BigBugStudio Forum
http://www.bigbugstudio.com/forum/

Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 18
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028
Page 5 of 7

Author:  kuggivta [ Wed Aug 24, 2011 5:30 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 11

เมื่อเห็นV ก็ต้องอึ้งกิมกี่เพราะว่า วีนั้นเมื่อคืนได้.. . .. .. .. เรียบร้อยแล้ว :lol:

/me เผ่นสิครับท่าน

Author:  Liener [ Thu Aug 25, 2011 4:39 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 11

kuggivta wrote:
เมื่อเห็นV ก็ต้องอึ้งกิมกี่เพราะว่า วีนั้นมือคืนได้.. . .. .. .. เรียบร้อยแล้ว :lol:

/me เผ่นสิครับท่าน


ระวังหนีไม่ทันนะฮาฟฟฟฟ

/me ออกจากเกมโดยไว (อันนี้สิถึงจะหนีทัน!!)

Author:  moruru [ Sat Sep 03, 2011 7:00 am ]
Post subject:  Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 12

ตอนที่ 12 My Eldest Brother

“เฮ้ยยยยยยยยยยย!”กิ้งก่าดำร้องลั่นก่อนจะถอยหลังหงายหลังตกเก้าอี้ไปในทันที
“อือๆ”วีที่เริ่มได้สติจากเสียงตกเก้าอี้ของอัลวิสค่อยๆตื่นขึ้นมาแบบงัวเงีย
“อ้าว อัลวิสเป็นอะไรรึเปล่า”วีที่ตื่นขึ้นมามองเพื่อนของตนที่ตกเก้าอี้ไป
“ไม่เป็นไรนายไม่ต้องใส่ใจหรอก”อัลวิสพูดพลางลุกขึ้นจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
“ไม่เป็นไรจริงนะ”วีถามซ้ำด้วยความเป็นห่วง

“ก็บอกว่าไม่เป็นไรไง ว่าแต่นายมาอยู่ห้องทำงานข้าได้ไง”อัลวิสถาม
ทันทีที่ได้ยินคำถามกิ้งก่าสีเหลืองหน้าขึ้นสีวูบก่อนจะหันไปก่อนจะทำเป็นนึกขึ้นได้”ขะ....ข้าพเจ้านะ....นึกได้ว่าวันนี้มีนัดซ้อมรุ่นน้องขอตัวก่อนล่ะ”พูดจบกิ้งก่าสีเหลืองก็เผ่นไปด้วยความเร็วสูงทันที

“อะไรของมันนะ”อัลวิสบ่นพึมพำก่อนจะประตูจะถูกเปิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับร่างของกิ้งก่าดำคนน้องก้าวเข้ามา
“พี่ครับ มีแขกมาหาครับ ตอนนี้อยู่ที่ห้องรับแขกในRest Areaครับ”วิสพูดพลางหันมาถามเสียงเขียวว่า
“นี่พี่หลับคากองงานอีกแล้วใช่ไหม ครับผมบอกกี่ครั้งแล้วไงว่าอย่าฝืนน่ะ”

“เอ่อน่า แล้วว่าแต่หางที่จะมาพบพี่เขาเป็นใครเหรอ”อัลวิสรีบเปลี่ยนเรื่องในทันที
“อ๋อ เป็นกิ้งก่าสีดำสวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำตาลกางเกงขายาวสีดำ สวมผ้าปิดตาที่ดวงตาซ้าย อายุประมาณ 25 ปีครับ”วิสร่ายลักษณะจบร่างสูงของผู้เป็นพี่ก็วิ่งหายไปทันที

“สวมผ้าปิดตาที่ตาซ้ายอายุ 25 มีตัวเดียวเท่านั้น”อัลวิสพูดพลางวิ่งไปยังห้องรับแขกพอไปถึงกลับไม่พบร่างดังกล่าวกิ้งก่าดำจึงกวาดสายตามองไปทั่วห้องจนพบกิ้งก่าดำตัวหนึ่งนั่งจิบชาอยู่ที่โซฟา
”พะ.....พี่”อัลวิสพูดหลังพบกิ้งก่าดำตัวนั้นมีลักษณะตามที่วิสบอกทุกประการ
“อ้าวอัลวิสมาแล้วเหรอ”ร่างนั้นพูดยิ้มๆพลางลุกขึ้นแล้วเดินมาหาอัลวิสซึ่งเจ้าตัวโผเข้ากอดร่างตรงหน้าไว้แน่น
“พี่ครับในที่สุดพี่ก็กลับมาผม....ผม....ผมคิดถึงนะครับ”อัลวิสพูดพลางร้องไห้ออกมาแถมยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดง่ายๆ

“โอ๋ๆไม่ร้องๆ ไม่ไหวเลยนะโตแล้วยังร้องไห้โฮเหมือนเด็กๆอีกน่ะ”ร่างนั้นลูบหน้าผากกิ้งก่าตรงหน้าเบาๆ
“ก็ผมคิดถึงนี่ครับ”อัลวิสพูดเหมือนเด็กที่คิดถึงครอบครัวแต่หางตัวหนึ่งดันเห็นภาพนี้เข้าเป็นในเวลาเดียวกับที่อัลวิสมองไปพอดี

“วี!”อัลวิสตะโกนออกมาส่วนวีนั้นชะงักค้างไปโดยสมบูรณ์ก่อนที่ร่างของกิ้งก่าสีเหลืองจะล้มพับไป
“วี!”อัลวิสรีบปรี่เข้าไปประคองแต่อีกตัวหนึ่งไวกว่าร่างสูงของกิ้งก่าดำอีกตัวเข้าไปรับร่างของวีไว้แล้วยิ้มอย่างนึกสนุก
“คงจะช็อคเพราะนายคงไม่เคยแสดงท่าทางแบบนี้ต่อหน้าเจ้านี่เลยใช่ไหมหึ”ร่างนั้นพูดติดตลกก่อนจะหิ้วร่างของวีไปไว้ที่ห้องนอนสำหรับแขก(ซึ่งปกติล็อกแต่อัลวิสไปเอากุญแจมาเปิด)ก่อนจะวางร่างของวีไว้บนเตียง

“พีครับพูดอะไรน่ะผมไม่ได้....”อัลวิสพยายามจะตอบปฏิเสธแต่กิ้งก่าที่อายุมากที่สุดพูดต่อคำว่า
“ทำตัวปากตรงกับใจใช่ไหม”
“พี่อัลวิสจริงเหรอครับที่พี่วีเป็นลม.....”วิสที่รีบวิ่งเข้ามาเพราะรู้ข่าวชะงักไปทันทีที่ได้เห็นร่างของกิ้งก่าดำที่ตนไม่คุ้นตา

“พี่ครับนั่นใครเหรอครับ...”คำพูดที่จะตามมาหายไปทันทีเพราะร่างของวิสถูกโอบกอดเบาๆด้วยร่างของกิ้งก่าที่เขารู้สึกคุ้นเคยแบบแปลกๆ
“พี่...”วิสพูดออกมาเหมือนหางที่ไม่รู้สึกตัว
“จำได้แล้วสินะ”ร่างนั้นลูบหน้าผากวิสเบาๆ
“แต่ผมจำชื่อพี่ไม่ได้เลยพี่ชื่ออะไรเหรอครับ”วิสถาม
“พี่ชื่อฟอร์จูนเรียกสั้นว่าพี่จูนแล้วกันนะวิสน้องรักขอโทษจริงแต่เจ้าก็ยังใช้พลังของผู้รับรู้อดีตได้ดีอยู่สินะ”กิ้งก่านามฟอร์จูนลูบหน้าผากของน้องร่วมสายเลือดอีกตัวพลางหัวเราะร่า
“ครับ ก็เรื่อยๆแหละ ว่าแต่พี่จูนหายไปไหนมาตั้ง15 ปีล่ะครับ”วิสถามส่วนฟอร์จูนยังทำหน้ายิ้มก่อนจะพูดว่า
“เดี๋ยวไว้ว่างๆจะเล่าให้ฟังก็แล้วกัน แต่ตอนนี้เราออกไปก่อนได้มั้ย”พูดจบก็ชี้ไปยังร่างของกิ้งก่าปากไม่ตรงกับใจบางตัวที่ฟุบหลับด้วยความเพลียอยู่ข้างเตียงได้อย่างน่ารักเป็นที่สุด
“ครับ”วิสพูดยิ้มๆก่อนวิ่งออกไป

หลังจากนั้นประมาณ 10 นาที
“นี่ ข้าพเจ้า”วีที่ได้สติลุกขึ้นมาพบกับร่างของฟอร์จูนกำลังนั่งอ่านหนังสือยิ้มบางๆให้ก่อนจะพูดว่า
“ตื่นแล้วเหรอ”
“คุณคือ...ว่าแต่อัลวิสล่ะ”วีที่นึกได้ว่าเขาก็อยากถามเพื่อนเขาให้รู้เรื่อง

“ถ้าเจ้าเด็กบ้านั่นล่ะก็นอนอยู่นั่นไง”ฟอร์จูนชี้ไปยังฟั่งซ้ายของเตียงที่มีกิ้งก่าสีดำนามอัลวิสหลับอยู่
“คุณเป็นใครทำไมถึง....”วียังถามไม่จบฟอร์จูนก็พูดขึ้นว่า”เราคือพี่ชายของอัลวิสชื่อว่าฟอร์จูนยินดีที่ได้รู้จักนะวี”

“อัลวิสน่ะเป็นกิ้งก่าที่นิสัยปากไม่ตรงกับใจชอบฝืนทั้งๆที่ไม่ไหวทั้งๆที่เสียใจแต่ก็ไม่ยอมแสดงความรู้สึกอะไรออกมามักพูกว่าไม่เป็นไรเสมอๆแต่ชอบมาปล่อยโฮกับชั้นทุกทีเลยล่ะ”ฟอร์จูนพูดต่อยิ้มๆก่อนจะเอามือมาลูบหน้าผากกิ้งก่าที่หลับอยู่เบาๆ
“ว่าแต่ข้าพเจ้าเป็นอะไรไปเนี่ย”วีถามซึ่งคำถามนั้นทำเอาฟอร์จูนหลุดขำออกมา

“ก็นายดันไปเห็นภาพชวนช็อคเข้าก็เลยช็อคสลบไปน่ะสิ”สิ้นคำร่างสูงก็ปล่อยก๊ากออกมาอย่างโอเวอร์ทันที
“จริงด้วย”วีพูดเหมือนนึกอะไรขึ้นได้
“นี่....ข้าเผลอหลับไปเหรอเนี่ย”อัลวิสที่ตื่นขึ้นมาเพราะเสียงหัวเราะแบบโอเวอร์ของฟอร์จูนพูดขึ้นอย่างงัวเงียแต่ก็ต้องตาสว่างทันทีที่เห็นวีตื่นขึ้นมาแล้ว

“วะ....วะ.....วีเห็นด้วยเหรอเมื่อกี้น่ะ”อัลวิสพูดพร้อมกับใบหน้าที่ร้อนวูบหางที่สั่นระรัว
“อะ......อืม”วีตะกุกตะกักเล็กน้อย
“วะ....วีอย่าบอกใครได้มั้ยคือเรา.....เรา....เราอายน่ะ”หน้าของกิ้งก่าที่พูดตอนนี้นั้นแดงกว่ามะเขือเทศอีกหางสั่นด้วยความเร็วสูงกว่าเมื่อกี้มาก

“ได้สิข้าพเจ้าสัญญาว่าแต่นายก็มีมุมที่เป็นเด็กเหมือนกันนี่นา”วีแซวด้วยความสงสัยเล็กน้อยเพราะตั้งแต่ที่เขาเป็นเพื่อนกับอัลวิสมาไม่เคยได้ยินอัลวิสแทนตัวเขาว่าเราเลยสักครั้ง
“มะ....ไม่ใช่นะ”อัลวิสเริ่มตะกุกตะกัก
“พี่ครับท่านอัลคาเซียเรียกพี่พบครับ”เสียงของวิสดังขึ้นก่อนที่ประตูจะถูกเปิดออก

“งั้นข้าไปก่อนนะพี่ฟอร์จูน วี”อัลวิสได้โอกาสรีบเผ่นหายไปในทันที
“ฮะๆเจ้าหนูนั่นคงเขินมั้งเนี่ย”ฟอร์จูนพูดพลางหัวเราะร่า
“ว่าแต่ท่านอัลคาเซียเรียกอัลวิสไปพบทำไมกันนะ”วีครุ่นคิด

“กินอะไรหน่อยไหมล่ะเอ้านี่เยลลี่ผลไม้ชั้นทำเองเลยนะ”ฟอร์จูนยื่นถ้วยใบหนึ่งซึ่งในถ้วยนั้นมีเยลลี่ผลไม้เย็นช่ำกับช้อนอีกหนึ่งคัน
“ขอบคุณครับ”วีพูดพลางรับเยลลี่มากิน
“ของหวานน่ะเหมาะแก่หางที่พึ่งตื่นจะทำให้สดชื่นขึ้นนะ”ฟอร์จูนพูดยิ้มๆ

หลังจากอัลวิสออกไปได้สักพัก
“ประกาศๆให้ชาวก่าแห่งRest Areaทุกตัวรวมตัวกันที่Rest Area Hallบัดเดี๋ยวนี้”
เสียงประกาศของอัลวิสดังไปทั่วซึ่งวีก็ลุกขึ้นทันที
“งั้นข้าพเจ้าไปก่อนนะครับ พี่ฟอร์จูน”วีลุกขึ้นก่อนจะโค้งให้กับฟอร์จูนแล้ววิ่งออกไปทันที
“กินจนหมดเลยแหะ นั่นมันของตัวครึ่งเลยนะเนี่ย”ฟอร์จูนมองถ้วยที่เคยบรรจุเยลลี่ผลไม้ไว้แต่ตอนนี้กลับว่างเปล่า

“เอาล่ะ ที่เรียกทุกตัวมาที่นี่เพราะข้าในนามจตุรเทพ มีเรื่องจะประกาศให้ทราบเนื่องจากที่พวกเราทำภารกิจมานาน จึงมีรางวัลจากท่านอัลคาเซียให้”อัลวิสที่ประกาศอยู่ที่Rest Area Hallพร้อมกับที่กิ้งก่าRest Areaทุกตัวตั้งใจฟังและเหมือนอัลวิสจงใจปล่อยให้ลุ้นกันเล่น

“พูดมาสิครับรุ่นพี่”เหล่ากิ้งก่ารุ่นน้องพยายามเร่งอัลวิสแต่เจ้าตัวดันทำเป็นทองไม่รู้ร้อนเหมือนจะให้เหล่ากิ้งก่าผู้ฟังบ้าตายไปเสียก่อน
“เอาล่ะๆ พูดก็ได้รางวัลก็คือ ได้ไปเที่ยวพักร้อนชายทะเลและไปปีนเขาเป็นเวลา 1 อาทิตย์”อัลวิสพูดจบก็หยิบ
หูฟังมาปิดหูทันทีพร้อมกับเสียงโห่ร้องของเหล่ากิ้งก่าแห่งRest Area
“งั้น พวกเจ้าเตรียมตัวให้พร้อมเราจะออกเดินทางวันพรุ่งนี้แล้ว”อัลวิสประกาศซ้ำซึ่งทำให้กิ้งก่าแทบทุกตัวกลับไปเตรียมสัมภาระของตน

“พี่ครับหรือว่าสิ่งที่พี่ขอคือ....”วิสที่เหลืออยู่ตัวเดียววิ่งเข้ามาถามทันที
“อ้าว ก็วิสเคยบอกว่าอยากไปทะเลไม่ใช่เหรอ พี่ก็เลยจะให้น้องได้ไปไง...”อัลวิสยังพูดไม่ทันจบก็ถูกผู้เป็นน้องกระโดดกอดทันที
“ขอบคุณครับพี่ ผมรักพี่ที่สุดเลย”กิ้งก่าที่เป็นน้องพูดก่อนจะเอาหน้าไปคลอเคลียกับใบหน้าของผู้เป็นพี่ทันทีซึ่งนั่นทำให้กิ้งก่าตัวพี่หน้าแดงก่ำเหงื่อแตกพลั่กๆหางนั้นสั่นระรัวอย่างรุนแรง
“รักน่ะรักได้แต่อย่ากอดได้ไหมคือพี่....พี่....อายนะ”อัลวิสตะกุกตะกักพลางแกะมือของผู้เป็นน้องออกอย่างทุลักทุเล
“อัลวิสเรื่องไปเที่ยวนี่มันอะไรกัน ทำไมข้าพเจ้าไม่เห็นรู้เรื่องเลย”วีเดินเข้ามาถามหลังจากกิ้งก่าดำเพิ่งแกะมือของผู้เป็นน้องเสร็จ
“ก็ข้ากำลังจะบอกนายตั้งแต่เช้าแล้ว แต่นายดันชิ่งไปก่อนน่ะสิ”อัลวิสพูด

“งั้นเหรองั้นข้าพเจ้ากลับไปเตรียมของก่อนนะ”วีพูดก่อนจะวิ่งหายไปทันที
“เอาล่ะไปเตรียมของให้เสร็จดีกว่า”อัลวิสพูดพลางเดินไปที่ห้องซึ่งวิสก็เดินตามไปในใจของเจ้าตัวนั้นอยากให้ถึงวันพรุ่งนี้ใจจะขาด


แนะนำตัวละคร

ชื่อกิ้งก่า ฟอร์จูน เซนารัส
เพศ : ชาย
อายุ: 25 ปี
ที่อยู่ปัจจุบัน :เมืองแสง
ประวัติความเป็นมา

เป็นพี่ชายของอัลวิสมีอาชีพเป็นผู้ส่งสาส์นแห่งเงาเป็นหางที่เลี้ยงอัลวิสมาตั้งแต่เกิดอัลวิสจึงติดเขามากแต่เขานั้นหายตัวไปตอนอัลวิสอายุเพียงห้าขวบเนื่องจากงานของเขาเองปัจจุบันกลับมาหาน้องชายทั้งสองเพื่อจะช่วยเหลือเป็นหางที่มีฝีมือลึกลับยากที่จะคาดเดาและเป็นหางตัวเดียวที่อัลวิสจะแสดงความอ่อนแอให้เห็นเพราะเป็นหางที่อัลวิสนับถือเคารพและรักที่สุด

นิสัย :เป็นกิ้งก่าที่มีคุณสมบัติของพี่ชายที่แสนดีครบทุกประการและด้วยความเป็นสุภาพบุรุษแล้วไม่ค่อยถือตัวเขาจึงเข้ากับตัวอื่นได้ง่าย
สิ่งที่ชอบ : การทำอาหาร การดูแลน้องๆ
สิ่งที่เกลียด : ศัตรูของน้อง

Author:  moruru [ Sat Sep 03, 2011 7:11 am ]
Post subject:  Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 12

ตอนนี้แต่งจบChapter1แล้วจึงจะมาเกริ่นเรื่องเกี่ยวกับChapter 2ไว้
Chapter 2 Love Attackนั้นจะเป็นแนว Love comedyเรื่องกล่าวถึงเรื่งอเกี่ยวกับความรักที่เข้ามาเยือนเหล่าชาวก่าแห่งRest Areaโดยเฉพาะจตุรเทพแห่งRest Areaด้วยแน่ล่ะว่าความรักแบบของผมจะมาด้วยความฮาเพราะเหล่ากิ้งก่าทั้งสี่
(วี เสลธ ดาเนะ อัลวิส)ต่างเป็นพวกทึ่มเรื่องความรักทั้งนั้นจะเกิดอะไรขึ้นถ้าความรักเข้าจู่โจมหัวใจของกิ้งก่าทั้งสี่ติดตามชมได้ใน
Chapter 2 Love Attackนะขอรับ
Edit:แถมท้ายอีกนิดสำหรับการฉลองจบChapter 1 เรจะให้ผู้อ่านถามคำถามที่สงสัยเกี่ยวกับเนื้อเรื่องตัวละครและสถานที่ได้อย่างไม่มีข้อแม้แล้วผมจะรวบรวมมาพร้อมตอบให้ในทีเดียวนะครับ

Author:  moruru [ Sat Sep 10, 2011 7:09 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 12

Epilogue Chapter 1 Shadow god vacation

“โอเค วันนี้พอแค่นี้ ขอให้พลังแห่งเงาจงสถิตกับพวกท่าน”เสียงอันทรงอำนาจแต่ดังขึ้นกลางวิหารเงาพร้อมกับเหล่าสัตว์หางลัทธิเงาทั้งหาตัวทำความเคารพเทพผู้ซึ่งตนเคารพก่อนจะออกไปจากห้องโถง
เซอร์เบรัส”เทพเงาร้องเรียกสุนัขสามหัวก็ปรากฏขึ้นทันที

“ท่านจะไปไหนเหรอขอรับ ท่านเซร่า”สุนัขสามหัวพูด
“แหม เจ้าเดาใจข้าถูกทุกครั้งเลยนะ เซอ”เซร่าพูดอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับสลัดมาดเทพเงาผู้เคร่งขรึมเย็นชาทิ้งไป
“คราวนี้คงจะไปเยี่ยมท่านเทพแห่งแสงสว่างอีกล่ะสิ”เซอร์เบรัสพูดราวกับรู้ใจผู้เป็นนายอย่างดี

“ใช่ ขอข้าเตรียมของก่อนนะ ตั้งแต่สงครามระหว่างแสงกับเงาเมื่อ 20 ปีก่อน ข้าก็ไม่ได้ไปเยี่ยมอัลคาเซียเลย”เซร่าพูดพลางเนรมิตสมุดรายชื่อสีดำขึ้นมาเล่มหนึ่งแล้วเปิดดูมันอย่างขะมักเขม้น
สงครามระหว่างแสงกับเงาเป็นสงครามระหว่างเทพแสงกับเทพเงาแต่สุดท้ายก็ถูกยุติลงด้วยฟีมือของเหล่าสัตว์หางในอดีตและจิตวิญญาณแห่งFirst tail

หลังจากนั้นทั้งอัลคาเซียและเซร่าก็สนิทกันมากขึ้นเทพเงาก็ดูสดใสและดูเป็นผู้หญิงมากขึ้นเยอะเลยกว่าเดิมเยอะเลย
“นี่ๆเซอจะเตรียมของขวัญอะไรไปให้อัลคาเซียดี ช่วยข้าคิดหน่อยสิ”เซร่ากำลังเช็ครายชื่อของขวัญอยู่ถามขึ้นมาซึ่งทำให้สุนัขสามหัวได้แต่ตอบแบบขอไปที
“นี่แหล่ะนิสัยของเทพเงา หลังจากสงครามประมาณ 5 ปี ท่านเทพเงาก็อ่อนโยนเหมือนเมื่อ 30 ปีก่อนอีกครั้ง คงเป็นเพราะเด็กพวกนั้นแน่เลย เพราะหลังจากนายท่านตายไป ท่านเซร่าก็ไม่ได้ยิ้มอีกเลยจนกระทั่ง ได้มาพบเจ้าเด็กพวกนั้น”เซอร์เบรัสครุ่นคิด

“คงไม่ได้ไปพบท่านเทพแห่งแสงสว่างอย่างเดียวแน่ๆ ใช่ไหมขอรับ”เซอร์เบรัสพูดดักคอราวกับรู้ทัน
“มีอะไรที่เซอมองข้าไม่ออกบ้างเนี่ย”เซร่าบ่นอุบ
“ข้าอยู่กับท่านมาเกือบพันปีนะขอรับ ทำไมข้าจะไม่รู้นิสัยของท่านเป็นอย่างดีล่ะขอรับ”เซอร์เบรัสคิดขำๆกับคำพูดของเทพแห่งเงา

“ไม่ได้พบกับเจ้าเด็กนั่นนานแล้ว ก็เลยอยากไปหาน่ะ”เซร่าพูดเสียงเบา
“ถ้าข้าไม่ทัก ท่านก็คงกะจะแอบไปคนเดียวสินะขอรับ”เซอร์เบรัสพูดซึ่งเซร่าก็พยักหน้าช้าๆ
“ให้ตายสิ ถ้าจะไปไหนก็หน้าจะให้องครักษ์ไปด้วยสิขอรับ ถ้าโดนทำร้ายขึ้นมานายน้อยได้ฆ่าข้าแน่”เซอร์เบรัสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนใจ
“นี่เจ้าคิดว่าข้าอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ เซอร์เบรัส”เซร่าพูดเสียงเขียว

“ชั่งเถอะขอรับ แล้วส่งจดหมายไปบอกท่านเทพแห่งแสงสว่างรึยังล่ะขอรับ ถ้าจะไปก็น่าจะให้ทางนั้นเตรียมการต้อนรับให้สมเกียรตินะขอรับ”เซอร์เบรัสเปลี่ยนเรื่องทันที
“ยัง อยากลองไปโดยไม่บอกอัลคาเซียดูน่ะ”เซร่าพูดเสียงปกติ
“แล้วอยากไปเยี่ยมเจ้าหนูหน้าตายนั่นดูน่ะ”เซร่าพูด

“อีคารอสน่ะรึขอรับ คงจะไปหาเซนารัสน้อยด้วยสินะขอรับ แต่ว่าเซนารัสน้อยน่ะเขาออกไปเที่ยวนอกเมืองแสงนะขอรับ”เซอร์เบรัสพูด
“ไม่เป็นไรรอยู่ที่เมืองแสงสักพักก็ได้ แต่เจ้าต้องตามไปบอกเซนารัสน้อยนะเซอร์เบรัส”เซร่าหันมาบอก เซอร์เบรัสด้วยรอยยิ้มหวานเลี่ยนซึ่งเป็นรอยยิ้มที่แม้แต่เซอร์เบรัสยังขนและหางลุกตั้งขึ้นทันที
“ทั้งกะปีอะท่านเนี่ย”เซอร์เบรัสบ่นอุบเบาๆซึ่งเรียกเสียงหัวเราะเบาๆจากเทพแห่งเงา
“ถ้าอย่างงั้นหมายความว่าข้าก็ต้องไปด้วยสินะขอรับ”สิ้นคำร่างของสุนัขสามหัวก็ค่อยเปลี่ยนแปลงไปกลายเป็นสัตว์หางสุนัขหัวทั้งสามรวมเป็นหนึ่งเดียวขนสีม่วงดำสวมชุดหรูหราราวกับแม่ทัพ

“ใช่ เพราะเจ้าคือสุนัของครักษ์ข้างกายข้าไง”เซร่าพูดพลางสะบัดมือเกิดประตูมิติสีดำที่กระจกในห้องโถง
“ขอรับ”เซอร์เบรัสรับคำ
“มุ่งหน้าไปพักร้อนในวันหยุดของชั้นกันเลย”เทพเงาพูดอย่างร่าเริงซึ่งทำเอาเซอร์เบรัสส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ

“แน่แหล่ะครับนิสัยที่แท้จริงของเทพเงาล่ะ”เซอร์เบรัสคิดพลางมองไปยังส่วนหนึ่งของวิหารที่ถูกเวทลวงตาปกคลุมไว้เป็นรูปปั้นของกิ้งก่าสวมชุดขุนนางอย่างหรู
“ถ้านายท่านมาเห็นคงจะดีใจมากที่คนที่เขารักทำตัวสดใสแบบนี้ใช่ไหมนายท่าน”เซอร์เบรัสมองรูปปั้นพลางยิ้มบางๆออกมา
“นายท่านกระผมสัญญาว่าจะปกป้องทั้งท่านเซร่าและสายเลือดของท่านตลอดจนกว่าชีวิตจะหาไม่ครับ”เซอร์เบรัสคิดอย่างแน่วแน่
“เซอมัวทำอะไรอยู่ถ้าช้าข้าจะไม่รอนะเดี๋ยวถ้าพวกนั้นรู้จะยุ่งยากอีก”เซร่าเร่งเพราะนี่ไม่ใช่การออกไปอย่างเป็นทางการแต่เป็นการหนีเที่ยวของเทพแห่งเงา
“ขอรับ”เซอร์เบรัสรับคำก่อนจะหันไปมองรูปปั้นแล้วคำนับแล้ววิ่งเข้าประตูมิติไป
รูปปั้นนั้นมีอักษรสลักไว้ด้านล่างว่า
First Shade Chameleon Raphee-el

Author:  moruru [ Sun Sep 11, 2011 9:33 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area Epilogue chapt

ตอนใหม่ออก(นานแล้ว)ยังไม่มีใครโพสเลย :cry:
/meไปนั่งซึมอยู่มุมห้องตัวเดียว

Author:  TimeZero [ Sun Sep 11, 2011 10:47 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area Epilogue chapt

ตอนใหม่ มา 2 เรื่องเลย อ่ะ :oops:
รอดูตอนต่อไปนะ งิ :lol:

Author:  SupakornNoMercy [ Mon Sep 12, 2011 11:16 am ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area Epilogue chapt

ผมก็นั่งอ่านอยู่เรื่อยๆน้า =w="
แค่...ไม่ค่อยโพสเท่านั้นเอง

//ทำงานๆๆๆ TwT

Author:  moruru [ Sun Sep 18, 2011 10:07 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area Epilogue chapt

ตอนที่ 13 To The Beach

ณ Crystal Beachปรากฏร่างของกิ้งก่าหลายสิบตัวซึ่งส่วนใหญ่นั้นลงมาจากเครื่องบินด้วยสีหน้าพะอืดพะอมมีเพียงเหล่าเด็กสี่ตัวเท่านั้นที่ดูจะร่าเริงเป็นพิเศษ
“ว้าวมีโรงแรมด้วยล่ะ”กิ้งก่าสีแดงตัวเล็กอายุประมาณ 10 ขวบพูดขึ้นพลางชี้ไม้ชี้มือไปที่โรงแรมอย่างร่าเริง

“ท่านแอนนิโมเน่สั่งให้สร้างขึ้นน่ะ คงเพราะเล็งเห็นว่ามันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวของเหล่าหางน่ะ จึงได้สร้างโรงแรมไว้หารายได้มาช่วยเรื่องการขุดค้นโบราณสถานใต้ทะเลน่ะ”ก่าหลบหลีกอธิบายพลางเดินด้วยใบหน้าซีดขาวเพราะตาลุงกาซ่ายังขับเครื่องบินได้บ้าเลือดเช่นเดิมไม่เคยเปลี่ยนเลยทีเดียว
“ว้าว ทะเลล่ะครับพี่ลีโอ”เสียงของแขกกิตติมศักดิ์ตัวเดียวของทัวร์นี้คือหมาน้อยขนน้ำตาลที่ได้รับอนุญาติให้มาร่วมทัวร์จากเทพแสงอัลคาเซียอายุเพียงหกขวบเท่านั้น
“อืมๆ”กิ้งก่าสีแดงนามลีโอรับคำแบบรำคาญเล็กน้อย

“เอาล่ะเหล่ากิ้งก่าทั้งหลายมารวมกันที่นี่ก่อน เราจะแบ่งห้องกันก่อน”อัลวิสเรียกรวมพลที่ล็อบบี้ของโรงแรมในมือมีกุญแจห้องอยู่จำนวนหนึ่ง
“จับฉลากกันนะ ว่าใครจะได้ห้องเดียวกับใคร”อัลวิสหยิบกล่องใบเล็กๆขึ้นมาพร้อมยิ้มอย่างมีเลศนัย
หลังจากจับฉลากทุกตัวต่างแยกย้ายไปอยู่ห้องของตนที่ต้องนอนกับชาวก่าตัวอื่นอีกสามตัว

“พี่ครับคือว่า.....”วิสตะกุกตะกักเพราะปกติเขาไปไหนมักนอนกับพี่ตลอดแต่รอบนี้ไม่ได้นอนกับผู้เป็นพี่ก็เลยกลัวขึ้นมา
“เฮ้อ กลัวอะไรเป็นเด็กไปได้ถ้าพี่หายไปนี่เจ้าจะอยู่ไม่ได้เชียวเหรอ หืม”คนเป็นพี่ลูบหน้าผากของน้องเบาๆด้วยรอยยิ้ม
“แต่ว่าผมก็ยัง....กลัวอยู่ดีนี่ครับ”วิสก้มหน้างุดไปแล้วทำท่าเหมือนจะร้องไห้อีกต่างหาก
“คิดว่าพี่อยู่ด้วยเสมอสิ งั้นก็เอาอย่างงี้แล้วกัน”อัลวิสพูดก่อนจะดึงผ้าผูกผมออกมาซึ่งทำให้ผมสีดำสยายลงกลางหลังแต่เหมือนเจ้าตัวจะไม่ได้ใส่ใจนักเริ่มท่องคถาซึ่งพอท่องจบผ้าผูกผมพลันเปลี่ยนเป็นสร้อยคอสีดำมีจี้เป็นรูปปีกค้างคาวสีดำขลิบเทา

“เอ้านี่เก็บไว้เป็นตัวแทนของพี่ก็แล้วกัน”อัลวิพูดพลางยื่นสร้อยคอให้วิส
“แต่ว่า....แต่ว่า...พี่ครับทำอะไรน่ะ”วิสพูดเมื่อตัวเขาตอนนี้ถูกกิ้งก่าผู้พี่กอดเอาไว้
“พี่จะอยู่เคียงข้างเจ้าเสมอนะเพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวนะ”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพลางปล่อยมือกลับสู่การยืนคุยตามเดิม
“แต่ผมก็ยังกลัวอยู่ดี”วิสเหมือนจะยังไม่หายกลัวถึงแม้เจ้าตัวนั้นกลับมาสบตากับอัลวิสได้แล้วก็ตาม
“งั้นจะมานอนกับพี่ก็ได้แต่มันก็มีเงื่อนไงนะ”อัลวิสยิ้มพลางก้มลงกระซิบเงื่อนไขให้กิ้งก่าตัวน้องฟังซึ่งหลังฟังจบวิสก็หน้าแดงซ่านพลางพูดเสียงดังว่า
”พะ....พี่ขี้โกงนี่ครับ”กิ้งก่าคนพี่รีบวิ่งไปทันทีก่อนจะโดนข้องของตนแตะเอา

“วิส รออะไรอยู่ล่ะ”เมอร์ซี่วิ่งมาตามเพราะเป็นห่วงเลิกคิ้วสูงกับท่าทางของเพื่อนตนที่ดูท่าจะอายแบบสุดกับรุ่นพี่ที่รีบวิ่งหนีไป
“อ้าวเมอร์ซี่ ขอโทษนะที่ช้า”วิสพูดพลางเดินอย่างรับชะตากรรม
“ไม่เป็นไร นายรีบเอาของไปเก็บก่อนเร็ว”เมอร์ซี่พูดพลางดันหลังกิ้งก่าขี้กลัวบางตัวที่พอยิ่งใกล้ถึงห้องยิ่งเดินช้าลงทุกที
“เอาล่ะเข้าไปกันเถอะ”เมอร์ซี่พูดพลางใช้คีย์การ์ดที่ทางโรงแรมจ้างตุ่นมาช่วยสร้างไว้เพื่อใช้เข้าห้องพัก
“เมอร์ซี่ช้าจริงไปตาม อีกตัวทำไมช้าอย่างนี้นะ”เสียงหนึ่งในห้องบ่นขึ้นมา
“ขอโทษที กว่าจะดันเจ้าหมอนี่มาห้องนี้ได้มันก็เลยกินเวลาน่ะ”เมอร์ซี่กล่าวขอโทษ

“อ้าวพวกนายเองเหรอปินัท ลีโอ”วิสพูดอย่างตกใจเมื่อสิ่งที่เขาเห็นกลับเป็นก่าที่เขารู้จัก
“เอ่อสิ นายเก็บของเลยเร็วๆ จะได้ออกไปเล่นน้ำกัน”ปินัทดูท่าจะคึกคักกว่าตัวอื่นซึ่งเร่งให้วิสต้องรีบจัดของอย่างรวดเร็ว
“จริงสิสร้อยของพี่”วิสที่เหมือนนึกขึ้นได้ก็หยิบสร้อยคอนั้นขึ้นมาสวมไว้
“ออกไปเดินเที่ยวกันดีกว่า”ปินัทรีบๆลากกิ้งก่าดำออกมาภาพที่เห็นคือหาดทรายอันงดงามซึ่งตอนนี้มีเหล่าหางอยู่บางตาเพราะไม่ใช่ช่วงเวลาท่องเที่ยว

“ว้าวทะเลสวยจริงๆ......”ปินัทซึ่งพูดยังไม่ทันจบก็ถูกน้ำทะเลสาดเข้าอย่างจัง
“พี่ปินัทมาเล่นด้วยกันสิครับ”เสียงของทาลัสหัวเราะร่าพลางโบกมือชวนรุ่นพี่ทั้งสามตัวให้ลงมาเล่นน้ำกลับพวกเขาอันประกอบด้วยเขาและเนบิวลา
“หนอยเล่นทีเผลอนะไอ้เด็กบ้า”ปินัทที่ถูกน้ำสาดก็ลงไปร่วมเล่นกับพวกเด็กๆด้วย

“แล้วเพรเทอร์กับฟิวเจอร์ล่ะ”เมอร์ซี่ถาม
“อ๋อ ถ้าเพรทล่ะก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ใต้ต้นไม้ส่วนฟิวอยู่ในห้องครับ”เนบิวลาพูดพลางชี้ไปยังต้นมะพร้าวใกล้นั้นมีร่างของกิ้งก่าสีน้ำเงินกำลังนั่งอ่านหนังสืออย่างขะมักเขม้นอยู่
“งั้นเมอร์ซี่ไปหาฟิวเจอร์นะเดี๋ยวเราจะดูเพรทเทอร์ให้”วิสพูดก่อนที่ทั้งสองจะแยกกัน

“เพรทเทอร์ไม่ไปเล่นกับเพื่อนเหรอ”วิสเดินเข้ามาถามซึ่งทำให้กิ้งก่าสีน้ำเงินตกใจเล็กน้อยก่อนจะละสายตาจากหนังสือมาที่กิ้งก่าดำแทน
“พี่วิส ว่ายังไงนะครับ”ร่างนั้นถามด้วยสีหน้าตกใจ
“ไม่ไปเล่นกับเพื่อนเหรอเพรทเทอร์”วิสทวนคำถามของตนด้วยความสงสัย
“ตัวประหลาดอย่างผม...ทำอย่างงั้นได้ด้วยเหรอครับ”แม้ประโยคนั้นเหมือนจะประชดแต่น้ำเสียงของผู้พูดกลับเต็มไปด้วยความประหลาดใจปนดีใจ
“ทำไมถึงคิดว่าตัวเองเป็นตัวประหลาดล่ะ”วิสถามพลางนั่งลงใกล้ๆเพรเทอร์
“ก็ทุกตัวในหมู่บ้านเรียกผมว่าปิศาจน้ำแข็งหรือไม่ก็ตัวประหลาดเสมอๆเลยน่ะครับ”เพรเทอร์พูดดวงตาหลุบต่ำเหมือนจะร้องไห้

“คงจะเกลียดตัวเองสินะ”วิสคิดพลางขยับตัวมาอยู่ใกล้กิ้งก่าน้อย
“พี่ไม่เห็นว่านายจะเป็นปิศาจเหรอตัวประหลาดตรงไหนเลย นายออกจะดูน่ารักในบางทีนะ”วิสพูดกับเพรทเทอร์ยิ้มๆ
“จริงเหรอครับ ผมไม่ใช่ตัวประหลาด จริงๆเหรอครับ”เพรเทอร์พูดซึ่งน้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความดีใจน้ำตาเอ่อคลอเต็มดวงตา
“อื้อ แล้วพี่ก็คิดว่าพวกเนบิวลา เขาก็น่าจะคิดแบบพี่นะ”วิสพูดพลางลูบหัวซึ่งนั่นทำให้กิ้งก่าน้ำเงินปล่อยโฮออกมาทันทีก่อนจะโผเข้ากอดวิสทันที
“ไม่ร้องๆนะเอาล่ะไปเล่นกับเพื่อนๆกันเถอะ”วิสปลอบกิ้งก่าในอ้อมแขนพลางชี้ไปทางพวกเนบิวลาซึ่งกำลังเล่นน้ำกันอยู่
“ครับ”กิ้งก่าน้ำเงินเช็ดน้ำตาก่อนจะวิ่งไปหาพวกเนบิวลา
“ไปหาพี่ดีกว่า”วิสพึมพำพลางเดินไปที่ที่พี่ของตนน่าจะไป

ห้องของหน่วยSINมีร่างของสีเทายืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ถ้าสังเกตกันดีๆจะเห็นว่าเงาที่สะท้อนในกระจกมีกิ้งก่าสองตัวทั้งๆที่มีกิ้งก่าตัวเดียวอยู่หน้ากระจก
“พี่มิลเลอร์ครับ ทำไมตอนไปที่ป่าพี่ถึงยึดร่างผมตามใจชอบล่ะครับ”ฟิวเจอร์ในชุดเสื้อเชิ้ตสีฟ้ากางเกงสามส่วนสี่ดำพูดกับร่างในกระจกซึ่งเป็นกิ้งก่าสีขาวผมสีขาวยาวถึงหลังสวมชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสามส่วนดวงตาสีม่วงอ่อนนั้นแลดูเย็นชาแต่แฝงด้วยความอ่อนโยน

“พี่ขอโทษพี่แค่อยากเจอ.....”ร่างนั้นเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ต้องรีบหายตัวไปเพราะว่า
“ฟิวเจอร์พี่เข้าไปนะ”เมอร์ซี่เคาะประตูก่อนจะเปิดเข้ามา
“พี่เมอร์ซี่!”กิ้งก่าน้อยสะดุ้งทันทีก่อนจะรีบปรี่ออกไปต้อนรับ
“พี่เมอร์ซี่มีอะไรเหรอครับ”กิ้งก่าน้อยถาม
“พี่จะมาถามว่าทำไมฟิวเจอร์ถึงไม่ออกไปเล่นกับเพื่อนๆล่ะ”เมอร์ซี่ถามพลางก้มตัวลงมามองด้วยความสูงที่ต่างกัน

“อ๋อ ผมบอกพวกเขาแล้วว่าจะไปเดินเที่ยวชายหาดน่ะครับ”กิ้งก่าน้อยตอบ
“งั้นพี่ไปเดินเป็นก็แล้วกัน”เมอร์ซี่พูดยิ้มๆ
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่อยากรบกวนเวลาพักผ่อนของพี่ ผมไปเดินคนเดียวได้ครับ”ฟิวเจอร์พูดด้วยความเกรงใจแต่เมอร์ซี่ขัดขึ้นทันทีว่า
“ไม่ได้นะฟิวเจอร์ยังเด็กอยู่ไปเดินตัวเดียวมันอันตรายนะพี่ไปเป็นเพื่อนดีกว่า”พูดจบเมอร์ซี่ก็จัดแจงอุ้มกิ้งก่าน้อยขึ้นซึ่งกิ้งก่าที่ถูกอุ้มหน้าแดงซ่าน
“พี่เมอร์ซี่ปล่อยนะครับ ผมเดินเองได้นะครับ”กิ้งก่าน้อยพูดพลางดิ้นไปมาในอ้อมกอดของเมอร์ซี่
“พี่จะไม่ปล่อย จนกว่าฟิวเจอร์จะยอมให้พี่ไปด้วยนั่นแหละ”เมอร์ซี่พูดยิ้มๆเหมือนมีความสุขที่ได้แกล้งกิ้งก่าน้อย
“พี่ครับปล่อยผมน้า”กิ้งก่าน้อยยังดิ้นไปมาในอ้อมกอดของเมอร์ซี่ซึ่งเมอร์ซี่นั้นหัวเราะร่า
“ก็ได้ๆ ผมให้พี่ไปด้วยก็ได้แต่พี่ปล่อยผมก่อนสิ”หลังจากที่กิ้งก่าน้อยพูดเมอร์ซี่ก็วางตัวของฟิวเจอร์ลง
“เอาล่ะ งั้นไปเดินเที่ยวที่ไหนก่อนดี”เมอร์ซี่พูดด้วยรอยยิ้มของผู้ชนะ
“งั้นลองเดินไปเที่ยวในโรงแรมให้ทั่วก่อนก็แล้วกันครับ”ฟิวเจอร์พูดพลางรีบเดินไปด้วยใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อย

หลังจากมาถึงของถึงโซนขายของที่ระลึกกิ้งก่าทั้งสองสนใจร้านขายเมจิกไอเทมพิลึกๆร้านหนึ่ง
เจ้าของร้านสวมชุดคลุมสีดำนั่งอยู่ที่เคาท์เตอร์มองลูกค้าทั้งสองด้วยแววตาแปลกๆ
“คุณลูกค้าอยากได้อะไรสามารถหยิบได้เลยนะครับเพียงแต่สินค้าของกระผมมันจะเลือกเจ้าของ”ป้ายติดไว้อย่างงั้น
“พี่เมอร์ซี่ดูสิๆ”ฟิวเจอร์ชี้ไปที่นาฬิกาแบบห้อยคอสีทองเข็มสีดำเป็นสร้อยสั้นๆ
“ฟิวเจอร์อยากได้เหรอ”เมอร์ซี่ถามส่วนกิ้งก่าน้อยทำหน้าเหมือนกับอยากจะได้แต่ก็ไม่อยากขอเพราะเกรงใจ
“เอ่อคือว่า.....คือว่าผม”กิ้งก่าน้อยตะกุกตะกักด้วยความเกรงใจรุ่นพี่ของตน
“อยากได้สินะงั้นสินะงั้นหยิบได้เลย”เมอร์ซี่นั้นไม่ได้ว่าอะไรแต่กิ้งก่าน้อยกลับไม่ยอมหยิบ
“หยิบไม่ถึงเหรองั้นพี่อุ้มแล้วฟิวเจอร์หยิบก็แล้วกัน”พูดจบเมอร์ซี่ก็อุ้มกิ้งก่าน้อยขึ้นซึ่งเหล่าหางตัวอื่นมองภาพนี้ด้วยความรู้สึกเอ็นดู

“ดูนั่นสิ ว้ายพี่ชายก็หล่อน้องชายก็น่ารัก”เสียงชมจากรอบด้านยิ่งทำให้กิ้งก่าน้อยเขินเข้าไปใหญ่
“น่าร้ากกกกก”สิ่งที่เหล่าหางผู้พบเห็นพูดกันแบบซุบซิบชนิดจงใจให้ได้ยินซึ่งทำให้กิ้งก่าน้อยรีบหยิบนาฬิกาลงมาก่อนจะกระโดดลงจากอ้อมกอดที่ตนเผลอเคลิบเคลิ้มเหมือนกัน
“เท่าไหร่เหรอครับ”กิ้งก่าน้อยถามเจ้าของร้านที่สวมเสื้อคลุมสีดำปกปิดใบหน้า
“หืม ขอข้าดูหน่อยสิ”ร่างนั้นยื่นมือมาว้านาฬิกาไปดูอยู่สักพัก
“ฟรีจ้า นาฬิกาอันนี้เลือกเจ้าเป็นเจ้าของแล้ว”เจ้าของร้านพูดยิ้มๆพลางยื่นนาฬิกาให้กับฟิวเจอร์

“แล้วอันนี้ล่ะครับ”เมอร์ซี่พูดพลางหยิบธนูไม้สีน้ำตาลเข้มออกมาจากชั้นวางทีเปล่งแสงสีเขียวอ่อนออกมา
“หืมขอกระผมดูหน่อยนะขอรับ”ร่างนั้นเอามือจับก่อนจะหลับตาลงสักพักก่อนจะพูดยิ้มว่า
“สิ่งนี้เป็นของท่านแล้วขอรับ”ร่างนั้นพูดก่อนที่ทั้งสองจะเดินออกนอกร้านไป

ณ ส่วนของชายหาดมีเก้าอี้อย่างดีพร้อมโต๊ะตรงกลางซึ่งมีกิ้งก่าสองตัวกำลังเล่นหมากรุกกันอยู่
“รุก”กิ้งก่าดำพูดพลางขยับตัวควีนมาในตาที่กินคิงได้
“เฮ้ย ข้าพเจ้าลืมได้ไงเนี่ย”กิ้งก่าสีเหลืองร้องพลางขยับคิงหนีซึ่งนั่นต้องแลกกับการเสียบิชอปไป
หมากตอนนี้หมากสีดำตอนนี้กินพื้นที่อยู่เกือบครึ่งกระดานส่วนหมากขาวตอนนี้กำลังลดลงอย่างน่าตกใจ
“พี่ครับมาอยู่นี่เอง”วิสเรียกผู้เป็นพี่เบาๆซึ่งกิ้งก่าผู้พี่หันมามอง

“รุกฆาต”อัลวิสพูด
“แพ้อีกแล้วเหรอเนี่ย”กิ้งก่าสีเหลืองบ่นอุบ
“รอบนี้ใช้เวลาไปประมาณ 3 นาทีดีขึ้นกว่าครั้งก่อนนะวี”อัลวิสยิ้มให้
“เอ่อสิ”วีพูดแบบไม่สบอารมณ์แหงล่ะเขาเล่นกับหมอนี่ทีไรแพ้โดยนอกจากเบี้ยแล้วเขายังไม่สามรถแตะต้องหมากตัวอื่นได้เลย
“พี่ครับมาทะเลทั้งทีทำไมไม่ไปเล่นน้ำล่ะครับ”วิสถาม
“แหม เวลายังมีเหลือเฟือ ยังไม่ต้องรีบว่าแต่คอแห้งแล้วล่ะวีไปหาอะไรดื่มที่ร้านลุงจามอนดีกว่า”อัลวิสตอบปัดก่อนที่จัดลุกเดินไปที่ร้านจามอนกับวีแต่วีก็ต้องตกใจเมื่อเขาเห็นหมีมีมี่ซึ่งน่าจะอยู่ที่เมืองแสงตอนนี้อยู่ในชุดสบายๆนั่งอยู่

“อ้าวคุณวีมะ...มาเที่ยวด้วยเหรอคะ”มีมี่ยิ้มให้ใบหน้านั้นขึ้นสีจาง
“อืมว่าแต่มีมี่เถอะมาทำอะไรที่นี่เหรอ”วีรับคำแบบไม่ใส่ใจกับท่าทางของมีมี่
“พอดีมีมี่มาเที่ยวน่ะค่ะคุณวี”มี่มีตอบด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจางๆ
“วีไปกันเถอะข้างในมีอะไรดีด้วยล่ะ”เสียงของอัลวิสเรียกซึ่งกิ้งก่าสีเหลืองเดินตามกลับไปแต่ก็ไม่ลืมโบกมือให้กับหมีมีมี่

“ชอบเขาใช่มั้ยล่ะมีมี่”เสียงหนึ่งเรียกสติของมีมี่กลับมาจากการมองวีเดินจากไป
“คะ...คุณเป็นใคร”มีมี่พูดออกมาทันทีแต่ก็หลังจากเห็นหน้าชัดก็ร้องออกมา
“คะ...คุณฟอร์จูน”มีมี่ทำหน้าเหมือนเห็นผี
“เธอน่ะชอบวีสินะมีมี่”ฟอร์จูนพูดยิ้มพลางค่อยๆใช้คำพูดไล่ต้อนอย่างรวดเร็ว
“คือว่ามีมี่ไม่ได้ชะ...ชอบคุณวีนะคะ”มีมี่หน้าแดงพลางแก้ตัวตะกุกตะกัก

“ไม่ได้ชอบแต่รักเลยใช่มั้ยล่า”กิ้งก่าดำต้อนหมีมีมี่ต่อไปพลางก้มตัวหลบผลไม้ที่พุ่งเข้ามาจากการขว้างของมีมี่
“ว่าแต่คุณฟอร์จูนรู้ได้ไงล่ะคะ”มีมี่ถามหลังจากคว้าผลไม้บนโต๊ะไปใส่ฟอร์จูนจนหมดแล้วซึ่งไม่มีผลไหนโดนกิ้งก่าดำสักผลเดียว
“มีแต่หางโง่กับหางทึ่มเท่านั้นที่มองไม่ออกว่าเธอชอบเขาน่ะมีมี่””ฟอร์จูนตอบยิ้มๆ
“วีน่ะทึ่มจะตายถ้าเธอไม่เปิดเกมรุกก่อนเธอคงจะได้แต่แอบรักเขาไปตลอดชีวิตล่ะนะ”ฟอร์จูนแนะนำก่อนจะเดินออกไป
“ปะ....เปิดเกมรุกงั้นเหรอ”มีมี่พึมพำเบาด้วยใบหน้าแดงซ่านพลางมองไปยังทิศทางที่วีเดินจากไปเงียบๆ

Author:  TimeZero [ Sun Sep 18, 2011 11:35 pm ]
Post subject:  Re: Fan-Fic12tailsThe chameleons of Rest Area ตอนที่ 13

มันจะไปเชื่อมโยงกับอีกเรื่องไหมนะ -w-*
อืม น่าคิดๆ -w-* :oops:

Page 5 of 7 All times are UTC + 7 hours
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
http://www.phpbb.com/