Last visit was: It is currently Sat Jun 06, 2020 5:49 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 624 posts ]  Go to page Previous  1 ... 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59 ... 63  Next
Author Message
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Wed Oct 27, 2010 7:05 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sat Jun 26, 2010 10:23 am
Posts: 1894
-67 ความแข็งแกร่ง

"เป็นไงแรงค์ การผจญภัยครั้งแรกนี้ สนุกใช่มั้ยล่ะ" แมลงตัวจ้อยที่อยู่บนบ่าของไบสันร่างใหญ่พูด พร้อมกับบรรเลงเพลงคลาสสิคที่ฟังแล้วชวนนึกถึงเรื่องในวันวาน

"เจ้ากับข้าเป็นเพื่อนกันมานานเท่าไหร่แล้วน่ะ วู๊ดดี้.." แรงค์เปิดประเด็นถามเรื่องเก่าๆที่เข้ากับดนตรีคลาสสิคอันสุดแสนจะไพเราะ

"ไม่รู้สิ.. ตั้งแต่ฉันจำความได้.."
"ฉันก็เป็นเพื่อนนายไปแล้ว"
"ฉันเห็นนายต่อสู้ นายหน่ะไม่เคยแพ้เลยนะ เก่งชะมัด ฮะฮ่า.." วู๊ดดี้กล่าวพลางหัวเราะเบาๆ

"ข้าอยากเก่งกว่านี้อีกนะ"

"นายนี้เหมือนเดิมเลยนะ อยากจะเก่งขึ้นเรื่อยๆ"

"ถูกแล้ววู๊ดดี้.. ความแข็งแกร่งนำมาซึ่งชัยชนะ ไม่มีใครมาช่วยเราได้หรอกนอกจากตัวเราเอง"

"แต่ฉันว่าคนอื่นๆก็ช่วยได้นะ.."

"เจ้าเป็นแค่แมลงไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้หรอก"

วู๊ดดี้หยุดบรรเลงเพลงแต่กลับมานั่งนิ่งก้มหน้ามองไปที่ร่างกายของตน เป็นแค่แมลง สิ่งมีชีวิตชั้นต่ำ ไร้ค่า...
พลางคิดในใจ
"นายเหมือนเดิมจริงๆแรงค์ นายไม่เปลี่ยนเลยตั้งแต่เราเป็นเพื่อนกันมา... ใครกันนะที่จะมาเปลี่ยนความคิดของนายได้.."

.....
"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า" เสียงหัวเราะปริศนาดังขึ้นมาจากที่ไหนซักแห่ง

"ใครกัน!!" แรงค์ตะโกนพร้อมตั้งขวาน หันมองไปทุกทิศทาง

"เจ้าคิดถูกต้องแล้วไอ้หนุ่ม ฮ่าฮ่าฮ่า"
"ชัยชนะไม่มีใครมาช่วยเจ้าได้หรอก เจ้าต้องคว้ามันมาเอง"

"แกบ่นอะไร ออกมาเจอกันตัวๆสิว่ะ!!" แรงค์เริ่มหงุดหงิด

"ข้าโรรัน เสนาบดีแห่งกองกำลังต่อต้านเทพ" เสียงปริศนากล่าวแนะนำตัว

"งั้นแกก็เป็นศัตรูสินะ !! ออกมาสิ อย่ามัวมุดหัวอยู่!!" แรงค์กล่าวท้าทายโรรัน

"ฮ่าฮ่า เจ้าเป็นคนที่เข้มแข็งเหนือผู้ใด.."
"แต่ทำไมกลับยอมก้มหัวให้กับพวกเทพกระจอกๆเล่า.."

"เทพคือบุคคลที่มอบชีวิตแด่ข้า ข้าต้องปกป้องพวกท่าน!!"

"แล้วมันมอบความแข็งแกร่งแด่เจ้ารึ?" โรรันกล่าว พร้อมกับแสดงตนต่อหน้าแรงค์

"ลิงแคระ!! ฮ่าฮ่า ไอพวกกองทัพมืดบ้าบอ เอาสัตว์ที่อ่อนแอมาเป็นเสนาธิการ ไร้สาระสิ้นดี!!" แรงค์กล่าวพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง

"ถึงเจ้าจะเป็นแค่ลิงแคระ แต่เจ้าก็คือศัตรู ข้าคงปล่อยไว้ไม่ได้..." แรงค์กล่าว

"เจ้าคิดว่าทำได้ก็มา" โรรันกล่าวท้าทาย

แรงค์พุ่งไปฟาดขวานเข้าเต็มๆร่างลิงแคระ แต่ภาพที่เห็นไม่เป็นดั่งที่คิด มือเล็กจิ๋วของโรรันจับปลายขวานของแรงค์ไว้อย่างนุ่มนวล

เกร๊ง!!! ขวานหยกอันภาคภูมิใจของแรงค์แตกสะบั้นเป็นเสี่ยงๆ สีหน้าของแรงค์และวู๊ดดี้ต่างตกตะลึงสุดขีด
"วู๊ดดี้ !! รีบไปบอกท่านไดกอส ข้าเจอศึกหนักแล้ว!!" แรงค์กล่าวอย่างลกลน

"แรงค์!!" วู๊ดดี้มองไปที่แรงค์ด้วยสายตาอาวรสุดๆ ดั่งกับว่าจะไม่ได้เห็นเพื่อนรักคนนี้อีกแล้ว

"ไป!!!" แรงค์ตะคอกสุดเสียงก่อน วู๊ดดี้น้ำตาคลอแต่ก็ทำตามคำสั่ง รีบบินมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองแสงทันที

"เจ้าลิงแคระ ไม่ว่าเจ้าจะมีเวทย์มนต์บ้าบออะไรก็ตาม แต่ด้วยความแข็งแกร่งของข้า แค่มือปล่าวก็พอแล้ว!!" แรงค์กล่าวขู่

"แข็งแกร่งงั้นหรอ หึหึ.. ข้าจะบอกอะไรเจ้าให้"
"แค่เพียงข้าสัมผัสเกราะอันน่าภูมิใจของเจ้า มันก็ละเอียดเป็นผงแล้ว!!" โรรันขู่กลับ ทำให้แรงค์หน้าตาซีดลงอย่างเห็นได้ชัด

"อย่ามัวพล่ามน่า!! แหลกไปซะ" แรงค์จับร่างลิงแคระขึ้นมา พร้อมกับใช้มือสองข้างบีบสุดแรง แต่มันกลับไม่สะเทือนอะไรซักนิด

"เผ่าพันธ์ของข้าเป็นเผ่าพันธ์ที่อ่อนแอ ไร้ซึ่งเวทย์มนต์ แต่ท่านผู้นั้นได้มอบพลังแด่ข้า ทำให้ข้าแข็งแกร่งกว่าเผ่าพันธ์ที่แข็งแรงที่สุดอย่างเจ้าไงละ" โรรันกล่าวพร้อมกับแยกมืออันใหญ่ยักษ์ของแรงค์ออก

"บ้าน่า!! บ้าที่สุด ไม่จริง!! ข้าต้องฝันไปแน่ๆ!! ย๊ากกกก" แรงค์ระเบิดพลังออกทุบไปที่โรรันอย่างบ้าคลั่ง แต่ร่างเล็กจิ๋วของโรรันกลับไม่สะเทือนเลยแม้แต่น้อย จนเวลาผ่านไปแรงค์เริ่มเหนื่อยล้า

"มันต้องเป็นภาพลวงตาแน่ๆ แกใช้ภาพลวงตาหลอกข้า!!" แรงค์เริ่มคิดในสิ่งที่ตนทำลงไป พยายามปลอบใจตัวเองว่ามันเป็นเพียงแค่ฝัน

"เจ้าแข็งแกร่งกว่าข้ามาก แรงค์"
"ถ้าเจ้าได้รับพลังจากท่านผู้นั้น เจ้าจะเป็นนักรบที่แข็งแกร่งที่สุด ไร้ซึ่งผู้เปรียบ" โรรันกล่าวแทงจุดของแรงค์ ทำให้แรงค์เริ่มสับสน

"เจ้าเคยพ่ายแพ้"
"เจ้าอ่อนแอที่สุดในกลุ่ม"
"ไม่มีใครสนใจเจ้าหรอก ไม่ว่าเจ้าจะอยู่หรือจะตาย เพราะเจ้าเป็นเพียงไอ้โง่ที่หยิ่งผยอง"
"ทุกคนเกลียดเจ้า แรงค์!!"
"เจ้าจะยอมก้มหัวให้ไอ้พวกเสแสร้งพวกนั้นรึ!!"
"มันแค่หลอกใช้เจ้า!! มันไม่ได้มอบความแข็งแกร่งให้เจ้าเลย!! ท่านผู้นั้นต่างหากที่มอบความแข็งแกร่งให้แก่เจ้า!!" โรรันกล่าวแทงใจแรงค์อย่างไม่หยุดหย่อน แรงค์เริ่มอ่อนไหวกับคำพูดของโรรัน

"เจ้าจะมอบความแข็งแกร่งให้ข้าใช่ใหม" แรงค์กล่าว

"ใช่!! ท่านผู้นั้นจะมอบพลังอำนาจที่ผู้ใดไม่อาจต้านทานให้แก่เจ้า!!"
"มาเป็นส่วนหนึ่งของพวกข้าสิ.. ก้าวเข้ามาไบสันผู้แข็งแกร่ง" โรรันชักจูงแรงค์

"ข้าอยากแข็งแกร่ง ข้าอยากชนะทุกคน ข้าอยากเป็นที่หนึ่ง.." แรงค์ในขณะนี้ไร้สติ เดินเข้าไปหาโรรันทันที

"เจ้าจะแข็งแกร่ง เหมือนข้า..." โรรันสีหน้าเศร้าสร้อยหลังจากกล่าวประโยคนี่จบ

โรรันเปิดประตูมิติพร้อมกับพาแรงค์ก้าวเข้าไปในนั้นด้วย..


เอาละแรงค์เป็นตัวร้ายแล้วนะ
(สปอย) ท่านผู้นั้นเอาแรงค์ไปเป็นลูกสมุนมือขวา เขาจะมอบพลังและปลุกอสูรในตัวแรงค์(overpower)
กลับมาอีกทีแรงค์จะร้ายและแข็งแกร่งสุดๆ มาพร้อมกับชุดเกราะเท่มากๆ เดี่ยวไปวาดก่อน (คอยดูต่อไป)

(วู๊ดดี้เป็นคีย์สำคัญของแรงค์ฝากไดกอสดูแลด้วยนะ :lol: )

โรรัน เสนาธิการของกองพันต่อต้านเทพ แข็งแกร่งสุดๆ เป็นลิงแคระสูงเพียง 20เซนติเมตร
ความสามารถพิเศษคือแรงเยอะมากๆๆๆๆๆ ร่างกายแข็งแกร่งสุดๆ มีเวทย์มนต์พลางตัว
มีจุดอ่อนอยู่ แต่ยังบอกไม่ได้ตอนนี้

_________________
Family : Brajaobell
Status : Game Over
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 2:19 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jan 18, 2009 12:37 pm
Posts: 1684
Location: หมุนไปเรื่อยๆ~~
อืม......ยาวไปหน่อยแต่ทนๆอ่านกันไปนะค้าบ ของแบบนี้ไม่ได้ลงกันบ่อยๆนะเออ กับตอน"ปฐมกาลศึกนครเงา"ขอรับ

Quote:
ท่ามกลางบรรยากาศที่เย็นเฉียบไร้ไออุ่นใดๆ ณ ใจกลางของห้วงลึกแห่งอนธกาลอันไร้ก้นบึง ปรากฏสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ลอยนิ่งอยู่อย่างสงบ ตัวมันทำจากหินสีเทาและสีดำสนิทเก่าคร่ำคร่าประกอบกันขึ้นเป็นรูปร่างของบ้านเรือนนับร้อยหลัง ถนนหลายสิบเส้นที่ตัดผ่านกันไปมา เสาไฟทำจากเหล็กสีดำสนิทส่องแสงสีม่วงจางๆพอให้เห็นทางใกล้เคียง ทั้งหมดนี้คือสภาพของนครแห่งโลกเงาที่มีนามว่า นครเงาแห่งเซรา

ที่ใจกลางของนครนั้นเป็นสวนซึ่งมีหญ้าแห้งและต้นไม้ตายซากขึ้นอยู่ทั่วไป ล้อมลานหินกลมซึ่งปรากฏจาลึกประหลาดไว้ ที่กึ่งกลางของลานหินนั้นปรากฏร่างสัตว์เผ่าปักษายืนอยู่สองร่าง

"ดูเป็นสถานการ์ณอันน่าลำบาก.....แม้ว่ากำเเพงนครเซราสจะแข็งแกร่งก็เถอะ" ปีกสีดำขยับไปมา เจ้าของประโยคแสดงสีหน้ากังวลใจ

"เจ้าจะกลัวอะไร......นี่นครเอกแห่งโลกเงาเชียวนะ" อีกเสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงสบายๆ "แถมมันก็ข้ามเหวแห่งทัณฑ์นิรันดร์ไม่ได้หรอกน่า"

"และถ้าหากพวกนั้นมันบินได้ล่ะ?"เสียงเเรกเอ่ยถามขึ้น

"ผู้ที่ไม่ได้รับอนุญาต นครแห่งเงาก็จะไม่ต้อนรับ เจ้าก็บินผ่านมาเเล้วนี่ ไอ้ที่เห็นเป็นซากบ้านพังๆที่ลอยอยู่รอบนครเต็มไปหมดนั่นน่ะ?"สีแดงจางๆของดวงไฟดวงเล็งคุขึ้นด้วยกิ่งไม้เวทย์ที่เพียงแค่หักก็ทำให้เกิดประกายไฟได้ ใบไม้ถูกนำมาม้วนก่อนจะถูกจุดด้วยไฟ ควันของมันมีกลิ่นหวาน

"นั่นน่ะเมื่อถึงคราวรับแขก มันก็จะเรียงตัวเป็นสะพานให้ข้ามผ่านมายังนครได้...."

"เเล้วถ้าศัตรูล่ะ?"เสียงแรกแทรกถามขึ้นอย่างรวดเร็ว"มันคงไม่ใช่แค่ลอยเอื่อยๆหรอกมั้ง?"

"แหงล่ะ.....มันก็จะประกอบกันใหม่เป็นวงกตขนาดมโหฬารที่เกินกว่าพวกเราจะคิดได้ซะอีก"ควันสีเทาถูกพ่นออกมา"บางคนเขาถึงได้เรียกนครแห่งนี้ว่าวงกตแห่งเซรา(Sera's labyrinth)ไงล่ะ"

"ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ....ข้าก็ยัง....."พลันประโยคที่เหลือถูกขัดด้วยเสียงโห่ร้องดังกึกก้อง ทั้งสองลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว ปีกสีดำกางออกก่อนจะพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าก่อนจะลอยนิ่งเหนือสวนแห่งเงา สายตาเฉียบคมกวาดมองไปรอบตัวครู่หนึ่ง

"มาเเล้วงั้นเรอะ!!!"ชายคาบใบยาสูบกัดฟันกรอด ปืนคู่กระชับแน่นในมือ ส่วนอีกคนหนึ่งถือปืนยาวในท่าเตรียมพร้อม

ทันทีที่เสียงโห่ร้องดังก้องขึ้นมาอีกหน ทั้งสองพุ่งฝ่าสายหมอกไปทางทิศทางต้นกำเนิดเสียง บริเวณเหนือห้วงลึกดำมืดนั้น เศษซากอิฐหินตั้งแต่กองเล็กๆยันซากบ้านหลังใหญ่ๆผ่านทั้งสองไปอย่างรวดเร็ว

"ข้างหน้านั่นคาราสุ" อีกกาดำหัวเราะในลำคอพร้อมยกปืนคู่เล็กไปที่ลูกไฟสีฟ้าๆด้านหลังหมอกเบื้องหน้า หากแต่เพื่อนของเขาคว้าผ้าพันคอสีดำไว้เเล้วลากอีกกาดำไปหลบหลังกำแพงหินเก่าที่ลอยผ่านมาพอดี

"ทำอะไรของนายฟระคุโระ อุ๊บ....."คาราสุหันมาตะคอกใส่เพื่อนกาดำหากแต่โดนมือมาอุดปากไว้อย่างรวดเร็ว

"รีบบุกเข้าไปถ้ามันเกิดเมพขึ้นมาไม่โดนถอนขนตายเรอะ?"คุโระพูดขึ้นพร้อมตั้งปืนไว้ที่ขอบหน้าต่าง พลันทุกอย่างเงียบสงัด

ท่ามกลางหมอกหนาทึบเบื้องหน้า แสงสีฟ้าเอื่อยๆลอยเข้ามาใกล้ทั้งสองมากยิ่งขึ้น ยังไม่ทันที่เเสงนั้นจะผ่านหมอกให้ได้รู้ว่ามันคืออะไร ปืนยาวสีดำส่งเสียงดังก้องไปทั่ว เเสงสีฟ้าร่วงลงไปห้วงเบื้องล่างเอื่อยๆ
แทบจะในทันทีที่แสงสีฟ้าร่วงลงไปกาดำคาราสุพุ่งลงตามไปเบื้องล่างโดยมีคุโระบินตามลงไปอย่างเหนื่อยใจ

"หยุดนะเว้ย ข้าคาราสุ กองพันอีกาดำของท่านอิธารุสเชียวนะ" กาหนุ่มตะโกนบอกร่างของสัตว์ชนิดหนึ่งที่เปล่งแสงสีฟ้าประหลาดออกมา

"ข้าเองก็คาราสุ......."ใบหน้าของคาราสุถอดสีเมื่อสัตว์ประหลาดที่ว่านั่นหันหน้ามา"นะเว้ย........"
ปืนคู่ในมือของกาดำยิงกระหน่ำไปยังร่างของตนเองที่เรืองเเสงไม่ยั้งมือ หากแต่ร่างนั้นยังคงยิ้มตอบกลับอย่างน่ากลัว

"อ้าว......เหมือนจะไม่ตายแฮะเรา......."ร่างนั้นเอามือจับที่หน้าอกที่มีรูพรุนไปทั่ว ปีกทั้งสองข้างกางออกอย่างรวดเร็วดึงร่างของตนให้บินขึ้น

"อ่ะ......แลกกันนะตัวข้า......."ร่างเรืองแสงควักปืนคู่ออกมาก่อนจะสาดกระสุนลงไปด้านล่าง ร่างของคาราสุที่ไม่ทันที่จะบินหลบร่วงไปยังห้วงลึกอย่างรวดเร็ว ไฟจากใบยาสูบค่อยจางหายไป

"คาราสุ!!!!!!"คุโระตะโกนเรียกเพื่อนตัวเองพร้อมกับเล็งหัวของสัตว์ประหลาดก่อนจะลั่นไก กระสุนทะลุผ่านหัวของคาราสุตัวปลอมอย่างรุนแรงหากแต่มันยังบินพุ่งเข้ามาหาเขาราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"นี่แกคิดจะฆ่าเพื่อนตัวเอง......."พลันร่างนั้นเปลี่ยนเป็นคุโระอย่างรวดเร็ว"ไม่สิฆ่าตัวเองอย่างนั้นเหรอ?" เสียงปืนนัดหนึ่งดังขึ้น คุโระบินค้างนิ่งอยู่ครู่หนึ่งด้วยความตกใจ

"ข้าไม่แนะนำให้เพื่อนปอดแหกอย่างนายฆ่าตัวตายหรอก...."กระสุนนัดหนึ่งพู่งทะลุออกของร่างนั้นไปพร้อมเฉียดเอาเส้นผมของคุโระไปหลายเส้นก่อนที่กรงเล็บสีดำฟาดเข้าที่คอของร่างเรืองเเสงอย่างรุนเเรงทำเอาร่างนั้นพุ่งร่วงลงไปข้างล่างอีกหน "นะเว้ยยยยยยยย"

กาดำคาราสุที่ยิ้มอย่างกวนๆก่อนจะรัวปืนคู่ตามส่งร่างเรืองเเสงนั่นไป

"นายนี่ตายยากชะมัดให้ตายเหอะ"คุโระยกปืนประทับบ่าพร้อมส่งกระสุนตามไปอีกสามนัดก่อนหันมามองเพื่อนตัวเองที่มีแผลจากกระสุนอยู่ทั่วตัว "ทิ้งเสื้อกับผ้าพันคอไป.......นึกว่าจะมีแต่ลูกบ้านะเนี่ย เสียอย่างเดียวที่บาดเจ็บนี่แหละ"

ยารักษาแผลสีแดงถูกราดลงบนหัวคาราสุก่อนที่ขวดเปล่าถูกโยนทิ้งไปด้านล่าง

"ลุยต่อเลยเเล้วกัน บินให้ทันนะเว้ย"คาราสุพุ่งลงไปด้านล่างอีกหนหมายดับลมหายใจร่างเรืองเเสงนั่นให้ได้ แต่ทว่าทั้งคู่ต้องหยุดบินไปซ่อนอยู่ด้านหลังกองหินที่ลอยผ่านมาอีกหน

เบื้องล่างของทั้งสองนั้นเป็นภาพที่แทบจะไม่น่าเชื่อ ป่าแห่งโลกเงาซึ่งตั้งอยู่ริมเหวห้วงลึกแห่งอนธกาลถูกถางออกไปส่วนหนึ่ง ต้นไม้สีดำน้อยใหญ่ถูกแทนที่ด้วยร่างนักรบในชุดเกราะพร้อมอาวุธในมือมากมายเกินกว่าจะนับได้ พวกมันส่งเสียงโห่ร้องอย่างบ้าคลั่งเป็นพักๆราวกับกระหายในการต่อสู้มาหลายปี ที่ใจกลางของกองทัพนั้นปรากฏสิ่งก่อสร้างทำจากต้นไม้สีดำเป็นฐานบัญชาการ คบเพลิงหลายสิบถูกจุดขึ้นสว่าง อีกทั้งมีทหารซึ่งเรืองเเสงสีฟ้าประหลาดออกมาตลอดเวลาล้อมอยู่อีกชั้นหนึ่ง

"ศึกใหญ่น่าดูล่ะงานนี้.....แต่ข้าว่าก็ไม่น่ารอดไปได้ซักตัวหรอกมั้ง?"คาราสุพูดขึ้น"พวกมันจะมีปัญญาข้ามเหวนี่ไปถึงตัวเมืองเรอะ?"

"ข้าว่างานนี้นครเซราสไม่ปลอดภัยเเล้วล่ะ...."คุโระพูดขึ้นก่อนชี้ไปทางด้านปากเหว เหล่าสัตว์หลายชนิดทั้งวัว ไบสัน ช้างและสัตว์ใช้แรงงานอีกมากมายกำลังออกแรงดึงเชือกหลายเส้นที่ผูกติดกับขอเกี่ยวซึ่งเกี่ยวอยู่กับเศษสะพานแห่งนครเงาที่ลอยอยู่ให้เข้ามาติดกัน

"นั่นมัน....หนอย....จับเอาคนไม่รู้เรื่องมาเป็นทาสใช้เเรงงานเรอะ"คาราสุทำท่าจะพุ่งไปหากแต่คุโระคว้าตัวไว้อีกหน"นายช่วยอยู่นิ่งๆแล้วดูโน่นก่อนเถอะ"

คราวนี้คุโระชี้ไปทางด้านหลังของเหล่าทาสที่กำลังดึงซากสะพานมาต่อกัน ร่างภายใต้ผ้าคลุมกับลังยืนร่ายเวทย์อยู่ซักพักรากไม้สีดำผุดขึ้นจากพื้นยึดซากสะพานไว้แน่น

"นั่นมันเวทย์ธาตุเงา ข้าเคยเห็นมันมาก่อนสมัยสงครามครั้งโน้นน่ะ....นำมาใช้กับสะพานนครแห่งเงาเลยรึ?"

"นี่สินะที่ทำให้สะพานยอมฟังคำสั่ง แม้ว่าวงกตส่วนอื่นจะเคลื่อนแต่ก็ยังมุ่งตรงไปยังนครได้ด้วยสะพาน"คารสุพูดขึ้นทำเอาคุโระที่ได้ยินดังนั้นกางปีกบินกลับไปยังนครแห่งเงาแทบจะในทันที

"รีบเร็วคาราสุเราจะช้าไม่ได้ ต้องไปรายงานท่านเซราให้เคลื่อนวงตกเซราให้เร็วที่สุด"คาราสุที่ได้ยินดังนั้นเอามือชกพื้นด้วยความโมโหก่อนจะกางปีกบินตามเพื่อนของตนไป

ณ นครแห่งเงาภายใต้ลานหินสวนแห่งเงานั้น ปราสาทสีดำที่ดูเหมือนถูกจับตั้งกลับหัวโดยมียอดชี้ลงไปในเหวลึกเบื้องล่างลอยอยู่อย่างนิ่งสงบ เช่นเดียวกับใบหน้าของชายผู้หนึ่งซึ่งทอดสายตามองผ่านหมอกเมฆไปไกลเเสนไกล โดยไร้ซึ่งอารมณ์โดยสิ้นเชิงราวกับไร้ชีวิต ทั่วร่างนั้นนิ่งไม่ไหวติงราวกับรอคอยบางสิ่งมาสัมผัสเพื่อที่จะเคลื่อนไหว เเละบางสิ่งที่ว่านั้นกำลังเดินลงบันไดหินมา

ทันทีที่ลงมาถึงประตูเหล็กสีดำเหวี่ยงออกอย่างง่ายดายด้วยพลังเวทย์ที่กระเเทกเข้าอย่างรุนแรง ร่างของเพนกวินหนุ่มในชุดจอมเวทย์สีดำสนิทก้าวเข้ามาด้านใน ไฟสีฟ้าจากเทียนไขสีดำลุกโชนขึ้นพร้อมกันทั่วห้องโถงหินซึ่งทำจากแผ่นป้ายจารึกหลุมฝังศพหลายแผ่นต่อกันหลังสิ้นเสียงกระแทกระหว่างร่มสีดำกับพื้นหินเย็นเยียบ

"คิดจะจ้องไปถึงเมื่อไหร่กันน่ะ?"เพนกวินเอ่ยถามร่างที่ยิงคงนิ่งเฉยอยู่

"เเล้วมีสิ่งใดที่เราต้องเร่งรีบเล่า?"ร่างนั้นถามกลับโดยไม่ได้เเม้เเต่จะขยับริมฝีปาก ก่อนที่จะหันมา

"เคลื่อนมันซะเซรา......วงกตของท่านน่ะ"เพนกวินเอ่ยขึ้น ผู้ถูกขานนามหันหลังกลับมา

"วงกตนี้เคลื่อนด้วยตัวมันเอง เราไม่สามารถจะบังคับมันได้"เซราเทพแห่งเงาเอ่ยขึ้นก่อนจะลอยเอื่อยไปยังบัลลังก์หิน"เจ้าก็รู้มิใช่รึ ยามใดที่นครมีภัยมันจะเคลื่อนที่ด้วยตัวมันเอง"

"แต่นี่คือกลโกงของศัตรูท่านก็รู้? สะพานโง่เง่านั่น?"เพนกวินเงียบไปซักพัก"ถ้าหากว่ามันโง่เง่าจริงล่ะก็นะ"

"นั่นก็เป็นความนึกคิดของสะพาน"เซราตอบขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

"ท่านเป็นคนที่สร้างมันขึ้นมาไม่ใช่รึไง"เพนกวินพูดเสียงเเข็งพร้อมกระเเทกร่มลงพื้นอีกหน

"เราได้ละทิ้งพลังนั่นไปนานเเล้ว.....ที่เหลืออยู่กับเราตอนนี้คือพลังแค่ส่วนเดียวเท่านั้น....ซึ่งไม่พอที่จะเคลื่อนวงกตต้านกองทัพมโหฬารนี่หรอก...."

"เเล้วนักรบเงาของท่านล่ะ? เชดน่ะ? คราวสงครามครั้งก่อนท่านยังใช้มันอยู่นี่? ทำไมไม่ส่งมันไปกวาดล้างซะล่ะ?"

"เชดน่ะเกิดจากเจตจำนงค์ของเรา.....ซึ่งตัวเราเห็นว่ามันจะอันตรายต่อโลกนี้เกินไปถ้า......"

"นี่ท่านเป็นเทพนะ? ถ้ามันเข้ามาในนี้ได้เเล้วเหล่าเงาล่ะ? วิญญาณของผู้วายชนม์อย่างพวกข้าไม่ต้องระเหเร่ร่อนไปเรอะ? อย่าเอาโลกมาอ้างกับข้าท่านเซรา ที่นี่ก็คือโลกเช่นกัน โลกเงาของท่าน"

เทพแห่งเงายังคงนิ่งเฉยทำเอาเพนกวินถอนหายใจอย่างหัวเสีย

"ความอดทนของข้ามีจำกัดนะเซรา.....ข้า......ไมใช่......จอมเวทย์......ของ......อะคาเซีย......."เพนกวินเน้นทีละคำด้วยน้ำเสียงน่ากลัว"ฉะนั้นข้าไม่มีความอดทนหรือทำตัวเล่นๆไปวันๆเช่นตอนที่ข้ามีชีวิตบนโลกโน้น"

"เเล้วเจ้าจะทำอะไรได้ล่ะเจ็นโต้......บอกเรามาทีที่ปรึกษาแห่งเรา......."

"ถ้าท่านยังยืนกรานไม่ทำอะไร......"เจ็นโต้จ้องหน้าเซรา"เอาพลังของท่านที่ใช้ขับเคลื่อนวงกตมาให้ข้าซะ"

ไม่มีเสียงใดเกิดขึ้นอีกนับจากนั้นเว้นกระทั่งเสียงลมที่พัดเข้ามายังห้องโถง ทั่วบริเวณเงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เพนกวินจะพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาต่อ

"ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้โกหก.....พลังนั่นน่ะ.....ธาตุพิสุทธิ์ใช่มั้ย......."

"ไม่มีความรู้อันใดเล็ดลอดไปจากเจ้าเลยนะเจ็นโต้ ถ้าเจ้าไม่ตายเสียก่อนเราว่าตำแหน่งที่เร็กกุเป็นอยู่ทุกวันนี้คงไม่มีใครอื่น"

"อย่านอกเรื่องท่านเซรา บอกข้ามามันอยู่ที่ไหน"เจ็นโต้ตัดบทในทันที หากแต่เซรายังคงเงียบอยู่

"เวลาท่านมีไม่มากอย่างที่ท่านคิดหรอกนะ......"

"ถ้าเจ้าเหมาะจะเป็นผู้ใช้มัน........เราก็ไม่อาจขัดขวาง......."เซราเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกยืน"หากแต่ถ้าเจ้าพลาดนั่นหมายถึง.....ความตายชั่วนิรันดร์เลยนะ?"

"งั้นก็เท่ากับข้าก็จะมีโอกาสชั่วนิรันดร์เลยน่ะสิ?"เพนกวินหัวเราะขึ้น เซราไม่ตอบคำถาม พลันเงาหลายสายลอยออกจากมือทั้งสองข้างของเทพเงา มันหมุนวนกันที่พื้นใจกลางของห้องโถง

"ที่เจ้าจะพบต่อไปนี้คือส่วนที่ลึกที่สุดของวงกตแห่งเรา......."พลันเงาที่หมุนวนนั้นประกอบกันเป็นลวดลายตราเวทย์ขนาดใหญ่"ถ้าเจ้ามีโอกาสได้เข้าไปถึงแก่นแห่งเงาเเล้ว......."

ทันทีที่ตราเวทย์หายไปพลันพื้นใจกลางห้องยุบตัวลงเป็นบันไดวนขนาดใหญ่ทอดลงหายไปในความมืด

"ช่วยตอบคำถามของเราด้วยเเล้วกัน......."

"เซราผู้รู้แจ้งเช่นเดียวกับอะคาเซียน่ะรึมีคำถาม? ข้าไม่คิดว่ามันจะมีสาระนักหรอกนะ"เจ็นโต้พูดขึ้นก่อนจะเดินลงไปเบื้องล่าง ทิ้งให่เซรายืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยขึ้นกับตัวเอง

"นั่นสิ......เราเองก็ไม่คิดว่าจะเป็นคำถามที่ดีนักหรอก......."




ปล.สำหรับใครที่นึกภาพนครเงาไม่ออกลองไปหารูปในมู้WIPดูนะขอรับ

ปล.2เอ้อเรื่องเจ็นโต้เเละนครเงาถ้าจะให้ดีลองไปหาอ่านในฟิคภาคเเรกตั้งเเต่แถวๆตอนสู่เเดนแห่งเงาเรื่อยไปจนโผล่ขึ้นจากโลกเงาจะดีมากฮะ จะได้เข้าใจมากขึ้นนะเออฮ้าฟ

ปล.3อาจเขียนไม่ค่อยดีนักเนื่องจากรีบเขียนด้วย(เวลาที่ลงก็ตีสองเกือบครึ่งเเล้วแถมมีเรียนเช้าวันพรุ่งด้วยอ่า)ยังไงก็ต้องขออภัยในความมึนงงและคำผิดด้วยขอรับTwT

ปล.4สองกาดำนั่นตัวประกอบฮะ แต่ถ้าใครเห็นว่ามันเท่บาดใจจะเอาไปแต่งต่อก็ได้นะเออ

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 12:58 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
มีข่าวดีจะมาบอกแก่ทุกท่านคือ

ในที่สุดแพนด้าก็สามารถกู้คีย์ที่หายไปกลับคืนมาได้แล้ว!!!
(แม้จะได้มาไม่เหมือนเดิมก็เถอะ ||orz...)

สืบเนื่องมาจากกระดาษเขียนคีย์ฟิคที่แพนด้าเขียนไว้นั้น โดนท่านแม่เอาไปปูรองรังนก หายไปกับคนเก็บขยะแล้วเรียบร้อย
แพนด้าจึงต้องมานั่งแถใหม่อีกนั่นเอง.... :oops:

ขอบคุณนัทลิงที่ช่วยกันคิดเน๊อออ เสร็จงานนี้สงสัยต้องขอเวลาไปฟื้นสภาพสีข้างหน่อยและ... :oops:

ตั้งใจจะลงฟิคตั้งแต่เมื่อวาน แต่สมองเออเร่อไปกับคีย์เรียบร้อย เลยไม่ได้ลง... :oops:



ตอนที่ 69 บันทึกของนิกกิ I




วันที่ 3 เดือน XX

วันนี้พี่โทเลมไหว้วานให้นิกกิมาตรวจสอบเรื่องธาตุพิสุทธิ์แห่งลม พี่บอกว่าได้ข้อมูลมาจากพ่อว่าธาตุพิสุทธิ์แห่งลมเกี่ยวข้องกับประวัติและตำนานของเมืองแห่งทะเลทราย นิกกินั่งไฮเจ็ทที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ มาลงยังหมู่บ้านที่อยู่ติดกับปราการทะเลทรายที่สุด ผลการทดลองปรากฏให้เห็นเด่นชัดว่า ไฮเจ็ทที่สร้างด้วยปีกแข็งของพวกแมลงนำไปสกัดพลังธาตุในเครื่องสกัดพลังงานนั้นประสบความสำเร็จอย่างงดงาม เย้ๆๆๆๆ \(^o^)/

เอ้ยยย นิกกิเผลอนอกเรื่องอีกแล้วและไดอารี่จ๋า >x<;;
เอาละกลับมาที่หมู่บ้านนั้นใหม่ดีกว่าเนอะ...

ที่หมู่่บ้านนั้น นิกกิได้ถามสัตว์ที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นทุกตัว แต่ก็คว้าน้ำเหลว ไม่มีอะไรที่พอจะเป็นข้อมูลเกี่ยวกับคำใบ้ในรหัสลับนั้นเลย จนกระทั่งนิกกิกำลังใช้ความคิดระหว่างเดินดูของขายที่ตลาดนั่นแหละ บังเอิญมีเสียงระเบิดดังมากจากที่ไหนไม่รู้ (แต่เห็นชาวบ้านบอกว่ามาจากนอกเมืองละ...) เจ้าหน้าที่บอกว่ามีคนมาล่าแอนเชี่ยนบัคอยู่ที่เขตนอกเมือง เรื่องนั้นไม่ได้น่าสนใจหรอก แต่ก็ต้องขอบคุณเสียงระเบิดที่ทำให้เด็กเฝ้าร้านขายรูปตกใจเผลอทำถ้วยในขนมแตกกระจาย เจ้าของร้านรีบแจ้นออกมาแว๊ดนอกร้าน ทำให้นิกกิบังเอิญเห็นพอดี...

รูปของเด็กหญิงนางหนึ่งกำลังอุ้มแมวตัวอ้วนสีขาวเทาไว้ในอ้อมกอดอย่างรักใคร่ ดวงตาสีอำพันประกายสวยอย่างกับอัญมณีทำให้นิกกิเผลอเดินเข้าไปจ้องใกล้ๆ ภาพนั้นอย่างลืมตัวราวกับมีมนต์ดึงดูด ผมสีทองยาวสลวยถึงกลางหลัง รูปของเด็กหญิงที่ดูน่ารักและอ่อนโยนสะกดให้นิกกิลืมทุกสิ่งทุกอย่าง ลืมแม้กระทั่งว่ามาทำอะไรที่หมู่บ้านแห่งนี้

ทันทีที่เจ้าของร้านหันมาเห็น เขาบอกว่าเป็นเรื่องแปลกที่สัตว์จากต่างถิ่นอย่างนิกกิจะสนใจภาพของแม่หญิงน้อยฟิลฟีด้วย นิกกิขอให้เขาเล่าเรื่องของผู้หญิงคนนี้ให้ฟัง เจ้าของร้านบอกว่า เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้วตั้งแต่สมัยที่ยังไม่มีหมู่บ้านนี้ ยังไม่มีเทพลมคอยดูแล จึงทำให้เรื่องนี้ไม่ค่อยมีใครจะรู้ แต่เพราะตระกูลของเขาเป็นจิตรกรให้กับนางถึงได้ทราบ แม่หญิงน้อยฟิลฟีนางนี้เป็นผู้ปกครองเมืองแห่งทะเลทราย แม้วัยเยาว์แต่ก็มีความรักในเมืองแห่งนั้นเป็นอย่างมาก และปกครองเมืองนั้นด้วยความผาสุขตลอดมา จนกระทั่งวันหนึ่งนางได้ละเมิดข้อสัญญาข้อหนึ่งของเมืองทะเลทราย ทำให้เจ้าเมืองอื่นพร้อมใจกันลงโทษนางด้วยการควักลูกตาออก

นิกกิถามว่าทำไมต้องควักลูกตาออก เจ้าของร้านบอกว่า เป็นเรื่องลึกลับว่ากันว่าตาของฟิลฟีเป็นตาวิเศษ ใครที่จ้องตาของนางจะติดอยู่ในมนต์สะกด ทำให้นางได้ทุกอย่างที่ต้องการ ที่เมืองใหญ่มีแต่ความสุขไร้ปัญหาต่างๆ เพราะฟิลฟีสะกดจิตให้คนเหล่านั้นคล้อยตามไปในความคิดของตน ดังนั้นเมืองอื่นจึงอิจฉาและอยากได้ตานั้นมาไว้ในครอบครอง เมื่อฟิลฟีละเมิดกฏของผู้ปกครองแม้จะเพียงเล็กน้อย พวกนั้นจึงถือโอกาสร่วมมือกันควักตาของนางออกมา ฟิลฟีโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ สั่งทหารของตนไปสังหารพวกเจ้าเมืองอื่นจนเกิดเป็นสงคราม โจมตีโรมรันกันอยู่นานจนประชาราษฎร์ระส่ำระส่าย ล้มตายเป็นจำนวนมาก เมืองถึงกับล่มสลายร้างไป ฟิลฟีเมื่อคิดได้ว่าตัวเองเป็นต้นเหตุที่ก่อให้เกิดความยากลำบากแก่เมืองทะเลทรายจึงตัดสินใจออกตามหาดวงตาเจ้าปัญหาของตนแล้วทำลายทิ้ง ก่อนปลิดชีพฆ่าตัวตาย แต่มีข่าวลือในตอนนั้นว่า ตาวิเศษของฟิลฟีไม่มีวันสูญสลาย หลายคนจึงพยายามออกตามมาแต่ก็กลับบ้านมือเปล่า

....ฟังถึงตรงนี้เริ่มคุ้นบ้างมั้ยไดอารี่จ๋า ตาของฟิลฟีผู้แสนอ่อนโยน ความโกรธ สงครามที่บานปลายไปทั่วผืนทราย...

ใช่แล้ว นิกกิเริ่มจะจับใจความของรหัสลับได้แล้วล่ะ

ฤๅ พระพายจะโหมกระหน่ำ วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน...

พระพายโหมกระหน่ำ อาจหมายถึงลมแห่งสงครามที่โหมหั่นใส่กัน
วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน อาจหมายถึงตาของฟิลฟีที่โดนควักออกมา

ข่าวลือที่ว่าตาของฟิลฟีไม่มีวันสูญสลาย...

แปลว่า ธาตุพิสุทธิ์แห่งลม อาจคือตาของฟิลฟีนั่นเอง...

นิกกิขอตัวลาเจ้าของร้าน กลับไปที่โรงแรมเพื่อส่งข้อความกลับไปหาพี่โทเลมถึงสมมติฐานของนิกกิเอง ก่อนที่นิกกิจะนั่งคิดเรื่องรหัสลับนั่นต่อ

รหัสลับอาจเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับอดีตของเมืองๆ นั้น?? เกี่ยวกับอดีตของเทพนั้น??

ซับซ้อนจริงๆ นะว่ามั้ย แต่นิกกิชอบที่จะไขปริศนานะ มันน่าตื่นเต้นและเร้าใจดีออก ยิ่งปริศนาที่ไม่เคยมีใครแก้มาได้เนี่ย ถ้านิกกิสามารถถอดความมันได้ คงจะสุดยอดไปเลยละ

นิกกิอยากจะเต้นท่า ทิง ทิง เมอรี่ ทิง จะแย่อยู่แล้วไดอารี่จ๋า แต่ไดอารี่ก็รู้กฏของนิกกิใช่มั้ย นิกกิจะเต้นได้ก็ต่อเมื่อต้องไขปริศนาหรือทำการทดลองอะไรได้สำเร็จก่อน...

ดังนั้น วันนี้ขอนอนเช้าหน่อยละกัน พรุ่งนี้นิกกิจะเข้าไปสืบความจริงให้ได้มากกว่านี้ล่ะ
ราตรีสวัสดิ์จ้ะไดอารี่ ♥




วันที่ 4 เดือน XX
นับเป็นวันที่ 4 แล้วละที่นิกกิเข้ามาในทะเลทรายเพื่อสืบเรื่องธาตุพิสุทธิ์แห่งลม หลังจากได้ข้อมูลมามากพอควร นิกกิจึงตัดสินใจเข้าไปสืบในปราการทะเลทรายซะเลย ที่จริงนิกกิตั้งใจจะเข้าไปหาเทพลมด้วย แต่ดูเหมือนว่าเทพลมจะมีแขกอยู่ ห้ามเข้าไปรบกวนล่ะ...แย่จังเนอะ แต่โชคดีที่ได้ทหารแถวนั้นช่วยพาทัวร์ละ

เขาบอกว่าเรื่องที่นิกกิได้ยินมาเป็นความจริง แต่เขาไม่รู้ว่าตาของฟิลฟีจะวิเศษอะไรแบบนั้นจริงรึเปล่า เรื่องนั้นคงมีแค่เทพลมที่รู้ ทหารตัวนั้นเล่าว่า เทพลมเคยกล่าวเอาไว้ว่า จะปกครองทะเลทรายให้ดีเพื่อสืบต่อปณิธานของฟิลฟี ดังนั้นเทพลมน่าจะรู้ประวัติของฟิลฟีดีมากพอสำหรับข้อมูลที่นิกกิอยากได้ ถึงขนาดมีรูปของฟิลฟีเบ้อเริ่มแขวนไว้ที่ห้องบัลลังก์ท่านเพื่อให้เน้นย้ำถึงความตั้งใจที่จะรักษาผืนทรายต่อไปเลย ที่จริงแต่ก่อนเทพลมไม่ยอมให้ใครเอารูปของฟิลฟีไปแขวนไว้ที่ไหนทั้งนั้นนอกจากห้องโถงของท่าน แต่ตอนหลังเริ่มผ่อนปรนให้แล้ว

ที่เหลือทหารตัวนั้นดูแค่อยากจะหาเพื่อนคุยมากกว่า สาระไม่ค่อยมีเหมือนตอนแรกๆ แล้ว

ไดอารี่สงสัยเหมือนนิกกิั้มั้ย??
ทำไมถึงไม่ให้แขวนรูปของฟิลฟีที่อื่น?.....เ็ป็นไปได้รึเปล่าว่ารูปนั้นจะมีความสำคัญอะไรบางอย่าง
ความสำคัญอะไรบางอย่าง น่าจะเชื่อมโยงกับธาตุพิสุทธิ์ได้นะ แปลว่าทางเข้าวงกตแห่งไซโรน่าจะอยู่ที่รูปนั้นก็เป็นได้...
พี่เรย์บอกว่ามิตินั้นเป็นมิติที่เป็นเอกเทศ ซึ่งหมายถึงรูปนั้นน่าจะเป็นทางเข้าเพียงทางเดียว....

ฤๅ พระพายจะโหมกระหน่ำ วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน...

ทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน.... แปลว่าต้องทำลายที่ตาของรูปนั้นสินะ ถึงจะเข้าไปได้....


อ้ะ!!! นิกกินึกเรื่องสำคัญได้พอดีเลย ธาตุพิสุทธิ์แห่งลมโดนขโมยไปแล้วนี่นา
แล้วนี่นิกกิจะมาคิดวิธีหาทางเข้าไปทำไมละเนี่ยยยย >x<;;;

แต่เอาเถอะ อย่างน้อยก็ได้คีย์เวิร์ดมาแล้ว เดี๋ยวจะอธิบายให้ฟังนะจ้ะไดอารี่จ๋า
สมมติฐานของประโยคแต่ละรหัสลับน่าจะแบ่งได้อย่างนี้...


ฤๅ พระพายจะโหมกระหน่ำ วายุผู้เคียดแค้น จักทำลายนัยเนตรอันแสนอ่อนหวาน...


ตัวสีเขียวหมายถึงสภาพ หรืออะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นหลังจากที่เกิดตัวสีแดง แต่ส่วนนี้นิกกิไม่มั่นใจแฮะ....ต้องลองล้วงรายละเอียดให้ลึกกว่านี้เสียก่อนละมั้ง

ตัวสีแดงคือวิธีการเข้าไปในวงกตแห่งไซโร ว่าจะต้องเข้ายังไง ด้วยวิธีไหน อย่างตัวอย่างนี้คือ ทำลายตาอันแสนอ่อนหวาน ซึ่งตรงกับประวัติของเมืองคือตาของฟิลฟีนั่นเอง

แต่ต่อจากนั้น นิกกิยังแก้ปริศนาไม่ได้อ่ะ... (= ="a
ที่จริงตั้งใจว่าจะอยู่รอให้แขกของเทพลมไปหมดก่อนแล้วค่อยแอบเข้าไปพิสูจน์ข้อสงสัยของตัวเองดีกว่า

มาคิดดูอีกที....นิกกิไม่มีความจำเป็นที่จะต้องอยู่ไขปริศนาของธาตุลมแล้วนี่นะ...ในเมื่อมันถูกขโมยไปแล้วนี่นา = w =||


อ้ะ...พี่โทเลมส่งข้อความมาบอกว่า ธาตุพิสุทธิ์แห่งลมน่าจะอยู่กับเร็น แถมพี่เรย์ยังแก้รหัสลับของธาตุไฟได้แล้วด้วย
ให้นิกกิเลิกสืบแล้วกลับมาที่ฐานได้แล้ว ท่านผู้นำรอฟังข้อสรุปของนิกกิอยู่

แหม พูดถึงท่านผู้นำแล้วก็ขอบ่นหน่อยเถอะนะไดอารี่ นิกกิเกลียดเขามากเลยละ >:x
นอกจากจะเอาแต่สั่ง ปล่อยให้พวกของเราตัวอื่นๆ ออกไปตายตั้งมากมายแล้ว ไม่เห็นจะทำไรซักอย่าง

เป้าหมายของพวกเรา "ผู้ครอบครองนิรันดร์" คือให้พวกสัตว์ได้อยู่อย่างเท่าเทียมกันโดยไร้เทพกดขี่ไม่ใ่ช่หรอ...
นิกกิเข้าใจว่าทำการใหญ่จะต้องมีการเสียสละ แต่ว่า....ไม่เห็นเขาจะทำไรซักอย่างเลย

จะว่าไป นิกกิก็ไม่เคยเห็นท่านผู้นำด้วยสิ เคยได้ยินแต่เสียงเท่านั้นเอง
ที่เคยเห็นจริงๆ คงจะมีแต่พี่โทเลมละมั้ง....แถมพี่โทเลมยังบอกว่าเขาคือหัวหน้าคนใหม่ที่จะทำให้เป้าหมายเราเป็นจริงเร็วขึ้นอีก

เฮ้ออออ คิดแล้วก็เซ็งเนอะที่ต้องมาทำงานให้กับคนแบบนี้ >:o

นิกกิก็เลยไม่กลับไปละ ไดอารี่รู้เนอะว่านิกกิไม่เคยดื้อกับพี่โทเลม นิกกิรักพี่โทเลมกับพี่เรย์จะตาย
แต่ถ้านิกกิจะต้องมาฟังคำสั่งของไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ที่มาหลอกใช้พวกพี่ๆ แบบนี้ นิกกิจะขอสู้ตายเพื่อเปิดโปงธาตุแท้ของมันเอง

ไม่ต้องห่วงนะจ้ะไดอารี่ นิกกิไม่เป็นไรแน่นอน เพราะยังไงพี่โทเลมกับพี่เรย์ก็ต้องช่วยนิกกิอยู่แล้ว
พวกเรา 3 พี่น้องรักกันนี่ > w <

นิกกิตั้งใจว่าจะไปสืบประวัติของธาตุอื่นต่อก่อนแล้วค่อยกลับฐานล่ะ
แต่จะไปหาธาตุไหนดีนะ ไดอารี่ช่วยคิดหน่อยสิ??
น้ำ ดิน แสง เงา.....

นิกกิคิดออกละ ไปหาธาตุน้ำละกัน!!
นิกกิขอไปเก็บสัมภาระเตรียมตัวเดินทางก่อนน๊า บายจ๊าาาา O w O)/ ♥




วันที่ 7 เดือน XX

แหะๆๆๆ อย่าแปลกใจนะว่าทำไมนิกกิถึงมาที่ทะเลของเทพน้ำเร็วนัก

ด้วยสิ่งประดิษฐ์ผสานเข้ากับพลังธาตุที่สกัดออกมาจากมอนสเตอร์ นิกกิก็เลยโผล่มาด้วยความเร็วสูง
ที่จริงมาถึงตั้งแต่วันที่ 5 แล้วล่ะ แต่นิกกิออกไปหาข้อมูลก่อนยังไง ก็เลยไม่ได้เขียน ขอโทษทีนะจ้ะ >x<;;

สงสัยรึเปล่าว่าทำไมไดอารี่ถึงไม่เปียก??
เพราะนิกกิใช้สารเคลือบไดอารี่ไว้ไงล่ะ ทีนี้จะเดิน นอน ตะแคงเขียนใต้น้ำ พับจรวด พับนก พับเต่าเล่นก็สบายยย ~

เล่ารวบรัดเลยแล้วกันนะ เพราะข้อมูลก็ไม่ได้มากเท่าไหร่
นิกกิมาถึงที่ใต้น้ำในวันที่ 5 หลังจากเสียเวลาเช็คความเรียบร้อยของสน็อร์กเกิ้ลหายใจใต้น้ำขนาดจิ๋วพิเศษและสารเคลือบแล้ว นิกกิก็ดำน้ำ(อย่าไปบอกใครนะจ้ะไดอารี่ ที่จริงคือนิกกิจม >x<;;) ลงมาจนถึงก้นทะเล ลึกพอสมควรเลยล่ะ แต่สน็อร์กเกิ้ลของนิกกิตั้งให้ปรับแรงดันใต้น้ำให้ปกติเหมือนบนบก นิกกิก็เลยเดินสบายๆ เลย สบายมากจนนิกกิหลงทางล่ะ

ฮะๆๆ น่าอายจัง... =//x//=;;

โชคดีที่มีสัตว์น้ำแถวนั้นเขาใจดีช่วยพานิกกิไปส่งถึงหน้าประตูวังของเทพน้ำเลย หลังจากติดต่อขอเฝ้าเทพน้ำได้แล้ว นิกกิก็เดินไปหาเทพน้ำที่ลานแอมโมไนต์่(เพราะทหารบอกว่าเทพน้ำกำลังเล่นกับเจ้าแอมโมไนต์ตัวโปรด) และสิ่งที่นิกกิเห็นคือ..!!!

เทพน้ำกำลังเล่นเจ็ทสกีใต้น้ำแข่งกับพวกทหารอยู่ O_O!!!

ไม่อยากเชื่อเลย!! เขากำลังตื่นตัวกับเรื่องธาตุพิสุทธิ์อยู่ แต่เทพน้ำกลับมาเล่นอะไรงี่เง่าแบบนี้เนี่ยนะ?!!
ท่าทางจะมั่นใจเหลือเกินว่ายังไงก็ไม่มีใครหาธาตุพิสุทธิ์เจอ งั้นนิกกิจะไขปริศนานี้ให้จงได้เล้ย!!!

โชคดีที่เทพน้ำเห็นนิกกิยืนรออยู่ก็เลยลงจากหลังแอมโมไนต์พานิกกิเข้าไปในห้องบัลลังก์(นิกกิประชด...เพราะมัวแต่เล่นอะไรงี่เง่าปล่อยให้นิกกิยืนรอตั้ง 5899 วินาที หรือ 98 นาที 19 วินาที หรือก็คือ 1 ชั่วโมง 38 นาทีกับอีก 19 วินาที)

นิกกิถามเทพน้ำเรื่องของธาตุพิสุทธิ์ทันที เทพน้ำไม่มีอาการตกใจตามคาด หน้าตาเอ๋อๆ แบบนี้จะนับเลขเป็นรึเปล่ายังไ่ม่รู้เลย(นิกกิไม่ได้เข้าข้างตัวเองนะ...) แต่กลับบอกนิกกิว่า ตัวเองรู้ว่าธาตุพิสุทธิ์นอนหลับอยู่ที่ใดซักแห่งในใต้ทะเลนี้ แต่ไม่อาจเดาได้ว่าอยู่ตรงไหน ถ้าอยากได้ต้องหาเอง

นิกกิชักจะยัวะ ท่าทางพูดจาทีเล่นทีจริงนั้นทำให้นิกกิหมั่นไส้

พอถามถึงเรื่องประวัติ ก็บอกว่ามีแต่แอตแลนติส ซึ่งเรื่องราวไม่ได้เกี่ยวอะไรกับรหัสลับเลยแม้แต่น้อย

นิกกิอาจจะคว้าน้ำเหลว ถ้าเทพน้ำไม่ได้พูดออกมาว่า ที่ซ่อนนั้นคือที่ซ่อนของเมื่อสมัยนานมาแล้ว เทพบางองค์ที่รู้ที่ซ่อนของธาตุพิสุทธิ์ตนเองกลัวว่าจะมีใครตีความได้เหมือนกันก็เลยย้ายที่ แต่ไม่อาจย้ายที่ต่างไปจากในรหัสลับได้เพราะมีข้อตกลงกำกับไว้อยู่ หากผิดข้อตกลงกจะมีภัยร้ายแรงอย่างใหญ่หลวง...

บลา บลา บลา

น่าหมั่นไส้จริงๆ เลยละไดอารี่!!! พวกเทพชอบเอาเรื่องโน้นเรื่องนี้มาหลอกพวกสัตว์ให้เชื่อฟังอย่างง่ายดายทุกที
นิกกิไม่ชอบเลย คอยดูนะ นิกกิจะแก้รหัสลับนั้นออกมาให้ได้!!

เอาละเรามาทวนความจำกันหน่อยดีมั้ยไดอารี่จ๋า
คราวนี้นิกกิจะยกประโยคของธาตุน้ำมานะ

ฤๅ ธารน้ำแลกคงคาที่เชี่ยวกรากจะมอดไหม้ ด้วยฤทธาแห่งแขนอันใกล้ไกลที่สุดมาประจบ...

จำได้มั้ย วันก่อนที่บอกว่า ประโยคต้นจะหมายถึงสภาพที่เกิดขึ้นหลังจากแก้ปริศนาประโยคหลังได้
ดังนั้นคีย์เวิร์ดแรกตัดทิ้งไป....

ด้วยฤทธาแห่งแขนอันใกล้ไกลที่สุดมาประจบ...

แขนอันใกล้ไกลที่สุด....แขนในที่นี้จะหมายถึงอะไรนะไดอารี่ ที่นี่ไม่ได้ใช้ประวัติของเมืองมาอิงให้เข้ากับรหัสลับเพื่อซ่อนธาตุพิสุทธิ์แบบเทพลม แปลว่าเทพน้ำไม่ได้เอาตำนานของแอตแลนติสมาเชื่อมโยงให้เข้ากัน...แล้วยังไม่รู้อีกว่าใต้ผืนน้ำกว้างใหญ่นี้ ธาตุพิสุทธิ์จะไปซ่อนที่ไหน...

เฮ้ออออ คราวนี้ต้องรวบรวมใช้สมองหนักกว่าเดิมละไดอารี่...
แต่นิกกิจะไม่ท้อหรอกนะ เพื่อพวกพี่ๆ ยังไงละ

แต่วันนี้ขอนอนก่อนนะ พอคิดเรื่องนี้ทีไรก็เผลอเห็นภาพของเทพน้ำที่น่าหมั่นไส้นั่นอยู่เรื่อย!!
บายละไดอารี่ ฝันดีจ้ะ ♥





บันทึกของนิกกิ จะเป็นอีก 1 คีย์ที่จะช่วยแก้ปริศนาของธาตุพิสุทธิ์นะคะ
พยายามเขียนใบ้ให้มากที่สุด และพยายามเขียนให้ไม่งงจนเกินไป
เป็นยังไงติชมกันด้วยเน๊อออออ

บันทึกนิกกิ 2 จะโผล่มาในอีกไม่ช้านี้ค่ะ :D


ปล.
ตอนนี้มีพวกที่ไปเทพแล้ว 3 เทพคือ ไฟ แสง เงา เหลือ น้ำกับดิน ค่ะ
บอกไว้ก่อนว่าคีย์ของธาตุน้ำง่ายกว่าธาตุิดินค่ะ รีบยัดเข้ามาเน๊อออ :lol:

เรียงคีย์จากง่ายไปยากค่ะ
ไฟ → เงา → น้ำ/ลม → ดิน → แสง :oops:

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [ฉลองต้อนรับปิดเทอม!]
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 1:35 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
Quote:
**28/10/2012 13.43pm
อัพเดตสารบัญแล้วค่ะ
**


**8 นักรบแห่งความมืด ยังไม่โผล่มาอีก 1 ค่ะ รีบยัดด่วนก่อนโควต้าหมด**

** เทพที่ยังไม่มีคนไปคือเทพน้ำและเทพดินค่ะ รีบยัดด่วนก่อนคีย์ง่ายจะโดนโฉบไปนะจ้ะ**

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 2:22 pm 
Dream Mage

Joined: Sun Oct 17, 2010 12:46 pm
Posts: 342
อะเด่ะ เค้าแต่งเรื่องกันไงหรอ

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 2:24 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
Renton145 wrote:
อะเด่ะ เค้าแต่งเรื่องกันไงหรอ


อ๋อออ ก็แต่งต่อจากคนก่อนๆ ที่มาแต่งไว้โดยให้คอนเซปต์เรื่องไปทางเดียวกันค่ะ :D

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 2:29 pm 
Dream Mage

Joined: Sun Oct 17, 2010 12:46 pm
Posts: 342
~LittlE_PanDa~ wrote:
Renton145 wrote:
อะเด่ะ เค้าแต่งเรื่องกันไงหรอ


อ๋อออ ก็แต่งต่อจากคนก่อนๆ ที่มาแต่งไว้โดยให้คอนเซปต์เรื่องไปทางเดียวกันค่ะ :D


อืม ขี้เกียจให้คนอื่นแต่งไปละกัน อยากเล่น cb จริงๆ อยากเห็หน้าเว้บสะแล้วสิ ผมว่าเกมนี้ เป็นเกมคนไทยเกมแรกเต็มตัวจริงๆ

เพราะ kia มันไปคอม s4 มาเต็มครับผม เหอะๆ มาเพิ่ม ระบบ นิดๆหน่อยๆ ไม่ค่อยชอบเย้ย แถมเกมนี้ฟังการเสนอ ของ

สมาชิกแล้วเอาไปพัฒนาจริงๆ ถือว่าเป็นเกมแรกเลยในเกมออนไลน์ที่พัฒนาจากตัวผู้เล่นจริงๆ :D :D :D

_________________
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 5:02 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 28, 2009 7:37 am
Posts: 1765
Location: TaleTails~
เห็นท่านกิลล์จะให้เวฟไปทางเทพน้ำนิฮะ... ส่วนทางเทพดิน มีไดกอสไป(โดนเบลวางยา ขณะนี้อยู่ในห้องน้ำร้านลุงจามอน...)

เทพน้ำเล่นเจ็ทสกี... นึกได้ไงเนี่ยเจ๊ สุดยอดเลย

เมื่อวานนั่งช่วยคิดคีย์ตั้งนาน สีข้างผมหายไปแล้ว~ เครื่องในโผล่ออกมาให้เห็นชัดๆเลย > <

ยิ่งตอนคีย์ของเทพแสงนี่... ออกจากฝั่งกันซะ5-6รอบ กว่าจะลากกลับมาได้เหมือนเดิม :lol:

_________________
“Life is a big canvas and you should throw all the paint you can on it.”


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 5:12 pm 
Jumping Panda!
User avatar

Joined: Fri Jun 19, 2009 12:23 pm
Posts: 3964
Location: หน้าคอม
MonkeyMage wrote:
เห็นท่านกิลล์จะให้เวฟไปทางเทพน้ำนิฮะ... ส่วนทางเทพดิน มีไดกอสไป(โดนเบลวางยา ขณะนี้อยู่ในห้องน้ำร้านลุงจามอน...)

เทพน้ำเล่นเจ็ทสกี... นึกได้ไงเนี่ยเจ๊ สุดยอดเลย

เมื่อวานนั่งช่วยคิดคีย์ตั้งนาน สีข้างผมหายไปแล้ว~ เครื่องในโผล่ออกมาให้เห็นชัดๆเลย > <

ยิ่งตอนคีย์ของเทพแสงนี่... ออกจากฝั่งกันซะ5-6รอบ กว่าจะลากกลับมาได้เหมือนเดิม :lol:


เจ๊หมายถึงจะมีใครไปเพิ่มรึเปล่าอ่าา :oops:

ส่วนของเทพน้ำ คือเจ๊นึกไม่ออกว่าจะเล่นอะไรที่ทำให้ดูแสดงออกถึงความขี้เล่นของเทพน้ำ
ตอนแรกกะให้วิ่งเปี้ยวใต้น้ำ กระโดดเชือก กระต่ายขาเดียว เล่นบาส บลาๆๆๆ
แต่ลืมไป เทพน้ำไม่มีขานี่หว่า :lol: :lol: :lol:

เดี๋ยวทุกคนจะได้เห็นความรั่วๆ ของเทพก็ในฟิคนี้ล่ะ :lol: :lol:
เทพลม → เอ๋อๆ เป๋อๆ เอาแต่ใจ ขี้ลืม นิสัยเหมือนเด็ก
เทพน้ำ → เรื่อยๆ เอื่อยๆ ไม่คิดมาก ขี้เล่น รักสนุก

ส่วนที่เหลือนิสัยจะออกมา
ชิบหายวายวอดป่วนๆ ยังไง...

รอมีไอเดียก่อนเนอะ ขาดเทพแสงนี่แหละ คิดยังไงก็คิดไม่ออก :oops:

_________________
ImageImageImage

ไอ วอนน่า บี อะ ซุปตาร์ !!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: 12 Tails Stories II [จะ100+ตอนแล้ว รีบพายกันเข้านะเธอว์!
PostPosted: Thu Oct 28, 2010 5:17 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sat Jun 26, 2010 10:23 am
Posts: 1894
เทพแสง แนวเด็กเอน

อ่านหนังสือทั้งวัน 55

_________________
Family : Brajaobell
Status : Game Over
Image


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 624 posts ]  Go to page Previous  1 ... 53, 54, 55, 56, 57, 58, 59 ... 63  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 8 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki