Last visit was: It is currently Mon Jul 13, 2020 9:43 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 624 posts ]  Go to page Previous  1 ... 47, 48, 49, 50, 51, 52, 53 ... 63  Next
Author Message
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sat Oct 23, 2010 12:28 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
ชักรู้สึกคิดผิดยังไงไม่รู้แล้วสิ...

ผมกลัวเจ๊จะเล่นมากกว่าแนวทางอ่ะท่าน กลัวมันจะเป็นสายหลักเลย


/me ไปนั่งเงียบๆในมุมมืด

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sat Oct 23, 2010 12:37 am 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
MonkeyMage wrote:
ชักรู้สึกคิดผิดยังไงไม่รู้แล้วสิ...

ผมกลัวเจ๊จะเล่นมากกว่าแนวทางอ่ะท่าน กลัวมันจะเป็นสายหลักเลย


/me ไปนั่งเงียบๆในมุมมืด


โถๆๆๆๆ อย่าเสียใจนะจ้ะนัท
//ตบบ่า

เจ๊จะจัดให้นิ่มนวลที่สุดจ้ะ = v =)b เพื่อนัทเลยนะ

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sat Oct 23, 2010 12:38 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
เอิ่ม... ผมควรจะดีใจ... ใช่มั้ยนี่?

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sat Oct 23, 2010 11:31 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
ขุด ขุด ขุด

ใครจะลงมหากาพย์เงามาลงซะดีๆ!!! :twisted: :twisted: :twisted:

เทพไฟนี่ชิลๆ รอด้ายยยยยย = v =~

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 12:59 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Aug 25, 2009 1:44 pm
Posts: 1821
Location: ~•:นั่งมองไปข้างหน้ากับหมาน้อยสีขาว:•~
กลับมาอ่านเรปก่อนๆ......

แพนด้าจัง......

นี้ยกให้พี่เป็นปรมาจารณ์แล้วเรอะ.......

ส่วนนัท.....

เราทั้งสองหน่อก็เป็นทาสอันต่ำเตี้ยเรี่ยดินของท่านราชินีสีม่วงอี๋แล้วล่ะ ยอมรับชะตากรรมซะเหอะ.......

_________________
Image
"คราที่เราสูญเสียสิ่งนั้นไปแล้ว จักรู้ค่าของสิ่งนั้นเมื่อยามจากไป"


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 7:44 am 
FirstWhale!
User avatar

Joined: Fri May 29, 2009 10:33 pm
Posts: 3631
Location: >> ไดโนเสาร์ บ๊อง ต๊อง รั่ว <<
เอาหละครับ

ชาวที่แต่งฟิคทั้งหลายยย !!

เมื่อวันงานก็บอกคร่าวๆไปแล้วนะครับ

ช่วยลากมันกลับเข้้าฝั่งให้เร็วที่สุด ขอรับบบบ !!

_________________
ImageImageImage
Image
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 4:28 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
รับทราบฮะ ท่านกิลล์ จะพยายามลากมันออกนอกฝั่งให้ไกลที่สุดนะฮะ เผื่อจะยืดให้ได้ซัก 100 ตอน+ :twisted:

ตอนนี้ขอลงตอนที่แต่งไว้หลายวันก่อนละกันนะฮะ ดองนานเกินเดี๋ยวเปื่อย...


Chapter 62 – นิทานจากอดีต

เช้าวันรุ่งขึ้น

ดวงตาสีเหลืองทองถูกเปิดออกช้าๆด้วยความง่วงงุน ในขณะที่เจ้าของดวงตานั้นพลิกตัวไปมาเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่ห่มอยู่บนตัวไหลลงไปกองกับพื้น ราร์ลขยี้ตาตัวเองเล็กน้อยก่อนจะหันมองไปรอบๆ กองไฟกองน้อยที่จุดไว้เมื่อคืนดับมอดลงแล้ว หมาป่าหนุ่มมองซ้ายขวาเพื่อหาเจ้าของผ้าห่มที่ตอนนี้ไปไหนไม่รู้ ก่อนจะไปเจอเจ้าตัวยืนยืดเส้นยืดสายอยู่ใต้ต้นไม้ข้างบ่อน้ำร้อน

ราร์ลเดินตรงไปยังร่างสีขาวที่ดูคล้ายจะกลืนไปกับหิมะโดยรอบ แสงอาทิตย์อบอุ่นยามเช้าที่ส่องผ่านท้องฟ้ากระจ่างใสช่วยให้เขารู้สึกดีไม่น้อย หมาป่าหนุ่มเดินตรงไปหมายจะทักพี่ชายของตน แต่ดูท่าว่าทางนั้นจะรู้ตัวเสียก่อนแล้วชิงทักขึ้น

“อรุณสวัสดิ์ ราร์ล ไปล้างหน้าล้างตาก่อนสิ” หมาป่าดำทำตามอย่างว่าง่าย

“อรุณสวัสดิ์ครับ พี่อาร์ท แล้วทำไมมายืนยืดเส้นยืดสายตรงนี้ล่ะ ไปหาที่โล่งๆยืดเส้นยืดสายกันดีกว่ามั้ยครับ?”

“เอาซี่! ไม่ได้ยืดเส้นยืดสายกับนายมานานแล้วนะนี่” อาร์ทแสยะยิ้มสนุกสนาน ก่อนจะเดินนำออกไปยังลานโล่งใกล้ๆ

“ผมขอลองแบบไม่ใช้เวทซักหน่อยนะครับ ขืนใช้มีหวังหิมะถล่มลงมาแหงๆ” ราร์ลพูดพลางเดินตามพี่ชายออกไป

ร่างทั้งสองยืนหันหน้าเข้าหากัน ก่อนจะพุ่งตัวเข้าประชิดอีกฝ่ายทั้งคู่ เนื่องจากรู้ฝีมือกันดี ทุกการโจมตีที่เกิดขึ้น ยังไม่ทันถึงตัวก็จะถูกอีกฝ่ายแก้เกม ชิงตัดหน้าเสียก่อนจนต้องเปลี่ยนรูปแบบไปอย่างรวดเร็ว การต่อสู้เป็นไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีใครยอมใคร เวลาดูผ่านไปอย่างเชื่องช้า จนเมื่อถึงจุดจุดหนึ่ง ความต่างชั้นเริ่มปรากฏให้เห็น ความเร็วของอาร์ทถูกยกระดับเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย ชิงโจมตีตัดหน้าก่อนที่น้องชายของตนจะโจมตีเข้ามาเสียอีก ทำให้อีกฝ่ายต้องเปลี่ยนมาตั้งรับเป็นพัลวัน และในที่สุดกรงเล็บของมังกรหนุ่มก็จ่ออยู่ตรงคอของราร์ล

“ว้า~ แพ้อีกแล้ว สู้พี่อาร์ทไม่ได้เลยนะครับเนี่ย” หมาป่าดำยอมรับความพ่ายแพ้ก่อนจะนั่งลงบนพื้นหิมะเพื่อพักเหนื่อย

“ฝีมือดีขึ้นนะ ราร์ล พี่ว่าจะทำให้จบเร็วๆซักหน่อย แต่นายเล่นตั้งรับพร้อมสวนกลับมาจนยืดเยื้อซะขนาดนี้” อาร์ทนอนแผละบนพื้นหิมะอย่างหมดรูป การต่อสู้ยืดเยื้อกับอีกฝ่ายโดยไม่ใช้เวททำให้เหนื่อยเร็วกว่าที่คิด

“แต่ดูเหมือนนายจะลงมีดยังไม่เด็ดขาดเท่าไหร่นะ มีอะไรกังวลใจอยู่รึไง? เจ้าหมาน้อย” มังกรหนุ่มเอ่ยขึ้นหลังพักจนหายเหนื่อย พลางเดินไปล้างหน้าที่บ่อน้ำร้อน

“พี่อาร์ท!! ผมไม่ใช่หมาน้อยแล้วนา” ราร์ลบ่น ริมฝีปากเผยรอยยิ้มแห้งๆเหมือนฝืนยิ้ม ก่อนจะเดินเข้าไปลูบหัวผู้เป็นพี่ แล้วกล่าวเปลี่ยนเรื่อง “ว่าแต่ขนพี่อาร์ทนี่นุ่มดีจังครับ นุ่มลื่นน่าลูบเป็นบ้าเลย”

“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่องนะ ราร์ล พี่รู้แล้วนะ คำสาปที่อยู่กลางหลังนายน่ะ” อาร์ทหันกลับมาจ้องหน้าอีกฝ่าย

“พี่รู้? รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับนี่? ผมว่าผมยังไม่ได้บอกใครเลยนะ” หมาป่าดำทำหน้าเหรออย่างอึ้งน้อยๆ

“ก็ตั้งแต่เมื่อวานนั่นแหละ แล้วมาแน่ใจเอาก็ตอนเห็นหลังนายเมื่อวานตอนขึ้นจากน้ำ” อาร์ทตอบพลางคลี่ยิ้มเศร้าๆ ก่อนจะรวบหัวอีกฝ่ายมาซบที่ไหล่ “กลัวสินะ กลัวว่าจะต้องหายไป กลัวว่าตัวตนที่มีอยู่จะถูกลืมเลือนหายไป กลัวที่จะต้องสูญเสีย ที่พี่พูดถูกต้องมั้ย?”

“ครับ... พี่อาร์ทนี่แสนรู้เป็นบ้า” ราร์ลแขวะอีกฝ่าย ร่างกายสั่นเทาเล็กน้อย “ขออยู่แบบนี้... อีกซักพักนะครับ...”

อาร์ทลูบหัวอีกฝ่ายเบาๆ ไหล่ของเขาเริ่มชื้นๆซะแล้วสิ มังกรหนุ่มลูบหัวน้องชายของตนเงียบๆ เขารู้ว่าตอนนี้คำปลอบโยนคงไม่จำเป็นเท่าไหร่นัก ปล่อยให้อีกฝ่ายได้ปลดปล่อยออกมาให้หมดก่อนจะดีกว่า กรงเล็บสีเหลืองทองเอื้อมไปเด็ดเอาใบไม้ใกล้ตัวลงมา ก่อนจะนำมาแนบที่ริมฝีปาก

เสียงขลุ่ยใบไม้ดังขึ้นอย่างแผ่วเบาเป็นทำนองที่สดชื่นและอ่อนโยน ราวกับกำลังปลอบประโลมร่างที่กำลังร้องไห้อยู่ตอนนี้ มังกรหนุ่มบรรเลงเพลงที่ถูกสอนให้ต่อไปเรื่อยๆ ท่วงทำนองที่เคยชอบฟังอยู่บ่อยๆเมื่อตอนเด็ก ท่วงทำนองของท้องฟ้าสีครามหลังฝนตก ทั้งความสดชื่นของหยาดน้ำที่หลงเหลือบนผืนหญ้า ทั้งความอ่อนโยนของฟากฟ้าสีครามถูกกลั่นออกมาเป็นทำนองเพลงบทนี้

ร่างที่อยู่ในอ้อมแขนหายสั่นแล้ว ก่อนจะผละออกมา ดวงตาสีเหลืองทองของอีกฝ่ายเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา ก่อนที่เจ้าตัวจะปัดทิ้งอย่างไม่แยแส ดูเหมือนว่าท่วงทำนองที่เขาเล่นเมื่อกี๊จะได้ผลแฮะ

“เพิ่งรู้นะครับเนี่ย ว่าพี่อาร์ทเล่นขลุ่ยใบไม้เป็นด้วย” ราร์ลเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าอึ้งเล็กน้อย

“ทำหน้าแบบนั้นหมายความว่าไงเนี่ย ราร์ล พี่เล่นได้แล้วมันแปลกตรงไหนฮึ?” อาร์ทเอ่ยยิ้มๆ “มีคนสอนให้น่ะ ไม่ได้เล่นมาตั้งนานแล้ว ฝีมือยังตกก็ดีไป”

“ใครสอนให้เหรอครับ” หมาป่าดำทำหน้าเหมือนอยากรู้ซะเต็มประดา อาร์ทมองหน้าน้องชายของตนด้วยแววตาที่บอกไม่ถูกก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง

“เดี๋ยวพี่จะเล่านิทานให้ฟังซักเรื่องดีมั้ยล่ะ? ราร์ล เรื่องที่นายเคยขอให้เล่าน่ะ” หมาป่าดำครุ่นคิดเล็กน้อยว่าตนเคยไปขอให้อีกฝ่ายเล่านิทานตอนไหน ก่อนจะพยักหน้า เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าพี่อาร์ทจะเล่านิทานอะไร

มังกรหนุ่มคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มต้นเล่า...



...กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ยังมีบ้านไม้หลังเล็กหลังหนึ่ง...

...บ้านหลังน้อยนั้นถูกสร้างมาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็มิอาจทราบได้ หากแต่ในบ้านไม้หลังนั้น เป็นที่อาศัยของครอบครัวเล็กๆครอบครัวหนึ่ง...

...ครอบครัวนั้นเป็นครอบครัวที่แสนอบอุ่น เต็มไปด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ พ่อผู้ใจดีของเด็กน้อย แม่ที่อ่อนโยน และน้องชายที่ยิ้มเก่ง รวมกับความซนของเด็กน้อยที่เป็นหนึ่งในสมาชิกของครอบครัวเล็กๆทั้งสี่ชีวิตนั้น เรียกให้ทุกๆวันของครอบครัวนั้นเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข พ่อได้สอนให้เด็กน้อยเข้มแข็ง แม่ได้สอนให้เด็กน้อยเรียนรู้ถึงความเมตตา และน้องที่ทำให้เด็กน้อยมีความต้องการที่จะปกป้อง...

...ในทุกๆวัน เด็กน้อยจะออกจากบ้าน เดินทางไปตามลำธารสายน้อยที่อยู่ใกล้ๆ มุดเข้าไปในพุ่มไม้ข้างหน้าผา แล้วเล็ดลอดออกมายังลานโล่งที่เต็มไปด้วยหญ้าที่เขียวขจี แซมไปด้วยดอกไม้หลากสีสันดอกเล็กๆ รอบลานโล่งนั้นถูกรายล้อมไปด้วยกำแพงดินจนราวกับเป็นปราการชั้นดี ใจกลางของทุ่งโล่งนั้นเป็นต้นไม้ใหญ่ที่เด็กน้อยชอบปีนขึ้นไปเล่นเป็นประจำ เด็กน้อยชอบที่จะปีนขึ้นต้นไม้ใหญ่นั้น ไปนั่งมองท้องฟ้าสีครามสวยบนกิ่งไม้ใหญ่ทุกๆวัน...

... จนกระทั่งวันหนึ่ง เด็กน้อยกลับมายังที่ที่ตนรู้เพียงตัวเดียวนี้อีกครั้งเฉกเช่นทุกวัน พร้อมกับความคิดที่จะพาน้องชายของตนมาที่นี่ด้วย ในตอนนั้น น้องชายของเด็กน้อยไม่สบาย มีไข้ขึ้นสูง ทำให้ต้องนอนซมอยู่ในบ้านตลอดทั้งวัน รอยยิ้มที่ได้เห็นบ่อยๆจนชินตาเริ่มลดน้อยลง ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของน้องชายของเด็กน้อยนั้น ถูกแทนที่ด้วยสีหน้าทุกข์ทรมานของพิษไข้ ใบหน้าที่ใจดีของพ่อถูกเปลี่ยนเป็นสีหน้าร้อนรนและกระวนกระวาย ใบหน้าที่อ่อนโยนของแม่ถูกความโศกเศร้าและกังวลใจเข้าแทนที่...

...เด็กน้อยไม่ชอบสีหน้าแบบนั้นเลย เด็กน้อยอยากเห็นรอยยิ้มของน้องชายตัวน้อยของเขาอีกครั้ง เด็กน้อยจึงคิดจะพาน้องชายตัวน้อยของเขามาที่นี่ ด้วยหวังว่าน้องชายของเขาได้เห็นลานโล่งนี้แล้วจะหายไข้ แล้วเขาจะได้เห็นรอยยิ้มที่คุ้นตานั้นอีกสักครั้ง แต่ตอนนี้น้องชายของเด็กน้อยยังต้องนอนซมอยู่บนเตียงอยู่เลย แล้วเขาจะพามาที่นี่ได้อย่างไร เด็กน้อยปีนไต่ขึ้นไปนั่งบนกิ่งไม้ที่ประจำของเขาอีกครั้ง พลางทอดสายตาไปยังท้องฟ้า ปล่อยให้ความคิดของตนหาวิธีทำให้น้องชายตัวน้อยของเขายิ้มได้อีกครั้ง...

...จนเวลาผ่านไป ท้องฟ้าสีครามถูกบดบังด้วยเมฆฝนที่มืดสนิท หยดน้ำที่ค่อยๆพร่างพรายลงจากท้องฟ้าได้ปลุกให้เด็กน้อยตื่นจากภวังค์ เด็กน้อยรู้ตัวในทันทีว่าต้องรีบกลับบ้าน เด็กน้อยไม่อยากให้พ่อแม่เป็นห่วง เขามุดโพรงเล็กๆออกมาก่อนจะมองหาทิศทางที่มีบ้านและครอบครัวของเขาอยู่ แล้วเด็กน้อยก็พบกับควันไฟ ควันสีเทาเข้มลอยขึ้นมาจากทิศทางที่เขากำลังจะไป เด็กน้อยออกวิ่งเต็มฝีเท้า ท่ามกลางสายฝนที่โปรยปรายลงมา ในใจนึกพะวงถึงครอบครัวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน...

...ราวกับฝันร้าย...

...ภาพที่เด็กน้อยเห็นอยู่ตรงหน้าได้ทำลายหัวใจของเด็กน้อยออกเป็นชิ้นๆ บ้านไม้หลังน้อยที่เต็มไปด้วยความทรงจำที่แสนอบอุ่น และเต็มไปด้วยไออุ่นของครอบครัว บัดนี้ได้จมหายไปในกองเพลิงสีชาดที่เต้นระริกท่ามกลางสายฝน รอบด้านเต็มไปด้วยร่างไร้ชีวิตของโจรป่าที่บุกรุกเข้ามาหมายจะได้ทรัพย์สินในบ้านหลังนั้น ถัดออกไปไม่ไกลนัก ปรากฏร่างของพ่อและแม่ของเด็กน้อยกำลังนอนทับอะไรบางอย่างราวกับจะปกป้องร่างนั้นให้รอดพ้นจากอันตรายทั้งปวง...

...เด็กน้อยรีบวิ่งเข้าไปยังร่างที่จมกองเลือดนั้นทันที สัมผัสแรกที่เด็กน้อยรับรู้หลังจากสัมผัสกับร่างของผู้เป็นพ่อและแม่ คือความรู้สึกที่เย็นชืดของร่างที่ไร้ซึ่งลมหายใจนั้น เด็กน้อยเย็นวาบไปทั้งตัว น้ำตาใสๆไหลรินออกจากดวงตาคู่นั้นอย่างห้ามไม่อยู่ เด็กน้อยค่อยๆขยับร่างของผู้เป็นพ่อและแม่ออกอย่างเบามือ เผยให้เห็นร่างเล็กๆของน้องชายตนที่ขดตัวสั่นด้วยความหนาวเหน็บ...

...เด็กน้อยรีบประคองร่างนั้นขึ้นมาทันที ร่างเล็กๆนั้นราวกับจะรู้ว่าพี่ชายของตนกำลังประคองร่างของตนอยู่ ดวงตาของร่างเล็กนั้นลืมขึ้นมองหน้าของเด็กน้อยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา เสียงที่เล็ดลอดออกจากริมฝีปากที่สั่นเทาของร่างเล็กนั้นแผ่วเบาราวกับจะกลืนหายไปกับสายฝนรอบข้าง หากแต่เด็กน้อยกลับได้ยินทุกคำพูดนั้นอย่างชัดเจนราวกับร่างนั้นมากระซิบที่ข้างหู...

...ทันทีที่สิ้นเสียง รอยยิ้มอย่างพอใจพลันปรากฏขึ้นที่ริมฝีปากของร่างเล็กนั้น ก่อนที่ลมหายใจสุดท้ายของร่างนั้น จะดับสิ้นลงตลอดกาล...

...น้องชายของเด็กน้อย สิ้นลมท่ามกลางอ้อมกอดของเด็กน้อยนั่นเอง...

...เด็กน้อยร่ำไห้ออกมากลางสายฝน อ้อมแขนทั้งสองกอดร่างไร้ชีวิตของน้องชายไว้แนบอก หัวใจของเด็กน้อยราวกับถูกเจาะเป็นรูกว้างอย่างยากที่จะหาสิ่งใดมาอุดรูนั้นได้...

... นั่นเป็นครั้งแรก ที่เด็กน้อยได้เรียนรู้ถึงความสูญเสีย...



มังกรขาวคลี่ยิ้มเศร้าๆ นัยน์ตาสีมรกตสดใสดูหม่นแสงไปชั่วครู่ก่อนจะกลับมาทอประกายสดใสเหมือนเดิม พลางเอื้อมมือไปลูบหัวน้องชายต่างเผ่าพันธุ์ตรงหน้าเบาๆ “มันเศร้าถึงกับต้องร้องไห้เลยรึไงฮึ? ราร์ล”

“ก็มันน่าเศร้าออกจะตายไปนี่ครับ ทำไมเด็กน้อยต้องเจอกับความสูญเสียขนาดนี้ด้วยล่ะครับ เป็นผมผมคงเสียศูนย์ไปเป็นเดือนเลย อยู่ๆมาสูญเสียทุกอย่างในวันเดียวแบบนี้มันคงทำใจยากอ่ะครับ” หมาป่าดำตอบพลางปาดน้ำตาที่ไหลออกมาหลังจากฟังนิทานที่พี่ชายเล่ามาจนจบ

“อ่า... มันก็ช่วยไม่ได้นี่นะ มันคงเป็นโชคชะตาของเด็กน้อยนั่นแหละ ที่ต้องพบกับความสูญเสียขนาดนี้” อาร์ทตอบพลางลูบหัวอีกฝ่ายไปพลาง

“ว่าแต่น้องชายของเด็กน้อยพูดอะไรกับเด็กน้อยก่อนตายเหรอครับ?” ราร์ลถามขึ้น หลังจากที่ห้ามน้ำตาของตนได้อย่างยากลำบาก

“อยากรู้จริงเหรอ? ลองเดาดูสิ?”

“ถ้าผมเดาได้ผมเดาไปนานแล้วล่ะครับ พี่อาร์ทเฉลยหน่อยเหอะน่า”

“นายน่าจะเดาได้นะราร์ล น้องชายของเด็กน้อยออกจะมีนิสัยเหมือนนายจะตายไป”

“ก็ผมไม่รู้จะเดาอะไรนี่ครับ พี่อาร์ทเฉลยเลยดีกว่าน่า”

“เฉลยก็เฉลยฟะ เห็นหน้าลูกหมาหิวนมของนายแล้วใจอ่อนทุกทีสิ ให้ตาย” อาร์ทพ่นลมหายใจเล็กน้อยหลังจากราร์ลตีสีหน้าอ้อนเขาจนเขาต้องใจอ่อน

“น้องชายของเด็กน้อยพูดกับเด็กน้อยก่อนตายว่า ‘ผมขอให้พี่ชายมีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าแทนผมตลอดไปด้วยนะครับ... พี่อาร์ท...’”

หมาป่าดำทำหน้าเหรอหราทันทีที่ได้ยินคำพูดคำสุดท้าย ก่อนจะส่งเสียงแผ่วเบาออกมาอย่างไม่อยากเชื่อ “อย่าบอกนะครับ.. ว่าพี่อาร์ท... เป็นเด็กน้อยในนิทานนั่น...”

“ก็ใช่ไง เรื่องนี้เป็นเรื่องเมื่อแปดปีก่อนของพี่เอง อุตส่าห์เอามาเล่าให้ฟังเลยนะเนี่ย เห็นเคยบอกว่าอยากฟังไม่ใช่เหรอ” มังกรขาวคลี่ยิ้ม พลางขยี้หัวน้องชายของตนด้วยความหมั่นเขี้ยว

“ง่า... ก็ใครจะรู้ล่ะครับว่าพี่อาร์ทจะมีอดีตแบบนี้ ถ้ารู้งี้ผมก็ไม่ถามหรอก” ราร์ลนั่งหน้ามุ่ยเมื่อโดนพี่ชายตนขยี้หัวจนขนแทบจะพันกันอยู่แล้ว “ขอโทษนะครับ ที่ต้องให้รื้อฟื้นอดีตแบบนี้”

“พี่ยกโทษให้ก็ได้นะ แต่ต้องสัญญากับพี่ก่อนว่า หลังจากเจอกันอีกที นายต้องเล่าอดีตของตัวเองให้พี่ฟังด้วยนะ จะได้หายกัน” มังกรหนุ่มแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์

“แต่ผม... วันนี้ผมต้อง...” ราร์ลพูดตะกุกตะกัก เขาไม่อยากพูดว่า ...ต้องหายไป...

“ไม่ต้องห่วง เราจะได้เจอกันอีกครั้งแน่ ต่อให้พี่ต้องลงไปลากนายถึงโลกเงาก็เถอะ” ดูเหมือนอาร์ทจะรู้ว่าน้องชายตนจะพูดอะไร ดวงตาสีมรกตทอประกายวาวโรจน์ฉายแววเอาจริงอย่างที่ตนพูดแน่ๆ

“ไม่ต้องลงไปถึงโลกเงาหรอกครับ พี่อาร์ท วิญญาณของผมจะอยู่กับพี่เสมอ” ราร์ลพูดยิ้มๆ ที่อยู่ของเขามีเพียงที่เดียวเท่านั้น และเขาจะอยู่ข้างๆพี่อาร์ทเสมอ

“พี่เชื่อในคำพูดนายนะ ราร์ล ไม่ว่ายังไงพี่ก็จะทำให้นายกลับมาให้ได้เลย” ...ต่อให้ต้องสังหารเทพก็ตาม... อาร์ทต่อในใจ

“แล้วพี่อาร์ทไม่ไปหาท่านมูราดินแล้วเหรอครับเนี่ย? หรือว่าพี่คิดจะอู้?”

“อู้นิดอู้หน่อยไม่เป็นไรหรอกน่า ไงๆลุงเรดก็ไปทางนั้นอยู่แล้ว ขาดแรงงานซักตัวสองตัวจะเป็นไรไป” มังกรหนุ่มพูดยิ้มๆ ในขณะที่น้องชายของตนหรี่ตามองอย่างไม่ไว้ใจ

“หวังว่าคงไม่คิดจะทำอะไรแปลกๆใช่มั้ยครับเนี่ย?”

“ไม่ทำอะไรหรอกน่า เอ้า! หาที่นั่งกินข้าวเที่ยงก่อนดีกว่า หิวแล้ว” อาร์ทรีบเปลี่ยนเรื่องทันที “ฝากนายไปหยิบข้าวกล่องที่ทำไว้เมื่อวานมาด้วยละกัน เดี๋ยวพี่เคลียร์พื้นที่ตรงนี้ก่อน”

ราร์ลทำตามอย่างว่าง่าย ขณะที่อาร์ทเงยหน้ามองท้องฟ้าที่เริ่มมีเมฆดำปกคลุมพลางพึมพำเบาๆ

“ดูท่าว่าคืนนี้ฝนตกอีกแหงๆ”


วันนี้ทำสอบไม่รู้เรื่องเลยง่า~ มัวแต่นั่งไขโจทย์ที่ท่านอาจารย์แพนด้าให้ไว้...

สมการที่อาจารย์ฝนให้ทำผมเบลอเลยนะท่าน เพราะงั้นขอกลับสมการหน่อยก็แล้วกันนะฮะ

ขอเปลี่ยนเป็น
วาเรียส x คลาร์ก แทนก็แล้วกันเน้อ

แล้วผมจะมาส่งรายงานฉบับนั้นในเร็วๆนี้...

ป.ล. พี่ปอนด์ฮะ... ผมปลงกับชะตากรรมนี้ซะแล้วล่ะนะ...

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 7:30 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
MonkeyMage wrote:
วันนี้ทำสอบไม่รู้เรื่องเลยง่า~ มัวแต่นั่งไขโจทย์ที่ท่านอาจารย์แพนด้าให้ไว้...

สมการที่อาจารย์ฝนให้ทำผมเบลอเลยนะท่าน เพราะงั้นขอกลับสมการหน่อยก็แล้วกันนะฮะ

ขอเปลี่ยนเป็น
วาเรียส x คลาร์ก แทนก็แล้วกันเน้อ

แล้วผมจะมาส่งรายงานฉบับนั้นในเร็วๆนี้...

ป.ล. พี่ปอนด์ฮะ... ผมปลงกับชะตากรรมนี้ซะแล้วล่ะนะ...



ิอ้าว กลับลำกันดื้อๆ แบบนี้เลยรึ?!! :shock: :shock:
เอาเถอะๆ แล้วแต่จะถนัดแล้วกันจ้ะนัทจ๋า
(เดี๋ยวต้องเรียกแอชชี่มาดู เห็นบ่นว่าอยากจะเป็นเมะมานานแล้ว :twisted: )


แล้วถามหน่อยงิ ตกลงอาร์ทกะราร์ลแยกทางกันแล้วหรอ?? อาร์ทไปหาเทพไฟ ราร์ลไปหาเทพเงา์??

เดี๋ยวเรย์และเรย์(?) จะตามไปทีหลังนะจ้ะ ขอฟื้นฟูพลังงานก่อน หลังจากแทคภาพ+แต่งรูป เหนื่อยยย



นี่ถามจริงๆ นะ ยังมีใครไม่เข้าใจบ้างว่าทำไมตอนที่แล้วมีเรย์โผล่มา 2 คน?? :|

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 7:33 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
เดี๋ยวราร์ลจะโดนคำสาปเล่นงานฮะ... จะเหลือวิญญาณไปเดินเล่นที่โลกเงาแทน

แล้วเดี๋ยวค่อยให้อาร์ทไปรับกลับหลังเคลียร์เรื่องเทพไฟเสร็จ :lol:

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Sun Oct 24, 2010 8:39 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
มาส่งการบ้านให้คุณครูแพนด้าละฮะ

Chapter 63 – บทสนทนา ณ ห้อง VIP~

“ยังเดินไหวมั้ยเนี่ย? คลาร์ก เดินเหมือนหมาป่วยยังไงก็ไม่รู้” หมาป่าสีฟ้านาม วาเรียส ถามหมาป่าแดงข้างๆเป็นรอบที่สิบห้า หลังจากที่พวกเขาได้รับมอบหมายจากมังกรแดงอาวุโสให้กลับไปหาเทพแสงที่เมืองอีกครั้ง

“ก็คุณคลาร์กเพิ่งหายป่วยนี่ครับ พิษจากเจ้าเมกามอสคงตกค้างอยู่ในร่างกาย รีบเดินไปมันจะแย่เอานะครับ” มังกรแดงตัวจ้อยเอ่ยแก้ตัวให้หมาป่าแดงคู่หูของตนอีกเป็นครั้งที่สิบห้าเช่นกัน

“ก็แบบนี้มันช้าอ่ะ กว่าจะถึงเมืองได้มืดกันก่อนพอดี” วาเรียสบ่นประโยคเดิมๆซ้ำอีกครั้งจนมังกรสีขาวฟ้าตัวจิ๋วข้างๆหันมาแว้ดเข้าให้

“ถ้ารีบนักก็จับอุ้มแล้ววิ่งไปเองเลยเซ่!! บ่นจัง เจ้าหมาโง่นิ”

“เออเนอะ! แบบนี้น่าจะเร็วกว่าจริงๆด้วย” วาเรียสทำท่าเหมือนเพิ่งคิดออก ในขณะที่คลาร์กเหล่มองอย่างนึกสังหรณ์ใจ ก่อนจะแน่ใจในทันทีว่าลางสังหรณ์ของตนนั้นโคตรแม่นเลย เมื่อเจ้าหมาป่าฟ้าช้อนร่างเขาขึ้นมาเหมือนเจ้าบ่าวอุ้มเจ้าสาวเข้าห้องหอยังไงยังงั้น

“เฮ้ย!!! ข้าเดินเองได้เฟ้ย!! ปล่อยข้าลงเซ่!!” หมาป่าแดงพูดขึ้นอย่างตกใจ

“ไม่ล่ะ นายเดินเองแล้วมันช้า จะให้ขี่หลังก็ติดเป้ จะแบกขึ้นบ่าไปเดี๋ยวเจ้ามังกรแดงนั่นก็บ่นใส่อีกว่าพิษจะกระจาย ท่านี้ล่ะดีสุดละ เอาล่ะพร้อมแล้วใช่มะ? งั้นไปก่อนล่ะนะ ฝากสัมภาระเจ้าคลาร์กมันด้วยนะ ค่อน” พูดเองเออเองเสร็จสรรพก็โยนสัมภาระให้มังกรน้อยสองตัวทันที ก่อนจะบังคับสายลมรอบๆมาพยุงให้ร่างมันเบาขึ้นก่อนจะออกวิ่งหายไปอย่างรวดเร็ว โดยมีเสียงร้องโหยหวนของบุคคลในอ้อมแขนดังแว่วมากับสายลม

มังกรน้อยดริค่อนอยู่ในสภาวะที่กำลังมึนงงกับคู่หูของตน ทีแรกก็แค่บ่นไปด้วยความรำคาญ แต่ไม่นึกว่าเจ้าหมาป่าฟ้านั่นมันจะทำจริงซะได้ มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่วาเรียสโยนสัมภาระของคลาร์กให้นั่นแหละ

“เฮ้ย!!! ไอ้หมาบ้า!!! ทิ้งภาระมาให้แบบนี้หมายความว่าไง(วะ)เนี่ย!!” ดริค่อนตะโกนไล่หลังก่อนจะลากสกายมาแบกสัมภาระแล้วบินตามอีกฝ่ายไปทันที




ที่หน้าประตูเมือง พลันปรากฏร่างของหมาป่าสีฟ้าที่มีสัมภาระสีแดงชิ้นโตในอ้อมแขนวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว ไม่ทันที่เสือดำทหารยามทั้งสองจะทักทายหรือซักถามอะไรกับผู้มาใหม่ ร่างนั้นก็วิ่งหายไปโรงแรมของหมีมิมิที่มีเพียงแห่งเดียวในเมืองทันที กุญแจที่อยู่ตรงบริเวณหลังเคาท์เตอร์ถูกเจ้าตัวบังคับให้สายลมพัดมันเข้ามาในมืออย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงสายตาอึ้งๆปนตกใจของหมีมิมิเจ้าของโรงแรมกับบรรดาลูกค้าที่อยู่ในร้าน และเศษกระดาษแผ่นหนึ่งที่ปลิวลงมาบนมือของเจ้าของโรงแรม

‘...ห้อง VIP เตียงเดี่ยว เก็บเงินที่มังกรแดง เรด ประจำหน่วยอัลฟ่าเทส...’

“ฮ่าห์~ สะใจจริง ไม่ได้วิ่งสุดฝีเท้าแบบนี้มาตั้งนานแล้วฮะ ได้เหงื่อดีเป็นบ้า” วาเรียสโพล่งขึ้นหลังจากโยนร่างของหมาป่าแดงลงบนเตียงนุ่มสีขาวสะอาดของห้องวีไอพี

“จะดีกว่านี้ถ้านายไม่อุ้มข้ามาโยนเล่นแบบนี้น่ะ” คลาร์กพูดเสียงเรียบหลังจากถูกโยนลงบนเตียงดังอั้ก

“เอาน่า ของแค่นี้จะบ่นไรนักหนา” หมาป่าสีฟ้าพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ ก่อนจะเปิดเป้หยิบของบางอย่างขึ้นมาพลางจ้องหมาป่าแดงตาวาว

“ระหว่างรอพวกค่อน เรามาจัดการเรื่องทางนี้กันก่อนละกันนะ ครั้งแรกของชั้นซะด้วยสิ”




หลังจากที่หมาป่าสองตัวสองสีเข้าห้อง VIP ไปได้ซักพัก พวกมังกรสองตัวสองสีก็บินมาถึงโรงแรมพร้อมกับสัมภาระของคลาร์กที่ทั้งสองต้องผลัดกันแบกมาตลอดทาง ทันทีที่เห็นหมีมิมิผู้เป็นเจ้าของโรงแรม ดริค่อนก็บินเข้าไปถามทันทีว่าพวกวาเรียสอยู่ที่ไหน ซึ่งคุณหมีมิมิก็ตอบกลับไปอย่างดีพร้อมทั้งหน้าขึ้นสีเล็กๆโดยที่เจ้ามังกรสีขาวฟ้าไม่ทันสังเกต

ทันทีที่ทั้งสองตัวประคับประคองสัมภาระมาวางที่หน้าประตูห้องอย่างลำบากลำบน เจ้ามังกรสีขาวฟ้าเลือดร้อนก็เตรียมจะเปิดประตูเข้าไปฟาดตัวต้นเหตุให้จั๋งหนับ ถ้าไม่ได้ยินเสียงที่ดังลอดออกมาก่อนล่ะก็นะ...

“อื๊อ~ เบาๆหน่อยสิ วาเรียส มันเจ็บนะ”

“โทษทีๆ พอดีว่าเพิ่งลองทำแบบนี้ครั้งแรกน่ะ ยังกะแรงไม่อยู่”

“เห็นว่าเป็นครั้งแรกนะ จะยอมให้ก่อนก็ได้ แต่ครั้งต่อไปถ้ายังแบบนี้อีกนี่ จะสนองคืนให้ดู อึ๊ก!!”

“อ๊ะ! โทษที! ช่วยอยู่นิ่งๆหน่อยสิ เดี๋ยวก็เลอะที่อื่นหรอก”

“นี่จะแกล้งกันใช่มั้ยนี่? อ๊ะ!! อย่าจับตรงนั้นสิ งื้อ~!!”

“ทำไมจะจับไม่ได้ล่ะ? ออกจะนุ่มและเหมาะมือขนาดนี้ ขอจับเล่นซักหน่อยเหอะน่า”

ดริค่อนชะงักทันทีพร้อมหน้าขึ้นสี ก่อนจะหันไปถามมังกรแดงที่มีทีท่าไม่ต่างจากตัวเองเท่าไหร่นัก “เอิ่ม... เราไปบินเล่นกันก่อนมั้ย? สกาย”

“นั่นสินะครับ... ดูท่าว่าเราไม่ควรจะเข้าไปขัดจังหวะตอนนี้นะ” สกายพยักหน้ารับก่อนจะบินตามดริค่อนออกไปโดยไม่ทันได้ยินประโยคต่อๆมา

“อย่าขยับนักสิ มันพันผ้าไม่ถนัดนะ”

“ถ้าไม่ขยับก็โดนการพันผ้าพันแผลครั้งแรกของนายเล่นจนยับน่ะสิ มือหนักเป็นบ้าเลย วาเรียส”

“ก็บอกแล้วไงว่าครั้งแรกน่ะ เมื่อกี๊นายก็ขยับไปมาจนยาที่ฟาริสให้มาเลอะไปทั้งตัวแล้วนะ”

“ก็แล้วนายจะเอามือที่เต็มไปด้วยยาฆ่าเชื้อสุดแสบนั่นมาจับหูข้าทำไมเล่า ยังแสบไม่หายเลยเนี่ย!”

“เอาน่าๆ ก็หูนายมันนุ่มดีออก น่าจับเล่นเป็นบ้าเลย ขอจับอีกซักทีได้มะ?”

“ไม่อนุญาตแล้วเฟ้ย!” คลาร์กปฏิเสธลั่นกอนจะบ่นพึมพำ “ทำไมต้องให้เจ้านี่พันแผลด้วยล่ะนี่ พันแต่ละทีกระดูกจะหักหมดทั้งตัวอยู่แล้ว”

“ก็ช่วยไม่ได้นี่นะ กับหมาป่าที่ท้องเป็นรูอย่างนายน่ะ ขนาดยาสมานแผลของฟาริสยังเอาไม่อยู่เลย จะให้กินยาของเจ้าสองแสบนั่นก็ดันไม่กินอีก เลยต้องลำบากชั้นมานั่งทายาและเปลี่ยนผ้าพันแผลให้เนี่ย” วาเรียสบ่นกลับ

“ก็ยาของเจ้าสองตัวนั่นมันไว้ใจได้ที่ไหนล่ะ หรือนายอยากลองเองมั้ยล่ะ?”

“ขอผ่าน!! อยู่นิ่งๆก่อนละกัน เหลืออีกนิดเดียวจะเสร็จแล้ว”

กร๊อบ...

“โอ๊ย!! จะหักกระดูกข้ารึไงเนี่ย!! วาเรียส!!!”

แล้วคลาร์กก็ต้องนอนกรอบอยู่บนเตียงด้วยฝีมือของวาเรียสไปอีกนาน...


มือใหม่หัดแต่งจริงๆนะคร้าบ~

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 624 posts ]  Go to page Previous  1 ... 47, 48, 49, 50, 51, 52, 53 ... 63  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki