนกิ้งก่าง่วงนอนแล้วผมซึ่งยังถูกปล่อยสยายลงกลางหลังนั้นยังไม่ได้ผูกและเหมือนเจ้าตัวยังไม่ใส่ใจเลย
“ง่วงแล้วเหรอ”อัลวิสถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“คะ...ครับ”วิสตอบอายๆ
“ผมน่ะผูกให้เสร็จก่อนสิ”อัลวิสแซวพลางหัวเราะซึ่งวิสหน้าขึ้นสีวูบก่อนจะเริ่มหันไปผูกผมทันทีด้วยท่าทางทุลักทุเลจนอัลวิส
กลั้นหัวเราะจนปวดท้อง
“ผูกไม่ได้ก็บอกเดี๋ยวพี่ผูกให้”อัลวิสพูดพลางเดินเข้าไปข้างหลังน้องชายของตนก่อนจะผูกผมให้อย่างอ่อนโยนและก็พบว่า
วิสนั้นเผลอหลับไปเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้อ ก็บอกให้ไปนอนก่อนเลย แต่ก็ไม่ไป สุดท้ายต้องมาหลับแบบนี้เนี่ยนะ”อัลวิสที่กำลังแบกน้องชายของตนกลับมาพูดก่อนจะคิดว่า
“ทำไมเราถึงรู้สึกไม่ดีเลยนะ เหมือนมีเหตุร้ายเกิดขึ้นที่เมืองแสง”

ทางด้านพวกวีที่พึ่งตื่น
“ปินัทมานอนตรงนี้ได้ไงเนี่ย”เสลธที่ตอนนี้อยู่ในชุดประจำการพร้อมกับดาเนะและวีเดินเข้ามาก่อนจะเขย่าตัวปินัทเป็นการปลุก
“ผมเผลอหลับไปเหรอครับ”ปินัทที่ตื่นขึ้นมาทำหน้างง
“เอ่อสิ ว่าแต่มีอะไรเหรอดาเนะเห็นยิ้มมาตั้งแต่เมื่อกี้แล้ว”เสลธพูดก่อนจะหันไปมองดาเนะที่ยืนยิ้มอยู่กับวี
“ดูนั่นสิเสลธ”ดาเนะชี้พลางยิ้มต่อไปส่วนเสลธนั้นเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัยก่อนจะมองตามดาเนะภาพที่เห็นทำเอาก่ายิ้มยากถึงกับหลุดยิ้มออกมา

เป็นภาพของเมอร์ซี่ที่กลายเป็นหมอนข้างของกิ้งก่าน้อยทั้งสี่ซึ่งมองแล้วแลดูน่ารักเป็นที่สุด
“เห็นแบบนี้แล้วก็ปลุกไม่ลงนะเนี่ย”เสลธพูดพลางหันหลังเดินไปดูมูโป้เพื่อปกปิดใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของตน
“รอพวกนั้นตื่นก่อนได้มั้ย เสลธ”ดาเนะเดินมาถามเสลธซึ่งกิ้งก่าดำก็พยักหน้าโดยไม่เห็นไปมอง
“งั้นข้าไปหาเจ้ามิสก่อนดี....”เสลธพูดไม่ทันจบก็ถูกเจ้าของชื่อมาสะกิดไหล่ซึ่งทำเอาเสลธตกใจกระทันหัน
“ตามหาผมเหรอครับ”มิสถามอย่างสุภาพ

“อะ...อืมว่าแต่พี่นายไปไหนเหรอวิสด้วย”เสลธถาม
“อ๋อ ทั้งสองออกไปเดินเล่นมั้งครับ อีกเดี๋ยวก็คงกลับ”มิสตอบอย่างไม่ใส่ใจพลางเดินไปหยิบง้าวมาควงเล่นเหมืองไม้เรียวได้อย่างน่าหวาดเสียวที่สุด
“หนักชะมัด”เสียงของอัลวิสดังขึ้นมาจากทางน้ำตกพร้อมกับที่ทุกตัวที่ตื่นอยู่หันไปมองกิ้งก่าสีดำในทันทีซึ่งทุกตัวต่างแสดงกริยาออกมาต่างกัน

ดาเนะยิ้มแบบชื่นชม วีทำหน้าเข้าใจ ปินัทอ้าปากค้าง ส่วนมิสนั้นยังคงหน้าตายแต่แววตามีความตกใจและหางชี้ตั้งขึ้นแสดงว่ากำลังตกใจแบบสุดๆและเสลธนั้นแสยะยิ้มก่อนจะถามว่า
“ไง พี่ชายแสนดีไปไหนมาเหรอ”ซึ่งเรียกอาการคิ้วขมวดจากอัลวิสได้เป็นอย่างดี
“พอดีไปเดินเล่นแล้ววิสเผลอหลับไปน่ะ ข้าเลยต้องแบกมาน่ะ”อัลวิสบอกส่งๆไปแต่ยังคุยกันไม่ทันจบก็มีเสียงระเบิดดังสนั่นมาจากท้องฟ้าพริบตาที่ทุกคนหันไปมองก็ต้องตกใจเพราะว่าวังเทพแสงมีควันพุ่งออกมาซึ่งแสดงว่าวังเทพแสงกำลังถูกโจมตี

“ต้องรีบไปแล้ว.....”อัลวิสยังพูดไม่ทันจบข่ายอาคมวาร์ปขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นพร้อมกับเสียงร่ายเวทของมิส
“ขอพลังเห็นแสงสว่างโปรดพาพวกเราไปยังที่ซึ่งข้าประสงค์”
“นี่มัน เวทวาร์ปขั้นสูงนี่”ดาเนะพูดก่อนจะหันไปมองมิส
“จากที่ข้าพเจ้ารู้เวทบทนี้ถ้าไม่ใช่เพนกวิ้นก็แทบจะใช้ไม่ได้เลยนี่นา”วีพูดก่อนหันไปมองมิสเช่นเดียวกับดาเนะ
“พี่ครับ ที่เหลือฝากด้วยนะครับ ถ้าผมใช้เวทบทนี้ผมคงสลบไปหนึ่งวันเต็มเลยล่ะครับ ส่วนเมอร์ซี่และพวกกิ้งก่าน้อยผมจะย้ายไปที่ห้องของพี่อัลวิสก่อนแล้วกัน ส่วนผมขอนอนห้องพี่วันนี้นะครับ”มิสพูดยิ้มๆก่อนที่ร่างของกิ้งก่าทั้งหมดจะหายไป

ที่วังแสงก็ปรากฏร่างของกิ้งก่าทั้งสี่ตัวได้แก่ อัลวิส วี เสลธและดาเนะ
“นะ...นี่มันอะไรกัน”ดาเนะพูดเมื่อเห็น่รางของทหารเสือดำนอนเกลื่อนในสภาพถูกยิงเลือดไหลย้อมพื้นแถมนั้นจนเป็นสีแดงไปทั้งแถบ
“รึว่า”อัลวิสทำถ้าเหมือนนึกอะไรขึ้นได้ก่อนจะรีบวิ่งไปซึ่งกิ้งก่าทั้งสามต้องวิ่งตามไปอย่างช่วยไม่ได้
“อย่าบอกน่ะว่านี่เป็นฝีมือของเจ้านั่น งั้นเป้าหมายของหมอนั่นคือ...”อัลวิสเว้นช่วงคำพูดไว้ก่อนจะวิ่งไปในจุดที่มีควันลอยออกมาซึ่งระหว่างทางเต็มไปด้วยร่างของทหารเสือดำที่ถูกยิงเลือดไหลเป็นทางซึ่งบางตัวถูกยิงจนพรุน
“หางที่โหดเหี้ยมไร้ความรู้สึกขนาดนี้มีเพียงตัวเดียว ใช่เจ้านั่นจริงๆสินะ”อัลวิสคิด

Author:  SupakornNoMercy [ Fri Jul 22, 2011 4:53 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area ตอนที่ 8+แผนผังตัว

พี่ก่า...น่ารักง่า >w<

:oops:

Author:  fushigidane [ Fri Jul 22, 2011 6:42 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area ตอนที่ 8+แผนผังตัว

โมรุรุงานเดินแล้ว งานเค้าไม่เดินเลยอะ

Author:  คนรัก digi [ Fri Jul 22, 2011 7:35 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area ตอนที่ 8+แผนผังตัว

ไอ้ตรงที่มีขีดฆ่าด้วยนั่นมันอะไรกัน =w=!!

Author:  kuggivta [ Fri Jul 22, 2011 7:59 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12The chameleons of Rest Area ตอนที่ 8+แผนผังตัว

fushigidane wrote:
โมรุรุงานเดินแล้ว งานเค้าไม่เดินเลยอะ




งานเค้าก็เช่นกันT^T อดทำ12TailsFanficต่อ

ต้องสอบ แต่สตอรี่บอร์ด4เสร็จแล้วนะแงะ

Page 3 of 7 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/