Last visit was: It is currently Wed Nov 20, 2019 5:18 pm


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 122, 123, 124, 125, 126, 127, 128 ... 204  Next
Author Message
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 12:23 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
กิ้งก่าสีเหลือง2ตัวต่างรีบวิ่งเลาะริมทะเลสาบของสวนแห่งแสง เพื่อที่จะไปยังสะพานแสงซึ่งเป็นทางสู่วังแห่งแสงของเทพอเคเชีย ซึ่งมีแต่เพียงเหล่าหางหน่วยอัลฟ่าที่1 ซึ่งวีก็เป็นหนึ่งในหน่วยนั้นด้วย

“ดาเนะ ไหวหรือเปล่า” วีหันไปถามเพื่อนกิ้งก่าของตนที่วิ่งตามมาติดๆ แต่มีอาการหอบเหนื่อยออกมาระหว่างวิ่ง “ไม่เป็นไรวี ยังไหวอยู่ รีบไปกันเถอะ” แม้ดาเนะจะเหนื่อยจากการวิ่งตลอดเวลา ประกอบกับร่างกายที่ยังไม่แข็งแรงเทียบเท่าวีที่มีการฝึกมานาน แต่เพราะเทพแห่งแสงอันเป็นที่รักของเหล่าหางทุกตัวกำลังจะถูกแผนลอบปลงชีพ ดาเนะจึงไม่สามารถที่จะหยุดพักเพื่อตนเองได้ แม้ตัวเองชีพจรที่เต้นระรัวอย่างรุนแรงจนเริ่มแน่นจนเจ็บหน้าอก หายใจติดขัด และเหงื่อกาฬที่ไหลออกมาเพื่อระบายความร้อนภายในร่างกายออกมามาก

“ดาเนะ ใกล้ถึงสะพานแสงแล้ว อดทนไว้นะ” วีชี้ไปยังจุดหมายปลายทางซึ่งยังคงห่างอยู่นัก แต่สามารุสังเกตุเห็นได้ด้วยตาเปล่าแล้ว จุดที่วีชี้ไปนั้นไม่มีสิ่งที่เรียกว่าสะพานหรืออย่างใด มีเพียงแต่ซุ่มประตู้ที่ทำจากไม้ขัดเรียบทรงโค้งสวยงามเท่านั้น

“ดาเนะ!!!” วีร้องด้วยเสียงตกใจเมื่อหันกลับมาทางดาเนะ เสียงของคันธนูที่กระทบกับพื้นหินพร้อมกับร่างของดาเนะที่ลงไปนอนอยู่กับพื้น มือกรงเล็บขวานั้นกุมที่หน้าอกแน่น การหายใจที่ติดขัดและรุนแรงเหมื่อนจะหายใจไม่ออก น้ำตาเล็ดออกมาจากเบ้าหางตาที่ปิดสนิท สีหน้าที่อึดอัดเพราะอาการเหนื่อยที่ถึงขีดจำกัดของร่างกายที่จะรับได้ วีที่เห็นดาเนะลงไปนอนจึงรีบตั้งตัวขึ้นมาให้ตั้งขึ้นมา เพราะท่านอนนั้นจะทำให้หายใจได้ไม่ดีเท่าการลำตัวที่ตั้งตรง ซึ่งอาจทำให้รับอากาศได้ไม่เพียงและทำให้ช็อคไปได้

“ดาเนะ เป็นอะไรมากมั้ย ไหวมั้ยดาเนะ” วีถามขึ้นมาอย่างร้อนรนเพราะทั้งเทพอเคเชียก็ตกอยู่ในอันตราย แต่เพื่อนของตนก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน

“แฮ่กๆๆ” ดาเนะเหมือนจะพยายามพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่ก็ไม่สามารถทำได้เพราอาการหอบรุนแรง แต่ก็พยายามฝืนพูดออกมา “วี รีบไป ไม่ต้องห่วง” เสียงที่ดาเนะพูดออกมานั้นไม่มีเสียงที่เปล่งออกมาจากคอ แต่เป็นเสียงหอบที่เป็นคำพูดออกมา

“ไม่นะดาเนะ จะให้ข้าพเจ้าทิ้งดาเนะไปแบบนี้ไม่ได้นะ” วีรีบเก็บคันธนูของดาเนะมาสวมไว้ที่ตัว แล้วอุ้มร่างของดาเนะแบกขึ้นหลัง ซึ่งดาเนะรู้ถึงสิ่งที่วีทำในทันที การแบกร่างดาเนะของวีนั้นนอกจากดาเนะไม่สามารถช่วยอะไรได้แล้ว ยังทำให้วีไร้สภาพการป้องกันตัวเพราะมือทั้งสองไม่ว่าง และยังเป็นการเพิ่มภาระให้วีอย่างมากอีกด้วย

“วี อย่านะ ปล่อยเราทิ้งไว้ ไม่ต้องห่วง” ดาเนะพยายามพูดออกมาให้น้อยที่สุดแต่จับใจความได้มากที่สุด “ข้าพเจ้าไม่ปล่อยทิ้งดาเนะไว้ตัวเดียวหรอก ข้าพเจ้าไม่อยากให้ดาเนะเป็นอะไรไปมากกว่านี้อีกแล้ว ข้าพเจ้าจะปกป้องดาเนะเอง” เมื่อจัดท่าได้เรียบร้อยจึงเริ่มออกวิ่งอีกครั้งซึ่งความเร็วตกลงไปตามน้ำหนักของดาเนะ แต่เพียงออกวิ่งไม่นานวีก็หยุดวิ่งลงในทันที ปลายศรของธนูสายเสลเยอร์นั้นจิ้มจ่อสัมผัสที่คอของโดยมีเพียงเนื้อผ้าบางๆกั้นเท่านั้น

“ดะ ดาเนะ!!!” หน้าของวีแหงนขึ้นเบาๆเพื่อใม่ให้ช่วงลำคอของตนถูกแทง “ปล่อยเรา หรือจะตาย” ดาเนะพูดออกมาด้วยเสียงหอบแต่เสียงลมที่ออกมานั้นพูดออกมาแสดงถึงความจริง แม้ดาเนะจะเหนื่อยหอบถึงขีดจำกัดร่างกาย แต่การแทงคันธนูให้เสียบไปในคอของวีนั้นไม่ใช่เรื่องยาก และยิ่งศรธนูของกิ้งก่าวีที่ทำมาอย่างดีเพื่อดาเนะนั้น ยิ่งมีความคมเป็นพิเศษ วีที่รู้ถึงจุดนี้จึงไม่ขัดขืนแต่อย่างใดแต่ยังไม่ปล่อยร่างของดาเนะลง ดาเนะจึงค่อยๆดันศรนั้นไปกดที่คอของวี ซึ่งถ้าออกแรงเพียงนิดเดียว คมศรก็สามารถที่จะแทงลงไปในคอของวีได้ทันที

“ปล่อยลง...เดี๋ยวนี้” ดาเนะขู่ออกมาซึ่งวีก็ค่อยๆนำร่างของดาเนะลงมา ซึ่งทันทีที่ดาเนะถึงพื้นนั้นก็พยายามนั่งชันเข่าแต่ก็ไม่สามารถทำได้ ดาเนะจึงอยู่ในสภาพนอนหอบเหมือนก่อนที่วีจะพาแบกหลังอีกครั้ง วีที่เห็นดาเนะไร้สภาพป้องกันตัวนั้นจึงคิดที่จะไปฟันต้นคอของดาเนะให้สลบแต่ก้ไม่สามารถทำได้ เพราะด้วยร่างกายที่เหนื่อยถึงขีดจำกัด การทำให้สลบนั้นอาจเป็นอันตรายต่อดาเนะได้ “ดาเนะ คิดจะทำอะไรน่ะ ดาเนะก็รู้นี่ว่าเสลธมันจ้องจะฆ่าดาเนะนะ แล้วทำแบบนี้ไม่เท่ากับดาเนะฆ่าตัวตายรึไง” วีถามออกมาด้วยความโกรธกับการกระทำของดาเนะ

“วี ชีวิตเราหนึ่งชีวิต กับเทพแห่งแห่งแสงและเหล่าชาวหางในเมืองแห่งแสง วีคิดว่าอะไรสำคัญกว่า” ดาเนะถามกลับแม้เสียงจะไม่เกรี้ยวกราดและหนักแน่น แต่เนื้อใจความนั้นทำให้วีต้องสะอึกขึ้นมาในทันที วีที่ได้ยินนั้นกลับพูดอะไรไม่ออกจนเกิดความเงียบขึ้นมา มีแต่เพียงแต่เสียงหอบเหนื่อยของดาเนะเท่านั้น

“รีบไปสิวี ไม่ต้องห่วงเรา” ดาเนะไล่วีไปแต่วียังคงไม่ขยับไปไหน เพราะนั่นหมายความว่าถ้าดาเนะหายไปจากสายตาของวี นั่นหมายถึงชีวิตของดาเนะอาจดับสูญไปและไม่มีวันหวนกลับมาได้อีกครั้ง ดาเนะนำศรที่ตัวเองถืออยู่แล้วมาจ่อที่ลำคอของตัวเองพร้อมกับประกายแสงสีเหลืองที่หัวศรธนู

“ดาเนะ อย่านะ” วีรีบห้ามแต่ก็ไม่กล้าขยับตัว เพราะอาจทำให้ดาเนะเกิดลงมืดทำขึ้นมาได้ เนื่องจากท่าที่ดาเนะทำนั้นไร้ซึ่งจุดบอดมากๆหน้าของดาเนะเงยขึ้นมาจากพื้นโดยมีศรจ่อไว้ที่ใต้คางซึ่งอยู่พ้นจากเกราะคอ และสภาพที่เหนื่อยล้าของดาเนะอาจทำให้คอของดาเนะถูกเสียบได้ตลอดเวลา และจะยิ่งอันตรายมากขึ้นเมื่อเวลาไหลผ่านไปมากขึ้น นั่นหมายถึงเรี่ยวแรงการเกร็งช่วงคอของดาเนะค่อยๆสลายไปนั่นเอง

“ไปซะ หรือจะให้เราตาย” ดาเนะพูดด้วยเสียงที่สั่นออกมาจากลำคอ วีที่เห็นการเอาจริงของดาเนะนั้นจึงค่อยๆถอยหลังช้าๆและมองดาเนะอย่างระวัง “ดาเนะ ทำไม...ทำไมถึงต้องทำแบบนี้ด้วย” ดวงตาซ้ายของวีมีหยดน้ำตาไหลลงมาโดยที่เจ้าตัวแทบจะไม่รู้สึกตัว แต่อารมณ์ความรู้สึกของวีในตอนนี้กำลังตกต่ำลงอย่างรวดเร็ว เหมือนหยดน้ำตาทีไหลลงจากดวงตา ดาเนะที่เห็นวียังคงไม่ไปจึงเริ่มออกแรงเอาศรที่มีประกายแสงสีเหลืองแทงที่ลำคอใต้คางเบาๆ สีหน้าของดาเนะแสดงถึงความทรมานของคลื่นพลังงานสีเหลืองที่เริ่มทำลายบาดแผลภายใน โดยปรกติแล้วศรพลังงานจะพุ่งผ่านอย่างของเป้าหมายอย่างรวดเร็ว ทำให้ผู้ได้รับศรพลังงานนั้นไม่รู้สึกบาดเจ็บหรือทรมานมาก แต่สิ่งที่ดาเนะทำนั้นเป็นการให้ศรพลังงานเข้าทำลายที่บาดแผลโดยตรงอย่างช้าๆ แม้จะเป็นศรพลังงานที่กลั่นมาจากเจ้าของเอง แต่ตัวของศรนั้นจะทำลายทุกเป้าหมายที่ได้สัมผัส ไม่เว้นแม่แต่เจ้าของ

“ดาเนะ อย่านะ ข้าพเจ้าจะไปแล้ว หยุดทำอย่างนั้นนะดาเนะ” วีที่ยิ่งเห็นการกระทำของดาเนะนั้นยิ่งทำให้วีทั้งโกรธและทรมานมาก แต่เพราะไม่มีทางเลือก วีจึงหันหลังให้ดาเนะและออกตัววิ่งขึ้นสะพานแห่งแสงตัวเดียว สะพานแสงที่ไร้แสงจึงเสมือนสะพานล่องหนที่อยู่ริมทะเลสาบ สะพาน

“ดาเนะ ดาเนะจะต้องไม่เป็นอะไรนะ” วีที่วิ่งลอยกลางอากาศสูงขึ้นเรื่อยๆนั้นมองมายังทางเพื่อนของตน โดยที่วีนั้นยังคงมองมาทางดาเนะตลอดก่อนที่จะวิ่งขึ้นสะพานแห่ง จนถึงศาลาทรงกระบอกที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบและร่างที่หายไปของวี ซึ่งนั่นคือเครื่องเคลื่อนย้ายสู่วังของเทพอเคเชียนั่นเอง เมื่อวีหายไปจากสายตาของดาเนะแล้ว ดาเนะจึงผ่อนมือออกมาจากต้นคอพร้อมกับประกายแสงสีเหลืองที่สลายไป ปลายศรนั้นมีหยดเลือดสีแดงชโลมไว้ประมาณ1/4ของศร ซึ่งนั่นคือเลือดที่มาจากบาดแผลตรงช่วงต้นคอของดาเนะ

“วี ขอโทษนะที่ต้องทำแบบนี้” เสียงของดาเนะพูดออกมาทั้งน้ำตาที่ไม่ใช่น้ำตาแห่งการบาดเจ็บแผล แต่เป็นน้ำตาแห่งความเสียใจที่กระทำสิ่งที่ไม่สมควรกับวี ดาเนะค่อยๆคลานตัวเองไปยังริมทะเลสาบซึ่งห่างไม่มากนัก ดาเนะดีงศรออกมาจากกระบอกแล้วนำไปแช่ในน้ำแล้วนำมาทาบที่บาดแผลของตนเอง ซึ่งเปนแผลที่เล็กจึงสามารถห้ามเลือดได้อย่างไม่ยากเพราะบาดแผลนั้นไม่ได้โดนที่เส้นเลือดใหญ่ แล้วเงาของกิ้งก่าตัวหนึ่งก็ค่อยๆคืบคลานมาทางดาเนะที่กำลังนอนรักษาบาดแผลที่คอริมทะเลสาบ โดยที่เจ้าตัวยังไม่รู้เสียด้วยซ้ำว่ามีกิ้งก่าใครบางตัวกำลังเดินเข้ามาหาอย่างช้าๆทางด้านหลัง


“อีกแค่ที่เดียวเท่านั้น แท่นคริสตัลทั้งหมดก็จะเปิดผนึกหมด พยายามเข้า” วาฬกิลสั่งเพื่อนในกลุ่มของตนทั้งหมดซึ่งกำลังป้องกันให้กับโดรุที่ไปเปิดผึกแท่งคริสตัลอยู่ การเปิดผนึกนั้นจำเป็นต้องใช้หางที่มีความทนทานในระดับหนึ่ง เพราะในช่วงเวลานั้นจะไร้สภาพซึ่งการป้องกันตัวและเป็นอันตรายอย่างมาก

“กิล ทางโน้นเสร็จเรียบร้อยแล้วนะ” ทางกลุ่มของอากุที่วิ่งตามมาสมทบทีหลังจากอีกทางของพวกกิล “ทางนี้ก็เหลือแค่แท่นนี้แท่นสุดท้ายแล้วเหมือนกัน เป็นยังไงบ้างแล้วเจอวีกับดาเนะมั้ย” กิลรายงานผลของฝั่งตนให้กับอากุและถามในสิ่งที่อากุได้ทำนอกเหนือจากคำสั่งไป ซึ่งอากุยังไม่กล้าตอบเพราะยังเรียบเรียงคำออกมาไม่ได้

“เกิดอะไรขึ้นอากุ เกิดอะไรขึ้นกับวีและดาเนะ” กิลที่สังเกตุเห็นการหลบตาของอากุนั้นแสดงว่ามีอะไรบางอย่างที่ปิดบังเอาไว้อยู่ซึ่งเป็นความจริง

“กิล เราละเลยคำสั่งของกิล เราพบวีกับดาเนะแล้ว แต่เราสั่งให้ทั้งสองไปยังวังขอท่านอเคเชียล่วงหน้าไปก่อน เรากลัวเสลธจะนำหน้าพวกเราก่อนหนึ่งก้าว” อากุยอมสารภาพความจริงออกมาด้วยสถานการณ์และเวลาที่ไม่เอื้ออำนวย จึงไม่มีเวลามากพอที่จะเรียบเรียงคำพูดเพื่อหาข้อแก้ตัว

“ว่าไงนะอากุ เราสั่งกำชับแล้วว่าไม่ว่ากรณีใดๆก็ห้ามวีและดาเนะแยกจากพวกเราเด็ดขาด” กิลตวาดใส่อากุกลับซึ่งอากุนั้นทั้งหางและหูตกในความผิดของตนซึ่งพร้อมกับโดรุที่ปลดผนึกเสร็จพอดี “กิล ทางนี้เสร็จแล้ว” อากุรีบวิ่งกลับมายังกลุ่มของกิลซึ่งมีบรรยากาศมาคุ

“กิล เกิดอะไรขึ้นน่ะ ทำไมรู้สึกไม่ค่อยดีเลย” โดรุที่ยังไม่รู้เรื่องราวนั้นถามออกมาซึ่งเหมือนจะตอกย้ำกับความผิดอากุ “ก็อากุน่ะสิ ปล่อยให้วีกับดาเนะไปกันลำพังสองตัว ทั้งที่กำชับแล้วว่าห้ามเด็ดขาด แต่ก้ยังขัดคำสั่งอีก” จากเดิมที่กิลจะเป็นหัวหน้าที่สุขุมและสามารถรับสถานการ์ต่างๆได้ทุกรูปแบบ แต่ทุกอย่างย่อมมีขีดจำกัด ซึ่งกิลก็ถึงขีดจำกัดถึงความสุขุมอดทนจนระเบิดมันออกมา

“ถ้าไม่คิดจะตั้งใจทำละก็ไม่ต้องมาช่วยดีกว่า กลับไปนอนไปนวดตัวเองสบายๆที่ห้องไปเลย” วาฬกิลยังคงตวาดกลับไม่หยุดจนอากุที่รับความผิดอย่างสงบนั้นก็ระเบิดอารมณ์ออกมาเหมือนกัน

“แล้วจะให้ทำยังไงล่ะ ถ้าเกิดเสลธมันรู้เส้นทางที่จะไปหาท่านอเคเชีย อย่างงี้ไม่เท่ากับปล่อยให้ท่านตายโดยที่พวกเราไม่ทำอะไรหรอกิล” อากุอารมณ์ขึ้นจนเถียงกับกิลกลับ เหล่าหางตัวอื่นๆต่างมาช่วยระงับและสงบอารมณ์ทั้งคู่แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นไป

“ได้กิล ถ้ากิลไม่ต้องการเราไม่อยู่ก็ได้” อากุเดินออกจากกลุ่มของกิลไปยังทางออกของสวนทันที แม้แต่โดรุที่ตามไปขอร้องก็ไม่ได้ผล และอากุยังไม่เห็นใครในสายตาแล้วในตอนนี้ “ไม่ต้องไปสนใจ หน้าที่ของเราคือคุ้มกันท่านอเคเชีย ไปที่วังของท่านเร็ว” กิลออกคำสั่งใหม่อีกครั้งด้วยเสียงที่เกรี้ยวกราดปละหงุดหงิด เหล่าหางที่ตามกิลไปนั้นต่างตามไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ดี นอกเสียจากโดรุที่ไม่ได้ตามกิลไป แต่กลับไปตามทางของอากุด้วยเหตุผลบางอย่าง


“หึหึ ดีจริงๆ ไม่ต้องตามหาให้เหนื่อยก็มีพวกงี่เง่าชี้ทางไปหาให้สบายๆ” เสียงของเสลธที่แอบเฝ้าสังเกตุบนต้นไม้นั้น เฝ้ามองกลุ่มของกิลอย่างสงบด้วยสายตาที่ลุกโพลงแห่งความต้องการเลือด

“ขึ้นไปเลยๆ ขึ้นไปพร้อมกับความรู้สึกที่มั่นใจที่ปลดผนึกได้ทั้งหมดแล้ว” ทันทีที่พวกของกิลหายไปด้วยเครื่องเคลื่อนย้ายสู่วังของแห่งแสง เหล่าเฉดจำนวนมากก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้งและมุ่งตรงไปยังแท่นคริสตัลเพื่อที่จะปิดผนึกอีกครั้ง ด้วยความที่เฉดมีรูปร่างภายนอกเหมือนกับเฉดของเทพแห่งความมืดเซร่า คริสตัลเหล่านั้นจึงทำงานโดยปรกติ แม้เหล่าเฉดของเสลธจะมีลวดลายบูดเบี้ยวที่ไม่สวยเหมือนของเซร่าก็ตาม

“เพราะเป็นพวกเดียวกับเทพ เลยสามารถใช้งานได้อย่างสบายๆแบบนี้ก็ดีจริงๆ” เสลธพอใจกับผลงานของตนเมื่อแท่นคริสตัลนั้นค่อยๆดับลงอันหมายถึงพลังของเทพอเคเชียที่กำลังสลายไป “ส่วนแก ข้าจะฆ่าแกตอนนี้ก็ยังได้ แต่เพราะเป็นแก ข้าจะเก็บแกฆ่าเป็นตัวสุดท้าย ไร้เรี่ยวแรงอย่างแกจะทำอะไรข้าได้” เสลธลงมาจากต้นไม่ที่แอบซ่อนอยู่ซึ่งอยู่ใกล้ๆกับสะพานแสง พร้อมกับร่างของดาเนะที่พาดบนไหล่ของเสลธซึ่งสลบอยู่ ก่อนที่จะปล่อยร่างนั้นลงมาและลากไปตามสะพานแสง

“เชอะ ดันทำตัวพระเอกทิ้งตัวเองไว้ต้องให้ข้าลากไปด้วยแบบนี้อีก” เสลธลากร่างของดาเนะที่ถูกมัดด้วยพลังจิตมืดไปอย่างไม่แยแสใดๆ แต่สีหน้าของเสลธกลับทรมานเพราะเกิดการต่อต้านในร่างกาย โดยเฉพาะเมื่อมีดาเนะอยู่ใกล้ในระยะสายตา


“ข้าจะให้แกตายทั้งเป็นด้วยความตายของเพื่อนที่แกรักให้ดูเต็มสองตา ไอ้เสลธ” จิดมืดร่างเสลธพูดออกมาอย่างเหี้ยมเกรียมก่อนที่จะสัมผัสเครื่องเคลื่อนย้ายแล้วหายตัวไป พร้อมกับการดับของแท่นคริสตัลทั้ง7


Last edited by fushigidane on Tue Dec 21, 2010 10:34 am, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน6
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 12:27 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
ต้องขอโทาจริงๆ แม้จะไม่ยิงการตูมตามอย่างที่Requestเอาไว้ แต่ขอชดเชยด้วยดราม่า ความกดดัน และความเครียดในจอนนี้ละกันนะ ไม่รู้เรนาจะได้อ่านหรือเปล่า จำไม่ได้ว่าอยากอ่านช่วงเที่ยงหรือบ่าย

ตอนนี้อาจจะทำให้เหล่าพ่อยกแม่ยกช็อคได้ล่ะนะ ที่คู่ก่านั้นไม่หวานซึ้ง แต่เป็นความเครียดและกดดันเข้ามาแทนที่นั่นเอง


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน6
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 4:01 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
fushigidane wrote:
ต้องขอโทาจริงๆ แม้จะไม่ยิงการตูมตามอย่างที่Requestเอาไว้ แต่ขอชดเชยด้วยดราม่า ความกดดัน และความเครียดในจอนนี้ละกันนะ ไม่รู้เรนาจะได้อ่านหรือเปล่า จำไม่ได้ว่าอยากอ่านช่วงเที่ยงหรือบ่าย

ตอนนี้อาจจะทำให้เหล่าพ่อยกแม่ยกช็อคได้ล่ะนะ ที่คู่ก่านั้นไม่หวานซึ้ง แต่เป็นความเครียดและกดดันเข้ามาแทนที่นั่นเอง


หึหึหึ....

เหนือความคาดหมายจริงๆ :lol:

แต่ว่า การเสียสละตัวเองเพื่อให้ก่าวีไปต่อได้
นับว่า ก่าดาเนะ เป็นตัว(คน)ดี

อีกอย่างนึง เครียดดี ตอนนี้ :lol:

แต่ว่า ถ้าดูดีๆแล้วน่าจะมีจุดที่ ... ได้อยู่นะครับ :mrgreen:

ถ้าไม่เชื่อ รอพ่อยก แม่ยก มาตอบคร้าบ :lol:

รออ่านตอนต่อไปคร้าบบบบ

ปล.ตอนที่ก่าดาเนะล้มลง ต้องเปิดเพลงนี้
(สำหรับคนเล่น L4D จะเข้าใจ)

http://www.youtube.com/watch?v=LJoctvc6OdI

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน6
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 4:37 pm 
เทพไฟ
User avatar

Joined: Mon Aug 17, 2009 1:04 pm
Posts: 831
Location: บนหลังคาเต็นท์แพนด้าแดง o_o~!
fushigidane wrote:
ต้องขอโทาจริงๆ แม้จะไม่ยิงการตูมตามอย่างที่Requestเอาไว้ แต่ขอชดเชยด้วยดราม่า ความกดดัน และความเครียดในจอนนี้ละกันนะ ไม่รู้เรนาจะได้อ่านหรือเปล่า จำไม่ได้ว่าอยากอ่านช่วงเที่ยงหรือบ่าย

ตอนนี้อาจจะทำให้เหล่าพ่อยกแม่ยกช็อคได้ล่ะนะ ที่คู่ก่านั้นไม่หวานซึ้ง แต่เป็นความเครียดและกดดันเข้ามาแทนที่นั่นเอง


:lol: อ่านอยู่งับ ขอบคุณมากเลยนะดาเนะ ><

_________________
๐๐๐ มาเลี้ยงมังกรกัน คลิกเลย ๐๐๐


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 5:49 pm 
เทพลม
User avatar

Joined: Wed Sep 30, 2009 12:27 pm
Posts: 364
Location: Unidentified
พอดีเป็นพวกบ้าเนื้อเรื่องอะ =w=
ก็หนุกดีคร๊าบ เอาหักมุมเยอะๆ ให้อึ้งไปเลย

/me ใกล้ Christmas แล้วแต่ครูก็ยังคงให้การบ้านอยู่ดี -3-

_________________
เมอซี่...อาจจะอยู่คนเดียวมากเกินไปจริงๆก็ได้นะ...
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 6:16 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Sun Jun 27, 2010 9:48 am
Posts: 1127
Location: Ionia
ตามเมอซี่เลย หักมุมอีกๆ ><~

ทำงานเสร็จมาอ่าน.. นอกจากจะดราม่าในชีวิตจริงแล้วยังจะมาดราม่าในฟิค.. สุดยอดค่ะ(นั่งตบมือหน้าคอมคนเดียว.. บ้า..)

แต่จะว่าไป..


วีที่ทำมาอย่างดีเพื่อดาเนะนั้น ยิ่งมีความคมเป็นพิเศษ วีที่รู้ถึงจุดนี้จึงไม่ขัดขืนแต่อย่างใดแต่ยังไม่ปล่อยร่างของดาเนะลง ดาเนะจึงค่อยๆดันศรนั้นไปกดที่คอของวี ซึ่งถ้าออกแรงเพียงนิดเดียว คมศรก็สามารถที่จะแทงลงไปในคอของวีได้ทันที

อร๊ายยย ทำไมต้องใส่คอด้วยน้า.. = = ตอนนี้มันยากเกินคำบรรยาย ต้องรอเจ้าแม่มาเฉลยจุดเด่น(แพนด้า)

ฮึ.. งอล.. แอบเปลี่ยนแนวแต่งฟิคก็ไม่บอก ชิชะ.. :lol:

_________________
Image
Image
I'm a rising celebrity, hug me, hug me, hug me now!!


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Mon Dec 20, 2010 10:29 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
JJmall wrote:

วีที่ทำมาอย่างดีเพื่อดาเนะนั้น ยิ่งมีความคมเป็นพิเศษ วีที่รู้ถึงจุดนี้จึงไม่ขัดขืนแต่อย่างใดแต่ยังไม่ปล่อยร่างของดาเนะลง ดาเนะจึงค่อยๆดันศรนั้นไปกดที่คอของวี ซึ่งถ้าออกแรงเพียงนิดเดียว คมศรก็สามารถที่จะแทงลงไปในคอของวีได้ทันที



นั่นไง :lol:

(ให้น้ำเสียงประมาณนี้ http://www.youtube.com/watch?v=_Jtr4wZK ... age#t=676s)


คิดไว้ไม่มีผิด
มีผู้ทำลายสถิติ จิ้นในสถานการณ์ซีเรียส ได้แล้วครับพี่น้อง :mrgreen:

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Tue Dec 21, 2010 10:37 am 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
หักมุมเยอะๆ งั้นท่าสังหารเสลธเป็นที่ดูดส้วม เอาที่ดูดไปปั้มปากจนจิตมืดออกพร้อมกับเสียงบร๊วบของที่ดูดImage
Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน7
PostPosted: Tue Dec 21, 2010 5:46 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์

Joined: Sun Aug 01, 2010 12:47 pm
Posts: 1973
fushigidane wrote:
หักมุมเยอะๆ งั้นท่าสังหารเสลธเป็นที่ดูดส้วม เอาที่ดูดไปปั้มปากจนจิตมืดออกพร้อมกับเสียงบร๊วบของที่ดูดImage


เอิ้ว :lol:
เอางั้นเลยหรอครับ :lol:

หักมุมไปไหมเนี่ย แต่ถ้าเป็นจริงๆ นี่จะฮามาก

ปล.หักมุมสุดๆต้องแบบนี้

Quote:
หลังจากนั้น จิตมืด ก็หลุดหนีออกไปได้ เมื่อสเลธกลับมาเป็นปกติ
ทั้งดาเนะและเสลธก็ ... กัน (เอ่อ กอดดีไหมนะ :oops: )

แต่จากนั้น จิตมืด ก็หวนกลับมาจะทำร้ายทั้งสองตัว โชคดีที่ โดรุกับอากุเข้ามาพอดี
โดรุเอาไม้เบสบอลฟาดจิตมืดเข้าไปเต็มเหี่ยว :lol:

หลังจากนั้น จิตมืดก็ตกลงในทุ่งข้าวสาลี

และ

บู้ม
เกิดเป็น




โกโก้ครั้นช์


:mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen: :mrgreen:

_________________
ImageImage

Image


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Ficต่อตอนยาวๆของดาเนะ Sc4. ตอน8
PostPosted: Wed Dec 22, 2010 2:08 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Fri Nov 20, 2009 2:59 pm
Posts: 3104
Location: สมุทรปราการ
เมื่อกลุ่มของกิลเดินทางด้วยเครื่องเคลื่อนย้ายมาจนถึงที่หมาย ซึ่งคือสะพานแสงที่ความสูงเหนือชั้นเมฆที่ทอดไปยังวังแห่งแสงของเทพอเคเชีย ทุกตัวต่างรีบวิ่งเดินทางไปยังห้องพำนักของเทพแห่งแสงด้วยความร้อนรน แต่เมื่อมาถึงที่พักศาลากลางทางก็พบกับวีที่เดินอย่างอาลัยตายอยากอยู่เพียงตัวเดียว

“วี” ทุกตัวต่างเรียกชื่อออกมาพร้อมกันและรีบเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง “ดาเนะ ดาเนะล่ะ เจอดาเนะที่ทางขึ้นสะพานแสงรึเปล่า” วีที่ได้ยินเสียงของพวกเพื่อนๆจึงหันกลับไปถามอย่างร้อนรน แต่เมื่อกวาดมองสายตารอบๆแล้วก็ไม่พบสิ่งที่ตัวเองถามหา ขาทั้งสองข้างของวีก็เกิดการอ่อนแรงจนลงไปทรุดนั่งกับพื้นทันที

“วี เกิดอะไรขึ้น เกิดอะไรขึ้นกับดาเนะ แล้วทำไมวีถึงมาตัวเดียวล่ะ” คำถามของเพื่อนของตนที่เหมือนจะตอกย้ำจิตใจของวีที่ชอกช้ำอยู่แล้วให้แหลกสลาย วีนิ่งเงียบไม่พูดอะไรออกมาจนทำให้วาฬกิลรู้สึกหงุดหงิด “ถ้าเรื่องแค่นี้ยังรับไม่ได้ก็ไม่คู่ควรที่จะเป็นหน่วยอัลฟ่า ภารกิจเราคือปกป้องเทพอเคเชีย ไม่ใช่มานั่งอ้อยอิ่งแบบนี้ จำไว้ด้วย” วาฬกิลตวาดใส่วีอย่างรุนแรงจนเหล่าหางอัลฟ่าทุกตัวที่ได้ยินแล้วยิ่งเกิดความไม่พอใจในตัวกิลเป็นอย่างมาก

“กิล ทำไมต้องว่าวีแรงอย่างนั้นด้วย วีเค้าเจอเรื่องเลวร้ายมาเยอะแล้วนะ แล้วกิลจะซ้ำเติมวีอีกหรอ” แมวโจ้ที่หมดความอดทนกับการกระทำของกิลเริ่มโต้เถียงกลับไป และเหล่าหางที่เป็นเพื่อนกับวีก็สนับสนุนเห็นด้วยและโอนเอียงไปทางฝั่งโจ้ด้วย “ไม่รู้หรอกนะว่าวีเจอเรื่องอะไรมา แต่ถ้าทำให้วีทรุดจนอ่อนแรงแบบนี้ต้องไม่ใช่เรื่องธรรมดาแน่ กิลจะไม่เห็นใจวีบ้างเลยหรอ” แมวเทลโต้กลับสนับสนุนให้กับโจ้เพื่อนคู่ขาของตน ซึ่งกิลไม่ยอมรับอยู่ฝ่ายเดียวจึงตวาดกลับ

“หน้าที่ของเราคือคุ้มครองท่านอเคเชียจากเสลธ ไม่ใช่ให้มาโอ๋ดูแลกิ้งก่าใจเสาะแบบนี้ ระหว่างการคุ้มครองเทพอเคเชียกับดูแลวี คิดว่าอะไรสำคัญกว่ากัน” เพียงสิ้นประโยคที่ออกมาจากหัวหน้าหน่วยอัลฟ่า เหล่าลูกทีมจำนวนมากที่รับฟังต่างหมดซึ่งความอดทนของหัวหน้า ที่ไม่เห็นใจและเข้าใจลูกทีมของตนจนเกิดการทะเลาะขึ้น

“กิล หมดความอดทนแล้วนะ นี่ไม่เห็นพวกเราในสายตาแล้วใช่มั้ย” ค้างคาวอาร์มที่ปรกติจะค่อนข้างเงียบยังต้องเอ่ยคำออกมาต่อว่า “กิล เกินไปแล้ว” ไบสันนนท์ที่ปรกติแทบไม่พูดอะไรออกมายังเสนอความคิดของตนด้วย

“กิล ใจเย็นๆก่อน ตอนที่พวกเรามาก็ไม่เจอเสลธเลยนะ แล้วพวกเราก็ดักอยู่ตรงนี้อีกด้วยซึ่งเป็นเส้นทางเดียว เพราะฉะนั้นถ้าเสลธจะไปหาท่านอเคเชียก็ต้องผ่านพวกเราก่อนอยู่ดี” เพนกวิ้นเจ็ทที่เห็นบรรยากาศไม่ดีจึงพยายามเกลี้ยกล่อมให้สงบลงด้วยหลักการเหตุผล ซึ่งหลายตัวก็พยักหน้าเห็นด้วยนอกจากวีที่ไม่พูดจาอะไร แต่หยิบศรจากกระบอกเก็บของตนมาฟันใส่กิลที่เป็นเพื่อนร่วมกันทันที แต่เพราะความหนาของเกราะและเหนียวของผิวหนัง จึงทำให้กิลไม่ได้รับบาดเจ็บมาก เหล่าหางที่เห็นการกระทำของวีที่ขาดสติจึงรีบล็อคตัวของวีในทันที

“เฮ้ยวี เกิดอะไรขึ้น” แมวโจ้ที่ล็อคตัววีอยู่นั้นใช้หางหยุดแพนด้าน้อยที่กำลังเดินมาเพื่อจะฟันต้นคอให้วีสลบ แต่ในสถานการณ์นี้แล้วจะเป็นอันตรายต่อตัววีมากกว่าที่จะทำให้สถานการณ์สงบลง เพราะจะต้องมีหางบางตัวคุ้มครองวีด้วย เหล่าหางจึงเลือกที่จะเจรจาเพื่อให้วีสงบสติลง

“ตอนที่ดาเนะล้มลงไปก็พูดกับข้าพเจ้าให้ช่วยท่านอเคเชีย ข้าพเจ้าเลือกที่จะปฏิบัติตามหน้าที่และความสำคัญมากกว่าความต้องการส่วนตัว ข้าพเจ้าต้องทิ้งดาเนะทั้งที่ไร้ทางป้องกันตัวแบบนั้นอยู่ตัวเดียว” วีดูสงบลงเพราะไม่มีท่าทีการสลัดตัวให้หลุดออก เหล่าหางต่างถอนใจโล่งอก แมวโจ้ที่เห็นท่าทีที่สงบแล้วจึงปล่อยตัววีจากการล็อคตัว

“แต่สิ่งสำคัญของข้าพเจ้าไม่ใช่เทพอเคเชียหรือชาวเมืองแห่งแสง แต่เป็นเพื่อนของข้าพเจ้า โดยเฉพาะดาเนะ ที่ข้าพเจ้าให้ความสำคัญที่สุด” วีหยิบคันธนูขึ้นมาและโดดลงจากศาลาที่พักกลางทางซึ่งอยู่ที่ความสูงเหนือกว่าชั้นเมฆลงไป

“วี!!!” ทุกตัวต่างตะโกนร้องออกมาด้วยความตกใจ เพราะสิ่งที่วีทำนั้นคือการฆ่าตัวตาย โดยโดดจากที่สูงลงไปให้ร่างที่บอบบางกระแทกอัดกับพื้นจนแหลกละเอียด เหล่าหางทุกตัวเข่าอ่อนลงไปทรุดกับพื้นในทันที ไม่เว้นแม้แต่กิลที่มีจิตใจที่เข็มแข็งและเด็ดขาด แต่การที่ต้องเสียเพื่อนไปหนึ่งตัว และเป็นเพื่อนที่อยู่ร่วมกันมาตั้งแต่เด็กด้วยกันด้วย

“ว วี...” สิ่งที่กิลเคยว่าออกไปนั้นเริ่มกลับมาทำร้ายตัวเอง ความคิดและความรู้สึกที่ยึดแต่จะปฏบัติงาน จนละเลยและเพิกเฉยต่อสิ่งใกล้ตัวที่มีความสำคัญกับตนเองยิ่งกว่า แต่เพราะความผูกพันธ์ที่มีมากจนชินชาทำให้มองไม่เห็น แต่เมื่อสูญเสียไปแล้วก็ไม่อาจที่จะนำกลับคีนมาได้อีกครั้ง ซึ่งหมายถึงชีวิตของกิ้งก่าวีที่เป็นเพื่อนกิลมาตลอด


“อากุ เดี๋ยวก่อนสิ อากุ” โดรุที่วิ่งตามอากุมาทีหลังได้ทันจึงคว้าข้อมือของเพื่อนตัวเองทันที ซึ่งตอนนี้ทั้งคู่อยู่ที่ประตูทางเข้าออกระหว่างสวนกับตัวเมือง “ช่างเถอะโดรุ กิลเขาไม่ต้องการหมาป่าที่ขัดคำสั่งแบบเราหรอก ขาดเราไปสักตัวไม่เสียหายอะไรหรอก” อากุหยุดเดินและตอบคำถามให้กับโดรุแต่ไม่หันกลับไปยังคู่สนทนา

“อากุ...เราไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นหรอกนะ แต่สิ่งที่ทำให้อากุเป็นแบบนี้เราเชื่อว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ” โดรุที่คว้าข้อมือของอากุอยู่นั้นก็กระตุกเบาๆพร้อมกับชี้ไปที่ต้นไม้ที่อยู่ใกล้ๆ

“ถ้าไม่ว่าอะไร อากุเล่าเรื่องที่เกิดให้ฟังได้ไหม อย่างน้อยก็ถือว่ามาระบายกับเราก็ยังดีล่ะนะ เก็บไปคิดตัวเดียวไม่ดีหรอก เผื่อเราจะช่วยอะไรได้” โดรุพร้อมที่จะรับฟังสิ่งที่เกิดขึ้นจากอากุ ไม่ใช่เพราะความอยากรู้อยากเห็น แต่เพราะอยากช่วยเพื่อนของตัวเองให้รู้สึกดีขึ้นบ้าง แม้เพียงเล็กน้อยก็ยังดี โดรุกับอากุจึงเดินไปที่ต้นไม้นั้นและนั่งลงโดยให้อากุเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้โดรุฟังจนจบ

“เป็นแบบนี้แหละ โดรุคิดว่ายังไง” โดรุที่เอนหลังนอนกับพื้นหญ้าของสวนมองท้องฟ้ายามราตรีที่เงียบสงบ เหตุการณ์วุ่นวายต่างๆนั้นได้จบลงเพราะความร่วมแรงร่วมใจของทุกตัว จึงไม่จำเป็นที่จะต้องกังวลกับเรื่องใดๆ แม้เทพอเคเชียจะตกอยู่ในอันตราย แต่ยังมีพวกของกิลและวีนำหน้าไปก่อนแล้ว โดรุจึงสามารถใช้เวลาดูแลเพื่อนอากุได้อย่างเต็มที่

“คิดว่ากิลก็แรงไปจริงๆนะ” โดรุตอบกลับตามความคิดของตัวเองซึ่งทำให้อากุที่นั่งพิงต้นไม่นั้นหันมาทางโดรุทันที “ใช่มะ กิลพูดแบบนั้นออกมาเป็นใครๆก็ต้องโกรธทั้งนั้นแหละ” อากุพูดด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความโกรธออกมาซึ่งโดรุสามารถรับรู้ถึงอารมณ์นั้นได้เป็นอย่างดี

“แต่ที่อากุเดินแยกออกมาอย่างนี้ตัวเดียวคิดว่าดีแล้วหรออากุ ทุกตัวเขากำลังลำบากเพื่อที่จะปกป้องท่านอเคเชีย โดยเฉพาะกิลที่ให้ความเคารพและนับถือท่านอเคเชียมาก การที่กิลตวาดกลับมาแบบนั้นเราพอจะเข้าใจความรู้สึกของกิลแล้วล่ะ ถ้าเปรียบเทียบก็เหมือนกับใครสักตัวที่อากุรักจริงๆ แต่กำลังตกอยู่ในอันตรายที่อาจถึงแก่ชีวิต ถ้าเป็นอากุ เราเชื่อว่าอากุก็คงมีอารมณ์แบบเดียวกับกิลเหมืนกัน” โดรุพยายามอธิบายออกมาให้เป็นกลางโดยไม่โอนเอียงไปทางฝั่งใคร และยังเปรียบเทียบให้เห็นชัดเจนด้วย เมื่ออากุที่ได้รับฟังความคิดเห็นจากโดรุแล้วจึงค่อยยันตัวเองขึ้นมานั่งตรงๆ สายตาทั้งคู่มองไปยังเครื่องเคลื่อนย้ายที่ลอยอยู่กลางทะเลสาบ

“นั่นสินะ แม้เราจะโกรธกิล แต่เราทำให้เพื่อนตัวอื่นๆต้องลำบากด้วย และความรู้สึกที่จะสูญเสียสิ่งที่ตนรักนั้นอีกด้วย” อากุพูดกับตัวเองก่อนที่จะหันกลับไปทางโดรุอีกครั้งซึ่งกำลังยันตัวเองลุกขึ้นยืน “ขอบใจนะโดรุ ที่ทำให้เราคิดได้น่ะ” อากุเงยหน้ามองเพื่อนของตนก่อนที่จะยื่นมือให้โดรุช่วยดึงตัวเองลุกขึ้นมา

“ไม่เป็นไร แค่ไม่อยากเห็นเพื่อนต้องมานั่งเครียดไม่สบายใจเท่านั้น เดี๋ยวกลับไปหาพวกกิลกันเถอะ” โดรุที่ดึงตัวอากุจนลุกขึ้นยืนแล้วจีงตบไหล่เพื่อนของตน จมูกของคู่สูดดมได้กลิ่นอะรบางอย่างและรีบหันไปทางส่วนที่ลึกของส่วน ซึ่งแสงสว่างที่ขาวนวลทั้ง7อันเป็นแสงจากคริสตัลนั้นค่อยๆดับลงทีละอัน

“เฮ้ย เป็นไปได้ไง” หมาป่าทั้งคู่ไม่อยากเชื่อสายตาตนเองจึงรีบวิ่งไปยังจุดเกิดเหตุ ซึ่งพบกับการกลับมาของเฉดจำนวนมากที่พยายามหยุดการทำงานของแท่งคริสตัลทั้งหมด “เป็นไปไม่ได้ ก็พวกนี้เราจัดการไปหมดแล้วนี่นา ทำไมมันกลับมาได้อีก” ทั้งอากุและโดรุแทบจะพูดออกมาพร้อมกัน ลำพังการต่อสู้กับศัตรูจำนวนมากขนาดนี้ยังจำเป็นต้องใช้หน่วยอัลฟ่าจำนวนหนึ่ง แต่ในตอนนี้เหลือเพียงแค่สองตัวเท่านั้นที่จะต้องต่อกรกับกองทัพเหล่านี้

“เอาไงดีอากุ พวกกิลก็ไม่อยู่ตรงนี้ด้วย” โดรุที่ชักดาบออกมาเพื่อเตรียมพร้อมรับศึกหนัก “หึ ก็คงต้องลุยกันลำพังเพียงสองตัวเนี่ยล่ะ ไอ้เจ้าพวกนี้คงไม่ปล่อยให้เราออกไปได้ง่ายๆหรอก” อากุที่ตั้งท่าเตรียมต่อสู้โดยหันไปคนละทางกับโดรุ เพื่อให้ต่างดูหลังให้กัน เหล่าเฉดจำนวนมากล้อมกรอบพวกโดรุและอากุจนไม่มีที่ๆสำหรับหนี

“เหลือแค่ทางเดียวคือสู้ยิบตาเลยสินะ โดรุระวังด้วยละกัน สายผู้ใช้ดาบอย่างโดรุไม่มีท่าฟื้นพลังเหมือนสายพาลาดินหรอกนะ” อาที่หลังชนกับโดรุมองซ้ายขวาเพื่อที่จะหาตำแหน่งที่ศัตรูอยู่หนาแน่นที่สุดเพื่อจะใช้ท่าที่สามารถทำลายเป็นรัศมีกว้างได้

“เฮอะ ถึงจะไม่มีท่าฟื้นพลัง แต่ก็ไวเหลือเชื่อนะเว้ย ไม่มีทางโดนโจมตีง่ายๆหรอก ระวังจะโดนจิ้มจนเกราะแตกล่ะ พ่อหมาฟ้าอากุ” โดรุชี้ดาบไปข้างหน้ายังตัวศัตรูแล้วทำท่ายั่วยุให้โมโห เฉดร่างสองที่โดนท้าทายจากโดรุจึงรีบลอยเข้ามาหวังเพื่อจะทำร้ายโดรุด้วยการอัดบอลพลังระยะประชิด แต่กลับถูกโดรุที่ตั้งเตรียมไว้ยกดาบขึ้นมาปิดปาก บอลสีดำที่พ่นออกมานั้นแตกสลายคาปากของเฉดในทันที และดาบอีกข้างก็ฟันเฉียงจากพื้นขึ้นมาจนร่างของเฉดนั้นสลายไปด้วยเพียงหนึ่งดาบ โดรุอาศัยการโต้การโจมตีกลับเพื่อประหยัดพลังงานให้มากที่สุด และเป็นท่าที่มีผลรุนแรงกว่าปรกติด้วย ศึกทั้งสองข้างจึงเริ่มโหมกระหน่ำเข้าใส่อย่างดุเดือด โดยมีเพียงหมาป่าแค่สองตัวที่ต่อกรกับกองทัพเฉดร่วมร้อย


“เฮ่อ หนีมาไกลขนาดนี้คงปลอดภัยแล้วล่ะนะ” ลิงแบงค์ที่รับหน้าที่พาเหล่ารุ่นน้องหนีมาจากเหตุการณ์อันตรายตอนที่พบกับเสลธในเมืองส่วนกลาง ตอนนี้ทั้งหมดอยู่ที่ลานน้ำพุเมืองซึ่งเป็นจุดปลอดภัย เหล่าทหารเสือดำต่างกระจายกำลังเฝ้าพื้นที่แห่งนี้อย่างสุดความสามารถ เพื่อให้เป็นที่พักและฐานทัพชั่วคราวด้วย

“เดี๋ยวฝากดูแลรุ่นน้องพวกนี้ด้วยนะ” ลิงแบงค์สั่งทหารเสือดำที่อยู่ใกล้ๆซึ่งรับคำอย่างดี ลิงแบงค์ที่คิดว่าพวกรุ่นน้องน่าจะปลอยภัยดีแล้วจึงรีบวิ่งกลับไปยังทางเก่าอีกครั้งแต่ต้องหยุดลงเมื่อได้ยินเสียงรุ่นน้องของตนเรียก

“พี่แบงค์จะไปไหนน่ะ” เสียงของลิงนัทถามขึ้นมาซึ่งเหล่ารุ่นน้องทั้งหมดก็เดินตามมาด้วย “พวกเรารออยู่นี่ล่ะ ที่นั่นมันอันตรายเกินกว่าพวกเจ้าจะไปได้ ที่นี่มีพี่ทหารเสือดำอยู่ไม่ต้องห่วงหรอก” ลิงแบงค์รู้ทันทีว่าเหล่ารุ่นน้องจะขอติดตามไปด้วย แต่เพราะหน้าที่ๆได้รับมานั้นจึงไม่สามารถให้รุ่นน้องไปได้

“แล้วจะปล่อยให้พวกผมสบายพวกเดียว แต่พวกพี่ไปเสี่ยงตายเพื่อดูแลพวกผมเนี่ยนะ แล้วพวกผมจะสมัครมาเข้าหน่วยอัลฟ่าทำไมล่ะพี่” เสียงของลิงแบงค์เหมือนเสียงปลุกใจให้เหล่ารุ่นน้องเฮสนับสนุนให้ “ถึงแม้พวกเราจะไม่เก่งเท่าพวกพี่ แต่ถ้าร่วมมือกันก็น่าจะได้ เหมือนตอนที่พี่กิลสั่งการตอนนั้นไงพี่” เสียงของกิ้งก่าโค้ดที่ประทับใจการสั่งงานของกิลให้การสนับสนุนอีกเสียงจนทำให้เหล่ารุ่นน้องเฮขึ้นมา ซึ่งลิงแบงค์รู้สึกหนักใจที่ตัวเองไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้แล้ว

“ตอนนี้พวกเรามีทหารเสือดำที่พร้อมอยู่เท่าไรน่ะ” ลิงแบงค์หันไปถามทหารเสือดำข้างๆซึ่งยิ้มให้กลับเพราะรู้ความหมายของเจ้าของคำถาม “ทหารเสือดำทั้งหมด17ตัวอยู่ในสภาพพร้อมสมบูรณ์ที่สุดครับ” ทหารเสือดำตอบอย่าหนักแน่นด้วยอารมณ์ดี

“งั้นให้นายเลือกให้ได้รวมทั้งหมด12ตัว อีก5ตัวให้อยู่เฝ้าความปลอยภัยไว้ที่นี่ และเตรียมอุปกรณ์การปฏมพยาบาลด้วย” ทหารเสือดำที่รับคำสั่งแล้วจึงหันไปหาพวกเพื่อนๆของตน เหล่าทหารเสือดำต่างวิ่งกันมาเตรียมพร้อมเรียงแถวอย่างเรียบร้อยพร้อมกับอุปกรณ์ที่ได้รับคำสั่งให้เตรียมอย่างรวดเร็ว


“เฮ้อ กฎนี่มีไว้ให้แหกจริงๆสินะ...” ลิงแบงค์เกาหัวตัวเองแกรกๆพร้อมกับถอนหายใจออกมา แต่มิเกะที่อยู่บนไหล่นั้นกลับโดดโลดเต้นไปมาอย่างดีใจ “ฟังนะ ขอยกเลิกคำสั่งคุ้มครองเหล่ารุ่นน้อง เพราะตอนนี้ปลอดภัยแล้วแน่นอน ถือว่าคำสั่งนั้นเสร็จสมบูรณ์ และขอมอบคำสั่งใหม่ พวกเราทั้งหมดจะกลับไปช่วยอีกครั้ง”


Last edited by fushigidane on Mon Jan 10, 2011 3:42 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 2040 posts ]  Go to page Previous  1 ... 122, 123, 124, 125, 126, 127, 128 ... 204  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki