Last visit was: It is currently Wed Nov 21, 2018 8:12 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: [Fic]TLF:The Lost Friendship : Update ตอนที่1
PostPosted: Tue Nov 22, 2011 9:34 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
เกริ่นนำ
ก่อนอื่นต้องขอสวัสดีนะครับผม สำหรับฟิคเรื่องนี้ผมแต่งเพราะหัวมันออกจะแล่นมากในยามนี้
เนื่องด้วยความที่ผมเหงา ผมถึงแต่งมันขึ้นมาได้
คงสงสัยสินะครับว่า ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

เพราะนั่นเป็นที่มาของฟิคครับ ผมใช้อารมณ์เศร้าที่ผมเผชิญจนชินมาแต่งเพื่อให้เนื้อเรื่องสามารถ
แต่งต่อได้ง่ายขึ้น อีกทั้งผมอยากแอบอยากให้เนื้อหาในฟิคเรื่องนี้ เป็นจริงด้วยครับ

เพราะผมเหงา เพราะผมเครียด เพราะผมอยากมีเหมือนสิ่งที่คนอื่นมี นั่นแหละครับคือแรงบันดาลใจในการแต่ง

ฟิคนี้อาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับฟิคอื่นๆที่แต่งไปก่อนหน้าอยู่บ้าง
เนื่องจากผมต้องการสร้างความปะติดปะต่อระหว่างฟิคหลักกับฟิคผม
ให้ดูเหมือนกับว่า สถานการณ์เดียวกัน ทั้งๆที่คนแต่ง คนละคน เพื่อความสนุกสมจริงครับ

สุดท้ายนี้ ที่เขียนไปด้านบนอาจเป็นแค่การบ่นเปรยๆ แต่ว่า นั่นก็เป็นความจริงทั้งหมดที่ทำให้ผมได้เขียนฟิคเรื่องนี้ขึ้นครับ

ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการอ่านฟิคของผมนะครับ

กฏ กติกา
1.ถ้าอ่านแล้วชอบขอความกรุณา คอมเมนต์ด้วยนะครับ เพราะผมจะได้รู้ว่า มีใครติดตามอยู่หรือไม่
2.ถ้าไม่ชอบส่วนไหน โพสติติงมาได้ครับ ยินดีรับทุกข้อคิดเห็น แต่ประเภทที่ว่า "ฟิคมึ*กากมาก แต่งเ*ยอะไรวะ"
ขอความกรุณาอย่าโพสนะครับ มันจะเป็นดราม่ายาว ซึ่งผมไม่อยากให้มันเกิดขึ้น
3.ถ้าอ่านแล้วชอบ ไม่ต้องถามก็ได้นะครับว่าจะออกตอนหน้าเมื่อไหร่ เพราะถามไป คนแต่งก็ไม่ทราบครับ
เนื่องจากต้องมีอารมณ์สุนทรีย์จริงๆในการแต่งครับ ตรงนี้ต้องขออภัยจริงๆครับผม
4.การโพสแสดงความคิดเห็นงดใช้คำหยาบหรือการเสียดสีผู้อื่นนะครับ
5.ถ้าชอบถึงขั้นเอาไปเผยแพร่ที่อื่น ผมยินดีครับ แต่กรุณาให้เครดิตด้วยครับว่าเอามาจากที่ไหน (แต่ผมว่าคงไม่มีคนเอาไปโพสที่อื่นหรอก = = สำหรับข้อนี้ต้องการแค่ดักคอไว้เฉยๆนะครับ)
6.ขอให้สนุกกับการอ่านฟิคของผมครับ

สารบัญ
(Prologue) ตอนที่ 0 : ความฝัน
ตอนที่ 1 : การเดินทางแห่งโชคชะตา

_________________
ImageImage

Image


Last edited by pitinata on Sat Dec 03, 2011 8:16 am, edited 3 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Tue Nov 22, 2011 9:36 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
Prologue
ตอนที่ 0 : ความฝัน


=================

“ฉันว่านายไม่เหมาะกับการเป็นผู้ทดสอบเกมของเกมนี้หรอก นายไม่ได้เล่นเกมจริงๆจังๆอย่างนั้นซะหน่อย ฉันว่าช่างมันเถอะ”

“ไม่มีใครเข้าใจเราได้หรอก ว่าการจะได้เพื่อนซักคน มันยากขนาดไหน”

“วันนี้ไปเที่ยวกันมาสนุกมั้ย”

“อืม ก็ดีนะ”

“ยังไงก็ไม่มีใครเข้าใจเราสักคน เพื่อนแท้ มันไม่มีหรอก”

“หลบไปอยู่ห่างๆจะได้มั้ย”

“สร้างหุ่นยนต์ดีกว่า หุ่นยนต์ยังไงก็เข้าใจเราดีกว่าคนพวกนั้นแน่ๆ”

“ต่อให้เธอต้องตาย ฉันก็จะไม่ร้องไห้”

“คำว่าเพื่อนแท้ สำหรับเรา มันไม่มีอยู่จริงตั้งแต่แรกแล้วละ”

“ยังไงเสีย ฉันก็ไม่มีเพื่อน ไม่มีวัน ไม่มีวัน ไม่มีวัน......................”



.
.
.
.
.
.


“ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก ติ๊ก” เสียงนาฬิกาเดินดังขึ้นมาขัดจังหวะความฝันและปลุกกิ้งก่าตัวหนึ่งให้ตื่นขึ้น
“ฮึก อ้าว...... ฝันไปเหรอ”กิ้งก่าสีเหลืองตัวหนึ่งตื่นขึ้น ภายในห้องนอนที่ได้รับการตกแต่งมาอย่างดี และหน้าต่างที่เปิดโล่ง ทำให้แสงแดดอ่อนในตอนเช้า สาดส่องเข้ามาในห้องได้แต่ไม่ทำให้ห้องร้อนขึ้นในช่วงระหว่างวัน แสงนั่นสะท้อนเข้านัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มของเขา “กี่โมงแล้วเนี่ย…” กิ้งก่าตัวนั้นพลิกตัวไปหยิบนาฬิกาตั้งโต๊ะรูปมูโป้ขึ้นมาดู “อืม แค่ 8 โมงเอง.....” กิ้งก่าตัวนั้นใช้เวลาคิดเล็กน้อย พร้อมอารามตกใจขึ้นมา “อะไรนะ! 8โมงแล้วหรอ ไปทำงานสายแน่ๆเลยยยยยยยย” เขารีบวางนาฬิกาปลุกไว้บนเตียงแล้วกระเด้งตัวขึ้นจากเตียงทันทีเพื่อเตรียมตัวไปทำงาน

ด้านล่างที่พักของเขาเป็นเสมือนร้านอาหาร ใช่แล้ว เขาพักอยู่ที่โรงแรมของหมีมีมี่ โรงแรมแห่งเดียวในเมืองแห่งแสง ในแต่ละวัน มีผู้คนเข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก ตั้งแต่เช้ายันหัวค่ำ ซึ่งเช้านี้ก็เช่นกัน
“โต๊ะ4 รอสักครู่นะคะ เดี๋ยวจะนำกาแฟร้อนไปเสริฟค่ะ” “โต๊ะ2 รับอะไรดีคะ” หมีมีมี่ทักทายและบริการลูกค้าตามหน้าที่ประจำของเธอ

“ว๊าก สายแล้วๆๆๆๆๆ”กิ้งก่าตัวนั้นวิ่งลงมาจากห้องพักสู่ชั้นล่าง “อรุณสวัสดิ์ค่ะ ปินัท เช้านี้รับอะไรไปทานดีคะ” หมีมีมี่ถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ “ขอโทษนะครับมีมี่ แต่ผมขอแค่ขนมปังปิ้งแผ่นเดียวได้มั้ยคร้าบบบ” ปินัทตอบอย่างรีบร้อน “สักครู่ค่ะ” หมีมีมี่รีบจัดแจงนำขนมปังไปปิ้งอย่างรีบร้อน เพราะรู้ว่าปินัทรีบแบบนี้หลายครั้ง “ได้แล้วค่ะ” มีมี่รีบยื่นขนมปังปิ้งให้ “ขอบคุณคร้าบบบบบบ” ปินัทลากเสียงยาว ก่อนจะวางเหรียญไว้ที่เคาเตอร์แล้ววิ่งออกไปอย่างรวดเร็ว “อ้าว ไปซะแล้ว....” มีมี่พูดขึ้นพร้อมตะโกนไล่หลังปินัทไปว่า “เดี๋ยวมารับเงินทอนด้วยนะคะ”

หลังจากวิ่งไปได้10นาที “ถึงซะที ยังพอทันเวลามั้ยเนี่ย” ปินัทเดินเข้าไปในที่ทำการ Alpha อย่างกล้าๆกลัวๆ พร้อมแหงนหน้าดูนาฬิกาที่ห้องโถง “เฮ้อ โล่ง อีก1นาทีเริ่มงาน วันนี้ไม่สายแล้ว วู้วว….”
“ให้มันได้แบบนี้สิ มาเฉียดฉิวตลอดเวลาเลยนะ” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ปินัทรีบพูดขึ้นเหมือนเป็นอัตโนมัติ “ท่านดาเนะนี่ละ อย่าแซวสิครับ เมื่อคืนผมนอนดึกนี่นา จัดการเอกสารเสียเยอะด้วย” ปินัทรีบพูดตอบพร้อมหันหลังไปตอบกิ้งก่าสีเหลืองอีกตัวหนึ่งที่เดินเข้ามาหา ตาของเขาเป็นสีเขียวดั่งใบไม้สด มือจับคันธนูที่มีน้ำหนักกำลังดี แสดงให้เห็นว่ากำลังจะไปฝึกซ้อม “แต่ว่ามาเฉียดสายแบบนี้ก็ไม่ค่อยดีนะ วันหลังต้องเผื่อๆเวลาไว้บ้างนะ” ดาเนะตอบและแนะนำอะไรบางอย่างตบท้าย “อ้อ แล้วอีกเรื่องคือ อยู่นี่แล้ว ไม่ต้องเรียกท่านก็ได้นะ ถึงเราจะสถานะต่างกัน เราก็เป็นเพื่อนกัน เรียกท่านแล้วมันฟังดูแปลกๆนะ”

หลังจากนั้นปินัทได้เดินตามโถงยาว เพื่อเข้าสู่ห้องทำงานของเขา งานในแต่ละวันของเขาคือจัดส่งเอกสาร เหมือนจะเป็นงานง่ายๆที่ใครๆก็เข้ามาทำได้ แต่ไม่ใช่กับงานที่ปินัททำอยู่ เพราะเอกสารบางฉบับเป็นเอกสารลับและมีความสำคัญ และ จำเป็นต้องให้ผู้ที่มีประสบการณ์ในการปกป้องเอกสารด้วย ซึ่งปินัทได้สอบผ่านเข้ามาได้ เนื่องจากอยากเป็นหน่วย Alpha ประจำเมืองแห่งแสง แต่มีเหตุผลบางอย่าง ทำให้เขามาสมัครไม่ทัน แต่ด้วยความพยายาม เขาจึงรับหน้าที่นี้แทน ซึ่งแน่นอนว่า แม้จะแทนการเป็น Alpha ไม่ได้ แต่อย่างน้อยก็ยังได้ไกล้ชิดกับหน่วย Alpha ที่เขาชื่นชอบ หน่วยที่เขาเคารพ และอีกเหตุผลหนึ่งก็คือ เพราะเคยช่วยชีวิตเขาไว้

หลังจากนั้นปินัทจึงได้เดินผ่านทุ่งหญ้าเขียวขจีในเขตฝึกซ้อม ที่จะนำเขาไปสู่ห้องทำงานของเขา ในระหว่างนั้น เขาได้ทักทายเหล่า Alpha ไปด้วยระหว่างเดิน “อรุณสวัสดิ์ครับท่านวี” เขากล่าวทักทายวี กิ้งก่ารุ่นเดียวกับดาเนะ ซึ่งลักษณะกายภาพค่อนข้างเหมือนดาเนะอยู่พอสมควรทีเดียว จะว่าดูละม้ายคล้ายดาเนะก็ไม่ปาน เพียงแต่วีจะสวมปลอกแขนและก๊อกเกิ๊ลคู่ใจไว้ตลอดเพื่อบ่งบอกถึงความเป็นตัวตนของวี “แง่ดดดด เจ้าปินัท วันนี้ก็มาช้าเหมือนเดิมนะ” วีหันมาทักปินัท ซึ่งวีกำลังคิดค้นท่ายิงท่าใหม่อยู่พอดี “ซ้อมอยู่หรือครับ” ปินัทถาม “อ้อ ข้าพเจ้ากำลังคิดค้นท่ายิงธนูใหม่น่ะ ข้าพเจ้าว่าถ้าได้ท่าใหม่ๆ ก็น่าจะเพิ่มประสิทธิภาพในการต่อสู้ เลยลองคิดดู เผื่อเวลาข้าพเจ้าสู้กับเหล่าแมวๆ แล้วจะชนะบ้างน่ะ”

หลังจากทักทายวีแล้ว ปินัทก็ได้สังเกตเห็นโดรุ หมาป่าขนสีแดง ถือดาบเป็นคู่ซ้อมให้อากุ หมาป่าสีฟ้า ซึ่งรุ่นราวคราวเดียวกัน อยู่ห่างๆจากวีไปไม่เท่าไหร่ ปินัทจึงได้ ถือโอกาสทักทายด้วย “สวัสดีครับท่านโดรุ ท่านอากุ” ปินัทกล่าวทักทาย “อ้าว หวัดดี ปินัทคุง โทษทีนะ วันนี้ไม่ค่อยว่างคุยเท่าไหร่ พอดีกำลังซ้อมๆท่าคู่น่ะ ถ้าคล่องเมื่อไหร่เดี๋ยวจะโชว์ออฟแง่ดก่าแถวนี้ให้ดู” “หึหึ แล้วจะรอดูว่าท่าที่โดรุคิดจะแง่ดหรือเปล่า ถ้าไม่แง่ด ข้าพเจ้าถือว่าโดรุละเลยในหน้าที่เชียวนะ” วีท้าโดรุทันทีที่โดรุตอบ “รอชมก็แล้วกัน รับรองท่าของโดรุกับอากุต้องทำแดมเมจแน่นอน” อากุกล่าวเสริม ปินัทสงสัยว่าอย่างวีน่าจะมีท่าที่ต้องใช้เป็นคู่ด้วยจึงลองเอ่ยถาม “เอ่อ แล้วท่านวีไม่มีท่าคู่กับท่านดาเนะบ้างหรือครับ” วีหยุดง้างคันธนูแล้วหันมาตอบคำถาม “จะว่ามีมันก็มีอยู่นะ แต่ว่าเท่าที่ข้าพเจ้าดูแล้วมันยังไม่ค่อยเข้ารูปเข้ารอยน่ะ เลยต้องฝึกกันอีกหน่อย” อากุเห็นจึงหันมาแซววี “ความจริงยังไม่มีใช่มั้ยล่ะ ถึงไม่แสดง” วีตอบว่า “มีไม่มีไม่รู้ แต่... เฮ้ย ระวังสะดุดหิน” แม้ว่าวีจะเตือน แต่อากุก็เผลอถอยไปสะดุดจนได้ ซึ่งทำให้โดรุที่กำลังพุ่งเข้ามาด้วยท่าที่คิดขึ้นใหม่ ล้มลงตาม วีเห็นทีจึงบอกว่า “เห็นมะ ไม่ทันขาดคำ ล้มซะแล้ว เอ.. หรือว่าจงใจดีล่ะ หินก็ไม่ได้ก้อนใหญ่นา ข้าพเจ้าว่า” โดรุกับอากุรีบลุกขึ้น แล้วพูดแก้ตัวพร้อมกันว่า “เอ้ย จงใจที่ไหน ไม่มี๊” ปินัทได้แต่ยิ้มเล็กๆ คิดในใจว่า ทุกตัวเป็นแบบนี้ก็ไม่เลว อย่างน้อยการทำงานของเราจะได้ไม่จืดชืด และเมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้วจึงกล่าวลาแล้วเดินไปที่ห้องทำงาน ซึ่งปินัทตื่นเต้นที่จะได้เห็นท่าแปลกๆของเหล่า Alpha ที่เขาใฝ่ฝันอยากจะมีท่าประจำตัวบ้าง

กิจวัตรของปินัทในแต่ละวันค่อนข้างซ้ำกัน คือ เมื่อเข้าทำงานแล้วก็จัดการกับเอกสารกองพะเนิน ซึ่งเขาต้องแยกออกมาว่า ควรจะเดินเอกสารไปที่ไหนก่อนเพื่อให้ประหยัดเวลาที่สุด และอีกภารกิจหนึ่งคือการปกป้องเอกสาร หากว่าเอกสารนั้นโดนชิงหรือสูญหาย อาจทำให้ความลับทางราชการรั่วไหลได้ จึงต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ และหากไม่มีเหตุการณ์สำคัญอะไรนัก ปินัทจะเลิกงานประมาณ4โมงเย็น หลังจากที่เอกสารทั้งหลายถูกจัดส่งจนหมด

แต่วันนี้มีเหตุการณ์ที่ทุกหางรอคอย นั่นคือกิจกรรมเฉลิมฉลองวันครบรอบการก่อตั้งเมืองแสง ซึ่งทุกตัวดีใจมากที่จะได้เข้าร่วมงานนี้ เพราะเป็นงานที่ในรอบปีมีเพียง1ครั้ง บ้านและร้านค้าทั่วเมืองแห่งแสงต่างถูกประดับประดาไปด้วยไฟหลากสีสันซึ่งหาซื้อได้จากช่างในเมืองที่จะนำมาขายล่วงหน้า3วัน อีกทั้งรอบน้ำพุยังมีการจัดกิจกรรมอื่นๆ และยังมีพ่อค้าจากทั่วทุกสารทิศมาวางขายสินค้าน่าสนใจตามซุ้มต่างๆอีกด้วย ที่พิเศษคือ ที่ทำการเหล่า Alpha เองก็ได้มีการจัดเลี้ยงกันขึ้น เพื่อให้สมาชิกในทีมได้สังสรรค์กัน เนื่องในวันครบรอบการก่อตั้งเมืองแสง และเป็นวันครบรอบของการก่อตั้งหน่วยนี้ขึ้นมาเช่นกัน ซึ่ง ปินัทก็ได้รับเชิญให้เข้าร่วมงานนี้ด้วย ซึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะมีใครซักคนที่ไม่ใช่เหล่า Alpha หรือ เหล่าทหารในเมือง ถูกเชิญไปงานเลี้ยงแห่งนี้

ปินัทกลับไปเปลี่ยนชุดที่โรงแรมแล้วรีบออกมาในชุดสูทสีขาวสว่างซึ่งเป็นชุดสุภาพเวลาไปร่วมงาน เมื่อถึงงานจึงเห็นเหล่า Alpha ที่แต่งชุดสุภาพเช่นกัน ร่วมงานกันไปก่อนแล้ว แต่ละตัวก็หันมาทักปินัท เมื่อเขาเดินเข้ามา “โอ้ว หวัดดีปินัท” “แง่ดดด เจ้าปินัท วันนี้แต่งตัวดูดีเชียวนะ แต่ก็ไม่แง่ดเท่าข้าพเจ้าแน่นอน ฮี่ๆ” “ว่าไง ปินัทคุง งานวันนี้เป็นยังไงบ้าง?” หลังจากที่ปินัททักทายทุกคนแล้ว งานก็ดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาน

“ว่าแต่ไหนว่าจะโชว์ท่าให้ข้าพเจ้าดูนี่ ไหนล่ะ” วีทวงถามโดรุ
“อย่าเพิ่งสิวี เรากับอากุยังซ้อมไปไม่ถึงไหนเลย ขออีกไม่นานนะ เดี๋ยวทำให้ดูแน่นอน” โดรุเลิ่กลั่กตอบไป เพราะยังไม่พร้อมจริงๆ
“แหมๆๆ ข้าพเจ้าว่าคงมัวแต่เล่นกันไปมาล่ะสิท่า ถึงยังไปไม่ถึงไหน” วีตอบ “ไม่ใช่ซะหน่อย อย่าเปลี่ยนเรื่องสิ” อากุเสริมเพราะกลัวว่าจะทำให้ตัวอื่นคิดอะไรไปเลยเถิด “ข้าพเจ้าล้อเล่นหรอกน่า ฮ่าๆ” วีหัวเราะอย่างอารมณ์ดี

ภายในงาน ปินัทได้พบเจอกับเพื่อนๆเหล่า Alpha มากมาย ซึ่งเป็นที่น่าแปลกใจอยู่บ้างว่า อยู่มาตั้งปีแล้วทำไมปินัทยังรู้จักเพื่อนๆไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเทียบกับตอนแรกสุดก็ถือได้ว่ามีพัฒนาการขึ้นมามากทีเดียว ซึ่งจากที่เขาเข้ามาตอนแรก ดูเงียบๆ และ เศร้าๆ เพราะเขาต้องอยู่ตัวคนเดียวมานาน แต่ตอนนี้ เขาก็สามารถเข้ากับหางอื่นๆได้ด้วยเช่นกัน

วาฬกิลซึ่งเป็นหัวหน้าของหน่วย Alpha ได้ชูแก้วน้ำผลไม้ขึ้นแล้วบอกทุกตัวว่า “เอ้า ทุกตัว มาดื่มให้กับงานครบรอบการก่อตั้งเมืองแห่งแสงและหน่วยของเราเถอะ” ทุกตัวต่างชูแก้วขึ้นพร้อมพูดว่าพร้อมกัน “ไชโย ไชโย ไชโย”

ทุกอย่างของชีวิตกิ้งก่าปินัทดูช่างลงตัว เขามีทั้งเพื่อน มีทั้งงาน มีทั้งความรู้ที่เขาสนใจอยากจะรู้มานาน เขาได้ไกล้ชิดกับเพื่อนๆที่อยากคบหา ได้อยู่ในเมืองที่มีธรรมชาติแสนสวยงาม และ........

“กริ๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง!” เสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำให้ภาพงานฉลองนั้นค่อยๆหายไป กลายเป็นภาพของเพดานห้องมืดๆห้องหนึ่งแทน

“ฮ้าวววว....” เด็กหนุ่มวัย20ต้นๆ ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง แต่ดูเหมือนว่าคราวนี้จะตื่นขึ้นมาจริงๆ ไม่ใช่ตื่นในฝันแบบคราวก่อน “เฮ้อ ฝันแบบนี้อีกแล้วหรอเนี่ย....” เขาพึมพำซึ่งนับว่าไม่แปลกที่เขาจะบ่นออกมาแบบนั้น เพราะเป็นรอบที่3 แล้วที่เขาฝันประหลาดแบบนี้

เขามองออกไปรอบๆห้อง ที่ซึ่งเขาใช้นอนและเป็นห้องทำงานของเขา ซึ่งมีจอมอนิเตอร์นับ10รายล้อม ห้องซึ่งมีแต่อุปกรณ์สำหรับต่อหุ่นยนต์ อีกทั้งยังมีหุ่นยนต์บางชิ้นที่ยังถูกต่อค้างไว้ จอแสดงโค้ดบางอย่างที่ดูเหมือนจะถูกทำค้างไว้ เขาได้มองรูปถ่ายกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ มีบุคคลอายุรุ่นคราวเดียวกัน พร้อมกับถือโปสเตอร์อะไรบางอย่างที่ไม่ชัดเจนนัก เพราะภาพนี้มีอายุหลายปีแล้ว จึงมีบางส่วนของภาพเสียหาย มีเพียง เลข1 บนโปสเตอร์เท่านั้นที่มองเห็นได้อย่างชัดเจน เขามองพร้อมกับพูดว่า “เพื่อนงั้นหรือ สำหรับเราแล้ว คำว่าเพื่อนน่ะนะ คงเป็นจริงได้ ........ แต่ในฝันเท่านั้นสินะ”

_________________
ImageImage

Image


Last edited by pitinata on Thu Nov 24, 2011 10:44 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Wed Nov 23, 2011 6:25 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Mar 01, 2011 9:51 pm
Posts: 1061
เพื่อน' w' เรายังเป็นเพื่อนกันนะแงะ~

_________________
Raymonter การ์ตูนฉบับเมเปิ้ล


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Wed Nov 23, 2011 6:30 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ก็ดีนี่นาถ้าเป็นการเริ่มต้นนับว่าดีกว่าของเราเยอะเลยนะ
ปล.รับสมัครตัวละครไหมอ่า ถ้ารับเอาใส่ด้วยนะ(ยังไงก็ได้ไม่ซีเรียส)

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Wed Nov 23, 2011 9:35 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
moruru wrote:
ก็ดีนี่นาถ้าเป็นการเริ่มต้นนับว่าดีกว่าของเราเยอะเลยนะ
ปล.รับสมัครตัวละครไหมอ่า ถ้ารับเอาใส่ด้วยนะ(ยังไงก็ได้ไม่ซีเรียส)


ใครสนใจ PM มาเลยจ้า ><
แต่ขอคนที่เคยอยู่บอร์ดนี้มาอย่างน้อยก็พอให้เห็นหน้าบ้างนะครับ
ไม่งั้นผมเดาลักษณะนิสัยตัวละครไม่ออก

สำหรับคนที่สนใจ ก็ PM ชื่อ ลักษณะตัวละคร แล้วก็นิสัยด้วยนะครับ
ถ้าเป็นไปได้ ขอประวัติตัวละครคร่าวๆด้วยนะครับ

ถ้าผมว่างและหาตำแหน่งได้เมื่อไหร่ผมจะลงให้นะครับ

แต่ตอนต่อไปไม่รู้อีกนานมั้ยกว่าจะออก เพราะต้องรออารมณ์สุนทรีย์และเวลาที่เหมาะสมด้วยนะครับผม

แต่ยังไงก็ขอขอบคุณทุกท่านที่สนใจฟิคนะครับ

ตอนนี้ยังเปิดรับความคิดเห็นอยู่ตลอดนะครับ

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Thu Nov 24, 2011 12:11 am 
เทพดิน
User avatar

Joined: Fri Oct 23, 2009 11:32 pm
Posts: 559
เพื่อนน่ะไม่ได้มีแค่ความฝันหรอกนะ ^^

เพียงแต่มันไม่ได้สร้างง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน และต้องใช้ทักษะหลายๆอย่างในการเข้าถึงด้วยนะ ;)

แต่งเก่งเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ

_________________
Image

[-In this world, Justice without Power is useless...-]
- Ginga Densetsu Riki -


เรียกว่า โดรุ ก็ได้นะครับ *w*


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Thu Nov 24, 2011 9:39 am 
เทพไฟ
User avatar

Joined: Sat Jul 10, 2010 11:11 pm
Posts: 833
เฝ้าติดตามแบบเงียบๆ :oops:


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Thu Nov 24, 2011 10:12 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
Underdog wrote:
เพื่อนน่ะไม่ได้มีแค่ความฝันหรอกนะ ^^

เพียงแต่มันไม่ได้สร้างง่ายๆเพียงชั่วข้ามคืน และต้องใช้ทักษะหลายๆอย่างในการเข้าถึงด้วยนะ ;)

แต่งเก่งเหมือนกันนะเนี่ย ฮ่าๆๆ


พอดีมันมากับความรู้สึกอ่ะครับ แล้วก็คิดไว้นานแล้วด้วยครับว่าจะแต่ง
เลยแต่งเรื่องได้ง่ายหน่อย

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Fri Dec 02, 2011 9:38 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
ตอนที่ 1 : การเดินทางแห่งโชคชะตา

=================

“จำได้มั้ยเมื่อวันก่อนน่ะ” ”จำได้สิ ในเกมอ่ะนะ อย่างฮาเลย” “ไม่เท่าตอนนั้นหรอก ตอนนั้นสนุกกว่าเยอะเลย” กลุ่มตนกลุ่มหนึ่งกำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน “เฮ้ พวกนายคุยอะไรกันอยู่น่ะ ” ปินัทวิ่งเข้าไปถามบุคคลกลุ่มนั้น แต่ก็ไม่มีใครสนใจเสียงของปินัท แม้แต่น้อย “เอ่อ คือ....” “มีอะไรก็รีบว่ามาสิ” คนในกลุ่มคนหนึ่งถามขึ้นด้วยเสียงที่เย็นชา “เอ่อ ไม่มีอะไรหรอก”ปินัทก็ได้แต่เพียงจ้องดู โดยไม่สามารถพูดคุยอะไรกับเขา เขารู้สึกว่าตัวของเขาช่างโดดเดี่ยวนัก เหมือนในโลกนี้มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้น


ภาพอดีตในใจของปินัทยังคงวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา ขณะที่เขากำลังดูรูปภาพนั้น บางทีเขาอาจเคยน้อยใจที่ไม่มีใครสนใจเขาเลย แม้สักคน


ภายในห้องเล็กๆที่มีจอมากมายติดอยู่รายล้อมแสดงทั้งสถานะต่างๆ อาทิเช่นอุณหภูมิ ความชื้นในห้อง การทำงานของระบบ เพื่อให้ผู้สร้างรู้เรื่องราวต่างๆ ชดเชยจากการที่เขาไม่ได้ติดต่อผู้คนเป็นเวลานาน ซึ่งขณะที่ปินัทตื่นนั้นได้ปรากฏเสียงจากระบบคอมพิวเตอร์ขึ้นมาเพื่ออรุณสวัสดิ์ให้แด่ผู้สร้างของมัน “Good morning and Welcome to the Technology never Lost Friend Laboratory. The time is 5:30 am.”


ปินัทลุกขึ้นจากเตียงพร้อมพูดว่า “คิดถึงอดีตไปมันก็แค่นั้นสินะ จริงสิ การทดลองของเรากำลังจะเสร็จสมบูรณ์แล้วด้วย รีบทำให้เสร็จดีกว่า” เขาพูดพลางรีบเดินออกจากห้อง เพื่อทำธุระส่วนตัวก่อนที่จะเริ่มทำการวิจัยซึ่งอยู่ในขั้นสุดท้าย ซึ่งระหว่างการวิจัย ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายเนื่องจากเป็นการทดลองที่ค่อนข้างจะเหนือจินตนาการ และ ขัดกับกฎทางฟิสิกส์หลายประการ พูดอีกอย่างหนึ่งคือ ในสายตาของนักวิทยาศาสตร์คนอื่นๆ เขาดูเหมือนกับคนที่เพ้อฝันอย่างมาก จึงไม่มีใครสนใจเขาสักเท่าใดนัก แต่เขาไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ในใจเขาคิดแต่เพียงว่าจะทำมันให้สำเร็จ เหมือนกับที่เขาเคยฝันไว้


“ถ้าแก้ไขอดีตได้ก็ดีสินะ”


ปินัทใฝ่ฝันมาตลอดว่าเขาอยากจะเป็นนักเดินทางข้ามเวลา แม้สักครั้งหนึ่งในชีวิตก็เพียงพอแล้ว รวมถึงการย้อนกลับไปสู่อดีต เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดบางอย่าง แม้ว่าเขาจะรู้ว่า ถึงจะแก้ได้ก็ไม่มีผลต่อตัวเขา จากความจริงที่เขาค้นพบในตอนเริ่มการทดลองครั้งแรกว่า เมื่อเราได้ตัดสินใจอะไรไปแล้ว เราจะแยกจากการตัดสินใจของเราอีกแบบไปอย่างสมบูรณ์ พูดง่ายๆคือ เป็นการสร้างโลกคู่ขนานที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกต่อไป ซึ่งมันก็เป็นแค่ทฤษฎี เพียงแต่เขาไม่เชื่อ จนกว่าจะได้พิสูจน์ด้วยตาตัวเองเท่านั้น และอีกอย่าง แม้จะไม่มีผลต่อตัวเขา แต่เขาก็ดีใจ ที่ได้เห็นตัวเขาในโลกคู่ขนาน มีความสุข เพราะ หากทำสำเร็จ มันจะกลายเป็นภาพที่เขาอยากจะเห็นมากที่สุด ภาพซึ่งตัวเขามีเพื่อนนั่นเอง ซึ่งหลังจากที่ปินัทได้อาบน้ำ แต่งตัว และทานอาหารเช้าเป็นที่เรียบร้อย เขาก็กลับมาที่ห้องทำงานของเขา โดยที่มีใครบางคนรออยู่


เขาเดินเข้าไปในห้องทำงาน(หรือห้องนอน) ของเขาเพื่อเริ่มการทดลองต่อจากเมื่อวาน แต่เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอใครนั่งคอยอยู่ “หวัดดีปินัท” หมาป่าตัวหนึ่ง ไม่สิ ดูเหมือนมนุษย์ที่มีหน้าตาและรูปร่างเป็นหมาป่ามากกว่า แถมยังพูดภาษามนุษย์ได้อีกด้วย แต่ปินัทไม่ได้แสดงอาการตกใจแต่อย่างใด แถมยังเข้าไปทักทายอีก “อรุณสวัสดิ์นะ เกรย์ เมื่อกี้ไปไหนมาล่ะ ตอนเราตื่นยังไม่เห็นอยู่ในห้องนี้เลย” ปินัทถาม “พอดีเราออกไปสูดอากาศข้างนอกมาน่ะ ทำงานทั้งคืนมัน เมื้อยเมื่อย” เกรย์ตอบให้ปินัท ซึ่งเขาเป็นหุ่นยนต์ที่ปินัทสร้างขึ้นมาโดยใช้รูปแบบภายนอกจากตัวละครในเกมที่เขาชื่นชอบในอดีต โดยเกรย์มีรูปร่างเป็นเหมือนหมาป่าขนสีขาว-เทา นัยน์ตาสีฟ้าเป็นประกาย หูทั้งสองข้างชี้ยาวขึ้นไปทางด้านหลัง อีกทั้งหางที่ดูฟูนุ่มน่ากอด เกรย์มีท่าทางดูแข็งขัน แต่มีนิสัยรักเพื่อน เขาสามารถยืน พูด และสามารถกระทำกิริยาต่างๆได้เหมือนมนุษย์ อันเป็นลักษณะของหุ่นยนต์ที่ปินัทได้เคยอยากจะสร้างขึ้นมา ซึ่งขณะนั้น เกรย์อยู่ในชุดประจำของเขาและพร้อมที่จะทำงานเป็นผู้ช่วยปินัทในการทำการทดลอง


“ตอนนี้สถานะเครื่องเป็นยังไงบ้างล่ะ พร้อมทำงานมั้ยน่ะ” ปินัทลองถามเกรย์ดู เพราะหากสิ่งที่เขาทำวิจัยมาตลอดหลายปีได้เสร็จสิ้นลงแล้ว วันนี้จะเป็นอีกวันหนึ่งที่เขารอคอยมานับหลายปี ซึ่งเกรย์ได้ทำงานนี้มาตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา “อ้อ พร้อมแล้วล่ะนะ เครื่องกระตุ้นอะตอมพร้อมใช้งานแล้วละ เครื่องเปิดประตูมิติก็ดูท่าทางจะโอเค ระบบโปรแกรมของเครื่องยนต์เช็คแล้วพร้อมวิ่ง เท่าที่ดูตอนนี้ เหลือปัญหาเชื้อเพลิง แต่เราคิดว่าเรามีวิธีแก้แล้วละ ว่าแต่ก่อนอื่นอยากจะไปดูก่อนมั้ยล่ะ “ยานเจาะเวลา” ของพวกเราน่ะ”


เกรย์กับปินัทเดินไปทางห้องเก็บยานที่อยู่ชั้นใต้ดิน จากห้องนอนไปยังชั้นใต้ดินมี2ทาง คือ ทางลิฟต์และทางบันไดหนีไฟ ในคราวนี้เขาทั้งสองเลือกใช้ลิฟต์ เมื่อลิฟต์จอดที่ชั้นล่างแล้ว ทั้งคู่เดินตรงไปยังห้องเล็กๆห้องหนึ่ง ซึ่งมีช่องใส่รหัสผ่าน และ แถบสแกนมือ เพื่อป้องกันบุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามา และ ป้องกันไม่ให้สิ่งของที่ใช้วิจัยถูกขโมย


ในห้องนั้นมีจอขนาดปานกลางอยู่เพียง 3 จอ วางอยู่ด้านข้างห้อง เพื่อใช้งานจิปาถะ การที่มีจออยู่น้อยเพราะที่นี่ไม่จำเป็นต้องใช้ข้อมูลมากมายเหมือนด้านบน ส่วนการที่ไม่มีเคส เพราะใช้ Main Computer จากด้านบน เพื่อความเป็นหนึ่งเดียวของข้อมูล ตรงกลางห้องมีเครื่องมือประหลาดรูปร่างคล้ายรถยนต์ที่ถูกดัดแปลงแล้ว และยังมีถนนทอดยาวไปทางด้านหน้า เหมือนกำลังจะบอกเป็นนัยๆว่า รถนี้สามารถวิ่งทะลุกำแพงได้


เกรย์เปิดคอมพิวเตอร์ตรงข้างๆห้องเพื่อแสดงสรุปข้อมูลของยาน ที่ผ่านมาในช่วงกลางคืนให้ปินัทดู ปินัทมองดูจอแล้วพูดขึ้นอย่างดีใจ “ดีจริงๆ ในที่สุดยานลำนี้ก็พร้อมใช้แล้ว ตื่นเต้นชะมัดเลยแฮะ” ในระหว่างนั้น เกรย์ผู้ซึ่งรู้นิสัยของผินัทดีได้พูดขัดขึ้นมา เพราะนิสัยของปินัทคือเป็นคนที่ใจร้อน แม้ปินัทจะพยายามปรับปรุงตัวเองแล้วก็ตามที แต่บางทีถ้าเจอเหตุการณ์อะไรที่ตื่นเต้น และ ยิ่งเป็นสิ่งที่ปินัทรอคอยด้วย แล้วปินัทน่าจะใจร้อนแล้วรีบนำไปใช้จนอาจนำไปสู่ผลที่ไม่คาดคิดเป็นแน่ “เดี๋ยวสิ ปินัทเรารู้ว่าปินัทตื่นเต้นนะ เรายังไม่ได้ทดลองอะไรเลยนะว่ามันจะใช้ได้ผลจริงหรือเปล่า อีกอย่างถ้าเรารีบใช้แล้วยานเกิดเดินผิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไง?” ปินัทพูดแก้ตัวขึ้นมาว่า “รู้หรอกน่า เราจะขอทดสอบมันก่อนเอาไปใช้ก็แล้วกัน เกรย์ช่วยไปเปิดทางวิ่งให้ทีนะ” เกรย์รีบเดินไปกดสวิตซ์ด้านข้าง ทันใดนั้น พื้นบริเวณปลายถนนในห้องก็ค่อยๆเลื่อนขึ้นไปสักพักหนึ่งแล้วหยุดลง กลายเป็นทางขึ้นไปสู่ชั้นบน “เดี๋ยวเราขอไปเตรียมอุปกรณ์สักแปบนึงนะ เกรย์ช่วยขับยานนี่ขึ้นไปด้านบนได้มั้ย?” ปินัทถามเกรย์ เกรย์ตอบตกลงแล้วรีบนำรถขึ้นไป ปินัทเดินกลับไปที่ลิฟต์ เพื่อกลับไปหยิบอุปกรณ์ที่เคยเตรียมไว้จากด้านบนห้องทำงาน


หลังจากนั้น 10 นาที เกรย์กับปินัท ยืนอยู่ในลานกว้างๆของสถานีวิจัยพร้อมกับยานเจาะเวลาของพวกเขา “ว่าแต่เกรย์ เรื่องพลังงานของยานเราจะแก้ยังไงนะ” ที่ปินัทถามเช่นนี้เพราะในคราวก่อน เขาประสบกับปัญหาใหญ่คือ การชาร์ตประจุเข้าไปในยานเจาะเวลา เพื่อใช้เป็นพลังงานในการเดินทาง ซึ่งพลังงานที่ต้องใช้นั้น เป็นจำนวนที่ค่อนข้างมาก คำนวณออกมาแล้ว ถ้าชาร์ตกับไฟบ้านธรรมดา จะใช้เวลาอยู่หลายเดือน แต่ด้วยความพยายาม เกรย์จึงประดิษฐ์สนามบางอย่างขึ้น เพื่อการนี้โดยเฉพาะ “อ้อ ถ้าเรื่องนั้นอ่ะ (ยืดอย่างภูมิใจ) ดูสนามนั่นสิ เราขอเรียกมันว่า สนามพลัง นะ ทำจากวัสดุดูดพลังงานจากแสงอาทิตย์มาเก็บไว้เป็นพลังงาน ชาร์ตแค่ไม่กี่ ชม.สนามก็ใช้ได้แล้วละ เวลาจะชาร์ตใส่ยานก็แค่ขับยานวิ่งไปตามทางที่เห็นอยู่นั่นก็พอแล้ว” เกรย์ชี้ไปทางสนาม ที่ดูเหมือนสนามกรีฑา เพียงแต่มันมีลักษณะต่างออกไปจากสนามปกติที่มีรอบเดียว แต่สนามพลังของเกรย์มีรูปร่างวนออกเหมือนก้นหอย มีเลขบอกระยะทาง และ เมื่อดูวงนอกสุด จะมีลูกศรเขียนอยู่ตรงปลายทางวิ่งว่า Go เนื่องจากถ้าวิ่งครบรอบตามที่เขียน จะสามารถชาร์ตพลังงานใส่รถได้พอดีกับทางวิ่ง


ปินัทไม่รอช้า ทบทวนแผนการที่วางไว้ให้กับเกรย์ในทันทีอย่างตื่นเต้น “เรามาทบทวนแผนการกันนิดหน่อยก่อนเริ่มละกันนะ จะได้ไม่พลาด อ่า ก่อนอื่นเราจะใส่นาฬิกาเรือนหนึ่งที่มีเวลาตรงกับอีกเรือนหนึ่งลงไป เพื่อทดลองว่า ยานลำนี้มันข้ามเวลาได้จริงหรือเปล่า แล้วลองให้ยานนี้ข้ามเวลาไปอนาคต 1 นาที ถ้ามันได้ผล สิ่งที่น่าจะเกิดคือ นาฬิกาที่อยู่กับเราจะเดินเร็วกว่านาฬิกาที่อยู่ในยาน 1 นาที” เกรย์เริ่มไม่ไว้ใจในท่าทางของปินัทอีกครั้ง เพราะถ้าหากมันสำเร็จ ปินัทคงไม่หยุดแค่นี้แน่นอน เกรย์จึงพูดถามขึ้นมา “แล้วถ้าผลการทดลองสำเร็จแล้วล่ะ......จะทำยังไงต่อ” ปินัททำท่าทางเหมือนไม่มั่นใจในคำตอบ พร้อมตอบว่า “ถึงตอนนั้นจะอธิบายอีกรอบหนึ่งละกัน เพราะเรายังไม่รู้ว่ามันจะได้ผลจริงๆหรือเปล่า ถ้าเกิดล่มขึ้นมา พูดไปก็เก้อละนะ” เกรย์ยังคงระแวงอยู่เนืองๆ เพราะว่า ถ้ามันสำเร็จ ปินัทอาจรีบร้อนใช้มันจนเกินไปก็ได้ ซึ่งมันไม่น่าจะเป็นผลดีแน่ๆ


ความจริงแล้ว เกรย์เองไม่น่าจะมีเหตุผลอะไรให้ระแวง เพราะเกรย์เป็นหุ่นยนต์ การที่เขาถูกสร้างขึ้นมาแบบนั้น หากไม่ได้ใส่ความรู้สึกอะไรลงไป ก็จะเป็นเพียงหุ่นยนต์ช่วยงานธรรมดาที่สั่งอะไรไปก็ทำตามคำสั่ง แต่สำหรับเกรย์แล้วจะแตกต่างออกไปจากหุ่นยนต์ปกติ เพราะปินัทที่รู้สึกเหงาในขณะที่สร้างเกรย์ จึงได้เขียนโปรแกรมแสดงอารมณ์ ความรู้สึก และความคิด ใส่เข้าไปด้วย ดังนั้นแล้วหากมองเผินๆ โดยที่ไม่รู้ว่าเขาเป็นหุ่นยนต์แล้วล่ะก็ จะรู้สึกว่าเกรย์เป็นเหมือนสิ่งมีชีวิตตัวหนึ่งที่เป็นเพื่อนเพื่อนกับปินัทเลยก็ว่าได้


ปินัทวางนาฬิกาลงไปในยาน แล้วปิดประตู จากนั้นเกรย์เริ่มควบคุมรถจากภายนอก โดยใช้คอมพิวเตอร์ภายในห้องทดลอง “เอาละนะ 1... 2.... 3!!!” รถเริ่มออกวิ่งไปตามสนามชาร์ตพลัง เสียงจากระบบแทรกเข้ามาบอกถึงสถานะการทำงานของยาน “Atom activator starting” “Time portal activated” “Charging energy to system” ยิ่งรถวิ่งเข้าใกล้ปลายทางของสนามพลังงานมากเท่าใด ยิ่งบีบให้ทั้งปินัททั้งเกรย์รู้สึกตื่นเต้นมากเท่านั้น “Energy chargin Complete” เมื่อรถวิ่งไปถึงปลายทาง เสียงสุดท้ายจากระบบก็ดังขึ้น “Open the portal in 3… 2… 1….” “ฟุ่บ!” เสียงและแสงปรากฏขึ้นที่ตัวยาน จนปินัทที่มองดู อยู่ต้องเบือนหน้าหนี


เสียงนั้นเงียบลง พร้อมกับการหายไปของยาน เกรย์วิ่งขึ้นมาดูเหตุการณ์ “ป... ป.... ปินัทเห็นหรือเปล่า ยานหายไปแล้ว” ปินัทตอบว่า “เห็นแว๊บๆนะ เพราะแสงมันจ้ามาก เราเลยต้องเบือนหน้าหนีอ่ะ เดี๋ยวมันก็คงจะกลับมาละมั้......” “ฟุ่บ” ไม่ทันได้ขาดคำ ยานลำนั้นก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าทั้งสอง ปินัทและเกรย์รีบวิ่งไปดูผล ปินัทเปิดประตูและตรวจนาฬิกานั่นทันที “ขอดูนาฬิกาที่เราเก็บไว้หน่อยซิ” เกรย์นำนาฬิกามาให้ปินัท แล้วเมื่อปินัทเทียบเวลาดู ปินัทเองก็ตกใจจนแทบจะปล่อยนาฬิกาที่ถืออยู่นั้นลงกับพื้น “ในที่สุดก็สำเร็จแล้วสินะ” ซึ่งก็เป็นไปตามคาด นาฬิกาที่อยู่กับตัวเองเดินเร็วกว่านาฬิกาที่อยู่ในยาน 1 นาที


หลังจากที่ปินัทนำยานเก็บกลับเข้าที่เดิมแล้ว ก็กลับมาปรึกษากับเกรย์ที่ห้องทำงานของเขา เกรย์พูดถามขึ้นว่า “แล้วจะทำอะไรต่อล่ะ หลังจากนี้” ปินัทก็วางกระดาษแผ่นหนึ่งไว้ตรงหน้าเกรย์ซึ่งเขียนอธิบายแผนการที่เขาจะทำต่อจากนี้ให้เกรย์ดู จากนั้นก็พูดขึ้นว่า “เดี๋ยวเราจะไปเอาอุปกรณ์ฉุกเฉินมาใส่ไว้ในยานนะ ส่วนเกรย์ไปควบคุมระบบยานทีนะ เราจะย้อนเวลาวันนี้เลย” เกรย์ตกใจและรีบพูดขึ้นทันที “เดี๋ยวดิปินัท หมายความว่านายจะข้ามเวลาเลยหรอ” ปินัทบอกอย่างอารมณ์ดี “ก็ใช่น่ะสิ ไหนๆก็ทดลองสำเร็จแล้ว เดี๋ยวเราจะใช้มันดูเลย” เกรย์ลุกขึ้นเพื่อคัดค้าน “แบบนั้นเราไม่เห็นด้วยนะ ยานนั่นเราเพิ่งทดลองได้ครั้งเดียวเองไม่ใช่หรอ แล้วก็ไม่เคยใช้กับสิ่งมีชีวิตมาก่อนด้วย ถึงผลการทดลองจะออกมาว่าสำเร็จ แต่เราไม่อยากให้นายเสี่ยงชีวิตนะ” ปินัทพูดขึ้นมาว่า “ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนะ ก็เราทดลองกันสำเร็จแล้วไม่ใช่หรือ” เกรย์ยังคงค้านเสียงแข็ง “ไม่ได้นะ ถ้าทำอย่างนั้น นายอาจได้ตายจริงๆก็ได้นะ ยังไงเกรย์ก็ห้ามปินัทใช้มันเด็ดขาด” ปินัท พยายามจะหาข้ออ้างแต่ก็ไม่กล้าเถียงเกรย์กลับ


อันที่จริงปินัทก็ไม่น่าจะมีอะไรที่จะต้องกลัว เพราะแม้เกรย์จะยืนกรานเช่นนั้น เขาก็สามารถนำไปใช้ได้เนื่องจากเขาเป็นคนคิดโปรเจคนี้ขึ้นมา เพียงแต่ว่า เขารู้สึกเกรงๆ เกรย์ขึ้นมาเพราะกลัวกับการที่จะต้องเสียเพื่อนไปอีกรอบ แม้ว่าจะเป็นหุ่นยนต์ที่เขาสร้างขึ้นมาก็ตามที อีกอย่างเขาเองก็รู้สึกดีเมื่อมีคนคอยเป็นห่วง เขาจึงระงับการใช้งานไว้ก่อน “ไว้แอบไปใช้ตอนที่เกรย์ไม่เห็นก็แล้วกัน.....”


ซึ่งแม้ว่าเกรย์จะพูดอย่างนั้น แต่ปินัทเองก็ยังคงอยากจะลองใช้ยานสักครั้ง ให้สมกับความตั้งใจที่เขาต้องการจะใช้มันตอบสนองความฝันของเขาให้เป็นจริง เขาจึงต้องหาโอกาสใช้มัน ซึ่งโอกาสก็มาเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ตกดึกคืนนั้น เกรย์ที่นั่งทำงานมาตลอดคืนก่อน ได้เผลอนอนหลับไปเพราะความเหนื่อยสะสมจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน ปินัทจึงได้แอบหยิบอุปกรณ์ฉุกเฉินที่เตรียมไว้ ขึ้นมาตรวจดู ภายในมีวิทยุสื่อสารแบบพิเศษที่คุยกันได้แม้ต่างสถานที่และต่างเวลา ซึ่งเครื่องหนึ่งเขาวางไว้บนโต๊ะทำงาน อีกทั้งยังมีแบตเตอรี่พลังแสงอาทิตย์สำรองสำหรับวิทยุสื่อสาร นอกจากนี้ยังมีเซ็ตอุปกรณ์ปลอมตัวประกอบด้วย กำไล1อัน พร้อมหน้าจอ ซึ่งจะประมวลผลจากสำรวจสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในยุคนั้นๆ แล้วนำมาสร้างภาพเสมือนให้กับตัวผู้ใช้ เพื่อไม่ให้ผิดสังเกตหากการข้ามเวลาผิดพลาดและยังหาวิธีกลับไม่ได้


เมื่อเตรียมตัวเสร็จแล้วเขาก็เดินไปหาเกรย์ซึ่งนอนหลับอยู่ เขาทำการวางจดหมายทิ้งไว้ พร้อมพูดกับเขาเบาๆว่า “ถ้าเกิดว่าเราจะต้องตายจริงๆ ก็ฝากศูนย์วิจัยนี้ให้เกรย์ต่อด้วยแล้วกันนะ ยินดีที่ได้ร่วมงาน” ปินัทหันหลังกลับเตรียมพร้อมจะเดินออกจากห้อง แต่ก็ได้ยินเสียงละเมอของเกรย์ “ปินัท...... อย่าไปเลยนะ....... ไม่งั้นเราก็......เหงาแย่น่ะสิ” ปินัทซึ่งหันกลับมา อารมณ์เศร้าที่สุดจะทน ทำให้บังเกิดน้ำตาหยดเล็กๆไหลออกมาจากใบหน้าของปินัท ที่จริงปินัทซึ่งก็ยังรู้สึกผิดที่ไม่ฟังคำเตือนของเกรย์ที่อุตส่าห์เตือนด้วยความเป็นห่วง แต่ความอยากรู้ของเขา มันผลักดันให้เขาทำสิ่งที่เกรย์ห้ามลงไป ปินัทพูดทิ้งท้าย “เกรย์....ยังไงก็........... ยินดี.... ที่เราได้เป็นเพื่อนกันนะ”
ปินัทจึงรีบเดินออกจากห้องทำงานของเขาไปสู่ห้องใต้ดิน ซึ่งในตอนั้นเขาไม่รู้สักนิดว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง นับจากนี้


ปินัทเข้าไปที่ชั้นใต้ดินเพื่อนำยานเจาะเวลาออกมา จากนั้นจึงลักลอบนำยานขึ้นไปยังสนามพลังงาน แล้วเริ่มเดินเครื่อง ปินัทมองสนามวิจัยของตนเองอย่างเศร้าๆ จากนั้น ก็ได้เริ่มนำยานออกวิ่งไปยังจุดเริ่มต้นของสนาม เมื่อตั้งตัวยานได้ที่แล้ว เขาเซ็ตเวลาของเครื่องย้อนหลังไปหลายสิปปี เพื่อเตรียมตัวทำสิ่งที่เขาปรารถนามาตลอด คือการแก้ไขอดีตนั่นเอง ปินัทพูดกับตัวเอง “เอาละ เริ่มละนะ” แต่เมื่อรถเริ่มออกวิ่ง เสียงเตือนก็ดังขึ้นทันทีทั้งศูนย์วิจัย ปินัทตกใจเป็นอย่างมากเพราะลืมตรวจว่า เกรย์แอบตั้งระบบรักษาความปลอดภัยไว้หรือเปล่า “ตายละ เดี๋ยวเกรย์ต้องมาแน่ๆ สงสัยเราต้องรีบแล้ว”


เสียงกระดิ่งเตือนนั่นยังคงดังไปทั่วศูนย์วิจัย ซึ่งที่มันเป็นเช่นนั้น เพราะเกรย์ได้คาดไว้แล้วว่า ปินัทจะรีบนำยานออกไปใช้ จึงได้แอบตั้งระบบนี้ไว้ ภายในห้องทำงาน เสียงเตือนจากระบบดังขึ้น “Warning! Time machine is working at this time. Please check immediately” เกรย์แทบจะหล่นจากเตียงเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณ เมื่อเกรย์ลุกขึ้นแล้วมองไปรอบๆห้อง พบว่าอุปกรณ์ฉุกเฉินที่ปินัทเคยเตรียมไว้ได้อันตรธานหายไปแล้ว แสดงว่าปินัทคงนำยานไปใช้แน่นอน “ตายละ บ้าชะมัดเลย นี่เกรย์เผลอหลับไปหรือเนี่ย สงสัยปินัทคงแอบใช้ยานซะแล้วสิ ต้องรีบไปห้ามก่อนจะเกิดเรื่อง พระเจ้า ได้โปรด ขอให้เกรย์ไปทันเวลาทีเถอะ”


ความจริงแล้ว เกรย์รู้อยู่แล้วว่าปินัทต้องเอายานไปใช้แน่ จึงได้แอบนอนหลับ กะว่าพอปินัทกำลังจะเอายานออกไปใช้ ตนเองจะได้เข้าไปห้ามทันก่อนที่จะเกิดเรื่องอะไรขึ้นมาจนวุ่นวาน แต่ด้วยความเหนื่อยจัด ทำให้เกรย์นอนหลับไปโดยที่ไม่รู้สึกตัว แผนของเกรย์จึงล่มโดยปริยาย


ปินัทซึ่งกำลังควบคุมยานอยู่ได้นำยานวิ่งออกจากจุดเริ่มต้นทันทีหลังจากที่สัญญาณเตือนภัยดังขึ้น เพราะเขารู้ดีว่า เกรย์จะต้องมาแน่ๆ “ขอแค่วิ่งไปให้สุดทางก็พอ อย่าให้เกรย์มาเจอทันเลย...” ซึ่งทุกอย่างดูเหมือนปกติ ตั้งแต่รอบที่1.... รอบที่2...... จนรอบสุดท้าย..... ปินัทคิดในใจว่า เกรย์คงมาไม่ทันเป็นแน่ “ปิน้าททททททททททททททททททททททท!!!!” เกรย์ตะโกนออกมาเพื่อเรียกให้ปินัทหยุดการกระทำที่บ้าระห่ำเช่นนี้ “ช่วยหยุดยานที” เกรย์บอกให้ปินัทรีบหยุดยานก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป ปินัทซึ่งกำลังขับยานและพยายามทำใจให้สบาย แทบจะบิดพวงมาลัยยาน ด้วยความตกใจ เมื่อเห็นเกรย์กำลังวิ่งตามมา ปินัทเปิดกระจกแล้วตะโกนออกไป “เกรย์ เราขอโทษทีเอาแต่ใจ แต่ว่าเกรย์จะไม่ว่าอะไรเราหรอ” ปินัทเองก็กลัวความผิดจึงไม่กล้าหยุดยาน “เกรย์ไม่ว่าอะไรปินัทหรอก ขอให้ปินัทหยุดยาน เกรย์ก็พอใจแล้ว” ซึ่งตอนนั้นเอง ปินัทก็คิดได้ว่ามาถึงขนาดนี้คงต้องหยุดเสียแล้ว “เอาไว้วันหลังแล้วกัน เฮ้อ แผนล่ม จบกันแล้วสินะ” จากนั้นปินัทกำลังจะเหยียบเบรก แต่ดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติ “อะไรกัน....” ปินัทอุทานออกมาเมื่อระบบเกิดปัญหาทำให้ระบบเบรกใช้การไม่ได้ และทันใดนั้น ...... “ฟึ่บ” ทั้งยานและปินัท ได้หายไปต่อหน้าต่อตาเกรย์ที่กำลังวิ่งไปด้วยความเหนื่อยหอบ “แฮ่กๆ ไม่ทันหรือ ขออย่าให้เป็นอะไรเลยแล้วกันนะ ปินัท”


“.....”
ภาพอดีตในหัวของปินัท ค่อยๆผุดขึ้นมา ตั้งแต่ตอนที่ได้เจอเพื่อนคนแรก ได้พยายามเข้ากลุ่มแต่ถูกปฏิเสธ ตอนที่ปินัทผละออกจากชีวิตสังคมแล้วไม่ยุ่งเกี่ยวกับใคร
“นี่ฉัน คงกำลังจะตายจริงๆแล้วละสินะ......” ปินัทรำพึง “ยังไงก็แล้วแต่ ดูเหมือนว่าโลกนี้ก็ใจดีเหมือนกัน ในที่สุดก็จบสักที ชีวิตอันแสนเศร้าของเรา ทีนี้ เราคงจะได้ไปอยู่กับพระเจ้าจริงๆ... แล้วสินะ...... สินะ..... สินะ……” ปินัทพูดโดแต่ละคำแสดงถึงความเหนื่อยอ่อนแต่รู้สึกดีใจอยู่บ้างเล็กๆ

“เข้มแข็งหน่อยสิปินัท โลกนี้มันยังไม่จบสิ้นหรอก…….”

“ใครน่ะ….”



ปินัทค่อยๆลืมตาขึ้น แล้วพบว่า ยานเจาะเวลามาหยุดอยู่ที่ทุ่งหญ้า กว้างเขียวขจีแห่งหนึ่ง รอบๆมีต้นไม้อยู่ประปราย มีทางเดินตัดทุ่งหญ้านั่น โดยที่ปลายทางนั้นมีเมืองแห่งหนึ่งตั้งอยู่ลิบตา

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: [Fic]TLF:The Lost Friendship
PostPosted: Sat Dec 03, 2011 7:50 am 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ชอบเกรย์มากๆเลยงิ

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 11 posts ]  Go to page 1, 2  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 2 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki