Last visit was: It is currently Tue Oct 22, 2019 8:32 am


All times are UTC + 7 hours




Post new topic Reply to topic  [ 44 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5  Next
Author Message
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 10
PostPosted: Thu May 19, 2011 4:28 pm 
ฮีโร่มาสเตอร์
User avatar

Joined: Tue Mar 01, 2011 9:51 pm
Posts: 1061
ผมไม่มีเวลาอ่านเลย...[ขนาดficพี่ดาเนะผมยังอ่านไม่ถึงใหนเลย จริงๆนะ]
เดียววันที่ว่างมากมายจะมาอ่านละกัน= w=

_________________
Raymonter การ์ตูนฉบับเมเปิ้ล


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 11
PostPosted: Fri May 20, 2011 9:26 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 11 อดีตของอัลวิส
“เอาล่ะข้าจะทำให้เจ้าได้เห็นวี เจ้าเป็นก่าที่น่าสนใจมาก”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงก่อนจะหยิบหินเงาสะท้อนอดีตออกมาหลังจากใช้ให้วิสไปเอาอาหารมาให้ตน
“ประตูแห่งอดีตจงเปิดรับข้าและสหาย”อัลวิสกล่าวพร้อมกับร่างของทั้งสองถูกดูดเข้าไปในหินสีดำเบื่องหน้า

หลังจากนั้นนานเท่าไหร่ก็ไม่ทราบวีก็ถูกเรียกโดยอัลวิสอีกครั้ง
“ตื่นได้แล้วจะนอนไปถึงไหน”เสียงของอัลวิสดังขึ้น
“นี่ร่างของข้าพเจ้าทำไมมัน”วีลุกสำรวจร่างกายของตัวเองที่เหมือนจะหดเล็กลงเป็นกิ้งก่าเด็กอายุประมาณ 5 ขวบ
“ชิคำสาปของกาลเวลาผลึกดำงั้นเหรอเนี่ย”อัลวิสบ่นขึ้นมาทำให้วีหันไปดูก็พบกับกิ้งก่าสีดำหน้าตาน่ารักตาสีแดงนั้นขุ่นมัวด้วยอารมณ์หงุดหงิดแต่ก็ยังน่ารักในสายตาผู้ใหญ่ปากกัดฟันกรอดเพราะอัลวิสไม่ชอบให้ใครเห็นตนในร่างเด็กเพราะว่ามันบอกได้คำเดียวว่าเคะ
“ข้าพเจ้ามาอยู่ในชุดที่ข้าพเจ้าใส่ในตอนเด็ก แล้วที่นี่มันป่าใกล้ๆเมืองแสงตอนข้าพเจ้าเด็กๆไม่ใช่เหรอ”วีพูดก่อนจะมองร่างของตัวเองอย่างละเอียดอีกครั้ง
“เพราะเราถูกคำสาปเวลาย้อนกลับนะสิ ทำให้เรากลายเป็นตัวเราในอดีตที่ย้อนมาน่ะสิ”อัลวิสพูดพลางกันฟันอย่างแค้นเคืองสุดๆเพราะตนดันลืมเรื่องสำคัญที่สุดไปได้
“เอ๋”วีทำหน้างงเพราะในใจเขาก็คิดว่าร่างเด็กของอัลวิสนั้นก็น่ารักดีไม่ใช่เหรอแล้วโกรธอะไรล่ะนั่น
“เอาล่ะ ไปดูอดีตของนายกันดีกว่า"ร่างของอัลวิสรีบวิ่งไปเท่าที่ขาเล็กๆของกิ้งก่าเด็กจะอื้ออำนวย
“พิลึกตัว”วีบ่นอุบก่อนจะวิ่งไปที่ป่าโดยตามอัลวิสไป

“นี่มันตอนที่ข้าพเจ้าฝึกเพื่อจะเป็นทริ๊กเตอร์นี่นา”วีพูดซึ่งตอนนี้อยู่ที่สนามฝึกสมัยก่อน
“ใช่ตอนนั้นเจ้าฝึกด้วยวิธีที่ต่างจากข้า”อัลวิสพูดก่อนจะมองไปยังตนในอดีตที่อยู่ใกล้ๆลานฝึกข้างๆเทพเงาที่มาดูงานในเมืองแสง
“ข้าน่ะถูกฝึกขึ้นมาให้ฆ่าตั้งแต่เด็กแล้วล่ะ”อัลวิสพูดเสียงเศร้าๆมองตนในอดีตที่มองทุกอย่างด้วยความเย็นชา
“นายรู้มั้ยวันที่เกิดไฟไหม้ในเมืองแสงที่ทำให้รุ่นน้องกิ้งก่าตายไปเป็นจำนวนมากเป็นฝีมือของข้าเอง”
อัลวิสพูดด้วยใบหน้าสำนึกผิดส่วนวีทำหน้าตกใจเพราะมันเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ในเมืองแสงตอนเขาสิบขวบ
“ข้าก็เลยมีตราบาปติดตัวมาตั้งแต่อายุ 10 ขวบ แต่ข้าก็ตายลงตอนสงครามครั้งแรกของเมืองแสงและวิหารเงาข้าถูกธนูปักหัวใจแต่ข้าก็ไม่อาจเกิดใหม่ได้ เพราะข้าได้รับพลังที่ทำให้ตายแล้วยังเป็นวิญญาณอยู่จากเทพเงา ทำให้ข้าไม่อาจตายโดยสมบูรณ์ได้”อัลวิสเล่าต่อขณะที่วีกำลังเห็นภาพตามที่อัลวิสเล่าด้วยพลังของผลึกดำ
“ข้าคิดว่าคงต้องเป็นวิญญาณต่อไปตลอดการนั้นเอง”อัลวิสเล่าก่อนที่ทั้งสองจะถูกวาร์ปมายังวิหารเงาในสมัยก่อน

“ท่านเซร่า ได้โปรดเถอะชุบชีวิตให้พี่ทีเถอะครับผมขอร้อง”ร่างที่เหมือนวิสอายุประมาณ 8 ปีกำลังร้องให้อยู่
“เราทำได้ แต่ต้องให้เจ้าใช้ร่างร่วมกับพี่ของเจ้านะ”เซร่าตอบเสียงเรียบๆ
“ครับผมทนได้ครับ ได้โปรดเถอะครับ”ร่างนั้นยังขอร้องต่อไปเรื่อยส่วนวีที่มองทั้งสองสลับกันด้วยความงงก่อนจะตัดสินใจถามออกมาว่า“ก่าตัวนั้นคือใครเหรอ ทำไมหน้าเหมือนนายเลยล่ะ”
“เขาคือวิสน้องชายของข้าเองแหละ คนที่พาพวกเราหนีมาจากลานประลองไง”อัลวิสตอบพร้อมรอยยิ้มที่ดูอ่อนโยนขณะมองน้องชายของตน
“แล้วข้าก็เลยมีชีวิตอยู่ในตัวน้องชายข้า แต่ข้านั้นปรารถนาความตายมาตลอด เพราะข้ารู้สึกผิดในใจมาตลอดที่ข้าท้าเจ้า เพราะข้าอยากให้เจ้าจบชีวิตข้าลงซะ แต่กลับถูกอีคารอสขวางไว้ฮ่าๆ ข้านี่ไม่ได้เรื่องเลยขนาดจะตายยังตายไม่ได้เลยว่ามั้ย”อัลวิสพูดก่อนจะร่ายคถาเพื่อพาพวกเขาทั้งสองกลับสู่ปัจจุบัน

“ข้าพเจ้าคิดว่า นายกำลังพยายามหลอกตัวเองอยู่นายน่ะ ก็แค่อยากจะหนีจากความจริงไม่ใช่เหรอ”วีพูดกับอัลวิสที่กำลังยิ้มเยาะตนเอง
“นายน่ะแค่เหงาเท่านั้นไม่ใช่หรอ จากอดีตของอัลวิสที่ข้าพเจ้าเห็นอัลวิสน่ะ เหงามากเลยไม่ใช่เหรอทำไมไม่พูดออกมาล่ะ”วีถามต่ออัลวิสถึงกับตกตะลึงไม่เคยมีใครเข้าใจเขาเลยนอกจากวิส แล้วนี่ทำไมคนที่เขาเคยคิดจะฆ่าทำไมถึงเข้าใจเขาได้ล่ะ
“อย่าหนีจากความปรารถนาของตัวเองสิ อัลวิสข้าพเจ้าน่ะเคยเป็นแบบนายมาก่อนนะ แต่ถ้าลองกล้าแล้วพูดออกไปทุกสิ่งก็จะดีเองแหละ”วีพูดก่อนจะยื่นมือมาหาอัลวิสแล้วพูดว่า
“เป็นเพื่อนกันนะอัลวิส”วียิ้มให้อัลวิสแต่อัลวิสกลับพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆพร้อมกับน้ำตาที่คลอเต็มเบ้าตาทั้งสองข้างว่า
“ขอบใจนะแต่ว่า....”อัลวิสกำลังจะบอกอะไรบางอย่างแต่ว่า

“เปรี้ยง”เสียงของการต่อสู้ดังขึ้นกลางสวนซึ่งตอนนี้เงียบสงัดเหล่าหางทุกตัวไปรวมกันที่งานเต้นรำหมดแล้ว
“แย่ล่ะ”อัลวิสมองเห็นร่างของหมาป่าและลิงที่กำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือด
“วิสรีบพาพวกเราไปเร็วก่อนที่มันจะสายเกินไป”อัลวิสพยายามวิ่งก่อนจะล้มลงไปอีกครั้งแต่โชคดีที่วีประคองไว้ทัน
“อืม”วิสรับคำก่อนจะแบกร่างของอัลวิสและวีวิ่งไป
“แก!บังอาจหลอกข้านะไอ้คนของวิหารเงา”ร่างของหมาป่าสีฟ้าหวดดาบเข้าใส่ลิงสีดำอย่างเดือดดาล
“ฮ่าๆแม่ทัพซาเมอร์ทำได้แค่นี้เองเหรอ กระจอกจริงนะ”เสียงนั้นกลับมาอยู่ด้านหลังแทนที่จะอยู่ด้านหน้าก่อนที่ลิงตัวด้านหน้าจะแหลกสลายกลายเป็นเปลวไฟก่อนจะระเบิดไป
“อัก ร่างเปลวไฟเหรอ”ร่างของซาเมอร์ที่ถูกแรงอัดกลับมายืนอยู่บนแท่นพลังงานพร้อมกับแผลไฟไหม้ที่ท้อง
“ฮ่าๆกระจอกจริงๆนี่น่ะเหรอหางที่หมายมั่นจะทำสงครามกับเทพเงาแบบลับๆน่ะ”ไครซิสพูดก่อนจะวาดมือออกไปข้างหน้าก่อนจะปรากฏมีดสีเขียวอ่อนเต็มไปหมด
“แกไอ้ลิงปิศาจ”ซาเมอร์สบถออกมาขณะที่กำลังปัดมีดนับร้อยๆเล่มแผลบนร่างกายเพิ่มมากขึ้นเรื่อย
“จบแค่นี้แหละ”ไครซิสพูดก่อนเรียกมีดทั้งหมดมารวมกันกลายเป็นดาบขนาดยักษ์พุ่งเข้าใส่ซาเมอร์ในพริบตา
“เปรี้ยง”ดาบยักษ์เล่มนั้นแตกสลายไปในทันทีที่สัมผัส ศรพลังงานสีม่วงปริศนา
“พอซะทีสำหรับการต่อสู้ที่ไร้ประโยชน์”อัลวิสพูดก่อนจะทรุดลงเพราะฝืนใช้พลังทั้งๆที่ร่างกายไม่สมบูรณ์
“ท่านซาเมอร์หยุดเถอะ การต่อสู้ในที่นี้ถือเป็นการดูหมิ่นเทพทั้งหกนะ”วีตะโกนต่อว่าซาเมอร์ที่เริ่มหน้าเสีย
“ฮึ ลาก่อนนะซาเมอร์ถึงอาจจะเป็นไปไม่ได้ แต่หวังว่าเราจะได้พบกันอีก”ร่างของไครซิสก็ค่อยจางลงเสียงนั้นดูว้าเหว่เศร้าสร้อยมาก
“เกือบไปแล้วจริงๆ”อัลวิสพูดก่อนจะหมดสติไปในทันที
“อัลวิส”สองกิ้งก่ารีบมาประคองร่างที่สิ้นสติไปในทันที

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Mon Jun 06, 2011 7:07 am, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 12
PostPosted: Sat May 21, 2011 6:51 am 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 12งานเต้นรำสุดวุ่นวาย
“งั้นนายช่วยเป็นคู่เต้นรำให้ชั้นหน่อยละกัน”รีสพูดก่อนจะจับแขนเชียร์ขณะที่ห้องทานอาหารค่อยๆเปลี่ยนไปกลายเป็นห้องโถงสำหรับเต้นรำข้างบนมีบัลลังปรากฏขึ้ง 6บัลลังพร้อมกับเทพทั้งหกที่นั่งอยู่บนบัลลังนั้น
“ลีโอคือว่าช่วยเป็นคู่เต้นรำให้เราหน่อยนะ”ซาฟี่เอ่ยด้วยน้ำเสียงอายๆนิดเพราะลีโอหารู้ไม่ว่าเขาคือเพื่อนชายตัวแรกของเธอ
“ดะ....ได้ยะ...อยู่แล้ว””ลีโอตอบเสียงสั่นๆส่วนหางนั้นสั่นยิงกว่าโดนแผ่นดินไหวซะอีกเชียร์ไม่ต้องพูดถึงเพราะช็อคไปแล้วแถมยังหน้าแดงแบบสุดๆอีกต่างหาก
“เอ้าล่ะเริ่มได้”เทพน้ำกล่าวเริ่มงานเต้นรำทันที

เชียร์กับรีสเต้นได้งดงามและเป็นธรรมชาติมากทั้งสองต่างรู้จังหวะของกับและกันราวกับซ้อมกันมานานมากทั้งๆที่พึ่งเต้นรำด้วยกันครั้งแรก
ต่างจากคู่ซาฟี่กับลีโอมีจังหวะที่พลาดบ่อยจนเกือบเหยียบเท้ากันหลายครั้งแต่ก็เป็นคู่ที่น่ารักคู่หนึ่ง
“นายเต้นเก่งเหมือนกันนี่”รีสพูดกับเชียร์ขณะที่เต้นรำกันอยู่
“ก็ข้าเป็นเจ้าชายนะถ้าแค่เต้นรำยังทำไม่ได้ล่ะก็ไม่สมควรเป็นเจ้าชายแล้วล่ะ”เชียร์คิดในใจขณะเต้นรำอย่างสง่างามราวกับเจ้าชาย
“งดงามมาก”เทพน้ำแอนเนโมเน่กล่าวชมการเต้นรำของเชียร์และรีส

ส่วนอัลคาเซียกำลังสำรวจอาการของเทพองค์อื่นๆ
เทพลมซันซันมองทุกอย่างด้วยแววตาไร้เดียงสาเหมือนเด็กไม่มีอะไรผ่าน
“ท่านบาร์เบร็อคทำไมตัวสั่นอย่างงั้นแถมยังปล่อยจิตสังหารออกมาด้วยล่ะอย่างงี้ต้องถาม”
“ท่านบาร์เบร็อคเป็นอะไรรึเปล่า”อัลคาเซียถามด้วยความอยากรู้เอ้ยไม่ใช่ความห่วงใย
“ไม่เป็นไรไม่ต้องห่วง”บาร์เบร็อคตอบเสียงห้วนๆ
“โอเคผ่าน”อัลคาเซียคิดในใจก่อนจะมองไปทางเทพที่เหลือ
“มุราดินทำหน้าเบื่อๆแต่ก็ผ่าน”อัลคาเซียคิดหลังจากมองไปทางเทพแห่งไฟซึ่งเหมือนจะหลับคาบัลลังก์อยู่แล้ว
“นี่ก็อินซะ”อัลคาเซียคิดหลังจากมองไปทางเทพแห่งน้ำที่กำลังเสพอาร์ตอย่างเมามัน
“เดี๋ยทำไมเรารูสึกเหมือนมีรังสีชวนขนลุกที่เราไม่เคยรู้สึกมาก่อนล่ะ”อัลคาเซียคิดก่อนจะหันไปทางอะไรบางอย่างที่แผ่รังสีนั้นทันที

“เซร่ายะ....ยิ้มเหรอ”อัลคาเซียเกือบตกบัลลังก์เมื่อเหลือบไปเห็นรอยยิ้มภายใต้หน้ากากของเทพเงา
“งั้นพวกเราขอรำดาบให้ท่านเทพทั้งหกได้ชมกันนะครับ”อยู่ดีเชียร์กับรีสก็ขอรำดาบให้เหล่าเทพโดยไม่มีสาเหตุแต่สิ่งที่หน้าตกใจกว่านั้นก็คือ
“ได้สิเราอนุญาต”เสียงนั้นมาจากเทพเงาเซร่าผู้ขึ้นเชื่อเรื่องการพูดน้อยและเย็นชาลึกลับพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ครับ/ค่ะ”ทั้งสองรับคำก่อนจะหันดาบใส่กันแล้วเริ่มรำแน่ละว่าเทพองค์อื่นๆยกเว้นเทพเงาช็อคคาบัลลีงก์ไปแล้วถ้าจะกู้สติกลับมาได้ยากมาก

ทั้งสองใช้ดาบปะทะกันอย่างแรงโดยไม่มีใครยอมใคร
“ไม่เบานี่”เชียร์พูดก่อนจะลงดาบแรงขึ้นโดยใช้แรงกระแทกให้เธอล้ม
“ไม่ได้กินชั้นหรอก”รีสยิ้มก่อนจะใช้เทคนิคผ่อนแรงเพราะรู้ว่าถ้าเธอต้านไว้ต้องล้มแน่
“อ่านแผนออกด้วยร้ายใช่เล่นนี่”เชียร์พูดอย่างพอใจก่อนจะหมุนตัวก่อนเอาด้ามดาบกระแทกที่ท้ายทอยของรีส
แต่รีสกลับใช้ดาบฟันเข้าที่แว่นตาดำจนปลิวออกไปตกที่พื้นเนื่องจากรีสนั้นอาศัยจังหวะที่ดาบจะถึงตัวฟันสวนไปที่หน้าของเชียร์แต่เชียร์ถอยออกทันจึงโดนแค่แว่น
“ชะ...เชียร์”ลีโอร้องด้วยความตกตะลึงเขาเห็นมันอีกแล้วรอยยิ้มของเชียร์เวลาสนุกกับการต่อสู้
“เชียร์กำลังเข้าสู่โหมดเล่นสนุกแล้วสิ”ลีโอคิดพลางทำหน้าเบ้ทันทีแน่ล่ะเขาโดนเชียร์โหมดเล่นสนุกนี่เล่นจนเกือบตาย
“ย้ากกก ระบำดาบเงาโลหิต”เชียร์กล่าวก่อนจะตวัดดาบมีเงาดาบสีเลือดจำนวนมากปรากฏขึ้นและพุ่งเข้าใส่รีส
“ระบำเงาจันทร์”รีสบอกชื่อท่าก่อนจะตวัดดาบปรากฏเงาดาบสีเหลืองนวลตาจำนวนมากพอๆกันเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง
เสียงจากการปะทะกันของดาบทั้งสองดังลั่นก่อเกิดแรงอัดที่ทำให้คนที่ไม่ทันระวังล้มได้ง่าย

“ว้าย”ซาฟี่ล้มเพราะแรงอัดไปล้มถูกลีโอที่กลายเป็นเบาะชั่วคราวส่วนเบาะนั้นสติหลุดลอยไปแล้ว
“เปรี้ยง เปรี้ยง”เสียงเปรี้ยงครั้งแรกมาจากดาบของเชียร์หลุดมือก่อนจะตกไปที่พื้นส่วนเสียงที่สองมาจากดาบธรรมดาสีเงินของรีสแตกละเอียด
“เสมอกันสินะ”ทั้งสองตัวพูดพร้อมกัน
“แปะๆๆๆ”เสียงตบมือก้องกังวานไปทั่วงานเล่นเอาเชียร์กับรีสเขินหน้าแดงกันไปพักใหญ่แต่เชียร์กลับไม่พบเทพแห่งแสงและเทพแห่งเงาแล้ว
“หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”เชียร์พูดแต่เขามองทั่วงานแล้วแต่ไม่เห็นวิสเลยเขารู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดีเลยเขากลัว
“ขอให้นายปลอดภัยนะวิส”เขาภาวนาอยู่ในใจ

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 13
PostPosted: Sun May 22, 2011 9:23 am 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 13 ชีวิตของอัลวิสและความต้องการของวิส
ณ ห้องของวี
“ขอบคุณนะครับพี่วี”วิสกล่าวสาเหตุที่ต้องเรียกพี่เพราะวิสอายุเพียง 15เท่านั้นส่วนอัลวิสนั้นอายุ 20ปี
“อืมว่าแต่หมอนั่นเป็นอะไรมากรึเปล่า”วีพูดก่อนจะวูบไปอีกครั้งเพราะลืมไปว่าตนยังไม่ฟื้นจากความเหนื่อยล้า
“ห่วงตัวเองก่อนเถอะครับ”วิสพูดพลางประคองร่างของวีไปนั่งที่โซฟาในห้อง
“ข้าพเจ้าไม่เป็นอะไรมากหรอกไปช่วยไอ้นั่นก่อนเหมือนตัวจะจางลงนะเป็นอะไรมากรึเปล่า”
วีถามทั้งที่อาการของตัวเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันซะเท่าไหร่

“กลับมาพักในตาผมก่อนแล้วกัน”วิสพูดก่อนเปิดผ้าปิดตาออกแล้วลืมขึ้นมาแล้วใช้พลังแบบเดียวกับตอน
อัลวิสเรียกวิสแต่กลับทำไม่สำเร็จ
“ทำไมกันล่ะ”วิสร้องด้วยความตกใจ
“ก็เพราะ.....ข้า.....คิด....จะ...จากไปอยู่แล้วไงล่ะ”เสียงของอัลวิสดูอ่อนแรงร่างค่อยๆจางราวกับจะสลายไป
“ไม่นะอย่าตายนะครับคุณอัลวิส”วิสโผเข้ากอดร่างอันลืนรางตรงหน้าทีนทีด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม

“วะ...วีข้าจะบอกเจ้าถึงสิ่งที่ข้าได้ทำในวันนั้น”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนแรงลงเรื่อยๆ
“วันนั้นข้าได้ฆ่าเหล่าก่ารุ่นน้องไปจำนวนมาก”อัลวิสเล่าแล้วหยุดไปสักพัก
“รึว่าเพราะอย่างงั้นนายถึง”วีพูดเหมือนนึกอะไรได้
“ใช่ข้าต้องการให้เจ้าฆ่าข้าในการประลองเพื่อที่จะชดใช้สิ่งที่ข้าทำไปต่อให้เจ้าไม่คิดฆ่าข้าก็คิดที่จะตายอยู่แล้วล่ะ”อัลวิสพูดก่อนที่ร่างของตนจะจางลงกว่าเดิม
“ดูแลตัวเองด้วยนะน้องชายของข้าวิส”อัลวิสพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรงมากแล้วร่างของเขาตั้งแต่ขาลงไปสลายไปแล้ว
“วีเพื่อนตัวแรกของข้าช่วยฟังคำขอร้องของข้าได้ไหม”อัลวิสพูดก่อนจะยิ้มออกมาซึ่งวีพยักหน้ารับด้วยใบหน้าที่เกือบจะร้องไห้
“ช่วยดูแลวิสด้วยนะเขาคือครอบครัวคนสุดท้ายสัญญานะว่าจะปกป้องเขา”อัลวิสถามต่อด้วยใบหน้าอิดโรย
“ได้ข้าพเจ้าสัญญา”วีพูดก่อนจะเห็นร่างท่อนบนของอัลวิสค่อยๆจางลง
“พี่คร้าบบบบบบบบบบบบ”วิสเรียกผู้เป็นพี่ของตนแล้วกอดร่างนั้นด้วยน้ำตาที่ไหลพราก

แต่อยู่ดีๆห้องกับสว่างขึ้นฉับพลันร่างของอัลวิสหยุดสลายในทันที
ปรากฏร่างของเทพสององค์ได้แก่เทพแสงอัลคาเซียและเทพเงาเซร่า
“ทะ.....ท่านเซร่าท่านอัลคาเซีย”อัลวิสตกใจกับการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของเทพสององค์นี้
“เฮ้อมาทันเวลาพอดีเลย”เซร่ากล่าวก่อนจะมองร่างที่ร้องไห้ตรงหน้า
“กิ้งก่าน้อยเอ๋ยเจ้าอยากให้พี่ของเจ้ากลับมามีชีวิตหรือไม่”เทพเงาเซร่าถามเสียงเรียบ
“พวกท่านทำได้รึขอรับ”วิสพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตกใจ
“ท่านจะลำอียงช่วยแต่ข้าไม่ได้นะขอรับ”อัลวิสรีบขัดขึ้นในทันที
“พวกเราไม่ได้ลำเอียงแต่พวกเราน่ะแค่จะมอบรางวัลให้กับเจ้าในฐานะที่เจ้าช่วยชีวิตท่านแม่ทัพซาเมอร์เอาไว้ไงล่ะไม่ผิดกฎเทพหรอกนะ”เซร่าชี้แจงให้ฟัง
“พวกเราไม่สามารถพูดบิดเบือนความจริงได้ดังนั้นพวกเราสามรถช่วยพี่ของเจ้าได้นั้นจึงเป็นความจริงแต่ก็ต้องอาศัยเจ้าด้วยนะกิ้งก่าน้อย”อัลคาเซียกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความกังวล
“นี่เป็นการทดลองคถาย้ายวิญญาณที่ข้ากับเซร่าช่วยกันคิดค้นเอาล่ะเริ่มเลยนะเซร่า”อัลคาเซียพูดก่อนจะหันไปหาเซร่า
“อืม”เซร่ารับคำก่อนจะวาดมือออกไปปรากฏโครงกระดูกของกิ้งก่าขึ้นมาก่อนเรียกมีดสีดำออกมาตัดเนื้อของวิสไปส่วนหนึ่งแล้วเอาไปติดไว้ที่กระดูกก่อนจะให้เทพแสงเปลี่ยนก้อนเนื้อให้กลายเป็นร่างเนื้อเหมือนวิสทุกประการ

“นี่มัน”วิสพูดขณะเอามือกุมแผล
“เป็นสิ่งที่ข้ากับอัลคาเซียเคยค้นคว้าเรื่องร่างใหม่แกเหล่าสัตว์หางพิการน่ะแต่ว่าการทดลองต้องหยุดลงเพราะมีความเสี่ยงที่สูงถ้าไม่ใช้พี่น้องหรือฝาแฝดเราจึงต้องหยุดไว้ก่อนเจ้าพร้อมมั้ยวิสเจ้าต้องแบ่งพลังชีวิตของเจ้าเป็นสื่อนำวิญาณของพี่ชายของเจ้าเข้ามาในร่างนี้เจ้าพร้อมหรือไม่”เซร่าถามพลางชี้ไปยังร่างกิ้งก่าเปล่าที่ถูกสร้างขึ้น
“พร้อมครับผมน่ะขอแค่ได้อยู่กับพี่ก็พอแล้วล่ะครับ”วิสพูดก่อนจะหลับตาลง
“งั้นเอาล่ะเริ่มกันเลย”เซร่าพูดก่อนจะเริ่มร่ายคถาพร้อมกับอัลคาเซียร่างของวิสเรืองแสงสีเหลืองอ่อนลอยไปเหมือนละอองอุ้มวิญญาณของอัลวิสขึ้นมาช้าๆก่อนจะเริ่มนำไปบรรจุในร่างของกิ้งก่าสีดำที่เทพทั้งสองสร้างไว้ให้
“โอเคการบรรจุวิญญาณสำเร็จ”เซร่ากล่าวก่อนจะใช้เวทช้อนร่างของวิสที่หมดสติมาไว้บนเตียง
เทพแสงเขียนเอกสารบางอย่างและส่งไปโดยนกสีขาวส่วนเทพเงาเขียนอะไรบางอย่างลงบนกระดาษและวางไว้บนหัวเตียงก่อนที่ทั้งสองจะเริ่มเปิดการสนทนา
“จนแล้วจนรอดเธอก็ไม่ได้บอกว่ามันต้องใช้พลังงานชีวิตที่ใกล้เคียงกันแล้วถ้าเกิดความผิดพลาดกิ้งก่าตัวน้อยนั้นจะตายทันที”อัลคาเซียพูดก่อนจะกล่าวสำทับว่า
“แต่เธอเปลี่ยนไปเยอะนะเซร่าถ้าเป็นเมื่อก่อนล่ะก็เธอคงปล่อยตายไปแล้วล่ะ”อัลคาเซียแขวะเซร่าอย่างนึกสนุก
“ตั้งแต่ข้ามีเด็กสองตัวนั้นทำให้ข้าเปลี่ยนไปมากขนาดนั้นเลยเหรอ”เซร่าถามด้วยเสียงตกใจเล็กน้อย
“พวกเขาคงเกิดมาเพื่อเปลี่ยนแปลงชะตากรรมจริงๆสินะ”อัลคาเซียพูดก่อนที่ร่างทั้งของสองจะค่อยๆหายไป

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sun May 29, 2011 11:35 am, edited 2 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 14
PostPosted: Sun May 22, 2011 9:41 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 14 ค่ำคืนแห่งการพักผ่อน

“เดี๋ยวผมพาลีโอกลับไปเองครับ”เชียร์พูดก่อนจะแบกลีโอที่ช็อคไปแล้ววิ่งด้วยสปีดเร็วกว่านรกทันที
“ถึงแล้วเฟ้ย”เชียร์บ่นหลังจากใช้แรงวิ่งมาด้วยความเร็วสูงเป็นเวลา 10 นาทีก่อนจะเปิดประตูบ้านแล้วนำร่างของเพื่อนสนิทวางลงบนเตียงของเขาโดยไม่รู้เลยว่าถูกสะกดรอยโดยพวกซอรัส
“เฮ้อต้องให้เหนื่อยตลอดให้ตายเฮอะ”เชียรพูดก่อนจะคลุมผ้าห่มให้ร่างตรงหน้าก่อนจะเดินออกไปข้างนอก
“พี่ซอรัสคร้าบบบผมง่วงแล้วนะ”ไวซ์บ่นอุบก่อนจะเลิกสะกดรอยตามเชียร์ไปนอน
“ผมก็รีบไปนอนแล้วนะครับ”คิโน๊ะพูดก่อนจะวิ่งตามไวซ์ไปนอน
“เอาเถอะไปนอนดีกว่า”ซอรัสพูดก่อนจะไปนอนอีกคน

“ไปกันหมดแล้วสินะ”เชียร์พึมพำกำจะหยิบขลุ่ยไม้ออกมาเป่าอีกครั้งเป็นคล้ายๆเพลงกล่อมเด็ก
“หลับให้สบายนะทุกคนนี่คงเป็นสิ่งที่ข้าทำให้ได้น่ะ”เชียร์พูดก่อนจะเป่าขลุ่ยต่อไป
“ครอกฟี้ๆ”ลีโอกรนขณะที่คิโน๊ะใช้ร่างของลีโอหนุนแทนหมอนตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“ครอก”ซอรัสกรนก่อนจะพลิกตัวเพื่อให้นอนได้สบายขึ้นไปแต่ไวซ์ที่บอกว่าง่วงกลับจุดเทียนอ่านหนังสืออยู่ใกล้ๆแต่ก็เหมือนจะหลับคาหนังสืออยู่แล้ว
“ไม่ไหวก็พักเถอะ”เสียงที่ดูอ่อนโยนดังข้างหลังไวซ์ก่อนจะเอาผ้าห่มมาคลุมให้ร่างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่
“ขอบคุณครับ”ไวซ์พูดก่อนจะหลับคาโต๊ะไปเป็นที่เรียบร้อย

ณ ห้องของวี
“นี่เรายังมีชีวิตอยู่สินะ”อัลวิสพึมพำก่อนจะหันไปมองร่างของน้องชายที่นอนอยู่ข้างๆแล้วยิ้มออกมาอย่างอ่อนโยน
“ขอบใจนะน้องชายของข้า”อัลวิสพูดก่อนจะหยิบกระดาษข้างเตียงขึ้นมาอ่าน
“นี่มันลายมือของท่านเซร่านี่”อัลวิสรีบอ่านอย่างละเอียด
“ถึงอัลวิส “เราอยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่ไม่ใช่ในฐานะองครักษ์แต่ในฐานะของพี่ชายของวิสและต่อจากนี้ไปเราจัดตัดสินโทษเจ้าฐานสบประมาทหน่วยอัลฟ่าและทำร้ายวีให้เจ้าต้องออกจากHunter Killersและดำรงตำแหน่งเป็นรองหัวหน้ากองกำลังหน่วยกิ้งก่านักธนูและอย่างสุดท้ายคือจงเป็นเพื่อนกับวีซะข้าขอให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อวิสและเชียร์ด้วยจากเซร่า”
“ฮึๆท่านเซร่าเปลี่ยนไปเยอะเลยนะงั้นข้าขอไปเที่ยวเมืองตอนกลางคืนหน่อยละกัน”อัลวิสพูดพลางเอาผ้าห่มอีกผืนไปคลุมให้วีที่หลับคาโซฟาไปรีบร้อย
“ขอบใจนายด้วยวี”อัลวิสพูดอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปข้างนอกทันที

“เอาล่ะลองเดินตรวจตราช่วงกลางคืนดีกว่า”อัลวิสพูดก่อนจะเริ่มตรวจดูถนนที่เงียบสงัดในยามค่ำคืนโดยไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
"ใครก็ได้ช่วยทีฮูก”เสียงหนึ่งมาขอความช่วยเหลือจากอัลวิสอย่างรีบร้อน
“มีไรเหรอครับลุง”อัลวิสถามทันทีเพราะท่าทีของนกฮูกที่วิ่งมานั้นต้องมีเรื่องเกิดขึ้นแน่ๆ
“คือว่ามีแมลงยักษ์มันกำลังจะเข้ามากินมูโป้ในฟาร์มลุงน่ะขอร้องล่ะช่วยหน่อยเถอะ”ลุงนกฮูกพูดด้วยน้ำเสียงรีบร้อน
“ว่าไงนะครับ”อัลวิสพูดก่อนจะรีบใช้เวทวาร์ปร่างของเขาและลุงนกฮูกโดยไม่ลังเลทันที

“นั่นมันเวิร์มบั๊กนี่”อัลวิสอุทานทันทีที่เห็นไอ้หนอนยักษ์กำลังจะเข้าไปคาบมูโป้
“หยุดนะ”อัลวิสยิงธนูไปยังเวิร์มบั๊กทันที
ลูกศรปักลงบนเปลือกของเวิร์มบั๊กหันกลับหาผู้ประสงค์ร้ายกับมันทันที
“ลุงไปดูมูโป้ก่อนเดี๋ยวผมลากมันไปเอง”อัลวิสพูดก่อนจะระดมยิงศรใส่ร่างของแมลงร้ายจนมันกรีดร้องแล้วเริ่มไล่ตามผู้ทำร้ายมันด้วยความโกรธ
“เดี๋ยวลุงจะไปเรียกทหารเสือดำมาช่วยนะรอเดี๋ยวนะ”นกฮูกซินฟูรีบเหมือนจะบินไปขอความช่วยเหลือ
“ไม่ต้องหรอกลุงผมน่ะจะเตรียมวันพรุ่งนี้ที่ดีไว้ให้ลุงเองครับ”อัลวิสกระโดดก่อนจะสาดศรใส่ร่างของเวิร์มบั๊กอีกครั้ง
“กี๊ซซซซซซซซ”เวิร์กบั๊กกรีดร้องอย่างเดือดดาลที่มันเข้าใกล้ฟ่ายตรงข้ามไม่ได้เลยแถมยังบาดเจ็บมากขึ้นอีกต่างหาก
“ปิดฉากล่ะนะBug Slain”อัลวิสพูดก่อนจะใช้กรงเล็บขีดอากาศเป็นอาคมสีเขียวรูปสายฟ้าด้วยคำเร็วระดับสายตามองไม่ทันพร้อมกับตีลังกาถอยออกมาในพริบตา
“เปรี้ยงงงงงงงงงงงง”เสียงสายฟ้าสีเขียวที่เกิดจากอาคมผ่าดังสนั่นดูก็รู้ว่านั่นคือสกิลของสเลเยอร์ขั้นสูงนั่นเองร่างของเวิร์มบักไหม้เกรียมจากฟ้าผ่าที่มีผลเป็นพิเศษกับแมลง
“ปลอดภัยแล้วล่ะลุง”อัลวิสพูดพร้อมกับที่พระอาทิตย์ขึ้นพอดีจึงทำให้เห็นหน้าได้ชัดขึ้น
“ผมไปแล้วนะครับลุงซินฟูบาย”อัลวิสพูดก่อนจะกระโดดหายไป
“ขอบคุณนะ”ลุงนกฮูกกล่าวขอบคุณทั้งๆที่มองไม่เห็นร่างของกิ้งก่าหนุ่ม

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sun May 29, 2011 11:42 am, edited 3 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 15
PostPosted: Mon May 23, 2011 1:46 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 15 การเป็นหน่วยอัลฟ่าของอัลวิส
“เอาล่ะผมคืออัลวิสพอดีวีลาหยุดผมเลยมาแทนผมชื่ออัลวิสยินดีที่ได้รู้จักครับ”อัลวิสพูดก่อนจะยื่นเอกสารลาพักของวี
(ที่อัลคาเซียเป็นคนเซ็นรับรอง)
"อ๋อหางที่ท่านอัลคาเซียส่งจดหมายรับรองมานั่นเหรอว่าแต่วีลาทำไมมันไม่มาลาเองนะ"ฟาเอลคิดก่อนจะถามออกไป
"แล้วจะเชื่อได้ไงว่าเป็นลายเซ็นท่านอัลคาเซียของจริงในเอกสารเนี่ย"เพราะเอกสารใบลาของวีมันแปลกเกินไป
"แล้วหางอัลฟ่าเชื่อในเทพอัลคาเซียรึเปล่าล่ะ"อัลวิสพูดก่อนจะมีนกสีขาวตัวหนึ่งบินมาเกาะมือของอัลวิสแล้วก็ปรากฏร่างเสมือนของเทพอัลคาเซียก่อนที่ร่างนั้นจะกล่าวว่า"เชื่อเขาเถอะหมาป่าน้อยสิ้งที่เขาพูดเป็นความจริง"
"ครับ"ฟาเอลทำความเคารพก่อนที่นกสีขาวจะบินจากไปพร้อมกับท่ี่ภาพเสมือนของเทพแสงอัลคาเซียหายไปเช่นกัน
"เชื่อแล้วใช่มั้ย"อัลวิสพูดไปด้วยความขบขัน
“อืมวันนี้มีซ้อมรบจำลองเจ้าจะเข้าร่วมไหม”หมาป่าฟาเอลถามด้วยน้ำเสียงปกติก่อนจะแบ่งเป็นฟ่ายของตนอัลฟ่าซึ่งแพ้มาตลอดกับฟ่ายของวาฬแห่งเบต้า ของบลูเซียสที่มักจะชนะตลอด
“ขอให้ชั้นเป็นผู้บัญชาการฟ่ายพวกนายได้ไหมถ้าแพ้ข้าเลี้ยงข้าวทุกคนเลยเอ้าว่าแต่จับเป็นใช่มั้ย”อัลวิสยื่นข้อเสนอเพราะดวงตาของตนนั้นเป็นตัวเก็บข้อมูลชั้นดี
“อืม งั้นนายพาพวกเราชนะให้ได้และกัน”ฟาเอลรู้สึกว่ากิ้งก่าตัวนี้น่ะมีอะไรที่ดีกว่าวีแต่มันคืออะไร
“อืมขอบใจแล้วบอกด้วยนะว่าช่วยทำตามคำสั่งของผมด้วยล่ะ”อัลวิสพูดก่อนจะหยิบเก้าชายหาดก่อนจะกระโดดขึ้นไปอยู่บนหน้าผาสูง
“เอาล่ะมาเริ่มหมากกระดานนี้กันเลย”อัลวิสพูดหลังพิงตัวเองบนเก้าอี้ชายหาดก่อนจะยิ้มมุมปากแบบเชียร์เวลานึกสนุก

ตัดมาทางวี
“นะ...นี่ข้าพเจ้า”วีที่พึ่งตื่นเหลือบไปมองนาฬิกาที่บอกเวลา 13.13น.
“อ๊านี่ข้าพเจ้าตื่นสายซะแล้วสายขนาดนี้แล้วด้วยโดนฟาเอลเชือดแหง”วีรีบลุกแต่ถูกเสียงหนึ่งขัดขึ้นก่อน
“พี่ไปแทนแล้วล่ะครับวันนี้คุณวีต้องพักก่อนนะครับ”เป็นเสียงของวิสที่กำลังหยิบขนมปังบัตเตอร์โรลที่พึ่งอบเสร็จไม่นานขึ้นมาข้างบนห้องก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งให้
“นี่มันใบลาหยุดข้าพเจ้าจำได้ว่าไม่ได้เขียนนี่หรือว่า”วีพูดขึ้นแล้วนึกออกทันที
“ใช่ครับพี่เป็นคนเขียนมันส่วนท่านอัลคาเซียเป็นคนเซ็นรับรอง”วิสพูด
“แย่แล้ววันนี้มันวันซ้อมรบระหว่างอัลฟ่ากับเบต้านะข้าพเจ้ามาลาวันสำคัญซะได้”วีบ่นในขณะนั้นวิสก็ร้องออกมา
“หา!ว่าไงนะครับซ้อมรบเหรอแย่ละ”วิสกังวลทันที
“มีอะไรเหรอวิสหมอนั่นไม่เก่งเรื่องการรบรึไง”วีถามเมื่อเห็นสีหน้ากังวลของวิส
“ไม่ใช่หรอกครับผมสงสารเหล่าหางหน่วยเบต้าที่จะต้องมาแพ้แน่นอนน่ะสิครับ”วิสพูดก่อนจะหยิบศิลาสีขาวที่อยูในสายคาดเอวขึ้นมา
“ทำไมเหรอแค่พี่ของนายตัวเดียวคงไม่ทำให้สถานการณ์รบเปลี่ยนไปขนาดนั้นหรอก”วีพูดพลางหยิบ
บัตเตอร์โรลมากิน
“พี่น่ะมีฝีมือในการวางแผนและบัญชาการรบมาตั้งแต่เด็กแล้วครับแถมฝีมือยังอยู่ในระดับปิศาจอีกด้วยถพี่ผมน่ะเวลาเล่นหมากรุกพี่น่ะไม่เคยเสียหมากตัวไหนนอกจากเบี้ยเลยนะครับ”วิสพูดขึ้นด้วยสีหน้าตกใจเพราะกลัวพี่จะไปก่อปัญหาขึ้น

“ฉายากุนซือกิ้งก่าจากนรกเชียวล่ะครับ”วิสพูดก่อนจะพึมพำภาษาที่วีฟังไม่รู้เรื่องออกมาก่อนที่ศิลาสีขาวจะส่องแสงแล้วกลายเป็นภาพของวิสที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ชายหาดกำลังยิ้มแบบตอนที่สู้กับวีหันมามองแต่วิสพูดขึ้นว่า
"นี่เป็นผลึกสื่อสารผมใช้ติดต่อกับพี่น่ะครับ"
“อ้าววี วิสตื่นแล้วเหรอ”อัลวิสพูดด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อยก่อนจะหันไปออกคำสั่งกับกองกำลังอัลฟ่า
“ถอยปีกซ้ายตั้งค่ายกลเดือนเสี้ยวฟ่ายนั้นเน้นการตั้งรับการบุกจะอยู่แค่ในระดับปานกลางหาโอกาสโต้กลับถ้าบุกไปจะเข้าทางฟ่ายนั้นให้ถอยร่นมาจนถึงจุดบี ทรีแล้วรอคำสั่ง”

“วีวันนี้ถ้าชนะฟาเอลจะเลี้ยวข้าวทั้งกองกำลังนะรีบมาเถอะนะเพราะอีกไม่นานพวกเราจะชนะแล้ว”อัลวิส บอกวีในมือถือปุ่มกดรูปหมากคิงสีดำ
“กองกำลังเบต้าบุกเข้ามาถึงจุด บี ทูแล้วครับ”กิ้งก่าส่งข่าวขึ้นมารายงานให้กับอัลวิส
“งั้นเหรอเป็นไปตามที่คาดเลยนะเนี่ยงั้นก็”อัลวิสพูดก่อนจะลับตาลงแล้วใช้นิ้วมือกดที่ปุ่มแดงหมากคิงพร้อมพูดว่า
“รุกฆาตล่ะนะ”
“ครืน”เสียงเหมือนแผ่นดินไหวขึ้นก่อนที่พื้นที่การคลื่นทัพของเหล่าหางหน่วยเบต้าจะถล่มลงมาทำให้กว่า ครึ่งของกองทัพนั้นหมดสภาพในทันทีอัลวิสพูดด้วยคำสั่งว่า
“ฟ่ายตรงข้ามเสียรูปกระบวนทัพไปแล้วบุกเข้าไปโจมตีซ้ำจับบลูเซียสได้เราก็ชนะแล้ว”
“เฮ้พวกเราต้องชนะ”เหล่าหางอัลฟ่าตะโกนพร้อมบุกเข้าซ้ำทัพที่เสียหายอยู่แล้วทันที
“ฮ่าๆๆการเน้นการป้องกันมากเกินไปและการลำพองในชัยชนะนี่แหละที่ทำให้พวกแกพ่ายแพ้”อัลวิสหัวเราะออกมาก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายเพราะเขาได้สั่งให้พวกตุ่นขุดดินและวางระเบิดไว้ใต้ดินโดยให้ปุ่มระเบิดอยู่ที่เขา

“สถานการณ์รบเปลี่ยนไปจริงๆเราชนะได้แน่”ฟาเอลคิดก่อนจะบุกเข้าไปพบตัววาฬบลูเซียสในทัพหลังที่กำลังถูกล้อม
“จบแค่นี้แหละนายแพ้แล้วล่ะบลูเซียส”ฟาเอลพูดก่อนจะเอาปลายดาบชี้ไปทางบลูเซียสที่ตอนนี้เข่าอ่อนลงไปด้วยความตกใจ
“ไม่จริงทำไมพวกอัลฟ่าถึงเก่งขึ้นมาได้ล่ะมันเป็นใครกันที่ทำให้เราแพ้หมดรูปขนาดนี้”บลูเซียสคิดในใจด้วยความกลัว
วีที่มองภาพการพ่ายแพ้ของหน่วยเบต้าถึงกับอ้าปากค้าง
“วีเจอกันที่ร้านคุณจามอนแล้วกันเนาะ”อัลวิสพูดก่อนจะหันยิ้มให้แล้วภาพก็หายไป
“บอกแล้วไงครับว่าพี่น่ะเก่งมากๆเลยล่ะครับ”วิสพูดก่อนจะเดินออกไปแล้วยังไม่วายแขวะวีต่อว่า
“พี่น่ะสมองดีกว่าพี่วีมากเลยล่ะครับ”ก่อนจะรีบโกยอ้าวออกไปในทันที
“เดี๋ยวอ๋อยยังมึนอยู่เลย”วีพูดก่อนจะเปลี่ยนชุดเพื่อเตรียมไปงานเลี้ยง

“นายน่ะรู้ได้ไงว่าฟ่ายนั้นเน้นการป้องกันล่ะ”ฟาเอลถามอัลวิสด้วยความสงสัย
“ก็เพราะบุคลากรของฟ่ายตรงข้ามเป็นพวกเคลื่อนไหวค่อนข้างช้า(วาฬกับไบสัน)จึงไม่เหมาะกับการโจมตีเหมาะสำหรับการตั้งรับมากกว่าไง”อัลวิสอธิบายก่อนโบกมือเรียกวีที่เลิ่กลักอยู่หน้าร้าน

“วีนายเป็นอะไรรึเปล่าเดินเซๆชอบกล”ฟาเอลถามอย่างเป็นห่วงเมื่อเห็นเพื่อนของตนเดินเซๆเหมือนจะล้ม
“ข้าพเจ้าเหนื่อยนิดหน่อยน่ะไม่เป็นไรหรอก”วีพูดก่อนจะนั่งโต๊ะซึ่งประกอบด้วยก่าอัลวิสหมาป่าแดงฟาเอลแมวสาวคารีส
“เอาล่ะนายจะสั่งอะไรสั่งมาข้าเลี้ยงเอง”ฟาเอลพูดเพราะเขาแยกจากกลุ่มลูกน้องมาเป็นเหล่าหัวหน้าสองโต๊ะที่เหลือลูกน้องเหมาทั้งร้าน
“เอาไวน์แก้วนึงกับข้าวผัดกุ้งนะ”อัลวิสสั่งทันทีก่อนจะนั่งรอส่วนวีตลึงตาค้าง
“เอามาขวดนึงเลยน้องพี่ขอสปาเก็ตตี้จานนึง”ฟาเอลเพิ่มไวน์เป็นหนึ่งขวดก่อนจะสั่งอาหารของตน
“น้องขอพิซซ่าถาดนึง”คารีสสั่งแบบผลาญเงินแบบสุดๆ
“อ้าววีไม่สั่งเหรอ”ฟาเอลถาม
“ข้าพเจ้าขอข้าวแกงกะหรี่จานนึง”วีสั่งด้วยปากที่ยังค้างอยู่
“ไวน์ที่สั่งได้แล้วค่าเดี๋ยวจะเอาแก้วมารินให้นะค้า”โคอาล่าหยิบขวดไวน์มาวางไว้บนโต๊ะขณะวางแก้วให้อัลวิสเป็นตัวสุดท้ายแต่อัลวิสขัดขึ้นมาซะก่อน
“เทมันลงแก้วนี้แล้วกัน”อัลวิสพูดก่อนในมือจะปรากฏแก้วทรงสูงลักษณะเหมือนแก้วไวน์ของชนชั้นสูงมีลวดลายเหมือนลวดลายบนตัวของเทพเงาแลดูงดงามและลึกลับ
“ค่า”โคอาล่าพูดก่อนจะรินไวน์ในแก้วนั้นพลันไวน์ที่ลงไปในแก้วนั้นเปลี่ยนสีเป็นสีแดงเลือดทันทีที่ลงไปในแก้ว
“วีไม่กินเหรอ”อัลวิสถามขณะจิบไวน์สีแดงเลือดของตน
“เอ่อคือข้าพเจ้าดื่มไวน์ไม่เป็น”วีตอบอายๆขณะที่ทุกคนกำลังดื่มไวน์กันอยู่ส่วนตนนั่งจ้องแก้วของตนอยู่เฉยๆ
“หา!นี่นายดื่มไวน์ไม่เป็นนายเป็นก่ารุ่นพี่แห่งหน่วยอัลฟ่าได้ไงเนี่ย”อัลวิสพูดก่อนจะจิบไวน์อีกครั้ง
“ทำใจเถอะวีก็แบบนี้แหละ”ฟาเอลพูด
“เฮ้อเมื่อไหร่จะโตสักทีนะวีเนี่ย”คารีสพูดอย่างเอือมระอา
“มันไม่เกี่ยวเลยนะแค่ดื่มไวน์ไม่ได้มันไม่เกี่ยวกับการเป็นผู้ใหญ่และการดป็นก่าแห่งหน่วยอัลฟ่าเลยสักนิด”วีเถียงหน้าแดง
“ทำไมจะไม่เกี่ยวถ้ามีงานเลี้ยงกับเมืองอื่นเจ้าอาจจะต้องดื่มถ้าเจ้าดื่มไม่เป็นก็ขายหน้าเมืองเราแย่น่ะสิแถมยังป็นการฟึกการเข้าสังคมแบบผู้ใหญ่ขั้นพื้นฐานด้วย”อัลวิสพูดก่อนเริ่มสวาปามต่อทันที
“เฮ้อ”ฟาเอลถอนหายใจเบาๆก่อนจะหันไปจัดการอาหารของตนเองต่อ

หลังจากกินเสร็จแล้ว
“วีขอโทษนะที่ว่านายตอนนั้นน่ะ”อัลวิสกล่าวขอโทษขณะเดินกลับที่พัก
“ไม่เป็นไรข้าพเจ้าไม่ถือและที่อัลวิสพูดมาก็ถูกจริงๆนั่นแหละ”วีพูดยิ้มๆ
“มาด้วยกันเดี๋ยวนึงสิ”อัลวิสเดินพลางชี้ไปยังเนินใกล้ที่พัก
“อืม”วีรับคำก่อนจะวิ่งตามไป
“นายอาจจะเป็นคนเดียวที่ได้เห็นวี”อัลวิสพูดก่อนจะโค้งหลังลงก่อนที่ข้าหลังจะมีปีกค้างคาวขนาดใหญ่งอกออกมาแล้วกางออก
“เป็นไงกลัวรึเปล่า”อัลวิสหัวเราะก่อนจะมองไปทางวีด้วยสายตาเศร้าเพราะทุกคนที่เคยเห็นก็เรียกเขาว่าปิศาจแล้ววิ่งหนีไปทำให้เขาต้องเหงาเรื่อยมาเขาจึงไม่ให้ใครเห็นปีกเลยแต่เขาก็อยากให้วีรู้แต่อีกใจหนึ่งเขาก็กลัววีจะกลัวเหมือนกัน
“ว้าวปีกนี่บินได้จริงๆเหรอ”วีพูดก่อนจะไปลูบปีกค้างคาวของอัลวิส
“นะ...นี่นายไม่กลัวเหรอ”อัลวิสถามด้วยสีหน้าตกใจ
“อย่าดูถูกข้าพเจ้าสิข้าพเจ้าไม่กลัวอะไรแค่นี้หรอกเอ่อคือว่าๆ”วีพูดด้วยน้ำเสียงอายเล็กน้อย
“อะไรเหรอ”อัลวิสถามด้วยน้ำเสียงเป็นกังวล
“คือว่าช่วยพาข้าพเจ้าบินขึ้นฟ้าหน่อยได้มั้ยเอ่อคือข้าพเจ้าอยากดูเมืองแสงในยามค่ำคืนจากบนฟ้าน่ะ”วีตอบอายๆที่เขามีความฟันเหมือนเด็กๆ
“นึกว่าอะไรขึ้นมาดิ”อัลวิสพูดก่อนจะกางปีกและอุ้มวีขึ้นแล้วบินขึ้นฟ้าไป
“สวยจังเลย”ทั้งสองพูดกันเมื่อเห็นวิวเมืองแสงในตอนกลางคืน
“ว้าวเอ๋”วีที่กำลังชื่นชมความสวยงามอยู่รู้สึกเหมือนมีน้ำอะไรมาโดนที่หัวไหล่
“อัลวิสนี่นายร้องไห้เหรอ”วีถามขึ้นเมื่อหันไปเห็นอัลวิสที่น้ำตาไหลพรากอยู่
“ขอบคุณนะที่นายไม่กลัวข้าวี”อัลวิสสะอื้นแล้วพูดเสียงเบาน้ำตาที่ยังไหลออกมาเรื่อยแถมยังไม่มีท่าทีจะหยุดอีกต่างหาก
“ว่าข้าพเจ้าไม่ยอมโตนายก็เหมือนกันเลิกร้องไห้ได้แล้วโตขนาดนี้แล้วนะอัลวิส”วีแขวะก่อนจะหันไปเช็ดน้ำตาให้อัลวิส
"งั้นข้าจะเล่าบางอย่างให้เจ้าฟังวีถึงที่มาของปีกนี่และก็เรื่องชาติกำเนิดของข้า"อัลวิสพูดก่อนจะกระซิบบางอย่างให้วีฟังทำให้วีถึงกับตกใจก่อนจะพูดกับอัลวิสว่า"สิ่งนั้นมันไม่สำคัญหรอกสิ่งสำคัญคือมิตรภาพที่นายมอบให้ข้าพเจ้านั้นเป็นของจริงเพราะงั้นไม่ว่านายจะเป็นอะไรนายก็ยังเป็นเพื่อนของข้าพเจ้าอยู่นะ"พูดจบก็หันมายิ้มให้อัลวิส
“อืมขอบใจนะวีที่ยังเห็นข้าเป็นเพื่อนอยู่”อัลวิสพูดทั้งน้ำตาก่อนจะบินลงไปที่ๆพักแล้วไปนอนกันโดยวิสหลับไปนานแล้ว

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Thu Jun 02, 2011 9:12 pm, edited 4 times in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 16
PostPosted: Mon May 23, 2011 7:07 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ช่วงนี้ว่างเลยอัพฟิคได้เยอะก็เลยลงมาให้ได้อ่านกันเร็ว
ตอนที่ 16 หา!จะให้เป็นนายแบบหนังสือแฟชั่นเหรอ
“เอ่อที่เรียกข้ากับเซียร์มามีอะไรเหรอครับ”เชียร์ถามหลังจากที่ถูกเทพแห่งแสงเรียกมาอย่างกะทันหันตอนเช้า
“คือว่าเรามีเรื่องอยากขอร้องพวกท่านน่ะไม่ทราบว่าจะได้รึไม่”อัลคาเซียพูดด้วยใบหน้าเป็นกังวล
“ว่ามาได้เลยขอรับ”เชียร์พูดก่อนจะย่อตัวในท่าทำความเคารพ
“คือว่า”อัลคาเซียเหมือนจะพูดบางอย่างให้เชียร์ได้ยินแค่เชียร์และเซียร์

ตอนประมาณเที่ยงของวัน
“เชียร์ไปไหนมา”ลีโอเห็นเชียร์ออกไปตั้งแต่เช้าแต่พึ่งกลับมาจึงถามด้วยความเป็นห่วง
“เดี๋ยวเล่าให้ฟังไปรอที่โต๊ะเออไปเรียกทุกตัวมาด้วย”เชียร์พูดก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
หลังจากทุกตัวอยู่ที่โต๊ะได้เรียบร้อยแล้วเชียร์บอกสิ่งที่เทพแสงได้ขอร้องมา
“หา!ให้พวกเราไปถ่ายแบบหนังสือแฟชั่นเนี่ยนะ”ลีโฮร้องออกมาอย่างตกใจ
“อืมบอกว่าใหพวกนายลองคิดดูก่อนนี่คือต้นฉบับที่ชั้นไปถ่ายกับเซียร์เมื่อตอนเช้านี้”เชียร์พูดพลางยื่นหนังสือเล่มหนึ่งที่หน้าปกเป็นรูปเชียร์ในชุดสูทสีดำราวกับรัตติการคู่กับซียร์ในชุดสูทสีขางน่ารักราวกับเทวดาตัวน้อยมีตัวหนังสือสีดำและสีขาวเขียนว่า Angle and Demon
“นี่นายไปถ่ายทั้งเช้าเลยเหรอเนี่ย”ลีโอบ่นขณะที่ซอรัสยิ่งดูหนังสือปากก็ยิ่งอ้าค้างมากขึ้น
“อืม”เชียร์ตอบรับเสียงเรียบก่อนจะหยิบนมขวดหนึ่งมากกรอกเข้าปากแบบทีเดียวหมดขวด
“เซียร์นี่แต่งตัวแล้วน่ารักว่ามั้ย”ซอรัสมองหน้าแถวหลังเป็นรูปต่างๆของเซียร์มีภาพหนึ่งที่เขากำลังกอดตุ๊กตาหมีในห้องถ่ายทำในชุดนอนสีเหลืองอ่อนทำให้คนมองอดยิ้มไปด้วยไม่ได้
ต่างจากของเชียร์ที่ดูอันตรายลึกลับและน่ากลัวแต่ก็มีเสน่ห์ไปอีกแบบหนึ่งแลดูเท่ห์แบบสุดๆ
“อืม”เชียร์ตอบขณะหันไปมองลีโอที่ทำหน้าครุ่นคิด
“อืมไปก็ได้ซอรัส,ไวซ์,คิโน๊ะพวกนายจะไปไหม”ลีโอถามหลังจากดื่มนมขวดที่สามหมดไป
“ไปอยู่แล้วเฟ้ย/ครับ/คร้าบบบบบ”ทั้งสามตัวตอบพร้อมกันก่อนทุกตัวจะไปที่ถ่ายแบบในวังแห่งแสงที่ถูกเนรมิตชั่วคราวให้เป็นห้องถ่ายทำ

“อ้าวหมาป่าน้อยกลับมาแล้วเหรอ”อัลคาเซียถามเสียงใสในห้องถ่ายทำที่ตอนนี้เป็นฉากบ้านของชนชั้นสูงแล้ววิสอยู่ในชุดพ่อบ้านกำลังยิ้มให้กล้องอย่างเป็นธรรมชาติอยู่ส่วนวีนั่งอยู่กับเงาร่างๆหนึ่งที่เก้าอี้ใกล้ๆกล้อง
“พี่วี”ลีโอคุงตะโกนเรียกวีซึ่งวีหันมาในทันทีก่อนจะลากร่างที่นั่งข้างๆไปด้วยพอหน้าของเงาร่างทั้งสองร่างปรากฏแก่สายตาของพวกเชียร์ทำเอาตกตะลึงกันไปทีเดียว
“วิสมีสองคนแถมยังต่างวัยกันอีกด้วย”ซอรัสร้องออกมาด้วยความตกใจ
“เอ่อขอโทษนะครับเดี๋ยวผมจะเป็นผู้อธิบายเองครับ”วิสพูดก่อนจะเดินออกมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นในวันงานสานสัมพันธ์เทพทั้ง 6

“อ๋อสรุปว่านี่คือพี่ของนายอัลวิสใช่มะ”ซอรัสถามเพื่อปรับความเข้าใจหลังจากฟังเรื่องทั้งหมด
“อืม”วิสตอบยิ้มๆ
“วีอยู่รึเปล่ามีเรื่องอยากจะถามหน่อย”เสียงของหมาป่าฟาเอลดังขึ้นก่อนจะทำความเคารพเทพแสงแล้ววิ่งเข้ามาหาวี
“อ้าววิสมาด้วยแหรอเนี่ย”ฟาเอลทักทายแทนที่จะตกใจที่เห็นเขาทั้งสองแล้วหันมาถามวีต่อทันที
“ตอนกลางคืนเมื่อวานนายไปไหนมาอัลวิสด้วย”ฟาเอลถามไปตรงๆเพราะเมื่อวานเขากลับไปขอโทษวีแต่พบกับวิสที่กำลังทำน้ำผลไม้ในห้องตอนแรกเขาตกใจมากถ้าวิสไม่อธิบายให้ฟังแล้วเขาบอกว่า “พี่วีกับพี่อัลวิสยังไม่กลับเลยครับก็เลยรอเพื่อพวกเขาจะกลับมา”
“...”ทั้งสองกลับมองหน้ากันแบบพูดไม่ออกและเหมือนจะปิดบังเอาไว้
“แหมๆไม่พูดนี่หมายความว่าไงเหรอครับไอ้พวกกิ้งก่าสองตัว”ฟาเอลแสยะยิ้มก่อนจะเดินเข้ามาตบบ่าวีแล้วทำหน้าเข้าใจ
“แล้วใครเป็นเคะล่ะหืมวีหรืออัลวิส”ฟาเอลแขวะก่อนจะรีบจ้ำอ้าวทันทีที่เห็นวีตัวสั่นด้วยความโกรธส่วน อัลวิสดึงผ้าปิดตาที่ตาซ้ายออกพร้อมแผ่รังสีสังหารออกมาพร้อมคำถามว่า
“เจ้าเห็นข้าเป็นก่ายังไงกันแน่ฟาเอลตอบมานะ”อัลวิสเริ่มมีใบหน้าขึ้นสีก่ำด้วยความโกรธปนอาย
“เดี๋ยวอัลวิสใจเย็นๆเฮ้ยวีอย่านะนั่นถึงตายเลยนะนั่น”ฟาเอลแทบจะขยับไม่ได้เพราะจิตสังหารก่อนจะหันไปบอกวีที่กำลังง้างศรทั้งสิบดอกบนคันธนูเตรียมยิง
ส่วนเชียร์มองภาพทั้งหมดด้วยความสนุกสนาน
“ข้า/ข้าพเจ้าไม่ได้เป็นอย่างที่นายคิดนะโว้ยยยยยยยย”ทั้งสองโจมตีพร้อมกันทันที
“Thunder Fire shoot”ทั้งสองประกาศท่าประสานพร้อมกับศรอัสนีบาตสีเหลืองทั้งสิบดอกก่อนมันจะพุ่งจัดการหมาป่าปากเสียทันที
“อ้ากกกก”เสียงหมาป่าฟาเอลถูกย่างสดจนแทบจะเกรียมก่อนจะถูกรักษาโดยเทพแสงเพราะถ้ามีหางตายคงไม่ดีแน่
“เอ่าละพวกเธอช่วยลองถ่ายแบบก่อนนะเราจะให้อัลวิสช่วยคิดแนวที่เหมาะให้กับแต่ละตัวให้นะ”เทพแสงพูดก่อนจะไปที่กล้องและร่ายเวทจัดฉากให้กับแต่ละตัวดังนี้

1.ลีโอกับเชียร์ในฉากการรับตำแหน่งอัศวินแบบยุโรปในชุดรับตำแหน่งสุดอลังการกับชุดเจ้าชายสุดเลิศ
2.อัลวิสกับวีในภาพ Alpha Light and shadowอัลวิสในเครื่องแบบหน่วยอัลฟ่าสีดำส่วนวีในชุดเครื่องแบบสีขาวฉากเป็นสองด้านคือด้านที่เป็นซากเมืองกับด้านที่เป็นเมืองที่สวยงาม
3.ซอรัสกับคิโน๊ะในฉากลานฝึกธนูโดยที่คิโน๊ะอยู่ในชุดนักยิงธนูเริ่มต้นส่วนซอรัสแต่งชุดเป็นอาจารย์สอนยิงธนู
แล้วก็ถ่ายอีกหลายภาพจนไม่สามารถอธิบายได้ครบ
“ขอขอบคุณพวกท่านจริงเดี๋ยวเราจะเอาไปวางขายแล้วรอกระแสตอบรับนะขอบคุณจริง”เทพแสงอัลคาเซียกล่าวขอบคุณก่อนที่เชียร์จะขอคุยกับเทพแสงเป็นการส่วนตัวคนอื่นถูกให้ออกมาก่อน
“เชียร์ให้ตายสินายเนี่ยช้าจังเลย”ซอรัสบ่นเมื่อเพื่อนของตนนั้นปล่อยให้รอตั้งเกือบชั่วโมง
“ขอโทษงั้นกลับบ้านลีโอเลยเดี๋ยวข้าจะทำข้าวเย็นให้กิน”เชียร์กล่าวขอโทษก่อนจะวิ่งตามซอรัสที่เดินออกจากเมืองแสงไป

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Sun May 29, 2011 11:46 am, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 17
PostPosted: Wed May 25, 2011 6:41 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
อ้ากทู้ข้านั้นถูกสาปไม่ให้มีใครโพสแน่ๆT^T
ตอนนี้เป็นตอนชวนจิ้นเล็กๆของอัลวิส555+(โดนอัลวิสลากออกไปฆ่า)

ตอนที่ 17ถ่ายแบบภาค 2กับคถาลดอายุมหาภัย
“นี่นายขอเตาอบมาเหรอเนี่ย”ซอรัสพูดหลังมองเนื้อหมูอบน้ำผึ้งจานใหญ่ที่เชียร์ยกมาพร้อมกับน้ำผลไม้แบบหวานเพื่อสุขภาพ
“อืมบ้านเจ้าลีโอมันไม่ค่อยมีอะไรก็เลยขอมาเพิ่มน่ะ”เชียร์พูดก่อนเข้าไปในครัวแล้วหยิบผลไม้พร้อมผัดผักมาให้ไวซ์
“ขอบคุณครับพี่เชียร์”ไวซ์กล่าวขอบคุณเชียร์
“ไม่เป็นไรงั้นพี่ไปรับจดหมายจากท่านอัลคาเซียก่อนนะ”เชียร์พูดก่อนจะออกไปรับจดหมายจากนกสีขาวสัญลักษณ์แห่งเทพแสงพอเชียร์เปิดอ่านกลับต้องตกตะลึง
“หา!ขายหมดภายในเวลา 5 นาที”ลีโอร้องเสียงหลงหลังจากอ่านจดหมายที่ท่านเทพอัลคาเซียส่งมา
“อืมแล้วท่านเทพขอให้ไปถ่ายแบบใหม่เดี๋ยวจะมีพวกผู้หญิงมาถ่ายด้วย”เชียร์พูดต่อแล้วก็หันไปอ่านปล.ตรงจดหมาย
“เราอยากพบพวกท่านตอน 6.30ของวันพรุ่งนี้นะเอากระรอกน้อยไปด้วยล่ะ”ลงชื่อ อัลคาเซีย
“เอาล่ะรีบกินแล้วนอนซะพรุ่งนี้ต้องตื่นกันแต่เช้า”เชียร์พูดก่อนจะหยิบขนมปังมายัดลงท้องอย่างลวกๆแล้วเดินขึ้นไปนอน

ทางด้านอัลวิส
“เอ้านี่ครับอาหารเย็นของวันนี้ครับ”วิสพูดก่อนหยิบอาหารซึ่งเป็นข้าวกับปลาหมึกทอดวางลงบนโต๊ะในห้องของวีที่ตอนนี้เทพแสงมีคำสั่งให้อัลวิสพักอาศัยอยู่ที่ห้องของวีชั่วคราวจนกว่าจะหาที่พักถาวรได้
“ตั้งแต่วิสมาเนี่ยมิมิก็ชมว่าทำอาหารอร่อยจนเธออยากให้มาช่วยงานที่โรงแรมเลยนะ” วีชมเพราะวิสชอบเอาขนมหรืออาหารไปให้มิมิชิมก่อนจะยืมใช้ครัวทำอาหารให้กินเป็นประจำ
“ก็เป็นงานที่ผมถนัดไม่กี่อย่างน่ะครับ”วิสตอบเขินๆก่อนจะนั่งลงพลางมองผู้เป็นพี่กินอาหารอย่างรักษาท่าทางการกินได้ด้วยความเร็วที่น่าตกตะลึง
“ไม่ใช่แค่ ไม่กี่อย่างล่ะมั้ง”วีพูดก่อนจะมองห้องของเขาอย่างละเอียดอีกครั้ง
1.พื้นที่ถูกขัดด้วยน้ำยาจนขึ้นเงาไร้ซึ่งฝุ่น
2.กระจกหน้าต่างที่ถูกเช็ดจนใสแจ๋ว
3.เตียงที่ถูกเพิ่มขึ้นมาหนึ่งเตียง
4.ผ้าม่านที่ส่งกลิ่นหอมเหมือนพึ่งเอาไปซักได้ไม่นาน
“ผมทำเป็นประจำจนชินแล้วล่ะครับเพราะพี่ไม่อยู่บ้านผมเลยต้องทำเป็นประจำน่ะครับ”วิสตอบยิ้มๆ
ส่วนอัลวิสซึ่งเปลี่ยนชุดเป็นชุดนอนสีเหลืองอ่อนกำลังมองไปที่เตียงทั้งสองสลับกับวิสไปมา
“งั้นวิสนอนกับพี่และกันเอาล่ะนอนได้แล้วเดี๋ยวพรุ่งนี้ต้องไปถ่ายแบบแต่เช้า”อัลวิสพูดใบหน้าขึ้นสีเล็กน้อยก่อนจะรีบล้มตัวลงนอนทันทีเพื่อไม่ให้ใครเห็นใบหน้าที่ขึ้นสีของตน
“ครับ”วิสรับคำยิ้มๆนานแค่ไหนแล้วนะที่เขาไม่ได้นอนกับพี่ของเขา
“งั้นข้าพเจ้าไปนอนก่อนนะ”วีพูดกก่อนจะล้มตัวลงบนที่นอนทันที

เช้าวันรุ่งขึ้น
“อือๆ”อัลวิสที่กำลังพึ่งตื่นกำลังจะลุกจากเตียงแต่ทำไมรู้สึกเหมือนมีอะไรมาทับหน้าอกชอบกลก่อนจะหันไปมองเห็นกรงเล็บสีขาวซึ่งเขาแน่ใจว่าไม่ใช่ของเขาแน่ๆก่อนจะหันไปดูแต่ต้องพบกับ
ใบหน้าของผู้เป็นน้องชายที่กำลังหลับอย่างเป็นสุขโดยใช้หน้าอกของเขาหนุนแทนหมอนเล่นเอาเขาทั้งตกใจและหน้าขึ้นสีอย่างฉับพลันแถมเสื้อของเขานั้นหลุดลุ่ยเผยให้เห็นแผงอกกว้างซึ่งตอนนี้เป็นหมอนของน้องชายของตนอยู่
“จะทำยังไงดีจะปลุกก็ไม่ได้แต่จะให้ใครมาเห็นในสภาพนี้ก็ไม่ได้แล้วทำไมข้าต้องหน้าแดงด้วยนะ”
อัลวิสรีบครุ่นคิดหาทางออกของตนเองอย่างบ้าคลั่งเพราะความรู้สึกผิดที่มีต่อน้องในอดีตจึงไม่กล้าทำอะไรให้วิสตกใจเลยเพราะกลัววิสจะทิ้งเขาไป
“เฮ้ย!พวกนายตื่นกันได้แล้ว.......”ฟาเอลที่คิดจะมาปลุกแต่พอเห็นฉากนี้เข้าถึงกับอ้าปากค้างแล้วแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย
“พี่น้องมีความสัมพันธ์แบบนี้เองสินะอุโฮ๊ะๆ”หมาป่าฟาเอลเริ่มแซวกิ้งก่าดำตรงหน้ายิ่งหน้าแดงขึ้นไปใหญ่
“แหมๆหน้าแดงซะด้วยหรือจะเป็นความจริง”ฟาเอลซึ่งกำลังสนุกที่อัลวิสทำอะไรไม่ถูก
“มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ”อัลวิสรีบแก้ตัวทันทีก่อนที่ฟาเอลจะพาเรื่องไปไกลด้วยใบหน้าที่ขึ้นสีจัด
“แหมๆร้อนตัวเหรอจ๊ะ”ฟาเอลดัดเสียงหวานกวนประสาทและแซวอัลวิสที่ตอนนี้ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยเพราะถูกน้องชายของตนทับอยู่
“เช้าแล้วเหรอเนี่ย”วีที่พึ่งตื่นกำลังหันมาทางอัลวิสพอดี
“ซวยเช็ด”อัลวิสสบถในใจกับความซวยของตนในครั้งนี้ก่อนจะรีบสลับร่างของตนกับหมอนแล้วคว้าชุดเครื่องแบบแล้วกระโดดลงทางหน้าต่างไปในทันทีด้วยใบหน้าที่เปลี่ยนจากสีดำเป็นสีแดงแบบสมบูรณ์ไปแล้ว
“มีอะไรเหรอฟาเอลมาเข้าห้องข้าพเจ้าทำไม”วีที่ตื่นขึ้นมามองเห็นอะไรพุ่งหายไปทางหน้าต่างก่อนจะเห็นฟาเอลที่สลบเพราะถูกอะไรบางอย่างชนกระเด็นชนตู้เสื้อผ้าสลบคาที่
“หกโมงแล้วเหรอเนี่ยรีบไปที่วังท่านอัลคาเซียดีกว่า”วีเตะร่างของฟาเอลออกนอกห้องแล้วเปลี่ยนเป็นชุดประจำการแล้วปลุกวิสที่กำลงัหลับขึ้นมาแล้วบอกให้แต่งตัวเตรียมพร้อมเดี๋ยวตนจะไปรอด้านนอก
“อ้าวอัลวิสออกมาก่อนข้าพเจ้าอีกเหรอ”วีซึ่งทักอัลวิสที่ยืนรออยู่ที่ลานน้ำพุกลางเมืองด้วยใบหน้าขึ้นสีจัด
“อือแล้ววิสมารึยัง”อัลวิสตอบเสียงห้วนๆด้วยใบหน้าที่แดงอยู่
“เอ่ออัลวิสเห็นเงาดำๆพุ่งออกจากหน้าต่างห้องข้าพเจ้ารึเปล่า”วีไม่ได้ตอบคำถามของอัลวิสแต่คำถามซึ่งเขถามนั้นไปสะกิดความจำเรื่องน่าอายของอัลวิสตอนเช้า
“ไม่เห็นข้าไม่เห็นอะไรทั้งนั้น”อัลวิสตอบก่อนจะหันไปมองพวกเชียร์ที่เดินมาก่อนที่วิสจะเดินตามมาก่อนที่ทุกตัวจะขึ้นไปหาเทพแสงที่วัง

วังของเทพแสงห้องถ่ายทำ
“ขอบคุณจริงๆที่มานะเหล่าหางแห่งชาโดว์ไนท์ อัลฟ่า”อัลคาเซียพูดก่อนจะหันมามองเหล่าหางที่กำลังทำความเคารพตน
“เอาล่ะเริ่มถ่ายรูปกันเลยและกัน”อัลคาเซียพูดพลางหันไปมองไวซ์ที่กำลังทดลองหลอดบรรจุน้ำยาสีชมพูอยู่ก่อนจะระเบิดออกมาเป็นศรเวทสีชมพูสองดอกพุ่งระเบิดใส่อัลวิสเชียร์ลีโอและวีในทันที
“นี่นายทำบ้าอะไรของนายน่ะไวซ์”เชียร์ด่าแต่เสียงนั้นกลับแหลมเล็กเหมือนเสียงของเด็ก
“ทำไมชุดของข้าพเจ้ามันใหญ่ขึ้นล่ะ”วีพูด้วยเสียงเล็กๆ
พอควันจางลงสิ่งที่ทุกตัวเห็นคือ
ร่างของหมาป่าขนแดงเลือดอายุประมาณ 5ขวบหนึ่งตัวกับร่างของกิ้งก่าสีแดงอายุ 5 ขวบ
และร่างของกิ้งก่าสีดำและเหลืองอายุประมาณ 10 ขวบ
“นี่เชียร์/เรา/ข้าพเจ้า/ข้ากลายเป็นเด็กเหรอเนี่ย”ทั้งสี่ตัวร้องขึ้นเมื่อมองร่างกายของตนเองที่เด็กลง 10 ปี
“ไวซ์ข้าจะฆ่าแก”อัลวิสพูดก่อนจะน้าวธนูใส่ไวซ์ทันทีแต่ก็ยังน่ารักในสายตาของหางปกติอยู่ดี
“เอาเป็นว่าเปลี่ยนชุดแล้วให้ไวซ์อธิบายก่อนดีมั้ยว่ามันเกิดอไรขึ้นน่ะ”ซอรัสรีบเข้าห้ามทัพทันทีก่อนที่ก่าดำหน้าเคะจะยิงศรปลิดชีพใช่ใส่กระรอกตรงหน้าทันพอดี

“หา!ยาลดอายุเหรอ”เสียงของผู้เสียหายทั้งสี่ตัวที่เปลี่ยนชุดกันเรียบร้อยแล้วร้องขึ้นด้วยความตกใจ
“ครับผมลองใช้เวทผสมยาลดอายุลง 10 ปีน่ะครับมันมีฤทธิ์อยู่ประมาณ 2 วันน่ะครับเพราะทางคุณเจ้าของร้านเครื่องประดับเขาอยากได้ก็เลยลองผสมดูไม่คิดว่ามันจะเป็นแบบนี้ขอโทษจริงๆครับ”ไวซ์ตอบด้วยใบหน้าสำนึกผิด
“หมายความว่าข้า/ข้าพเจ้า/เรา/เชียร์ต้องเป็นไปตลอดสองวันเลยเหรอ”ทั้งสี่ตัวโวยทันทีแต่ก็มีเสียงแทรกเข้ามา
“ว้ายเด็กที่ไหนเนี่ยน่ารักจัง”เสียงที่ทั้งเชียร์ลีโอคุ้นเคยดังขึ้นมาทั้งสองนั้นสบถในใจกับความซวยของตัวเองแต่ก่อนที่ทั้งสองจะคิดอะไรมากกว่านั้นก็ถูกอุ้มขึ้นมา
“หมาป่าน้อยน่ารักตัวนี้เป็นใครเหรอคะ”รีสถามพลางอุ้มเชียร์ในร่างเด็กซึ่งตอนนี้หน้าแดงสุดเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่คนอื่นอุ้มเขาในตอนเด็กแถมนี่ยังเป็นรีสอีกต่างหาก
“เอ่อคือว่า”ซอรัสอึกอักเพราะเชียร์ส่งสายตาอ้อนวอนมาทางนี้ว่า”อย่าบอกกว่าเป็นเชียร์นะ”
“กิ้งก่าตัวนี้ด้วยน่ารักเหมือนตุ๊กตาเลยตัวนิ่มจังหนูชื่ออะไรเหรอ”ซาฟี่ถามลีโอซึ่งตอนนี้อยู่ในร่างเด็กในอ้อมกอดของซาฟี่ซึ่งลีโอสติกำลังจะหลุดลอยไปแล้ว
“เอ่อคือว่า”ซอรัสอึกอักภาคสองเพราะก็บอกไม่ได้เช่นกันพอหันหาวีกับอัลวิสแต่ทั้งคู่เผ่นหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่ทราบ
“นะ...หนีไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน”ซอรัสคิดในใจ
“งั้นหนูขอพาออกไปเที่ยวได้มั้ยคะท่านอัลคาเซีย”ทั้งสองพูดพร้อมกันก่อนจะหันไปมองเทพอัลคาเซีย
“เอ่อคือ”อัลคาเซียพบกับสองสายตาของสองร่างที่ถูกอุ้มที่แถมมาด้วยแปลความได้ว่า”ผมขอร้องอย่างอนุญาตเลยนะครับ”
“ขอร้องนะคะพวกหนูขอพาไปเที่ยววันเดียวเองไม่บุบสลายหรอกค่ะ”ซาฟี่ขอต่อพร้อมยิ้มและคลอเคลียลีโอที่อยู่ในอ้อมแขน
สายตาจากทั้งสองตัวที่ถูกลดอายุส่งมาหาเทพแสงอีกครั้งแปลได้ว่า”ช่วยผมด้วยคร้าบบบบบบบ”
“งั้นเราให้ยืมตัวไปหนึ่งวันแล้วกัน”อัลคาเซียรีบตัดบทก่อนจะทนรังสีโชตะค่อนของแม่สาวน้อยทั้งสองตัวไม่ไหว
“ขอบคุณค่ะ”สาวน้อยทั้งสองคว้าร่างของเด็กน้อยทั้งสองก่อนจะวิ่งออกไป
“เอาล่ะถ่ายแบบกันต่อดีกว่า”เทพอัลคาเซียตัดบทซึ่งทุกตัวในที่นี้ไว้อาลัยแด่เชียร์และลีโอ 30 วินาทีแล้วก็ไปถ่ายทำต่อแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้น

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Last edited by moruru on Thu Jun 02, 2011 8:57 pm, edited 1 time in total.

Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 18.1
PostPosted: Fri May 27, 2011 5:48 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 18.1 วันพักผ่อนของอัลวิส (1)
“เฮ้อรอดไปที”อัลวิสพูดหลังแยกออกมาจากวีที่หนีไปอยู่ที่ห้องแล้วมาเดินเที่ยวในเมือง
“ไปเที่ยวสักวันแล้วกันป่าข้างๆเมืองแล้วกันไม่ได้ไปนานแค่ไหนแล้วนะ”อัลวิสพูดก่อนจะรีบวิ่งออกไป

“เปลี่ยนไปเยอะเหมือนกันนะ”เนี่ยอัลวิสพูดขณะมองป่าแห่งความทรงจำที่ตนมีในเมืองแสงเพียงแห่งเดียว
“เฮ้อวีก็อยู่ที่ห้องงั้นข้าขอเป็นเด็กสักวันสองวันแล้วกัน”อัลวิสพูดกับตนเองก่อนจะมองเห็นกิ้งก่าสีดำอมม่วงอายุเท่าๆกับตนในตอนนี้กำลังยืนเลิ่กลักอยู่แถวลำธารใกล้ตน
“ทำอะไรอยู่เหรอ”อัลวิสวิ่งเข้าไปถามเหมือนที่ก่าทั่วไปด้วยวิธีทำความรู้จักคนอื่นที่วิสสอน
“คะ...คือว่าเราทำธนูตกมันเกี่ยวอยู่ตรงนั้นน่ะ”ร่างนั้นพูดเสียงตะกุกตะกักก่อนจะชี้ไปที่ธนูสีดำอมม่วงติดอยู่กับกิ่งไม้ที่ยื่นออกไปในลำธาร
“งั้นเราจะเก็บให้ไหม”อัลวิสถามก่อนจะน้าวธนูที่ผูกด้วยเถาวัลย์
“จริงเหรอจะช่วยเราจริงๆเหรอขอบใจนะ”ร่างนั้นกล่าวขอบคุณทันที
“ไม่เป็นไร”อัลวิสพูดก่อนจะยิงธนูไปซึ่งเถอวัลย์ไปพันกันธนูเอาไว้แล้วก็ค่อยๆดึงขึ้นมาพร้อมส่งคืนให้กิ้งก่าตรงหน้า
“นายชื่ออะไรเหรอเราชื่ออัลวิส”อัลวิสแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มที่น่าจะหาได้ยากจากก่าที่ชินชากับการฆ่าแล้วแบบอัลวิส
“ระ...เราชื่อเนบิวลา”เสียงนั้นตอบด้วยท่าทางเหมือนก่าที่ไม่มีความมั่นใจในตนเอง
“ยินดีที่ได้รู้จักนะเนบิวลา”อัลวิสพูดแล้วยื่นมือออกมา
“ขอบคุณนะที่เป็นเพื่อนกับก่าที่มีสีตัวประหลาดอย่างเรานะ”เนบิวลาพูดด้วยความดีใจก่อนจะยื่นมือไปจับมือของอัลวิสแล้วกุมเอาไว้ในมือราวกับไม่อยากให้หลุดมือไปพร้อมกับน้ำตาที่ไหลพรากเต็มใบหน้า
“โอ๋ๆไม่ร้องๆว่าแต่นายน่ะอาศัยอยู่ในป่าเหรอ”อัลิวสปลอบเนบิวลาก่อนจะถามเพราะป่าแถวนี้ไม่ค่อยมีหางอยู่สักเท่าไหร่เพราะความวังเวงดูน่ากลัวของป่าแถวนี้
“อืมกิ้งก่าประหลาดอย่างเราก็ต้องอยู่บ้านตัวเดียวน่ะพ่อแม่ยังไม่เลี้ยงเลยน่ะ”เนบิวลาพูดด้วยน้ำเสียงเศร้าๆและไม่มีความมั่นใจในการเผชิญความจริงของตน
“งั้นเราขอไปเที่ยวบ้านนายได้มั้ย”อัลวิสถามพร้อมรอยยิ้มสุดแสนอ่อนโยนแบบตอนที่ยิ้มให้วิส
“ได้สิงั้นตามมาสิ”เนบิวลาตอบอย่างร่าเริงก่อนจะจูงมือของอัลวิสเดินมายังต้นไม้ใหญ่กลางป่าซึ่งมีบ้างหลังไม่ใหญ่ไม่เล็กตั้งอยู่ใกล้น้ำตกในป่า

“นี่บ้านนายเหรอสวยจังเลยสร้างเองเหรอ”อัลวิสถาม
“ไม่หรอกลุงทรีสร้างให้น่ะ”เนบิวลาพูดก่อนที่จะมีเสียงเดินดังสนั่นเหมือนบางสิ่งที่มีขนาดใหญ่มากๆ
“อ้าวเพื่อนของเจ้าหนูเนบิวลาเหรอตามสบายๆ”เสียงของต้นไม้เดินได้ขนาดยักษ์สีเขียวอ่อนมีใบหน้าเหมือนชายแก่พูดด้วยเสียงที่อ่อนโยนเหมือนพูดกับตาพูดกับหลานๆ
“ลุงทรี”เนบิวลาเรียกก่อนจะเดินไปซบขา(ราก)ของทรี
“ลุงทรีน่ะเลี้ยงชั้นมาตั้งแต่เด็กแล้วล่ะพอเราอายุหกขวบเราก็อยากอยู่ด้วยตนเองก็เลยขอให้ลุงสร้างบ้านให้อยู่น่ะ”เนบิวลาพูดแล้วต้นไม้ยักษ์ก็เดินออกไป
“งั้นนายก็อยู่คนเดียวมาตลอด 4 ปีเลยนะสิ”อัลวิสพูดก่อนจะมองไปยังเนบิวลาที่ยืนยิ้มอยู่
“อือสำหรับเรามันควรเป็นชะตากรรมของก่าอย่างผมแล้วล่ะ”เนบิวลาพูดก่อนจะเดินไปเปิดประตูบ้าน
“นี่นาย...”อัลวิสพูดยังไม่ทันจบก็หันไปมองท้องฟ้าซึ่งตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีส้มมีความหมายว่าตอนนี้เย็นแล้ว
“ยะ....เย็นแล้วนายนอนที่นี่ก่อนแล้วกัน”กิ้งก่าน้อยพูดตะกุกตะกักเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ชวนเพื่อนตัวอื่นแล้วนี่ก็เป็นเพื่อนตัวแรกยิ่งเขินเข้าไปใหญ่
“อะ....อืม”อัลวิสเองก็ตะกุกตะกักไม่แพ้กันเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่มีตัวอื่นชวนมานอนที่บ้านโดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าถูกมองโดยร่างๆหนึ่งที่อยู่บนต้นไม้อีกฟากของลำธาร

“เปลี่ยนไปเยอะเลยนะหัวหน้าองครักษ์อัลวิส”ร่างนั้นมีผมสีดำดวงตาสีขาวมีปีกสีดำสวมชุดนายพลนั่งอยู่บนต้นไม้
“อยู่นี่เองวิหกตกสวรรค์อีคารอส”เสียงหนึ่งกล่าวเรียกร่างที่ซ่อนอยู่
“อย่าเรียกข้าด้วยชื่อนั้นอีกดาร์คเทลผู้สร้างแห่งความมืด”อีคารอสหันไปพูดกับร่างในความมืดอีกครั้ง
“แหมๆยังเย็นชาเป็นน้ำแข็งค้างปีเหมือนเดิมเลยนะ”นั้นเดินออกมาเป็นกระรอกสีดำดวงตาสีแดงนั้นเต็มไปด้วยความขบขัน
“ว่าแต่เจ้าเถอะไม่ไปหาแฝดของเจ้าหน่อยล่ะไอ้กระรอกผี”อีคารอสด่าหน้าตาย
“ข้าแค่มาดูการพบกันของกุญแจที่เปลี่ยนแปลงชะตากรรมดอกที่ 4 กับผู้พิทักษ์ของกุญแจแค่นั้นเองส่วนไอ้น้องชายนั่นข้าไปหาตั้งแต่เมื่อสามวันก่อนแล้ว”ดาร์คตอบแบบไม่ใส่ใจแต่อีคารอสกลับตกใจในคำตอบของเขาอย่างมาก
“หมายความว่าเนบิวลาก็คือ”อีคารอสถามกลับด้วยความตกใจ
“ใช่แล้วเขาคือกุญแจดอกที่ 4กุญแจแห่งห้วงมิติ”ดาร์คยิ้มก่อนจะวาร์ปหายไปทิ้งให้อีคารอสช็อคอยู่ตัวเดียวในยามค่ำคืนที่มืดมิด

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
 Post subject: Re: Fan-Fic12tails Sheer prince of shadowตอนที่ 18.2
PostPosted: Sun May 29, 2011 3:06 pm 
ไบสัน
User avatar

Joined: Fri May 06, 2011 5:35 pm
Posts: 94
ตอนที่ 18.2วันพักผ่อนของอัลวิส(2)
“อัลวิสรอที่โต๊ะก่อนแล้วกันเดี๋ยวเราจะทำอะไรให้ทานนะ”เนบิวลาผายมือไปยังโต๊ะตัวเล็กพอสำหรับกินข้าวเพียงสองตัวก่อนจะวิ่งหายไปในครัว
“เฮ้อวีจะเป็นไงบ้างนะ”อัลวิสพูดก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้

ทางด้านวี
“ถ้าดาเนะมาเห็นข้าพเจ้าในสภาพนี้ต้องแย่แน่ๆ”วีบ่นเพราะเขาต้องอยู่ในห้องตั้งแต่เช้าแล้วเบื่อมากๆถ้าไม่มีวิสมาอยู่เป็นเพื่อนตอนเที่ยงล่ะก็เขาคงเบื่อตายไปแล้ว
“พี่วีครับอาหารเย็นได้แล้วครับ”วิสพูดหลังจากลงไปทำอาหารเย็นข้างล่างมา
“ข้าวเป็นอะไรเหรอวิส”วีถามหลังจากโดนวิสเล่นหมากรุกถล่มจนหมดทางสู้ไปถึงสามรอบ
“ไก่ทอดเกลือกับข้าวผัดไม่ใส่หัวหอมและกระเทียมอย่างที่พี่วีชอบครับ”วิสพูดก่อนจะยิ้มให้แต่แววตานั้นแฝงด้วยความกังวล
“อัลวิสยังไม่กลับก็เลยกังวลสินะ”วีพูดก่อนจะหันมามองวิส
“มะ...ไม่ใช่นะครับผมแค่...”วิสกำลังจะแก้ตัวแต่ถูกวีขัดขึ้นว่า
“ตานายมันบอกอยู่ชัดว่านายกำลังไม่สบายใจนะ”วีหันกลับมามองในร่างเด็กที่ดูน่ารักก่อนจะวิ่งมานั่งที่โต๊ะ
“กลัวเหรอหรือว่าห่วงล่ะ”วีแซวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มที่ได้เห็นวิสแสดงบางสิ่งที่เหมือนก่าอายุ 15 บ้าง
“ก็ปกติผมรู้สึกว่าพี่อยู่กับผมตลอดเวลาแต่ว่าตั้งแต่ตอนนั้นผม....ผม”วิสพูดตะกุกตะกัก
“คงกลัวสินะ”วีพูดก่อนจะสวาปามอาหารตรงหน้า
“คะ....ครับ”วิสตอบอายๆ
“เอ่อใช่ผลึกเงาใช้ดูอดีตได้ใช่มั้ย”วีถามก่อนจะหันมาถามวิส
“ครับพี่จะดูตอนไหนเหรอครับ”วิสตอบก่อนจะหยิบผลึกสีดำออกมาจากกระเป๋ากางเกงข้างขวาของตน
“คือจะดูก่อนที่พี่จะตื่นถึงตอนที่พี่แต่งตัวน่ะ”วีพูด
“ได้ครับ”อัลวิสพูดก่อนจะร่ายคถาทำให้ปรากฏภาพในอดีตเป็นภาพร่างเสมือนของเหตุการณ์ช่วงเช้ามืด
“ว้าวทำได้จริงเหรอเนี่ย”วีพูดพลางหันไปมองภาพที่อัลวิสนอนโดยเสื้อของเขาหลุดลุยเพราะการนอนดิ้นของเขาเอง
“แล้วพี่จะดูอะไรเหรอครับ”วิสถามหลังใช้เวทไปแล้วกำลังมองภาพของตนที่กลิ้งไปกลิ้งมา
“คือว่าพี่เห็นเงาประหลาดตอนพี่เพิ่งตื่นน่ะเลยอยากรู้ว่ามันคืออะไร”วีตอบเพราะกับทำหน้าตกใจเหมือนเห็นอะไรชวนช็อควิสเลยหันตามว่าวีตกใจอะไรปรากฏว่าภาพที่ทั้งสองตกใจต่างกัน
วีนั้นอ้าปากค้างส่วนวิสนั้นหน้าแดงซ่านฉับพลันภาพที่ทั้งสองเห็นคือ
ภาพของวิสที่กอดและหนุนหน้าอกของอัลวิสเหมือนหมอนข้างแถมอัลวิสยื่นมือมามาลูบของวิสหัวเหมือนกับละเมออะไรสักอย่าง
ภาพนั้นก็หายไปทันทีก่อนที่วิสจะเก็บหินเงาลงไปในกระเป๋ากางเกงด้วยใบหน้าแดงซ่านพร้อมกับพูดตะกุกตะกักว่า
“พะ....พี่วีครับระ...เรื่องนี้ยะ...อย่าบอกใครได้ไหมครับ”วิสพูดด้วยความอายจนหน้าแดงไปหมด
“ได้สิข้าพเจ้าสัญญาว่าแต่ขี้อ้อนเหมือนกันวิสเนี่ย”วีพูดแซวก่อนจะคิดว่า
“มีด้านที่เป็นเด็กเหมือนแฮะปกติเป็นผู้ใหญ่เกินวัยด้วยซ้ำ”
“พูดอะไรน่ะครับผมเอาจานไปล้างดีกว่า...”วิสสกำลังจะชิ่งหยิบจานไปล้างแต่ผลึกสีขาวสำหรับติดต่อกลับเรืองแสงขึ้นมาซะก่อน
“การติดต่อจากพี่นี่”วิสรีบหยิบผลึกสีขาวออกมาจากกระเป๋ากางเกงข้างซ้าย
“วิสเหรอวันนี้พี่จะไม่กลับบ้านนะดูแลตัวเองดีๆนะเอ่อวีฝากน้องข้าด้วยและกันนะวันนี้ข้ากลับไม่ได้จริงๆบาย”อัลวิสพูดขณะที่ฉากหลังเป็นผ้าม่านสีขาวในบ้านของเนบิวลายังไม่ทันที่ทั้งสองตัวที่เป็นผู้ฟังจะค้านอะไรการติดต่อก็ถูกตัดขาดในพริบตา
“พี่นายเป็นแบบนี้ประจำเลยเหรอวิส”วีถามเพราะวิสทำหน้าปลงตกแล้วกำลังหยิบจานไปล้าง
“ครับไม่งั้นผมจะเก่งงานบ้านงานเรือนเหรอครับ”วิสพูดก่อนจะเดินลงไปล้างจาน

กลับมาทางด้านอัลวิส
“เอ่อไม่รู้จะถูกปากรึเปล่าแต่ว่าที่เราทำได้ก็มีแค่นี้เอง”เนบิวลาที่เดินออกมาจากครัวพร้อมกับถาดที่บนถาดนั้นมีข้าวต้มร้อนๆเหมาะกับอากาศเย็นๆแถวนี้ซึ่งส่งกลิ่นหอมจนอัลวิสอยากจะกระโดดไปเอามากินแต่ก็พยายามสงบอาการไว้เพราะนอกจากข้าวเช้าแล้วเขาก็ยังไม่ได้กินอะไรเลย
“ไม่เป็นไรขอบใจนะเนบิวลาทำอาหารอร่อยมากเก่งกว่าเราเยอะเลย”อัลวิสพูดหลังจากชิมข้าวต้มฝีมือเนบิวลา
“ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกเราน่ะไม่เอาไหนเลยแต่เราก็อยากเข้าหน่วยอัลฟ่านะอยากเจออัลวิสเนตรอินทรีทีนั่นล่ะ”เนบิวลาตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าๆแต่คำพูดนั้นทำให้อัลวิสสำลักข้าวต้มในทันที
“ทำไมนายถึงอยากพบเขาล่ะ”อัลวิสถามหลังรับน้ำจากเนบิวลามาดื่มเพื่อแก้อาการสำลัก
“คือว่าเราอยากเก่งเหมือนเขาน่ะเราอยากมีความกล้าบ้างน่ะ”เนบิวลาตอบอายๆ
“งั้นเหรอเอ้าคิดว่าจะมีหางสนใจเพิ่มเลยแอบหยิบมาน่ะ”อัลวิสหยิบใบสมัครหน่วยอัลฟ่าที่จะเปิดรับสมัครวันพรุ่งนี้
“นายหามาได้ไงน่ะเขาจะแจกวันพรุ่งนี้ไม่ใช่เหรอ”เนบิวลาตกใจที่อัลวิสมีใบสมัครได้
“พอดีใช้ความสามารถส่วนตัวน่ะแต่ทางครอบครัวเขาไม่ให้สมัครน่ะ”อัลวิสแสร้งทำหน้าเสียดายก่อนจะยื่นมันให้กิ้งก่าสีดำตรงหน้า
“ขอบคุณนะเราไม่รู้จะตอบแทนยังไงดี”เนบิวลาพูดก่อนจะมีน้ำตาแห่งความตื้นตันไหลเต็มใบหน้า
“งั้นสัญญานะไม่ว่าเราจะเป็นใครแต่นายก็ยังเป็นเพื่อนกับเราตลอดไป”อัลวิสพูดก่อนจะยื่นหางไปหาเนบิวลา
“อืมเราสัญญา”เนบิวลาเอาหางของตนมาประกบกับหางของอัลวิสด้วยความดีใจแล้วพูดขึ้นว่า
“รอตรงนี้แปปนึงนะเดี๋ยวเราจะเอาผ้าเช็ดตัวกับชุดเปลี่ยนมาให้”เนบิวลาพูดก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปแต่อัลวิสขัดขึ้นมาซะก่อน
“มะ....ไม่เป็นไรเราใส่ตัวเก่าก็ได้”อัลวิสขัดเพราะตนไม่เคยใส่เสื้อผ้าของตัวอื่นเลยจึงอายที่จะใส่เสื้อผ้าของเพื่อนตน
“ไม่ได้นะตัวเก่ามันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อแล้วนะเดี๋ยวนายจะนอนไม่สบาย”เนบิวลาตอบเสียงแข็งก่อนจะหยิบเสื้อผ้าชุดหนึ่งพร้อมกับผ้าเช็ดตัวยื่นให้
“กะ...ก็ได้”อัลวิสรับคำแบบตะกุกตะกักก่อนจะวิ่งเข้าห้องอาบน้ำไป
“งั้นเดี๋ยวเราไปเตรียมที่นอนให้นะเดี๋ยวนายแต่งตัวเสร็จแล้วขึ้นมาที่ชั้นสองเลยนะ”เนบิวลาพูดก่อนจะวิ่งหายไปที่ชั้นสองในทันที
“คืนนี้ยังอีกยาวแฮะ”อัลวิสพึมพำพลางอาบน้ำไปด้วย
“นายใส่แล้วดูน่ารักดีจัง”เนบิวลาพูดหลังจากที่เห็นอัลวิสในชุดนอนลายมังกรสีน้ำเงินโดยไม่ได้มองที่ใบหน้าที่แดงซ่านของผู้ใส่แม้แต่น้อย
“งั้นนายนอนบนเตียงแล้วกันเดี๋ยวเรานอนฟูกเอง”เนบิวลาพูดก่อนลงไปกลิ้งบนฟูกนุ่มๆ
“อะ...อืม”อัลวิสรับคำตะกุกตะกักเล็กน้อยก่อนจะล้มตัวนอนแบบหัวถึงหมอนแล้วหลับในทันที

_________________
Image
ตัวละครพิเศษมีเฉพาะในฟิครองของเราเท่านั้นลิ้งข้างล่างเลยจ้า
http://www.bigbugstudio.com/forum/viewtopic.php?f=19&t=9028


Top
Offline Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 44 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 1 guest


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Jump to:  
cron
Powered by phpBB © 2000, 2002, 2005, 2007 phpBB Group
Theme created StylerBB.net & kodeki